xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องย่อ "แม่อายสะอื้น"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรื่องย่อ "แม่อายสะอื้น"

บทประพันธ์ : อนัญจนา
บทโทรทัศน์ : สาวิตา
กำกับการแสดง : ปัญญา ชุ่มฤทธิ์
แนวละคร : เมโลดราม่า
ผลิต : บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด
ควบคุมการผลิต : ขวัญ - พิมพ์อัปสร เทียมเศวต
อำนวยการผลิต : คณะกรรมการพิจารณาการผลิตโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7
วันออกอากาศ : จันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7 หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่มจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561

#แม่อายสะอื้น #เสียงสะอื้นในใจแต่บ่มีไผได้ยิน #ช่อง7HD#ch7dramasociety #lakornonlinefan #ลมหายใจคือละคร

เรื่องย่อ

ดาวนิลหญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปันซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม

คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน

ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ตใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ต รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน

ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม

ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดนอ้ายศักดิ์นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำดาวนิลที่ไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก

เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัวผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่าเทวัญพี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิน้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง

เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพฯ ก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน

ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ

ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้

คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตา

ทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีก

ดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้

ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ดเจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการดาวนิล
โทษว่า เป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้

ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้ บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน

ดาวนิลกลับมาแม่อาย ท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามจึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก

เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน

คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝากกลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบ และเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่ จะรีบกลับมาแม่อาย และมาหาพ่อ พาไปหาหมอด้วยตัวเอง

ดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิวสไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น

ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก

จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง

ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทาง แต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว

ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิล ทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย

ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไป เพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพฯ

ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพฯ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้อง แต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่ พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า

ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว

คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพฯ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพฯให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ

นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น

คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้

ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทร. หาเทวัญ

ดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่า ช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่า เธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย

ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด

ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง

ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพฯไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย

หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา

ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้ว

ในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีก

พอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิล ช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย

ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง

จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่า ผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้

ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป

ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ

ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่า หลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลง เลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก

ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่า กลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน

ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา

คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อกนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง

ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง

ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณร เป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน

ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล

ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ

คาแร็กเตอร์นักแสดง

ดาวนิล: "ปุ๊กลุก" ฝนทิพย์ วัชรตระกูล
สาวสวยวัย 21 ปี ลูกสาวคนโตของคำปัน พ่อครูศิลปินพื้นบ้าน เพียบพร้อมในความสามารถฟ้อนดาบโชว์จนเป็นที่เลื่องลือ ดาวนิลสวยอ่อนหวานแต่แฝงความเข้มแข็งและอดทนฉายชัด ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของพ่อและน้อง เพื่อหาเงินมาให้ครอบครัวและรักษาตาของพ่อ แต่โชคร้ายโดนหลอกมาขายตัว ต่อมาได้เป็นดาราใหญ่และได้รักกับทรงพล นักธุรกิจหนุ่มชายในฝัน ด้วยความกลัวเขาจะรู้ประวัติแล้วจะรังเกียจจึงพยายามปิดบังทุกอย่างจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม

ทรงพล: "อ๋อม" อรรคพันธ์ นะมาตร์
หนุ่มนักธุรกิจวัย 27 ปี ลูกชายคนกลางของตระกูลที่ร่ำรวย เป็นนักธุรกิจที่เก่งบุคลิกดี และฉลาด คบหากับจิดาภาสาวไฮโซแต่มีเหตุให้ต้องเลิกรากัน ได้ดาวนิลมาช่วยดูแลหัวใจหวังจะคู่ชีวิตแต่พอรู้ความจริงเกี่ยวกับคนรักก็รับไม่ได้

ช่อเอื้อง: "มะเหมี่ยว" พรชดา เครือคช
สาวน้อยวัย 17 ปี น้องสาวของดาวนิล ปากไว ซุกซนเหมือนเด็ก รักแรงเกลียดแรง ไม่ยอมคน รักพ่อกับพี่มากจนมีเรื่องกับรินคำที่มารังแกพี่สาวบ่อยๆ รักและบูชาพี่สาวจนทำใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าโดนพี่หลอกและทอดทิ้ง พยายามทำทุกทางให้พี่สาวยอมรับความจริงเรื่องที่มาของตัวเอง

คำปัน : สรพงษ์ ชาตรี
พ่อครูศิลปินพื้นบ้านวัย 65 ปี มีชีวิตอุทิศเพื่อศิลปะ พ่อของดาวนิลและช่อเอื้อง เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้าน คำปันเป็นเจ้าของคณะรำที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของหมู่บ้าน แต่ภายหลังคณะรำเริ่มไม่มีงาน และคำปันเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตา จนตอนหลังตาบอดในที่สุด

เทวัญ : พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์
พี่ชายคนโตของครอบครัวอายุ 35 ปี เป็นหมอที่มีอุดมการณ์ สุขุม เงียบขรึม รักและหวังดีกับ
ดาวนิลอย่างจริงใจมาตลอด แม้จะเป็นรักข้างเดียวก็ตาม เป็นคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับดาวนิลแต่ไม่เคยปริปากบอกใคร

ทรงวุฒิ: "ฌาน" ฌาน์รัชต์ มณฑากูล
หนุ่มน้อยวัย 18 ปี น้องชายคนเล็กของบ้าน เจ้าชู้ เสน่ห์แรงกะล่อนตามประสาวัยรุ่น แต่จิตใจดี รักครอบครัว เชื่อฟังพี่บางเวลา ชอบและตามจีบช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่สนใจ เลยกลายเป็นเพื่อนกับช่อเอื้องแทน

สาวน้อย : ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
แม่บ้านประจำตระกูลของทรงพลอายุ 63 ปี คอยเป็นหูเป็นตาดูแลชายหนุ่มทั้งสามแทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ กิจวัตรหลักคือจับจ้องตรวจความประพฤติของผู้หญิงทุกคนที่จะมาเป็นสะใภ้ มีลูกมือคือ กล้วย และ อ้อย สองสาวใช้ร่างอ้วนผอมจอมแสบ

จิดาภา: "เกี่ยวก้อย" ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์
สาวไฮโซวัย 23 ปี ไม่มีอาชีพอะไรเพราะเกิดมาสบายตั้งแต่เด็ก รักทรงพลเพราะความโก้หรูและร่ำรวยทัดเทียมกัน อิจฉาตาร้อนหากใครสวยกว่าดีกว่า จิดาภาเป็นคู่ปรับของสาวน้อย และเป็นคนเปิดโปงอดีตของดาวนิลโดยร่วมมือกับคุณนายติ๊ด

วิไล : นินิว กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท
คนหมู่บ้านเดียวกันกับดาวนิล อายุ 22 ปี งกเงินและหลงผิด รักความสบาย ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน แม้กระทั่งหลอกสาวๆในหมู่บ้านไปขาย เป็นผู้ทำให้ชีวิตดาวนิลพลิกผัน เพราะหลอกให้ดาวนิลเข้ากรุงเทพฯไปขายบริการ

หลิว หลิว : ทอม คอมมาเดี้ยนไทยแลนด์
สไตลิสต์เสื้อผ้า เป็นเกย์อายุ 27 ปี มีอาชีพแมวมองที่ความสวยของดาวนิลเตะตาเข้า จนชักจูงเข้าสู่วงการ ปากร้าย ลื่นไปตามสถานการณ์ เป็นคนคอยช่วยดาวนิลจากปัญหาต่างๆ และปั้นเรื่องประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่

คุณนายติ๊ด : "ก้อย" ศิรินุช เพ็ชรอุไร
เจ้าของร้านเสื้อที่เทวัญพาดาวนิลไปฝากไว้ อายุ 45 ปีเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ขี้งก ขี้อิจฉา ปากร้าย เห็นแก่ตัว กลั่นแกล้งดาวนิลทุกวิถีทาง ผูกใจเจ็บที่ดาวนิลไปได้ดีเป็นดาราดัง จึงหาทางทำลายโดยร่วมมือกับจิดาภา

ผึ้ง : "อ้อม" ตวงรัตน์ คะชะสะ
ลูกน้องในร้านของ คุณนายติ๊ด อายุ 25 ปี หมั่นไส้ดาวนิล และร่วมมือกับคุณนายติ๊ดผู้เป็นนาย กลั่นแกล้งดาวนิลตลอดเวลา

หนานเมือง : สมชาย ศักดิกุล
หัวหน้าคณะคู่อริกับคำปันอายุ 60 ปี เจ้าเล่ห์เพทุบาย รำไม่สวย ไม่ค่อยมีงานเข้าคณะจึงผูกใจเจ็บและอิจฉาคณะคำปัน หาทางกลั่นแกล้งแข่งงานตลอดเวลา

รินคำ : "กวาง" ช้องมาศ บางชะวงษ์
ลูกสาวหนานเมืองอายุ 20 ปี ไม่ชอบรำ เอาแต่แต่งตัวสวยเพราะอยากชนะดาวนิลแต่ไม่เคยสำเร็จ ปากร้ายหาเรื่องแขวะกัด ทะเลาะกับดาวนิลตลอดเวลา

กลอง : ดช.ปราการ จันรัมย์ (ชั้น ป.1 รร. ศรีสังวาลย์ อุปนิสัย ร่าเริง พูดเก่ง ขี้เล่น)
ลูกชายพิการของดาวนิล อายุประมาณ 6 ขวบ รักตารักน้ามาก ถึงจะเป็นเด็กพิการแต่ความพิการไม่เคยเป็นอุปสรรค กลองมีจิตใจที่บริสุทธิ์และกล้าหาญ เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริงสดใส มองโลกในแง่บวก คอยให้กำลังใจตากับน้า ทำให้ทั้งคู่ยิ้มได้ตลอดเวลา

วรรณาอายุ 20 ปี : "น้ำฝน" ปริตา ไชยรักษ์
บุคลิกเป็นผู้หญิงห้าว วรรณาช่วยเหลือช่อเอื้องไว้ ตอนช่อเอื้องเข้ามาตามหาดาวนิลที่กรุงเทพ เป็นคนใจดีและคอยช่วยเหลือสืบข่าวมาบอกช่อเอื้อง

นักแสดงรับเชิญ

ทอน : "เติ้ล" ปิติพน พรตรีสัตย์
ลูกชายผู้ใหญ่บ้านเป็นเพื่อนของดาวนิลที่หมู่บ้าน อายุ 20 ปี เป็นคนใจดี แอบชอบดาวนิล แต่ดาวนิลมองเขาเป็นแค่เพื่อน ทอนจะคอยช่วยเหลือบ้านดาวนิลและช่อเอื้องเสมอ ต่อมาสืบรู้ว่าดาวนิลไปขายบริการจึงผิดหวังและ
เสียใจมาก

ป้าบัว : "แตน" ราตรี วิทวัส
แม่ของวิไล อายุ 55 ปี มีเงินจากน้ำพักน้ำแรงของลูก ที่ล่อลวงสาวๆไปขายตัวปากหวานพูดจาดีแต่งก เก็บดอกเงินกู้ไม่ขาดสักสตางค์แดงเดียว

อ้ายศักดิ์ : ปิง ฟรุ๊ตตี้
นายหน้าหางานอายุ 50 ปี ที่หวังล่วงเกินดาวนิล แต่ดาวนิลไม่เล่นด้วย จึงเจ็บใจจนต่อมาไปรวมหัวกับหนานเมืองแก้แค้นให้คณะของคำปันไม่มีงานแสดง

พร้อมตัวละครสมทบทั้ง กล้วยและอ้อย สองสาวใช้จอมแสบลูกมือสาวน้อย, คนในคณะละครของคำปันและหนานเมือง, ชาวบ้านในแม่อาย,พนักงานในโรงแรมของทรงพล, ทีมงานในกองถ่าย ฯลฯ






















กำลังโหลดความคิดเห็น...