xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่3 สอางทำเสน่ห์ใส่กำจรได้เสียคาโรงทอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่3  สอางทำเสน่ห์ใส่กำจรได้เสียคาโรงทอ

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา

ฝันร้ายอันน่าสยดสยองทำให้ยาแม่คำอ่อนกรีดร้องขึ้นมาตอนค่อนรุ่ง สะดุ้งเฮือกตกใจตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน พ่อแพทย์พลอยตื่นรีบมาดู ด้วยท่าทางตกใจ

“แม่คำอ่อน”
“พ่อแพทย์”
ยาแม่โผเข้ากอดผัว เนื้อตัวสั่นเทา พ่อแพทย์ลูบแขนปลอบ
“เจ้าเป็นหยัง ฮ้องเสียงดังลั่นเฮือน”
ยาแม่ละล่ำละลักบอก “ข้อย...ข้อยฝันร้าย ฝันเห็นคนถืกฟันคอ หัวขาด แล้วคนนั่นก็หน้าคืออีงอ บ่อมีผิด”
พ่อแพทย์อึ้งแปลกใจ ยาแม่คิดแล้วยิ่งผวา กอดผัวแน่นขึ้น
“เฮือนเฮามีนมีอาเพศอันได๋กันพ่อแพทย์ เป็นหยังมีแต่คนฝันฮ้าย บ่อเว้นวัน”
พ่อแพทย์นึกเป็นห่วงยาแม่ แต่ไม่อยากพูดให้กังวล
“บ่อมีหยังดอกแม่คำอ่อน เจ้าคงคึดกังวลหลายอย่างไสสิเฮ็ดเวียกเฮ็ดงานบ่อได้พักได้เซา ธาตุขันธ์ในกายเจ้ามันก็เลยวิปริตผิดเพี้ยน เดี๋ยวข้อยสิให้บักโซ่ทองต้มว่านต้มยามาให้กิน เจ้าสิได้ดีขึ้น”
คำอ่อนพยักหน้ารับ ทั้งที่ใจยังกระวนกระวายอยู่ พ่อแพทย์จะออกไป แต่สะออนเปิดประตูสวนเข้ามา
บอกอย่างตื่นเต้น “ยาพ่อ ยาแม่ ออกไปฮับแขกเถิดจ้ะ”
“ไผมาหรือลูก” พุทไธมองฉงน
“ท่านสารวัตร มากับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนเลยจ้ะ”
สีหน้ายาแม่ดีขึ้นทันตาเห็น สังหรณ์ใจว่ากำจรจะมาพูดเรื่องสู่ขอสะอาด

ในเวลาต่อมา ภายในโถงรับรองแขกบนเรือนใหญ่ กำจรนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างเถ้าแก่ผู้ใหญ่ฝ่ายตน เถ้าแก่ผู้ชายแต่งชุดข้าราชการเต็มยศ แลดูมียศถาบรรดาศักดิ์ ส่วนเถ้าแก่ผู้หญิงเป็นภรรยาของผู้ใหญ่ชายก็แลดูมีฐานะสูงส่งเช่นกัน
ยาแม่คำอ่อนกับพ่อแพทย์พุทไธต้อนรับแขกด้วยสีหน้าชื่นบานอยู่ข้างๆ กัน สะอาดในชุดซิ่นสวยก้มหน้างุดขวยเขินอยู่ข้างยาแม่ สะออน เข้ามาช่วยเพ็ง เภา เสิร์ฟน้ำรับแขก คอยลอบยิ้มมองพี่สาวอย่างยินดี
เถ้าแก่ชายเยื้อนยิ้มเอ่ยสู่ขอขึ้นมาว่า “พวกข้อยสิบ่ออ้อมค้อมแล้วล่ะเด้อ พ่อแพทย์ มามื่อนี่ ก็เพื่อสิมาแต่งขันขอลูกสาวของท่านให้ท่านสารวัตรหลวงอากาศกำจร อยากให้เฮามาเป็นพ่อดองแม่ดองกัน พ่อแพทย์กับยาแม่คำอ่อน คงสิบ่อขัดขีนดอก แม่นบ่อ”
เถ้าแก่หญิงเสริมว่า “ท่านสารวัตรกำจร เพิ่นบ่อแม่นคนบ้านเฮา แต่พวกข้อยรับรองได้ว่าเพิ่นเป็นคนดี สืบไปภายหน้าสิเจริญฮุ่งเรืองในหน้าที่การงานเป็นหลักเป็นฐานมั่นคงให้ลูกสาวของท่านทั้งสอง ท่านคึดเห็นว่าจั่งได๋”
ยาแม่กับพ่อแพทย์ยิ้มให้กัน ปลื้มใจและโล่งอกไปพร้อมกัน เมื่อคิดว่าสะอาดจะได้ออกเรือน
“ถ้าผู้บ่าวผู้สาวเพิ่นฮักกัน ข้อยกับพ่อแพทย์ก็คือสิบ่อมีหยังขัดขีนดอกจ้ะ” ยาแม่รับเอาคำ
ยาแม่กับพ่อแพทย์มองสะอาดที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา พ่อแพทย์ยิ้มมองลูกสาว
“ข้อยคงสิต้องถามเจ้าโตเพิ่นเบิ่งซะก่อน”
สะอาดช้อนสายตาขึ้นมองพ่อแม่ท่าทีเอียงอาย แต่พออ้าปากจะตอบ เสียงสอางก็ดังแทรกเข้ามา
“ข้าน้อยเต็มใจจ้ะ ยาพ่อ ยาแม่” สอางแจกยิ้มหวาน เอาใจแขกเหรื่อถ้วนหน้า
พ่อแพทย์ ยาแม่ สะอาด สะออนชะงักค้างหันไปมอง เห็นสอางเดินเข้ามา โดยมีนางงอตามหลัง สอางโปรยยิ้มให้ทุกคน แล้วทรุดลงนั่งที่พื้นข้างบิดา ก่อนจะยกมือไหว้เถ้าแก่ของกำจรอย่างเรียบร้อย
พ่อแพทย์ดุเสียงเบาแต่เข้ม “สอาง นี่มันอีหยังกัน บ่อแม่นธุระหยังของเจ้า”
“เป็นหยังสิบ่อแม่น ธุระของข้าน้อยล่ะยาพ่อ ข้าน้อยนี่เด คือแม่ญิงที่ท่านสารวัตรเพิ่นแต่งขันมาขอ”
ยาแม่กับพ่อแพทย์มองหน้ากันสังหรณ์ใจ เหลียวขวับไปทางกำจรทันที ก็เห็นสายตากำจรทอดมองสอางอย่างหลงใหล
“ใช่ครับ ผู้หญิงที่ผมจะมาขอแต่งงาน...คือสอาง”
ยาแม่ พ่อแพทย์ สะอาด สะออนสะดุ้งเฮือกกันทั้งแถบ ขณะที่สอางกับนางงอยิ้มอย่างผู้ชนะ
“นี่มันเกิดอีหยังขึ้น” คำอ่อนใจหายวาบ หันไปจ้องกำจรเขม็ง “ท่านสารวัตร...”
กำจรพูดนิ่งๆ เหมือนตัดสินใจมาแล้ว “ผมกับสอาง เรารักกันครับ”
กำจรสบตากับยาแม่นิ่ง ยืนยันการตัดสินใจเด็ดขาด สะอาดฟังจบถึงสะอื้นออกมาอย่างอับอาย เอามือปิดหน้าลุกขึ้นวิ่งร้องไห้ออกไปทันที
“ยาเอื้อย”
สะออนละล้าละลังแต่สุดท้ายก็ลุกตามสะอาดไป ทิ้งพ่อแพทย์กับยาแม่ที่นั่งนิ่งเหมือนถูกสาป ทำอะไรไม่ถูก
ยาแม่หน้าซีดขาวเป็นกระดาษมองสอางที กำจรที หัวใจเต้นรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้ เป็นลมพับไปตรงนั้น
“แม่คำอ่อน” พ่อแพทย์ตกใจสุดขีด

ตกตอนบ่าย ยาแม่จึงค่อยๆ ฟื้น ลืมตาตื่นขึ้นมามองเห็นสะออน สะอาดชะโงกหน้ามองอยู่อย่างห่วงใย โดยสะออนใช้ห่อยาดมสมุนไพร ห่อเล็กๆ ทำเอง โบกอยู่ตรงหน้าแม่ สองสาวร้องออกมาพร้อมกันอย่างดีใจ
“ยาแม่ ยาแม่ฟื้นแล้ว”
พ่อแพทย์ขยับเข้ามาใกล้ จับมือยาแม่ไว้
“แม่คำอ่อน เจ้าเป็นจั่งใด๋บ้าง”
ยาแม่มองลูกๆ สลับกับมองพ่อแพทย์คนละที
“ข้อยฝันไปแม่นบ่อพ่อแพทย์ ข้อยฝันร้ายว่าสะอาด...”
ยาแม่เสียงเครือสั่น ลูบหน้าสะอาดเบาๆ สะอาดน้ำตาไหลพราก เพราะยังเศร้าไม่หาย
“อย่าไปคึดหยังหลาย แม่คำอ่อน”
ยาแม่มองเห็นสีหน้าอึดอัดท่าทีกระอึกกระอักของพ่อแพทย์ ก็พะอืดพะอม ใจหวิวๆ ขึ้นมาอีก รู้ว่าไม่ได้ฝัน
“แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริง” ยาแม่หันไปหาสะอาด “แม่นบ่อลูก”
สะอาดน้ำตานองหน้าไม่ตอบ สะออนกอดพี่สาวไว้ แล้วขยับมาใกล้แม่
“ยาแม่พักผ่อนก่อนนะจ้ะ เดี๋ยวมีแฮงแล้ว เฮาค่อยมาเว้ากัน”
“แม่ต้องเว้าเดี๋ยวนี่ แม่บ่อยอม” ยาแม่เศร้ากว่าเดิม น้ำตาร่วง บอกกับพ่อแพทย์เสียงแข็ง “ข้อยบ่อยอมให้สารวัตรกำจรเปลี่ยนเจ้าสาว ได้ยินบ่อพ่อแพทย์ เพิ่นต้องแต่งดองกับสะอาดเท่านั่น”
ยาแม่ฟูมฟายร้องไห้เสียงสั่นเครือ สะอาดยิ่งสะเทือนใจ ร้องไห้ตัวโยนในอ้อมกอดสะออน
โซ่ทองที่กำลังเอายาเข้ามาในยาแม่ หยุดฟังอยู่หน้าห้อง แต่พอได้ยินยาแม่พูดก็อึ้ง ตะลึงไปทันที
ยาแม่เห็นสะอาดร้องไห้ก็ยิ่งใจสลาย สงสารลูกจับใจ พ่อแพทย์ต้องคอยปลอบ
“ใจเย็นๆ เถิดแม่คำอ่อน ข้อยก็ยังบ่อได้ตกปากฮับคำ ท่าให้เจ้าหายดีก่อนแล้วค่อยให้เพิ่นมาเว้ามาจากันใหม่
“แต่ถ้าเพิ่นดื้อดึงสิแต่งกับสอาง ก็บ่อต้องมา ข้อยบ่อยกมันให้ดอก”
ยาแม่ยื่นคำขาด สะอื้นไห้แล้วดึงสะอาดมากอด
โซ่ทองยืนตั้งสติ ข่มความเสียใจ ซักพักก็ผลักประตูเข้ามา
“ข้อยเอายาลมแก้อ่อนเพลียมาให้ยาแม่จ้ะ”
“เข้ามาก่อน บักโซ่ทอง” ยาพ่อพุทไธบอกไป
ยาแม่ สะอาดเช็ดน้ำตา ไม่อยากให้โซ่ทองเห็นเพราะถือว่าเป็นคนนอก ขณะที่โซ่ทองก็ทำไม่รู้ไม่ชี้
สะออนลอบมองโซ่ทองที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตารินยาให้ยาแม่ สงสัยว่าโซ่ทองจะรู้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น

ส่วนที่โรงทอผ้า สอาง นางงอ และบริวารทั้งสองกำลังเดินเลือกดูไจไหมที่ย้อมเป็นสีต่างๆ และแขวนเอาไว้กับราวตากไหม สอางไม่มีท่าทีห่วงใยยาแม่สักน้อย
“พวกมึงซ่อยกูคึดแหน่ ว่ากูสิใส่สีใด๋ในมื่องานแต่งดองดี”
“อ้าว แม่สอางบ่อนุ่งผ้าซิ่นลายหงส์แล้วบ้อ” สีแหล่แปลกใจ
“อีโง่ ซิ่นลายหงส์กูก็ต้องนุ่งอยู่แล้ว แต่กูอยากได้เสื้องามๆ มาแต่งให้เข้ากัน ไทบ้านสิได้ส่าได้ลือ ว่าเจ้าสาวท่านสารวัตรกำจรนั่นงามที่สุดในอีสานบุรี”
สีแหล่ เสา รับคำ แล้วหันไปกวาดตาดู หยิบเส้นไหมจากไมลูบๆ คลำๆ เล่น
นางสายแม่โซ่ทองที่เป็นคนดูแลโรงทอ ได้ยินเสียงเอะอะ ก็โผล่เข้ามาดู เห็นสีแหล่ และเสาหยิบเล่นเส้นไหมอยู่มุมหนึ่ง ก็เข้าไปห้าม
“อีเสา อีสีแหล่ มึงสิเฮ็ดอีหยัง ไปให้พ้น”
“เอ๊ะ น้าสาย ถือดีอีหยังมาไล่พวกข้อย” สีแหล่ฉุน
“ไหมพวกนี่ บ่อได้มีไว้ให้มึงมาหยิบจับเล่น เดี๋ยวก็ขาดเหมิดดอก” สายว่า
“ขาดก็ไปสาวเอาใหม่ตั้ว หม่อนไหมมีตั้งหลวงตั้งหลาย” เสาโอ้อวด “แม่สอางสิมาเลือกไปต่ำผ้าตัดเสื้อ”
สอางตวัดสายตามองมายังสายอย่างวางอำนาจ สายค้อมตัวอย่างเกรงใจ พยายามพูดดีๆ
“ถ้าเซ่นนั่น ก็รอแม่สะอาดก่อน”
สอางฉุนกึก เป็นหยังต้องรอ”
“ไหมในโฮงนี่เป็นของเพิ่น ถ้าแม่สอางอยากได้ ก็ควรสิขอเพิ่นก่อน” สายบอก
นางงอโกรธแทน “อีสาย มึงเป็นแค่ขี้ข้า เป็นหยังบังอาจมาห้ามสอาง”
“ข้อยบ่อได้ห้าม แต่แม่สะอาดเพิ่นเลี้ยงหม่อน ต้มไหมเองกับมือ หากผู้ใด๋สิหยิบจับไปใซ้ ก็ต้องขอเจ้าของเพิ่นก่อน” สายอธิบาย
สอางยิ้มเยาะพูดอวดโอ้ “มึงบ่อฮู้หรืออีสาย ว่าแม้แต่คนฮักของยาเอื้อย กูก็ยังเอามาเป็นของกูได้ โดยบ่อต้องเสียน้ำลายเอ่ยปากขอ”
สายพูดไม่ออกกับความหน้าด้านของสอาง สะออนกับโซ่ทองเดินเข้ามาได้ยินพอดี
สะออนหมั่นไส้แกมโกรธเรื่องวันนี้ไม่หาย “เป็นหยังยาเอื้อยถึงเว้าออกมาได้เต็มปากเต็มคำ”
สอางหันไป เห็นสะออนเดินเข้ามาหาอย่างเอาเรื่อง
“แทนที่สิละอายแก่ใจที่เหยียบย่ำน้ำใจยาเอื้อยสะอาด แต่นี่ เฮ็ดปานกับว่าภูมิใจหลายที่ได้ยาดได้แย่ง”
สอางไม่แยแส “ท่านสารวัตรเป็นนายตำรวจมียศมีเกียรติ อนาคตสิได้เป็นใหญ่เป็นโต มึงสิบ่อให้กูภูมิใจเลยติ แล้วที่เพิ่นเลือกกู ก็บ่อแม่นว่ากูไปข่มขืนบังคับใจ”
สอางยิ้มย่องผ่องใส มั่นหน้ามั่นใจ พูดเย้ยหยันสะอาด
“เพิ่นสิเป็นเจ้าคนนายคน ก็ต้องหาเมียที่เซิดหน้าซูตาผัว บ่อแม่นเมียที่เอาไว้ต่ำหูกเฝ้าเฮือน”
“แล้วควมทุกข์ของยาเอื้อยสะอาดกับยาแม่ล่ะ ยาเอื้อยบ่อคึดใส่ใจเลยติ” สะออนโกรธ
“แล้วที่กูสิไปได้ดิบได้ดี มีควมสุข เป็นหยังบ่อมีไผดีใจกับกูบ้าง” สอางแถ
นางงอลอบยิ้มสะใจ แล้วพูดเรียบๆ เสียงเย็นชาปรามสะออน
“เรื่องนี่ บ่อแม่นเรื่องของเด็กน้อย สะออน เจ้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า”
สะออนเหลืออด “แม้แต่เด็กน้อยอย่างข้อย ก็ยังคึดได้ แล้วผู้ใหญ่อย่างยาเอื้อยกับแม่งอ เป็นหยังจึงบ่อฮู้ดีฮู้ซั่ว”
“อีสะออน ปากดี มึงอยากลองของกับกูซั่นบ้อ”
สอางโกรธฉวยกระสวยทอผ้าขึ้นมา เงื้อจะฟาดสะออน โซ่ทองเข้ามาขวาง
“สอาง อย่าเฮ็ดน้อง”
สอางยิ่งโกรธ ชี้หน้าด่ากราด “หรือว่าเป็นมึง ที่เสี้ยมสอนให้มันปากกล้ามาด่ากูจั๋งซี่มึงเคียดซังที่กูบ่อเคยซายตาแลมึง แต่เลือกสารวัตรเป็นผัว แม่นบ่อ”
“บ่อแม่น โอ๊ย”
เสียงร้องของโซ่ทองตอนท้าย เพราะโดนสอางเอากระสวยฟาดใส่ แต่เขาเอามือขึ้นยันไว้ทันเลยโดนแขน
สอางด่าไปตีไป สะออนกับสายจะเข้าไปห้าม แต่ก็กลัวโดนลูกหลง
“บักขี้ข้าบ่อเจียมกะลาหัว มึงฝันไปเถาะว่าสิได้นอนเคียงหมอนกับกู แค่ใซ้อากาศหายใจฮ่วมกับมึง กูก็ขี้เดียดมึงสิตายแล้ว บักโซ่ทอง”
สายร้องไห้สงสารลูก ปราดเข้าไปกอดโซ่ทอง เอาตัวบังไว้
“อย่าจ้ะ แม่สอาง บักโซ่มันบ่อได้คึดล่วงเกินเจ้าดอก อย่าทำมันเลย”
นางงอด่า “มึงไปอมพระมาเว้า กูก็บ่อเซื่อ อีสาย ใจลูกมึงมันคึดจั่งได๋กับสอาง คนในเฮือนนี่เขาฮู้กันเหมิด สิแม่นไผ ก็มึงนี่ล่ะที่ เป็นคนยุยงส่งเสริม คงสิอยากปีนขึ้นมาขี้เทิงเฮือน เป็นเจ้าเป็นนายกับเขา”
สายตวาดออกมาด้วยความแค้นใจ “ข้อยบ่อเคยคึด ข้อยกับลูกฮู้โตดีว่าเกิดมาเป็นขี้ข้า ก็ต้องเป็นขี้ข้าเขาไปจนฮอดมื่อกระดูกเข้าหม้อ”
สายกอดโซ่ทองสะอื้นไห้เสียงดังลั่นโรงทอ สะออนทนไม่ไหว
“พอได้แล้วยาเอื้อย อย่าปั่นเฮือนให้ลุกเป็นไฟเลย ที่ข้อยติเตียน ก็ย่อนหวังสิให้ยาเอื้อยคึดได้ ว่ากำลังเฮ็ดบาปกับพี่กับน้องสายเลือดเดียวกัน”
“มึงอย่ามาสาระแนสั่งสอนกูอีสะออน มึงเกิดหลังกู อย่ามาเฮ็ดโตเป็นแม่ เพราะแม้แต่ยาแม่ ก็ยังบ่อมีปัญญาห้ามกูได้”
สอางตวาดแว้ดแล้วเดินปึงปังออกไป นางงอและบริวารตามติด
สะออนได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจกับนิสัยพี่สาว แล้วรีบหันไปช่วยดูโซ่ทองกับสาย
โซ่ทองเดินมาทรุดนั่งลงที่แคร่หลังโรงทอ ยกแขนที่เห็นเป็นรอยแดงๆ เพราะโดนสอางเอาไม้ตี สายมองอย่างสงสาร
“แม่สิไปหายามาทาให้เด้อลูก”
สายเช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วเดินออกไป สะออนขยับเข้ามาดูแขน
“อ้าย เจ็บบ๊อ”
“บ่อเจ็บดอก”
สะออนจ้องหน้าอย่างรู้ใจ “แต่เจ็บที่ใจแม่นบ่อ”
“ใจอ้ายก็บ่อเจ็บ” โซ่ทองปากแข็ง
สะออนหมั่นไส้ “ฮึ คือใจแข็งแท้”
“ถึงแม่นว่าสอางสิบ่อเลือกท่านสารวัตร อ้ายก็บ่อมีวาสนาอยู่แล้ว อ้ายบ่อได้เจ็บย่อนเรื่องนี่ดอก ห่วงก็แต่ยาเอื้อยสะอาด เวลานี่ บ่อฮู้เพิ่นสิเป็นจั่งได๋”
“เพิ่นก็ฮ้องไห้ตรอมใจ แต่พอเซาฮ้องไห้ก็ฟ่าวไปเบิ่งยาแม่ เพิ่นห่วงใจของยาแม่หลายกว่าโตเอง” สะออนถอนใจ “ผิดกับยาเอื้อยสอาง ที่ห่วงแต่โตเอง บ่อเอาพี่เอาน้อง”
“อ้ายเข้าใจว่าเจ้าเป็นเดือดเป็นฮ้อนแทน แต่จั่งได๋ สอางก็เป็นเอื้อยของเจ้า เจ้าบ่อควรเว้าจาล่วงเกินเพิ่น”
สะออนเคือง มองค้อน “ฮึ ถืกตีจนแขนขึ้นลาย ก็ยังบ่อวายสิเข้าข้างเพิ่น ถ้ายาเอื้อยสอางเห็นควมดีของอ้ายจักหน่อย เฮือนเฮาก็คงสิบ่อวุ่นวายอย่างนี่ดอก”
โซ่ทองยิ้มเศร้า ก้มลงดูแขนที่ถูกตีเป็นรอยแดง แล้วทอดถอนใจ

ด้านยาแม่ยังนอนซมอยู่บนเตียง มีสะอาดบีบนวดดูแลใกล้ชิด จู่ๆ ประตูก็เปิดผ่างออก ยาแม่ที่กำลังจะหลับ ขยับตัวลุกขึ้น เห็นสอางกับนางงอเดินเข้าท่าทางอวดเก่งไม่ยำเกรงใดๆ
“ข้าน้อยสิมาขอกุญแจเฮือนสมบัติจากยาแม่”
“เจ้าบ่อมืนตาซั่นบ่อ ว่ายาแม่กำลังป่วยอยู่” (บ่มืนตาซั่นบ่อ = ไม่ลืมตาหรือ)
“ข้าน้อยก็บ่อได้เจตนาสิมาวนมาเวียน แค่มาขอกุญแจไปเปิดผักตูเฮือนสมบัติ เอาซิ่นลายหงส์มาเตรียมสำหรับงานแต่งดอง” (ผักตู อ่านว่า ผักกะตู = ประตู)
ยาแม่โกรธ ยันตัวลุกขึ้นมองหน้าสอางอย่างเสียใจ
“สิคึดสำนึกจักหน่อยก็บ่อมี ว่าเฮ็ดเรื่องขายหน้าไทบ้านไทเมืองลงไป”
สอางหัวเราะแค่นๆ “คนฮักกัน เป็นหยังกลายเป็นเรื่องขายหน้าไทบ้านไทเมืองไปได้ล่ะยาแม่”
ยาแม่โกรธจนตัวสั่น “ก็พ่อซายที่เจ้าสิเอาเฮ็ดผัวนั่น เจ้ายาดแย่งจากมือเอื้อยแท้ๆ ของเจ้าเอง ป่านนี้คงสิ 10 บ้านส่า 5 บ้านลือ ว่าเฮือนพุทไธเทพ เอื้อยน้องยาดแย่งผัวกันฝุ่นตลบ อยากฮู้นัก ว่าบักได๋อีได๋มันเสี้ยมกะลาหัวเจ้าให้เฮ็ดแนวซั่วทรามนามหมาปานนี่”
ตอนท้ายยาแม่ปรายตามองนางงออย่างรู้ทัน นางงอยิ้มมีเลศนัย
“ท่านสารวัตรกำจรสิเลือกไผเป็นเมีย มันก็เป็นเรื่องของเพิ่น บ่อเกี่ยวหยังกับสอางนิ ก็คือกันกับตอนที่พ่อแพทย์เพิ่นเลือกเจ้าเป็นเมียนั่นล่ะ ยาแม่คำอ่อน โตเจ้าเองกะบ่อได้คึดดอก ว่าไปยาดแย่งมาจากมือไผ” นางงอย้อน
“อีงอ”
ยาแม่เต้นเร่าๆ ฝืนจะลุกขึ้นเล่นงานนางงอ สะอาดรีบปรามไว้
“พากันออกไปก่อนสาเถาะ แม่งอ สอาง ข้อยขอล่ะ ตอนนี่ยาแม่เพิ่นต้องพักผ่อน”
“ข้อยบ่อไป จนกว่าสิได้กุญแจเฮือนสมบัติ”
สอางเดินเข้ามาหยุดข้างเตียง ยื่นมือไปตรงหน้ายาแม่แบมือขอ ยาแม่หายใจหอบ แค้นใจ ปัดมือตะเพิดส่ง
“สูออกไป ออกไปให้เหมิด”
“ดี ถ้าเซ่นนั่น ข้อยสิเอาขวานฟันผักตูเข้าไปเอาผ้าซิ่น ยาแม่ก็ฮู้อยู่แล้ว ว่าถ้าข้อยอยากได้สิ่งใด๋ บักได๋อีได๋ก็ขัดขีนบ่อได้”
“กูบอกให้ออกไป๊”
ยาแม่กรีดเสียงดังลั่น ทนฟังไม่ได้ สะอาดรีบกอดแม่ไว้
“ยาแม่...”
“ไล่พวกมันออกไป๊”
ยาแม่ร้องไห้ตีโพยตีพายอยู่ในอ้อมกอดสะอาด สะอาดกอดปลอบใจคอไม่ดี หันมาส่งสายตาไล่สอาง
สอางมองอย่างรำคาญ แล้วสะบัดหน้าเดินออกไป ไม่เป็นห่วงแม่สักนิด
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนางงอยิ้มสะใจ ก่อนจะตามออกไป
สอางเดินหงุดหงิดลงมาหน้าเรือน บ่นบ้าหาว่าแม่ไม่รักเช่นเคย
“มึงเบิ่งเอาเถาะอีงอ ควมลำเอียงของยาแม่ จนป่านนี่แล้วก็ยังเป็นมารขวางควมสุขของกู”
“อย่าไปถือไปสาเลยสอาง แม่ของเจ้าคงสิยังเฮ็ดใจบ่อได้ อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือว่าสิได้ท่านสารวัตรมาเป็นผัวสะอาด แต่พ่อซายเขาตาคม เขาเห็นเขาฮู้ว่าไผเป็นหงส์ไผเป็นกา แล้วสิโทษไผได้ นอกจากบุญทำกรรมแต่ง”
สอางนึกแล้วก็ยิ้มสะใจที่ชนะสะอาดได้ แล้วฉุกใจคิดเรื่องบางอย่าง
“มึงฮู้เรื่องอีหยัง สมัยยาพ่อกับยาแม่กูได้กัน ยาแม่กูไปวิวาทยาดแย่งยาพ่อมาจากไผ”
นางงออึกอัก ไม่อยากเล่าความหลังให้ฟังตอนนี้ เพราะสอางรู้แค่ว่านางงอเป็นบ่าวเก่าแก่ของเรือนพุทไธเทพ ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ประวัติสมัยรุ่นพ่อแม่ถูกปิดเงียบเป็นความลับ ซึ่งรู้กันแค่ ยาพ่อพุทไธ ยาแม่คำอ่อน นางงอ และนางสาย เท่านั้น
“ข้อยบ่อฮู้ดอก ฟังแต่ไทบ้านไทเมืองเขาเล่ามา ฮู้แต่ว่า แม่ญิงที่ถืกยาดแย่งพ่อแพทย์ไป ซีวิตเขาเหมิดควมหมาย อยู่ไปก็ส่ำตายทั้งเป็น” นางงอพูดเป็นนัยให้ร้ายคำอ่อน
“ฮึ ยาแม่ ว่าแต่เขา ของเข้าโตเอง”
“ข้อยถึงได้บอกเจ้า ว่าบ่อต้องไปถือไปสา ประสาคนมือถือสาก ปากถือศีล”
สอางฟังแล้วแสยะยิ้ม เห็นดีเห็นงามกับคำพูดนางงอไปหมด

ฝ่ายยาแม่นอนลืมตาโพลง เห็นน้ำตายังคลอๆ มีสะอาดเฝ้าบีบนวดเคียงข้าง
“ยาแม่อย่าทุกข์ใจไปเลย”
ยาแม่หันมามองลูกอย่างเห็นใจ “แล้วเจ้าล่ะ สะอาด เจ้าบ่อทุกข์บ่อฮ้อนเลยหรือ”
สะอาดซ่อนน้ำตา พยายามปรับน้ำเสียงและท่าทีพูดให้ดูแจ่มใส
“ข้าน้อยกับท่านสารวัตรคงสิบ่อเคยได้เฮ็ดบุญฮ่วมซาติกันมาอย่างที่ยาครูหลวงตาเพิ่นบอก ข้าน้อยเฮ็ดใจได้จ้ะ ยาแม่”
“แต่แม่เฮ็ดใจบ่อได้ เจ้าสมควรสิได้เป็นเจ้าสาว แต่งดองออกเฮือนไปก่อนพี่น้องคนอื่น แต่กลับต้องมาเป็นแม่ฮ่างตั้งแต่ยังบ่อทันได้แต่ง ให้ไทบ้านไทเมืองเขาเวทนา”
ยาแม่พูดทั้งน้ำตา สะอาดจับมือแม่มาแนบแก้ม พยายามปลอบทั้งที่ตัวเองก็เสียใจเหมือนกัน
“บ่อเป็นหยังดอกยาแม่ ข้าน้อยก็ยังบ่ออยากออกเฮือนเอาผัวดอก ดีเสียอีก ข้าน้อยสิได้อยู่เบิ่งแยงดูแลยาพ่อกับยาแม่ไปโดนๆ”
สะอาดยิ้มให้แม่ แต่น้ำตาก็พาลจะไหล ยาแม่ยิ่งเศร้าใจ
“มันเป็นเวรเป็นกรรมมาแต่ซาติได๋หนอลูก” คำอ่อนร้องไห้สะอึกอื้นน่าสงสาร

คำอ่อนหรือมหาเทวีกับ สะอาด หรือ เจ้าหญิงศรีสะอาด ผูกพันและเป็นแม่ลูกตั้งแต่สมัยเวียงคำนาค
เวลานั้นหูกคำนั่งอยู่บนม้านั่ง ยื่นมือไปรับห่อกระดาษใส่ครั่งจากคำจันที่คุกเข่าอยู่ แต่ทันใดประตูก็เปิดผางจนสะดุ้ง
ศรีสะอาดนำมหาเทวีพร้อมกับทหารเข้ามาในโรงทอ
“นั่นเพคะอัญญาแม่ จับได้คาหนังคาเขา”
หูกคำกับคำจันตะลึง จะปฏิเสธ แต่มหาเทวีก้าวเข้ามาใกล้ ชี้หน้า
“อีหูกคำ เสียแฮงที่มึงสืบสายโลหิตของอัญญาหลวงมา แต่กลับบ่อเข้มข้นส่ำเลือดต่ำๆของอีทองจันทร์แม่มึง ถึงได้กล้าเฮ็ดแนวซั่วทรามอัปมงคลอย่างนี่”
หูกคำปฏิเสธ “อัญญาแม่ ข้อยบ่อได้เฮ็ดอีหยัง”
ศรีสะอาดยิ้มเยาะ “มึงยั่วให้ท้าวเพียคำจันเข้ามาสมสู่กันถึงในโฮงต่ำผ้า แต่งผญาเกี้ยวกันบ่ออายเทวดาฟ้าดิน”
“ข้าน้อยบ่อเคยเฮ็ดแนวซั่วทรามอย่างนั่นเลยอัญญาเอื้อย”
ศรีสะอาดไม่เชื่อ กระชากห่อกระดาษออกมา เห็นครั่งร่วงกราวลงมา
“ข้าน้อยออกไปเดินป่า เจอฮังครั่งและเก็บไม้ฝางได้ ก็เลยคึดฮอดอัญญานางหูกคำก็เท่านั้นเองพระเจ้าค่ะ” คำจันอธิบาย
“คึดฮอด ก็แสดงว่ามึงสองคนผูกใจเสน่หากันอยู่ อีหูกคำมีศักดิ์เป็นถึงพระธิดาของอัญญาหลวง แต่กลับลดโตลงมาเกลือกกลั้วสมสู่กับท้าวเพียโฮงหลวง พวกมึงสิต้องหัวขาด” ศรีสะอาดใส่ไฟรัวๆ
หูกคำลุกขึ้น ทนไม่ไหว พูดเสียงดัง
“อัญญาเอื้อยแปลงลิ้นเว้าเอาเอง ข้อยกับท้าวเพียคำจันบ่อได้เฮ็ดอย่างที่ใส่ควมเลยแม้แต่คำเดียว”
ศรีสะอาดเงื้อมือตบหน้าทอหูกดังฉาด
“มึงหาว่ากูสับส่อตอแหลหรือ อีหูกคำ แล้วมึงสิได้เห็นดี ตอนอัญญาพ่อเสด็จคืนมาว่าพระองค์สิเซื่อปากไผหลายกว่ากัน”
“ทหาร กุมโตมันสองคนไปขังไว้ รอให้อัญญาหลวงเสด็จกลับคืนมาซำระควม” (ซำระควม = ชำระความ)
ทหารเข้าประกลบหูกคำกับท้าวเพียคำจันทันที ทอหูกกรีดร้องขัดขืนไม่ยอม คำจันรีบก้มลงกราบอ้อนวอน
“ได้โปรดอย่าแตะต้องอัญญานางหูกคำเลยพระเจ้าข้า หากอัญญานางมหาเทวีกับอัญญานางศรีสะอาดอยากลงอาญา ก็จงลงอาญากับข้าน้อยแต่เพียงผู้เดียวเถิดพระเจ้าข้า”
คำจันก้มลงกราบพลางมองหูกคำอย่างเห็นใจ มหาเทวีมองทั้งสองอย่างหมั่นไส้
“มึง อย่าบังอาจมาสั่งกู ทหาร”
ทหารกรูเข้ามากุมตัวท้าวเพียคำจัน เอาโซ่มาสวมมัดข้อมือ แล้วกระชากตัวออกไป
“อัญญานางมหาเทวี ได้โปรดอย่าใส่กรรมอัญญานางหูกคำเลย”
อัญญานางหูกคำยืนนิ่งมองดูทหารกรูเข้ามาที่ตนพร้อมกับโซ่จะใส่ข้อมือ หูกคำจ้องทหารแววตาแข็งกร้าว ทหารเกรงกลัวถอยออกตั้งหลัก เพราะนางก็เป็นพระธิดาองค์หนึ่งของอัญญาหลวง
ศรีสะอาดแทบเต้น “ทหาร ซุมขี้ขลาดตาขาว พวกสูไปย่านมันเฮ็ดหยัง กุมโตมันเดี๋ยวนี่”
“หยุด กูเป็นพระราชซะธิดาของอัญญาหลวงพุทธางกูร อย่าได้เอาโซ่สนิมเหล็กของสามัญซั้นต่ำมาล่ามกู ถ้าสูเจ้าสิจับกุมโตกู ก็ให้อัญเซิญพานโซ่ทองออกมา ตามบูฮานราชซะประเพณี”
มหาเทวี ศรีสะอาด ปะทะสายตาแข็งกร้าวของหูกคำที่ใจแกร่งด้วยเลือดขัตติยะ
“อีหูกคำ อีจองหอง ได้... ทหาร ไปอัญเซิญพานสายโซ่ทองออกมากุมโตมัน”
สีหน้าและแววตาดุดันของมหาเทวี มองหูกคำด้วยความชิงชังรังเกียจ เช่นเดียวกับศรีสะอาด

สุดท้ายทหารอัญเชิญสายโซ่ทองคำใส่พานมา ให้อัญญานางหูกคำสวมใส่ข้อมือตัวเอง เนื่องเพราะเป็นพระธิดาของอัญญาหลวง หูกคำหยิบโซ่ทองมาสวมมือตัวเอง เดินลงมาที่ลานลงทัณฑ์อย่างองอาจ
ท้าวเพียคำจันเปลือยท่อนบน แขนทั้งสองข้างถูกขึงด้วยเชือกไว้คนละด้าน ให้ทหารของอัญญาหลวงเฆี่ยนตี จนแผ่นหลังเนียนขาวแตกเป็นริ้วๆ ต่อหน้าหูกคำ อัญญาหลวง มหาเทวี ราชบุตร ศรีสะอาด
เสียงหวายฟาดหลังของคำจันเป็นระยะๆ สลับกับแผ่นหลังชุ่มเลือด และสีหน้าเจ็บปวดของคำจัน ที่ยังเหลือบมองหูกคำด้วยความรู้สึกผิด
คำจันถูกเฆี่ยน จนตัวโยนตามแรงฟาด จนกระทั่งในที่สุดก็ทนไม่ไหว โดนฟาดครั้งสุดท้ายแล้วสลบไป
“มันตายแล้วหรือยัง ถ้ายังบ่อตาย ก็เอาน้ำมาสาดให้มันฟื้น แล้วเฆี่ยนต่อให้ครบอาญาของมัน”
อัญญาหลวงสวนคำห้ามขึ้นมา “พอได้แล้ว”
มหาเทวีขัดใจ “อัญญาหลวง”
ราชบุตรแทรกขึ้นว่า “ท้าวเพียโฮงหลวงคำจันเฮ็ดผิดจาฮีตประเพณี บ่อฮู้จักบ่อนต่ำบ่อนสูง แต่ว่ามันก็ได้เคยเฮ็ดคุณงามความดีไว้เป็นสำคัญ จั่งได๋ก็ตาม มันก็เป็นท้าวเพียองครักษ์ที่ดีที่สุดของข้าน้อย ข้าน้อยบ่อปรารถนาสิเห็นมันตายพระเจ้าข้า อัญญาแม่”
มหาเทวีถอนใจอย่างหงุดหงิด หันไปขอความเห็นจากอัญญาหลวง ยิ่งขัดใจที่อัญญาหลวงพยักหน้ารับ
“แม่นควมจริงอย่างที่เจ้าราชซะบุตรเว้า อย่าถึงกับต้องฆ่าแกงปลิดซีวิตกัน ย่อน ควมผิดส่ำนี่เลย อัญญานางคำอ่อน”
“แล้วอีหูกคำล่ะเพคะ อัญญาพ่อ สิเฆี่ยนมันสิบเทือ หรือฮ้อยเทือ”
ศรีสะอาดไม่พอใจตวัดสายตามองหูกคำที่ยืนอยู่นิ่งๆ ราชบุตรปรายตามองหูกคำอย่างชิงชัง
“เว้นโทษอีหูกคำมันเอาไว้เถิด ถ้ามันเสน่หากันกับท้าวเพียคำจันจนหน้ามืดตามัว ก็ให้มันทั้งสองได้สมสู่กัน สิได้บ่อต้องมาวนเวียนเสน่หาข้าน้อยให้รำคาญตา”
หูกคำเหลือบหน้าไปสบตากับราชบุตร แต่ราชบุตรเมินหนีอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกไปจากลานพิธีทันควัน
อัญญาหลวงพยักหน้าให้ทหารเข้าไปทูลขออนุญาตปลดสายโซ่ทองออกจากมือหูกคำ
มหาเทวีกับศรีสะอาดแทบเต้น ไม่พอใจที่หูกคำไม่โดนลงโทษอะไรเลย

เช้าวันใหม่ ยาครูหลวงตา นั่งคำนวณดวงชะตาของโซ่ทองแล้วเงยหน้าขึ้นมองโซ่ทองกับสายหลังฉันเช้าเสร็จ
“ทิดโซ่ทองเอ๊ย มึงเป็นคนมักคึดน้อยเนื้อต่ำใจในโซกซะตาวาสนาของโตเอง มักดูถูกดูแคลนโตเองว่าต่ำต้อยด้อยค่า แม่นบ่อ”
หลวงตารู้ดีว่าโซ่ทองเป็นคนเจียมตน ชอบนึกน้อยใจในโชควาสนาของตัวเอง และพ่อแพทย์เคยให้โซ่ทองมาบวชพระที่วัดนี้หนึ่งพรรษา ตอนช่วงอายุคบ 20 ปีบริบูรณ์ ยาครูจึงรู้จักมักคุ้น และเรียกเขาว่าทิด
โซ่ทองสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ยกมือไหว้รับเอาคำหลวงตา
“จ้ะ ยาครู”
หลวงตาเงยหน้าขึ้นมองโซ่ทองเต็มตา
“ควมเจียมเนื้อเจียมตัว บ่อคึดเห่อเหิมในสิ่งที่เกินกำลังมันก็เป็นสิ่งดี แต่คนเฮาก็ควรมีควมนับถือโตเองนำ ย่อนว่า ถ้ามึงบ่อเซื่อว่าโตเองสิดีได้ ใจของมึงก็สิบ่อมีพลัง บ่อมีอำนาจที่สิส่งเสริมโตเองให้บารมีสูง
โซ่ทองพนมมือนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
“บวชพระก็บวชมาแล้วพรรษานึง กูเบิ่งแล้ว มึงบ่อแม่นคนด้อยวาสนาดอกทิดเอ้ย”
โซ่ทองและแม่ยิ้มใจชื้นขึ้นมา
“ต้นทุนซีวิตมึงน้อย ก็ย่อนว่าบุญผลาวาสนาเก่ามันน้อย แต่ซาตินี่ ถ้ามึงตั้งใจมั่น อยู่ในศีลในธรรม ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ซีวิตก็สิพบพ้อแต่ควมสุขควมเจริญ ได้เป็นเจ้าคนนายคน มีผู้คนยอย่องนับหน้าถือตา”
สายฟังแล้วชื่นใจ หันไปคะยั้นคะยอโซ่ทอง
“เข้าไปกราบฮับพรยาครูไป๋ บักโซ่ทอง”
โซ่ทองขยับเข้าไปก้มกราบหลวงตา อย่างนอบน้อม
“ปีนี่ อายุมันท่อได๋แล้วล่ะอีสาย”
“เดือนนี่ก็ครบซาวสามพอดีเจ้าค่ะ ข้าน้อยเลยพามาเฮ็ดบุญ” (ซาว = ยี่สิบ, ซาวสาม = 23)
หลวงตาพยักหน้า “ตั้งใจมั่น มุมานะเข้าเถิด อีกบ่อโดนดอกทิดเอ๋ย ซีวิตมึงสิได้พบพ้อกับควมสุขสมหวัง มั่งคั่งยิ่งใหญ่”
โซ่ทองหันไปยิ้มกับสายอย่างมีกำลังใจมากขึ้น

เมื่อโซ่ทองลงมาจากกุฏิหลวงตา ก็มองไปเห็นสะอาดกำลังเดินจงกรมอยู่ จึงหยุดมอง สะอาดเดินจงกรมจนครบที่กำหนดใจไว้ก็ลืมตาขึ้น เห็นโซ่ทองยืนอยู่ตรงหน้า
สองคนเดินมาหยุดคุยกันที่ใต้ต้นไม้ร่มรื่นมุมหนึ่งในวัด
“เมื่อคืน ข้อยนอนบ่อค่อยหลับ ก็เลยอยากมาเฮ็ดสมาธิ ให้จิตใจสงบ”
“ข้าน้อยเห็นใจยาเอื้อยสะอาด”
สะอาดฝืนยิ้ม "ขอบใจหลาย โซ่ทอง แต่เรื่องนี่ ข้อยบ่อโทษไผดอก ในโลกนี่ บ่อมีอีหยังที่สิมั่นยืนเที่ยงแท้ เฮาสิไปคาดหวังให้ใจของคนมันมั่นยืน บ่อเปลี่ยนผันไปตามกาลเวลาได้จั่งได๋"
สะอาดเดินมาหยุดที่กระถางบัวพอดี มองเห็นบัวในกระถางชูช่อ มีแมลงภู่บินตอมจากดอกนั้นไปดอกนี้
“พ่อซาย ก็คงเป็นคือกันกับแมลงภู่โตนี่ พอตอมบัวดอกหนึ่งจนพอใจแล้ว ก็อยากสิย้ายไปตอมดอกใหม่ที่สีสันงามยั่วตายวนใจ วนเวียนไปเรื่อยๆ จนกว่าสิอิ่ม”
“บ่อแม่นดอกจ้ะ ยาเอื้อยสะอาด พ่อซาย บ่อได้เป็นเซ่นนั่นไปทุกคน”
“ถ้าเจ้าบ่อเป็นเซ่นนั่น ข้อยก็ดีใจแทนแม่ญิงที่เจ้าฮัก สิได้บ่อมีมือสองมือสาม เข้ามาพัวพันให้ซีวิตฮักเพพินาศ”
สะอาดยิ้มให้โซ่ทองอย่างซึ้งใจ โซ่ทองสงสารอีกฝ่ายจับใจ

เสียงเอะอะโครมครามดังขึ้นในห้องยาแม่คำอ่อน ถ้วยยาในมือนางงอถูกปัดตกแตกกระจายเกลื่อนห้อง นางงอเก็บเศษถ้วยยาขึ้นมา แล้วพูดยิ้มๆ
“ข้อยอุตส่าห์ไปเอามาจากเฮือนยา มาให้เจ้ากิน ก็ย่อนเวทนาที่บ่อมีไผเบิ่งแยงดูแลเจ้า”
“กูบ่อกินยาของมึง กูยังบ่ออยากตาย”
นางงอหัวเราะเยาะเย้ย “ไผมันสิกล้ากลั้วยาตายมาให้ยาแม่คำอ่อนกิน ข้อยอยากให้เจ้าแข็งแฮง มีลมหายใจไปอีกโดนๆ เสียด้วยซ้ำ...สิได้อยู่เห็นหน้าหลาน ลูกของ สอาง เจ้าบ่ออยากเลี้ยงหลานซั่นบ่อ ยาแม่”
“กูบ่อเลี้ยง! ย่อนว่าแม่มันเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง ยาดแย่งผัวเอื้อยโตเอง มันเหมาะที่สิให้แต่คนกาลกิณีอย่างมึงเลี้ยง กูสิเลี้ยงแต่ลูกของสะอาดเท่านั่น”
“แต่จนป่านนี่ สะอาดก็ยังหาผัวบ่อได้ กว่าสิออกลูกมาให้เลี้ยง บ่อแม่นว่าเจ้าสิได้ไปอยู่เมืองผีแล้วบ้อ” นางงอหัวเราะร่วน
“อีงอ”
ยาแม่เจ็บใจ ฉวยคว้ากระติกน้ำร้อนที่โต๊ะหัวนอนมาเปิดฝาแล้วลุกขึ้นสาดใส่นางงอทันที นางงอยกแขนกันไว้ทัน แต่ก็กรีดร้องลั่นด้วยความปวดแสบปวดร้อน
“โอ๊ย”
“มึงออกไป ไปให้พ้นหน้ากู บ่อเซ่นนั่น กูสิเอาน้ำฮ้อนฮาดกบาล มึง”
นางงอถอยหนีอย่างกลัวๆ พุทไธได้ยินเสียง ปราดเข้าประตูมาทันที
“นี่มันอีหยัง” พ่อแพทย์หันไปมองนางงอตัวเปียก เอามือลูบแขน “แม่งอ...”
นางงอรีบฟ้อง “พ่อแพทย์...ยาแม่คำอ่อนเอาน้ำฮ้อนฮาดข้อย”
“มึงบอกพ่อแพทย์ไปสิ ว่ามึง เว้าหยังกับกู”
นางงอท่าทางกลัว หลบมาอยู่ด้านหลังพ่อแพทย์ พ่อแพทย์รีบไกล่เกลี่ย
“แม่งอออกไปก่อน ฟ่าวไปเอายามาทา สิได้บ่อปวดแสบปวดฮ้อน”
นางงอทำสำออย กระบิดกระบวนจะให้พ่อแพทย์ดูแล แต่พ่อแพทย์ไม่สนใจ หันไปเอาใจยาแม่ เลยจำต้องออกไปด้วยความเจ็บใจ
พ่อแพทย์ประคองยาแม่ให้นั่งลงบนเตียง ยาแม่สะอื้นตาแดง เจ็บใจไม่หาย
“อีงอมันบ่อฮู้จักบ่อนต่ำบ่อนสูง มันเยาะเย้ยข้อย มันว่าข้อยสิเฒ่าตาย ก่อนสิได้อุ้มลูกของสะอาด”
พ่อแพทย์ถอนใจ แอบไม่เห็นด้วยกับความยึดมั่นถือมั่นของยาแม่ ที่จดจ่อแต่กับลูกคนโต
“ก็แค่คำเว้าลมๆแล้งๆที่บ่อเข้าหู เจ้าสิไปเก็บเอามาใส่ใจเฮ็ดหยังแม่คำอ่อนถึงจั่งได๋ เจ้าก็ต้องได้อุ้มหลานอยู่ดี”
ยาแม่ผิดหู ขึ้นเสียงไม่พอใจ “พ่อแพทย์ เจ้าเซาปากไปเลย ถ้าเจ้าสิมาเว้าเรื่องสอางกับ...”
พ่อแพทย์ปราม เตือนสติ “แม่คำอ่อน จั่งได๋ก็ตาม สอางก็เป็นลูกของเฮา ถ้าลูกมันมักไผซอบไผ เฮาผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ก็ควรสิฮักไปนำ แม่คำอ่อนเองก็ถืกใจถืกซะตาท่านสารวัตรกำจรอยู่แต่แรกบ่อแม่นรึ”
“ข้อยถืกใจถืกซะตา ถ้าเพิ่นสิมาเป็นเขยใหญ่ แต่นี่...” ยาแม่สะท้อนใจ หยุดพูด หงุดหงิดขึ้นมาอีก
“เขยใหญ่หรือเขยรอง ก็ยังดีกว่าปล่อยเขาหลุดลอยไปเป็นเขยบ้านอื่น”
พ่อแพทย์ปลอบประโลมและอธิบายด้วยเหตุผล
“อนาคตท่านสารวัตรยังอีกไกล มีแววสิได้ขึ้นเป็นเจ้าใหญ่นายโต แม่ญิงคนได๋ได้เป็นดอง ก็สิมีแต่ควมสุขความเจริญ บุญใหญ่ยศสูงไปนำกัน แล้วเฮาผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ควรสิมากีดขวงลูก บ่อให้ไปได้ดับได้ดี ซั่นบ่อ” (ได้ดับได้ดี = ได้ดิบได้ดี)
ยาแม่นิ่งงันไป รู้สึกเสียดายสารวัตรกำจรเหมือนกัน แต่ก็ยังทำใจไม่ได้

วันหนึ่ง กำจรกับสอางตระเวนไหว้พระขอพรตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง สองคนพนมมืออธิษฐาน มองตากันซึ้ง และมาไหว้พระธาตุในวัดของหมู่บ้าน
กำจรกับสอางเดินจูงมือเที่ยววัด จนมาเจอสะอาดกำลังกวาดลานวัดอยู่ภายในวัดที่มาถือศีลสมาธิ
“สะอาด”
สะอาดหยุดมือที่จับไม้กวาด เหลือบมองเห็นกำจรแล้วชะงักไป เพราะเคียงคู่มากับสอาง
สอางยิ้มเย้ยพี่สาว “ตายแล้วยาเอื้อย มากวดใบไม้ที่วัดเฮ็ดหยัง ม่วนหลายซั่นบ่อ เฮือนเฮาใบไม้ก็หล่นเกลื่อนกลาดเต็มลาน เป็นหยังบ่อไปแย่งงานขี้ข้าที่เฮือนเฮ็ดล่ะ”
สะอาดมองสอางด้วยท่าทางเยือกเย็น ข่มความไม่พอใจเอาไว้
“เอื้อยมาถือศีลให้จิตใจสะอาด ที่กวดใบไม้นี่ เพื่อซำระสิ่งสกปรกที่มันเกลื่อนกลาดอยู่ในใจ คนอย่างเจ้า ควรต้องกวดออกบ้างนะ สอาง”
สอางหน้าตึง รู้ตัวว่าโดนเหน็บกลับ กำจรเห็นบรรยากาศไม่ดี พยายามชวนคุย
“ผมกับสอางกำลังตระเวนไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยังเหลืออีกหลายที่ สะอาดไปด้วยกันไหม”
สะอาดหลบสายตากำจร “ขอบใจท่านหลาย ข้าน้อยคงบ่อได้ไป กวดใบไม้เสร็จแล้วข้าน้อยสิไปซ่อยเพิ่นล้างถ้วยล้างซามในโฮงครัว เซิญท่านสารวัตรกับสอางเถอะจ้ะ”
“อย่าไปกวนใจยาเอื้อยเลยท่านสารวัตร ปล่อยให้เพิ่นซำระล้างจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ไปเถาะ บุญกุศลสิได้ส่งให้เพิ่นได้มีลูกมีผัวไวๆ”
สะอาดมองหน้าสอางที่ยิ้มเย้ยหยามหยันมาให้ นึกเสียใจที่น้องสาวแท้ๆ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้เลย
“ข้อยขอโตก่อน ท่านสารวัตร”
สะอาดเดินเชิดหน้า ถือไม้กวาดออกไป โดยมีสอางมองตามอย่างสะใจ
พอพ้นตัวมาได้สะอาดก็น้ำตาร่วงผล็อย ลึกๆ ก็ยังมีใจให้กับสารวัตรอยู่ พยายามเงยหน้ามองฟ้ากลืนน้ำตาลงไป แต่แดดเปรี้ยงๆ กลับทำให้รู้สึกหน้ามืด จนโงนเงนแล้วล้มลง
กำจรหันมาเห็นเข้า “สะอาด”
กำจรตกใจ วิ่งพรวดไปถึงตัว แล้วคว้าร่างของสะอาดที่หมดสติขึ้นมาประคองไว้ สอางขึงตามองอย่างไม่พอใจ

กำจรอุ้มสะอาดเข้ามาในห้องบนเรือนใหญ่ มีพ่อแพทย์ ยาแม่ สะออน โซ่ทอง และคนอื่นๆ ตามเข้ามาดูสีหน้าแตกตื่นตกใจ
“ยาเอื้อย” สะออนหันไปหากำจร “ยาเอื้อยเป็นหยังไป ท่านสารวัตร”
“สะอาดเป็นลมตอนกำลังช่วยงานอยู่ที่วัดครับ”
“ยาเอื้อยเพิ่นป่วยหนัก ... เป็นโรคสำออย” สอางโพล่งขึ้นมา
สะออนกับยาแม่ มองสอางอย่างไม่พอใจ แต่คร้านจะด่า พากันขยับเข้าไปดูสะอาด เขย่าตัวเรียกเบาๆ
โซ่ทองดูอาการแล้วเอ่ยขึ้น “อ้ายสิไปเอายาลมที่เฮือนยา สะออน เจ้าเอาผ้าซุบน้ำมาเซ็ดเนื้อเซ็ดโตให้ยาเอื้อย”
โซ่ทองกับสะออน รีบร้อนออกไปคนละทิศละทาง พ่อแพทย์หันมามองสอางที่ยืนนิ่งไม่แยแสใคร
“บ่อมีเวียกมีงานหยังสิเฮ็ด ก็ออกไปก่อน สอาง เปิดทางลมให้โล่งๆ เอื้อยเจ้าสิได้หายใจสบาย”
สอางค้อนพ่อแล้วกระแทกเท้าเดินออกไปนอกห้องบ่นบ้างึมงำ
“กูล่ะเบื่อคนเฮือนนี้ หันไปทางได๋ ก็มีแต่คนเจ็บ คนป่วย ใกล้ตาย คอยเบิ่งเถาะ แต่งดองมื่อใด๋ กูสิย้ายออกไปอยู่กับท่านสารวัตร บ่อคืนมาเหยียบอีกเลย”

กำจรเดินออกมาจากห้องสะอาด หลังจากเฝ้าดูอาการซักพัก สอางรีบแถมาหา
“เป็นหยังอยู่นานจัง ท่านสารวัตร ไสว่าเฮาต้องไปอีกหลายวัด”
“เอาไว้วันหลังดีกว่านะ สอาง วันนี้พี่สาวคุณไม่สบาย คุณน่าจะอยู่ดูแลนะ”
สอางชักสีหน้าไม่เห็นแคร์ แต่พอจะพูด ก็ได้ยินเสียงพ่อแพทย์เรียกดังมาจากโถงรับแขก
“สอาง พาท่านสารวัตรมาทางนี้แหน่ลูก”
สอางกับกำจรหันไปมอง เห็นพ่อแพทย์นั่งอยู่ในเรือนรับแขกกับยาแม่
สอางกับกำจรนั่งพับเพียบเรียบร้อยตรงหน้าพ่อแพทย์กับยาแม่ เห็นสีหน้ายาแม่ยังตึงๆ
“ขอบใจหลาย ท่านสารวัตร ที่พาสะอาดมาส่ง”
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ พี่น้องของสอางก็เหมือน...” กำจรหยุดปาก เพราะความกระดาก อยากจะพูดว่าเหมือนพี่น้องของตัวเอง แต่ตัวเองก็เคยจีบสะอาดมาก่อน “เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับผม”
ยาแม่หันหน้าหนีทันทีด้วยความระคายหู
“ดีแล้ว ข้อยก็อยากให้ท่านสารวัตรคิดแบบนั่น”
พ่อแพทย์เหลือบมองยาแม่ที่ยังเบือนหน้าไปอีกทางด้วยความขุ่นใจ กระแอมเบาๆ ให้อีกฝ่ายหันมา แล้วพยักพเยิดบอก คำอ่อนมองผัวอย่างขัดใจ ก่อนจะพูดไม่เต็มเสียง
“พรุ่งนี้ ท่านสารวัตรพา...” คำอ่อนแข็งใจพูด “ผู้หลักผู้ใหญ่มาเฮือนแม่กับพ่อแพทย์ก็แล้วกันเฮาสิได้เว้าจากันให้เป็นมั่นเป็นเหมาะ”
สอางหน้าชื่นขึ้นทันที กำจรยิ้มดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณทั้งสอง
“ขอบพระคุณมากครับ”
สอางกับกำจรยิ้มให้กัน โดยมีพ่อแพทย์ทอดสายตามองมาอย่างโล่งใจ ในขณะที่ยาแม่ยังสีหน้าไม่ดีนัก

ไม่นานต่อมาสอางเอื้อมมือรับซิ่นลายหงส์จากมือของยาแม่ที่มอบให้ด้วยท่าทางไม่เต็มใจเท่าไร
ยาแม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ซิ่นผืนนี่เป็นของศักดิ์สิทธิ์มาแต่บูฮาน ผ่านมือผู้เฒ่าผู้แก่มาหลายซั่วคน เมื่อเจ้าเอาไปนุ่งไปห่ม ก็จงถือว่ามีผีปู่ผีย่าเฝ้าเบิ่งแยงอยู่ สิคึดเฮ็ดอีหยังก็ขอให้คึดฮอดบรรพบุรุษ คึดฮอดหน้าพ่อหน้าแม่”
“เมื่อออกเฮือนไปแล้ว ก็ถือว่าเจ้าไปเติบโตเฮือนอื่น บ่อมีพ่อแม่ตามใจอีกขอให้เจ้าเฮ็ดโตเป็นเมียที่ดี ให้เป็นที่ฮักของผัว ซีวิตคู่สิได้สงบฮ่มเย็น เจ้าได้ยินที่แม่เว้าบ่อ สอาง”
“ได้ยินจ้ะ ยาแม่”
“กราบยาแม่ของเจ้าเสียสิ สอาง” พ่อแพทย์บอก
สอางยกมือก้มลงกราบยาแม่อย่างว่าง่าย แล้วขยับเข้าหาลุกขึ้นกอด
ยาแม่ผงะเล็กน้อยอย่างระแวง แต่ก็ปล่อยให้สอางกอด สอางแนบหน้าไปใกล้ๆ หู
“ข้าน้อยขอบใจยาแม่หลาย ที่ยอมยกซิ่นลายหงส์ให้ข้าน้อย” สอางกระซิบเบาๆ ตอนท้าย “แม้ว่ายาแม่สิบ่อเต็มใจก็ตาม”
ยาแม่ผงะออกมองหน้าสอางอย่างเหลือเชื่อ ว่าในเวลาเช่นนี้สอางก็ไม่ได้สำนึกบุญคุณตนแม้แต่น้อย
สอางจ้องตอบยิ้มท้าทายมาให้ บ่งบอกความสะใจที่ตัวเองเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง

สอางอาบน้ำเตรียมเข้านอน ปล่อยผมยายสยาว เอาซิ่นลายหงส์มานุ่งมองชื่นชมเงาในกระจก
“คืนนี่ กูคงสินอนหลับสบาย ในที่สุด กูก็เป็นผู้ซนะเหนือยาแม่ เหนือยาเอื้อย”
“ในเฮือนนี่ บ่อมีไผวาสนาสูงส่ำเจ้าอีกแล้ว สอาง”
สอางยิ้มรับคำอวยนั้น มองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ นางงอขยับมานุ่งห่มซิ่นให้เรียบร้อย โอบแขนรอบเอวสอางแล้วมองภาพคู่กันในกระจกด้วยสายตาชื่นชม
“ซาติก่อนเจ้าคงสิเฮ็ดบุญเก่ามาหลาย บุญจึงสูงกว่าพ่อแม่พี่น้อง อยากได้สิ่งได๋ ก็สมดั่งมุ่งมาดปรารถนา”
สอางเหลือบมองนางงอ ยิ้มอารมณ์ดี “มึงนี่ก็คงสิเฮ็ดบุญเก่ามาบ่อน้อยคือกันล่ะ อีงอ ถึงสิเกิดมาหลังหักหลังงอ อัปลักษณ์ แต่ก็ยังมีวาสนา ได้เป็นขี้ข้า นางพญาหงส์ผู้สูงส่งอย่างกู”
สอางหัวเราะหึๆ พอใจ นางงอสะอึกอึ้งไปเล็กน้อยที่โดนสอางเหยียดหยามอยู่ดี แต่ก็ยิ้มรับคำพูดนั้น

สอางกับนางงอเกี่ยวพันกันมาแต่ชาติปางก่อน ในฐานะสนมทองจันทร์ กับธิดาหูกคำ
ที่เวียงคำนาค นางข้าหลวงกำลังช่วยกันแต่งองค์ทรงเครื่องให้ทองจันทร์ด้วยชุดสวยงาม จนมีเสียงร้องไห้จ้าดังขึ้น
ทองจันทร์มองไปเห็นธิดาหูกคำวัย 14 ปี วิ่งร้องไห้เข้ามา ในสภาพถูกรังแกมาเช่นเคย เนื้อตัวสกปรกมอมแมม เหมือนโดนราดมาด้วยน้ำโคลน แถมยังมีเศษใบไม้ ใบหญ้าติดเต็มหน้า เส้นผม
“ยาแม่ ซ่อยข้าน้อยแหน่ ยาเอื้อยศรีสะอาดแกล้งข้าน้อย”
หูกคำโผเข้ากอดทองจันทร์ ร้องไห้คร่ำครวญ ทองจันทร์มองเนื้อตัวมอมแมมอย่างรังเกียจ
“มึงไปไกลๆกู อีซาตกาดำ”
ทองจันทร์ผลักจนหูกคำกระเด็นไป พวกนางข้าหลวงต้องประคองเอาไว้ไม่ให้ล้ม
“บ่อฮู้จักตอบโต้ โง่หลายก็ตายซะ”
“ยาแม่”
หูกคำตกใจร้องไห้จ้า
“ถ้ามึงเกิดมาเป็นลูกซาย ป่านนี่ ซีวิตกูคือกะสุขสบายไปแล้ว บ่อต้องมาดักดานจมอยู่ในคุ้มน้อยๆ นี่” ทองจันทร์มองแล้วยิ่งหงุดหงิดทวีคูณจิ้มหน้าผากลูกจนหน้าหงาย “มึงจำใส่กบาลมึงไว้ อีหูกคำ มันเป็นย่อนมึงผู้เดียว อีกาลกิณี”
หูกคำหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น ร้องไห้ดังกว่าเดิม ทองจันทร์มองอย่างชิงชัง แล้วเดินข้ามหัวลูกออกไปไม่แยแส

อยู่มาวันหนึ่ง ที่เรือนรักษาผู้ป่วย พ่อแพทย์กำลังอ่านตำราแพทย์แผนโบราณจากคัมภีร์ใบลาน ก่อนจะเงยหน้ามองสอางที่เข้ามานั่งแปะอยู่ข้างๆ
“ยามได๋ยาพ่อสิไปเบิ่งฤกษ์เบิ่งยามแต่งดองให้ข้าน้อยกับท่านสารวัตร”
พ่อแพทย์ละสายตาจากตำรา เงยหน้ามองสอาง ไม่ค่อยพอใจนัก
“พ่อเพิ่งสิเว้ากับทางผู้ใหญ่ของท่านสารวัตรไป เจ้าสิใจฮ้อนไปหยังสอาง”
“ข้าน้อยอยากใส่ซิ่นลายหงส์อวดไทบ้านไทเมือง จัดพิธีแต่งดองใหญ่ๆ ให้แขกคนได้มาเห็นควมงามของข้าน้อยเป็นบุญตา”
“แค่นั่นซั่นบ่อที่เจ้าต้องการ พ่อถามตรงๆ เจ้าฮักท่านสารวัตรบ่อ”
สอางหน้าม้าน หลบตาวูบรีบแก้ตัว “ฮัก ข้าน้อยฮักเพิ่น”
พ่อแพทย์สังเกตุเห็น และเริ่มไม่เชื่อว่าสอางรักกำจรจริง แต่ยังตอบอย่างใจเย็น
“ใจเย็น สอาง ให้ยาแม่กับยาเอื้อยของเจ้าแข็งแฮงขึ้นกว่านี่ก่อน สิได้มีคนซ่อยเป็นแม่งาน”
“แต่ข้าน้อยเป็นคนแต่ง บ่อแม่นยาเอื้อย กับยาแม่ เป็นหยังต้องใจเย็น”
พ่อแพทย์ไม่พอใจ “สอาง นี่เจ้าบ่อคึดเห็นแก่ใจผู้อื่นเลยหรือจั่งได๋ ใจคอเจ้าสิจัดงานม่วนซื่นโฮแซวทั้งๆที่แม่กับเอื้อยเจ้าล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ซั่นบ่อ”
สอางเห็นพ่อแพทย์เสียงแข็งใส่ ก็ไม่กล้าหือ ลุกพรวดขึ้น สะบัดหน้าเดินออกไปอย่างจองหอง
พ่อแพทย์มองตาม ส่ายหน้าเอือมระอากับความเห็นแก่ตัวของลูกคนรอง

ที่ห้องปรุงยา โซ่ทองกำลังแกะฝักสมุนไพร เตรียมทำเป็นเครื่องปรุงยา โดยมีสะออนหัดทำตามอย่างตั้งใจ
สอางเปิดประตูพรวดเข้ามา จนทั้งสองสะดุ้งมอง
“ยาเอื้อย”
“มาสุมหัวกันหยังอยู่นี่” สอางพาลพาโลใส่โซ่ทอง “เป็นหยังมึงบ่อไปต้มยาให้ยาแม่กับยาเอื้อย หาบักขี้ข้า
“ข้อยเพิ่งเอายาไปให้เพิ่นเมื่อตอนสวย เจ้าสิเอายาอีหยังอีก”
“ถ้ายังบ่อพากันเซาป่วย มึงก็ต้มยาขนานอื่นไปให้อีกสิ บักโง่ มึงเก่งคักบ่อแม่นหรือ มึงฟ่าวเร่งให้แม่กับเอื้อยกูเซาป่วยไวๆ กูสิได้แต่งดองเอาผัวเสียที”
สอางสั่งเสร็จก็สะบัดหน้าออกไป สะออนมองตามอย่างเหนื่อยใจ
“ฮึ ข้อยคึดว่าเป็นห่วงยาแม่กับยาเอื้อย บาดที่แท้ ก็ห่วงแต่โตเอง”

สอางร้อนใจโร่มาหาหลวงตา เพื่อให้ยาครูช่วยดูฤกษ์แต่งงานให้ตนเองพร้อมนางงอ โดยไม่รอพ่อแพทย์
“ดวงซะตาราศีสอางเป็นจั่งได๋แหน่ ยาครู” นางงอถาม
หลวงตาทอดสายตามองสอางที่ยิ้มแป้นแล้นรอฟัง
“ซาติก่อน มึงเคยเฮ็ดบุญกุศลไว้หลวงหลาย ซาตินี่จึงมีบุญเก่าค้ำให้วาสนาสูง”
สอางยิ้มเย่อหยิ่งกับนางงอเป็นทำนองว่า รู้ตัวดีอยู่แล้ว แต่ยาครูพูดต่อว่า
“แต่ถ้าบุญเก่ามึงเหมิด บุญใหม่มึงบ่อเฮ็ดบ่อสร้าง มึงก็สิพบพ้อกับควมทุกข์โศกใหญ่หลวง มึงจงหักห้ามใจ อย่าก่อกรรมใหม่ให้โตเองตกต่ำ”
สอางหุบยิ้มแทบไม่ทัน “ยาครูเว้าอีหยัง ข้าน้อยบ่อเข้าใจ”
ยาครูเสียงอ่อนลงด้วยความปรานี “อีนางเอ๋ย ดวงวิญญาณของมึงผูกบ่วงพยาบาทมาแต่ซาติภพเก่าจนหาควมสุขสงบบ่อได้ ซาตินี้มึงจงซำระล้างควมอาฆาตแค้นที่เผาใจมึงด้วยพระธรรมเสียเถิด สิได้หลุดพ้นจากโมหะจริตที่สิให้โทษมหันต์ในภายภาคหน้า”
สอางชักสีหน้าไม่พอใจ นางงอแทรกขึ้นมา
“ยาครู ที่ข้อยกับสอางมาหามื่อนี่ ก็ย่อนสิให้ยาครูผูกดวงหาฤกษ์แต่งดองให้เพิ่นกับท่านสารวัตร บ่อแม่นให้ท่านมาระลึกซาต เพ้อพกเรื่องกรรมเก่า”
“ข้าน้อยบ่อสนใจเรื่องบุญเรื่องบาปดอก สนใจแต่ว่ามื่อได๋ข้าน้อยสิได้ฤกษ์แต่งดองออกเฮือน”
หลวงตาถอนใจลึกล้ำ หยิบกระดานมาผูกดวงดู ก่อนจะส่ายหน้า
“บ่อมีฤกษ์ดีสำหรับมึงสองคนดอก”
สอางงง “หมายควมว่าจั่งได๋”
“มึงกับพ่อซายคนนี่ บ่อแม่นเนื้อคู่กัน อยู่กินกันไป มีแต่สิฮ้อนสิไหม้เป็นไฟพาซีวิตไปพินาศล่มจม มึงจงปล่อยเขาไปเถิด จงตั้งจิตตั้งใจเฮ็ดบุญกุศล ซำระล้างกรรมเก่า สร้างเสริมวาสนาใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างมันสิสายเกินไป”
สอางโกรธจนเนื้อเต้น ลุกพรวดขึ้นทันที ตวาดเสียงดัง เปลี่ยนสรรพนามแทนตนเป็นข้อย
“พอแล้ว ข้อยบ่ออยากฟัง คนมาขอฤกษ์ยาม มงคลแท้ๆ แต่ยาครูกลับมาสาปมาแซ่งแบบนี่ เขาเอิ้นว่าบ่ออยากเห็นไผได้ดี”
“กูหวังดีต่างหากล่ะอีนางเอ๋ย ถึงได้ออกปากเตือนสติมึง”
“แล้วเป็นหยังข้อยสิต้องเซื่อฟังคำเว้าเพ้อเจ้อ พระเฒ่าๆ อย่างยาครู ซาติใหม่ซาติเก่า มีจริงหรือบ่อ ก็บ่อมีไผฮู้ ยาครูเคยไปเห็นกับตามาแล้วติ”
ยาครูนิ่ง จ้องสอางตอบ แต่ไม่เถียงสู้
“ในเมื่อยาครูบ่อมีปัญญาหาฤกษ์ให้ข้อย ข้อยสิบ่อเสียเวลาฟังคำเว้าเพ้อเจ้อของยาครูอีก”
สอางเดินตึงๆ ลงจากกุฏิไป โดยมีนางงอตามติด
หลวงตามองตามสอางไปอย่างเวทนา รู้ดีว่าหากสอางไม่แก้ไขตัวเอง อนาคตก็คงจะตกต่ำเช่นที่ดูดวงชะตาเอาไว้

สอางเดินหงุดหงิดลงมาจากกุฏิหลวงตาพร้อมกับนางงอ
“เสียเวลากูที่สุด ต้องมาฟังพระเฒ่าสติฟั่นเฟือน เว้าจาให้คนอื่นสิ้นหวัง บ่อฮู้ว่ายาพ่อยาแม่เป็นหยังพากันเป็นบ้ามาหลงนับถือพระแบบนี่”
“ก็ย่อนว่ายาครูเป็นซาติเป็นเซื้อ ของยาแม่เจ้านั่นเด”
สอางหยุดเดิน นิ่งเหมือนคิดอะไรได้
นางงอยิ้มสาสมใจที่ทำให้ลูกเกลียดแม่ผู้ให้กำเนิด

“อ๋อ ที่ยาครูออกปากสาปแซ่งกูนิ่ สงสัยสิเป็นย่อนเคียดซังกูที่กูยาดของฮักของยาเอื้อยมาฮึ กูมาเสียดายภัตตาหารแท้ กูน่าสิเทลงดินให้มดให้แมงกิน มันยังสิได้บุญหลายกว่า”
“ซ่างมันเถาะ สอาง ถึงสิบ่อได้ฤกษ์ได้ยามมา ก็บ่อเป็นหยัง เอาฤกษ์ที่เจ้าสะดวกก็แล้วกัน”
“แต่ถ้าบ่อมีฤกษ์ ยาพ่อกับยาแม่สิยอมกูหรือ”
“ข้อยมีวิธี”
นางงอยิ้มชั่วมีเลศนัย

ค่ำนั้นชาวบ้านผัวเมียเปิดประตูเรือนออกมา เห็นโซ่ทองสะพายย่ามยาเข้ามา โดยมีสะออนตามติด
“พ่อแพทย์พุทไธวานให้ข้อยมาดูบักเทียม ได้ยินว่าป่วยหนัก แม่นบ่อ”
ยายเมียแม่คนไข้ซับน้ำตา “ตั้งแต่ไปหาหมอมา อาการก็มีแต่สิหนักลง หนักลง”
โซ่ทองแปลกใจ “หมอทางได๋หรือ”
“พ่อครูสมิงพันดงน่ะ เจ้าฮู้จักบ่อ” ตาผัวบอก
โซ่ทองนิ่งนึก แล้วส่ายหน้า ก่อนขยับเข้าไปดูคนไข้
“แล้วตอนนี่ อาการบักเทียมเป็นจั่งได๋ เว้าสู่ข้อยฟังแหน่”
โซ่ทองเข้าไปจับตัวคนไข้ที่นอนสะลึมสะลืออยู่ พบว่าตัวร้อนจี๋ราวกับไฟ สะออนขยับเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างสนใจ
สะออนตามเมีย แม่คนไข้เข้ามาในครัว เตรียมอุปกรณ์สำหรับต้มยา
“ข้อยขอผ้าหนาๆจักผืน เอาไว้เซ็ดโตคนไข้แหน่จ้ะ”
เมียพยักหน้าแล้วกระวีกระวาดไปหยิบให้ สะออนหันไปตั้งเตาจุดไฟ แล้วเปิดดูลิ้นชักหาไม้ขีด ทันใดห่อกระดาษสีหม่นๆ ห่อหนึ่งก็หล่นลงมาจากหลังตู้
สะออนหยิบเปิดออกดู เห็นมีห่อยาหลายห่อ มีแต่ยาผง และเปลือกไม้แห้ง
“นั่นล่ะ ยาที่พ่อครูให้ข้อยบูซามาต้มให้ลูกกิน แต่บ่อฮู้เป็นหยัง กินแล้วก็บ่อหาย” แม่คนไข้บอก
สะออนหยิบเปลือกไม้ขึ้นมาพิจารณาสลับกับแตะผงสีเข้มๆ ขึ้นมาดมกลิ่น โซ่ทองเดินตามเข้ามาในครัว
“น้ำฮ้อนได้แล้วยัง สะออน”
“จ้ะๆ”
สะออนหันไปช่วยแม่จุดไฟพัดเตาจนติด รีบตั้งน้ำร้อน แล้วยื่นห่อยาให้โซ่ทองดู
“อ้าย... เจ้าเบิ่งของในห่อนี่ มันเป็นยาขนานได๋”
โซ่ทองเปิดห่อกระดาษ หยิบเปลือกไม้ขึ้นมาดู ลองเอานิ้วแตะผงสีดำขึ้นมาดมกลิ่น

อีกฟาก กำจรเดินลงมาจากโรงพัก มองไปเห็นสอางมายืนรออยู่ ก็ยิ้มกว้างดีใจรีบเดินเข้าไปหา
“สอาง ทำไมคุณไม่ขึ้นไปหาผมข้างบนสถานีล่ะครับ”
“ข้าน้อยบ่ออยากขึ้นไปรบกวนเวลาเฮ็ดเวียกเฮ็ดงานของท่าน แค่แวะมาคราวเดียวก็สิกลับเฮือนแล้ว”
“คิดถึงผมหรือ”
กำจรเชยคางสอางขึ้นมองจ้อง จะหอมแก้มนวลด้วยความหลงใหล สอางเบี่ยงหน้าหนี ทำจริตเอียงอาย
“บ่อได้คึดฮอดจักหน่อย” สอางหยิบปิ่นโตที่วางไว้ขึ้นมา “ข้าน้อยลงครัวเฮ็ดลาบก้อยกับแกงอ่อมเลยเอามาฝากท่าน”
“นั่นยังไงล่ะ ก็เพราะคุณคิดถึงผม”
กำจรยิ้มหล่อ รวบตัวสอางเข้ามาใกล้ สอางแกล้งเอาปิ่นโตขวางไว้
“ท่านสารวัตรเอาไปกินที่เฮือนนะ ข้าน้อยต้องขอโตก่อน เดี๋ยวค่ำมืดกว่านี้ ยาพ่อสิว่าเอา ว่าบ่ออยู่กับเฮือนกับซาน
กำจรรับคำ แล้วหิ้วปิ่นโตกลับขึ้นไปบนสถานีตำรวจ
สอางยิ้มออกมามองตามอย่างพอใจ แล้วหันไปด้านหลัง เห็นนางงอโผล่ออกมายิ้มรับ
“อีงอ มึงแน่ใจซั่นบ่อว่าสิสำเร็จ”
นางงอยิ้มชั่ว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

ในตอนนั้นเสากับสีแหล่อยู่ในครัว กำลังง่วนหุงหาอาหาร ล้างผักจัดปิ่นโต เตรียมไปให้กำจร
นางงอง่วนอยู่อีกมุมกับสอาง กำลังเตรียมทำก้อยเนื้อที่ต้องใช้เลือดแดงผสม และใส่ว่านเมาฉีกผสมปนลงไป
นางงอรู้จักว่านเมาดี เพราะเป็นตัวยาที่พ่อของนางใช้รักษาโรคมาแต่เก่าก่อน ว่านเมาจะเป็นตัวยาลึกลับที่นางงอใช้อย่างเชี่ยวชาญ
“ตำรายาผีบอกสมัยข้อยเป็นเด็กน้อย เพิ่นว่า ถ้าเอาเลือดสาวผสมลงในอาหารให้ซายใดดื่มกิน ซายผู้นั่นสิติดบ่วงเสน่หา หิวโหยแต่เฮือนกายของหญิงสาวผู้นั่นจนบ่อเป็นอันกินอันนอน”
นางงอพูดพลางหยิบจานเลือดวัวสดๆ เตรียมผสมลงไปในอาหาร แล้วจ้องตาสอางที่ดูตื่นๆ
“แต่กู...กูย่านเจ็บ”
นางงอบอกเชิงถามนิ่งๆ “ย่านเจ็บ กับย่านบ่อได้ผัว เจ้าย่านอันได๋หลายกว่ากัน”
สอางมีสีหน้าลังเลในเบื้องแรก พอได้ยินคำพูดนางงอก็ฮึดขึ้นมาทันที หยิบมีดปลายแหลมขึ้นมา แล้วตัดใจเฉือนปลายนิ้วให้เลือดหยดลงไปผสมกับเลือดในจาน
นางงอยิ้มพอใจ เทเลือดรวมลงไปในจานอาหารแล้วผสม พร้อมกับใส่สมุนไพรตำรับของตนลงไปอีก

นางงอดึงความคิดกลับออกมา ยิ้มให้สอาง
“สอาง เจ้าเมือเฮือนไปอาบน้ำอบน้ำปรุงให้โตหอมๆไว้เลย บ่อเกินฮุ่งแจ้ง เจ้าสิได้ฮู้ว่าฤกษ์แต่งดองมันคือมื่อใด๋”

ฝ่ายพ่อแพทย์เทผงยาสีดำที่ได้มาจากโซ่ทองลงกับพื้น เห็นฝุ่นฟุ้งกระจาย สะออนอยู่ด้วยกัน
“นี่มันผงขี้เถ้าแท้ๆ บ่อมีว่านยาอีหยังผสมมาเลย” พ่อแพทย์หยิบเปลือกไม้ขึ้นมาดู “นี่ก็แค่เปลือกไม้ธรรมดา บ่อมีคุณวิเศษอันได๋เลย เอามาต้มกินสุ่มสี่สุมห้า นอกจากบ่อหาย แล้วยังสิตายบ่อฮู้โต”
“เวรกรรมแท้ๆ เสียเงินเสียทองแล้วยังถืกต้มถืกตั๋วให้กินของสกปรกอีก บักห่าครูสมิงพันดงนี่มันเป็นไผหรือพ่อแพทย์”
“ข้อยก็บ่อเคยได้ยินซื่อมันมาก่อนคือกัน สงสัยสิเป็นคนมาจากเมืองอื่น” โซ่ทองว่า
“แต่ถึงจั่งได๋ เฮาก็ต้องเอาเรื่องมันนะยาพ่อ ก่อนที่มันสิเฮ็ดให้อาซีพแพทย์ของยาพ่อพินาศมัวหมองไปนำ” สะออนโมโหไม่หาย
“ตัวตนมันอยู่ไส พ่อก็บ่อฮู้ แล้วสิไปเอาเรื่องมันได้จั่งได๋ล่ะสะออนเอ๊ย พวกเฮาเฮ็ดได้แค่คอยบอกเตือนไทบ้าน บ่อให้ไปหลงเป็นเหยื่อเซื่อมันก็พอ”
“ถ้าเซ่นนั่น เวียกงานของอ้ายโซ่ทอง ก็คือสิยุ่งยากขึ้น ย่อนต้องคอยตามรักษาคนไข้ที่ถืกบักครูสมิงพันดงนี่ต้มตั๋วหลอกลวงมา แม่นบ่อ”
โซ่ทองรับเอาคำอย่างมุ่งมั่น “ยุ่งยากย่อนซ่อยเหลือคนสิเป็นหยังไปเล่า อ้ายเต็มใจอยู่แล้ว น้องหล่า”
พ่อแพทย์มองโซ่ทองยิ้มๆ พอใจที่ลูกศิษย์คนโปรดจิตใจดี

ส่วนที่บ้านพักสารวัตร กำจรดื่มน้ำอักๆ จนหมดแก้ว แล้วตักลาบก้อยกับอาหารที่สอางเอามาฝากกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย
คำสีเข้ามารินน้ำให้อีก แล้วมองอาหารไทยภาคกลางที่ตัวเองทำไว้ให้แต่กำจรไม่กินเลย
“แซบหลายบ่อ ท่านสารวัตร ถึงบ่อยอมแตะกับข้าวที่ข้อยเฮ็ดให้เลย”
“แซบ...แซบที่สุด”
กำจรพูดเหมือนคนละเมอๆ แล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ คำสียิ้มขำ พูดทีเล่นทีจริง
“ท่านกินเป็นตาแซบหลาย จนข้อยอยากลองซิมเบิ่ง”
กำจรเงยหน้ามองตาขวาง “ไม่ได้”
คำสีตกใจ “ท่านสารวัตร ข้อยล้อเล่นเสยๆ ดอก”
กำจรมองคำสีอย่างไม่พอใจ ดึงจานมาใกล้ตัวอย่างหวงแหน ก่อนจะกินข้าวต่อ คำสีมองสารวัตรรูปงามด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ของกำจรมาก่อน

ดาบคำแสงนั่งกินข้าวอยู่หลังครัว เห็นแม่คำสียกถาดอาหารของกำจรมาวาง แต่ไม่มีอะไรพร่องไปเลย
“คำแสง มึงกินให้เหมิดโลดลูก”
“อ้าว เป็นหยังล่ะอีแม่ อาหารมื่อนี่บ่อถืกปากท่านสารวัตรเลยบ่อ”
“แม่เห็นเพิ่นก้มหน้าก้มตากินแต่กับข้าวจากเฮือนพ่อแพทย์พุทไธ พอแม่แซวว่าอยากกินนำ ก็ฮ้ายใส่แม่ เฮ็ดตาขวงปานผีปอบเข้า บ่อฮู้ว่ามื่อนี่เพิ่นเป็นหยังของเพิ่น”
“เอ๋า... แต่ตอนอยู่ที่สถานี ข้อยก็เห็นเพิ่นอารมณ์ดีๆ อยู่เด๊ะอีแม่”
คำแสงทำหน้าแปลกใจ พลันก็ได้ยินเสียงรถแล่นออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว คำสีลุกขึ้นชะโงกมอง
“เอ๋า นั่น เพิ่นออกไปไสอีกล่ะ เฮ่อ...”

สอางแต่งตัวใส่ผ้าแถบเตรียมเข้านอน นั่งปรุงน้ำอบให้ตัวหอมกรุ่นอยู่หน้ากระจก มีนางงอช่วยสางผมสยาย ดูเย้ายวนตา
“ยิ่งใกล้มื่อสิได้เป็นเจ้าสาว แม่สอางของข้าน้อยก็ยิ่งผู้จบผู้งาม เป็นตาออนซอน” สีแหล่เอาใจ
“ราศีท่านนางภริยาสารวัตรจับ งามแต่หัวฮอดตีน” เสาเสริม
สอางเหล่มองเสายิ้มๆ “มึงเว้าถืกใจกูคัก อีเสา เอาไว้ฮอดมื่อแต่งดอง กูสิตบรางวัลให้”
สีแหล่ค้อนเสากึ่งยินดีกึ่งหมั่นไส้ สีแหล่คลานเข้าไปประจบต่อ
“แต่ข้าน้อยบ่ออยากได้ดอกจ้ารางวี่รางวัลนั่นน่ะ แม่สอาง ขอแค่แม่สอางเมตตาเอาข้าน้อยไปฮับใซ้ที่เฮือนท่านสารวัตรนำ ข้าน้อยก็ดีใจแล้วจ้า”
เสากับสีแหล่เข้าพะเน้าพะนอสอาง นางงอลุกขึ้นยืนมองไปนอกหน้าต่าง มองเห็นแสงไฟหน้ารถแว่บๆ แล่นตรงเข้ามาทางหน้าเรือน ก่อนจะดับวูบลง ก็รู้ว่ากำจรมาถึงแล้ว และจอดรถไว้นอกรั้วบ้าน
“สูสองคนไปหาหลับหานอนได้แล้ว อย่ามารบกวนสอาง”
เสากับสีแหล่กลัวๆ นางงอ รับคำแล้วรีบคลานออกไป นางงอหันไปหยิบผ้าคลุมไหล่มาคลุมให้สอาง
“ห่มไว้ สอาง ข้างนอกอากาศมันเย็น”
“มึงสิให้กูไปไส อีงอ”
ขาดคำของสอาง บานหน้าต่างที่งับปิดไว้ ก็มีเสียงวัตถุพุ่งมากระแทกเบาๆ ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง
สอางทำหน้าแปลกใจ แต่นางงอไวกว่าลุกไปเปิดหน้าต่างออก แล้วหันมายิ้มให้สอาง
สอางลุกเดินออกไปชะโงกดู ก็เห็นกำจรยืนอยู่ในเงามืด ตรงข้ามกับหน้าต่างนั้น

กำจรยืนรอสอางอยู่หน้าเรือนใหญ่ ดูมีอาการรุ่มร้อนกระวนกระวาย ซักพักก็สีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นสอางเดินฝ่าความมืดเข้ามาพอ พูดทักเหมือนละเมอ
“สอาง...”
สอางเดินตรงเข้าหาสารวัตร แต่แสร้งทำหน้าแปลกใจ
“ท่านสารวัตร ท่านมีธุระหยังจึงได้มาหาข้าน้อยกลางดึ...”
สอางยังพูดไม่ทันจบคำ ก็ถูกกำจรรวบตัวเข้าไปจูบทันที สอางตกใจในทีแรก
“ผมคิดถึงคุณเหลือเกินสอาง คิดถึงจนทนไม่ไหว ใจจะขาดแล้ว...”
กำจรพูดพลางระดมจูบสอางระรัวด้วยความหิวกระหาย สอางคลายความตกใจ ไม่นานก็ตอบรับจูบนั้น
ที่บันไดเรือน นางงอก้มหน้าลงมามองทั้งสองกอดจูบลูบไล้กันอยู่ในเงามืดด้วยความพอใจ

ตอนเช้า ยาแม่กำลังรอตักบาตรอยู่ตรงถนนหน้าบ้าน หันไปเห็นสะอาดเดินเข้ามาพร้อมกับสาย
“สะอาด อาการเจ้าดีขึ้นแล้วหรือลูก จึงได้ออกมา”
“ดีขึ้นหลายเติบแล้วจ้ะยาแม่”
“ถ้าเซ่นนั่น ก็มาใส่บาตรกับแม่”
สะอาดขยับเข้าไปใกล้ยาแม่ ถอดรองเท้า แล้วช่วยประคองพาข้าว ขณะที่พระ 2-3 รูปเดินมาถึงพอดี
ยาแม่กับสะอาดใส่บาตรร่วมกันด้วยสีหน้าผ่องใสเป็นสุข

สายถือพาข้าวเข้ามาเก็บ แต่ผ่านโรงทอ เห็นประตูเปิดแง้มไว้เหมือนปิดไม่สนิท เลยหยุดวางพาข้าวทิ้งไว้ แล้วเข้าไปขยับประตูดู
พลันที่ประตูเปิดออก สายมองเข้าไปแล้วก็ตกตะลึงพรึงเพริด
“ตายแล้ว”
สายทำอะไรไม่ถูก รีบงับประตูปิดลั่นดาลไว้ แต่พอหันกลับมาก็เห็นสะอาดเดินเข้ามาพอดี
“มีหยังจ๊ะ แม่สาย”
“เอ้อ...บ่อ บ่อมีหยังดอกจ้ะ” สายเลิ่กลั่ก “แม่สะอาดขึ้นเฮือนไปกินข้าวเถาะ เดี๋ยวข้าน้อยสิขอเก็บกวดโฮงต่ำผ้าก่อน”
“ข้อยยังบ่อหิวดอก สิฟ่าวมาย้อมผ้าอาบน้ำฝนเพิ่ม ใกล้บุญเข้าพรรษาแล้ว เดี๋ยวสิบ่อพอถวายพระ”
สะอาดจะเข้าไป แต่สายยังยืนขวาง ท่าทางอึกอัก
“เอ่อ... แม่สะอาด กินข้าวกินปลาให้อิ่มก่อน ค่อยมาเฮ็ดสิดีกว่านะ”
สะอาดมองอาการของสายด้วยความแปลกใจ
“แม่สายไล่ข้อยอยู่ได้ มีหยังหรือบ่อ มีอีหยังก็ไป เฮ็ดโลด ถ้าหิวแล้วข้อยสิเอิ้น”
สะอาดเดินแทรกสายไปถึงหน้าประตูโรงทอแล้วเปิดออก สายห้ามไม่ทัน
“แม่สะอาด...”
สะอาดเปิดประตูเข้ามาแล้วต้องตกตะลึงพรึงเพริด ไม้ขัดประตูหลุดจากมือสะอาดหล่นพื้น เสียงดังกึกก้องไปทั่วโรงทอ
ร่างเปลือยเปล่าของกำจรและสอางนอนกอดก่ายกันอยู่บนพื้นโรงทอ มีผ้าไหมผืนสวยห่อคลุม สักครู่หนึ่งสองคนก็พากันรู้สึกตัวตื่นขึ้น หยีตามองแสงจ้าที่สาดเข้ามาต้อง
 
จนเห็นสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดของสะอาดที่จ้องมองมายังพวกตน

อ่านต่อตอนที่ 4


กำลังโหลดความคิดเห็น...