xs
xsm
sm
md
lg

นางแค้น ตอนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นางแค้น ตอนที่ 21

เช้ามืด บุลินในชุดดำเดินหน้าขรึมนิ่งเข้ม

เข้าก้าวเข้ามาอย่างมุ่งมั่นจริงจังมีเป้าหมายไปทำลายล้างเขาเดินตรงไปที่ศาลาเก็บศพระหว่างทางบุลินเห็นแผงลูกกรงรั้วเหล็กที่คนเอามาทิ้งไว้
บุลินก้มลงไปดึงลูกกรงอันหนึ่งขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วมองไปที่ศาลาด้วยสายตาแค้นใจ

มายาภาพที่ซินดี้สร้างขึ้น บนศาลาตั้งศพซินดี้ มีดอกไม้ ประดับประดาอย่างสวยงาม นางยกมือปาดไล่ตามเทียนไขที่ตั้งไว้ปรากฏว่า เทียนไขลุกติดไฟขึ้นเองตามมือซินดี้ที่ไล่ไปจนเทียนติดครบทุกเล่ม
บุลินก้าวเข้ามาในที่เก็บศพ
"ฉันรออยู่ตั้งนานแล้ว มัวไปจัดงานศพให้ยายแม่ชีนั่นสินะ"
ซินดี้หันมาคลี่ยิ้มเบาๆให้บุลิน
บุลินไม่ยิ้มด้วยจ้องอาฆาตแล้วยกเหล็กในมือขึ้นปาใส่ซินดี้ทันที!!
เหล็กพุ่งเข้ามาแทงที่กลางลำตัวซินดี้จนเหล็กทะลุไปด้านหลัง
บุลินตะโกนลั่นด้วยความแค้นใจ
"ลงนรกไปซะ!"
ซินดี้มองบุลินด้วยสายตาเย้ยหยัน พร้อมดึงเหล็กออกมาจากตัวอย่างง่ายดาย ทิ้งลงไปกับพื้นดังแกร๊ง !
"โกรธมากกกสินะที่น้าแม่ชีของคุณตาย"
"เธอต้องชดใช้"
บุลินหยิบปืนออกมาเล็ง
"จะล้างแค้นเหรอ หึ หึ หึ ไหนว่าต่อต้านศาลเตี้ย"
บุลินไม่สนใจยิงปังปังปัง
ซินดี้ผงะไปเล็กน้อย กระสุนไม่ระคายผิวเลย
แล้วซินดี้ยกมือขึ้นยื่นไปในอากาศปืนในมือบุลินลอยมาอยู่ในมือซินดี้อย่างรวดเร็วแทน
ซินดี้ยกปืนเล็งบุลิน
"ร้องขอชีวิตฉันสิ"
บุลินกลับเอ่ยตรงกันข้าม
"ฉันขอสาปแช่งเธอ อย่าผุดได้เกิดอีกเลย"
ซินดี้โกรธจัดใช้ปืนตบเปรี้ยง บุลินกระเด็นล้มศีรษะไปโขกผนังจนเลือดซิบออกมาเล็กน้อย
ซินดี้เหวี่ยงมืออีกที ร่างบุลินลอยวืดขึ้นไปบนโลงศพ ล้มลงไปแล้วนอนบนตักซินดี้ที่หายตัวมานั่งที่โลงในจังหวะเดียวกัน
บุลินขยับร่างพยายามจะลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้
ซินดี้หัวเราะขื่นขม
"รู้มั้ยบุลิน คนที่ทำร้ายเราได้เจ็บปวดที่สุดก็คือคนที่เรารัก ยิ่งเขาร้ายก็ยิ่งรัก ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นตอบฉันได้มั้ย"
"ฉันไม่ได้รักเธอเลิกเพ้อได้แล้ว"
"เจ็บดีนะคำนี้ ไม่รัก ได้ยินแล้วก็อยากจะตายอีกซักรอบ"
บุลินจะพูดแล้วซินดี้ขัด "พอ..."
ซินดี้ยกนิ้วแตะที่ปากบุลินไม่ให้พูด
"ฟังฉันเป็นครั้งสุดท้าย"
บุลินนิ่ง
ซินดี้พรั่งพรู่ออกมา
"ถ้ามีใครบางคนรักแล้วเขาไม่ได้รัก แทนที่เธอจะเดินหนี เธอกลับเลือกที่จะวิ่งเข้าหาความปวดร้าว เธอเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ให้เขาโกรธเขาเกลียด ไม่ใช่ว่าเธอไม่รัก ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บที่ถูกเกลียดชังแต่...แค่เธอยากให้เขาได้รู้สึกว่า เธอยังมีตัวตนไม่ใช่ธาตุอากาศที่เขาจะเดินผ่านไปอย่างไร้ค่า"
ซินดี้เหลือบมองบุลินมาอย่างเจือเศร้า
แต่มืออีกข้างกลับยกเหล็กแหลมลูกกรง ชูสูงขึ้นพร้อมพูดขึ้นอย่างเลือดเย็น
"ไปลงนรกด้วยกันนะที่รัก"
ซินดี้เงื้อเหล็กแหลมขึ้นทำท่าจะแทงลงมาที่อกบุลิน
ตั้งโอ๋วิ่งเข้ามาพอดี ร้องห้ามเสียงลั่น
"อย่า"
ซินดี้ชะงักหันมามองตาเขียว
"มึงอย่ามาแส่บุลินเป็นของกู"
"ฉันไม่ให้"
ตั้งโอ๋วิ่งเข้าไป พยายามจะดึงแขนขาซินดี้ แต่โดนซินดี้เตะออกมา ตั้งโอ๋กระเด็นไปอย่างแรง ล้มลงไปจุก
ซินดี้ยกมือขึ้นทำท่าจะแทงบุลินอีก

เป็นจังหวะเดียวกับที่ท้องฟ้ามีแสงอาทิตย์ทอแสงออกมาในยามเช้า
ซินดี้รู้สึกร้อนหันไปมองข้างนอกเห็นแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา
มือที่จับเหล็กอยู่มีควันไฟพวยพุ่งขึ้นมา มือไหม้จนมือสั่นริกๆ
ซินดี้ตกใจ รู้สึกร้อนมากขึ้นจนลำแขนมีรอยไหม้ดำๆขึ้น พรึ่บๆๆ ซินดี้รู้แล้วว่าโดนแสงแดดไม่ได้
ซินดี้กรี๊ดลั่นแล้วร่างกระโจนหายลงไปในนํ้า ตูม!
ที่ศาลาวัด ห้องกลายเป็นปกติ พวกเทียนที่จุด ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นมายาภาพหายไปหมด
ตั้งโอ๋มองสภาพตรงหน้า อึ้ง แล้วนึกได้ค่อยลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาบุลินที่โลงศพ
"หมวด"
บุลินค่อยเหลือบสายตาไปมองตั้งโอ๋

บ้านบุลินในเวลาต่อมา
ตั้งโอ๋เอายาใส่แผลเล็กน้อยที่ศีรษะให้บุลิน
บุลินนั่งนิ่งอยู่ในโลกของตัวเองที่เจ็บปวดไป
"ฉันนึกแล้วว่าหมวดต้องไปที่นั่นเพราะฉันเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่า คุณแม่ชีท่านจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีแบบนั้น"
ตั้งโอ๋แปะพลาสเตอร์ให้แสร็จแล้วมองบุลินเป็นห่วง
"หมวด"
บุลินยังคงนิ่ง ไม่พูดไม่จา...
"หมวดพูดอะไรบ้างสิอย่าเงียบแบบนี้เลยนะ"
บุลินยังไม่พูดเหลือบตาหนีไปทางอื่น
"ฉันรู้ว่าหมวดเสียใจแล้วเราทุกคนก็เสียใจ ....แต่อย่าคิดคนเดียวแล้วแก้ปัญหาด้วยการลุยเดี่ยวแบบเมื่อเช้ามืดนี้อีกเลย"
บุลินพูดบอกเบาๆ "กลับไป"
"หมวด"
บุลินพูดแรงขึ้น "ไปได้แล้ว!"
ตั้งโอ๋อึ้งจุกไม่พูดอะไรแล้ว ลุกขึ้นหยิบกระเป๋า หันเดินออกไปที่ประตู พอจับลูกบิดแล้วก็ตัดสินใจ
หันกลับไปหาบุลินอีกครั้ง พูดขึ้น
"จริงๆแล้วไม่มีใครเขาทิ้งหมวดไปหรอกนะ หมวดนั่นแหละที่ถีบทุกคนออกไป"
ตั้งโอ๋ออกไป ปิดประตูปัง
บุลินอึ้ง สะเทือนใจ ทำท่าจะลุกไปแต่ก็เปลี่ยนใจนั่งลงซึมเศร้า...อยู่ในโลกของตัวเองต่อไป

เช้าเดียวกัน ต้อมกําลังใส่บาตรพระสงฆ์อยู่หน้าบ้าน เสร็จแล้วยกมือไหว้

ต่อมา ต้อมเทนํ้าใต้ต้นไม้ กรวดนํ้า พร้อมอธิษฐานถึงศิวัช

"ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ขอให้รับรู้ว่า เพื่อนคนนี้ยังคิดถึงเธอเสมอ ขอให้เธอมีความสุขมากๆนะเพื่อนรัก"
ตั้งโอ๋กลับจากบ้านบุลิน เดินเข้ามาเห็นต้อม อธิษฐานอยู่ หยุดฟังอึ้งสงสัยว่าต้อมทำบุญให้ใคร
ต้อมเงยหน้าขึ้นมาเห็นตั้งโอ๋
"อ้าว ...ตั้งโอ๋ออกไปแต่เช้ามืด ...ไปหาหมวดบุลินล่ะสิ" ต้อมเดินเข้ามาหา ถาม
"หมวดเป็นไงบ้าง"
"แย่"
"เวรกรรม ...แล้วนี่ทำไมไม่อยู่ดูแลแฟนเธอล่ะ ...รีบกลับมาทำไม"
"เฮ้อ... เหนื่อยเดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันดีกว่า"
"แล้วกัน"
"พี่ต้อมล่ะตื่นเช้ามาใส่บาตรให้ใคร ...อย่าบอกนะว่าทำบุญให้หม่อมแม่"
ต้อมพยักหน้ารับ
"ฮึ หม่อมแม่ตายแล้วเหรอ เมื่อไร ที่ไหน ยังไงพี่ต้อม"
"เปล่าหรอก พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหม่อมแม่อยู่หรือตาย หรือเป็นยังไงบ้าง"
"อ้าวแล้วพี่มากรวดนํ้าทำไม"
"ก็ทำบุญเผื่อว่าบุญกุศลจะดลบันดาลให้เจอหม่อมแม่มันอีกน่ะสิ..ฉันคิดถึงมันน่ะ"
ต้อมบอกตั้งโอ๋ด้วยความรักคิดถึงเพื่อน

ต้อมวางรูปเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งเป็นรูปเดียวกับตั้งโอ๋เห็นในผนังโรงเรียนที่ร้างแล้ว ต้อมเอามาวางบนโต๊ะให้ตั้งโอ๋ดู
"รูปจากโรงเรียนเก่าของเราที่กลายเป็นโรงเรียนร้าง"
"พี่ต้อมไปดูรูปที่บอร์ดด้วยเหรอ มันยังติดไว้เหมือนเดิมเลยนะ" ตั้งโอ๋หยิบรูปมาดู "อือ... แก๊งโกลเด้นแซน ทีมเชียร์ลีดเดอร์ชนะเลิศประจำโรงเรียน"
"หม่อมแม่หญิงใหญ่หญิงเล็กทุกอย่างหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้"
"ใช่ ...เพียงแต่วันนี้ไม่มีหม่อมแม่....คิดถึงหม่อมแม่จัง"
"พี่ก็เหมือนกันอยากเจออยากรู้ว่าหม่อมแม่ตอนนี้เป็นยังไงอยู่ที่ไหน"
ต้อมมองออกไปอย่างคิดถึง

กลางคืนแล้ว ซินดี้ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากนํ้า สะบัดผมที่เปียกนํ้ากระจายแลดูเซ็กซี่
ซินดี้ปรายตามองไปทางหนึ่ง

บริเวณขอบสะพาน
ซินดี้นั่งชันเข่าข้างหนึ่งโชว์เรียวน่อง ส่วนมือถือหวีไม้ค่อยๆสางผมยาวสลวยที่แห้งหมาดๆช้าๆงามมาก
ขณะซินดี้สางผมแล้วเหม่อๆไปนั้น ผมของซินดี้ก็ร่วงออกมาเป็นกระจุกติดหวีออกมา
ซินดี้ชะงักกึกอึ้ง
นางสางผมออกมาอีกครั้ง ผมก็ร่วงออกมาอีกเป็นกระจุกมากกว่าเดิมด้วยซํ้า ซินดี้มองใจหาย
ซินดิ้ทิ้งหวีลงไปแล้ว มือไม้สั่นนิดๆไปจับผมบนหัวตัวเองจับเบาๆ แต่ปรากฏว่าผมกลับหลุดติดมือออกมาทั้งแผงประมาณเกือบๆซีก
ซินดี้กรี๊ดออกมาลั่น
เส้นเลือดฝอยสีแดงผุดขึ้นแผ่ไล่ขึ้นมาที่ไหล่คอใบหน้าของซินดี้...
ซินดี้ยกมือจับแก้มตัวเองแล้วเนื้อหลุดติดมือออกมาจากซีกหน้าข้างหนึ่ง นางสะเทือนใจ ตื่นตะลึง
เงาในนํ้าสะท้อนภาพซินดี้ที่ผมร่วงเป็นกระจุก หน้าผีแบบนั้น
ซินดี้มองดูเงาตัวเองในนํ้าแล้วกรี๊ดออกมาลั่นสะเทือนขวัญ ไม่นึกไม่ฝันว่าตัวเองจะมีสภาพเป็นแบบนี้
"แอร๊ย..."
ท้องฟ้าสะเทือน ลมพายุแปรปรวนเข้ามา
ซินดี้คุ้มคลั่งอยู่ลำพังชี้ฟ้าชี้ดินโวยวาย
"ทำไม ... เป็นแบบนี้ ...ทำไมอยู่ๆถึงโดนแดดไม่ได้ ทำไมอยู่ๆถึงเป็นแบบนี้ ใครหน้าไหนใครกล้ามาลองดีกับกู!"
เสียงเหล่าแม่ชีสวดมนต์ดังแว่วๆมาจากทางหนึ่ง
ซินดี้หันไปมองตามเสียงแล้วซินดี้นึกไปถึงอดีตที่ผ่านมา

เลือดไหลออกจากตา หูของแม่ชี แล้วสุดท้ายแม่ชีก็กระอักเลือดออกมา
แม่ชีเหลือบตามองด้วยความเป็นห่วงอีก
"อย่าสร้างบาปหนักอีกเลย ไม่เช่นนั้นร่างของเธอจะเน่าแล้วสลายเป็นฝุ่นธุลี ภายใน 14 วันนี้"
พอขาดคำแม่ชีพูดปุ๊บ
ชายผ้าแดงของซินดี้ก็ลอยเข้ามาพันรอบคอแม่ชีแล้วตวัดดึงตัวแม่ชีลอยขึ้นไปตรงหน้า
ซินดี้กวนตรีนใส่
"กลัวจังเลย!"
แล้วอยู่ๆผ้าก็ทิ้งตัวลงพรึ่บลงไป
แม่ชีห้อยต่องแต่ง ลืมตาโพลง ขาดใจตายทันที

ซินดี้แค้น
"นังแม่ชีตายแล้วยังไม่วายคายพิษ"
แล้วอยู่ๆเนื้อตรงคิ้วข้างหนึ่งของซินดี้ก็หลุดออกมาเองต่อนหนึ่ง
ซินดี้กรีดร้องออกมาอีกเหมือนสัตว์เจ็บปวด
"กูไม่ยอม กูจะไม่ตาย"
เหมือนซินดี้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ในความมืด

คืนวันใหม่
เภากําลังเพ้นท์เขียนลายหัวกะโหลกกับดอกกุหลาบบนตัวโอ่งใบหนึ่งอย่างสุนทรีย์ บนฝาโอ่งปิดแน่นสนิทมีไม้หนักๆทับไว้อย่างแน่นหนา
ฝาผนังด้านหนึ่งจัดเป็นพวกสัตว์ดองต่างๆตั้งโชว์ในโหล
โกกิเดินปั้นปึ่งเข้ามาต่อว่า
"มามุดหัวอยู่ที่นี่เอง" โกกิยกมือขึ้นมาปัดๆแบบเหม็นๆ "อี๋เหม็นเน่าอยู่เข้าไปได้ไง"
เภาหันมาว่า
"มโนไปไหนไม่เห็นจะมีกลิ่นอะไร"
"มั่นเหลือเกินนะ"
"ชัวร์ ฉันมือวางยาอันดับหนึ่งอยู่แล้ว" เภาชี้ๆไปที่ผนังโหลดอง "ดูผลงานจัดเต็มขนาดนี้ถ้ามีกลิ่นชาวบ้านเขาก็แจ้งตำรวจมาจับแล้วล่ะ"
"ค่า ....โกกิรู้ดีว่าสามีโกกิเก่งค่ะ"
"เก่งที่สุดด้วย ไม่งั้นนังซินดี้มันไม่ตายคาเวทีหรอก"
เภาหันไปเพ้นท์ต่อ โกกิเข้ามาตีแขน
"พูดบ้าอะไร เดี๋ยวมันก็มาหาหรอก"
"มาสิจะได้จับทำเมียอีกรอบ"
"เลิกพูดเล่นซะทีพี่เภา ...รู้มั้ยว่าคนเขาลือกันว่าผีนังซินดี้มันไปฆ่าแม่ชีตายคาวัดเลยนะพี่"
"แล้วไง"
"จะแล้วไงล่ะ พี่ไม่กลัวมันมาฆ่าหักคอเราบ้างเหรอ"
"ถ้ามันจะหักคอเรา มันก็มาไปแล้วสิ ยกเว้นแต่ว่ามันป๊อด ฮ่าฮ่าฮ่า"
"แต่ฉันเคยโดนมันหลอกนะ พี่ก็รู้ ฉันเอาคนไปจัดการมันกี่ครั้งแล้ว"

โกกินึกไปถึงอดีตที่เคยพาคนไปเผาซินดี้ แต่ไม่สำเร็จ

เมื่อเดือนก่อนที่ศาลาเก็บศพ

โกกิสั่งคนงานให้เข้าไปจัดการเผาศาลาของซินดี้
"ไป! เผามันให้เรียบอย่าให้เหลือซาก"
พวกชายฉกรรจ์กรูเข้าไปในศาลา
โกกิมองกระหยิ่ม
ชายฉกรรจ์กำลังจะจุดไฟเผาศาลาแล้วปรากฏร่างซินดี้นั่งบนโลง
พวกชายฉกรรจ์ตาเหลือก ตกใจกลัว วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
"นังซินดี้"
โกกิหันจะวิ่งหนี
ซินดี้มองจิกมาที่โกกิ
โกกิรู้สึกเหมือนโดนจิกหัวให้หันกลับมาแล้วโดนตบหน้าเปรี้ยงๆ จากนั้นก็โดนเหวี่ยงกระเด็นไปชนกับกระถางธูปหกใส่เลอะเทอะ
"อ๊าย"
โกกิตั้งตัวได้ก็รีบวิ่งหนีเผ่นแน่บออกไปเลย ทั้งหน้าเลอะเทอะอย่างนั้น
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
ซินดี้หัวเราะก้องด้วยความสะใจ

โกกิหน้ายุ่งต่อว่าเภาต่อ
"ฉันโดนมันหลอกอยู่คนเดียวทำไมพี่ไม่โดน"
"จะไปกลัวมันทำไม พวกจิตอ่อน"
"พี่เภามันฆ่าไปตั้งหลายศพแล้วนะ ฉันก็กลัวนะพี่ นี่พี่มีของขลังอะไร ก็เอามาแบ่งกันบ้างสิ"
"ก็บอกแล้วไงจิตต้องเข้มแข็ง"
เภาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาโกกิ แล้วโอบเอวโกกิเข้ามาหาตัว
"แต่ถ้าอยากจะได้ของขลังล่ะก็ ....เดี๋ยวพี่ลงให้เอง"
เภาโน้มหน้าเข้าไปหาโกกิ...

ซินดี้ยืนมองอยู่หน้าบ้าน
"พวกมึงไม่ต้องกลัว กูจัดคิวไว้ให้แล้ว พวกกะโหลกหนาชั่วช้ามึงเจอกูแน่"
ซินดี้ยิ้มแสยะเบ้ปากใส่
ซินดี้หันเดินไปตามทางถนนเดี่ยวๆ งามๆ แต่น่ากลัวอยู่ในที

ในห้องนอน ทิพย์เปิดกล่องต่างหูเพชรออกดู ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว นึกไปถึงอดีตที่เพิ่งผ่านไปเมื่อบ่าย

แพรวาหยิบกล่องต่างหูเพชรมายื่นให้ทิพย์
"อะไรคะคุณแพร"
"เปิดดูสิ"
ทิพย์รับมา เปิดดูเห็นเป็นต่างหูเพชร
"ต่างหูเพชรสวยจังเลยค่ะ"
"ฉันก็ว่ามันเหมาะกับเธอมาก เอาไปสิ ฉันยกให้"
"อะไรนะคะ"
"ถือว่าเป็นของขวัญจากฉัน ต่อจากนี้ไปเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว"

ทิพย์หยิบต่างหูขึ้นมาใส่ยิ้ม มีความสุข ส่องเงาตัวเองในกระจก
แล้วหน้าทิพย์ในกระจกกลายเป็นหน้าซินดี้ ทิพย์ตกใจกรี๊ดผงะออกไป
ทิพย์มองไปอีกทีก็ไม่เห็นอะไร แล้วทิพย์มองไปรอบๆห้องด้วยความตื่นตระหนก
"แก...ซินดี้ แกมายุ่งกับฉันทำไม ฉันไปทำอะไรให้แก"
ซินดี้ยืนมุมหนึ่ง ข้างหลังทิพย์
"ชะนีโง่"
"นังซินดี้แก....อย่านะ อย่าเข้ามานะ ฉันมีพระนะ"
ทิพย์รีบเปิดเก๊ะค้นหาสร้อยพระ
ซินดี้ปัดมือ ร่างทิพย์หมุนติ้วมากองที่เท้าซินดี้
"แกอย่าฆ่าฉันเลยนะ"
"หึหึ ....แกรู้มั้ยว่ามีอะไรที่เจ็บกว่าความตายอีก"
"อะไร"
"ความจริงไง ..ความจริงบางอย่างจะทำให้แกรู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องเล็ก"
ซินดี้พูด

ทิพย์เดินเข้ามาที่หน้าบ้านแพรวา เสียงซินดี้ดังขึ้นต่อเนื่องมา
"ออกไปดูสิ แกอยากรู้มั้ย ทำไมยายแพรวาถึงทำดีกับแกจริงๆ แล้วมันต้องการอะไรจากแก"
ทิพย์ตัดสินใจเข้าไปในบ้านแพรวา

ทิพย์เดินขึ้นบันไดบ้านแพรวาไปที่หน้าห้องนอน แล้วเปิดประตูแง้มออกเป็นช่อง
พอแอบมองได้
แพรวากําลังกลัดกระดุมเสื้อนอนให้ภาวัชที่นั่งบนวิลแชร์
"เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"ขอบคุณมากครับ" ภาวัชจับมือแพรวา "ในโลกนี้มีแต่คุณเท่านั้นที่ดีกับผมที่สุด"
"อะไรคะแค่ติดกระดุมแค่นี้เองต้องขอบใจอะไรใหญ่โต"
"ผมติดกระดุมถูกเม็ดนะสิครับ ...ผมถึงได้เลือกคุณมาเป็นคู่ชีวิต ผมไม่รู้จะพูดยังไง คุณแพรคุณเป็นเมียคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด"
ทิพย์ที่แอบดูอยู่สะเทือนใจ
"อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ตอนนี้คุณมีเมียสองคนนะคะ ถ้ายายทิพย์มาได้ยินเข้าจะเสียใจนะคะ"
"โอ้ย ... ยายทิพย์มันจะเทียบอะไรกับคุณ มันก็แค่ผู้หญิงใกล้มือ ผมไว้แก้ขัดเท่านั้นแหละ"
ทิพย์ยิ่งเจ็บร้าวลึก
"นี่ผมยังไม่เข้าใจคุณเลยนะ ทำไมคุณถึงเอาใจยายทิพย์นัก ไม่เห็นต้องยกย่อง ไม่เห็นต้องให้เครื่องเพชรอะไรเลย แค่ที่คุณให้งานให้เงินเดือนเขาใช้อยู่ ทุกเดือนๆ มันก็มากพอแล้วนะครับ"
"คนเราอยู่ด้วยกันก็มีนํ้าใจกันหน่อยสิคะ ...อีกอย่างที่ฉันยอมรับทิพย์เป็นเมียคุณ ก็เพราะทิพย์เป็นหลานแท้ๆที่ฉัน เห็นมาแต่อ้อนแต่ออกว่าแกนิสัยดีจริงๆ แล้วยิ่งสมัยนี้การจะหาคนมาดูแลคนพิการมันไม่ได้หาง่ายๆนะคะ ใครจะมาทนเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้คนอื่นแบบเต็มใจล่ะคะ ถ้าไม่ใช่ญาติหรือสามี"
ทิพย์ตัวชาวาบ .... อ่อเขาดีด้วยเพราะเอาไว้ใช้งานนี่เอง !
"คุณนี่มองการณ์ไกลจริงๆนะคุณแพร ....เลี้ยงเอาไว้ใช้นี่เอง"
"เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องดีกับทิพย์เขาไว้ให้มากๆนะคะ อย่าไปแผลงฤทธิ์ใส่เขาล่ะ"
"ครับผมจะเชื่อฟังคุณแพร"
ภาวัชโอบเอวแพรวาเข้ามากอดกัน
ทิพย์ที่ฟังอยู่หน้าห้องเจ็บร้าวลึกสุดขั้วหัวใจ นํ้าตาคลอเบ้าทั้งแค้นทั้งเสียใจ

ทิพย์วิ่งออกมาจากบ้านแพรวากลั้นนํ้าตาแห่งความเจ็บแค้นไว้ไม่อยู่ วิ่งไปร้องไห้ไป
เสียงภาวัชดังก้องเข้ามาในหู
"เลี้ยงเอาไว้ใช้... เลี้ยงเอาไว้ใช้...เลี้ยงเอาไว้ใช้"

ทิพย์วิ่งเข้ามาที่มุมหนึ่งใต้ต้นไม่ใหญ่ แล้วกรี๊ดๆๆๆออกมาอย่างบ้าคลั่ง เจ็บปวด แล้วทรุดตัวลงสะอื้นโฮๆ
ซินดี้นั่งอยู่บนต้นไม้มองลงมาด้วยความสะใจ

เสียงซินดี้หัวเราะหลอนมาก แต่ทิพย์ไม่ได้ยิน

ภาวัชกับแพรวานอนหลับอยู่บนเตียง

อะไรบางอย่างกําลังเคลื่อนเข้ามาที่เตียงนอน มองภาวัชกับแพรวาที่นอนบนเตียง เดินวนไปรอบๆ
ภาวัชพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้แพรวา แล้วเหมือนมีอะไรจ้องหน้าอยู่ เขาลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าซินดี้มองจิกอยู่ตรงหน้า เขาตกใจลุกขึ้นมานั่งมองไปอีกที ... ไม่เห็นอะไรแล้ว
ภาวัชมองไปรอบๆห้องอย่างระแวง แต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ก่อนล้มตัวลงไปนอนใหม่แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าเปิดไฟนอนดีกว่า ภาวัชเลยหันไปจะกดโคมไฟหัวเตียง
ภาวัชเห็นซินดี้ยืนอยู่ตรงโคมไฟอีก!
เขาตะลึงตาค้างไม่กล้าร้องเสียงดัง ภาวัชค่อยยื่นมือไปเขย่าตัวแพรวาให้ตื่น
"คุณแพร ตื่น"
แพรวาไม่ไหวติง ภาวัชเลยหันหน้าไปหาแพรวาปรากฏว่าแพรวากลายเป็นซินดี้หน้าเละ

ภาวัชตกใจกลัวร้องลั่นแล้วผลักร่างซินดี้หล่นโครมจากเตียงไป เขากลัวมาก ไม่รู้จะทำยังไง ภาวัชยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ก้มหน้าก้มตาร้องครางฮือๆ กลัวจนตัวสั่น สักพักภาวัชค่อยเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับซินดี้ที่มุดอยู่ในโปงเดียวกัน
ภาวัชช็อกตะลึงร้องลั่นด้วยความกลัว

ภาวัชสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนั่งอยู่ใต้ฝักบัว ภาวัชมองไปรอบๆอย่างตื่นตระหนก ไม่เห็นใคร ภาวัชรีบกระเสือกกระสนไปที่ประตูจะออกไป แต่ประตูกลับปิดล๊อกได้เอง
ภาวัชหวาดกลัวทุบประตูปังๆ
"ช่วยด้วยๆๆ"
เสียงซินดี้หัวเราะดังเข้ามาหลอนจัด
ภาวัชหันไปมองเห็นซินดี้นั่งอยู่บนชักโครก เท้าวางอยู่บนฝาชักโครก
ภาวัชตะลึงตาเหลือกลนลานขดตัวหลบ
"ซินดี้ ...อย่า....ปล่อยฉันเถอะ"
"จะรีบไปไหนมา สนุกกันก่อนสิ"
ภาวัชส่ายหน้าหวาดกลัว "ไม่...อย่า"
ซินดี้จะปฏิเสธ ... "ทำไมแกชอบนักไม่ใช่เหรอ เรื่องบังคับขืนใจคน"

ในอดีต ... ภาวัชกอดปลํ้าซินดี้อยู่ในห้องนํ้า

ภาวัชลนลานแก้ตัว
"ไม่นะ วันนั้นฉันไม่ได้ข่มขืนเธอ เธอยอมฉันเองนะ"
"ฉันขยะแขยงแกที่สุด....ฉันจะยอมแกได้ยังไง.... หึหึหึ แกรู้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร!W
ภาวัชคิดถึงอดีต ...

ภาวัชเห็นจานอาหารที่ตั้งทิ้งไว้มีกับข้าวเหลือเต็มจาน
"ของใคร ทำไมไม่กินให้หมด"
นางโชว์1 วิ่งถลาเข้ามา
" ของหนูค่ะ หนูไม่ได้จะทิ้งนะคะ พอดีฝ่ายคอสตูมเขาเรียก....."
ภาวัชไม่ฟังเสียงโยนจานกับข้าวใส่
นางโชว์โดดหลบแทบไม่ทัน
"ฉันไม่ต้องการคำแก้ตัว" ภาวัชมองไปรอบๆ ทุกคนหัวหดไป "พวกแกทุกคนก็เหมือนกันเขา ให้กินฟรีอยู่ฟรี แล้วก็ทำงานให้คุ้มค่ากับที่คุณแพรวาเขาจ้างหน่อย"
ภาวัชหันเดินออกไป เหล่านางโชว์เบ้ปาก
ภาวัชเดินผ่านตรงที่โกกิยืนตบแป้งตลับอยู่ พอภาวัชคล้อยหลัง โกกิลดตลับแป้งลงมองตามยิ้มมีแผน

ภาวัชเดินเข้ามาบ่นโวยวายที่มุมหนึ่ง
"พวกไม่มีหัวคิด เลี้ยงเสียข้าวสุก คุณแพรนะคุณแพร กิจการอื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่รู้จักทำ"
โกกิเดินนวยนาดเข้ามาหา
"อารมณ์เสียเรื่องอะไรน้า ....เอ๊ะ หรือว่าอยากไปกินผัดซีอิ๊วกับพี่ซินดี้ แต่นางเล่นตัวไม่ยอมกินด้วยอ่ะเหรอคะ"
"อีบ้าพูดอะไร"
"คนเราเดี๋ยวนี้ปากพูดอย่าง แต่ใจจะเป็นยังไง ก็ต้องดูจากคลิปค่ะ"
โกกิกดคลิปที่ภาวัชไปแอบส่องซินดี้ให้ภาวัชดู
ภาวัชอึ้ง
"อุ้ย ... โกรธหน้าแดงเลยหรือคะ โกกิขอโทษนะคะ โกกิไม่น่าพูดอะไรแทงใจดำ คุณภาวัชเลยอ่ะ"
ภาวัชเข้ามาจะคว้ามือถือ โกกิดึงหนี
"อะอะ ไม่ต้องกลัวค่ะ โกกิไม่ได้มาแฉนะค ะโกกิแค่จะมาเจรจาธุรกิจ"
"ธุรกิจอะไรของแก"
"เดี๋ยวนะคะ " โกกิกดตัวเลขในมือถือ 100,000 ให้ภาวัชดู "อะ 1 แสนถ้วน สำหรับการฟีเจอริ่งกับซุป’ตาร์ประจำเพลินพิมานคงไม่แพงไปหรอกนะคะ"
"แกหมายความว่าแกจัดนังซินดี้ให้ฉันได้เหรอ"
"ถ้าไม่ชัวร์ โกกิไม่กล้ามาหาคุณภาวัชหรอกค่ะ...ว่าแต่คุณภาวัชจะกล้าจ่ายมั้ยล่ะคะ"
ภาวัชตาวาวชอบใจ
"เศษเงินแค่นี้ทำไมจะจ่ายไม่ได้ ....หึหึ ...ขอแค่ทุกอย่างเนียนๆแล้วก็เป็นความลับมากกกว่านี้ ฉันก็จ่ายได้"

ซินดี้มองเหม่อออกไปพูดขึ้น ระลึกถึงเรื่องราวหนหลัง
"หลังจากนั้นนังโกกิก็ไปซื้อยาปลุกเซ็กซ์มาแอบเปลี่ยนในกล่องยากล่อมประสาทให้ฉันกิน....แล้วแกก็นัดแนะกับนังโกกิเข้ามาหาฉันที่กําลังเมายา .... แบบนี้ไม่เรียกว่าแกวางแผนข่มขืนฉันหรอกเหรอ"
"แกรู้ได้ยังไง นังโกกิมันบอกแกเหรอ"
"หึหึหึ มาสนุกกันดีกว่าภาวัช ซินดี้จะจัดให้แซ่บจนลืมตายไปเลยดีมั้ย"
"อย่าซินดี้ อย่าทำฉันเลย"
กระดุมเสื้อภาวัชค่อยๆปลดหลุดเองได้ ไล่ไปทีละเม็ด
ซินดี้มองจิกไปที่ภาวัช
เสื้อที่แหวกออกแล้วอยู่ๆก็เหมือนมีอะไรแทงที่หน้าอกภาวัช กรีดเป็นวงรอบนมทั้งสองข้างพร้อมกันแล้วเลือดทะลักออกมา
ภาวัชร้องเจ็บปวดโหยหวน แต่ทำอะไรไม่ได้
ซินดี้มองด้วยความสะใจ
"ซินดี้ฉันผิดไปแล้ว ฉันยอมแล้ว โอ้ย ... ฉันยอมทุกอย่าง เธออยากได้อะไร ฉันยอมทำให้ทุกอย่าง ไว้ชีวิตฉันเถอะ"
ซินดี้มองตาขวางอีก
ที่คอภาวัชมีรอยมีดกรีดเกิดขึ้นเอง ภาวัชเจ็บ ตาเหลือก รอยกรีดเดินเส้นเป็นทางยาว ปาดคอเลือดทะลักออกมาพลั่กๆ
ภาวัชเลือดกระอักออกมาจากปากพยายามขอร้อง
"ซิน...ดี้"
ภาวัชยกมือขึ้นไหว้ซินดี้ประหลกๆ เท่าที่ยกได้
ซินดี้หัวเราะสะใจ หลอนจิต
ซินดี้ก็มาโผล่นั่งข้างๆตัวภาวัช
"พอจะตายขึ้นมา ก็เป็นคนดีทุกคนเลยนะ"
"ซิน...ดี้" ภาวัชไหว้อีก
"แกอยากจะมีชีวิตอีกจริงๆเหรอ"
ภาวัชพยายามพยักหน้า
ซินดี้ยกนิ้วไปแตะเลือดภาวัชขึ้นมาแล้วไปเขียนที่หน้าผากภาวัชเป็นเลข 3333 แล้วพูดขึ้นนิ่งๆ
"ถ้าเงินแสนนึงมันทำลายชีวิตฉันได้ แกก็ต้องชดใช้ด้วยการเอาเงินในเซฟเมียรวยของแกมาเผาให้ฉัน ....ทั้งหมด....ฉันขอยํ้าว่าเผาทั้งหมดภายในวันพรุ่งนี้ ไม่งั้นชีวิตแกก็จะพบจุดจบแบบนี้"

ซินดี้จับศีรษะภาวัชหักคอกร๊อบ เป็นตัวอย่าง

เช้าวันใหม่ ภาวัชสะดุ้งตื่นขึ้นมา

ในขณะที่แพรวากําลังแต่งตัวจะไปทำงานอยู่หน้ากระจก
"ตื่นแล้วหรือคะ"
ภาวัชมองไปรอบๆระแวง
"นี่ความจริงใช่มั้ย"
"อะไรคะภาวัช เป็นอะไรเกิดอะไรขึ้น"
ภาวัชค่อยหันมามองหน้าแพรวา ภาพซินดี้แว่บเข้ามาอีก

"แกก็ต้องชดใช้ด้วยการเอาเงินในเซฟเมียรวยของแกมาเผาให้ฉัน ....ทั้งหมด เผาทั้งหมดภายในวันพรุ่งนี้ แกก็ต้องชดใช้ด้วยการเอาเงินในเซฟเมียรวยของแกมาเผาให้ฉัน ....ทั้งหมด....ฉันขอยํ้าว่าเผาทั้งหมดภายในวันพรุ่งนี้"

ภาวัชสะดุ้งอีกครั้ง
"คุณเป็นอะไรไปไม่สบายหรือเปล่า" แพรวาถาม
"เปล่าครับผมไม่ได้เป็นอะไร คงนอนน้อยไปหน่อย เลยเบลอๆ"
"ไปให้หมอตรวจสักหน่อยไหมคะ เดี๋ยวแพรพาไป"
"อย่าให้เสียงานเสียการคุณเลย ผมไม่เป็นไรแล้วล่ะคุณแพร ไปแต่งตัวต่อเถอะครับ จะได้รีบไปทำงาน"
ภาวัชพูด

แพรวาเดินออกมาขึ้นรถที่หน้าบ้าน ภาวัชนั่งวีลแชร์มาส่ง
"วันนี้แพรอาจจะกลับดึกหน่อยนะคะ มีอะไรต้องเคลียร์เยอะเลย แต่ไม่ต้องห่วง แพรจะรีบปล่อยยายทิพย์ให้กลับมาดูแลคุณค่ะ"
"ครับ....รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะสายนะ"
"ค่ะ รักคุณนะคะ"
แพรวาหอมแก้มภาวัชแล้วขึ้นรถไป
ภาวัชมองตาม โบกมือตามรถ แล้วพอรถแพรวาเคลื่อนลับไป
ภาวัชหน้ายุ่งเครียด รีบหันรถกลับเข้าไปในบ้าน

ในห้องนอน ภาวัชนั่งวีลแชร์ไฟฟ้ามาที่หน้ากระจก เปิดหน้าผากตัวเองขึ้น ลองเอานิ้วเขียน
ที่หน้าผากตามความรู้สึกที่โดนซินดี้เขียนหน้าผากไว้เมื่อคืน
แล้วภาวัชรีบค้นกระดาษปากกาออกมาเขียน เลขตามที่รู้สึกได้เป็นเลข 3333
ภาวัชรีบถือกระดาษจดเลข พุ่งตรงเข้าไปที่เซฟของแพรวาที่ตั้งไว้มุมหนึ่งในห้อง
เขากดรหัสเซฟตามที่ซินดี้บอกมาแล้วเปิดเซฟได้จริงๆ
ในเซฟเห็นมีเงินสด กล่องเครื่องเพชร พร้อมโฉนดหลายฉบับอยู่เต็ม
ภาวัชมองด้วยความละโมบแล้วขนโกยเงินลงใส่ถุงที่เตรียมไว้แล้วพอหยิบกล่องเครื่องเพชรอันหนึ่งขึ้น
ก็ต้องตะลึงที่เห็น “มีดผ่าตัด” วางอยู่ในเซฟ!!
ภาวัชค่อยหยิบมีดขึ้นมาดู แววตาสั่นไหว ไม่อยากเชื่อสายต าแล้วภาวัชนึกถึงภาพในอดีต

ผีชุดแดงยกมีดในมือขึ้นแทงฉับลงที่ข้อเท้าข้างขวาของภาวัช
ภาวัชร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดชีวิต
"อ๊าก"

วัชตะลึง นึกไม่ถึงว่าแพรวาจะเป็นคนทำร้ายเขา !
"แพรวา!"
ภาวัชวางมีดลงบนโต๊ะที่อยู่ข้างๆเซฟ
แล้วภาวัชรีบบังคับรถให้ไปที่โต๊ะอีกตัวในห้อง เพื่อหยิบมือถือขึ้นมา จะโทรศัพท์แต่ปรากฏว่าแบตหมด
"บ้าเอ๊ย มาแบตหมดอะไรตอนนี้วะ"
ภาวัชคิดๆแล้วตัดสินใจ รีบเข็นรถออกไปจากห้อง

ภาวัชเข็นรถออกมาแล้วตะโกนเรียก
"มีใครอยู่บ้างมานี่หน่อยสิ เฮ้ย... หายหัวไปไหนกันหมด"
แพรวาเดินขึ้นบันไดมา พร้อมพูดไปด้วย
ภาวัชตาเหลือก
"ต้องการอะไรเหรอคะภาวัช"
แพรวาเงยหน้าขึ้นมามองภาวัชยิ้มเย็นๆใส่
ภาวัชตาเหลือกด้วยความกลัวรีบเข็นรถกลับเข้าไปในห้องแล้วล็อกประตู

ภาวัชรีบเอาเงินยัดเก็บใส่เซฟอย่างตื่นตระหนกใจสั่น

แพรวาเคาะประตู
"ภาวัชๆเปิดประตูสิคะล๊อกทำไมคะ"

ภาวัชรีบเก็บเงินใส่เซฟไปด้วยพูดไปด้วย
"รอเดี๋ยวนะครับ ผม ผมปวดท้องเข้าห้องนํ้า"
"อ้าว...เมื่อกี้แพรจะเห็นคุณอยู่หน้าห้องแว่บๆ"

ภาวัชโยนเงินก้อนสุดท้ายเข้าเซฟเสร็จแล้ว
"คุณแพรเอาอะไรกับคนป่วยล่ะครับ รอแป๊บเดียวครับ"
ภาวัชรีบปิดตู้เซฟแล้วนึกว่าเก็บทุกอย่างหมดแล้ว
ภาวัชเข็นรถไปที่ประตู เปิดประตูออกไป เห็นแพรวายืนอยู่หน้าห้องมองภาวัชยิ้มๆ
"โถ... รีบมาเปิดประตูให้แพรหรือคะ เหงื่อแตกเต็มหน้าเลย"
ภาวัชยกมือขึ้นแตะหน้าตัวเองแล้วยิ้มแหยๆ
"เออครับ ...คุณแพรมีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงกลับเร็ว"
"พอดีแพรลืมเอกสารน่ะค่ะเลยกลับมาเอา"
"อยู่ไหนครับ เดี๋ยวผมไปหยิบให้ก็ได้"
ภาวัชทำท่าจะเข็นรถออกไป
แพรวาจับรถภาวัชไว้หมับ!
ภาวัชตกใจ
"ไม่ต้องหรอกค่ะ แพรไปหยิบเอง"
แพรวาค่อยเบี่ยงตัวผละจากภาวัช เดินเข้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ภาวัชมองตามด้วยความกังวล
แพรวาเปิดลิ้นชักดูๆ
"เอ๊ะ... แพรว่าแพรใส่ไว้ในลิ้นชักนี้นี่นาอยู่ไหนนะ"
แพรวาเหลือบไปเห็นมีดผ่าตัดวางอยู่ที่ตรงมุมหนึ่งสะท้อนมาในกระจกพอดี แพรวาชะงักมือ อึ้ง
ภาวัชตามเข้ามาทำประจบ
"ไหนครับ ผมช่วยดู"
แพรวามองยิ้มเย็น อำมหิตขึ้น
"ไม่เป็นไรคะ แพรคิดว่าแพรเห็นแล้ว"
แล้วแพรวาก็เดินไปที่โต๊ะที่วางมีดแล้วหยิบมีดขึ้นมาดูตรงหน้าตัวเอง ภาวัชยังไม่เห็นว่าแพรวาทำอะไร
"ภาวัชคะ ภาวัชรักแพรมากแค่ไหน ตอบให้แพรชื่นใจหน่อยสิคะ"
ภาวัชทำยิ้มร่าเข็นรถเข้ามาหาอย่างประจบอีก
"ผมรักคุณแพรยิ่งกว่าชีวิตผมอีก"
แพรวายิ้มขื่น "จริงหรือคะ"
"โธ่ ... ยังต้องถามผมอีกหรือครับ ที่คุณยังเมตตาผู้ชายพิการคนนี้ มันยิ่งทำให้ผมรักเทิดทูนคุณสุดหัวใจ"
ภาวัชเข้าไปโอบเอวกอดแพรวาจากข้างหลัง
แพรวาถือมีดในมือมือสั่นยิ้มเย็นด้วยความแค้นใจ
"คุณแพรครับ ถึงคุณจะอนุญาตให้ผมคบกับทิพย์ได้ แต่ผมได้คิดแล้วว่ามันไม่ใช่ ผมอยากใช้ชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียวมากกว่า เดี๋ยวถ้าทิพย์มาผมจะบอกเลิกเขาเอง เลิกอย่างเด็ดขาดไล่ไปให้พ้นๆเลย"
"โธ่... ภาวัชเสียสละมากเลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ แพรซึ้งใจจริงๆ"
"ไม่เป็นไรครับ นี่มันแค่เรื่องเล็กน้อยมากๆเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณทำให้ผม" ภาวัชปล่อยมือออก "ถ้าเจอเอกสารแล้วก็รีบไปทำงานเถอะครับเดี๋ยวจะสาย"
ภาวัชถอยรถออกมาแล้วทำท่าจะขับไปที่ประตูออกไป
"เดี๋ยวค่ะภาวัช"
แพรวาเรียกขึ้น ภาวัชหันไปหาแล้วต้องตะลึงเห็นแพรวาถือมีดผ่าตัดในมือ
"คุณลืมของ!"
ภาวัชไม่ตอบอะไร กลัวมาก รีบกดรถเข็นให้หันจะหนีแต่ด้วยความกลัวลนลาน จนแพรวาตามเข้ามา
ขวางหน้าทัน แล้วเอามีดยกขู่ภาวัช
ภาวัชชะงักกึก
"เอามีดออกมาจากเซฟทำไมคะ"
"ผม...ผมไม่อยากเชื่อเลย ตอนแรกผมนึกว่าผมพิการเพราะผีซินดี้ แต่ที่ไหนได้มันกลับเป็นฝีมือคุณ!"
"หึหึหึ ต้องขอบใจความละโมบของคุณจริงๆนะ ที่ทำให้คุณมาเปิดตู้เซฟของฉัน จนได้เห็นมีดเล่มนี้ที่ฉันตั้งใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก !"
ภาวัชทั้งเสียใจทั้งแค้นใจ
"คุณทำแบบนี้ได้ยังไงแพรวา คุณทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง"
"อย่ามาโทษฉัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัวคุณเองนั่นแหละภาวัช!"
แพรวากดมีดลงที่คอภาวัช
"จำได้มั้ยหลังจากจบเรื่องซินดี้ไปแล้วคุณเคยพูดกับฉันว่ายังไง"
ในอดีต.... แพรวานึกถึง

ภาวัชคุกเข่าลง แพรวาอึ้ง
"คุณยังเป็นห่วงผมคุณถึงมาหาผมไม่ใช่เหรอ ผมสัญญาว่า ผมจะไม่นอกใจคุณอีกแล้ว ยกโทษให้ผมนะครับคุณแพร"

"ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ"

แพรวามองภาวัชเจ็บปวด

"ฉันให้โอกาสคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คุณก็ไม่เคยสำนึก ... โอกาสสุดท้ายของคุณมันก็เลยหมดไปเพราะคุณไปยุ่งกับนังตั้งโอ๋"

วันนั้น .... ที่ตั้งโอ๋ตั้งใจมาหาแพรวา แต่โดนทิพย์สกัดไว้
แพรวากําลังเดินเข้ามาที่หน้าห้องแล้วสายตามองเห็นทิพย์กับตั้งโอ๋กําลังยืนคุยกัน
แต่ทั้งสองคนไม่เห็นแพรวา แพรวาหลบเข้ามุมแล้วแอบฟัง
"วันนั้นคงเป็นวันที่ดวงคุณตก ฉันถึงได้ยินตั้งโอ๋คุยกับทิพย์ที่หน้าห้องของฉัน.... มันทำให้ความอดทนของฉันทั้งหมดขาดผึงลงทันที!"

"ถ้าคุณแพรวาไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวตั้งโอ๋ค่อยมาใหม่ก็ได้"
ตั้งโอ๋ทำท่าจะเดินออกไป ทิพย์พูดขึ้น
"เรื่องส่วนตัวที่ว่า หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องของเธอกับคุณภาวัชหรอกนะ"
ตั้งโอ๋ตกใจ
"นี่ พี่ทิพย์รู้เรื่องเหรอ พี่ทิพย์รู้ได้ยังไง"
"ท่าทางเธอมันกินปูนร้อนท้องเองนี่ ...พวกผิดศีลข้อสามก็งี้ กลิ่นดอกงิ้วมันอบอวลตลบตัว"
"พี่ทิพย์ !! ตั้งโอ๋ไม่ได้มีอะไรกับคุณภาวัชนะ เขาต่างหากที่หลอกตั้งโอ๋ไปรีสอร์ทริมทะเลแล้วเขาพยายามจะปลํ้าตั้งโอ๋แต่ตั้งโอ๋หนีออกมาได้!"

แพรวามองตั้งโอ๋กับทิพย์เจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยิน
"ฉันตัวชาวาบแทบจะล้มทั้งยืน แต่ฉันก็บอกกับตัวเองว่าฉันจะล้มไม่ได้ ฉันจะต้องสั่งสอนผู้ชายมักมากอย่างคุณให้มันรู้สำนึกเสียบ้าง!"

แพรวาเริ่มต้นเล่า
"ขั้นแรก... ฉันลบข้อความที่ตั้งโอ๋ส่งมาให้คุณทิ้งทั้งหมด"
มือถือของภาวัชสั่นพร้อมมีข้อความ smsส่งเข้ามา
แพรวายื่นหยิบมือถือขึ้นไปกดดู
แพรวาอ่านข้อความในมือถือของภาวัช
“ฉันต้องการกระเป๋ากับสร้อยพระฉันคืนช่วยเอามาคืนให้ฉันด่วน แล้วเรื่องทั้งหมดฉันจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น...ตั้งโอ๋”
แพรวาสีหน้าเรียบนิ่ง กด delete ข้อความที่ตั้งโอ๋ส่งเข้ามา

แพรวาเล่าให้ภาวัชฟังอย่างต่อเนื่อง ทว่ายังจิ้มมีดที่คอภาวัชอยู่
"แล้วฉันก็ใช้มือถืออีกเครื่องพิมพ์ข้อความแล้วตั้งเวลาส่งมาที่เครื่องของคุณในชื่อของนังตั้งโอ๋ ..."
ภาพในอดีตพร้อมกับเสียงแพรวา

เสียงแพรวาดังขึ้น
"หึหึ... คุณก็โง่นะ มาหลอกฉันว่า ลูกค้าส่งข้อความมาหาทั้งๆที่จริงแล้ว มันเป็นข้อความที่ฉันเป็นคนส่งให้คุณเอง"
แพรวาตบแก้มภาวัชเบาๆแล้วมีข้อความส่งเข้าเครื่องภาวัช
ภาวัชรีบขอตัวออกไปที่อื่น

ภาวัชกดอ่านข้อความที่มือถือ

แพรวาเดินเข้ามายืนตรงริมหน้าต่างมองออกไปแอบดูภาวัชที่ยืนอ่านข้อความอยู่
เธอยิ้มเยาะมุมปากดูร้ายลึก ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้ว แพรวาเดินออกไปหาภาวัช

แพรวาทำเป็นห่วงเป็นใยแบบเป็นคนดี
"คุณวัชเป็นไงคะเคลียร์ได้มั้ย"
"คุณแพรลูกค้าเขาโทร.มาขอความช่วยเหลือน่ะ พอดีลูกชายเขาเข้าโรงพยาบาลต้องการเลือดกรุ๊ปโอเนกาทีฟด่วนเลย ผมขออนุญาตนะอาจจะได้กลับเช้าพรุ่งนี้"
"ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ รีบไปเถอะช่วยชีวิตคนได้กุศลแรงนะคะ"
ภาวัชรีบวิ่งออกไป แพรวามองตามชื่นชม

เสียงแพรวายังดังเข้ามา
"ในขณะที่คุณออกไปประตูหน้า ฉันก็ออกไปทางประตูหลัง"
ภาวัชขับรถออกไปจากเพลินพิมานอย่างรวดเร็ว
แพรวาเข้ามาที่รถ เปิดประตูเข้าไปนั่งแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนกัน

แพรวาพูดกับภาวัชต่อ
"ฉันพุ่งไปถึงที่นัดหมายก่อนคุณกว่าครึ่งชั่วโมงนั่นก็เพียงพอที่ฉันจะจัดการอะไรๆได้อย่างลงตัว"
"แถมยังอำมหิตผิดมนุษย์" ภาวัชบอก
"ภาวัช!"
"ผมยังไม่อยากเชื่อนะว่ามันเป็นฝีมือคุณแพรวา คุณปลอมเป็นผีซินดี้ได้ยังไง คุณโกหกใช่มั้ย คุณเป็นคนจะแยกร่างเป็นผีมาดักหน้าดักหลังผมได้ยังไง"
แพรวายิ้มเจ้าเล่ห์
"อยากรู้เหรอ"

ในอดีต ... ผีชุดแดงยกมีดในมือขึ้นแทงฉับลงที่ข้อเท้าข้างขวาของภาวัชแทน
ภาวัชร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดชีวิต ... อ๊าก...
เลือดไหลนองหยดติ๋งๆๆบนพื้น
ผีชุดแดงดึงมีดออกแล้วแทงซํ้าลงที่ข้อเท้าของภาวัชกระหนํ่า
เสียงภาวัชร้องโหยหวนขาดใจ

ภาวัชสลบหมดสติไปด้วยความเจ็บปวด
แพรวาที่ใส่หน้ากากมองดูด้วยความสะใจแล้วค่อยถอดหน้ากากออกแล้วเรียกทุกคนออกมา
"ออกมาได้แล้ว!"
โกกิใส่หน้ากากสวมชุดแดงเหมือนกัน เดินออกมาจากมุมหนึ่ง แล้วถอดหน้ากากออก
มองภาวัชตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในผลงาน
"เวลดัน!"
เภาเดินออกมาจากอีกมุมพร้อมเชือกที่ใช้ทำรอกฟาดกับมือออกมาแล้วมองที่แผลของภาวัชพูดออกมา
"เป๊ะมาก ... เป็นไงฮะคุณแพรวา ฝีมือทำรอกของผม"
"ดีทุกอย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างใจฉันจริงๆ"

แพรวาพูดอย่างมีความพึงพอใจ

ภาวัชอึ้งตะลึงกับสิ่งที่แพรวาได้เล่าให้ฟ้ง

“เลว ...ทำงานกันเป็นทีมอย่างนี้เอง”
“ในเมื่อรู้ความจริงทุกอย่างแล้วว่าใครทำอะไรกับคุณบ้างคราวนี้คุณคงหมดห่วงแล้วใช่มั้ย”
“นี่คุณคุณจะทำอะไร”
“คนตายเท่านั้นที่จะรักษาความลับได้ดีที่สุด!”
แพรวาเงื้อมีดสูงจะแทง
ภาวัชรีบยกมือจับมือแพรวายื้อสู้กันจนภาวัชเหวี่ยงแพรวาอย่างแรงกระเด็นล้มไปชนโต๊ะในห้อง
ข้าวของหล่นกระจาย
ภาวัชรีบเข็นรถออกจากห้องไป
แพรวาที่กองกับพื้นมองตามไปตาขวาง

ภาวัชเข็นรถวิลแชร์เลี้ยวอย่างรวดเร็ว มัวแต่กังวลเหลียวหลัง ไม่มองหน้า จนรถพุ่งชนผนังห้อง ล้มลงไปกองกับพื้น
แพรวาหยิบมีดจากพื้นขึ้นมา



ภาวัชที่กองกับพื้นพยายามกระเสือกกระสนคลานไปตามพื้นจะหนี
แพรวาเดินถือมีดย่างสามขุมตรงเข้ามาหาภาวัช

ภาวัชกระเสือกกระสนคืบคลานไปกับพื้นถัดๆไปอย่างลนลานหวาดกลัว
แพรวาผลักประตูห้องออกมา
ภาวัชหันไปเห็นตกใจกลัวมากร้องตะโกนให้คนช่วย
“ช่วยด้วยๆ”
แพรวายิ้มโรคจิตค่อยๆก้าวเข้ามาหาภาวัชอย่างใจเย็น
“ช่วยด้วย!”
แพรวาตามเข้ามาทันยกเท้าเหยียบน่องขาภาวัชเต็มแรง
“โอ้ยย”
ฉันรักคุณนะภาวัชรักมากๆ” แพรวาพูดำลางกระทืบไปด้วย
แพรวากระทืบไม่ยั้งจนภาวัชตัวงอร้องเจ็บปวด
“โอ้ยๆๆ”
ภาวัชโดนกระทืบจนตัวกระเถิบไปติดพนังพยายามยกมือห้าม
“อย่าแพรวาอย่าทำผม”
แพรวาตามเข้าไปทรุดคุกเข่าข้างๆภาวัช
“โถเจ็บมากหรือคะเดี๋ยวแพรจะช่วยให้คุณหายเจ็บเอง”
แพรวายกมีดในมือแทงเข้าไปที่ท้องภาวัช
ภาวัชตะลึงตาเหลือกร้องไม่ออกเลือดท่วมออกมาจากแผล
แพรวาค่อยๆดึงมีดออกมาชูขึ้นตรงหน้าภาวัช
“เลือดออกเยอะเลยภาวัชแพรจะพาคุณไปโรงพยาบาลนะคะ”
แพรวาค่อยลุกขึ้นแล้วก็กระชากภาวัชให้ล้มลงกับพิ้น
แล้วแพรวาใช้เท้าเตะภาวัชกลิ้งตัวม้วนไปทางบันได
“อย่าคุณแพรอย่าโอ้ย...คุณรักผมไม่ใช่เหรอคุณแพร”

ไม่ทันขาดคำแพรวาถีบเปรี้ยงทีสุดท้าย
ร่างภาวัชก็กลิ้งตกบันไดลงไป
“โอ้ย”
จนถึงเชิงบันไดร่างภาวัชแน่นิ่งไปในลักษณะนอนหงายสลบเมือดเลือดออกทิ่ศีรษะประมาณหนึ่ง
แพรวาค่อยก้าวเท้าเดินลงมาหาภาวัชหน้านิ่งๆนั่งลงข้างๆภาวัช
“ต่อไปนี้คุณไม่มีทางนอกใจแพรได้อีกแล้วหลับให้สบายนะคะภาวัชแพรรักคุณค่ะ”
แพรวาก้มลงไปจูบที่แก้มภาวัช
แพรวาหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาเช็ดที่ด้ามมีดแล้วเอาไปยัดที่มือภาวัช
เสร็จแล้วแพรวาก็ทำเป็นร้องกรี๊ดลั่นขึ้นมาด้วยความเสียใจตื่นตกใจมากสมบทบาท
“ช่วยด้วยช่วยด้วยคุณภาวัชฆ่าตัวตาย!”
เด็กรับใช้กลับเข้ามาทิ้งข้าวของในมือเข้ามารุมดูภาวัชลูกเจี๊ยบที่โรงละครวิ่งเข้ามาดูช่วยเหลือ
แพรวาร้องไห้สะอึกสะอื้นเขย่าตัวภาวัชจะเป็นจะตายไปด้วย

ในโรงพักหัวคํ่าวันเดียวกัน
จ่ายอดรื้อแฟ้มคดีในตู้อยู่แล้วทำแฟ้มอันหนึ่งหล่นก้มลงไปหยิบก็เห็นรูปหมวดบุลินกานดาจ่ายอดจ่าโอที่ถ่ายด้วยกันสีหน้ายิ้มแย้มในงานปีใหม่มีแอบแกล้งกันบ้างจ่ายอดถือดูยิ้มๆ
จ่าโอเดินเข้ามาเร่ง
“มัวทำอะไรอยู่วะไอ้ยอดนี่จะไปงานคุณแม่ชีมั้ย”
“จ่าดูนี่ดิ” ยอดยื่นรูปถ่ายให้ดู
จ่าโอรับไปดู “อะไรวะ”
“ก็ทีมเราสี่คนไง ... ซี้ยํ้าปึ้กกันมากเลยนะ”
“ใช่อยู่กันมานานรู้ใจยิ่งกว่าเมีย”
“นี่ขาดใครไปสักคนคงเหงาตาย”
ทั้งสองขำๆกันแล้วตั้งโอ๋โผล่เข้ามาเป็นเงา
จ่ายอดหันไปเห็นร้องกลัวผีจ่ายอดกระโดดกอดจ่าโอ
ตั้งโอ๋ค่อยเดินออกจากเงามืด
“ฉันเองจ่าไม่ใช่ผี”
“โธ่ตั้งโอ๋มืดๆคํ่าๆเล่นโผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันเลยนะมีอะไรจะให้ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์รับใช้ครับ”
“ไปซื้อโรตีปากซอยสิ”
จ่ายอดถาม“ใส่ไข่ด้วยมั้ย”
"ก็สองฟองเอ้ย... ไม่ใช่ นี่แกพอเลยเล่นไม่รู้จักเวลํ่าเวลาจริงๆ"
"ผมเนี่ยยนะ" จ่ายอดงงไป
จ่าโอหันไปหาตั้งโอ๋
"ตั้งโอ๋มีธุระอะไรหรือเปล่า"
"ไม่มีอะไรหรอกจ้า ตั้งโอ๋แวะมาหาหมวดบุลินน่ะ"
"วันนี้หมวดลานะ นี่พวกเรากําลังจะไปงานศพคุณแม่ชีกันไปพร้อมกันเลยมั้ย"
"อ่อ... จ่าไปกันก่อนเถอะจ้า ตั้งโอ๋ต้องไปเก็บเงินลูกค้าน่ะ"
ตั้งโอ๋เดินออกไปเลย
จ่ายอดกับจ่าโอหันมาคุยกัน
จ่าโอท่าทางแปลกๆ
อยู่ๆไฟก็ดับพรึ่บลง มืดตึ้บทั้งแผนก
จ่ายอดบอก "เฮ้ย...ไฟดับ"
"เออรู้แล้วไปเอาไฟฉายมาสิ"
จ่ายอดค่อยคลำไปหยิบไฟฉายมาเปิดออก
"นี่ครับจ่าไปกันยัง"
จ่ายอดทำท่าจะเดินออกไป จ่าโอดึงแขนเสื้อไว้
"เดี๋ยว... นี่จะไม่สนใจลงไปดูคัทเอ้าท์หน่อยเหรอว่าทำไมไฟมันดับ"
"อ้าว... จ่าสนใจ จ่าก็ลงไปดูเองดิ"
"ไอ้คุณจ่ายอดครับ.... อยากโดนไฟฉายหรือหมัดผม"
"ไม่ทั้งสองอย่างครับ ....ไปก็ได้ครับ" จ่ายอดบอก

จ่ายอดเดินออกไปอีกทาง เพื่อลงไปดูคัทเอ้าท์ที่ห้องใต้ถุน

จ่ายอดเดินถือฉายไฟฉายเข้ามาที่ห้องใต้ถุน

เขาเดินไปตามทางจนถึงคัตเอ้าท์แล้วจ่ายอดฉายไฟดูคัตเอ้าท์แล้วดึงสวิตช์ขึ้น
ไฟสว่างขึ้น
จ่ายอดเดินกลับไปทางเดิมแล้วอยู่ๆสวิตช์ดับลงไปอีก จ่ายอดชะงัก
แล้วมีเสียงกระดิ่งหรือโมบายหมุนส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งขึ้นได้เองเหมือนคนเดินผ่านจ่ายอดไปข้างหน้า
จ่ายอดฉายไฟไปเห็นเป็นโมบายเก่าๆที่มีคนแขวนเอาไว้ จ่ายอดแปลกใจนิดนึงแบบอะไรวะ
แล้วเดินกลับไปเปิดคัตเอ้าท์ขึ้นอีก
ไฟสว่างขึ้น
จ่ายอดหันกลับไปก็เห็นซินดื้ยืนอยู่ใกล้ๆ มองตรงมาที่จ่ายอด
"เฮ้ย"
ไฟดับปุ๊บอีก
จ่ายอดรีบฉายไฟฉายไปที่เดิม แต่ปรากฏว่าไม่มีใครยืนอยู่
จ่ายอดรีบวิ่งเข้าไปดูที่จุดนั้นใกล้ๆเหลียวซ้ายขวาเอาไฟฉายส่องก็ไม่มีอะไรอีก
"อย่ามาล้อเล่นครับ ..." จ่ายอดกลืนนํ้าลายเอื๊อก กลัว "ผมจับจริงๆนะครับ"
จ่ายอดเห็นทุกอย่างเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เดินเข้าไปที่คัตเอ้าท์อีกครั้ง ...แล้วฉายไฟไปที่ตู้คัทเอ้าท์ก็เห็นซินดี้นั่งอยู่บนเหนือตู้คัตเอ้าท์จ่ายอดตะลึง
ไฟดับพรึ่บลงแล้วร่างจ่ายอดเหมือนโดนดึงอย่างแรงผิดมนุษย์หายเข้าไปในความมืดฟึ่บ
โมบายกรุ๋งกริ๋งในความมืดสั่นๆ สองสามช้อต
มุมทางเดินไฟสว่างขึ้นพรึ่บ ! ร่างจ่ายอดนอนฟุบกับพื้น
ใบหน้าจ่ายอดเต็มไปด้วยเลือด ตาโบ๋ๆเหมือนโดนควักออกไป

ทางด้านจ่าโอเหลียวชะโงกมองดูว่า จ่ายอดกลับมาหรือยัง
"ไอ้ยอดไฟก็ติดตั้งนานแล้วทำไมไม่ขึ้นมาเสียที" จ่าโอดูนาฬิกาข้อมือ "นี่เดี๋ยวจะไม่ทันสวดนะเว้ย"
จ่าโอหยิบมือถือมากด ปรากฏว่าไม่มีคนรับสาย
"อะไรของมัน ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ... ไอ้บ้านี่เดี๋ยวต้องไปจัดซะแล้ว"
จ่าโอเดินออกไปตามจ่ายอด
ตอนจ่าโอเดินผ่านออกไปแล้วเห็นที่ภาพพักหน้าจอเป็นภาพทีม 4 คน

จ่าโอเปิดประตูห้องใต้ถุนเข้ามามองหาจ่ายอด
"ไอ้ยอดๆอยู่ไหนวะ"
จ่าโอเดินมาเรื่อยๆแล้วรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังหันไปดูก็ไม่เห็นอะไร
"ไอ้ยอดอย่ามาอำกันนะโว้ย"
จ่าโอมองหาไปรอบๆไม่เห็นอะไรเดินตามหาต่อไปอีก

มุมจ่าโอเดินเข้ามาแล้วอยู่ๆไฟดับพรึ่บลงอีก
"เอ้ย"
จ่าโอหยิบมือถืออกมาเปิดเป็นไฟฉาย
"ไอ้ยอดฝีมือแกใช่มั้ยไอ้นี่มันกวนอิ๊บ"
จ่าโอก้าวเดินออกไปอีกหน่อยแล้วก็เหมือนตัวเองเหยียบอะไรบางอย่างเลยค่อยๆก้มลงไปดูพร้อมฉายไฟ เห็นจ่ายอดนอนตาโบ๋เลือดท่วมตัวอยู่
จ่าโอตะลึงช็อคสิ้นสติ
"ไอ้ยอดๆๆๆใครทำแกใคร"
ภาพซินดี้เดินผ่านแว่บข้างหน้าจ่าโอ
"ใครวะใครทำเพื่อนกู"
จ่าโอหยิบปืนที่เหน็บเอวไว้ออกมาถือวิ่งตามไล่ล่าซินดี้

จ่าโอวิ่งเข้ามาอีกมุมหนึ่งเล็งปืนมองหาผ่านกองเครื่องใช้ไม้สอยเก่าเก็บต่างๆไม่แจออะไร
แล้วจ่าโอหันมามุมหนึ่ง ซินดี้ปรากฏตัวตรงหน้าจ่าโอไกลๆพอประมาณ
จ่าโอยิงใส่ไม่ยั้งจนกระสุนหมด แต่ซินดี้ไม่เป็นอะไรยังคงเดินเข้ามาอีก
จ่าโอทิ้งปืนลงหวั่นวิตกแล้วหันวิ่งหนีวิ่งๆๆ
ซินดี้ค่อยเดินลากขาตามไปช้าๆ

จ่าโอวิ่งหนี แล้วเหมือนมีอะไรพุ่งเข้ามาเอานิ้วอันแหลมคมข่วนน่องจ่าโอ จนสะดุดล้มกึกแล้วมองเห็นว่าขาตัวเองเป็นแผลเหวอะหวะ
จ่าโอพยายามกระเสือกกระสนหนีจนคลานไปใกล้ล้อรถใหญ่ๆที่วางตั้งอยู่
จ่าโอเหลียวไปมองข้างหลังเท่านั้นเอง มือผีของซินดี้ก็โผล่มาดึงหัวจ่าโอแล้วกระชากร่างหายเข้าไป
ในล้อรถนั้นอย่างแรงจนเหลือแต่น่องเท้าจ่าโอที่เราจะมองเห็น
"อ๊าก" จ่าโอร้องโหยหวนเจ็บปวดมาก

จ่าโอดิ้นทุรนทุราย
แล้วมีเลือดกระฉูดออกมาจากล้อรถเลือดไหลนองกองพื้น พร้อมเสียงร้องจ่าโอเป็นครั้งสุดท้าย

จ่าโอกระตุกสองสามครั้งแล้วนิ่งสนิทปล่อยวาง!!!

อ่านต่อตอนที่ 22
กำลังโหลดความคิดเห็น...