xs
xsm
sm
md
lg

เกมพยาบาท ตอนที่ 16

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เกมพยาบาท ตอนที่ 16


เกษณีย์เข้ามาในห้องพักคนไข้ที่มีฉกาจนอนหลับไม่ได้สติอยู่

เกษณีย์อยากมาดูอาการของฉกาจเพื่อให้มั่นใจว่าฉกาจยังเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ เธอยิ้มร้าย
"ขอโทษด้วยนะที่มันต้องเป็นแบบนี้ ช่วยไม่ได้ อยู่ดีไม่ว่าดี อยากสะเออะคิดจะแฉเรื่องของชั้น มันก็ต้องลงเอยแบบนี้แหละ นอนง่อยตายไปเถอะ ไอ้แก่"
เกษณีย์ยืนมองฉกาจด้วยแววตาเลือดเย็น

ในฟิตเนส ศรุตวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง เหงื่อแตกพลั่ก ก่อนกดสต๊อปลง แล้วลงจากลู่วิ่งไป ถอดเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวมาเช็ดเหงื่อ เห็นว่าหล่อน่ากินมาก
สิรดา ซูเปอร์โมเดลเข้ามาหา
"คิดแล้วว่าต้องเจอคุณที่นี่"
ศรุตไม่ตอบอะไร
"จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอคะ กว่าสิจะหาตัวคุณเจอ ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ"
"เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก"
"นี่คุณจะเลิกกับสิจริงๆเหรอ กล้าดียังไง"
"คุณก็รู้ว่าเราไม่ได้รักกัน คุณเสนอ ผมสนอง เราก็แค่สนุกด้วยกันเท่านั้น ไม่มีอะไรผูกมัด"
"คุณมีคนอื่นใช่มั๊ย ใคร? มันเป็นใคร มันดีกว่าสิตรงไหน ทำไมคุณถึงเลือกมัน"
"เค้าอาจจะไม่ได้เพอร์เฟคเท่าคุณ ไม่ใช่ซุปเปอร์โมเด็ลอย่างคุณ"
"แล้วทำไมคุณถึงทิ้งสิไปหามัน"
"เพราะผมรักเค้า เค้าเป็นรักแรก และผมอยากให้เค้าเป็นรักเดียวของผม"
"คนอย่างคุณรู้จักความรักด้วยเหรอ"
"เขาทำให้ผมรู้จักความรัก ทำให้ผมอยากเป็นคนดีที่คู่ควรกับเขา"
ศรุตเดินหนีไปทางด้านใน...สิรดาทั้งเจ็บใจทั้งเสียหน้า

เกษณีย์ขับรถอยู่ มีสายโทร.เข้า เห็นเบอร์โทร.เข้าเป็นเบอร์ของเสี่ยเป้าก็แปลกใจ
"เสี่ยเป้า?? โทร.มาทำไม"
เกษณีย์ตัดสินใจรับสาย

เสี่ยเป้าคุยโทรศัพท์กับเกษณีย์
"หายหน้าไปเลยนะครับคุณเกษ ไม่มาสนุกกันอีกเหรอครับ"
เกษณีย์พูดห้วนๆ
"ช่วงนี้ชั้นยุ่งๆ อ่ะค่ะ"
"มือขึ้นอย่างคุณ จะปล่อยโอกาสดีๆให้หลุดมือไปทำไม เงินทั้งนั้น เข้ามาโกยไปเลยสิครับ"
เกษณีย์นึกถึงเงินก็ตาโต ปรับเสียงหวาน
"ชั้นจะรีบหาเวลาว่างเข้าไปนะคะเสี่ย ขอบคุณนะคะที่นึกถึง"
เกษณีย์พูดเพื่อรักษามิตรภาพกับเสี่ยเป้า เพราะรู้ว่าเสี่ยเป้าคือแหล่งเงินมหาศาล
เสี่ยเป้ายิ้มที่เกษณีย์กำลังตกเป็นเหยื่ออีกคน
"ผมจะรอก็แล้วกัน ผู้หญิงสวยๆดวงดี แถมมือขึ้นอย่างคุณเกษเนี่ยผมชอบ"
เสี่ยเป้าวางสายยิ้มพอใจ

ในห้องสลัวๆ ซึ่งเป็ฯที่กบดาน พัฒนะนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง เกษณีย์เข้ามา
"คุณทำงานพลาด"
"ใครจะไปรู้ว่ามันปกป้องนังนั่นขนาดนั้น คงจะรักกันมากสิท่า ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก"
"มันไม่ใช่คนรักของอัคคี"
"แต่ผมว่าใช่"
"ชั้นไม่ได้มาเพื่อเถียงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในเมื่อแผนของคุณไม่สำเร็จ แล้วทีนี้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เสี่ยเป้า ยังติดอยู่อีกตั้ง 5 ล้านไม่ใช่เหรอ"
"ก็หามาให้ผมสิ แค่ 5 ล้าน ไม่น่าจะยากอะไร"
"พูดง่ายนี่ ชั้นให้คุณไป 5 ล้านแล้วนะ ยังจะมีหน้ามาขอเพิ่มอีกเหรอ"
"คุณก็รู้ว่าถ้าคุณหาให้ผมไม่ได้ คุณจะต้องเจอกับอะไร อย่าลืมสิว่าผมกำความลับอะไรของคุณอยู่ ถ้าไม่อยากถูกเปิดโปงว่าเป็นคนจ้างวานฆ่านังวรรณิศาก็รีบหาเงินมาให้ผมซะดีๆ ไม่งั้น..."
เกษณีย์แทรกขึ้น
"ไม่ต้องมาขู่ชั้น"
"ผมไม่ได้ขู่ คนอย่างผมพูดจริงทำจริง ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็หาเงินมา ไม่งั้นเรื่องชั่วๆของคุณ ได้รู้กันทั่วแน่"
เกษณีย์ยิ้มเยาะ
"สภาพแกตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับหมาจนตรอก จะไปมีปัญญาอะไร"
"ในเมื่อผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับการทำลายชีวิตคุณ ผมว่ามันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีก"
"แก..."
เกษณีย์แค้นที่ทำอะไรพัฒนะไม่ได้

เกษณีย์ขึ้นรถท่าทางหงุดหงิดทุบพวงมาลัยเพื่อระบายความโกรธ
"ไอ้พัฒนะ ชั้นไม่เก็บแกไว้แน่"

เกษณีย์คิดเรื่องพัฒนะก็ยิ่งเครียด

อัคคีครุ่นคิดเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งตอนโดนยิง ทั้งเรื่องที่เกษณีย์พูด

"อัคคี ระวังข้างหลัง"
อัคคีหันไปมองข้างหลัง พร้อมกับยกปืนขึ้นยิงใส่ พัฒนะหลบทัน
"แส่นักนะนังตัวดี"
พัฒนะยิงใส่ฉัตรชบา อัคคีพุ่งเข้ามาดึงตัวฉัตรชบาให้หลบ พัฒนะยิงซ้ำมาอีก อัคคีเอาตัวบังฉัตรชบาไว้จนได้รับกระสุนแทนฉัตรชบา
ฉัตรชบาเห็นแผลเลือดไหลก็ตกใจ "อัคคี!"

อัคคีอึ้งไปเมื่อทราบความจากเกษณีย์
"ฉัตรชบาเป็นคนบอกให้คุณใส่ร้ายผมเหรอ"
"ใช่ ฉัตรชบาเกลียดคุณมาก เค้าอยากให้คุณติดคุก จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเค้าอีก แล้วอีกอย่าง ฉัตรชบาก็กำลังจะแต่งงานกับศรุต เค้าก็คงไม่อยากให้คุณไปรื้อฟื้นเรื่องบนเกาะให้ว่าที่สามีเค้าไม่สบายใจ"

อัคคีครุ่นคิดก่อนตัดสินใจกระชากสายน้ำเกลือออก

ภายในห้องครัว ฉัตรชบากำลังเปิดตำราทำอาหารด้วยความตั้งใจ ทั้งๆที่เป็นคนทำอาหารไม่ค่อยเป็น ท่าทางเลยดูเก้ๆกังๆ
ฉัตรชนกเข้ามาเห็นก็แปลกใจ
"ชบา...ทำอะไรน่ะ"
"เอ่อ...คือ"
"ชบาจะทำกับข้าวไปให้ใคร"
"คือ...ชบาจะทำไปเยี่ยมคนป่วยน่ะค่ะ"
"อัคคีน่ะเหรอ"
"ค่ะ เค้าช่วยชบาไว้ เลยต้องมาบาดเจ็บ ชบาก็เลยอยากจะตอบแทนเค้า"
"ไม่ได้ไปหลงรักเค้าเข้าล่ะ"
ฉัตรชบาโดนแทงใจดำ
"ไม่มีทางค่ะ ชบาไม่มีวันรักคนแบบนั้นเด็ดขาด"
"คิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว เค้าผูกพยาบาทพวกเราเหลือเกิน ชาตินี้คงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้"
ฉัตรชนกเดินไป ฉัตรชบาแอบเศร้า

บริเวณสระว่ายน้ำ เกษณีย์ว่ายน้ำเพื่อดับความเครียด โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เกษณีย์ว่ายน้ำมาเกาะขอบสระ แล้วขึ้นมาจากสระหยิบมือถือมาดูเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักโทร.เข้ามาก็สงสัย
เกษณีย์รับสาย
"ฮัลโหล"
"สวัสดีครับคุณเกษณีย์"
เกษณีย์ตกใจที่ได้ยินเสียงอัคคี
"อัคคี คุณรู้เบอร์ชั้นได้ยังไง"
"ไม่น่าจะยาก ใครๆก็รู้จักคุณเกษณีย์"
"คุณมีธุระอะไรกับชั้น"
"วันนี้คุณว่างมั้ยครับ"
อัคคียิ้มอย่างมีเลศนัย

เวลากลางคืน พัฒนะกระวนกระวายรออยู่ที่เซฟเฮ้าส์
"มันหายหัวไปไหนของมันวะ ทำไมยังไม่มาอีก อย่าบอกนะว่าจะทิ้งกู ถ้าทิ้ง
กูเมื่อไหร่ วันนั้นคือวันตายของมึง"

เวลาเดียวกัน อัคคีนั่งรออยู่พร้อมเครื่องดื่มในแก้ว เกษณีย์เข้ามาที่บาร์เหล้าในล็อบบี้โรงแรม
"คุณมาสาย"
"ชั้นต้องใช้เวลาตัดสินใจว่าจะมาหรือไม่มา การมาพบศัตรูไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดเค้าทำกัน"
"ศัตรูของผมคือฉัตรชนก ไม่ใช่คุณ เชิญนั่งก่อนสิครับ"
"คุณต้องการพบชั้นทำไมคะ"
"คุณเป็นภรรยาของฉัตรชนก ผมอยากรู้จักศัตรูให้มากกว่านี้ คุณคงไม่รังเกียจ"
"ชั้นไม่ใช่เมียที่จะขายผัวตัวเองให้กับศัตรู ขอตัวนะคะ"
เกษณีย์ลุกออกไป อัคคีมองตาม ก่อนพูดไล่หลัง
"แล้วถ้านั่นเป็นแค่เหตุผลหลอกๆ ที่ทำให้ผมอยากพบคุณล่ะ"
เกษณีย์ชะงักหันกลับมา
"บอกเหตุผลที่แท้จริงของคุณมาดีกว่าค่ะ ชั้นไม่อยากจะเสียเวลา"
"ดื่มอะไรก่อนมั๊ยครับ"
เกษณีย์ไม่พอใจอยากรู้ความต้องการที่แท้จริงของอัคคี
อัคคีถือวิสาสะสั่งเครื่องดื่มให้เกษณีย์
"ขอไวน์ครับ"
เกษณีย์มองหน้าอัคคี
"ตกลงเหตุผลที่คุณอยากเจอชั้นคืออะไร"
"คุณน่าสนใจกว่าที่ผมคิด ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งน่าค้นหา"
"นี่คุณคิดจะจีบชั้นเหรอ"
"หรือไม่ได้"
แก้วไวน์ถูกวางลงตรงหน้า
"ดื่มให้กับมิตรภาพหน่อยมั๊ยครับ"
"จะไม่มีมิตรภาพระหว่างเราสองคนค่ะ ฉันแยกแยะได้ว่าคนไหนควรเป็นมิตร คนไหนเป็นศัตรู"
"ทำไมด่วนสรุปอย่างนั้นล่ะครับ คุณยังไม่รู้จักผมดีเลย"
"แล้วคุณรู้จักชั้นเหรอคะ"
"รู้มากกว่าที่คุณคิดก็แล้วกัน"
เกษณีย์ตกใจกลัวอัคคีจะรู้ความลับของตน
"แด่มิตรภาพครับ"
อัคคีขอชนแก้วอีกครั้ง เกษณีย์ไม่ชนด้วย
"ถ้าคิดจะเป็นมิตรกับชั้น ก็ไม่ควรแอบอัดคลิปเสียงชั้นไปให้ฉัตรชบาฟัง"
"ผมทำอย่างนั้นก็เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์"
"โดยใช้ชั้นเป็นเครื่องมืองั้นเหรอ คุณคิดผิด"
"คุณเป็นตัวช่วยที่น่าเชื่อถือสำหรับเรื่องนี้"
"อย่าทำแบบนี้อีก ชั้นไม่ใช่เด็กอมมือที่จะหลอกง่ายๆ และอีกอย่างอย่าคิดว่าชั้นไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่" เกษณีย์ลุกขึ้น "ชั้นขอตัวก่อน มีเรื่องต้องสะสาง"
เกษณีย์เดินออกไป อัคคีมองตามไป

"เรื่องชั่วๆ ล่ะสิ"

ต่อมา อัคคีขับรถ คุยโทรศัพท์กับอดุลย์
"เสต็ปแรกผ่านแล้ว ต่อไปก็แค่ทำให้เชื่อใจแล้วค่อยๆ ล้วงความลับ"
"คุณเกษณีย์ไม่ใช่คนโง่ ไม่คายอะไรออกมาง่ายๆ หรอก"
"ชั้นมีวิธีของชั้นก็แล้วกัน"

บริเวณที่กบดาน พัฒนะกินข้าวอย่างหิวโหย
"ของที่สั่งได้ไหม"
เกษณีย์โยนถุงกระดาษที่ใส่ปืนไว้ให้
"ชั้นไม่ใช่คนใช้ของคุณนะจะได้สั่งได้ตามใจชอบ แล้วปืนเนี่ยจะเอาไปยิงใคร"
"เอาไว้ป้องกันตัวไง เผื่อมันแค้นแล้วบุกเข้ามา ผมจะได้มีอะไรไว้สู้"
"คุณหลบมาซ่อนซะขนาดนี้ ไม่มีใครหาเจอหรอก อย่าระแวงไปหน่อยเลย"
"มันก็ไม่แน่ ผมเล่นจะเหมาผู้หญิงของมันทั้งสองคน มันหายเจ็บเมื่อไหร่มัน
ต้องมาเอาคืนแน่"
"อย่าลืมนะว่าเรื่องนี้ชั้นไม่เกี่ยว"
"มันก็ต้องมีค่าปิดปากกันหน่อย"
เกษณีย์แค้นมาก จำใจเปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมาปึกหนึ่ง โยนให้พัฒนะ
"ปิดปากพล่อยๆ ของแกไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
เกษณีย์เดินหัวเสียออกไป พัฒนะมองเงินในมืออย่างพอใจ

ฉัตรชบาขับรถเข้ามาจอดในบ้าน อัคคีถือโอกาสที่ประตูเปิดอยู่ รีบเข้ามาหาฉัตรชบา
ฉัตรชบาเห็นอัคคีก็ตกใจรีบลงจากรถ
"นี่คุณออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมชั้นไม่รู้เรื่อง"
"ผมออกมาสะสางธุระน่ะ"
"คุณไม่น่าทำแบบนี้เลย ชั้นว่าคุณควรจะกลับไปโรงพยาบาลนะคะ แล้วแผลคุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บหรือเปล่า"
ฉัตรชบาพูดยังไม่ทันจบ อัคคีโผเข้ากอดไว้ก่อน
ฉัตรชบาอึ้ง
"ผมคิดถึงคุณจัง"
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ"
"ผมก็แค่รักคุณมากเท่านั้น"
"ปล่อยชั้นได้แล้ว"
ฉัตรชบาดันตัวอัคคีออก
"ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะยอมไปกับผม"
"ที่ผ่านมาคุณก็ได้ไปหมดทุกอย่างแล้ว ชั้นไม่เหลืออะไรจะให้คุณอีกแล้ว"
"ผมอยากทบทวนความจำ เผื่อคุณจะลืม"
"ไม่ลืม แล้วก็จะไม่มีวันลืมวันที่นายทำร้ายชั้น ชั้นจะจำไปจนวันตาย กลับไปได้แล้ว ออกไป" ฉัตรชบาผลักออกไป
ฉัตรชบาผลักอัคคีออกไปเต็มแรง อัคคีเจ็บแผลเอามือจับแผลไว้
ฉัตรชบาเห็นอัคคีเจ็บแผลรู้สึกผิดที่ทำรุนแรง แต่พยายามเก็บอาการไว้
"ดี...จำไว้ให้ขึ้นใจว่าผมคือผัวของคุณ คุณห้ามมีใจให้คนอื่น"
อัคคีออกไป ฉัตรชบามองตามอัคคีเป็นห่วงและรู้สึกผิด

เวลากลางคืนที่คอนโดฯ ศรุตเพิ่งเสร็จกิจกับติช่า สาวน้อยหน้าตาสวยเซ็กซี่
"ชั้นค้างที่นี่ได้มั๊ย"
"ผมไม่เคยให้ใครนอนค้าง"
"แม้แต่ติช่างั้นหรอคะ"
"ไม่มีข้อแม้กับใครทั้งนั้นครับ"
"คุณคบผู้หญิงทีละหลายๆ คน แต่กลับไม่แคร์เลยซักคน"
"แต่ทุกคนก็รู้ว่าคบกับผมเพื่อเซ็กซ์ ไม่ใช่ความรัก"
ศรุตลุกจากเตียงไป
"แต่งตัวซะ เดี๋ยวผมจะไปส่ง"
"เราจะได้เจอกันอีกมั๊ยคะ"
"คงไม่"
"หมายความว่ายังไง คุณจะทิ้งชั้นเหรอ"
"ผมว่าเราสนุกกันมากพอแล้ว สมควรหมดสนุกได้แล้ว"
"คุณมีคนอื่นใช่มั๊ยคะ"
"ใช่ ผมมีคนที่ผมรักและจะแต่งงานด้วยแล้ว"
" แล้วชั้นล่ะ ทำไมคุณไม่รักชั้นบ้าง"
"easy หน่อยสาวน้อย คุณสวย อายุยังน้อย ยังหาผู้ชายดีๆ ได้อีกเยอะ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่ผมเลย เพราะผมคงไม่มีเวลาดูแลชีวิตใคร"
"แล้วใครล่ะคะที่คุณอยากดูแล"

ชบานั่งคิดถึงเป็นห่วงอัคคีอยู่มุมหนึ่ง กลัวแผลจะอักเสบ
ภาพในอดีตเรื่อง การปล้ำ ตบจูบกันกับอัคคีผ่านเข้ามา

"คนบ้า! ทำไมชั้นต้องนึกถึงแต่นายด้วยนะ"

ภายในบ้าน อัคคีนั่งดื่มอยู่ตามลำพัง จิดาภาเดินเข้ามา

"หนีออกจากโรงพยาบาลแล้วโทร.ตามชั้นมาหาตอนดึก ไม่กลัวชั้นเสียหายเหรอ"
อัคคีรินไวน์ส่งให้
"คุณก็รู้ว่าชั้นไม่ดื่ม"
"ผมไปพบเกษณีย์มา"
"คุณทำบ้าๆ แบบนั้นทำไม เดี๋ยวเธอก็รู้ตัวก่อนหรอก"
"ผมรู้วิธีจัดการผู้หญิงแบบนั้น"
"ใช่สิ...คุณมันเสือนี่"
"แต่คุณทิ้งเสือ" อัคคีสบตา จิดาภาหลบตา
"พูดเรื่องคุณเกษเถอะ คุณคิดจะทำยังไงกับเธอ"
"ผมจะทำให้เกษณีย์ตกหลุมพรางของผม"
"คงไม่ง่ายนักหรอกค่ะ"
"ไม่มีอะไรยาก ผู้หญิงคนนั้นหิวทั้งผู้ชาย หิวทั้งเงิน ไม่มีทางที่จะปฏิเสธผมหรอก"
"แล้วถ้าปฏิเสธล่ะ"
"นั่นยิ่งดีใหญ่"
"ยังไงคะ"
"ผมมีพร้อมทุกอย่างที่เค้าต้องการ ถ้าเค้าปฏิเสธผม แสดงว่าสิ่งที่เรากำลังสงสัยเป็นเรื่องจริง เกษณีย์ต้องเกี่ยวข้องกับการตายของศาแน่ๆ"
อัคคีแววตามุ่งมั่นที่จะสืบหาต้นเหตุที่ทำให้วรรณิศาตายให้ได้
จิดาภาเป็นห่วงอัคคี

ฉัตรชบาเอากับข้าวที่เตรียมไว้ออกจากปิ่นโตเตรียมจะเททิ้ง ฉัตรชนกเข้ามาเห็น
"อ้าว...ทำไมจะทิ้งซะล่ะ อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจแล้ว"
"เค้าหนีออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ"
"อะไรนะ หนีออกมา?"
"ค่ะ"
"หมอนี่มันระห่ำจริงๆ ชบาต้องระวังตัวให้มากๆนะ ทางที่ดีอย่าเจอกันจะดี
ที่สุด พี่เป็นห่วงนะ"
"ค่ะ"
ฉัตรชบาหน้าจ๋อยๆ

อัคคีทำแผลให้ตัวเองอยู่ที่บ้าน สาวใช้เข้ามาบอก
"มีคนมาหาค่ะ"
"ใคร"

ฉัตรชบานั่งอยู่ที่ห้องรับแขก พร้อมปิ่นโตในมือ อัคคีเดินเข้ามา ฉัตรชบารีบลุกขึ้น
"คิดถึงผมมากเหรอ มาหาถึงบ้านเลย"
"คนอย่างชั้นน่ะเหรอจะคิดถึงนาย ไม่มีทาง"
"อ้าว ไม่คิดถึงแล้วมาทำไม"
ฉัตรชบายื่นปิ่นโตอาหารให้
"ชั้นทำกับข้าวมาตอบแทนที่นายช่วยชั้นไว้"
อัคคีรับมายิ้มๆ
"ดึกป่านนี้เนี่ยนะ"
ฉัตรชบาดึงปิ่นโตกลับ
"งั้นก็ไม่ต้องกิน"
ฉัตรชบาหยิบปิ่นโตแล้วจะเดินออกไป อัคคีรีบคว้าตัวฉัตรชบาไว้ ฉัตรชบาสะบัดตัวหนีไปโดนแผลของอัคคี แผลมีเลือดซึมออกมา
ฉัตรชบามองแผลที่เสื้อของอัคคีที่มีเลือดซึมออกมา
"ฉันขอโทษ นายเจ็บมากไหม"
ฉัตรชบารีบเข้าไปประคองและดูแผลให้อัคคี
อัคคีเจ็บแผลแต่ก็ดีใจที่ฉัตรชบาเป็นห่วงตน

ฉัตรชบาทำแผลให้อัคคี ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน
"เจ็บมากมั๊ย"
"มันคุ้มมากกว่า"
"คุ้มอะไร"
"คุ้มที่ได้กลับมาใกล้ชิดคุณยังไงล่ะ"
ฉัตรชบารีบดึงตัวออกห่าง อัคคีคว้าข้อมือไว้
"จะไปไหน"
"ทำแผลเสร็จแล้ว ชั้นจะกลับ อย่าลืมกินข้าวด้วยล่ะ"
"ขอบคุณนะที่เป็นห่วงผม"
"บุญคุณต้องตอบแทน มันก็แค่นั้นแหละ อย่าคิดเพ้อไปให้ไกลเกินจริงหน่อยเลย"
ฉัตรชบาออกไป อัคคียิ้มๆ

เมื่อฉัตรชบากลับบ้านมาเจอฉัตรชนก รออยู่
"ไปไหนมา"
"เอ่อ...ชบาไปหาเพื่อนน่ะค่ะ"
"ชบา โกหกไม่เก่งหรอกนะ"
ฉัตรชบาอึ้งไป
"ไปหาเค้ามาใช่มั๊ย"
"เอ่อ..."
"ใช่ไหม"
"ชบาก็แค่ตอบแทนบุญคุณเค้า ต่อไปจะได้ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใครให้
ลำบากใจอีก"
"ชบาเหยียบเข้าถ้ำเสือ ทั้งๆที่รู้ว่าเสือตัวนั้นมันพร้อมจะขย้ำเรา ชบาคิดอะไร
อยู่กันแน่ อย่าลืมสิว่าครั้งหนึ่งเค้าเคยเอาคืนกับพวกเราด้วยการจับตัวชบาไป"
ฉัตรชบารับฟังสิ่งที่ฉัตรชนกพูดด้วยความข่มขื่นใจ

"ระวังหัวใจตัวเองไว้บ้างก็ดี อย่าลืมสิว่า ชบาจะต้องแต่งงานกับใคร"

ต่อมา อำภาโวยเมื่อเห็นฉัตรชบากลับเข้ามา

"หายไปไหนมา แม่โทร.ไปก็ไม่รับสาย ทุกวันนี้แม่กลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว อย่าทำให้แม่หนักใจไปมากกว่านี้เลย ไหนจะเรื่องคุณพ่อที่ไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่ ไหนจะเรื่องข่าวที่ชบาถูกนายอัคคีจับตัวไป แม่อายจนไม่กล้าออกงานสังคม แม่ต้องทำอะไรสักอย่างเผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น"
ฉัตรชบาสีหน้ากลุ้มใจ
"ศรุตโทร.มาชวนลูกไปกินข้าวพรุ่งนี้ แม่รับปากเขาไปแล้ว"
"แต่..."
"อย่าคิดจะปฏิเสธ แม่คุยกับพ่อแม่เค้าเรียบร้อยแล้ว แม่อยากให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด จะได้กลบข่าวบ้าๆที่แกถูกจับตัวไปซะที ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกนะที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ ในเมื่อเจอคนที่เค้ารับได้ก็ต้องรีบคว้าไว้ เข้าใจที่แม่พูดมั๊ย"
ฉัตรชบาถอนใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเศร้า
อำภาเห็นลูกเศร้าน้ำตาซึมเลยเข้าไปปลอบ
"แม่รักลูกนะชบา แม่จะทำทุกอย่างให้ลูกของแม่มีความสุข เชื่อแม่นะลูก"

วันใหม่ ฉัตรชนกเดินเข้ามา เจอจิดาภา
"ผมดีใจจริงๆ ที่คุณกลับมา"
จิดาภายิ้ม
"อย่าเข้าใจผิดสิคะ ชั้นไม่ได้กลับมาทำงานให้คุณ คุณมีเลขาใหม่แล้วนะคะ ชั้นกลับมาเพื่อสอนงานให้ค่ะ"
"ผมอยากให้คุณทำงานที่นี่ต่อ ส่วนเรื่องเกษ ผมจะไม่ให้เค้ามาทำอะไรคุณได้อีก ผมสัญญา"
"อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เรื่องของเรา..ก็ให้มันจบลงตรงนี้เถอะค่ะ"
เลขาใหม่เข้ามา
"สวัสดีค่ะ"
"อ้าว...มาพอดี" จิดาภาบอกกับฉัตรชนก "ขอตัวก่อนนะคะ"
จิดาภาพาเลขาใหม่เดินไปทางหนึ่ง ฉัตรชนกมองตามไปด้วยความเสียดาย

ในร้านอาหาร ศรุตนั่งกินข้าวกับฉัตรชบา ฉัตรชบาใจลอย เขี่ยอาหารไปมา
"อาหารไม่อร่อยเหรอครับ"
"อ่อ...อร่อยสิคะ ร้านนี้เค้าดังมากเลยนะคะ"
"แล้วทำไมคุณไม่ทานเลยล่ะครับ"
"ชบากำลังกลุ้มใจค่ะ"
"แชร์กับผมได้นะครับ"
ฉัตรชบามองหน้าศรุต
"ผู้ชายที่เพอร์เฟกอย่างคุณ จะอยากแต่งงานกับชบาไปทำไมคะ"
"คุณก็รู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน และผมก็รักคุณมานานแล้วนะ ตอนนี้ก็ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก"
ฉัตรชบานิ่งเงียบไป
"ให้โอกาสผมได้รักคุณ ได้แสดงความรักที่มีต่อคุณ ได้ทำให้คุณเชื่อมั่นในหัวใจของผม ถ้าผมไม่ผ่านบททดสอบนี่ ผมจะเดินออกไปจากชีวิตคุณเอง จะไม่รบกวนคุณอีกเลย"
ฉัตรชบาอึ้งไป
"ให้โอกาสผมนะครับชบา"
เสียงผู้หญิงดังขึ้น
สิรดาถาม
"นี่น่ะเหรอคะ ผู้หญิงใหม่ของคุณ!"
ศรุตและฉัตรชบาอึ้ง คิดไม่ถึง
สิรดาเดินเข้ามาที่โต๊ะ มองหน้าฉัตรชบา ศรุตรีบลุกขึ้น
"ถ้าคุณอยากได้คำตอบ ก็ใช่ครับ นี่คือคุณฉัตรชบา คนรักของผม"
สิรดามองหน้าฉัตรชาอย่างเยาะๆ
"น้ำหน้าแบบนี้น่ะเหรอคะที่คุณจะลงเอยด้วย"
"ใช่ คุณมีปัญหาอะไรไม่ทราบ"
"สิมีปัญหาแน่ค่ะ ในเมื่อคุณทิ้งสิไปหามัน!"
"ผมคิดว่าเราเคลียร์กันจบแล้วซะอีก"
"สิไม่ยอมจบง่ายๆ หรอกค่ะ สิไม่ได้มักมาก ชอบสะสมผู้หญิงเหมือนคุณ"
"คุณแค่ไม่อยากเสียหน้าว่าเป็นถึงซุปเปอร์โมเด็ลแต่กลับถูกผู้ชายทิ้งมากกว่ามั้งครับ"
"ศรุตคะ ชบาว่า..."
"ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง " ศรุตหันไปมองหน้าสิรดาเข้มๆ "กลับไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับผมและผู้หญิงของผมอีก เธอสูงส่งกว่าที่คุณคิดเยอะ"
"ไม่ให้ยุ่งยังงั้นเหรอ"
สิรดาหันกลับไปตบหน้าฉัตรชบาฉาดใหญ่!
ศรุตเข้ามาล็อคตัวสิรดาไว้
"นี่คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ มันมากไปแล้วนะ!"
"แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับผู้หญิงที่ชอบแย่งสามีคนอื่น"
"ผมไม่ใช่สามีคุณ อย่าเข้าใจอะไรผิดๆ ขอโทษคุณฉัตรชบาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะแจ้งความ คุณเป็นคนดัง คงไม่อยากชื่อเน่า"
"สิไม่แคร์"
"คุณแคร์ ! ผมรู้ว่าคุณแคร์!"
สิรดานิ่งไป
"ขอโทษเธอซะ ไม่อย่างนั้นผมนี่แหละจะทำให้คุณอยู่วงการนี้ไม่ได้อีกต่อไป กระชากลงต่ำซะบ้าง จะได้เลิกเหยียดหยามคนอื่นซะที!"
สิรดามองหน้าศรุต
"ผมบอกให้ขอโทษ"
สิรดามองไปรอบๆ เห็นคนเริ่มมุง
"ขอโทษ"
สิรดาตวาดคำว่าขอโทษออกไปห้วนๆ ก่อนเดินออกไป
ศรุตรีบกุมมือฉัตรชบา
"คุณเป็นยังไงบ้าง"
"ชบาไม่เป็นอะไรค่ะ"

"ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายเรื่องนี้ให้คุณแม่คุณทราบเอง"

อำภาฟังคำอธิบายจากศรุตอยู่

"อดีตก็คืออดีตครับ และผมจะไม่ให้อดีตของผมตามรังควานชีวิตในปัจจุบันอีกเป็นอันขาด"
"เมื่อก่อนป้ามั่นใจในตัวศรุตว่าศรุตเป็นผู้ชายที่ดี แต่ตอนนี้ป้าเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าป้าคิดผิดหรือเปล่า"
"ผมจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ผมจะทำตัวให้ดีให้เหมาะสมและคู่ควรกับชบาครับ ผมสัญญา"
"ชบาเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนในบ้าน ศรุตก็คงเห็นแล้ว"
"เป็นแก้วตาดวงใจของผมด้วยครับ"
"ถ้าศรุตมั่นใจอย่างนั้นก็เคลียร์ตัวเอง พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาพูดเรื่องแต่งงานกันต่อ"
"ครับผม"
ฉัตรชบาหนักใจที่จะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแถมยังมีเรื่องราวให้ต้องคิดหนักอีก

เกษณีย์เล่นพนันได้เงินเป็นกอบเป็นกำ นักพนันเห็นเกษณีย์เล่นได้ก็เล่นตาม
เกษณีย์พูดกับตัวเอง
"ก็ไม่ได้ซวยไปซะทุกเรื่อง"
เสี่ยเป้าเดินเข้ามาในบ่อน เห็นเกษณีย์ก็เดินเข้าไปใกล้ชิด
"สวัสดีครับคุณเกษณีย์ แหม...นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว" เสี่ยเป้าบอก
เกษณีย์ส่งตาหวาน
"ต้องมาซิคะ เพราะที่นี่มีอะไรที่น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ"
เกษณีย์หว่านเสน่ห์หวังจะให้เสี่ยเป้าช่วยเรื่องเงินและช่วยยืมมือเสี่ยเป้ากำจัดพัฒนะ
"รวมทั้งผมด้วยหรือเปล่าครับ"
เสี่ยเป้ายื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะหอมแก้มเกษณีย์
เกษณีย์บ่ายเบี่ยงแบบไว้ตัว ไม่ให้เสี่ยเป้าได้กินง่ายๆ
"เกษว่า...เกษขอตัวไปเล่นต่อดีกว่าค่ะ กำลังสนุกเลยค่ะ"
"เชิญครับ"
เกษณีย์เดินกลับไปเล่นการพนันต่อ เหมือนผีพนันเข้าสิงร่างเกษณีย์
เสี่ยเป้ามองพิจารณารูปร่างเกษณีย์แบบเสือจะกินเหยื่อ
"หมดเวลาสนุกของคุณแล้วคุณเกษ"
เสี่ยเป้าเรียกลูกน้องมาสั่งงาน

ฉัตรชบาเดินเข้ามาในห้อง โทรศัพท์มือถือดัง เห็นว่าเป็นชื่ออัคคีโทรมา ฉัตรชบารับสาย
"คุณต้องการอะไร"
อัคคีนั่งคุยมือถืออย่างสบายใจ
" ไหนคุณว่าจะตอบแทนบุญคุณผมไง นี่ก็เย็นแล้วนะ ตอนนี้ผมก็หิวมากแล้วด้วยไหนล่ะข้าวเย็นของผม"
"นี่คุณ อย่าเข้าใจอะไรผิดๆ นะ"
อัคคีแทรกขึ้น
"แค่นี้นะ ผมจะรอ อ้อ...คุณต้องทำแผลให้ผมด้วยนะ เลือดออกเยอะมาก"
อัคคีวางสายไป ฉัตรชบาหน้าเครียด
"เลือดเหรอ"

ในห้องครัว ฉัตรชบาลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจ

ผ่านเวลา... เกษณีย์เล่นการพนันเสียหลายตาติดกันจนชิปที่แลกมาหมดเกลี้ยง
เกษณีย์เริ่มหงุดหงิด
เสี่ยเป้านั่งดื่มมองดูเกษณีย์ที่เล่นเสีย
"ที่นี้ถึงตาชั้นบ้าง"
เกษณีย์หน้าเสียเดินมานั่งกับเสี่ยเป้า
เกษณีย์บ่น
"ทำไมมันถึงซวยอย่างนี้"
เสี่ยเป้ายื่นแก้วเครื่องดื่มให้เกษณีย์
"เป็นไงบ้างครับคุณเกษ"
"ดวงไม่ดีเลยค่ะ"
"มีได้ก็ต้องมีเสียเป็นธรรมดา คุณเกษมีสามีรวยขนาดนั้น เงินแค่นี้จิ๊บจ๊อย"
เสี่ยเป้ารู่ว่า เกษณีย์อยากได้เงินไปเล่นต่อ แต่ไว้เชิง เสี่ยเป้ายื่นข้อเสนอให้เอง
"คุณเกษเชิญเล่นตามสบายเลยนะครับ"
"แต่..."
"ลูกค้าวีไอพีอย่างคุณ แค่มาผมก็ดีใจแล้วครับ"
เสี่ยเป้าโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูเกษณีย์
"ขอให้ผมได้ดูแลคุณเถอะครับ"
เกษณีย์ยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ยั่วยวนเสี่ยเป้า
เกษณีย์กระซิบตอบหน้าแนบแก้มเสี่ยเป้า "ขอบคุณค่ะ"
เกษณีย์เดินกลับไปเล่นต่อ

เสี่ยเป้ามองตามเกษณีย์ที่เดินไป

ในออฟฟิศ จิดาภาเข้ามา

"ทำไมไม่เรียกเลขาใหม่ล่ะคะ ชั้นเทรนเธอพร้อมใช้งานแล้ว และชั้นก็กำลังจะไป"
"ผมไม่อยากให้คุณไป"
"แต่ชั้นต้องไปค่ะ"
"ทำไม"
"ชั้นจำเป็นต้องไป ขอตัวก่อนนะคะ"
จิดาภาจะเดินออกไป ฉัตรชนกรีบรวบเอวจิดาภามากอดไว้ไม่อยากให้ไป
"ผมไม่ให้ไป"
"คุณฉัตรอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ปล่อยชั้นเถอะค่ะ ชั้นไม่สมควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว"
"คุณจะไม่บอกเหตุผลผมสักคำเหรอครับ"
"ถึงเวลาคุณจะทราบเองค่ะ"
จิดาภาน้ำตาไหล พยายามฝืนความรู้สึกตัวเองที่รักฉัตรชนก
จิดาภาตัดใจปาดน้ำตาแล้วแกะมือฉัตรชนกออกจากเอวเดินออกไป ฉัตรชนกมองตามไปด้วยความเศร้า
"คุณมีเหตุผลของคุณ...ผมก็มีเหตุผลของผม"

ต่อมา ฉัตรชบาวางปิ่นโตลงตรงหน้าอัคคี
"จัดโต๊ะด้วยสิคุณ ผมเจ็บแผล ไม่เห็นเหรอ"
ฉัตรชบาจำเป็นต้องทำให้
"กินด้วยกันสิ"
"ไม่"
"ทำไม เห็นหน้าผัวแล้วกินข้าวไม่ลงเหรอ"
"นี่คุณ"
"ก็ผมพูดเรื่องจริง หรือว่าคุณเป็นผู้หญิงเจนโลก นอนกับผู้ชายไปทั่วจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นผัว"
"มันจะมากไปแล้วนะ ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น"
"ก็ดี"
"ปากเสีย รู้งี้ไม่ทำมาให้กินหรอก"
"จะเนรคุณกันรึไง อย่าลืมสิว่าผมช่วยคุณนะ"
"ไม่ต้องมาทวงหรอกน่า"
"เจ็บแผลอ่ะ ป้อนหน่อยสิ"
"จะมากไปแล้วนะ"
"จริง ๆมันเจ็บแผล กินไม่ถนัด"
"นายน่าจะให้หมอเช็คสมองบ้างนะ เหมือนคนบ้าเข้าไปทุกวัน"
"บ้าแล้วรักไหมล่ะ"
"นี่นาย มันใช่เวลาไหม หิวไม่ใช่เหรอ กินซิ"
ฉัตรชบาจำเป็นต้องเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วป้อนข้าวให้อัคคี ความใกล้ชิดเกิดขึ้นอีก
"เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว คุณทำแผลให้ผมด้วยนะ"
"คุณควรจะกลับไปที่โรงพยาบาล"
"ผมไม่เป็นไร แค่รอไปตัดไหมก็พอ"
"แต่คุณเพิ่งบอกว่าเจ็บ เจ็บจนกินข้าวเองไม่ได้ นี่ตกลง คุณโกหกชั้นใช่มั๊ย" ฉัตรชบาวางช้อน "เรื่องทำแผลก็คงโกหกอีกสินะ"
ฉัตรชบาลุกขึ้น จะออกไปแต่อัคคีเข้าไปสวดกอดเอวไว้จากด้านหลัง
"ยังไม่ให้ไป"
"ปล่อยชั้นนะ"
"ยังไม่อยากปล่อย"
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับชั้นนะ"
"แน่ใจเหรอ"
"คุณนี่!"
ฉัตรชบากระแทกศอกใส่ สะบัดตัวอย่างแรง

"โอ๊ย"

อัคคีผงะไป เห็นว่าเลือดไหลซึมออกจากแผลเป็นรอยใหญ่

"นายอัคคี!"
ในห้องนอน อัคคีนั่งอยู่บนเตียง ฉัตรชบาพันผ้าพันแผลให้อย่างเบามือ
"เจ็บมั๊ย"
"ไม่เจ็บ"
"โกหก เลือดไหลขนาดนี้ ยังกล้าบอกว่าไม่เจ็บอีก"
"ชีวิตผมเคยเจอเรื่องเจ็บปวดกว่านี้เยอะ แค่นี้ผมไม่ตายหรอก"
"อดีตก็คืออดีต คนที่จมอยู่กับอดีต จะไม่มีวันเห็นพระอาทิตย์ของวันใหม่"
"อย่าปากดีมาสั่งสอนผม"
"เอ๊ะ…คุณนี่ ชั้นก็แค่หวังดี"
"หวังดีงั้นเหรอ? แสดงออกแบบอื่นดีมั๊ย"
"คุณพูดอะไรน่ะ"
"ก็พูดอย่างนี้ไง"
อัคคีผลักร่างฉัตรชบาลงบนเตียงแล้วคร่อมไว้
"คุณจะทำบ้าอะไร อย่านะ อย่าทำอะไรชั้นนะ"
"ทำไมผมต้องเชื่อคุณ คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม"
อัคคีลงมือปล้ำจูบกอดฉัตรชบา ฉัตรชบาดีดดิ้นไม่ยอมง่ายๆ
"ปล่อยชั้นนะคนบ้า ปล่อยชั้น"
"ไม่ปล่อย"
"บอกว่าให้ปล่อย ไม่งั้นจะกัดให้แผลฉีกเลย"
"ก็ลองดูสิ"
อัคคีปล้ำใหญ่เลย ฉัตรชบากรี๊ดๆให้ปล่อย ทุบๆๆๆ สุดท้ายทุบอั้กลงที่กลางแผล
"โอ๊ย!"
อัคคีผงะผละลุกขึ้นนั่ง
"ชั้นเตือนนายแล้วนะ ช่วยไม่ได้ อยากไม่ฟังเอง"
"โอย" อัคคีหลับตากุมแผลแน่น
"เจ็บมากมั๊ยอ่ะ"
อัคคีหลับตา พยายามทนเจ็บ เห็นว่าเลือดไหลอาบมือที่กุมแผลไว้
"อัคคี คุณเป็นอะไรมากรึเปล่า"
ฉัตรชบารีบเข้าไปดูแผล แต่ถูกอัคคีคว้าตัวไว้แล้วจูบ
"อื้อ"

อัคคีจูบไม่ปล่อย แขนของฉัตรชบาค่อยๆ อ่อนแรงลง

อ่านต่อตอนที่ 17
กำลังโหลดความคิดเห็น...