xs
xsm
sm
md
lg

นางแค้น ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางแค้น ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์

บุลินขับรถไปตามถนน
 
แววตาก่ำด้วยความเศร้าจากหัวใจ ทำไมคนดีๆ ต้องมีชะตากรรมแบบนี้ทำไมถึงปกป้องอะไรคนที่รักไว้ไม่ได้เลย
บุลินทนไม่ไหว รถพุ่งเข้ามา เกือบชน รั้วเหล็ก
บุลินเปิดประตูรถออกไป ถีบเข่ง ข้าวของแถวนั้น กระเด็นไปหมด แล้วร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดใจ
"ทำไม ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไม"

วันใหม่ ... ตั้งโอ๋รับกล่องข้าวมาจากต้อม ที่เอามาเยี่ยม เข้มมาด้วยยืนอยู่ข้างๆ
"ขอบคุณค่ะ พี่ต้อม เอาไรมาให้กินเนี่ย" ตั้งโอ๋เปิดกล่องดู "โอ้โห ข้าวผัดนํ้าพริกลงเรือ ของโปรดตั้งโอ๋เลยอ่ะ พี่ต้อม" ตั้งโอ๋หยิบช้อนตักกินข้าวไป คุยไปร่าเริงมากเหมือนไม่ได้เข้าคุก "อืมม์ หอมกลิ่นนํ้าพริก อร่อยยมากเลยอ่ะ พี่ต้อม"
ต้อมมองตั้งโอ๋สะเทือนใจ
"จ๊ะ กินให้เยอะๆนะ"
ตั้งโอ๋pยังทำร่าเริงต่อ "หมดกล่องแน่นอน" ทำเป็นนึกขึ้นมา พูดกับเข้ม "เออ ชั้นว่า เรา
น่าจะเพิ่มข้าวผัดนํ้าพริงลงเรือเป็นเมนูอาหารคลีนด้วยดีมั้ย แก ลูกค้าเราจะได้ไม่เบื่อเนอะ แกว่ามั้ย"
เข้มมองอึ้งๆ เศร้าๆ พูดขึ้น
"แกยังมีแก่ใจคิดเมนูอาหารอีกเหรอ"
" ทำไมอ่ะ ...แกคิดว่าฉันจะอยู่ในนี้ตลอดไปเหรอ ไอ้บ้า"
"ก็ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันกลัวว่าแกจะ ..."
ตั้งโอ๋สวนขึ้นมา
"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้เพี้ยน แล้วอีกไม่นานฉันต้องออกไปจากที่นี่ เพราะฉันไม่ได้ฆ่าใคร ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์"
ต้อมสุดกลั้น นํ้าตาไหลออกมา
"ฮือ...."
" พี่ต้อม ร้องไห้ทำไม ตั้งโอ๋ ไม่ได้เป็นอะไร ตั้งโอ๋ยังไม่ตายนะ"
"ฉันรู้...แต่ฉันไม่เข้าใจว่าคนดีๆอย่างแก ทำไมต้องติดคุกติดตะราง จะขอประกันตัวตำรวจก็ยังไม่ให้ ฮือ... ฉันก็ทำได้แค่ข้าวกล่องมาให้แกกิน" ต้อมทุบๆอกตัวเอง "ฉันช่วยอะไรแกไม่ได้เลย ฉันเป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้...ฮือๆๆ"
ต้อมร้องไห้นํ้าตาแตก
เข้มพลอยสะเทือนใจไปด้วย โอบต้อมตบไหล่เบาๆ ปลอบใจ
" ไม่เอาน่า พี่ต้อม อย่าร้อง" ตั้งโอ๋กับเข้ม "เข้ม ทีหลังแกไม่ต้องพาพี่ต้อมมาแล้วนะ เดี๋ยวเกิดโรคหัวใจ กำเริบขึ้นมาจะยุ่ง"
"คนมาเยี่ยมกลับอ่อนแอกว่าคนที่อยู่ในตะราง....ตั้งโอ๋ แกเข้มแข็งมากเลยนะ"
" เพราะฉันเชื่อมั่นว่า ความดีจะต้องคุ้มครองฉัน ... ถ้าแก กับพี่ต้อมจะช่วย ก็กลับไปหาทางสู้คดีกันดีกว่า เพราะฉัน จะไม่ยอมแพ้ต่อความผิดที่ฉันไม่ได้ก่อเป็นอันขาด!"
ตั้งโอ๋ มุ่งมั่นมีศรัทธา

เวลาผ่านเล็กน้อย ทุกคนกลับออกไปแล้ว เหลือแต่ตั้งโอ๋ที่นั่งอยู่ตามลำพัง
ตั้งโอ๋นั่งหันหลังให้ประตู หยิบช้อนตักข้าวขึ้นมากิน เศร้านํ้าตาปริ่มผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ
พอข้าวเข้าปาก นํ้าตาก็ร่วงลงมา ...ความเข้มแข็งละลาย
บุลินเดินเข้ามาเงียบๆ มองเห็นตั้งโอ๋ นั่งร้องไห้อยู่
เขาเข้ามาหยุดริมลูกกรง...ตั้งโอ๋ได้ยินเสียงคนเข้ามา นึกว่าต้อมกลับเข้ามาใหม่
ตั้งโอ๋รีบปาดนํ้าตา ทำเป็นรื่นเริงใหม่ แต่เสียงก็เครือ ขึ้นจมูกเสียแล้ว
" พี่ต้อมเหรอ ใส่พริกเยอะไปหรือเปล่า ตั้งโอ๋แสบตาไปหมดแล้ว"
บุลินมองใจร้าว ตั้งโอ๋หันมาเห็นบุลิน อึ้ง
" ถ้าอยากร้อง ก็ร้องเถอะ ไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็งแล้วล่ะ"
ตั้งโอ๋นํ้าตาร่วงเผาะๆ ออกมาทันที
บุลินทรุดตัวลงนั่ง ...แล้วยื่นมือเข้าไป เช็ดนํ้าตาให้ตั้งโอ๋
ตั้งโอ๋ยิ่งร้องไห้ออกมาอีก ฮือฮือ....
บุลินดึงตั้งโอ๋เข้ามากอด ทั้งที่มีลูกกรงกั้น สักครู่หนึ่ง ให้ตั้งโอ๋คลายสะอื้น
บุลินพูดขึ้น "ยิ่งคุณเจ็บปวด ผมยิ่งเจ็บกว่าคุณ"
บุลินดึงตั้งโอ๋ออกมาดูหน้า
"ขอให้รู้ไว้ ถึงหน้าที่ของผมจะอยู่ตรงข้าม แต่ใจผมอยู่ข้างคุณเสมอ"
ตั้งโอ๋อึ้ง ตื้นตันใจ
"หมวด พูดจริงๆ นะ หมวดไม่ได้คิดว่าฉันฆ่าคนตายเหมือนคนอื่นๆ หมวดเชื่อฉันใช่มั้ย!"
" ถ้าผมคิดแบบนั้น....ผมก็คงไม่ใช่คนที่รักคุณ"
ตั้งโอ๋ตื้นตัน ซึ้งใจ
"ขอบคุณมาก"
"ขอบคุณทำไม รักก็ต้องตอบว่ารักสิ"
"ค่ะ ฉันรักคุณ รักมากที่สุด"
ตั้งโอ๋เข้าไปกอดบุลินอีกครั้ง
" ถึงหนทางจะมืดแค่ไหน แต่ความรักที่เรามีจะนำทาง ผมจะทำทุกๆอย่างให้คุณออกไปจากที่นี่เร็วที่สุด"
บุลินมุ่งมั่นตั้งใจ

ต้อมเปิดประตูให้กานดา กับ ตำรวจ 1 เข้ามาในบ้าน หน้าตาตื่นงง
"หมวด มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย"
"กานดาต้องมาหาหลักฐานเพิ่มเติม"
กานดาชูหมายค้น
"นี่เป็นหมายค้น กานดาขออนุญาตนะคะ"
กานดาเดินมาแล้วเจอกับเข้มที่เดินออกจากบ้านมา หยุดมองหน้ากันนิดนึง
แล้วกานดาเดินเลยเข้าไป พร้อมตำรวจ 2คน เข้มมองตาม แล้วเดินตาม กานดาเข้าไปในบ้าน

กานดากับตำรวจ 2 คน เข้ามาค้นหาหลักฐาน
"แยกกันค้นดูให้ทั่ว"
ตำรวจแยกกันออกไป
กานดาทำท่าจะหันเดินขึ้นข้างบน เข้มตามเข้ามาจับแขน
"เดี๋ยว ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย"
"แยกแยะด้วย ...หน้าที่กับหัวใจมันคนละส่วนกัน"
"ผมว่าหมวดเชื่อว่าตั้งโอ๋เป็นฆาตกรมากกว่า"
กานดาอึ้ง
ต้อมเดินเข้ามาในบ้าน
"เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเรา ก็ให้หมวดเขาทำตามหน้าที่เถอะ เข้ม"
"พี่ต้อม"
ต้อมพยักหน้าให้ "พี่แน่ใจ... หมวดไม่มีทางเจออะไรที่นี่หรอก"
"กานดาก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ" กานดาบอกกับเข้ม "ปล่อย"
กานดาดึงมือจากเข้ม แล้วหันเดินขึ้นไปข้างบนบ้าน
เข้มมองตาม ไม่สบายใจ

บนห้องนอนตั้งโอ๋
กานดาเข้ามาในห้อง แล้วกวาดสายตาดูที่ตู้เสื้อผ้า เปิดดู รื้อดูข้าวของต่างๆ
เข้มกับต้อมตามเข้ามายืนดูตรงประตูห้อง
กานดาไปเปิดลิ้นชัก รื้อค้นดู ไม่พบอะไร
กานดาก้มลงไปดูใต้เตียง เห็นกล่องใส่ข้าวของที่วางหลบมุมอยู่
กานดาหยิบกล่องออกมา เปิดดู เห็นเป็นข้าวของจุกจิกต่างๆ ที่ตั้งโอ๋เก็บเอาไว้ แล้วก็มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ปะปนอยู่ด้วย
กานดาหยิบสมุดบันทึกออกมาเปิดดู แล้วต้องตกใจ ที่เห็น ภาพในสมุด เป็นลายมือตั้งโอ๋ เขียนว่า
“ฉันเกลียดแก อีซินดี้” “ฉันจะฆ่าแก” เป็นลายมือแบบเขียนยุ่งๆ ซํ้าๆในหน้าหนึ่ง แต่พออ่านได้รู้เรื่อง เมื่อเปิดมาอีกหน้า เป็นแบบภาพวาด ฝีมือตั้งโอ๋ ขยุกขยุย แบบ จำลองภาพการตายของ ซินดี้กับลิปสติก /นายอ้วน / นายหรั่ง /ป้ามี่ /มดแดง /เภา /แพรวา /โกกิ โดยแต่ละหน้า เขียนชื่อคนที่ตายกํากับเอาไว้ด้วย
กานดาเปิดดูแล้วอ่าน "ฉันเกลียดอีซินดี้ ฉันจะฆ่าแก" และเปิดหน้าถัดไป แต่ละหน้า "แผนการฆ่า ไอ้อ้วน - แผนการฆ่าไอ้ชัย - แผนการฆ่าป้ามี่ - นายหรั่ง"
เข้มกับต้อมรีบตามเข้ามาดูด้วย
"อะไรน่ะ หมวด"
"สมุดบันทึกของตั้งโอ๋ค่ะ มีเขียนข้อความอาฆาตซินดี้ แล้วก็รูปแสดงแผนการฆ่าของทุกคน"
ต้อมดึงสมุดไปดู
"ไหนดูสิ" ต้อมเปิดอ่าน "แผนการฆ่า มดแดง - แผนการฆ่าไอ้เภา - โกกิ - นัง
แพรวา"
ต้อมมองหน้าถอดสี เปิดอีกหน้า เป็นรูปภาพวาด ภาวัชโดนมีดตัดข้อเท้า ด้วยนํ้ามือของตั้งโอ๋
โดยมีตัวหนังสือลายมือตั้งโอ๋เขียนกำกับไว้
ต้อมอ่าน "ฆ่าไอ้ภาวัชไม่สำเร็จ ได้แต่ตัดเอ็นข้อเท้า"
กานดาบอก
"ฮึ คนที่ทำร้ายนายภาวัชก็คือ ตั้งโอ๋เองเหรอ"
ต้อมมองกานดา ส่ายหน้าขวับ ไม่ยอมรับ
"ไม่จริง"
"สมุดอยู่ใต้เตียงตั้งโอ๋ แล้วลายมือพวกนี้มันก็ตั้งโอ๋ชัดๆนะคะ แบบนี้เท่ากับตั้งโอ๋ วางแผนการฆ่าไว้ล่วงหน้า"
"พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง"
ต้อมความดันขึ้น หอบขึ้นมาจนตัวโยก แล้วล้มลงไป
"พี่ต้อม" เข้มตกใจ
กานดาเรียกเช่นกัน "พี่ต้อม"
ทั้งสองเข้าไปประคองต้อมที่หอบจนสลบไป กานดาตะโกนขึ้นอย่างเป็นห่วง
"ใครอยู่ข้างล่างเอารถออกที พาพี่ต้อมไปส่งโรงพยาบาลด้วย"

ต่อมา ต้อมหลับอยู่บนเตียง เข้มยืนมองอยู่ข้างๆ พยาบาลปรับสายนํ้าเกลือเสร็จแล้วหันมาทางเข้ม
"คุณหมอให้ยาเรียบร้อยแล้ว คนไข้คงหลับอีกสองสามชั่วโมงนะคะ แล้วเดี๋ยวคุณหมอจะมาตรวจอาการอีกครั้ง ถ้าไม่เป็นไรแล้วก็กลับบ้านได้ค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
พยาบาลเดินออกไป เข้มมองต้อมเป็นห่วง

"พี่ต้อมใจแน่นๆ ไว้ ห้ามเป็นอะไรไปอีกคนนะ"


เมื่อเข้มเปิดประตูออกมาจากห้องคนไข้
กานดาเดินถือถุงส้มเดินเข้ามาพร้อมตำรวจ1
พอเข้มมองสบตา กานดาอึ้ง หยุดเดิน แล้วเข้มทำเมินหน้า เดินหนีออกไปอีกทาง
กานดามองตามแล้วยื่นถุงส้มให้ตำรวจ1 ถือ แล้วเดินตามเข้มออกไป
"กล้าเมินใส่ฉันเหรอ เดี๋ยวรู้เรื่อง"
"อะไรฮะ หมวด"
"ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวมา"

ด้านหลังโรงพยาบาล ใกล้สระนํ้า
เข้มทำหูทวนลม กานดาเดินตามหลังเข้มเข้ามา
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายเข้ม ได้ยินมั้ย"
เข้มไม่ยอมหยุด กานดาเดินวิ่งแซงขึ้นไปขวางหน้า
เข้มชะงัก
"ฉันเรียก ทำเป็นไม่ได้ยิน เดินหนี ทำเมินใส่ ...รู้มั้ยว่าจะโดนตัดกี่คะแนน" กานดาบอก
"ตัด 10 แต้ม เท่ากับงดออกเดท1ครั้ง แต่ใครจะแคร์ ก็ผมมันแค่แฟนฝึกหัด"
เข้มจะเดินไปอีก กานดายกมือขวาง
"เดี๋ยว ....การงอนเนี้ย ขอสงวนลิขสิทธิ์เป็นหน้าที่ของฉันคนเดียวได้มั้ย"
เข้มมองอึ้ง
กานดาก้าวเท้าขึ้นไปยืนบนม้านั่งสาธารณะ แล้วดึงเข้มขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ ข้างๆ กัน
"มานี่ซิ"
"อะไร หมวด ทำไร อยู่ๆ ขึ้นมายืนบนม้านั่งทำไม อายคนเขา"
"หน้าที่ของแฟน จะดีจะเลว จะเพี้ยนจะบ้า เราก็ต้องยืนข้างเดียวกันไม่ใช่เหรอ"
เข้มมองหน้ากานดานิดนึง แล้วก้าวลงไปยืนข้างล่าง
"เข้ม จะตั้งตัวเป็นศัตรูใช่มั้ย ....ว้าย"
กานดาร้อง เพราะเข้มดึงกานดาลงไปกอดอยู่ข้างล่าง ทันที
"เปล่า ก็แค่อยากให้หมวดทำหน้าที่ของแฟน มายืนข้างผมบ้างนะสิ"
กานดาอึ้ง
"หมวดก็รู้จักตั้งโอ๋มันดีไม่ใช่เหรอ ตั้งโอ๋มันจะฆ่าคนมากมายอย่างนั้นไปทำไมกัน...หมวดจะต้องมาขุดคุ้ยให้มันผิดหนักขึ้นไปอีกทำไม"
"ก็เพราะฉันเอาผีซินดี้ไปขึ้นศาลไม่ได้น่ะสิ"
กานดาดึงตัวออกมาจากเข้ม
"ฉันอยากจะหาหลักฐานให้มากที่สุด เผื่อบางทีเราจะเจอช่องโหว่ที่ยืนยันความบริสุทธ์ให้ตั้งโอ๋ได้ แต่ค้นไปค้นมาฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันยิ่งมัด แน่นว่าตั้งโอ๋เป็นคนทำ!"
เข้มอึ้ง
"หน้าที่กับหัวใจ บางครั้งมันก็เดินสวนทางกัน ฉันขอโทษนะ ที่งานนี้ฉันยืนข้างนายไม่ได้"
กานดาหันหลังเดินออกไป ดุ่มๆ อีก 5-6 ก้าว
แล้วก็ได้ยินเสียงนํ้าแตกกระจาย ตูม ....มาจากทางด้านหลังของกานดา
กานดาหันขวับไป แล้วตาลุก เห็นว่าเข้มลงไปลอยคออยู่ในนํ้า แบบตะเกียกตะกาย จะจมไม่จมแหล่
"เข้ม"
กานดารีบวิ่งเข้าไป กระโดดนํ้าลงไป ช่วยเข้มดึงเข้ามาหาฝั่ง

กานดาลากตัวเข้มขึ้นมาบนฝั่ง แล้วตบแก้มเข้มเรียกสติ เป็นห่วงเป็นใย
"เข้ม ฟื้นสิ เข้มๆ นายจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอม"
เข้มยังนิ่ง กานดาใจเสีย ก้มลงไปฟังเสียงหัวใจเข้ม
กานดาแปลกใจ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอยู่
"เอ๊ะ หัวใจยังเต้นอยู่นี่"
กานดาจะลุก เข้มยกมือกอดกานดาไว้
"จะไปไหน"
"นี่นายกล้าหลอกฉันเหรอ"
"หลอกอะไร ผมแค่โดดนํ้าไปเล่นๆ หมวดทึกทักเอาเองนะ"
"บ้า"
กานดาดิ้นขลุกขลัก เข้มกอดๆ กานดาเข้ามา
"โอ้ย นํ้ามันเย็น กอดหน่อย อุ่นดี"
กานดาชะงัก มองหน้าเข้ม จึ่งหนึ่ง แล้วค่อยดึงตัวออกมาก่อนที่จะเขินหนัก
"ไม่ต้องมามารยาเลย นายมันแค่แฟนฝึกหัด ไม่มีสิทธิ์มาถูกเนื้อต้องตัวฉันนะ"
เข้มลุกตามขึ้นมานั่ง
"เฮ้อ จะเยอะไปไหนเนี่ย เอาล่ะ ที่ผมทำแบบนี้ ไม่ใช่แกล้งหลอกอะไร หมวด แต่ผมอยากให้หมวดรู้ว่า ตั้งโอ๋เคยช่วยผมไม่ให้จมนํ้า เหมือนที่หมวดทำเมื่อกี้เลย แต่ต่างกันที่อะไรรู้มั้ย"
กานดาอึ้งไปหน่อย แล้วพูดขึ้น
"อะไร"
"สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน ตั้งโอ๋นี่เป็นเหยื่อที่แกล้งสนุกที่สุด ทั้งโยนจิ้งจก เอา คางคกไปใส่กระเป๋า ตั้งโอ๋มันก็ไม่เคยโกรธผมสักครั้ง จนวันหนึ่งผมไม่รู้จะแกล้งมันยังไงแล้ว ผมเลยทำเป็นจมนํ้า ....ตั้งโอ๋มัน ตกใจมากรีบโดดลงไปช่วยผม ทั้งๆที่จริงแล้วมันยังว่ายนํ้าไม่เป็นเลยด้วยซํ้า!! ผมเองนี่แหละ ที่ต้องลากตัวมันมา ขึ้นฝั่งแทน"
กานดาอึ้งไปอีก
"หมวดคิดว่าคนที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่นแบบนั้น จะเป็นฆาตกรฆ่าคนนับสิบศพ!! หรือครับ"
"นายกําลังว่า ...การที่ตั้งโอ๋โดดลงนํ้าไปช่วยนายทั้งๆที่ว่ายนํ้าไม่เป็น เป็นการการันตีว่า ตั้งโอ๋ไม่มีวันทำผิดเหรอ"
"เปล่า แต่ผมอยากให้ข้อมูลอีกด้านกับหมวดบ้าง ถึงมันจะไม่ใช่ข้อมูลทางวิทยาสตร์ ที่มีนํ้าหนัก ... แต่ถ้าหมวดลองใช้ใจสัมผัส หมวดจะรู้ว่า คนอย่างตั้งโอ๋ไม่มีวันทำอะไรแบบนั้น!"
เข้มมองกานดาจริงจัง กานดา อึ้ง เงียบงันไป คิดหนักใจ

ตอนกลางคืน โอ๋นั่งเหม่ออยู่ในห้องขังมุมหนึ่ง
สักครู่ไฟ ในห้องขัง ไฟติดๆดับๆ กระพริบไปมา
ตั้งโอ๋ลืมตาขึ้นมอง ก็เห็นว่า ไฟติดเป็นปกติ ตั้งโอ๋มองแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้วก็หลับตาลงใหม่
ดวงตาของตั้งโอ๋ที่หลับตา.... อยู่ๆ ก็ปรากฏร่างซินดี้ แสยะยิ้ม มองจิกเข้ามาหาตั้งโอ๋ ทันที
ตั้งโอ๋สะดุ้งตกใจ หวีดร้องขึ้นมา ลืมตาขึ้นทันที

ตั้งโอ๋มองไปรอบๆ ไม่เห็นมีอะไร เริ่มหวาดระแวง แน่ใจว่าซินดี้มาแน่ๆ
" พี่ซินดี้ นั่นพี่ใช่มั้ย"
เสียงซินดี้หัวเราะก้องดังขึ้น
ผนังคุกแยกออกจากกัน แล้วซินดี้เดินออกมา
ตั้งโอ๋กระโดดไปนั่งอีกมุม ติดลูกกรง
"ติดตะรางแบบนี้ สบายดีมั้ยตั้งโอ๋"
"ไม่ต้องมาเยาะเย้ยฉันหรอก ....มันเสียเวลา ...ถ้าอยากให้ฉันตายนักก็ฆ่าฉันเลย"
"หึหึ ก็ฉันอยากเห็นแกทรมาน ซมซานมาร้องกราบขอชีวิตกับฉันมากกว่า"
" ผีโรคจิต!! ฉันยอมตายดีกว่าร้องขอชีวิตกับพี่! "
ซินดี้พุ่งเข้าไปหาตั้งโอ๋อย่างเร็ว แล้วจับคางบีบแรง
ตั้งโอ๋ชักสีหน้าด้วยความเจ็บปวด
"อย่าปากดีนัก เดี๋ยวศพของแกจะเละจนไม่มีใครจำหน้าได้"
" จะฆ่าก็ฆ่า...แต่บอกฉันมาก่อน พี่สิงร่างฉันไปฆ่าคนจริงๆ ใช่มั้ย"
ซินดี้คลี่ยิ้มอำมหิต แล้วผละออกมาหัวเราะ พูดขึ้น
"มันเยี่ยมมากเลยใช่มั้ยล่ะ ฉันวางแผนเตรียมงานไว้สำหรับแกโดยเฉพาะเลยนะ ตั้งโอ๋ ....เริ่มจากการเข้าสิงร่างแก"

ในห้องนอน คืนหนึ่ง ... ตั้งโอ๋หลับอยู่บนเตียง อยู่ดีๆ ก็เด้งตัวขึ้นมา เหมือนผีสิง
ตั้งโอ๋ลุกจากเตียงตรงไป หยิบกล่องใส่ข้าวของ ที่ใต้เตียงออกมา เปิด แล้วหยิบสมุดบันทึก และ ปากกาขึ้นมา เขียนข้อความเกลียดซินดี้
" แล้วไปเขียนบันทึก วิธีการฆ่าของแต่ละคน โดยที่แกไม่มีวันรู้ตัวเลยว่า โดนสิงร่างอยู่ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจเขามาจับแกเข้าคุกแบบดิ้นไม่หลุด"

ตั้งโอ๋ถามซินดี้อีก เสียงเครือ
" แล้วอะไรอีก พี่ทำอะไรฉันอีก บอกมาให้หมด"
"แกคิดว่า ในโลกนี้มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญบ้างไหม อย่างเช่นการเจอเพื่อนเก่าที่ไม่เคยได้เจอกันเลยเป็นสิบปีน่ะ"
" หมายความว่าไง"
ซินดี้หมุนตัวมา แล้วกลายเป็น หม่อมแม่ !
ตั้งโอ๋มองตะลึงเช่นกัน
" หม่อมแม่!!!! พี่แปลงตัวเป็นหม่อมแม่ เพื่อบอกให้ฉันไปที่ผับแล้วได้พบกับนาย
เภา ใช่มั้ย"
"ถูกต้อง ฉันรู้ดีว่า ไอ้เภามันต้องจัดการแกแน่ แล้วก็เป็นอย่างที่คาดไว้ ... แล้วที่ฉันช่วยแกไม่ให้โดนมันปลํ้า ก็ไม่ใช่เพราะฉันมีเมตตาอะไรหรอกนะ เพราะฉันแค่อยากให้แก ทิ้งข้าวของของแกไว้ที่บ้านของมัน"
" เพื่อให้มันเป็นหลักฐาน ว่า ฉันเป็นฆาตกรฆ่านายเภา และทุกคนในเพลินพิมานใช่มั้ย!"
หม่อมแม่หัวเราะ "คราวนี้แกคงตายตาหลับได้แล้วนะ"
แล้วกลายร่างเป็น ซินดี้ดังเดิม
ซินดี้ทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ตั้งโอ๋พยายามซุกมุมหนี
ซินดี้ยกมือไปจะบีบคอตั้งโอ๋ แล้วรู้สึกพลังงานอ่อน จนซินดี้ผงะออกมา แล้วยกมือกุมขมับ
ซินดี้กลายเป็นตัวโปร่งใส ซินดี้ตื่นตกใจ
"โอ้ย... ทำไมเป็นแบบนี้ ช่วยด้วย"
ร่างซินดี้ ค่อยจางหายออกไปในอากาศ ตั้งโอ๋มองตะลึง มองรอบๆ
" พี่ซินดี้!! ทำไม อยู่ๆ ถึงหายไป!"

ซินดี้ปรากฏร่างขึ้นมาที่ศาลาเก็บศพ แล้วร่างแบบกระพริบๆ เดี๋ยวเข้ม เดี๋ยวจาง ไม่เสถียรสักครู่หนึ่ง แล้วค่อยเข้มร้อยเปอร์เซ็นต์ ร่างซวนเซๆ ไร้เรี่ยวแรง แล้วทรุดนั่งลงกับพื้นหมดแรงมุมหนึ่ง
ซินดี้ตั้งสติ เหม่อมองออกไป เห็นดวงจันทร์ข้างขึ้น เกือบเต็มดวง คืนนั้น วันขึ้น 13 คํ่า
"ใกล้จะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้ว อีก 2 คืนเท่านั้น ฉันต้องเข้มแข็ง ฉันต้องชนะ!"
ซินดี้ เครียดจริงจัง

คืนนั้น บุลินนั่งดูคลิปวิดิโอของตั้งโอ๋ ที่โต๊ะงานทำงาน

คลิปเสียงและภาพตั้งโอ๋ บอก
"นึกไม่ถึงล่ะสิว่าสาวกอันดับหนึ่งอย่างฉันจะฆ่าพี่ซินดี้"

ตำรวจ1ที่นั่งดูภาพวงจรปิดของโรงงานอยู่อีกมุม สัปปะหงกจนหัวโขกโต๊ะ ดังโป้ก
บุลินหันไปมอง ตำรวจ1ตื่น
" แหะๆ โทษทีครับ หมวด"
" ถ้าไม่ไหวก็กลับไปนอนเถอะ ผมจะดูวงจรปิดที่เหลือเอง"
" หมวดครับ ผมว่าหมวดเช็คอีกกี่รอบ ผลมันก็ไม่ต่างจากเดิมหรอกนะครับ ยังไงมันก็ชี้ชัดว่าเป็นคุณตั้งโอ๋"
" ผมไม่เชื่อว่ามันจะไม่มีจุดบอดเลย ผมไม่อยากให้คนบริสุทธิ์กลายเป็น แพะรับบาป"
บุลินจะหันกลับไปดูคลิปต่อ ตำรวจพูดขึ้นอีก
" หมวดครับ ผมรู้ว่าผมเป็นผู้น้อย แต่ผมขอพูดตรงๆ เถอะ"
บุลินชะงักหันกลับมามองอีกที
" ผมเข้าใจว่ายังไงหมวดก็ต้องเข้าข้างคุณตั้งโอ๋อยู่แล้ว เพราะเธอเป็นคนพิเศษของ หมวด...แต่...หลักฐานมันชัดขนาดนี้ งานนี้มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้นล่ะครับ ถึงจะพลิกดำให้เป็นขาวได้"

บุลินฟังแล้วอึ้ง ไป


ต่อมา บุลินขับรถไป... ครุ่นคิดต่อเนื่อง พึมพำขึ้นมา

" ปาฏิหาริย์"
บุลินนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยคุยกับตั้งโอ๋ในตะราง

ตั้งโอ๋ที่กอดกับบุลิน ผ่านลูกกรง.... ดึงตัวออกมาพูดกับบุลิน
" หมวดสัญญากับฉันอย่างนึงได้ไหม"
" ได้สิ ว่ามาเลย"
" ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าขายวิญญาณให้ปีศาจ"
" แน่นอน เราจะสู้ด้วยความถูกต้อง"

บุลินเดินเข้ามาหยุดหน้าศาลาเก็บศพ
บุลินกัดฟัน กลั้นใจ เดินเข้าไปในศาลา

บุลินเดินต่อเนื่องเข้ามาในศาลาเก็บศพ เหลียวมองหาซินดี้ไปรอบๆ ตอนแรกไม่เห็นอะไร แล้วพอสะบัดหน้ามาทางโลงศพก็เห็นซินดี้นั่งสวยๆสง่าอยู่บนโลง
บุลินอึ้งไปนิดนึง ซินดี้กล่าวขึ้น
"ฉันนึกอยู่แล้วว่าคุณต้องมา"
" นี่เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจที่ชั่วร้ายที่สุด"
ซินดี้หัวเราะ
"มันได้ผลดีออก เห็นมั้ยว่าฉันไม่ต้องวิ่งตามคุณ อยู่ๆ คุณก็ต้องมาหาฉันเอง"
" ชัยชนะบนซากศพของทุกคนมันทำให้คุณมีความสุขมากมั้ย"
"แน่นอน ฉันมีความสุขมาก"
แผ่นหลังของซินดี้มีแผลเน่าเฟะ นํ้าเลือดนํ้าหนองไหลทะลุชุดเสื้อออกมา ไม่ได้มีความสุขอย่างที่พูดหรอก
"ฉันมีความสุขมาก ที่ทุกคนไม่มีความสุข" ซินดี้พูดพลางหัวเราะ
บุลินกัดกราม ระงับอารมณ์
"ผมอยากจะเจรจากับคุณอย่างสันติวิธี ผมมามือเปล่า ไม่มีอาวุธ ที่จะทำร้ายคุณ และถ้าคุณจะฆ่าผมแล้วหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ ผมก็ยินดี"
" เท่มากเลยอ่ะ บุลิน ...แต่คุณอยากจะช่วยตั้งโอ๋ให้ออกจากคุกไม่ใช่เหรอ งั้นจะรีบตายทำไมล่ะ"
บุลินอึ้ง
"ฉันช่วยคุณได้นะ อยู่ที่ว่าคุณจะทำตามที่ฉันบอกมั้ย"
"คุณต้องการอะไร"
"ชีวิตทุกคนบนโรงพัก!"
"อะไรนะ"
"ถ้าทำได้ ฉันจะช่วยให้คุณกับตั้งโอ๋หนีออกนอกประเทศไปได้อย่างไร้ร่องรอย"
" ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่โกหก"
"คุณว่าคุณยังมีทางเลือกอะไรอีก นอกจากปาฏิหาริย์!"

บุลินอึ้งพูดไม่ออก คิดหนัก

บุลินหยิบปืนออกมา จากกล่อง จัดการจัดประกอบปืน เช็คความพร้อม แล้วเหน็บใส่ซองปืนที่อกเสื้อ
เสียงสนทนาของซินดี้กับบุลิน ดังก้องต่อเนื่อง
" คุณต้องการให้ผมฆ่าผู้บริสุทธิ์ ทำไม"
" เพราะคุณคือฉันไง บุลิน เอาด้านมืดของคุณออกมาใช้สิ ฉันให้เวลาแค่พรุ่งนี้เท่านั้น แล้วคุณจะได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ"
บุลินหยิบเสื้อแจ๊ตเกตขึ้นมาสวมแล้ว เดินออกไป

วันใหม่ บุลินเดินเข้ามาในโรงพัก สีหน้าเรียบเฉย
ตำรวจ1 เดินออกมายกมือทักทาย บุลินกลับหยิบปืนจากอกเสื้อออกมา ยิงใส่
ตำรวจ1 ล้มลงไปตาย ตำรวจอื่นมองอึ้ง
บุลินยิงปังๆ ๆ ตำรวจบนโรงพักล้มตายกระจาย พร้อมชาวบ้านบางคน
มีตำรวจจะยิงสวนบุลิน หันไปยิงตัดหน้า ตำรวจตายอีก
สุดท้ายบุลินยิงกราดจนตายทั้งหมดในห้อง

บุลินถือปืนเดินมาตามทาง น่าหวั่นเกรง
ตำรวจนายหนึ่งลงบันไดหันมา บุลินยิงตรงหน้าผากล้มลงไปตาย
บุลินเดินมาถึงหน้าห้องสารวัตร พอดีกับสารวัตรเปิดประตูห้องออกมา
บุลินยกปืนขึ้นเล็ง แล้วยิงปัง!!

สารวัตรเคาะโต๊ะ เรียกสติบุลิน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เป็นเพียงความคิดเท่านั้น
"หมวด ได้ยินมั้ย มายืนเหม่ออยู่ได้"
บุลินค่อยรู้สึกตัว "ครับ สารวัตร"
" มีอะไรก็พูดมาสิ"
บุลินค่อยหยิบปืนออกมาวางบนโต๊ะ พร้อมตราตำรวจ
สารวัตรมองดู
"อะไร บุลิน นี่คุณ..."
" ผม ขอลาออกครับ"
สารวัตรอึ้งไป
"บุลิน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องลาออก"
" เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาครหาว่าผมใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้ต้องหา เนื่องจากความสัมพันธ์ส่วนตัว"
"งั้นคุณก็ไม่ต้องทำคดีตั้งโอ๋ ย้ายไปทำคดีอื่น"
" ผมตัดสินใจแล้ว ให้มันโปร่งใส ชัดเจนไปเลยดีกว่า"
สารวัตร หนักใจ ถอนใจเฮือก
"บุลิน คุณจะทิ้งหน้าที่การงานที่คุณรักไปจริงๆ เหรอ"
บุลินอึ้งไปแล้วพูดขึ้น
" การงาน ความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทอง มันจะมีความหมายอะไรล่ะครับ ถ้าไม่เหลือคนที่รักอยู่เลยสักคน"

ใกล้ค่ำ บุลินเดินดุ่มขึ้นมาที่ดาดฟ้าถานีตำรวจ เดินไปเรื่อยๆ พร้อมคิดถึงคำพูด
"เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผมตอนนี้ก็คือ ช่วยตั้งโอ๋ให้พ้นมลทิน และได้รับความยุติธรรมโดยเร็วที่สุด"
บุลินเข้ามาหยุดริมดาดฟ้า มองออกไปที่ท้องฟ้ากว้างใหญ่ แน่วแน่ มั่นคง
กานดากับเข้ม ค่อยวิ่งตามเข้ามาหา
"พี่หมวด"
"หมวดบุลิน ....นี่หมวดลาออกจริงๆ หรือครับ!"
"พี่หมวดคิดดีแล้วเหรอ จะลาออกไปทำอะไร"
"เซ็ททีมทนายแล้วก็นักสืบเอกชน ช่วยตั้งโอ๋สู้คดี"
"มันต้องอย่างนี้ ลูกผู้ชายตัวจริง จับมือหน่อยครับ หมวด สุดยอดมากๆ ผมดีใจแทนตั้งโอ๋มันด้วย มันโชคดีมากๆ ที่ได้แฟนที่อยู่ข้างเดียวกันตลอด"
กานดาเขม่น
"นี่พูดอย่างนี้ จงใจชิ่งมาโดนฉันใช่มั้ย"
"ก็แล้วแต่จะคิด"
กานดาพุ่งไปจะต่อย เข้มรีบหลบหลังบุลิน
"ฮึย แล้วแต่จะคิดเหรอ ซักป้าบบมั้ย ๆ"
"โอ้ย เอาอีกแล้ว นี่เสพติดความรุนแรงนะเนี่ย น่าจะเอาไปสู้กับผีซินดี้สิบศพ"
"เอาชั้นไปเปรียบเทียบกับผี เดี๋ยวโดนอีกสิบป้าบ"
"มันไม่ใช่เวลามาอัดคนเล่นนะ หมวด เอาเวลามาคิดวิธีเล่นงานผีซินดี้จะดีกว่า"
" แต่การใช้ความรุนแรงตอบความรุนแรง มันจะยิ่งทำให้พังกับพัง" บุลินบอก
กานดากับเข้มชะงัก
"อะไรอ่ะ พี่หมวด จะบวชแล้วเหรอ"
" เปล่า แต่เมื่อคืน ซินดี้ยื่นข้อเสนอให้พี่ฆ่าคนทั้งโรงพัก เพื่อแลกกับการช่วยให้
ตั้งโอ๋หนีคดี ไปต่างประเทศ แต่พี่เลือกที่จะไปลาออกมาสู้คดีแทน"
"จริงอ่ะ หมวด ขนลุกเลยเนี่ย"
" ถึงผมอยากจะช่วยตั้งโอ๋แค่ไหน แต่ถ้าผมใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา ผมก็คงไม่ สามารถเรียกตัวเองว่าคน แล้วก็คงกลายเป็นปีศาจเหมือนซินดี้นั่นแหละ"
"แล้วหมวดจะยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่ยังไง"
บุลินนิ่งคิด แล้วพูดขึ้น
"ผมได้เห็นแล้วว่า ...."

ภาพในอดีต บุลินยกเหล็กแทงซินดี้ ฝ่ายซินดี้ดึงเหล็กออก
ซินดี้ตบปืนใส่บุลิน จนบุลินล้มไปหัวโขกผนังเลือดอาบ
"ความแค้นถ้าตอบด้วยความแค้น มันไม่จบไม่สิ้น ..แต่ผมก็คงบอกไม่ได้เหมือนกันว่าผมให้อภัยซินดี้ได้แล้ว เพราะใจส่วนลึกผมยังทำไม่ได้ ...เพราะฉะนั้น...สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ.... "

บุลินพูดต่อ
"ทำตัวผมเองให้ดีมีค่า เดินตามทางที่ถูกต้อง ..เพื่อให้ผมยังมีความภูมิใจและรักในตัวผมเอง ซึ่งผมมั่นใจว่า คนที่ก้าวข้ามเส้นความถูกต้องไปแล้วอย่างซินดี้ เขาไม่เหลือศักดิ์ศรี ไม่มีความภูมิใจ ...สิ่งที่เขาทำ...ถึงได้สะท้อนความขาดแคลนความรักตัวเองออกมาแบบนี้...พูดง่ายๆ ว่า ซินดี้เป็นผีที่ไม่มีความสุข!"
ท้องฟ้าอยู่ๆ ก็มีฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ ลงมา
ทั้งหมดหันมองตกใจ
ลมแรงพัดวูบ จนกานดากับเข้ม ตื่นตระหนก
แต่บุลินไม่สน ตะโกนออกไป เหมือนสื่อไปถึงซินดี้
"ฉันพูดถูกใช่มั้ย ซินดี้ เธอมันผีที่ไม่มีความสุข!"

ม่านมุมหนึ่งที่ศาลาเก็บศพ ขาดแคว่กลงมา ด้วยอิทธิฤทธิ์ของซินดี้
นางยืนหน้าจิก รับรู้ในสิ่งที่บุลินพูด แล้วโกรธมากก
"แล้วเราจะได้เห็นกันบุลิน ....ผีที่ไม่มีความสุข จะจัดให้คุณอย่างซึ้งถึงใจ"

วันใหม่ ต้อม มาเยี่ยมตั้งโอ๋
"ตั้งโอ๋ เป็นไงบ้าง"
" พี่น่ะสิ เป็นไงบ้าง เห็นเข้มบอกว่าพี่เข้าโรงบาล"
"หมอให้ออกวันนี้แหละ พอดีหมวดบุลินมาเยี่ยม พี่ก็เลยขอติดรถมาด้วย"
ตั้งโอ๋ชะเง้อมอง
" อ้าว แล้วหมวดทำไมไม่เข้ามาด้วย หายไปไหน"

บุลินเข้ามาดูดอกไม้ ที่แผงขายดอกไม้
แล้วนึกถึงภาพในอดีต ที่เคยคุยกับตั้งโอ๋ไว้

บุลินจับไหล่สองข้างตั้งโอ๋ ผ่านลูกกรง มองหน้าคุยกัน
"ผมจะสู้ จนกว่าเราจะ ชนะ วันที่คุณเป็นอิสระ ผมจะมารับคุณ"
" จะพาฉันไปไหน"
" คุณอยากไปไหนล่ะ"
" ที่ไหนก็ได้....ที่มีฉันกับคุณ กับท้องฟ้ากว้างๆ ...แสงแดดอบอุ่น ต้นไม้ร่มรื่น แล้วก็ตะกร้าปิกนิก"
" ไปปิกนิกเหรอ"
ตั้งโอ๋พยักหน้ารับ
"เรายังไม่เคยไปเดทกันเลยนะ ...หมวด"
ตั้งโอ๋ยิ้มหน้าฝัน

ภาพในใจตามความคิดของตั้งโอ๋ ...

ณ สวนสวยงามแห่งหนึ่ง บุลินเข้าจับมือตั้งโอ๋ ทั้งสองคนจับมือกันเดินมาที่มุมปิคนิค ปูผ้าและจัดวางตะกร้า ขวดแชมเปญไว้เรียบร้อยสวยงาม
บุลินก้มลงหยิบกุหลาบแดงดอกโต ออกมาจากช่อดอกไม้อื่นๆ ที่เสียบอยู่ในตะกร้าอีกใบออกมา
แล้วยื่นให้ ตั้งโอ๋รับไป เขายื่นหน้าไปหอมแก้มตั้งโอ๋ กอดกันมีความสุข
" เดทแรกของเรา ....มีตะกร้าปิกนิก แชมเปญสักขวด....แล้วก็มีกุหลาบแดงดอกโตๆสักดอกจากคนที่ฉันรัก .
...แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากที่สุดแล้วล่ะ"


ตั้งโอ๋ในตาราง หันมามองหน้าบุลินยิ้มเบาๆ ...

" ตกลง ...เราจะไปปิกนิกกัน"
" พูดแล้วอย่าลืมนะ"
" ไม่มีวัน"
"แน่ใจ"
" เพื่อเตือนความจำ ...ผมจะส่งกุหลาบแดงให้คุณทุกวัน จนกว่าจะถึงวันที่คุณเป็นอิสระ ...ดีมั้ย"
" ดีมาก ...ดีต่อใจที่สุดในโลกเลย"
ตั้งโอ๋เข้าไปกอดบุลินอีกครั้ง

ณ ร้านขายดอกไม้ คนขายหยิบกุหลาบแดงดอกโต ที่ใส่หลอดหล่อนํ้าให้ พอสวยงาม มายื่นให้บุลิน
"นี่ค่ะ กุหลาบแดงดอกโต สีสวยมากเลยนะคะ ซื้อไปให้แฟนหรือคะ"
บุลินรับดอกไม้ไป แล้วพูดขึ้น
" ครับ.... ผมสัญญาว่าจะส่งกุหลาบให้เธอทุกวัน"

ที่โรงพัก ต้อมตกใจ พูดกับตั้งโอ๋ หลังจากรู้ข้อมูลจากตั้งโอ๋ว่า หม่อมแม่ที่ไปเจอมา เป็นตัวปลอม
"อะไรนะ ตั้งโอ๋ นี่แกพูดจริงๆนะ"
" มันใช่เรื่องจะมาหลอกกันเล่นเหรอ ....พี่ซินดี้บอกกับฉันเองว่า เขาปลอมเป็นหม่อมแม่ มาหลอกให้ฉันไปติดกับ เพื่อให้ฉันกลายเป็นฆาตกร!"
"โอ้ย ฉันจะเป็นลม"
" ไหวมั้ย"
"ไหวสิ ต้องไหว งานนี้ฉันจะตายไม่ได้ ฉันต้องช่วยแกให้ได้ก่อน"
" งั้น ถ้าพี่ต้อมจะช่วยฉัน ก็ทำอะไรให้อย่างได้ไหม"
"อะไรล่ะ"
" ช่วยไปเช็คที่บ้านหม่อมแม่ที ว่า สิ่งที่พี่ซินดี้พูดเป็นความจริงมั้ย ฉันกลัวพี่ซินดี้จะทำร้าย พี่หม่อมแม่ด้วย"
"นี่แกเป็นอย่างนี้แล้วแกยังมีแก่ใจ คิดถึงคนอื่นอีกเหรอ"
" เถอะน่า พี่ต้อม ตั้งโอ๋ขอร้องล่ะ ตั้งโอ๋ไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะตั้งโอ๋อีกแล้ว"
ตั้งโอ๋ขอร้อง ต้อมมองอ่อนใจ

บุลินเปิดประตูรถ กําลังจะหยิบดอกกุหลาบแดงออกมา เสียงต้อมเรียกไว้เสียก่อน
"หมวดบุลิน"
บุลินชะงัก หันไปหา
"ครับ พี่ต้อม"
ต้อมเดินเข้ามาหา
"พอดีเลยอ่ะ ...หมวดช่วยพาพี่ไปบ้านเพื่อนหน่อยได้มั้ย"
" เออ คือ..."
"แป๊บเดี๋ยวแหละ ไม่นานหรอก เออะ ตายแล้วพึ่งนึกได้ หมวดก็ต้องมีธุระปะปังบ้างอ่ะนะ งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปเรียกรถเอง"
ต้อมหันจะไป บุลินเรียกไว้
" อย่าเลยครับ ไปครับ เดี๋ยวผมไปส่งให้ดีกว่า"
" โอ้ย ขอบใจมากกจ้า"
ต้อมรีบไปขึ้นรถ บุลินปิดประตูข้าง แล้วขึ้นรถขับออกไป รถเคลื่อนไป เห็นดอกกุหลาบผ่าน
กระจก...

กานดาเลือกดอกไม้ แล้วยื่นดอกไม้ไหว้พระให้เข้ม
ทั้งคู่ไหว้พระในโบสถ์กัน
เข้มกับกานดา จับถังปล่อยปลา แต่กานดาดึงถัง มองจิก แบบว่าให้มือตัวเองจับถังเหนือเข้ม
เข้มมองบนแต่ก็ยอม แล้วปล่อยปลากันไป

กานดากับเข้มเดินออกมามุมหนึ่ง แล้วเข้มถามขึ้น
"ตั้งแต่เกิดเรื่องมา วันนี้เป็นวันที่ผมสบายใจที่สุด ขอบคุณนะ หมวดที่พาผมมาทำบุญ"
กานดาชะงัก แล้วหันมองหน้า
"มีขอบคุณด้วย"
"อ้าว จะให้ด่าเหรอ"
"ปากอย่างงี้ซี้ มันน่า.." .
กานดายังไม่ทันพูดจบ เข้มก้มหน้าลงมาหอมแก้มกานดาฟอด
กานดาอึ้งอ้าปากหวอไป
"หอมแก้มซักฟอด .....สดชื่น"
เข้มเดินออกไปอย่างสบายใจ กานดามองตาม โมโห รีบตามเข้มไป เอาเรื่อง
"กําเริบเสิบสานม๊าก"

เข้มเดินต่อเนื่องมา กานดาตามหลังเข้ามากระชากไหล่เข้มหันไป
แต่เข้มเบี่ยงตัวหลบอย่างรู้ทาง แล้วจับแขนกานดาบิด
"โอ้ย"
"นึกอยู่แล้วว่าหมวดต้องมาไม้นี้ เป็นไงผลการฝึกวิทยายุทธทางยูทูปของผม"
"จ้า เก่งมาก"
กานดาจัดการเหยียบเท้าเข้มให้เสียหลัก แล้วจัดการ บิดตัวให้ เข้มกลายเป็นฝ่ายถูกบิดมือแทน
"อู้ย"
"ฮึย ขี้โม้ ยังอ่อนหัดนะ น้อง"
"อย่าชํ้าเติมกันสิ ผมแค่ผู้ชายตัวเล็กๆ จะไปสู้อะไรกับหมวดมือปราบได้"
กานดาบิดแขนเข้ม อีกที
"โอ้ย"
"ไม่ต้องสำออยยเลย ไหนสมุดสะสมคะแนนของนายน่ะ เอามาซิ!"

กานดาขีดฆ่าตราปั๊มที่ปั๊มไปแล้ว 5-6 อัน ทิ้งทั้งหมด
เข้มโวย "โฮ หมวด นี่ตัดแต้มผมทิ้งหมดอย่างนี้ เมื่อไหร่ผมจะได้เป็นแฟนมืออาชีพซะทีล่ะ"
"ช่วยไม่ได้"
กานดายื่นสมุดสะสมแต้มคืนให้เข้ม
"แล้วถ้าผมตายก่อนสะสมแต้มได้ครบล่ะ"
กานดาอึ้งไปนิด แล้วเชิดขึ้น
"ชาติหน้าค่อยมาจีบ"
กานดาสะบัดออกไป เข้มมองตาม จิ๊ดใจ แล้วรีบตามออกไป
แรงตลอดดอ่ะ ....มันน่า.." เข้มทำท่าลุกขึ้นจะต่อย
กานดาหันมา เข้มรีบนั่งลงเสงี่ยม
"ยังไม่รีบมาขับรถอีก จะไปไหมโรงบาล"
"ครับ ๆ ไปแล้วครับ"
เข้มรีบวิ่งตามกานดาไป

ในโรงพยาบาล
เข้มเดินเข้ามาหากานดาที่รออยู่
"พี่ต้อมกลับไปแล้วล่ะ เมื่อกี้ พึ่งโทรมาบอกว่าไปธุระกับหมวดบุลินแล้ว"
"แล้วกัน"
คนบ้าชาย อุ้มตุ๊กตา วิ่งหนี บุรุษพยาบาลช่วยกันจับตัว ผ่านเข้ามา แล้วออกไป
กานดากับเข้มมองอึ้ง แล้วเข้มพูดขึ้น
"คนไข้จิตเวชน่ะ ...กลับกันเถอะ"
เข้มหันจะไป แล้วกานดาเหมือนนึกอะไรได้เรียกขึ้น
"เข้ม!! ฉันว่า ฉันพอจะนึกออกแล้วว่า เราจะช่วยตั้งโอ๋ได้ยังไง"
"ฮะ หมวดพูดจริงเหรอ ทำไงอ่ะ หมวด บอกมาเลย"
"นายจำได้ไหม ตั้งโอ๋เคยขึ้นไปอาละวาดบนเวที แล้วถูกส่งตัวมาหาหมอที่นี่"

วันนั้น ... ตั้งโอ๋เดินมาหน้าเวที แล้วประกาศขึ้น
" ฉันคือซินดี้ ฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย"

"หมอได้ตรวจแล้วก็วินิจฉัย แล้วว่า ตั้งโอ๋เป็นโรคหลายบุคลิกภาพ ซึ่งถ้าศาลพิจารณาว่าตั้งโอ๋ก่อเหตุขึ้นเพราะเป็นอาการทางจิต ตั้งโอ๋ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกงดการลงโทษ เรียกว่า หลุดคดีได้เลย"
" แต่ว่ามัน... "
กานดาสวนขึ้นมา
"ถ้าซินดี้เป็นคนฆ่าทุกคน แล้วใช้ตั้งโอ๋เป็นเครื่องมือ มันก็ไม่ยุติธรรมที่ตั้งโอ๋จะรับโทษทั้งหมดไว้คนเดียว ....เพราะฉะนั้น การยอมรับว่าเป็นผู้ป่วยนี่แหละ เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว!"
"แล้วตั้งโอ๋มันจะยอมเหรอ ที่จะกลายเป็นคนป่วยจิตเวช"
"งั้นก็ไปหาตั้งโอ๋ คุยกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า"
ทั้งสองคนรีบวิ่งออกไป

บุลินขับรถ ต้อมนั่งมาข้างๆ
"ผีซินดี้ปลอมเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของฉันกับตั้งโอ๋ เพื่อหลอกให้ตั้งโอ๋ไปติดกับดัก...จนกลายเป็นผู้ต้องหาฆ่านายเภา"
" ทำไมซินดี้ต้องทำกับตั้งโอ๋ขนาดนี้"
"ก็นั่นน่ะสิ มันแค้นฝังหุ่นมาแต่ชาติปางไหน ....ตอนนางยังมีชีวิตอยู่ นางก็เอาแต่โขกสับ หาเรื่องตั้งโอ๋มันมาตลอดเลยนะ"
ต้อมมองออกไป ชี้มือชี้ไม้ให้ บุลินเลี้ยวรถ
"เลี้ยวข้างหน้านี้แหละ หมวด แล้วตรงไปบ้านท้ายซอยเลย"

รถบุลินแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านซินดี้ ที่เป็นพื้นที่บ้านร้าง เนื่องจากโดนไฟไหม้ไปนานหลายปีแล้ว
บุลินกับต้อมเปิดประตูรถลงไปดู งง
" พี่ต้อมจำบ้านผิดหรือเปล่า นี่มันบ้านร้าง โดนไฟไหม้นะ"
"แต่คืนก่อนโน้นฉันมากับตั้งโอ๋ บ้านมันยังดีๆ อยู่เลยนะ"

คืนก่อน ... ตั้งโอ๋กับต้อมมายืนอยู่หน้าบ้านมองตัวบ้านอยู่

ต้อมตะลึงอึ้ง ไม่อยากเชื่อสายตา
"ไม่นะ ฉันจำไม่ผิดหรอก หลังนี้แน่ๆ"
ต้อมมองไปเห็นป้ายเลขที่บ้าน เก่าๆ หล่นอยู่กับพื้นมุมหนึ่ง เข้าไปหยิบดู
"นี่ไง บ้านเลขที่ มันใช่ แหละ บ้านหลังนี้แหละ บ้านหม่อมแม่"
" มันเป็นบ้านร้าง จะมีคนอยู่ได้ยังไงล่ะครับ"
หญิง1 เปิดประตูออกมาจากบ้านหลังตรงข้าม เพื่อเอาถุงขยะมาทิ้ง
บุลินรีบเดินเข้าไปถาม
" ขอโทษนะครับ ....พอจะทราบไหมครับว่า เจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ไหน แล้วทำไม
บ้านถึงได้เป็นแบบนี้"
" อ๋อ.... ก็บ้านมันโดนไฟไหม้ไปตั้งหลายปีแล้ว ....เจ้าของบ้านผู้ชายหนีออกมาไม่ทัน เลยโดนไฟคลอกตาย อยู่ต่อมาไม่นาน เจ้าของบ้านผู้หญิงก็ตรอมใจ ป่วย จนเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลโน้น"
"นี่คุณน้าพูดจริงหรือฮะ"
"เรื่องจริงซิ บ้านนี้น่ะ มีแต่เรื่อง พ่อตาย แม่ป่วย ส่วนลูกชายก็ไม่เคยได้ข่าวเลยนะ"
"น่าเป็นห่วงจริงๆ .... แล้วคุณน้า พอจะทราบมั้ยฮะ ว่าคุณป้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหน" ต้อมถามหญิง1ไป

บุลินกับต้อมออกมาจากลิฟต์ แล้วเดินไปตามทาง ห้องคนไข้

ป้ายชื่อ เขียนว่า “นางสุดา จึงกิจวัฒนาไพศาล”
"สุดา จึงกิจวัฒนาไพศาล ชื่อนามสกุลนี้ล่ะ ถูกต้องแล้ว ....ห้องนี้แหละ"
ต้อมเปิดประตูเข้าไปกับบุลิน

สุดานอนอยู่บนเตียง ใส่เครื่องช่วยหายใจ หลับไม่ได้สติ อยู่บนเตียง
"คุณป้า!"
ต้อมเข้ามาดู แม่ซินดี้ ตื่นเต้น แปลกใจ บุลินตามเข้ามาด้วย
พยาบาลถาม "มาเยี่ยมคุณป้าหรือคะ"
"ครับ ท่านเป็นอะไรครับ"
"หลอดเลือดในสมองแตกค่ะ มีเลือดคั่งในสมอง เมื่อมารักษาไม่ทันเวลา ก็เลยทำให้ไม่รู้สึกตัว กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอย่างนี้ล่ะค่ะ"
"โธ่ คุณป้า ไม่น่าเลย"
"เป็นญาติหรือคะ"
"ผมเป็นเพื่อนกับหม่อมแม่ เอ๊ย ศิวัช ลูกชายคุณป้าน่ะครับ ....เออไม่ทราบว่า ศิวัช เขามาเยี่ยมแม่เขาบ้างไหมครับ"
"ฮึ ศิวัชหรือคะ ไม่ใช่นะคะ"
"อ้าว ไม่ใช่ได้ยังไง ก็ลูกคุณป้า เพื่อนของผมน่ะ ชื่อศิวัช"
"ลูกคุณป้าไม่ใช่ผู้ชายนะคะ โน้นค่ะ รูปอยู่ทางโน้น"
พยาบาลชี้ไปข้างหลังของทั้งสองคน
ทั้งสองหันหน้าไปมอง แล้วเห็นรูปซินดี้ยิ้มหวาน ติดอยู่ที่ผนังห้อง
บุลิน กับ ต้อมตกใจ ตะลึงมหาศาล
"ว้าย แม่เจ้า"
" ซินดี้!"

บุลินตะลึง


พระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า กลางคืน

กานดากับเข้มเดินเข้ามาในตะราง เรียกหาตั้งโอ๋
"ตั้งโอ๋ เราหาทางช่วยแกได้แล้ว"
ทั้งสองมองเห็น ศพตำรวจ1 หล่นตุ้บมาตรงหน้า
กานดากริ๊ด เข้มร้องตกใจเช่นกัน
"จ่า!"
กานดาเข้าไปดูจ่า ตะลึง สะเทือนขวัญ
" โหดเหี้ยมมมาก"
เข้มมองหาตั้งโอ๋ในตะรางไม่เจอ เห็นประตูตะราง เปิดอ้าอยู่
"ตั้งโอ๋!!! ตั้งโอ๋หนีไปแล้ว"

บุลิน กับ ต้อมยืนมองดูรูปซินดี้อยู่
"ฉัน...ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยเนี้ย ศิวัช คือ ซินดี้ คุณพยาบาล! คุณอย่ามาอำนะ!!! ซินดี้เป็นลูกคุณป้าจริงๆนะ"
"ใช่แล้วค่ะ คุณซินดี้เนี่ยล่ะค่ะ ...เธอเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คุณป้า แล้วมีลูกพี่ลูกน้องคุณป้าอีกคนเป็นคนช่วยดูแล แต่วันนี้เธอไปธุระที่บ้านน่ะ"
" ฉัน .... ฉันจะเป็นลม"
" ใจเย็นพี่ต้อม" บุลินหันพูดกับพยาบาลต่อ "แล้วไงอีกครับ"
"ก็คุณซินดี้ เธอบอกให้ติดรูปเธอไว้ตรงนี้ เพราะถ้าแม่ฟื้นขึ้นมา ก็จะได้เห็นรูปเธอเป็นคนแรก แต่น่าเสียดายนะคะ ที่เธอเสียไปซะก่อน"
"ฉันอยากจะเป็นลมเป็นครั้งที่สอง"
เสียงมือถือบุลินดังขึ้น บุลินกดรับสาย
" ว่าไง กานดา"

กานดาคุยมือถือกับบุลิน เข้มเป็นคนขับรถให้
" พี่หมวด ตั้งโอ๋หนีไปแล้ว"
"ว่าไงนะ"
"ตอนนี้ฉันกับเข้ม กําลังช่วยกันตระเวนตามหาตั้งโอ๋อยู่ แถวถนนเส้นหลังโรงพัก"
เข้มมองออกไปที่ถนน เห็นตั้งโอ๋ยืนมองตาจิก ขวางถนนอยู่
"เฮ้ย"
กานดาตกใจเหมือนกัน "ตั้งโอ๋!"
เข้มเลี้ยวรถไปข้างทาง เบรคแรง กานดาร้องตกใจ

บุลิน กังวลใจ ได้ยินเสียงกานดา เข้ม เรียกตั้งโอ๋
"กานดา เจอตั้งโอ๋เหรอ"
เสียงสาย ตัดไป
" กานดาๆ สายหลุดไปแล้ว"
" เกิดอะไรขึ้นหมวด" ต้อมถาม
" เดี๋ยวค่อยคุยกันในรถ รีบไปก่อน พี่ต้อม"
บุลินนำต้อมวิ่งออกไปจากห้อง ต้อมรีบตามออกไป

เข้มกับกานดาเปิดประตูรถลงไป ยังที่ตั้งโอ๋ยืนอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่เห็นตั้งโอ๋แล้ว
"ตั้งโอ๋ หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยืนอยู่ตรงนี้นี่"
"นั่นสิ ฉันก็เห็น หายไปได้ยังไง"
เข้มหันหน้าไปทางหนึ่ง แล้วป๊ะกับตั้งโอ๋ยืนอยู่ตรงหน้าพอดี!!!
ตั้งโอ๋ตบเข้มฉาด เข้มกระเด็นเซถลาออกไปมุมหนึ่ง
ตั้งโอ๋หันเดินเข้าไปหาเข้ม
"ตั้งโอ๋ ทำไมทำแบบนี้"
กานดาวิ่งเข้าไปกระชากไหล่ตั้งโอ๋
ตั้งโอ๋หันมาหากานดาแล้วตบเปรี้ยง แต่กานดาหลบ แล้วเตะตั้งโอ๋ แต่ปรากฏว่าตั้งโอ๋นิ่งไม่กระดิก
กานดาจะเตะซํ้า ตั้งโอ๋ตบผัวะอีกที กานดาเลือดกระอักออกปากมาทันที
ตั้งโอ๋จะตบอีกที เข้มเรียกขึ้นเสียงดัง
"ตั้งโอ๋!"
ตั้งโอ๋หันไปมองเข้ม เจอกับแสงแบล๊กไลท์จากไฟฉายในมือเข้ม
ตั้งโอ๋ร้องกริ๊ดลั่น พร้อมร่างซินดี้ หลุดกระเด็นออกจากตัวตั้งโอ๋ไป
ตั้งโอ๋ล้มลงไปสลบหมดสติ
เข้มรีบเข้ามาดูกานดา "หมวด"
"ไม่เป็นไร ไปดูตั้งโอ๋เถอะ"
เข้มกับกานดาเข้าไปหาตั้งโอ๋
"ตั้งโอ๋ๆ"
"ไม่ได้สติเลย"
"พาไปจากที่นี่ก่อนเถอะ"
เข้มพยักหน้าแล้วส่งไฟฉายให้กานดา
"หมวดถือไว้"
เข้มอุ้มตั้งโอ๋ขึ้น กานดาคอยถือไฟฉายตามหลัง ทั้งหมดเดินไปที่รถ

เข้มอุ้มตั้งโอ๋เข้ามาที่รถ กานดาถือไฟฉายตาม พอเข้มเข้ามาที่หน้ารถ รถก็เกิดอาการถอยพรวดเข้ามาจะชนทั้งหมดเองได้โดยไม่มีคนขับ
เข้ม กานดาแตกกระเจิง เข้มล้มไปข้างทางกับตั้งโอ๋
กานดากลิ้งมาอีกทาง ไฟฉายในมือกานดาหลุดกระเด็นจากมือไป ตกที่พื้น จนถ่านหลุดออกมา
กานดาเงยหน้าขึ้นมาเห็น รีบพยายามลุกวิ่งเข้าไปหยิบไฟฉาย
จังหวะกานดาจะหยิบ เท้าซินดี้เข้ามาเหยียบไฟฉายจนบี้แบน แตกโพล้ง
กานดาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นซินดี้หน้าเละ มองจิกลงมา
ซินดี้เตะเท้าขึ้น เข้าคางกานดากระเด็นตัวลอยไปชนกับพื้นจน กานดาหัวแตกเลือดอาบ
เข้ม นอนจุกอยู่ เหลือบมองเห็น กานดากําลังกระเถิบหนีซินดี้ ผ่านใต้ท้องรถมา
"หมวด!"
เข้มพยุงร่างลุกขึ้น เปิดประตูรถคว้านมือไปเจอกล่องเครื่องมือช่าง เปิดออก หาอาวุธไปสู้กับซินดี้
ซินดี้ก้าวเข้าไปหากานดา กานดาพยายามกระเถิบหนี
กานดารีบล้วงหยิบปืนออกมา ยิงเปรี้ยงๆ แต่กระสุนไม่สามารถทำอะไรซินดี้ได้ จนกระสุนหมด
กานดาเขวี้ยงปืนทิ้ง แล้วขยับตัวจะลุกวิ่งหนี
แต่ซินดี้เหยียบเท้าลงมาที่ท้องกานดาเสียก่อน กานดาสะดุ้งตัว พร้อมเลือดทะลักออกปาก
ซินดี้กระทืบอีกที กานดาเลือดพุ่งอีก
ซินดี้จะกระทืบอีก ปรากฏว่า เข้มเอาไขควงแทงไหล่ซินดี้ อย่างแรงจนปักแน่น
ซินดี้ชะงักแล้วหันไป ตบเข้มกระเด็นล้มลงไป กับพื้น
กานดาพยายามเรียก ด้วยความเป็นห่วง ทั้งๆที่ตัวเองเลือดอาบหน้า
"เข้ม"
ซินดี้หันไปเล่นงานเข้ม กระทืบหลังเข้ม จนเข้มกระอักเลือดออกมาเช่นกัน
แล้วซินดี้ดึงไขควงที่ไหล่ออกมา แทงลงไปที่หลังเข้ม
เข้มสะดุ้งเฮือกขึ้นมา เลือกทะลักออกปาก
เลือดเข้มกระเด็นไปโดน สมุดสะสมคะแนน ของเข้ม ที่หล่นกับพื้น เปื้อนเลือดกระเซ็นเป็นจุดๆ
เข้มฟุบหมดสติไปทันที
กานดามองด้วยความเจ็บปวด ร้องสะอื้นขึ้นมานิดนึง
ซินดี้หันไปทางกานดา...เหมือนจะเล่นงานอีก แต่ซินดี้เหลือบไปมองเห็น พระจันทร์บนท้องฟ้า
ทำให้ซินดี้เปลี่ยนใจ เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว ซินดี้ผละเดินออกไปทางตั้งโอ๋
กานดานอนหายใจรวยริน จะตายไม่ตายแหล่ กานดาพยายามขยับตัวยื่นแขนออกไป เพื่อจับตัวเข้ม
แต่พอใกล้จะแตะตัว กานดาก็หมดสติไปเสียก่อน มือหล่นกับพื้นผัวะ

รถบุลินขับเข้ามาจอดริมถนนมุมหนึ่ง เปิดประตูรถออกมา แล้วเห็น หมู่ตำรวจ และสารวัตรยืนคุมงานอยู่ ที่ถนนข้างหน้า บุลินกับต้อมรีบวิ่งเข้ามาหาสารวัตร
" สารวัตร"
สารวัตรหันมองบุลินหน้าเครียด
"บุลิน ผมกําลังจะโทรหาคุณพอดี"
บุลินเหล่สายตา ไปเห็นกองเลือดที่แดงเปื้อนพื้นอยู่ แล้วถามขึ้นกรุ่นๆ ใจ
"กานดาบอกผมว่าอยู่แถวนี้...ผมเลยตามมา"
"เกิดอะไรขึ้นครับ สารวัตร ใครเป็นอะไรหรือครับ"
สารวัตรอึ้งแล้วค่อยพูดขึ้น
"กานดากับนายเข้มโดนทำร้ายอาการสาหัสมาก อาจจะไม่รอด"
ต้อมเข่าอ่อนทรุดลงไป สะอื้น ตำรวจ1 ที่ยืนข้างๆ ช่วยจับตัวไว้
"ฮือ ....ใคร...ใครมันเลวอย่างนี้ ใครทำน้องฉัน"
สารวัตรหยิบถุงพลาสติกใส่สร้อย เพนโดลั่มของ ตั้งโอ๋ มาจากตำรวจ1
"เราพบสร้อยของตั้งโอ๋ ตกอยู่บริเวณนี้ ...แสดงว่าตั้งโอ๋อยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เหยื่ออีกคน
ก็ต้องเป็นผู้ต้องหา"
"ไม่จริง ตั้งโอ๋มันจะฆ่าเพื่อนทำไม ไม่จริงๆๆ"
"พี่ต้อม อย่าพึ่งโวยวายสิ ....ตอนนี้เราต้องช่วยกันหาตั้งโอ๋ให้เจอเร็วที่สุด"
บุลินหน้าเครียดจริงจัง

โอ๋นอนหมดสติอยู่ตรงทางเดิน ในโรงเรียนร้าง
แล้วเสียงตั้งโอ๋ในวัยเด็ก ร้องเพลงเชียร์กีฬาดังแว่วๆเข้ามา จนทำให้ตั้งโอ๋ตื่นขึ้น ลืมตาปัง
ตั้งโอ๋ลุกขึ้นมานั่ง แล้วมองไปตามเสียง เห็นตัวเองตอนเด็กเดินแบบร่าเริง ร้องเพลงเชียร์ผ่านหน้าไป
ตั้งโอ๋ตะลึง ไม่อยากเชื่อสายตา
" นั่นมัน ...ชั้น"
ตั้งโอ๋ อึ้ง แล้วอยากรู้ รีบลุกวิ่งตามตัวเองตอนเด็กออกไป

โอ๋วิ่งไปตามทาง จนตามมาถึงหน้าห้องชมรม ตั้งโอ๋เดินเข้าไป แล้วเห็นทุกคนในวัยเด็ก ... ศิวัชใส่หน้เกากกําลังซ้อมเชียร์กันอยู่อย่างสนุกสนาน
" เป็นไปไม่ได้ ฉัน กับ พี่ต้อม....!"
แล้วเด็กทั้งหมดก็หยุดชะงัก ศิวัชอยู่ตรงกลาง ทั้งหมดหันมามองตั้งโอ๋เป็นตาเดียว โดยที่นัยน์ตาของทั้งหมดกลายเป็น ตาดำใหญ่ๆ ลูกใหญ่ๆ น่ากลัวๆ
ตั้งโอ๋ตะลึง
ต้อมและตั้งโอ๋ในวัยเด็กเคลื่อนมาหาตั้งโอ๋ ศิวัช ยืนโพสตรงกลางเฉยๆ เก๋ๆ
ตั้งโอ๋ช็อกไปอีก อึ้ง ตะลึง พูดไม่ออก
เด็กทั้งสองคนแยกเขี้ยวขึ้นมาเห็นฟันซี่เล็กๆแหลมๆ น่ากลัวหลอนขึ้นไปอีก พุ่งเข้าหาตั้งโอ๋อย่างเร็ว
ตั้งโอ๋ยกมือปิดหน้าร้องกริ๊ดๆ หวาดกลัว ไปสักครู่หนึ่ง แล้วปรากฏว่า ทุกอย่างเงียบ
ตั้งโอ๋ค่อยแยกนิ้วออกแล้ว ลืมตามองผ่านนิ้ว ไม่เห็นอะไร ทุกอย่างดูปกติ
ตั้งโอ๋ค่อยดึงมือออก พูดกับตัวเอง
" ฉันต้องไม่กลัว ภาพลวงตา ไม่ใช่เรื่องจริง"
ตั้งโอ๋หันหลับกลับ ป๊ะกับซินดี้ยืนอยู่ตรงหน้า ยกมือขึ้นบีบคอตั้งโอ๋ทันที
ตั้งโอ๋กรีดร้อง แล้วถอยแรงจนไปติดผนังมุมหนึ่ง พยายามดิ้นรน
" โอ้ย ปล่อย"
ซินดี้ไม่ปล่อย บีบแน่น ตั้งโอ๋คว้านมือไปที่ฝา มีไม้บรรทัดเหล็ก เสียบๆ อยู่
ตั้งโอ๋หยิบออกมา ฟาดไปที่ซินดี้
ซินดี้หายตัวไปวับ ทันที
ตั้งโอ๋มองรอบๆแปลกใจ
"พี่ซินดี้ พี่จะเล่นตลกอะไรกับฉันอีก"

เสียงซินดี้หลอนๆ ดังขึ้นมา ก้องๆ ตั้งโอ๋มองหวาดหวั่นใจ รีบวิ่งหนีออกไป


บุลินขับรถตามหา อยู่กับต้อม
" พี่ต้อมลองนึกดูอีกนะครับ ตั้งโอ๋จะไปไหนได้อีก"
"มันไม่ใช่ตั้งโอ๋ หมวด มันคือนังผีซินดี้ นังผีเพื่อนฉัน ฉันไม่นึกเลยว่า นังศิมันจะเล่นแรงอย่างนี้ มันโกรธเกลียดอะไรนักหนา"
" มีที่ไหนมั้ยครับ ที่มีความหมายกับผีซินดี้หรือผีศิวัชเป็นพิเศษ"
บุลินถาม แล้วต้อมมองตอบคิดใคร่ครวญ

ตั้งโอ๋วิ่งหนีออกมา จะเปิดประตูออกไปข้างนอกก็เปิดออกไปไม่ได้
ตั้งโอ๋เหลียวหน้าเหลียวหลัง ตัดสินใจวิ่งไปทางหนึ่ง แล้วปรากฏว่า กลับวิ่งกลับเข้าไปที่ห้องเชียร์เดิมอีก
ตั้งโอ๋มองแปลกใจ จะหันหลังวิ่งกลับ ประตูก็ปิดใส่หน้าปัง
ตั้งโอ๋ผงะ มองไปรอบๆ
"พี่ซินดี้ พี่ต้องการอะไร พี่พาฉันมาที่นี่ทำไม"
ซินดี้เดินออกมาจากความมืดมุมหนึ่ง พูดขึ้น
"ที่นี่มันเหมาะจะเป็นที่ฝังศพของแกไงล่ะ"
" พี่ซินดี้!!! ที่พี่ทำกับฉันมันก็ตายทั้งเป็นแล้ว พี่ยังไม่สะใจอีกเหรอ"
"หึหึหึ มองหน้าฉันให้ดีๆ มองให้ชัดๆ แล้วนึกดูสิว่าเราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย"
" ไม่ ฉันไม่เคยรู้จักพี่"
ซินดี้แสยะยิ้ม แล้วหมุนตัวกลายเป็น หม่อมแม่ ศิวัชตอนเด็กในชุดลีด ใส่หน้ากาก
" หม่อมแม่!"
ศิวัชยกมือขึ้นดึงหน้ากากออก เห็นหน้าเต็ม
" จำฉันได้หรือยัง"
" พี่ศิวัช!"
ตั้งโอ๋ตะลึงหนัก
ศิวัชหัวเราะชอบใจ แล้ว หมุนตัวอีกครั้ง กลายเป็นซินดี้เหมือนเดิม
"ตกใจมากเลยเหรอ ที่ฉันคือศิวัช"
ตั้งโอ๋มองไม่เข้าใจ
"ทำไม พี่ศิวัช ...พี่รู้มาตั้งแต่แรกที่ฉันเข้ามาทำงานที่เพลินพิมานแล้วใช่มั้ยว่าฉันคือตั้งโอ๋ แต่ทำไมพี่ไม่ทักฉันสักคำ แล้วยังโขกสับฉันเหมือนฉันไม่เคยเป็นเพื่อนร่วมคำสัญญากับพี่เลย"
"ใครจะนับคนทรยศเป็นเพื่อนร่วมคำสัญญาล่ะ"
"ฉันเหรอ ทรยศ พี่เอาอะไรมาพูด"
"หึหึ แกคงนึกอยู่เสมอสินะว่า แกมันนางเอก แม่พระแสนดี แต่ความจริงแล้ว อีโลกสวยอย่างแกนี่แหละที่เป็นตัวบ่อนทำลายชีวิตคนอื่น"
" พี่เอาอะไรมาพูด ฉันไปทำอะไรให้พี่"
"แกจำวันนั้นได้ไหม วันก่อนที่ฉันจะหนีออกจากบ้านไป มันเกิดอะไรขึ้น"
ซินดี้นึกไปถึงอดีต สมัยมัธยมปลาย

ตั้งโอ๋ในชุดนักเรียนปกติ พันข้อเท้าขาเจ็บ กําลังแต่งหน้าให้ต้อมที่อยู่ชุดลีดใกล้เสร็จแล้ว
"น่าเสียดายนะ ตั้งโอ๋เจ็บขา วันนี้เลยไม่ได้ไปงานต้อนรับผู้ว่าด้วยกันเลย"
" ถึงน้องไม่ได้ไป น้องก็จัดเต็มให้คุณพี่ ตามที่คุณพี่คายพิษไว้ทุกเม็ดเลยนะคะ"
ซินดี้นุ่งกระโจมอกวิ่งเข้ามา ที่ล๊อกเกอร์ เปิด หยิบอุปกรณ์กระเป๋าแต่งหน้า ต่างๆออกมา
"อ้าว หม่อมแม่ ยังไม่แต่งตัวอีก"
"มาช่วยหน่อยสิ หญิงเล็ก"
ตั้งโอ๋เข้าไปช่วยซินดี้แต่งตัว แล้วมองเห็นว่าที่หลัง ไหล่ แขน ซินดี้มีรอยเปื้อนแดงๆ แบบโดนเฆี่ยนตีมา
"อุ้ยยยย พี่หม่อมแม่ ทำไมหลังมีแต่รอยแดงอย่างนี้ล่ะ"
" โดนพ่อตีน่ะสิ"
" โห้ย แรงอ่ะ พี่ไปทำอะไรอ่ะ พ่อถึงตีขนาดนี้"
"ฉันจะทำอะไร ก็แค่นิ้วก้อยเด้งนิดเดียว"
ตั้งโอ๋สงสาร
"โธ่ พี่หม่อมแม่"
"อยู่บ้านฉันต้องแมน นี่แกอย่าไปบอกใครล่ะ ว่าฉันมาเต้นลีดให้โรงเรียน ไม่งั้น ฉันโดนพ่อฆ่าตายแน่" ศิวัชหยิบฟองนํ้าให้ตั้งโอ๋ "อะ ลงแป้งที่หลังให้ด้วย อย่าให้เห็นรอยโดนตีล่ะ"
ตั้งโอ๋รับฟองนํ้ามา มองซินดี้แบบเห็นใจ

พ่อซินดี้เดินเข้ามาแล้ว ตั้งโอ๋เดินออกจากตัวตึก มาเจอกับพ่อซินดี้พอดี
" อ้าว ตั้งโอ๋ ศิวัชมันลืมชุดบอลไว้ที่บ้านน่ะ พ่อกลัวจะไม่มีชุดใส่ลงซ้อมก็เลยเอามาให้ แล้วนี่ เจ้าศิวัชอยู่ไหน"
" เออ อ้อ พี่ศิวัชไปกิจกรรมข้างนอกกับคุณครูอ่ะค่ะ"
"อ้าวเหรอ แล้วกลับมาซ้อมมั้ย ไม่ได้นะ เล่นบอลมันต้องซ้อมหนักๆถึงจะเก่ง ..." พ่อล้วงเสื้อบอลออกมาให้ตั้งโอ๋ดู "นี่เสื้อเจ้าศิ เบอร์9 เบอร์เดียวกับพ่อใส่ลงแข่งกีฬาจังหวัดจนได้ถ้วยเลยนะ ศิวัชมันต้องเก่งเหมือนพ่อ...พ่อวางแผนไว้หมดแล้ว พ่อจะปั้นให้ศิวัชมันเป็นตำรวจมือปราบ พออายุ28 ก็แต่งงาน เหมือนตอนที่พ่อกับแม่แต่งงานกัน"
" แต่งงานหรือคะ"
"เสียดาย พ่อทาบทามลูกสาวเพื่อนพ่อไว้แล้ว ไม่งั้นล่ะก็จะจองตั้งโอ๋เนี่ยแหละให้เจ้าศิวัช" พ่อยื่นถุงชุดบอลให้ตั้งโอ๋ "อะ งั้นลุงฝากชุดให้เจ้าศิมันด้วยนะ"
พ่อหันเดินกลับออกไป ตั้งโอ๋มองชุดบอลแล้ว เงยมองตามพ่อไป แล้วตัดสินใจพูดขึ้น อยากช่วยเพื่อน
" คุณลุง...พี่ศิวัชไม่ได้ชอบเตะบอล"
พ่อชะงักกึกแล้วหันกลับมาหา
" พี่ศิวัชไม่ได้อยากเป็นตำรวจ แล้วก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงด้วยค่ะ"
"นี่เธอพูดอะไร"
ตั้งโอ๋เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วดึงแขนพ่อให้เดินออกไปด้วยกัน
" คุณลุง ไปกับตั้งโอ๋แป๊บนึงนะคะ"

ตั้งโอ๋พาพ่อมาที่ตู้โชว์รางวัล และรูปถ่ายศิวัชในชุดลีดเดอร์ พ่อมองอย่างตะลึงรับไม่ได้
"ไอ้ศิวัช ใส่ชุดบ้าอะไร"
พ่อหยิบรูปจะเขวี้ยงทิ้ง ตั้งโอ๋รีบแย่งมาถือ
" อย่าค่ะ....พี่ศิวัชเป็นลีดเดอร์ที่เก่งที่สุดของโรงเรียนเราเลยนะคะ ถ้วยรางวัลพวกนี้ ได้มาก็เพราะพี่ศิวัชทั้งนั้นเลยค่ะ พี่ศิวัชเป็นคนเก่งมากๆเลยนะคะ คุณลุง"
"พอ ฉันไม่อยากฟัง"
" คุณลุงคะ ที่หนูพาคุณลุงมาดูผลงานของพี่ศิวัช เพราะหนูอยากให้คุณลุงภูมิใจ"
"มันหลอกฉันว่าจะมาเตะบอล มันโกหกฉันแบบนี้น่ะเหรอจะให้ฉันภูมิใจ"
" ถ้าคุณลุงเปิดใจ ยอมรับในสิ่งที่พี่เขาเป็น เขาก็จะไม่โกหกคุณลุงหรอกค่ะ"
"นี่เธอเป็นใคร ไปเข้าข้างมันทำไม"
" หนูสงสารพี่ศิวัช หนูไม่อยากเห็นพี่เขาต้องถูกบังคับ ถูกตีอีกแล้ว"
พ่ออึ้งพูดไม่ออก
ตั้งโอ๋ยกมือไหว้
"หนูไหว้ล่ะค่ะ คุณลุง อย่าเห็นพี่ศิวัชเป็นตุ๊กตาทดแทนความฝันของคุณลุงเลยนะคะ ปล่อยให้พี่เค้าเป็นอิสระเลือกชีวิตของเขาเอง นั่นแหละค่ะ ถึงจะเรียกว่าความรักที่แท้จริง"
พ่ออึ้ง สะเทือนใจ ขัดใจมากกว่าเห็นด้วย

ซินดี้บอก
"ฉันสั่งแกแล้ว ไม่ให้บอกพ่อ!! แล้วแกทำอะไร"
" ฉันหวังดีกับพี่นะ"
ซินดี้หันไประเบิดอารมณ์ใส่ตั้งโอ๋ที่อยู่ข้างหลัง
"แกทำลายครอบครัวฉัน!! แกรู้มั้ยเพราะสิ่งที่แกพูด มันทำให้ฉันเป็นยังไง"
ซินดี้เจ็บปวด

พ่อโยนหนังสือแฟชั่นวัยรุ่น ผู้หญิง ชุดแต่งหน้า นํ้ายาทาเล็บ
"ฉันอุตส่าห์ไปฝากฝังกับครูให้เข้าทีมฟุตบอล แต่แกกลับมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ไปเอากระโปรงมาใส่เลยซิ ไหน ๆก็แอบทาเล็บ ทาปากอยู่แล้วนี่ไอ้นอกคอก"
พ่อตบหัวซินดี้ด้วยความโมโห แม่เข้ามาห้าม
"ตระกูลฉันไม่เคยมีใครผิดเหล่าผิดก่อแบบแก"
"พอทีเถอะ หนูเป็นกะเทย หนูไม่ได้เป็นเชื้อโรค หนูไม่ได้ไปทำร้ายใคร"
"ไอ้ศิวัช" คราวนี้พ่อตบหน้าเต็มๆ จนศิวัชเซไป ศิวัชเจ็บปวดที่สุด แม่นํ้าตา ไหลพรากสงสารแต่ พ่อชี้หน้า " ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้อีก อย่ามาเรียกกูว่าพ่อ"
ซินดี้เจ็บปวดที่สุด
"ถ้าพ่ออายชาวบ้านนัก หนูก็จะไปจากบ้านหลังนี้"
"ถ้ามึงคิดว่ามึงเก่งก็ไปเลย จำไว้ไอ้พวกผิดเพศมันไม่วันได้ดี ไม่มีใครยอมรับมึงหรอก"
ศิวัชทนไม่ไหวอีก เดินออกไป แม่พยายามจะตามแต่พ่อดึงไว้ ศิวัชหักใจด้วยความทิฐิ วิ่งออกมา
แม่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ
"ศิ อย่า อย่าไป ศิ ลูกแม่"

ซินดี้เจ็บปวด
"หลังจากวันนั้นชีวิตของฉันก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน ฉันระหกระเหิน ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่ได้เรียน จนมาทำงานร้านอาหารแล้วได้มาเจอกับไอ้แมงดาหรั่ง พอหนีจากมันได้ก็ต้องมาเจอนังป้ามี่เกาะกินหาผลประโยชน์ ไหนยังจะไอ้ปลิงเภา นังโกกิ ผัวเมียใจนรกอย่างนังแพรวากับไอ้ภาวัช.... จุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งหมดในชีวิตฉันมันเกิดขึ้นเพราะใคร ถ้าไม่ใช่แก"
ซินดี้ชี้นิ้วไปที่ตั้งโอ๋ แรง ร่างของตั้งโอ๋กระเด็นแรงเข้าไปติดผนังมุมหนึ่ง เชือกที่รกๆแถวนั้นพุ่งเข้ามามัดมือตั้งโอ๋ทั้งสองข้างตรึงกับผนัง ขยับตัวไม่ได้
" พี่ซินดี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอโทษ"
"ง่ายดีนะ ผิดแล้วก็ขอโทษ แต่ชีวิตที่พังพินาศไปแล้วของฉันมันเรียกคืนได้มั้ย"
ซินดี้เข้ามาใกล้ตั้งโอ๋ พร้อมทำมือดึงอะไรออกมาจากผม กลายเป็นดึงเข็มเย็บกระสอบออกมา ทำท่าจะเข้าไปเย็บปากตั้งโอ๋
"พี่ซินดี้ จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ"
"ปากสว่างดีนัก มันต้องเย็บให้สนิท"
ซินดี้จ่อเข็มเข้าไปที่ปากตั้งโอ๋...

พระจันทร์ลอยบนฟ้า เปล่งแสงสุกสกาว ใกล้จะตรงหัวแล้ว ซินดี้จะร่างสลาย

ซินดี้เกิดสภาพเนื้อเน่าขึ้นมาที่หน้าข้างหนึ่ง กับแขนข้างหนึ่ง เป็นสัญญาณว่า พลังใกล้หมดแล้ว
ซินดี้ร้องกรี๊ดตกใจ ตั้งโอ๋มองตระหนก
"ไม่.....ฉันต้องไม่เป็นอะไร ฉันต้องไม่เป็นอะไร"
ซินดี้พยายามฝืนข่มให้ตัวเอง เข้ามาจัดการตั้งโอ๋ต่อ
ตั้งโอ๋ตกใจ พยายามดิ้นไปมา สะบัดหน้าไม่ให้โดนจิ้ม
" อย่า"
เข็มพลาดไปโดน แขนตั้งโอ๋แทน แล้วปรากฏว่าเลือดของตั้งโอ๋ กระเด็นไปโดนแขนซินดี้ที่เป็นแผล ทำให้แผลนั้น หายเป็นปกติขึ้นมาได้ แต่แผลที่หน้ายังเป็นอยู่
ซินดี้แปลกใจขึ้นมา
"แผลหายไปแล้ว ...แก"
ซินดี้เอาเข็มกรีดตั้งโอ๋ให้เลือดออกอีก แล้วเอาเลือดที่เข็มมาแตะที่หน้า แผลของตัวเอง แผลบนหน้าก็หายไปอีก ซินดี้ดีใจ
" เลือดของแก วิเศษมาก"
" นี่มันอะไรกัน"
"ฉันคิดไม่ผิดที่ให้แกกินเลือดฉันวันนั้น"

"แกอยู่ในฉัน ฉันอยู่ในแกนี่เอง....ฉันรู้แล้ว ฉันจะแก้คำสาปแม่ชีนั่นได้ยังไง"
" พี่พูดเรื่องอะไร หมายความว่าไง"
"ก็หมายความว่า ถ้าวิญญาณของฉันเข้าไปอยู่ในร่างของแก ก่อนพระจันทร์ตรงหัวในคืนนี้ ฉันก็จะอาศัยอยู่ในร่างของแกตลอดไปไงล่ะ"
" พี่จะยึดร่างของฉันเป็นของพี่งั้นเหรอ ...แล้ววิญญาณฉันล่ะ"
"ลงนรกไปซะ!"
ซินดี้หัวเราะ แล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาที่ร่างของตั้งโอ๋
บุลินกับต้อมเข้ามา ยกไฟแบล๊กไลท์คนละอันส่องไปที่ซินดี้
ซินดี้ตัวไหม้ กรีดร้องขึ้น แล้วร่างหายวับไป
ตั้งโอ๋ที่ถูกตรึงอยู่กับกําแพง ก็ร่วงพล็อยยลงมา
บุลิน ต้อม วิ่งเข้าไปหาตั้งโอ๋
" ตั้งโอ๋"
" หมวด พี่ต้อม .....พี่ซินดี้คือพี่ศิวัช"
"พี่กับหมวดรู้แล้ว"
"พี่ศิวัชเขาโกรธฉัน เรื่องที่ฉันไปบอกคุณลุงว่าพี่เขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์จริงๆด้วย เขาหาว่าฉันทำให้เขาบ้านแตก"
"โธ่ นี่ผูกใจเจ็บถึงขนาดนี้เลยเหรอ"
"อย่าพึ่งพูดอะไรเลยครับ รีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ"
บุลินดึงมือตั้งโอ๋ลุกขึ้น แล้วทั้งหมดรีบวิ่งออกจากห้องนั้นไป


ทุกคนพากันวิ่งหนีออกมาตามทางเดิน
 
ต้อมหกล้ม เซไปหน่อย แล้วถึงรีบเดินตามบุลินไป ปรากฏว่า ต้อมเลี้ยวไปอีกทาง คนละทางกับบุลิน

ต้อมฉายไฟฉาย มาตามทาง ไม่เห็นใคร งง
"บุลิน ตั้งโอ๋"

อีกด้าน บุลินกับตั้งโอ๋ หันมองไปดูข้างหลัง แล้วไม่เห็นใคร
" พี่ต้อมล่ะ"
" หลงไปไหนแล้ว"
" ไปตามกัน"
บุลินจะเดินพาตั้งโอ๋กลับไปทางเก่า ปรากฏว่าอยู่ๆ ประตูห้องก็ปิดลงมาได้เอง
บุลินรีบเข้าไปเคาะประตูดู แต่เปิดไม่ได้ แล้วมีเลือดไหลนองลงมาจากขอบประตู แล้วเพดานเหมือนฝน
จนทั้งสองผงะ แล้วรีบวิ่งหนีไปอีกทาง

ฝ่ายต้อมเดินลงบันไดไป ถึงอีกชั้น แล้วมองหา
" เอ มาทางเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย"
ต้อมหันจะเดินกลับ แล้วเราจะเห็นซินดี้ยืนอยู่ชั้นบนมองลงมาที่ต้อม
ต้อมตกใจ รีบฉายไฟไปใส่ ซินดี้หายวูบไปอีก
"ศิวัช .... ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นแบบนี้"
ต้อมฉายไฟฉายไปแล้วเดินถอยหลัง ส่ายตาสอดส่ายระแวง จนต้อมถอยหลังไปชนตู้หรือโต๊ะแถวนั้น
มือผีซินดี้ โผล่ออกมาจากช่องใต้โต๊ะจับขาต้อม
ต้อมร้องตกใจแล้วล้มหน้าควํ่าลงไปกับพื้น ไฟฉายกระเด็นจากมือ หล่นไปไกลพอประมาณ แต่แสงจากไฟฉายส่องมาไม่ถึงต้อม เพราะฉะนั้นตรงที่ต้อมอยู่จะเป็นเงามืดๆ อยู่
ต้อมพยายามกระเถิบตัว แล้วเอื้อมมือไปหยิบไฟฉาย แล้วต้อมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจับที่ข้อเท้า
ต้อมหันไปมอง เห็นตรวนที่ข้อเท้าตัวเอง ต้อมตกใจ มองเลยตามสายโซ่โยงตรงออกไปเห็นซินดี้ ยืนห่างออกไป ถือปลายโซ่อีกด้านไว้
"อ๊าย"
ซินดี้กระตุกโซ่
ร่างของต้อม โดนกระชากไปข้างหลัง ต้อมพยายามสาวมือไปหยิบหลอดไฟแต่ไม่ได้ ร่างต้อมโดนดึงอย่างรวดเร็ว ไถไปกับพื้น ตามแรงดึงของซินดี้ที่สาวโซ่เข้ามาเรื่อยๆ
"อ๊าก"
ต้อมโดนดึงเข้ามาจนถึงขอบประตูห้อง ต้อมเอามือจับประตูดึงไว้ ไม่ให้ไหลไปตามแรงดึงของซินดี้ แล้วต้อมพูดขึ้น
"ศิ เราเป็นเพื่อนกันนะ"
"เพื่อนทรยศน่ะสิ"
ซินดี้ไม่สนใจดึงอีก ต้อมยื้อไม่ยอมปล่อยมือจากขอบประตู
"แกมันอ่อนแอ แกโยนความผิดให้ตั้งโอ๋ เพราะแกไม่กล้ายอมรับความจริงว่าชีวิตแกพังเพราะตัวแกเองนั่นแหละ"
ซินดี้โกรธจัด ที่ต้อมพูดแทงใจดำ ซินดี้กระชากโซ่แรง จนขอบประตูหลุดติดมากับมือต้อม -ซินดี้เหวี่ยงโซ่ แล้วปล่อย ร่างต้อมโดนเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ แล้วลอยทะลุหน้าต่างออกไป
ซินดี้เหลียวมองตามตาขวาง เจ็บปวด

ต้อมหล่นมาตกจากหน้าต่าง ลงมาที่พื้น เลือดอาบหน้า สลบไป

บุลินกับตั้งโอ๋ วิ่งเข้ามาหลบเหนื่อยหอบที่มุมหนึ่ง ซึ่งปูพลาสติกใสตามทางเดิน แล้วมีผ้า
พลาสติกใสห้อยเป็นม่านลงมา เหมือนเขตก่อสร้าง ที่แบบยังสร้างทำไม่เสร็จ
บุลินมองตั้งโอ๋ที่หอบเหนื่อยข้างๆ
"ไหวมั้ย"
ตั้งโอ๋พยักหน้ารับ แต่ก็หอบ "อือ"
" คุณพักอยู่ตรงนี้ก่อน ผมจะลองไปตามหาพี่ต้อมแถวๆนี้เผื่อจะเจอ" บุลินยื่นแบล๊กไลท์ให้ตั้งโอ๋ "อะ เอาไว้ ป้องกันตัว"
"แล้วหมวดล่ะ"
บุลินหยิบไฟแช็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง
" แค่ไฟแช็กไว้ส่องทางก็พอ"
ตั้งโอ๋มองไฟแช็ก เหมือนคิดอะไรได้ในใจ
บุลินหันจะไป ตั้งโอ๋ดึงแขนบุลินหันกลับมา แล้วดึงไฟแช็กในมือบุลินไป คืนแบล็กไลท์ให้บุลิน
" ไม่ได้..." ตั้งโอ๋เอาแบล๊กไลท์ใส่มือบุลิน ดึงไฟแช็กมาถือ "ฉันถือไฟแช็กเอง"
" ซินดี้ไม่ได้กลัวไฟแช็กนะ อย่าดื้อเลย" บุลินจะดึงคืน
ตั้งโอ๋ดึงมือหนี ไม่คืน
"ฉันรู้น่าว่าจะจัดการกับพี่ซินดี้ยังไง"
" จัดการ ยังไง"
ตั้งโอ๋ไม่ยอมตอบคำถามตรงๆ
ตั้งโอ๋ยื่นมือไปจับมือบุลินให้มาแตะตรงที่หัวใจตัวเอง แล้วพูดขึ้น
" ในใจของฉัน...มีเรื่องอยากจะคุยกับหมวดอีกมากมาย มีคำอีกเป็นล้านคำที่ฉันอยากจะบอกกับหมวด ....แต่คืนนี้เวลาคงไม่พอ...ขอพูดสั้นๆว่า ขอบคุณในความรักที่มีให้กัน....ฉันรักหมวดนะ"
ทั้งสองสบตากันซึ้ง กินใจ
ตั้งโอ๋เขย่งตัวไปจูบปากบุลิน1 ที เบาๆ น่ารักๆ
" ฉันก็รักเธอ รักที่สุด ตลอดไป"
บุลินดึงตั้งโอ๋เข้ามากอด
" ฉันมีความสุขมากที่สุดเลยที่ได้รักหมวด ....จากนี้ไป....ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"
ตั้งโอ๋ยิ้มตาเศร้า มองออกไป
บุลินเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า แล้วป๊ะกับซินดี้ที่ยืนอยู่หลังพลาสติกใส มองจิกมาตรงหน้า
บุลินรีบดึงตัวตั้งโอ๋ หลีกหนี
" ซินดี้"
"รักกันมากใช่มั้ย!"
ซินดี้มองจิก แล้วเหมือนมีพลังอะไรบางอย่าง ผลักตั้งโอ๋กับบุลินกระเด็น ไปล้ม
บุลินรีบดึงตัวตั้งโอ๋ขึ้น แล้วพากันวิ่งหนีออกไป ซินดี้ค่อยๆ เดินตามไปอย่างโรคจิต

บุลินดึงตั้งโอ๋ พากันวิ่งเข้ามาในห้องเก็บของ ปิดประตูล๊อก
แล้วบุลินหันมองหาทางไป มองหน้าหน้าต่าง ที่มีม่านเก่าๆติดอยู่
บุลินชี้ไปที่หน้าต่าง
"ไป ตั้งโอ๋"
บุลินพาตั้งโอ๋จะวิ่งไปที่หน้าต่าง เพื่อปีนหนีออกไป
แต่ปรากฏว่า พอก้าวไปหน่อย ก็เกิด อาการห้องสั่น เหมือนแผ่นดินไหว ข้าวของในห้องหล่นลงมา ใส่บุลินกับตั้งโอ๋ ทั้งสองหลบแทบไม่ทัน
ถังใส่นํ้ามันล้มลงแล้วฝาจุกเปิดออก นํ้ามันไหลออกมา นองพื้น
ลังไม้ลอยเข้ามาจะโดนหัวตั้งโอ๋ บุลินรีบดึงตัวตั้งโอ๋หลบจนล้มลงไป หลอดไฟในมือบุลิน หล่นกลิ้งเข้าไปใต้ตู้อันหนึ่ง ห้องไหวสงบลง
บุลินกับตั้งโอ๋ เงียบ มองไปทางใต้ตู้
แล้วปรากฏว่า มีอะไรบางอย่างกลิ้งออกมาจากใต้ตู้ จนมันกลิ้งมาตรงหน้าบุลินกับตั้งโอ๋ แล้วจึงเห็นว่ามันคือกะโหลกศีรษะคน
"แอร๊ย"
ซินดี้ยืนอยู่กลางห้องมุมหนึ่ง พูดขึ้น
"ฉันอยากรู้จริงๆว่าความรักแท้มันมีแค่ลมปากหรือเปล่า"
ซินดี้มองจิกบุลิน ร่างบุลินลอยหวืดไปที่หน้าต่าง ร่วงออกไปแล้ว แต่บุลินคว้าผ้าม่านดึงไว้ได้ ห้อยต่องแต่ง
" หมวด!"
"เลือกเอาบุลิน ถ้าคุณตาย นังตั้งโอ๋รอด ถ้าคุณรอด นังตั้งโอ๋ตาย"
" ไม่ต้องถาม ผมยอมตาย"
ผ้าม่านขาดแคว่กไปอีกส่วน
ตั้งโอ๋ร้องลั่น วิ่งเข้าไปจับมือบุลินช่วยดึงไว้
"หมวด!!!! พี่ซินดี้ พี่เคยโดนพ่อบังคับ ไม่ให้ทำในสิ่งที่พี่รักไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไมพี่ถึงกลับมาบังคับใจคนอื่นแบบนี้ล่ะ"
"หุบปาก"
ม่านขาดแคว่กลงไปอีก
ตั้งโอ๋ร้องลั่น เป็นห่วง "หมวด"
"ถ้าฉันไม่มีความสุข ใครก็อย่ามีเลย" ซินดี้บอกพลางหัวเราะ

พระจันทร์บนท้องฟ้า ลอยเด่นขึ้นจวนเจียนจะตรงหัว

ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ศาลาศพ ซินดี้ เปรี้ยงๆ จนไฟลุกไหม้ขึ้น

ซินดี้ สะดุ้งตัวขึ้น แล้วหน้ากลายเป็นเหี่ยวแก่ ที่ผมร่วงหลุด อย่างรวดเร็ว
"ฉันไม่มีเวลาล้อเล่นอีกแล้ว เอาร่างของแกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะเอาชีวิตบุลินไปด้วย"
ตั้งโอ๋อึ้งคิด
" ไม่นะ ตั้งโอ๋ คุณบอกผมเอง อย่าขายวิญญาณให้ปีศาจ"
"หมดเวลาแล้ว ตายซะ บุลิน"
ตั้งโอ๋ร้องห้ามซินดี้
"หยุด"
ตั้งโอ๋ตัดสินใจหันไปหาบุลิน พูดขึ้น
" ความรักไม่เคยตาย ขอให้คุณจำฉันไว้ในหัวใจ"
ตั้งโอ๋ปล่อยมือบุลินออกไป บุลินหล่นจากตึกลงไป
" ตั้งโอ๋"

บุลินหล่นลงมาที่พื้น เจ็บปวด
บุลินเหลียวหน้ามองขึ้นไปบนตึกที่ตกมา

ตั้งโอ๋พูดกับซินดี้
"มาสิพี่ซินดี้ ฉันพร้อมแล้ว"
ผีซินดี้วิ่งมาเข้าร่างตั้งโอ๋
เงาวิญญาณซินดี้ที่ทาบทับตั้งโอ๋ ครึ่งหนึ่ง แล้วอีกครึ่งเป็นตั้งโอ๋
ตั้งโอ๋สะดุ้งเฮือกขึ้นมา มือตั้งโอ๋กำไฟแช็กไว้ข้างหลัง ยกดึงมือจุดไฟ แล้วหน้าซีก
หนึ่งของตั้งโอ๋ที่เหมือนควบคุมด้วยซินดี้ เบิกตาตกใจ ว่าตั้งโอ๋จะทำอะไร
" แก ... อย่า...ทำอะไรบ้าๆ"
" มันจบแล้ว พี่ซินดี้"
ซีกซินดี้พยายามรั้งไม่ให้ตั้งโอ๋ยกมือขึ้น แต่ซีกตั้งโอ๋ ก็ยกมือขึ้นสำเร็จ แล้วโยนไฟแช๊กลงไปที่นํ้ามันที่หกอยู่ ไฟลุกพรึ่บขึ้นมา

บุลินมองไปที่ตัวตึก เห็นประกายไฟระเบิดออกมาจากห้องเก็บของ
บุลินตกใจร้องลั่น ปวดร้าว เสียใจ

"ตั้งโอ๋!"


วันใหม่ หลังจากผ่านไป 1 เดือน

ทิพย์กําลังทำผมอยู่ในร้าน ในมือดูข่าวจากมือถือ
ผู้ประกาศรายงานข่าว ....
"รายงานพิเศษของเราในวันนี้เป็นสกู้ปการปิดตัวลงของโรงละคร เพลินพิมาน คณะคาบาเรต์ชื่อดัง เนื่องจากนางแพรวา เพลินพิมานได้ถูกฆาตกรรมไปเมื่อเดือนที่แล้ว นางสาวนํ้าทิพย์ เพลินพิมาน ทายาทผู้รับมรดกมีความประสงค์จะปรับปรุงโรงละครให้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสำหรับประชาชนทั่วไป"
ทิพย์กดปิดมือถือ แล้วเงยหน้ามองกระจก สะท้อนเงาของทิพย์ในลุ้คใหม่ที่ ทำผมแต่งหน้า แต่งตัวเหมือนแพรวา
แขก1 ที่นั่งทำผมข้างๆ ชะเง้อหน้ามามอง
"อุ้ย คุณทิพย์ หลานสาวคุณแพรวา ที่ออกข่าวว่าได้รับมรดกเมื่อกี้ใช่มั้ยคะ"
"ค่ะ"
" แม่เจ้า บุญหล่นทับแท้ๆ อุ้ย โทษทีคะ ....คือเดี้ยนว่า คุณทิพย์นี่ใจบุญมากนะคะ ที่ยกโรงละครเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมอ่ะค่ะ"
"คนเขาลือว่าทิพย์ทำเพื่อล้างอาถรรพ์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะคะ มันเป็นการทดแทนพระคุณคุณน้าน่ะค่ะ ชาตินี้ทั้งชาติทิพย์ก็ใช้ให้ไม่หมด"
ทิพย์แย้มยิ้ม ใสๆ แต่สายตามีเลสนัย

ในห้องคนไข้ พยาบาลเข้ามาพูดกับภาวัชที่นอนอยู่บนเตียง ซึ่งเป็นอัมพาตครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ถนัด
"สวัสดีค่ะ คุณภาวัช วันนี้จะมีญาติมารับกลับบ้านแล้วนะคะ"
ภาวัชมองดีใจ
"ดีใจใช่มั้ยคะ คงเบื่อนอนโรงพยาบาลแล้วสิค่ะ"
ภาวัชเหมือนพยักหน้ารับ
ทิพย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง
ภาวัชมองทิพย์ตาค้าง นึกว่าแพรวา
"พูดถึงก็มาพอดีเลยค่ะ"
ภาวัชร้องตกใจ พยายามดิ้น แล้วพูดว่าไม่ไป แต่ฟังไม่รู้เรื่อง
"อุ้ย ใจเย็นๆนะคะ คุณภาวัช นี่คุณทิพย์ไม่ใช่คุณแพรวานะคะ ....ดูดีๆก่อนค่ะ" พยาบาลหันมาหาทิพย์ "คุณภาวัชเธอมีอาการทุกครั้งเลยค่ะ ถ้าพูดหรือได้ยินชื่อคุณแพรวา"
"ค่ะ ...คุณน้าภาวัช รักคุณน้าแพรวามาก คงทำใจไม่ได้ที่คุณน้าแพรวาเสียชีวิตไปแล้ว" ทิพย์เดินเข้าไปใกล้ภาวัช ก้มลงกระซิบ แลน่ากลัว "ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงคุณน้าภาวัชจะเป็นอัมพาต ทิพย์ก็เต็มใจจะดูแลคุณน้าภาวัช ให้มีความสุขยิ่งกว่าอยู่กับคุณน้าแพรวาเลยล่ะค่ะ"
ภาวัชมองหน้าทิพย์ คลี่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

ในห้องนอนที่บ้าน ภาวัชนอนอยู่บนเตียง ห้องที่ตบแต่งใหม่สไตล์หวานๆ ดอกไม้สวยงาม ยิ้มมีความสุข
ทิพย์ในชุดแต่งงานเดินเข้ามา ในมือถือช่อดอกไม้สวยๆ เข้ามายืนตรงหน้าภาวัช
"ในที่สุด เราก็ได้อยู่ด้วยกันนะคะ คุณภาวัช เรามาแต่งงานกันเถอะค่ะ" ทิพย์ยิ้มหวานให้แล้วถาม "คุณภาวัช คุณยินดีจะรับ นางสาวนํ้าทิพย์เป็นภรรยาหรือไม่"
ภาวัชพยักหน้า แต่ไม่ตอบเพราะพูดไม่ได้
ทิพย์ของขึ้น "ฉันบอกให้ตอบ ไม่ใช่พยักหน้า"
ภาวัชส่ายหน้า ประมาณพูดไม่ได้ แต่ทิพย์ไม่ฟังเสียง
"กล้าแข็งข้อกับฉัน เหรอ ตอบ ฉันบอกให้ตอบ"
ภาวัชตื่น ดูทิพย์แปลกๆ แล้วทิพย์หันไปหยิบ แส้มาเฆี่ยนๆภาวัชแรงๆ จนเลือดกระเซ็นขึ้นหน้าทิพย์
"ตอบ"
ภาวัชร้องอย่างเจ็บปวด
ทิพย์นึกได้ขึ้นมา มาเสียงอ่อนเสียงหวานปลอบประโลม
"ตายแล้ว ฉันขอโทษนะคะ ภาวัช ฉันลืมไปว่าคุณเป็นอัมพาตพูดไม่ได้ ขอโทษๆ เจ็บมั้ยค่ะ โอ๋ๆ โอมเพี้ยง" ทิพย์เป่าแผล "อย่าร้องนะคะ"
ภาวัชหน้าเหยเก รู้แล้วว่าทิพย์บ้า
"ฉันสัญญาฉันจะไม่ทำให้คุณเจ็บอีกแล้ว ....คุณไม่โกรธฉันนะคะ"
ภาวัชรีบส่ายหน้า ไม่โกรธ
ทิพย์ลูบผมภาวัช
"ดีมากค่ะ คนเราต้องให้อภัยกันนะคะ เพราะการให้อภัยเป็นบุญใหญ่ เหมือนตอนที่ทิพย์โดนนังแพรวายิงตกนํ้า ทิพย์ก็แผ่เมตตาให้มันจน มีคนมาช่วยทิพย์พาไปโรงพยาบาลทันอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ เนี่ยเห็นมั้ย ว่าทิพย์มีบุญ แล้วเวรกรรมก็สนองคนชั่วช้าอย่าง นังแก่แพรวาจนมันโดนฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทรมาน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เราก็สบาย อยู่ๆ ก็ได้สมบัติมันมาใช้ไม่ต้องออกแรงเล้ย"
ทิพย์รู้สึกเปียกๆที่เตียง ลุกขึ้น ภาวัชปัสสาวะราด ด้วยความกลัว
" เอ๊ะ ทำไมเตียงเปียก คุณฉี่ราดเหรอ อี๋ สกปรก นี่คุณทำชุดแต่งงานฉันเปื้อน เห็นมั้ย ชั่วจริงๆ เลว"
ทิพย์เอาแส้ฟาดใส่ภาวัชอีกไม่นับ จนภาวัชเจ็บปวดร้องลั่น
"ฉันไม่มีทางให้อภัยแก ไอ้ภาวัช"
ทิพย์หันไปหยิบมีดที่ซ่อนไว้ใต้เตียงขึ้นมาชูสูง ทำท่าจะแทงลงที่ตัวภาวัช
ภาวัชตาเหลือก หวาดกลัว ร้องลั่นสุดชีวิต เท่าที่ทำได้
ผ้าปูเตียง มีเลือดกระเซ็นมาเปื้อน

เข้มนอนควํ่าเพราะโดนแทงข้างหลัง ตื่นขึ้นมา พยายามขยับตัวแล้วเจ็บแผล
พยาบาลเดินเข้ามาหา
"อุ้ย คุณเข้ม ค่อยๆขยับนะคะ เดี๋ยวแผลจะกระเทือน อักเสบได้นะคะ นอนเฉยๆ ก่อนดีกว่า"
"ผมนอนมาพอแล้วล่ะครับ หมวดกานดาเป็นยังไงบ้าง เขาไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย"
เข้มเป็นห่วงกานดา

ในห้องนํ้าคนไข้ กานดาเปิดก๊อกนํ้า กําลังล้างหน้าอยู่ที่หน้ากระจก พอเงยหน้าขึ้นมามองกระจก ก็เห็นแหวนผีเสื้อของตั้งโอ๋ วางอยู่หน้ากระจกนั้นเอง
กานดาหยิบแหวนขึ้นมาดู
"แหวน....ผีเสื้อ....คุ้นๆ นะ ว่าเห็นที่ไหน"

กานดานึกถึงมือตั้งโอ๋ที่ใส่แหวนวงนี้

กานดานึกได้ว่าเป็นแหวนตั้งโอ๋
"นี่มันแหวนของตั้งโอ๋นี่ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
ไม่ทันที่กานดาจะถามอะไรต่อ เข้มเปิดประตูผัวะเข้ามา
เข้มดีใจ "หมวด"
กานดาดีใจเหมือนกัน "เข้ม!"
เข้มดึงตัวกานดาเข้ามากอดแน่น
"คิดถึง"
กานดาอึ้ง
"ขอแค่หมวดปลอดภัย ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"
"ฉันก็เหมือนกัน"
เข้มค่อยดึงตัวออกมามองหน้ากานดา
"หลังจากที่ผ่านความเป็นความตาย ผมรู้แล้วว่า เวลาที่อยู่ด้วยกันมันสำคัญที่สุด"
"ใช่ เราควรใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด..เลิกเสแสร้ง เลิกปากอย่างใจอย่าง ต่อไปนี้ ไม่ต้องมีบัตรสะสมแต้ม พิสูจน์ใจอะไรอีกแล้ว เพราะนายไม่ใช่แค่แฟน แต่นายจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉัน เราจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันตลอดไป"
กานดาจูบปากเข้ม1 ที เบาๆ แล้วมองกันอย่างตื้นตันใจ สองคนกอดกันด้วยความรัก อีกครั้ง
แหวนผีเสื้อยังวางอยู่ที่ขอบอ่างนํ้า

วันใหม่ ที่ฝังศพตั้งโอ๋
เธอเคยบอกบุลิน
"เรายังไม่เคยไปเดทกันเลยนะ ...หมวด เดทแรกของเรา ....มีตะกร้าปิกนิก แชมเปญสักขวด....แล้วก็มีกุหลาบแดง ดอกโตๆสักดอกจากคนที่ฉันรัก ....แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากที่สุดแล้วล่ะ"

หน้าหลุมศพตั้งโอ๋ บุลินในชุดดำ นั่งบนผ้าปิกนิกเพียงลำพัง พร้อมอุปกรณ์ทุกอย่างครบ บุลินหยิบกุหลาบแดงที่เตรียมมา ลุกขึ้นเดินเข้าไปที่หน้าหลุมศพตั้งโอ๋วางกุหลาบแดงลงให้
บุลินนํ้าตาหยดมาหยดหนึ่ง
ต้อมยื่นมือมาตบไหล่บุลินเบาๆ
"ถ้าวิญญาณตั้งโอ๋ยังอยู่ ตั้งโอ๋คงรับรู้ได้ถึงความรักที่หมวดมีให้เสมอ"
" เขาเคยบอกว่า เขาจะไม่ทิ้งผมไปไหน"
"ตั้งโอ๋ไม่ได้ทิ้งหมวดหรอก ....จำได้มั้ยที่หมวดเคยบอก คำพูดสุดท้ายของตั้งโอ๋"

"ความรักไม่เคยตาย ขอให้คุณจำฉันไว้ในหัวใจ"

บุลินอึ้ง ยอมรับ
" ครับ ....ความรักไม่เคยหายไปไหน ตั้งโอ๋จะอยู่ในใจผมตลอดไป"
"อยู่ในใจของพี่ด้วย เพราะความรักที่แท้จริงจะไม่เคยทำร้ายใคร"
เข้มเดินเข้ามาชุดดำ พร้อมพูดขึ้น
"แล้วคนแบบไหนกันล่ะครับ ที่ทำร้ายคนอื่นอย่างง่ายดาย และ รุนแรง แถมไม่มีเหตุผลเอาซะเลย"
"นายกําลังหมายถึงวิญญาณซินดี้ใช่มั้ย" ต้อมว่า
" ความจริง ไม่ต้องรอให้ตาย ในสังคมของเรามีคนแบบวิญญาณซินดี้มากมาย เช่น คนที่โดนกดดัน ล้อเลียนด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆในโรงเรียน ที่ทำงาน แล้วสามารถหยิบอาวุธไปทำร้ายเพื่อนร่วมงานหรือคนที่ไม่รู้จักเพียงเพื่อความสะใจ ระบายแค้น"
ต้อมบอก
" เพราะฉะนั้น ใส่ใจคนที่อยู่รอบตัวเรา ....อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว ขาดแคลนความรัก จากเรื่องเล็กน้อยอาจจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างคาดไม่ถึง"
ในระหว่างที่บุลินพูด กานดาก้าวเดินเข้ามาหากลุ่มบุลิน ด้วยชุดกระโปรงดำเก๋ๆสวยๆ หญิงๆ แบบที่กานดาไม่เคยใส่มาก่อนดูทรงเสน่ห์ ปากแดง ...ก้าวฉับๆ เข้ามาหาบุลิน แล้วทักขึ้น เมื่อบุลินพูดจบพอดี
" จากการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตั้งโอ๋ ผมขอภาวนาให้จิตใจที่ปวดร้าวทุกดวง ได้รับการปลดปล่อย เพราะถ้าจิตใจเหล่านี้ไม่รู้จักการให้อภัย มันก็จะหาโอกาสกลับมาตอบโต้สังคมด้วยความรุนแรงได้อยู่เสมอ"
กานดาเดินเข้ามาถึงกลุ่มพอดี
"คุยอะไรกันอยู่คะ ให้กานดาคุยด้วยคนได้มั้ยคะ"
บุลินและทุกคนหันมามองกานดาเป็นตาเดียวกัน
กานดายิ้มเยือนมองสบตาบุลิน ยิ้มตาเป็นประกาย
"สวัสดีคะ พี่หมวด สบายดีมั้ยคะ"
บุลินอึ้งไป

กานดายิ้ม กานดาสวมแหวนผีเสื้ออยู่....เสมือนหนึ่งว่าเธอยังอยู่

จบบริบูรณ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...