xs
xsm
sm
md
lg

เงาเสน่หา ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เงาเสน่หา ตอนที่ 18

รถสปอร์ตคันหรูเบรกเอี้ยดจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังโอฬาร พร้อมๆ กับที่ประตูรถถูกเหวี่ยงปิดดังปัง ไล่ๆ กันนั้นเองประตูห้องนอนปิดดังโครม ตามมาด้วยเสียงเครื่องสำอางแบรนด์หรูประดามีบนโต๊ะเครื่องแป้ง ถูกกวาดทิ้งลงกระจายเกลื่อนพื้น

ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นด้วยแรงโทสะของวิริยา ที่นั่งคุมแค้นอยู่ในห้องนอนแสนหรูหรา
“ฉันประเมินแกต่ำไปจริงๆ แกกับฉัน เราจะได้เห็นดีกัน”
วิริยาแค้นแสนแค้นมองจ้องตัวเองในกระจกนัยน์ตาวาวโรจน์

อีกฟากหนึ่ง พงศธรยืนมองห้องสวยงามหรูหราของศิตางค์อย่างชื่นชมในรสนิยม จนกระทั่งเห็นเจ้าของห้องเปลี่ยนมาอยู่ในชุดบางเบาเย้ายวนสายตา เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา ใบหน้าสวยดูหดหู่เศร้าหมองราวกับเสียใจเหลือแสนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“ขอบคุณคุณพงศ์นะคะ ที่อุตสาห์มาส่ง”
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ที่ภรรยาผมทำร้ายคุณขนาดนี้”
“ก็ไม่คิดเหมือนกัน แต่ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็จะทำแบบเดียวกัน”
พงศธรแปลกใจในคำพูดศิตางค์
“ทำไมล่ะครับ”
“ผู้หญิงด้วยกันมองตากันก็รู้ค่ะ”
“คุณกำลังหมายถึงอะไรครับ”
ศิตางค์เดินเข้ามาใกล้พงศธรมากขึ้นอีก
“ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร และเธอก็รู้ว่าฉันคิดอะไร”
“แล้วเธอคิดอะไรล่ะครับ”
“เธอคิดว่า ฉันกำลังจะแย่งคุณไปจากเธอ”
พงศธรอึ้งในคำตอบของศิตางค์ รวบรวมความกล้าเพื่อเอาอีกคำตอบ
“แล้วคุณคิดอะไร”
“ฉันคิดว่า มันก็ท้าทายดีมิใช่เหรอ”
พงศธรอึ้งไปอีก ศิตางค์ทำหน้าเอาจริงแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะขำออกมา
“ฉันล้อเล่นหรอกค่ะ”
พงศธรยังนิ่งเหมือนเดิม ศิตางค์หันหลังจะเดินไปอีกมุม พงศธรได้สติคว้าแขนหมุนศิตางค์กลับมาหาเขาอีกครั้ง ร่างแบบบางซวนเซพงศธรคว้าด้านหลังประคองลงโซฟาอย่างนุ่มนวล ร่างเขาทับอยู่บนร่างศิตางค์ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง
“ผมแค่อยากรู้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายมองตากันออกไหม”
ทั้งสองสบตากันใกล้ๆ เกือบจะจูบกันรอมร่อ แต่จู่ๆ พงศธรก็เห็นใบหน้านิสาขึ้นมาแทนที่ใบหน้าศิตางค์ แถมนิสายังเรียกชื่อพงศธรเสียงดุดัน
“คุณพงศธร”
พงศธรตกใจ ลุกพรวดขึ้นทันที ศิตางค์แปลกใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่...ไม่เป็นไรครับ คือ...ผมขอตัวกลับก่อน แล้วเจอกันนะครับ”
พงศธรรีบออกจากห้องศิตางค์ไปโดยไว ทิ้งศิตางค์ไว้กับความสะใจที่แผนใกล้สำเร็จทุกที
“คุณไปไหนไม่ได้ไกลหรอก พงศธร”

พงศธรขับรถมาตามถนน สีหน้ายังตกใจอยู่ไม่หาย ที่จู่ๆ นิสาก็โผล่มาในสถานการณ์แบบนี้ เขาหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่นิสาตกหน้าผาไปในทะเลที่เกาหลีเมื่อวันนั้น
สีหน้าพงศธรรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย ต่อเมื่อหลุดจากความคิดนั้นมาได้ พลันพงศธรก็เหมือนเห็นผู้หญิงในชุดเจ้าสาวยืนอยู่ตรงกลางถนน พอเจ้าสาวคนนั้นหันหน้ามากลายเป็นนิสานั่นเอง
พงศธรชนเข้ากับนิสาอย่างแรง จนร่างกระเด็นลอยตกลงมากระแทกกระจกหน้ารถอย่างแรง พงศธรหักหลบจนรถเสียหลักไปเกือบชนต้นไม้ข้างทาง ดีที่เบรกไว้ทัน พงศธรหน้าตาตื่นตกใจ เพราะคิดว่าชนคนตายแน่ๆ ค่อยๆ ลงจากรถมาดู แต่กลับพบว่าเป็นเพียงผ้าไวนิลสีขาวข้างทางติดอยู่ที่ใต้ล้อรถ พงศธรหอบหายใจอย่างหนักหน่วง โล่งอก

ขณะที่ศิตางค์นั่งยิ้มสะใจอยู่ในห้องรับแขก มีอีเมลเข้ามาจากตำรวจ เป็นไฟล์วิดีโอในวันที่ศักดิ์ชายถูกรถชนตายบนถนนเชียงราก ศิตางค์นิ่งงันไป รู้สึกใจคอไม่ดี
ศิตางค์ดาวน์โหลดไฟล์ที่ตำรวจส่งมาให้ ลุ้นระทึกว่าเกิดอะไรขึ้นจนทำให้พ่อต้องเสียชีวิตลงไป
ศิตางค์มือไม้สั่นใจไม่คอดีอยู่อย่างนั้น ขณะกดเล่นวิดีโอ
มันเป็นวิดีโอบันทึกเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด เห็นรถพงศธรเข้ามาจอดนิ่ง ณ จุดเกิดเหตุ และเห็นศักดิ์ชายพยายามเปิดประตูรถออกจากรถคันนั้น โดยในมือถือโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา ศิตางค์ไม่กล้าดูตอนพ่อถูกรถชน จึงกดปุ่มหยุดไว้ก่อน เพื่อทำใจ และแล้วสายตาก็เห็นว่าในมือศักดิ์ชายถือโทรศัพท์มือถือไว้ เธอคลิกขยายภาพดู เห็นเป็นมือถือของพ่อ
ศิตางค์เข้าไปในห้องนอน เปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบถุงใส่มือถือของศักดิ์ชายออกมา กดเปิดเครื่องดูเครื่องยังใช้ได้ เธอเดินกลับมาที่หน้าคอม ศิตางค์เห็นหน้าจอพ่อที่ค้างอยู่เป็นไฟล์เสียงที่บันทึกค้างอยู่ ศิตางค์ลองกดปุ่มเล่นไฟล์เสียงที่ศักดิ์ชายอัดไว้
ทุกอย่างเห็นเป็นภาพ ราวกับเธอเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย

ในตอนนั้นพงศธรขับรถมาตามถนนเชียงราก มีศักดิ์ชายนั่งข้างๆ ด้านหลังเป็นศิตางค์นั่งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศักดิ์ชายเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือมากดอัดเสียงเหตุการณ์ไว้โดยที่พงศธรไม่รู้ ศักดิ์ชายพยายามถามหานิสาว่าทำไมไม่กลับมาด้วย ศิตางค์เห็นพ่ออัดเสียงด้วยมือถือตลอดเวลา

ศิตางค์จ้องหน้าคอม มองมือถือพ่อฟังเสียงสนทนาของสองคนในรถต่อ
“ทำไมผมไม่เห็นนิสา”
เห็นพงศธรอึกอักไม่ตอบ ศักดิ์ชายก็ยิ่งร้อนใจ
“นิสากลับมาพร้อมกับคุณรึเปล่า”
พงศธรเครียดจัดจับพวงมาลัยด้วยสองมือ ทำให้ศักดิ์ชายเห็นว่ามือข้างหนึ่งของเขามีแผล พงศธรรู้ตัวรีบเอามือข้างซ้ายที่มีแผลลง ศักดิ์ชายสังหรณ์ใจ ยิ่งรุกหนัก ถามเสียงดังลั่น
“คุณพงศ์ ผมถามคุณไม่ได้ยินเหรอ นิสาอยู่ไหน ลูกผมอยู่ไหน”
“คือว่า นิสา...”
ศักดิ์ชายถามพร้อมกับเขย่ามือพงศธรข้างที่มีแผลอย่างแรง
“นิสาเป็นอะไร บอกมา เกิดอะไรกับลูกฉัน แกบอกฉันมา”
ศักดิ์ชายจับแขนจนผ้าก๊อตหลุดออกจนเห็นเป็นแผลโดนขูดเป็นแผลสดยาว ศักดิ์ชายตกใจ อึ้ง พงศธรก็ตกใจที่ผ้าพันแผลหลุด
ศิตางค์เห็นเหตุการณ์ เห็นแผลก็ตกใจเช่นกัน
“นี่อะไร มันเกิดจากอะไร นี่แกคงไม่ได้หมายความว่า แก...แก”
ศักดิ์ชายยังไม่หยุดจู่โจม จนพงศธรเริ่มโมโหเข้าแล้ว ตวาดศักดิ์ชายดังลั่นรถ
“พอได้แล้ว ผมบอกให้หยุดไง”
“แกทำอะไรนิสา ฉันรู้นะ ว่าคนอย่างแก ทำได้ทุกอย่าง”
“ผมทำได้ทุกอย่าง ใช่ แล้วไง ยังไงนิสาก็ไม่มีวันกลับมา”
ศักดิ์ชายถึงกับอึ้งกับคำตอบของพงศธร
“แกหมายความว่ายังไง ไอ้ชั่ว ไอ้เลว แกเอาลูกฉันมา”
พงศธรเหลืออด ตะคอกกลับศักดิ์ชายอย่างรุนแรง
“กูบอกมึงแล้วไงว่า ลูกมึงไม่มีวันกลับมาแล้ว”
ศักดิ์ชายอึ้งกับคำตอบอีกครั้ง และคำพูดอันหยาบคายของพงศธร ส่วนพงศธรเองก็เครียดไปกับสิ่งที่ทำกับนิสาเช่นกัน จึงสบถออกไปแบบนั้น
ศิตางค์ตกใจในอารมณ์รุนแรงของพงศธรที่ไม่เคยเห็น
“แก ไอ้ชั่ว จอดรถ ฉันบอกให้แกจอดรถ”
ศักดิ์ชายพยายามยามจะเปิดรถออกไปให้ได้ขณะรถยังวิ่ง พงศธรห้ามก็ไม่เป็นผล
“ฉันบอกให้แกจอด...จอด...จอดโว้ย”
พงศธรจำใจต้องจอดรถโดยเร็ว

ศิตางค์ดึงตัวเองกลับออกมา จ้องหน้าคอมเขม็ง ดูภาพชนิดไม่วางสายตา เห็นรถพงศธรเข้ามาจอด
เหตุการณ์ต่อมา ศักดิ์ชายพยายามเปิดประตูออกจากรถ แต่เปิดไม่ออกจึงเอาตัวกระแทกประตูอย่างแรง ประตูเปิดออกพอเหมาะพอเจาะกับจังหวะที่พงศธรหยุดรถพอดี ศักดิ์ชายรีบร้อนลงจากรถมา จู่ๆ พอดีมีรถหกล้อคันใหญ่ขับสวนมาชนร่างศักดิ์ชายกระเด็นไปตกที่ท้ายรถ พงศธรยังอยู่ในรถ ช็อกสุดขีด ศิตางค์ซึ่งพาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์ มองตะลึงตะไล
“พ่อ”
เมื่อได้สติพงศธรวิ่งลงรถมาดู พบว่าศักดิ์ชายนอนหายใจพะงาบๆ อยู่ที่พื้น เลือดอาบพื้นถนนสีแดงฉาน พงศธรพยายามวิ่งตามรถหกล้อ แต่ไม่มีทางทัน รถหกล้อขับหนีหายไปแล้ว ศิตางค์ลงรถตามมาเห็นร่างพ่อที่นอนจมกองเลือด ก็ร้องไห้โฮ
พงศธรวิ่งกลับมาเห็นสภาพของศักดิ์ชายร้องอุทาน
“พ่อ”
ศิตางค์มองดูพงศธร ภาวนาขอให้เขาช่วยพ่อของเธอ ศักดิ์ชายมองพงศธรยกมือขอให้ช่วย แต่แล้วจู่ๆ พงศธรก็หยุดกึก มองดูศักดิ์ชายนิ่ง ศิตางค์มองลุ้นเห็นแววตาของพงศธรคล้ายคนสับสนอย่างหนัก สุดท้ายแววตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ศิตางค์อึ้งไป คาดไม่ถึง และรู้สึกโกรธแค้นที่ได้รู้ว่าเขาคิดทิ้งพ่อของเธอ
“เดี๋ยวคงจะมีใครผ่านมาช่วยพ่อ พ่อใจดีๆ ไว้นะ ใจดีๆ ไว้”
พงศธรมองศักดิ์ชายที่นอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้นถนน แล้วเดินขึ้นรถไปอย่างคนหมดแรง นั่งรอเวลา รอไปเรื่อยๆ ด้วยแววตานิ่งเฉย เย็นชา ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ศิตางค์ร้องไห้สงสารชะตากรรมของพ่อ
ศิตางค์ดึงความคิดออกมาจ้องจอคอมดูภาพที่พ่อนอนนิ่งอยู่กับพื้นท้ายท้ายรถ โดยมีพงศธรนั่งรออยู่ในรถอย่างเลือดเย็น ศิตางค์ร้องไห้โฮออกมา แค้นใจสุดจะประมาณ
“พงศธร...พงศธร”

ศิตางค์อยู่ตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น ร้องไห้เสียใจที่พ่อต้องมาจบชีวิตลงเพราะคนอำมหิตอย่างพงศธร

ทางด้านพงศธรกลับเข้ามาในห้อง พบว่าวิริยานั่งมึนตึงอยู่ที่เตียง พงศธรเองก็ยังเคืองวิริยาอยู่เช่นกัน คร้านจะทะเลาะเลยจะเดินออกจากห้องไป วิริยาถามเสียงแข็ง
“จะไปไหน”
พงศธรหันหลังไม่คุยด้วย
“ทำไมคะ ยังไม่อิ่มหนำใจหรือไง ถึงคิดจะกลับไปอีกรอบ”
พงศธรยังนิ่งขึงอยู่ แต่ชักเคืองๆ แล้ว
“เวลาที่ฉันพูด ฉันไม่ชอบให้ใครหันหลังคุยกับชั้น”
พงศธรหันกลับมา วิริยาโกรธไม่หายที่เขาทิ้งหล่อนไว้ที่ร้านอาหารแล้วหายไปกับศิตางค์ อารมณ์โกรธปนหึงหวงทำให้หล่อนอดคิดไม่ได้ว่าสองคนแอบไปมีอะไรกันแล้ว วิริยาลุกเดินเข้ามาเอาเรื่องสามี
“ใช่สิ มันคงจะเล่นละครตบตาคุณจนโงหัวไม่ขึ้น ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะทำกับฉันแบบนี้ คุณมันเลวๆๆๆ”
วิริยาทุบตีเข้าที่อกพงศธรพัลวัน จนพงศธรทนไม่ไหวจับมือทั้งสองของวิริยาบีบไว้แน่น ด้วยอารมณ์โกรธขึ้ง จนวิริยาเจ็บ
“ฉันเจ็บนะ ฉันบอกให้ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้”
พงศธรโมโหผลักวิริยาลงเตียงไป วิริยาตกใจเหลียวขวับมามอง เพราะเขาไม่เคยทำร้ายหล่อน
“กล้าดียังไง ทำกับฉันแบบนี้”
พงศธรเหลืออด เป็นฝ่ายระเบิดอารมณ์ใส่บ้าง
“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณว่ากล้าดียังไง วิวคุณทำเกินไปแล้ว”
“ฉันผิดตรงไหน ฉันลุกขึ้นมาปกป้องผัวตัวเอง ฉันผิดตรงไหน”
พงศธรรู้ว่าวิริยาชักจะพูดกันไม่รู้เรื่อง เขาพยายามสงบสติอารมณ์ จะเดินหนีออกไปจากห้อง วิริยากระโจนมาคว้าเสื้อพงศธรไว้ได้ สองคนยื้อยุดกันไปมา
“ปล่อยวิริยา ปล่อย”
“ไม่...ไม่”
“บอกให้ปล่อย”
“ไม่...ไม่...ไม่”
วิริยาฉุดกระชากดึงรั้งพงศธรไว้ไม่ยอมให้ไปไหน พงศธรบันดาลโทสะตบหน้าวิริยาสุดแรง จนร่างหล่อนกระเด็นไปล้มลงที่เตียงนอนอีกครั้ง พงศธรรู้ตัวว่าขาดสติ พลั้งมือตบหน้าวิริยา แต่ทุกอย่างสายเกินแก้ เขารู้เพียงว่านาทีนี้คงอยู่ในห้องนี้ไม่ได้แล้ว ชายหนุ่มรีบรุดพาตัวเองออกจากห้องไปโดยเร็ว ทิ้งวิริยาให้ร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนเตียงเพียงลำพัง

พงศธรเดินหุนหันอารมณ์เสียออกมาที่โถงหน้าบันได แล้วต้องชะงักนิดๆ เมื่อเจอกรเกียรติ เหมือนนั่งรออยู่ในรถเข็น ถือไม้เท้าช่วยเดินในมือ และรับรู้ได้อย่างดีว่า เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นในห้องลูกสาว
ชายสูงวัยจ้องหน้าลูกเขยด้วยความโกรธเกลียด และผิดหวัง สุดจะประมาณ แต่พยายามคุมสติเอาไว้ แม้น้ำเสียงที่ด่าทอพงศธร จะเบา ต่ำ แต่ก็เต็มไปด้วยแรงโทสะ
“ฉันเคยบอกแล้วว่า ยัยวิวเป็นดวงใจของฉัน แล้วแกก็รับปากว่าจะ ดูแลยัยวิวอย่างดีที่สุด นี่เหรอสิ่งที่แกรับปากฉัน”
พงศธรถึงกับอึ้ง เพราะกรเกียรติพูดด้วยท่าทีอันแข็งกร้าวโมโหมากขนาดนี้ และเขาไม่เคยเห็นมาก่อน กรเกียรติค่อยๆ ลุกขึ้นโดยใช้ไม้ช่วยค้ำยืน พงศธรเพิ่งสังเกตเห็นว่ากรเกียรติอาการดีขึ้น และแข็งแรงขึ้นมากแล้ว
“เรื่องผู้หญิงคนนั้น ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายยัยวิวได้”
กรเกียรติเดินมาช้าๆ ชี้ไม้เท้าในมือชี้ที่หน้าพงศธรจังๆ พงศธรเองก็เริ่มยัวะ แต่พยายามกดข่มอารมณ์ไว้
“ตัวแกเองก็เหมือนกัน ฉันรู้ว่าคนอย่างแก ทำได้ทุกอย่าง เพื่อตัวเองรอยัลแอรไลน์เป็นของฉัน และคนในครอบครัวฉันเท่านั้น ไม่มีใครหน้าไหนได้จะได้มันไป โดยเฉพาะแก...ฮึ..ทุกเรื่องที่แกทำไว้ มันทำให้ฉันไม่แปลกใจในสิ่งที่ฉันรู้มาเกี่ยวกับแก ครอบครัวแกเป็นใคร ทิ้งแกไปยังไง แกโตมายังไง แกคงไม่อยากกลับไปในที่ที่แกหนีมาหรอก”
พงศธรหันกลับมาทั้งตัว ดวงตาแข็งกร้าว โกรธสุดขีด และด้วยความไม่ระวังจึงกระแทกโดนกรเกียรติเสียหลักหงายหลังตกบันได ตั้งแต่ขั้นแรกจนนั้นล่างสุดอย่างรุนแรง พงศธรตกใจ ร้องไม่ออก อึ้ง ตะลึงตะไล อุทานออกมาเสียงเบาหวิว
“ท่าน”

เสียงดังโครมครามเรียกให้เปรมจิตวิ่งออกจากห้องนอนมา แล้วต้องตกใจกับภาพที่เห็น ร้องกรี๊ดสุดเสียงแล้วเป็นลมล้มพับไป วิริยาออกจากห้องนอนมาไล่ๆ กัน ตกใจกับภาพที่เห็นร่างพ่อนอนแน่นิ่งเลือดอาบอยู่ที่ตีนบันได
“คุณพ่อ”
พงศธรนิ่งอึ้งตกใจทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น มองร่างกรเกียรติที่นอนแน่นิ่งไร้สติกับพื้นด้วยแววตาเฉยชา

ที่อีกฟากหนึ่งตอนเช้าๆ แก้วกาแฟในมือคนางค์ร่วงตกแตกกับพื้นทันทีที่ฟังลูกชายเล่าจบ คนางค์ยืนตัวสั่นสะท้านทำอะไรไม่ถูกอยู่ต่อหน้าลูกชาย ธีรภาพเข้าไปสวมกอดปลอบมารดา
“คุณพ่อต้องไม่เป็นอะไรครับแม่ แม่ทำใจดีๆ”
“ตี้ แม่...” คนางค์ทำไรไม่ถูก งง ช็อก กับข่าวร้าย
“เดี๋ยวผมจะรีบไปดูคุณพ่อที่โรงพยาบาล ถ้ามีไรจะรีบโทร.มาบอกนะครับ”
“จ้ะ”
ธีรภาพรีบออกไป คนางค์กังวลเหลือเกิน และเป็นห่วงกรเกียรติจับจิต

ภายในห้องไอซียู เช้าวันนี้ กรเกียรติยังคงนอนไม่ได้สติ ใส่เครื่องช่วยหายใจระโยงระยางค์เต็มไปหมด วิริยายืนดูทีมแพทย์ทำการรักษาและช่วยชีวิตพ่อ ก่อนจะเดินหน้าเศร้ากลับมาสมทบกับมารดาและพงศธร เปรมจิตนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่อีกมุม พงศธรยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก ท่าทียังคงมึนตึงกับวิริยาเรื่องเมื่อคืน และมากไปกว่านั้นพงศธรกังวลใจต่ออาการของกรเกียรติ เปรมจิตหันมาทางสองคน
“มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง ยัยวิว หา”
“พวกเราก็ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
เปรมจิตไม่พอใจ “พ่อแกตกลงมาทั้งคน ทำไม คนทั้งบ้านไม่มีใครรู้เห็น”
“เรามาคิดเรื่องอาการคุณพ่อกันก่อนดีกว่าจะมาหาสาเหตุอะไรนั่นนะค่ะคุณแม่”
“โธ่ คุณกร ไม่น่าโชคร้ายเลย” เปรมจิตครวญคร่ำ

ขณะเดียวกัน อเนกยืนรออยู่ตรงโถงล็อบบี้ ชะเง้อคอมองไปยังประตูทางเข้า จนเห็นเขาเดินเร็วรี่เข้ามาหา
“คุณพ่ออาการเป็นไงบ้างครับ”
“ยังอยู่ห้องไอซียู อยู่ครับ”
“ไป รีบไปเถอะครับ”

เปรมจิต พงศธร วิริยา รอลุ้นผลการรักษาอยู่หน้าห้องไอซียูเหมือนเดิม ธีรภาพเดินเข้ามา ชะงักนิดๆ แต่เพราะเขาเป็นห่วงพ่อมากกว่าเลยเดินเข้าไปสมทบ เปรมจิตเห็นก็โมโหขึ้นมา
“แกจะมาทำไม พ่อแกยังไม่เป็นไรมากนักหรอก”
“ผมแค่จะมาเยี่ยมท่าน” ธีรภาพพูดด้วยดีๆ
เปรมจิตหมั่นไส้ “มาเยี่ยม หรือมารอรับส่วนแบ่งส่วนบุญกันแน่ นี่คุณกรยังไม่ท่านเป็นอะไรเลย แร้งกาก็บินวนเวียนกันแล้ว”
“แม่คะ อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยค่ะ คุณพ่อนอนไม่ได้สติอยู่ แค่นี้ก็เครียดพออยู่แล้ว”
วิริยาปราม ไม่มีอารมณ์จะฟังแม่พูดอะไรไร้สาระตอนนี้
“พ่อแกถ้ารู้ว่ามันมา อาจจะฟื้นเลยก็ได้นี่” เปรมจิตหมั่นไส้ไม่หาย ค้อนควัก แดกดันตามประสา

ระหว่างนี้อาจารย์หมอออกมาจากห้องพอดี ทั้งกลุ่มปรี่เข้าไปหา วิริยาถึงตัวหมอก่อนใคร
“เป็นไงบ้างคะคุณหมอ”
“คุณกรพ้นขีดอันตรายแล้ว”
ทุกคนโล่งอก ยกเว้นพงศธรที่หน้าเครียดขึ้นมาทันควัน ลุ้นระทึกว่ากรเกียรติจะฟื้นไหม?
“แต่เนื่องจากท่านมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว อีกทั้งการได้รับอุบัติเหตุนี้ ทำให้สมองบวมมาก อีกทั้งกระดูกก็หักและแตกในที่สำคัญ ผมเกรงว่าคุณกรจะไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองกับทุกอย่าง”
ทุกคนตื่นตระหนกตกใจสุดขีด วิริยาปากสั่น พยายามรวบสติถามหมอในคำถามที่กลัวที่สุด
“หมายความว่า ท่านจะเป็นเจ้าชายนิทรางั้นหรือคะ”
“นั่นเป็นสิ่งที่คณะแพทย์ของเรากังวลที่สุดตอนนี้”
เปรมจิตปล่อยโฮออกมา วิริยาเซซังทรุดลงกับพื้น พงศธรคว้าตัวไว้ทัน ไม่มีใครเห็นว่าพงศธรยิ้มในสีหน้าอย่าสมใจ ส่วนธีรภาพอึ้งหนัก เดินคอตกแยกไปจากกลุ่ม
วิริยาผละจากพงศธรเดินมาหยุดมองผ่านกระจก ดูร่างกรเกียรติที่นอนไร้สติอยู่ในห้องไอซียู ร้องไห้ไม่ยอมหยุด

ธีรภาพเดินซึมมาตามทางเดินในโรงพยาบาล คุยสายกับคนางค์
“ได้ครับแม่ มีอะไรตี้จะโทร.ไปหาอีกที”
ธีรภาพวางสายไป หยุดพิงกำแพงอย่างคนสิ้นแรง วิศวกรหนุ่มค่อยๆ ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น เป็นห่วงและสงสารพ่อจับใจ

รถศิตางค์แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถโรงพยาบาล ศิตางค์มองดูไลน์ในมือถือที่พงศธรส่งข่าว กรเกียรติได้รับอุบัติเหตุ ศิตางค์ถือดอกไม้ช่อใหญ่ออกมา ใส่แว่นดำ

ศิตางค์เดินมาถึงหน้าห้องไอซียู เจอเข้ากับกลุ่มวิริยา เปรมจิตหันมามองจำได้ว่าเจอกันในงานแต่งงานลูกสาว วิริยาลุกยืนขึ้นอย่างเอาเรื่อง
“ฉันได้ข่าวจากคุณพงศธรว่าท่านกรเกียรติ ได้รับอุบัติเหตุ เลยขออนุญาติมาเยี่ยมท่าน”
วิริยาหันขวับไปมองหน้าพงศธร ก่อนจะหันไปตอกใส่หน้าศิตางค์
“เราไม่ตอบรับคนอย่างแก อย่ามาตีสองหน้าที่นี่หน่อยเลย”
“ฉันมาเยี่ยมท่านในฐานะบุคคลที่ฉันนับถือ”
“ได้ ฉันจะรับไว้”
ธีรภาพเดินมาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก แต่หยุดมอง ไม่ได้เข้ามาสมทบ
โดยไม่มีใครคาดคิดวิริยาเดินเข้าไปรับดอกไม้เยี่ยมจากมือศิตางค์ แล้วกระหน่ำฟาดใส่หน้าศิตางค์หลายครั้ง พร้อมกับตะเพิดขับไล่อย่างบ้าคลั่ง ดอกไม้กระจุยกระจายไม่เหลือชิ้นดี
“ไป ไปสิ ไป ฉันบอกให้แกออกไป”
พงศธรต้องจับตัววิริยาไว้ อีกฝ่ายพยายามดิ้นหนี เปรมจิตตกใจทำอะไรไม่ถูก
“สมใจ สะใจแกแล้วสิ ผัวฉัน พ่อฉัน...แก...แก” วิริยาคลั่งหนัก
“วิว พอเถอะ วิวพอ”
ศิตางค์มองวิริยานิ่ง ลึกๆ เข้าใจการสูญเสียของวิริยาครั้งนี้
“ฉันบอกให้แกไปไง ไป ไป๊”
วิริยากรีดร้อง จนเป็นลมสลบไป เปรมจิต กับพงศธรตกใจ รีบมาประคองวิริยากัน ศิตางค์เหลือบมองไปเห็นธีรภาพ จึงตัดสินใจเดินออกไปอย่างรู้สึกผิด
ธีรภาพมองตาม แล้วตัดสินใจเดินตามไปด้วย

ศิตางค์หลบมายืนสงบสติอารมณ์คนเดียว เธอเข้าใจดีว่าวิริยารู้สึกอย่างไง ธีรภาพเดินตามมาเงียบๆ ศิตางค์เห็นคิดว่าเขาจะมาถากถาง จึงตัดพ้อออกไปก่อน
“จะตามมาสมน้ำหน้าฉันอีกเหรอคะ เราสองคนเจอกันผิดจังหวะทุกทีเลยนะคะ”
“สำหรับผม มันถูกจังหวะเสมอครับ”
ศิตางค์นิ่วหน้า งงกับคำพูดของเขา
“ไม่ว่าคุณจะตั้งใจมาหรือไม่ หรือด้วยเหตุผลอะไร อย่างน้อยผมก็คงต้องขอบคุณแทน...คุณพ่อ ที่คุณมาเยี่ยมท่านวันนี้”
ศิตางค์อึ้งไป แปลกใจเป็นอย่างมากที่รู้ว่ากรเกียรติเป็นบิดาของธีรภาพ
“มันก็ควรจะทำให้คุณอึ้งไปบ้างละครับ”
“ค่ะๆ”
“เอาเป็นว่า มันเป็นเรื่องที่ผมก็ไม่ได้เตรียมตัวรับเรื่องนี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ มันเป็นเรื่องที่ทำใจให้ยอมรับได้ยากจริงๆ”
ศิตางค์พยักหน้า ยิ้มบางๆ ให้กำลังใจเขา ทั้งสองมองหน้ากัน ธีรภาพเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ลำคอด้านหนึ่งของศิตางค์มีเลือดไหลซึมเป็นทางยาว คงเกิดจากการถูกดอกไม้ฟาดเมื่อครู่ ศิตางค์ไม่รู้ตัว ธีรภาพควักผ้าเช็ดหน้าของเขาออกมาจะเช็ดเลือดให้ ศิตางค์ผงะ ท่าทีงงๆ ธีรภาพรีบบอก
“คุณ มีเลือดออกน่ะครับ”
“คะ”
“ขอโทษนะครับ”
ธีรภาพบรรจงเช็ดคราบเลือดออกให้เธอจนเลือดหมด ศิตางค์ยกมือมาจับผ้าเช็ดหน้าไว้
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
“ในสายตาคุณ ฉันคงเป็นเหมือนนางมารร้ายที่คอยระราน คอยสร้างความร้าวฉานให้คนอื่น”
“เปล่าเลย คุณในสายตาผม มันเต็มไปด้วยความสงบ อ่อนโยน จนน่าประหลาด มันขัดกับภาพคุณที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า โดยที่ผมไม่รู้ว่าทำไม”
“อะไรที่มันบอกคุณแบบนั้นละคะ”
“ก็สิ่งที่มันมองเห็นผมอยู่นี่ไง”
ศิตางค์รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา แก้เก้อด้วยเรื่องผ้าเช็ดหน้า
“ผ้าเช็ดหน้าคุณเลอะหมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะซักคืนให้คุณนะคะ”
ธีรภาพหยิบผ้าเช็ดหน้าคืนมา
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
ศิตางค์ยิ้มให้ธีรภาพ สวมแว่นดำแล้วเดินออกไป ธีรภาพมองตามยิ่งประทับใจในตัวศิตางค์มากขึ้นทุกที

พงศธรกลับเข้ามาในห้องพักฟื้นอีกครั้งเพียงลำพัง มองดูกรเกียรติด้วยสายตาเย็นชา บอกกับร่างไร้สติด้วยน้ำเสียงอันเยียบเย็นว่า
“คุณบังคับผมเอง ผมไม่มีทางเลือก อย่าโทษผมนะครับ”

พงศธรนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาทะเลาะกับกรเกียรติอย่างรุนแรง ถูกกรเกียรติดูถูกไปถึงชีวิตปูมหลังทำให้เขาหันมาอย่างโกรธแค้น แต่บังเอิญว่ามือไปกระแทกโดนตัวกรเกียรติจนอีกฝ่ายเสียหลัก หงายหลังลงบันได แต่ก่อนที่จะหล่นลงไปกรเกียรติคว้ามือข้างที่เป็นแผลของพงศธรเอาไว้ได้ก่อน พยายามยึดมือพงศธรไว้แน่น
“พงศธร”
“ท่าน”
“พงศธร”
เบื้องแรกพงศธรพยายามดึงมือกรเกียรติไว้ แต่เกือบหลุดอยู่รอมร่อ วินาทีนั้นเองฉากชีวิตจากเด็กจนโตของพงศธร ผุดซ้อนขึ้นมาราวกับสายน้ำไหล
ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ถูกแม่ทิ้ง และพ่อหนีปัญหาด้วยการยิงตัวตาย จนเขาต้องโตมาในบ้านเด็กกำพร้า จนมาถูกกรเกียรติต่อว่าอย่างรุนแรง จบด้วยภาพโลโก้รอยัลแอร์ไลน์ที่เขาใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของ
พงศธรยิ้มให้ประธานรอยัลแอร์ไลน์อย่างเลือดเย็น และค่อยๆ ปล่อยมือช้าๆ กรเกียรติจ้องตาเขม็งพยายามขอให้เขาช่วย ส่ายหน้าเชิงห้ามว่า อย่าทำแบบนี้
วินาทีสุดท้ายมือกรเกียรติคว้าป่ายปะไปมาหาที่ยึด จนคว้าได้กระดุมเงินที่ข้อแขนเสื้อเชิ้ตหลุดออกมาลงพื้นหนึ่งเม็ด พงศธรปล่อยมือกรเกียรติตกบันไดตั้งแต่ขั้นแรกจนนั้นล่างสุด ทำไปแล้วพงศธรก็ไม่วายตกใจ ร้องไม่ออก อุทานออกมาโดยไม่มีเสียง

“ท่าน”
พงศธรตกใจสุดขีด ขาหมดแรงค่อยๆ ถดตัวถอยหลังจนชิดมุมผนัง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เงียบกริบ ช็อก
เปรมจิตวิ่งออกจากห้องนอนมาตกใจกับเหตุการณ์ ร้องกรี๊ดสุดเสียงจนเป็นลมล้มพับไป วิริยาออกจากห้องนอนตกใจที่เห็นพ่อนอนนิ่งอยู่ที่ตีนบันไดเลือดอาบศีรษะ
“คุณพ่อ”
พงศธรยังไม่ยอมแสดงตัวออกมาให้ใครเห็น ว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์ เมื่อตั้งหลังได้เขารีบทำเป็นวิ่งออกมาจากอีกทางหนึ่ง ด้วยความตื่นตกใจจนวิริยาหันไปเห็น สองคนวิ่งลงไปดูอาการกรเกียรติที่นอนแน่นิ่งไร้สติอยู่กับพื้น

พงศธรดึงความคิดออกมา แล้วมองดูกรเกียรติอย่างเลือดเย็น
“ท่านบีบบังคับผมเองนะครับ ผมไม่มีทางเลือกอื่น”
พงศธรเดินออกมาหน้าห้องไอซียู สีหน้าสบายใจมากขึ้น พิมพ์ไลน์หาศิตางค์

ศิตางค์กำลังจะขึ้นรถ มีไลน์จากพงศธรเข้ามาในมือถือ จึงหยุดกดอ่าน
“ผมอยากเจอคุณ”
ศิตางค์ไลน์ตอบไปว่า
“เจอกับฉันที่เดิม”
ศิตางค์ยิ้มสมใจที่ทุกอย่างเข้าแผนเดิมที่วางไว้ ก้าวขึ้นรถขับออกไปอย่างสบายใจ

ธีรภาพเดินกลับขึ้นมาดูกรเกียรติในห้องไอซียูเพียงลำพัง เห็นสภาพแล้วรู้สึกสงสารพ่อขึ้นมาจับใจ
“เข้มแข็งนะครับ พ่อ ผมรอพ่ออยู่นะครับ”
ธีรภาพมองดูพ่อน้ำตาคลอ

ที่โปโลคลับ ศิตางค์ขี่ม้าอยู่ในสนาม มองไปเห็นพงศธรเพิ่งเดินเข้ามาในนี้ ศิตางค์ชะลอความเร็วลงจากม้า เดินสวยๆ มาหาพงศธร
“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่วันนี้ ในช่วงเวลาที่หนักหน่วงของครอบครัว”
“เรื่องทุกเรื่อง ย่อมมีทางออกของมันเอง ตัวเราคนเดียวคงแก้ไขทุกๆ เรื่องไม่ได้ บางเรื่องคงต้องปล่อยมันไป”
ศิตางค์นึกถึงความชั่วช้าที่พงศธรทำกับพ่อของเธอ
“เมื่อก่อนฉันคงไม่เชื่อแบบที่คุณพูด แต่เดี๋ยวนี้ฉันเชื่อแล้วว่า คนเราเลือกได้ ว่าเลือกจะทำหรือไม่ทำมัน”
พงศธรไม่ได้ติดใจใดๆ และไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่ามันเป็นคำพูดเหน็บแนมแกมแดกดันของศิตางค์
“ผมมานี่ก็อยากจะขอโทษคุณเรื่องเมื่อคืน ที่ผม รีบกลับ”
ศิตางค์โน้มหน้ามากระซิบข้างหูพงศธร
“อ๋อ ไม่มีอะไรนี่คะ ฉันไม่ได้คิดอะไร แค่เสียดายแทนคุณ ที่คุณพลาด”
“ถ้ามีโอกาสอีกผมจะไม่ยอมพลาดอีกแน่นอน”
“แล้วโอกาสของการทำงานร่วมกันของเราละคะ”
“ผมให้ทีมการตลาดและประชาสัมพันธ์ของผม เตรียมงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างเราเรียบร้อยแล้ว”
ศิตางค์ยิ้มพอใจที่เกมของเธอที่ยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างดี
“ฉันชอบทำงานกับคนอย่างคุณจัง เร็ว ไว เร้าใจตลอดเวลา”
“ผมไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน”
“ฉันขอตัวอาบน้ำสักครู่นะคะ”
“ตามสบายครับ”
ศิตางค์แยกตัวไป พงศธรยืนคิดเรื่องกรเกียรติที่วนเวียนเข้ามารบกวนให้ต้องกังวลเป็นช่วงๆ

ฟากธีรภาพเดินขึ้นบันได ตรงไปยังห้องทำงานกรเกียรติ คิดถึงตอนคุยกับคุณเอนกก่อนหน้านี้
“มีงานเอกสารสัญญาตัวจริงที่ต้องจัดการส่งด่วนไปกระทรวงการต่างประเทศที่อังกฤษครับ แต่เอกสารอยู่ที่ห้องนอนท่านที่บ้าน”
“ถ้ารีบด่วนขนาดนั้น งั้น เดี๋ยวผมเข้าไปเอาให้ครับ”
เวลานี้ธีรภาพได้ซองเอกสารมาแล้ว เขาหยิบซองเอกสารที่จ่าหน้าถึงกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ มองเตียงที่กรเกียรติเคยนอนด้วยสีหน้าเศร้า ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนมา

จังหวะที่ธีรภาพกำลังจะก้าวเดินลงบันไดมา เขาพยายามนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ตอนกรเกียรติตกบันไดเมื่อคืนนี้ มองดูบันไดแต่ละขั้นที่ร่างพ่อตกลงไปอย่างหดหู่ เหลียวมองสำรวจดูไปรอบๆ เสา ฝ้า เพดาน สายตาธีรภาพไปสะดุดกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งตรงหน้า และมองเห็นอีกตัวที่ด้านขวาของบันได ธีรภาพฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา

ไม่นานต่อมา ธีรภาพอยู่กับรปภ. ภายในห้องทีวีวงจรปิดในบ้าน กล้องทุกตัวทุกมุมในคฤหาสน์ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ว่ากรเกียรติตกบันไดได้ยังไง ในกล้องล้วนเห็นแต่ภาพกรเกียรติยืนอยู่คนเดียวที่หัวบันไดด้านบน และร่วงตกบันไดลงมาเท่านั้น ธีรภาพฉงนฉงายในใจเอามากๆ
“ไม่มีกล้องตัวไหนในบ้านที่จับภาพได้มุมที่เปิดกว่านี้
“ครับ มีกล้องที่เสียหนึ่งตัว ส่วนสองตัวที่มีภาพบันทึกไว้ มุมกล้องด้านบนถูกบังทั้งหมด”
ธีรภาพผิดหวังมาก ที่ยังไม่รู้เหตุการณ์ก่อนการตกบันไดของพ่อ

ขณะเดียวกัน ที่โปโลคลับเย็นนั้น พงศธรเดินมาส่งศิตางค์ที่รถ
“ขอบคุณมากนะครับ สำหรับวันนี้”
“ค่ะ
ศิตางค์ขึ้นรถไปแล้ว พงศธรเคาะกระจกเรียก เธอจึงเปิดกระจกลงมา
“คะ”
พงศธรยิ้มหวานโปรยเสน่ห์เต็มที่กับวลีเด็ด “อย่าเปลี่ยนไปนะครับ”
ศิตางค์อึ้งไป สะดุดหูกับคำพูดเดิมๆ คำหวานที่ฝังในฝังหัวนิสาตลอดมา
“ค่ะ ฉันจะไม่เปลี่ยน ไม่เปลี่ยนใจ ไม่เปลี่ยนไป”
“ครับ”
ศิตางค์กดปิดกระจกขึ้น จดสายตามองที่พงศธร เห็นเขาเอานิ้วชี้แตะปากตัวเอง แล้วมาแตะกระจกให้ศิตางค์ สองคนยิ้มให้กัน

พงศธรลงรถ เดินเข้าบ้านมาในห้องโถง เป็นจังหวะที่วิริยาเดินลงบันไดมาเห็น และเปิดฉากพูดแดกสามีทันที
“คุณออกจากโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ได้เข้าออฟฟิศทั้งวัน”
“มีอะไร คุณโทร.ถามผมก็ได้ ไม่เห็นต้องคอยสืบคอยเช็คกันแบบนี้”
“แล้วมีคุณทำอะไรบ้างละคะ ที่ทำให้วิวมั่นใจในตัวคุณ”
“อยู่ด้วยกัน ก็ต้องให้เกียรติกันบ้าง ผมคิดว่าผมคงไม่ได้ขออะไรมากมายเกินไป ผมอยากขึ้นไปพักผ่อน”
พงศธรเลี่ยงขึ้นบันไดไป วิริยาพูดขัดขึ้นมาว่า
“เรื่องการร่วมธุรกิจกับ สกาย เจ็ต คงต้องเลื่อนออกไปก่อน”
พงศธรชะงักกึก เหลียวขวับกลับมาหา
“ผมขอเหตุผล”
“คุณพ่อป่วยหนักขนาดนี้ เรื่องทุกอย่างควรชะลอไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องใหญ่แบบนี้”
“คุณพ่อคุณ หรือ คุณศิตางค์ ผมอยากรู้เหตุผลที่แท้จริง ว่าคุณชะลอเรื่องนี้เพราะใครกันแน่”
“ศิตางค์!”
พงศธรไม่รู้สึกเกินความคาดหมายกับคำตอบอันชัดเจนของวิริยา
“ผมชอบคุณจัง คุณชัดเจน เราสองคนก็ไม่ต่างกัน ผมจะเดินหน้าโพรเจ็กต์นี้ทันทีและอย่างเร็วที่สุด”
พงศธรพูดตอบโต้อย่างมั่นใจ และเดินขึ้นบันไดไป โดยไม่สนใจไยดีหันกลับมาหาวิริยาที่เต้นเร่าๆ เรียกไว้อีกเลย
เมื่อเข้าห้องมา พงศธรปิดประตูลง บอกตัวเองด้วยสีหน้ามุ่งมั่นในการตัดสินใจครั้งนี้
“วิว รอยัลแอร์ไลน์ มันกำลังบินหลุดมือคุณไปแล้ว”
พงศธรยิ้มในสีหน้า มาดหมายว่ากำลังจะได้ครอบครองรอยัลแอร์ไลน์แน่ๆ
ฟากฝ่ายศิตางค์อยู่ในห้องรับแขกคนเดียว นั่งคิดทบทวนถึงแผนต่อไปที่จะจัดการกับพงศธร
“ใครว่าแมงเม่าชอบเข้ากองไฟ แกก็ไม่ต่างอะไรกับแมงเม่า แต่ฉันจะไม่ให้แค่ไฟเผาผลาญแก กิเลศของแก จะเผาแกจนบรรลัย ฉันสัญญา”
นัยน์ตาศิตางค์วาวโรจน์อย่างน่ากลัว

ส่วนที่ม้านั่งริมน้ำ ธีรภาพนั่งคิดสีหน้าเครียด เป็นกังวลเรื่องกรเกียรติ ชายหนุ่มแหงนมองท้องฟ้าเห็นพระจันทร์กระจ่างไปทั่วบริเวณ ทำให้คิดถึงศิตางค์ เหลือบมองไปที่ผ้าเช็ดหน้าที่ผูกคู่กันสองผืน
ศิตางค์ผูกผ้าเช็ดหน้าก่อน ธีรภาพก็ผูกผ้าเช็ดหน้าตามด้วยกัน
ธีรภาพดึงความคิดออกมา นึกถึงศิตางค์แล้วยิ้มออกมาได้
“นิสา ทำไมเวลาที่ผมอยู่ใกล้เธอ ผมถึงรู้สึกว่า...ผมกำลังอยู่ใกล้คุณ”
ธีรภาพก็ไม่อาจตอบคำถามในใจตัวเองได้ว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนั้นกับศิตางค์ได้

คนางค์กับธีรภาพเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้น ท่าทีของคนางค์ดูกล้าๆ กลัวๆ และหวาดระแวงเมื่อเข้าห้องมา เพราะกลัวว่าเปรมจิตจะรู้ แต่ความที่อยากมาเยี่ยมอดีตสามีมีมากกว่า เมื่อคนางค์เห็นกรเกียรติในสภาพนี้ถึงกับน้ำตาร่วงพรู ธีรภาพมองแล้วสงสารแม่จับใจ
“คุณกรคะ คุณกร”
ธีรภาพรีบบอกพ่อ
“พ่อครับ แม่มาเยี่ยมพ่อนะครับ”
คนางค์น้ำตาไหลริน ก้มลงไหว้ที่มือของกรเกียรติน้ำตาหยดรดลงมือ
“ขอบคุณคุณสำหรับทุกอย่าง ที่ทำให้เราสองแม่ลูกนะคะ”
เปรมจิตเปิดประตูเข้ามาพอดี ตกใจที่เห็นหน้าคนางค์ที่นี่
“คนางค์”
“คุณเปรมจิต”
คนางค์ยกมือไหว้เก้อ เปรมจิตไม่ยอมรับไหว้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไรเลย
เปรมจิตเห็นคนางค์กับธีรภาพอยู่ในห้อง ก็อารมณ์ขึ้นทันที
“นี่มันอะไรกัน คุณพี่ยังไม่ทันเป็นอะไร พวกแกสองแม่ลูกก็จะหวังจะมาแบ่งส่วนบุญกันแล้วหรือ”
“เออ คุณเปรมจิตคะ อย่าเข้าใจดิฉันกับลูกอย่างนั้นสิคะ”
“จะให้ฉันคิดยังไง ก็สิ่งที่แกสองแม่ลูกคิด ทำอยู่ มันฟ้องอยู่นี่ไง”
ธีรภาพพยายามช่วยอธิบาย
“คุณท่านครับ คุณแม่แค่อยากมาเยี่ยมคุณพ่อ ในฐานะ คนเคยรู้จักกัน แค่นั้นครับ”
“คนเคยรู้จักงั้นเหรอ แกคงไม่รู้สินะว่าแม่แกทำอะไรไว้บ้าง”
คนางค์พูดเชิงขอร้อง “คุณผู้หญิง”
“ผมไม่สนใจว่าเรื่องในอดีตของพวกท่านเป็นยังไง แต่ผมเชื่อว่า แม่ของผมท่านทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ และผมก็เกิดมาจากความรักของท่านทั้งสอง ผมรู้แค่นั้น และนั่นก็เพียงพอแล้วครับ”
ธีรภาพกอดแม่แน่น เปรมจิตหมั่นไส้ในคำพูดธีรภาพ
“ความรักงั้นหรอ ความใคร่มากกว่า”
คนางค์พูดเชิงขอร้องอีก “คุณผู้หญิง”
“แกไม่รู้หรอกว่า การที่ฉันต้องอยู่กับคนๆ หนึ่งแค่ตัวมันเป็นยังไง แล้วจู่ๆ แกสองแม่ลูกก็โผล่มาในชีวิตของเขาอีกครั้ง คนางค์มันไม่ได้ผ่านไปง่ายๆ นะ”
คนางค์ได้ฟังแล้วรู้สึกสงสารเปรมจิตขึ้นมา สิ่งที่คนางค์ทำโดยไม่ตั้งใจ มันทำร้ายเปรมจิตมากว่า 26 ปี

คนางค์ก้มลงกราบที่เท้าเปรมจิต เล่นเอาเปรมจิตอึ้งไปเลยเหมือนกัน แข็งใจเลื่อนเท้าออกยอมให้ไหว้ แล้วลุกขึ้น
“เยี่ยมคุณพี่เสร็จ สองแม่ลูกก็กลับไปได้แล้ว ใกล้จะหมดเวลาเยี่ยมแล้ว”
คนางค์ได้ฟังคำนี้ก็เงยหน้ามอง นึกดีใจขึ้นมาบ้างที่เปรมจิตอ่อนให้เธอบ้าง นิดหนึ่งก็ยังดี
“ขอบคุณมากค่ะ คุณผู้หญิง”
ธีรภาพพยุงแม่ขึ้นมา คนางค์ไหว้ลาที่มือของกรเกียรติ
“ดิฉันลานะคะ”
คนางค์ลากรเกียรติแล้วหันมาไหว้ลาเปรมจิต แต่อีกฝ่ายยังแข็งขืนไม่ยอมรับไหว้ สองแม่ลูกออกจากห้องไป เปรมจิตมองตามพลางทอดถอนใจ เมื่อนึกถึงเรื่องในอดีตของตน กับ คนางค์และกรเกียรติ

รถวิริยาแล่นมาจอดรถหน้าอาคารสำนักงาน สกาย เจ็ต ของศิตางค์ วิริยาลงรถมาร้อง
“ว้าว…ว้าว…ว้าว”
วิริยาก้าวฉับๆ เข้าไปด้านในเพื่อยับยั้งศิตางค์เพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินธุรกิจกับสามีตนเอง
ทันทีที่เดินเข้ามาในออฟฟิศ วิริยาถามหาศิตางค์เสียงดังไปทั่ว
“ฉันมาพบคุณศิตางค์”
พนักงานในออฟฟิศหันมาเป็นตาเดียวว่าใครหนอ กล้ามาก มาประกาศกร้าวสุดๆ
“คุณศิตางค์อยู่หรือเปล่า”
ศิตางค์เดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นวิริยาเบ่งอำนาจอยู่ในล็อบบี้ เลยตะโกนถามกลับไปว่า
“ใครอยากจะพบฉันเหรอ”
“ฉันเอง”
“คิดว่าใคร คุณวิริยา นี่เอง บุกมาถึงสกายเจ็ตของฉันเลยเหรอคะ”
"กล้าดีนี่ คุยกันตรงนี้เลยก็ดี จะได้ไม่เป็นขี้ปากใครอีก" วิริยามองจ้องอย่างชิงชัง
ศิตางค์เหยียดยิ้มเดินไปหาช้าๆ อย่างไม่เกรงกลัวใดๆ

สองสาวยืนประจันหน้ากันกลางโถงล็อบบี้ สงครามแย่งผู้ชายโดยมีธุรกิจสายการบินบังหน้า กำลังจะเริ่มยกใหม่อีกไม่ช้า

อ่านต่อ ตอนที่ 19
กำลังโหลดความคิดเห็น...