xs
xsm
sm
md
lg

เกมพยาบาท ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เกมพยาบาท ตอน 15

โรงพยาบาล ตอนกลางวัน
ในห้องพักฟื้นคนไข้ ฉกาจนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด
ฉัตรชบายืนประกบคอยปลอบใจอำภา โดยมีฉัตรชนก เกษณีย์และศรุตยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
อำภาถามหมอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
"คุณฉกาจจะไม่ฟื้นจริงๆ เหรอคะคุณหมอ"
"ก็อย่างที่หมอแจ้งให้ทราบก่อนหน้านี้นั่นล่ะครับ ว่าคนไข้มีโอกาสเป็นเจ้าชายนิทราสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องรอดูอาการของคนไข้อย่างใกล้ชิดต่อไปอีกซักระยะนึงก่อน หมอถึงจะให้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ได้ครับ"
"แล้วโอกาสที่คุณพ่อจะฟื้นมีมากน้อยแค่ไหนคะคุณหมอ"
หมอหนักใจ
"ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกำลังใจและสภาพร่างกายของคนไข้ครับ หมอยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้"
ทุกคนฟังแล้วหนักใจ กลัวฉกาจไม่ฟื้น ยกเว้นเกษณีย์ที่มองฉกาจแล้วแอบยิ้มเยาะสมน้ำหน้า เพราะไม่อยากให้ฉกาจฟื้นขึ้นมาเปิดโปงตน

ฉัตรชบาประคองอำภาเข้ามานั่งที่โซฟา ฉัตรชนกและเกษณีย์ตามเข้ามา
"อัคคีจะจองเวรจองกรรมครอบครัวเราไปถึงไหน คราวก่อนก็จับตัวชบาไป คราวนี้ก็มาทำร้ายคุณฉกาจอีก แล้วต่อไปจะเป็นใคร ฉัตรรีบไปแจ้งความจับมันเลยนะ ก่อนที่มันจะมาทำอะไรพวกเราอีก"
"แต่เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยนะครับคุณแม่ ต่อให้แจ้งความ ตำรวจก็ทำอะไรอัคคีไม่ได้หรอกครับ อย่างมากก็ทำได้แค่เรียกตัวมาสอบปากคำ แล้วก็ปล่อยตัวไป"
อำภาไม่ยอม
"แล้วจะปล่อยให้คนร้ายมันลอยนวลอยู่อย่างนี้น่ะเหรอ"
เกษณีย์แอบมีสีหน้าหวั่นใจ ไม่อยากให้แจ้งตำรวจ เพราะกลัวทุกคนจะรู้ว่าคนที่ทำร้ายฉกาจตัวจริงคือตน
"ถ้าพี่ฉัตรไม่ไปแจ้งความ ชบาจะเป็นคนไปแจ้งเองค่ะ พี่เกษก็อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่แรก พี่เกษเป็นพยานให้เราได้อยู่แล้ว พี่เกษเห็นใช่มั้ยคะว่าอัคคีทำร้ายคุณพ่อ"
เกษณีย์ชะงักคิดนิดหนึ่ง
"ว่าไงล่ะคุณเกษ คุณเห็นหรือเปล่า"
เกษณีย์ยิ้มร้ายอย่างมีแผนการในใจ

บ้านอัคคี วันใหม่ ตอนกลางวัน
ในห้องโถง ตำรวจยืนอยู่ตรงหน้าอัคคีกับอดุลย์
"เชิญคุณอัคคีไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ" ตำรวจส่งจดหมายให้อัคคี "นี่ครับหมายเรียก"
อัคคีรับหมายเรียกจากตำรวจมาเปิดอ่าน
"ฉัตรชบา"
"คุณฉัตรชบาทำไม" อดุลย์ถาม
"ฉัตรชบาแจ้งความจับฉัน เค้าหาว่าฉันคิดจะฆ่าพ่อเค้า"
อดุลย์ตกใจ
"เฮ้ย! แต่แกไม่ได้ทำนะ จะมากล่าวหากันง่ายๆ อย่างนี้ได้ยังไง แล้วนี่มันข้อหาหนักเลยนะ อย่างนี้แกไม่ติดคุกหัวโตเลยเหรอ"
"แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ใครก็ทำอะไรฉันไม่ได้"
อัคคีบอกอย่างมั่นใจ

ในห้องสืบสวน บนสถานีตำรวจ เกษณีย์พูดอย่างจริงจัง
"ฉันเห็นกับตาว่าอัคคีผลักคุณพ่อตกบันไดค่ะ"
อัคคีนั่งเผชิญหน้าอยู่กับฉัตรชบา ฉัตรชนกและเกษณีย์อยู่ในห้องสารวัตร โดยมีตำรวจนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ อัคคีอึ้ง ไม่คิดว่าเกษณีย์จะโยนความผิดให้ตนแบบนี้
อัคคีตะคอกใส่เกษณีย์
"ผมไม่ได้ทำ คุณโกหก"
เกษณีย์กลัว ขยับเข้าไปเกาะแขนหลบหลังฉัตรชนก
เกษณีย์บอกตำรวจ
"ฉันเห็นจริงๆ นะคะ"
"ตอนที่ผมเข้าไปถึง คุณลุงฉกาจก็ตกบันไดไปแล้ว" อัคคีจ้องหน้าเกษณีย์ "ถ้าจะมีใครซักคนทำร้ายคุณลุงฉกาจ ผมว่าคนนั้นน่าจะเป็นคุณมากกว่า เพราะคุณอยู่กับคุณลุงฉกาจสองคน ก่อนที่ผมจะไปถึงซะอีก"
ฉัตรชบามองอัคคีสลับกับเกษณีย์ สีหน้าครุ่นคิดว่าว่าเชื่อคำพูดใครได้มากกว่ากัน
ฉัตรชนกบอกกับอัคคี
"ถ้าทำผิด ก็ยอมรับผิดแต่โดยดีเถอะ โทษหนักจะได้เป็นเบา"
"พวกแกรวมหัวกันใส่ร้ายฉัน! ฉันจะฆ่าแกไอ้ฉัตรชนก"
อัคคีทำท่าจะพุ่งใส่ฉัตรชนก ตำรวจต้องคว้าตัวไว้
"ใจเย็นก่อนครับคุณอัคคี"
"ดูสิคะคุณตำรวจ นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าตำรวจแท้ๆ เค้ายังกล้าขู่ฆ่าคุณฉัตรเลย"
ฉัตรชบาบอกตำรวจ
"เอาตัวเค้าไปสงบติอารมณ์ในคุกเลยค่ะ"
ตำรวจลากอัคคีออกไป
อัคคีร้องโวยวาย
"ปล่อยผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด"
ฉัตรชบาเห็นอัคคีถูกจับไปก็แอบมีสีหน้าไม่สบายใจนิดหนึ่ง อารมณ์ประมาณทั้งรัก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด

เกษณีย์เห็นฉัตรชบาทำหน้าเหมือนแอบเป็นห่วงอัคคีก็แอบยิ้มเยาะหมั่นไส้

ฉัตรชบา ฉัตรชนกและเกษณีย์เดินออกมาจากสถานีตำรวจ

เกษณีย์พูดขึ้น
"อัคคีนี่ร้ายจริงๆ นะคะ ขนาดอยู่ต่อหน้าตำรวจ ยังกล้าข่มขู่พวกเราอีก อย่างนี้ต้องให้ติดคุกซะให้เข็ด ... ใช่มั้ยคะน้องชบา"
ฉัตรชบาตอบไปหน้านิ่งๆ "ค่ะ"
เกษณีย์ยิ้มเยาะ
"น้องชบาทำใจได้แน่นะคะถ้าอัคคีจะติดคุกยาว"
"แล้วทำไมชบาจะต้องทำใจไม่ได้ด้วยล่ะคะ"
"ก็เมื่อกี๊พี่เห็นน้องชบาทำหน้าเหมือนเป็นห่วงเค้า"
"อัคคีเป็นคนทำร้ายคุณพ่อนะคะพี่เกษ ชบาจะไปเป็นห่วงเค้าทำไม"
ฉัตรชบาเดินหนีไป ไม่อยากถูกจับได้ว่าลึกๆ แล้วตนก็แอบเป็นห่วงอัคคีจริงๆ
ฉัตรชนกตำหนิแบบรำคาญๆ
"คุณนี่ชอบพูดอะไรไร้สาระอยู่เลยนะ"
"ฉันก็พูดไปตามที่เห็น ถ้าคุณไม่เชื่อฉันก็คอยดูเอาเองก็แล้วกัน ฉันว่าระหว่างฉัตรชบากับอัคคี จะต้องมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นแน่ๆ"
ฉัตรชนกฟังแล้วไม่สบายใจ

ผ่านเวลา ... อดุลย์เข้ามาเกาะลูกกรงคุยกับอัคคีที่ถูกจับขังอยู่ในห้องขัง
"ไหนแกว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ใครก็ทำอะไรแกไม่ได้ไง แล้วทำไมถึงได้ถูกจับขังอย่างนี้"
อัคคีเจ็บใจ
"เกษณีย์ให้ปากคำกับตำรวจว่าเห็นฉันผลักคุณลุงฉกาจตกบันได"
"แกก็บอกตำรวจไปสิว่าแกไม่ได้ทำ"
"ถ้าตำรวจเชื่อฉัน ฉันก็คงไม่ต้องมาอยู่ในคุกอย่างนี้หรอก"
"แล้วทำไมคุณเกษณีย์ต้องใส่ความแกด้วย หรือว่าคุณเกษณีย์จะเป็นคนทำร้ายคุณฉกาจ ก็เลยโยนความผิดมาให้แก เพื่อให้แกเป็นแพะรับบาปแทน"
อัคคีสงสัย
"ถ้าเป็นอย่างที่แกคิด แล้วทำไมเกษณีย์ต้องทำร้ายคุณลุงฉกาจด้วย"
"เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ฉันรีบไปทำเรื่องประกันตัวแกออกมาก่อนดีกว่า"
อัคคีพยักหน้ารับ พร้อมกับมีสีหน้าครุ่นคิดสงสัยอะไรบางอย่างในตัวเกษณีย์

ฉัตรชนกเดินเข้ามา กำลังจะผ่านหน้าโต๊ะทำงานของจิดาภาเข้าไปในห้องทำงานของตน
จิดาภารีบเรียกถาม
"ทำไมวันนี้ถึงเข้าออฟฟิศช้านักล่ะคะคุณฉัตร ฉันโทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่ติด"
ฉัตรชนกสีหน้าเคร่งเครียด "คุณโทรหาผมเหรอ?" เขาหยิบมือถือออกมาดู "แบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
"มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย"
"เมื่อวานคุณกลับก่อน คงยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องในงานประมูลภาพการกุศล"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ"
"อัคคีทำร้ายคุณพ่อผมจนตกบันได หัวฟาดพื้น ตอนนี้ท่านรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยังไม่ฟื้นเลยครับ หมอบอกว่ามีโอกาสจะเป็นเจ้าชายนิทราสูงมากด้วย"
จิดาภาถามอึกอัก
"อัคคีเป็นคนทำจริงๆ เหรอคะ"
"คุณเกษณีย์บอกว่าอย่างนั้นนะครับ เช้านี้ผมก็เลยวุ่นๆ กับเรื่องแจ้งความจับนายอัคคี"
จิดาภานึกเป็นห่วงอัคคี
"หมายความว่า ตอนนี้อัคคีถูกตำรวจจับไปแล้วเหรอคะ"
"ครับ เค้าถูกตำรวจจับเข้าคุกไปแล้วครับ"
จิดาภาหน้าเสียไปถนัดตา

ต่อมา ขณะที่อดุลย์กับอัคคีเดินออกมาจากสถานีตำรวจ เสียงโทรศัพท์มือถือของอดุลย์ดังขึ้น อดุลย์กดรับ
"สวัสดีครับคุณจิ"
อัคคีหันมามองที่อดุลย์ สงสัยว่าจิดาภาโทร.มาทำไม
จิดาภาหลบมุมคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่ง
"คุณอดุลย์คะ ฉันรู้ข่าวจากคุณฉัตรชนกว่าอัคคีถูกจับเหรอคะ แล้วตอนนี้อัคคีเป็นยังไงบ้างคะ แล้วอัคคีทำร้ายคุณฉกาจจริงหรือเปล่าคะ"
"ไม่จริงครับ อัคคีถูกคุณเกษณีย์ใส่ร้าย แถมคุณฉัตรชบายังให้การกับตำรวจว่าอัคคีเคยขู่ฆ่าคุณฉกาจอีก ตำรวจก็เลยเชื่อฝ่ายนั้นมากกว่าอัคคี แต่คุณจิไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ตอนนี้ผมประกันตัวอัคคีออกมาแล้วครับ ระหว่างนี้ก็ต้องหาหลักฐานมาสู้คดีกันต่อไป"
"ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"อัคคีคงดีใจนะครับที่คุณจิยังเป็นห่วงมันอยู่"
อดุลย์ชำเลืองมองอัคคีนิดหนึ่ง ในขณะที่อัคคีก็ดีใจที่จิดาภายังพอเป็นห่วงตนอยู่บ้าง ไม่ถึงกับตัดขาดตน
จิดาภา ยิ้มแห้งๆ
"ถึงฉันกับอัคคีจะเลิกกันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นี่คะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ฉันก็อยากช่วยค่ะ"
"ขอบคุณครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยผมจะรีบบอกคุณจิทันทีเลยครับ"
อดุลย์กดวางสาย
"แกกลับออฟฟิศไปก่อนนะ"
"แล้วแกจะไปไหน"
"ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์"
อัคคีเดินออกไป สีหน้าท่าทางเอาเรื่อง
อดุลย์บ่นพึมพำ
"เพิ่งออกจากคุกมาหยกๆ จะไปก่อเรื่องอะไรที่ไหนอีกวะเนี่ย"

อดุลย์ถอนใจด้วยความกังวลว่า อัคคีจะไปก่อเรื่องอะไรอีก

ฉัตรชบานั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จิดาภาจะเข้ามา

"คุณจิ มีอะไรเหรอคะ"
"ฉันเพิ่งทราบจากคุณฉัตรชนกว่าเมื่อวานนี้เกิดเรื่องกับคุณฉกาจ " ท่าทางลังเลใจนิดหนึ่งก่อนตัดสินใจถาม "คุณชบาคิดว่าอัคคีเป็นคนทำร้ายคุณฉกาจจริงๆ เหรอคะ"
"ถ้าไม่ใช่เค้าแล้วจะเป็นใครล่ะคะ เค้าเกลียดครอบครัวฉัน เค้าอาฆาตพี่ฉัตร แล้วเค้าก็พูดกับฉันเองว่าเค้าอยากฆ่าคุณพ่อฉัน"
จิดาภาเผลอพูดออกไปเหมือนคนคุ้นเคยกับอัคคีดี
"อัคคีเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นไปอย่างนั้นเอง แต่ความจริงแล้วเค้าไม่ใช่คนเลวถึงขนาดจะฆ่าใครได้หรอกค่ะ คุณชบาก็น่าจะรู้ดีนะคะ เพราะอัคคีก็เคยช่วยชีวิตคุณไว้ตั้งหลายครั้งแล้ว"
ฉัตรชบาแปลกใจ
"คุณจิพูดเหมือนรู้จักอัคคีดีเลยนะคะ"
จิดาภาแก้ตัว
"ฉันจะไปรู้จักเค้าได้ยังไงล่ะคะ ฉันก็แค่พูดไปตามสิ่งที่คุณชบาเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะค่ะ"
"ตอนนี้คดีอยู่ในมือตำรวจแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายดีกว่าค่ะ แต่งานนี้อัคคีคงรอดยาก เพราะพี่เกษเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์"
"คุณชบาแน่ใจเหรอคะว่าคุณเกษณีย์พูดความจริง"
"ไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่เกษต้องโกหกนี่คะ"
ฉัตรชบาบอกแบบเชื่อใจเกษณีย์เต็มที่
จิดาภาฟังคำตอบจากฉัตรชบาแล้วไม่ค่อยสบายใจ เพราะไม่ไว้ใจเกษณีย์

ในห้างสรรพสินค้า เกษณีย์หิ้วถุงช้อปปิ้งเดินมาที่รถ ทันใดนั้นอัคคีก็เข้ามากระชากตัวเกษณีย์เข้าไปที่มุมลับตา
เกษณีย์กรีดร้องตกใจ
"คุณอัคคี! คุณออกจากคุกมาได้ยังไง"
"ก็ประกันตัวออกมาน่ะสิ ไม่เห็นจะยาก คุณโยนความผิดมาให้ผม! เพราะที่แท้คุณคือคนที่ทำร้ายคุณลุงฉกาจใช่มั้ย"
เกษณีย์ท่าทางกลัวๆ
"ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ คุณพ่อพลัดตกบันไดลงไปเองต่างหาก"
อัคคีตะคอกถาม
"ถ้าคุณลุงฉกาจพลัดตกบันไดลงไปเอง แล้วทำไมคุณไม่บอกตำรวจไปล่ะว่ามันเป็นอุบัติเหตุ คุณมาโยนความผิดให้ผมทำไม"
"ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณอย่าโกรธฉันเลยนะ ... ฉันถูกฉัตรชบาบังคับให้โยนความผิดให้คุณ ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลย"
อัคคีอึ้งไป
"ฉัตรชบาเป็นคนบอกให้คุณใส่ร้ายผมเหรอ"
"ใช่ ฉัตรชบาเกลียดคุณมาก เค้าอยากให้คุณติดคุก จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเค้าอีก แล้วอีกอย่าง ฉัตรชบาก็กำลังจะแต่งงานกับศรุต เค้าก็คงไม่อยากให้คุณไปรื้อฟื้นเรื่องบนเกาะให้ว่าที่สามีเค้าไม่สบายใจ"
อัคคีทั้งโกรธทั้งหึง
"ฉัตรชบา!"
เกษณีย์แอบยิ้มเยาะที่อัคคีโง่ หลงเชื่อตนง่ายๆ
อัคคีที่เดินห่างออกมาจากเกษณีย์พอสมควรแล้ว อัคคีหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เห็นว่าโทรศัพท์ตั้งอัดเสียงการสนทนาเมื่อครู่นี้เอาไว้ด้วย

ฉัตรชบาเดินเข้ามาบอกฉัตรชนกในห้องทำงาน
"ชบาจะออกไปเยี่ยมคุณพ่อ พี่ฉัตรไปพร้อมกันมั้ยคะ"
"พี่ยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลย วันนี้อาจจะไม่ได้เข้าไปเยี่ยมคุณพ่อ ยังไงพี่ฝากชบาดูแลคุณพ่อด้วยนะ"
"ได้ค่ะ งั้นชบาไปก่อนนะคะ"
ฉัตรชบาเดินออกจากห้อง จิดาภาถือแฟ้มงานเดินสวนเข้ามา ทั้งคู่ยิ้มทักทายกันนิดหนึ่ง
จิดาภาเอาแฟ้มมาวางให้ฉัตรชนก
"เอกสารสมัครงานเลขาคนใหม่ค่ะ ฉันคัดมาให้คุณแล้วห้าคน คุณลองดูนะคะว่าสนใจคนไหนเป็นพิเศษ แล้วฉันจะนัดมาให้คุณสัมภาษณ์ค่ะ หรือจะให้นัดมาทั้งห้าคนเลยก็ได้นะคะ"
ฉัตรชนกทำเฉยเมย ไม่สนใจจะหยิบแฟ้มมาดูเพราะยังไม่อยากให้จิดาภาลาออก
"ผมยังไม่ว่างดู เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน"
จิดาภาหนักใจ
"ถ้าคุณไม่รีบหาเลขาใหม่ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้ลาออกล่ะคะคุณฉัตร"
ฉัตรชนกถามแบบจับพิรุธ
"ผมชักจะสงสัยแล้วนะครับว่าคุณมาทำงานกับผมเพราะอะไรกันแน่ ตอนแรกคุณก็บอกว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน คุณเลยอยากมาช่วยงานผม แต่ทำงานยังไม่ถึงเดือนเลย คุณก็รีบร้อนจะลาออกซะแล้ว"
จิดาภาชะงักไปนิดหนึ่ง รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ที่คิดจะหลอกใช้ฉัตรชนกเป็นสะพานในการสืบความลับของเกษณีย์ เกี่ยวกับการตายของวรรณิศา
"ที่ฉันจะลาออกก็เพราะไม่อยากให้คุณมีปัญหากับคุณเกษณีย์ค่ะ แล้วฉันก็ไม่อยากถูกด่าประจานต่อหน้าคนเยอะๆ เหมือนเมื่อวานนี้อีก ว่าฉันคิดจะแย่งสามีใคร หวังว่าคุณคงจะเข้าใจฉันนะคะ"
ฉัตรชนกเถียงไม่ออกเพราะมันเป็นความจริง

ฉัตรชบาขับรถออกจากประตูใหญ่หน้าบริษัท อัคคีที่จอดรถซุ่มรออยู่ รีบขับตามไป

ฉัตรชบาขับรถมาตามถนนในซอยลัดที่ไม่ค่อยมีรถผ่าน
แล้วก็สังเกตเห็นว่า รถของอัคคีขับตามจี้มาติดๆ เธอพยายามเร่งความเร็วเพื่อขับหนี แต่รถของอัคคีก็เร่งความเร็วตามมาจนมาปาดหน้ารถ ฉัตรชบาเบรกจนตัวโก่ง
อัคคีลงจากรถ แล้วเดินจ้ำมาที่รถของเธอ เขาทุบกระจกรถด้านที่ฉัตรชบานั่งอยู่อย่างแรงแบบรัวๆ สีหน้าโกรธมาก
"ลงมา!"
ฉัตรชบาเปิดประตูรถกระแทกอัคคีอย่างแรง จนอัคคีเซไปนิดหนึ่ง
ฉัตรชบาลงจากรถ
"ตำรวจให้นายประกันตัวออกมาได้ยังไง"
อัคคียิ้มร้ายใส่หน้าฉัตรชบา พร้อมกับเดินต้อนฉัตรชบาจนหลังชนกับตัวรถ
ฉัตรชบาระแวง
"นายจะทำอะไรฉัน"
"ผมมีอะไรจะให้คุณฟัง"
อัคคีหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดคลิปเสียงที่ตนคุยกับเกษณีย์ ให้ฉัตรชบาฟัง
ฉัตรชบาฟังแล้วอึ้งไป
"ทำไมพี่เกษถึงพูดอย่างนั้น ฉันไม่ได้บังคับให้พี่เกษใส่ร้ายนายนะ แต่พี่เกษเป็นคนบอกเองว่าเห็นนายผลักคุณพ่อฉันตกบันได"
"คลิปเสียงนี่ก็บอกชัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผมไม่ได้ทำ มันเป็นอุบัติเหตุ"
ฉัตรชบาสงสัย
"แล้วทำไมพี่เกษถึงได้บอกฉันว่านายทำล่ะ"
"ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ เล่นละครทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย คุณมันก็เลวเหมือนพ่อกับพี่ชายคุณนั่นแหละ"
"อย่ามาลามปามคุณพ่อกับพี่ฉัตรนะ!"
"คุณอยากจะกำจัดผมออกจากชีวิตคุณ แล้วไปแต่งงานกับไอ้ศรุตอะไรนั่นมากนักใช่มั้ย ถึงได้หาเรื่องใส่ความผมอย่างนี้ คงกลัวผัวใหม่จะรู้เรื่องผัวเก่าล่ะสิ" อัคคีพูดพลางยิ้มเยาะ
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศรุต อย่าดึงเค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย"
"แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ รักมันมากหรือไง"
อัคคีลากฉัตรชบาไปขึ้นรถของเขาทันที
"มานี่เลย!"
ฉัตรชบาฝืนตัวไว้
"จะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะ"
อัคคีดึงตัวฉัตรชบาไปที่รถ พยายามผลักฉัตรชบาเข้าไปในรถ แต่ฉัตรชบาไม่ยอม ดิ้นรนขัดขืน
ทันใดนั้น ก็มีคนร้ายสองคนขับรถปาดเข้ามาจอด ทั้งคู่สวมหมวกพรางหน้ามาด้วย
คนร้ายทั้งคู่ลงจากรถเดินเข้าหาอัคคี คนหนึ่งถือไม้หน้าสามติดมือมาด้วย มาถึงก็ฟาดเข้าที่ท้ายทอยของอัคคีอย่างแรงโดยที่อัคคีไม่ทันระวังตัว อัคคีทรุดลงกับพื้น ท่าทางมึนๆ แต่ไม่ถึงกับสลบ
"อัคคี!"
ฉัตรชบาตกใจ ไม่รู้ว่าคนร้ายสองคนนี้เป็นพวกไหนกันแน่
คนร้าย1บอกคนร้าย2 "เอาตัวผู้หญิงไป"
คนร้าย2 เข้ามากระชากตัวฉัตรชบาไป แล้วลากไปที่รถ
ฉัตรชบาตกใจ
"ปล่อยฉัน จะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ!!! อัคคี ช่วยฉันด้วย"
"ฉัตรชบา!"
อัคคีจะตามไปช่วยฉัตรชบา คนร้าย1 ชักปืนออกมาจ่อเล็งที่อัคคี อัคคีชะงักกึก
"ขยับ ไม่งั้นกูยิงไม่เลี้ยงแน่"
คนร้าย1 เอาปืนเล็งอัคคีไว้ พร้อมกับเดินถอยหลังไปขึ้นรถด้านที่นั่งคนขับ พร้อมกับที่คนร้าย 2 ก็จับตัวฉัตรชบายัดเข้าไปรถได้พอดี คนร้าย 1 ขับรถออกไป
อัคคีรีบไปขึ้นรถของตนแล้วขับตามไปช่วยฉัตรชบาด้วยความเป็นห่วง

คนร้าย1 ขับรถล่ออัคคีให้ออกนอกเมือง
คนร้าย 1 ขับรถไปพร้อมกับมองกระจกรถไปด้วย เห็นว่าอัคคีขับรถตามมาก็ยิ้มอย่างเข้าทาง
ฉัตรชบานั่งอยู่เบาะหลังกับคนร้าย 2 ฉัตรชบาโวยวายไม่หยุด พยายามทุบตีคนร้าย 2
"พวกแกเป็นใคร จับฉันมาทำไม ฉันไปทำอะไรให้พวกแก"
คนร้าย2 รำคาญฉัตรชบา ชกเข้าที่ท้องจนฉัตรชบาจุกจนพูดไม่ออก
คนร้าย2 เอาเชือกมามัดมือฉัตรชบาไพล่หลังไว้ แล้วเอาผ้ามามัดปิดปากไว้ไม่ให้โวยวาย
คนร้าย2 หันไปมองข้างหลัง เห็นว่ารถของอัคคียังขับตามมาอยู่ ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออก
คนร้าย2 คุยมือถือต่อเนื่องไป
"ไอ้อัคคีมันติดกับเราแล้วครับ"

ฉัตรชบาสงสัยว่าคนร้ายพวกนี้เป็นพวกไหนกันแน่

ณ ตึกร้าง มุมหนึ่ง ในยามเย็น พัฒนะกำมือถือไว้ในมือแน่น

"ถึงทีกูมั่งล่ะไอ้อัคคี!"
พัฒนะพูดอย่างอาฆาตแค้น

อัคคีขับรถปาดซ้ายปาดขวาตามรถของคนร้ายไปติดๆ

กลางคืนต่อมา อำภานั่งอยู่ในห้องโถง เห็นฉัตรชนกเพิ่งเลิกงาน เดินเข้ามาคนเดียวก็แปลกใจ
"อ้าว แล้วชบาไม่ได้กลับมาพร้อมกันเหรอฉัตร"
"ชบาออกจากออฟฟิศตั้งแต่เย็นแล้วครับคุณแม่ เห็นบอกจะไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาล"
อำภาแปลกใจ
"แม่ก็เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ไม่เห็นเจอชบาเลย จะเกิดเรื่องอะไรกับน้องอีกหรือเปล่าเนี่ย"
"คงไม่หรอกมั้งครับ เพราะชบาบอกผมไว้ว่าวันนี้อาจจะกลับดึก สงสัยไปกินข้าวกับเพื่อน"
อำภาอดเป็นห่วงไม่ได้
"ช่วงนี้บ้านเรายิ่งมีแต่เรื่อง ยัยชบาก็ยังจะออกไปเที่ยวกลับดึกๆ ดื่นๆ อีก ไม่รู้หรือไงว่าแม่เป็นห่วง"
อำภาอดเป็นห่วงไม่ได้
"แล้วนี่คุณเกษกลับมาหรือยังครับ ทำไมไม่มาอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่"
"รายนั้นก็ยังไม่กลับเหมือนกัน ไม่รู้ไปไหน"
อำภาบอกสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ

เวลาเดียวกัน เกษณีย์เล่นพนันอยู่ที่บ่อนเสี่ยเป้า เกษณีย์เล่นได้เกือบทุกเกม โกยเงินเป็นว่าเล่น เกษณีย์สนุกมาก
เสี่ยเป้าเดินเข้ามาหาเกษณีย์
"คุณเกษณีย์นี่มือขึ้นจริงๆ มาครั้งแรกก็โกยเงินเป็นว่าเล่นเลย ถ้าคุณมาบ่อยๆ สงสัยบ่อนผมคงต้องเจ๊งแน่ๆ"
เกษณีย์แกล้งพูดพร้อมส่งสายตา
"ถ้างั้นคราวหลังฉันไม่มาแล้วก็ได้ค่ะ"
เสี่ยเป้าบอก
"อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ระดับคุณเกษณีย์นี่ผมยกให้เป็นลูกค้าวีไอพีเลยครับ คุณอยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้ทุกเมื่อเลย ไม่ต้องเกรงใจ"
เกษณีย์ยิ้มหวาน
"ฉันต้องมาเป็นลูกค้าประจำที่นี่แน่นอนค่ะ"
เกษณีย์หันไปเล่นต่อ
เสี่ยเป้าแอบทำหน้าเจ้าเล่ห์ที่ได้เหยื่อกระเป๋าหนักรายใหม่

อัคคีขับรถตามรถคนร้ายมาถึงแยกไฟแดง รถคนร้ายข้ามสี่แยกไปได้ แต่รถของอัคคีจอดติดไฟแดง
"โธ่โว๊ย!"
อัคคีร้อนใจ กลัวตามไปช่วยฉัตรชบาไม่ทัน

เกษณีย์เดินอารมณ์ดีกลับเข้ามาในห้องตอนตีหนึ่งกว่า พอเห็นว่าฉัตรชนกกับอำภานั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนรอใครอยู่ก็ชะงักไป
"คุณฉัตรกับคุณแม่ยังไม่นอนกันอีกเหรอคะ" เกษณีย์เข้ามานั่งใกล้ๆ ฉัตรชนก "หรือว่าคุณรอฉันอยู่"
ฉัตรชนกท่าทางหมางเมิน ไม่ค่อยใส่ใจเมียเท่าไหร่
"ผมรอชบาอยู่น่ะ ไม่ได้รอคุณ"
เกษณีย์หุบยิ้มทันที อารมณ์เสีย
อำภาร้อนใจ
"ไม่รู้ชบาหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่กลับ โทรไปก็ไม่รับสาย แล้วนี่หนูเกษไปไหนมาลูก ทำไมถึงได้กลับดึกดื่นขนาดนี้"
เกษณีย์โกหกหน้าตาย
"เกษอยู่คุยกับคุณแม่เพลินไปหน่อยค่ะ"
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของฉัตรชนกที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ก็ดังขึ้น หน้าจอ เห็นว่าขึ้นชื่อ “ฉัตรชบา” เป็นคนโทร.เข้ามา
ฉัตรชนกสีหน้าโล่งอก ดีใจ
"ชบาโทร.มาแล้วครับคุณแม่"
ฉัตรชนกรีบหยิบมือถือขึ้นมากดรับสาย
"ชบาอยู่ไหน ดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก" แล้วเขาก็ชะงัก หน้าเสีย "คุณตำรวจ!"
"ตำรวจโทรมาทำไม เกิดอะไรขึ้นกับชบา!"
อำภาตกใจ ในขณะเดียวกันเกษณีย์ก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัตรชบา

เวลาต่อมา บนสถานี ตำรวจบอกเรื่องของฉัตรชบากับฉัตรชนก อำภาและเกษณีย์
"ทางเราได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบรถของคุณฉัตรชบาจอดทิ้งไว้ที่ข้างถนน ในรถมีกระเป๋าถือและโทรศัพท์มือถือตกอยู่ เราเลยใช้โทรศัพท์มือถือของคุณฉัตรชบาโทรหาคุณฉัตรชนกครับ"
ฉัตรชนกร้อนใจ
"เกิดอะไรขึ้นกับชบาครับ แล้วตอนนี้ชบาอยู่ที่ไหน"
ตำรวจเลื่อนโน๊ตบุ๊คมาให้ฉัตรชนก แล้วกดเปิดคลิปจากกล้องหน้ารถของฉัตรชบาให้ทุกคนดู
เป็นภาพจากกล้องหน้ารถ บันทึกได้ตั้งแต่อัคคีขับรถมาปาดหน้าฉัตรชบา ฉัตรชบากับอัคคีลงจากรถมาทะเลาะกัน
"นั่นมันนายอัคคีนี่ มันตามมาหาเรื่องอะไรชบาอีก"
เกษณีย์หน้าเสียไปถนัดตา เผลอพูดออกมาเบาๆ

"หรือว่าจะเป็นเพราะเรื่องนั้น"

เกษณีย์พูดกับอัคคี

"ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณอย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันถูกฉัตรชบาบังคับให้โยนความผิดให้คุณ ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลย"
อัคคีอึ้งไป
"ฉัตรชบาเป็นคนบอกให้คุณใส่ร้ายผมเหรอ"

เกษณีย์มีสีหน้ากลัวภัยจะมาถึงตัว
ฉัตรชนกถามเกษณีย์ สีหน้าสงสัย "คุณรู้อะไรเหรอ"
เกษณีย์รีบปฏิเสธ
"เปล่าค่ะ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นค่ะ"
หน้าจอโน๊ตบุ๊ค เป็นภาพคนร้ายสองคนบุกเข้ามาทำร้ายอัคคี แล้วจับตัวฉัตรชบาไป อัคคีขับรถตามรถคนร้ายไป
"ตอนแรกเหมือนคุณอัคคีจะทำร้ายคุณฉัตรชบานะครับ แต่ตอนหลังเหมือนดูเหมือนว่าเค้าจะตามไปช่วยคุณฉัตรชบานะครับ"
"แล้วตอนนี้ชบาอยู่ที่ไหน คุณตำรวจตามไปช่วยลูกสาวฉันด้วยนะคะ... ฉัตรต้องไปช่วยน้องให้ได้นะลูก"
"เดี๋ยวผมจะไปกับตำรวจ คุณแม่รออยู่ที่นี่กับคุณเกษนะครับ"
"ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวฉันดูแลคุณแม่เอง"
"ระวังตัวด้วยนะฉัตร"
ฉัตรชนกเดินออกไปกับตำรวจ

อัคคีขับรถมาตามถนน พร้อมกับมองหารถของคนร้ายไปด้วย อัคคี เห็นท้ายรถของคนร้ายอยู่ข้างหน้า แล้วรถคนร้ายก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ไป อัคคีรีบขับตามเข้าซอยไป
คนร้ายมองผ่านกระจกรถ เห็นอัคคีขับตามมาก็ยิ้มแบบเข้าทาง เพราะตั้งใจล่อให้อัคคีตามมาอยู่แล้ว

รถของคนร้ายแล่นเข้ามาจอดหลบมุมที่หน้าตึกร้างแห่งหนึ่ง
คนร้ายทั้งสองพาตัวฉัตรชบาเข้าไปในตึก ฉัตรชบาพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็สู้ไม่ได้ ถูกลากเข้าไปในตึกร้าง

คนร้ายทั้งสองลากฉัตรชบาเข้ามาในห้องหนึ่งในตึกร้าง แล้วโยนฉัตรชบาไปกองรวมกับจิดาภาที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าอยู่ก่อนแล้ว ใกล้ๆ กันเห็นพัฒนะยืนอยู่
คนร้าย1 บอก
"อัคคีกำลังตามมาครับ"
พัฒนะยิ้มร้าย)
"ดี! รอให้มันมาถึงก่อน แล้วเราจะได้เล่นอะไรสนุกๆ กัน"
ฉัตรชบาตกใจที่เห็นจิดาภาถูกจับมาด้วย แต่พูดอะไรไม่ได้ เพราะมีผ้าผูกปิดปากไว้อยู่
ฉัตรชบาเงยหน้าขึ้นไปมองพัฒนะ แล้วถามเสียงอู้อี้
"คุณพัฒนะ! คุณจับฉันมาทำไม ปล่อยฉันนะ ปล่อยๆ"
พัฒนะย่อตัวลงนั่งข้างๆ ฉัตรชบา แล้วใช้มือบีบคางให้หันมามองหน้าตน
"คราวก่อนอัคคีมันทำผมทั้งเจ็บทั้งอาย คราวนี้ผมจะเอาคืนมันให้สาสมเลย"
ฉัตรชบาเสียงอู้อี้
"ไอ้เลว! หมาลอบกัด"
ฉัตรชบาเอาหัวโขกพัฒนะจนพัฒนะผงะไปนิดหนึ่ง พัฒนะโกรธ ตบฉัตรชบาหน้าหัน
จิดาภามองด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะถูกจับมัดอยู่เหมือนกัน

อัคคีขับรถเข้ามาจอดต่อท้ายรถของคนร้าย อัคคีหยิบปืนออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ แล้วรีบวิ่งเข้าไปในตึก

พัฒนะเห็นอัคคีถือปืนวิ่งเข้ามาก็ยิ้มเยาะ
"มาแล้วเหรอไอ้อัคคี"
"ที่แท้ก็แกนี่เอง"
อัคคีหันไปเห็นจิดาภาถูกจับมัดรวมอยู่กับฉัตรชบาก็ทั้งตกใจและแปลกใจ
"คุณจิ... แกจับคุณจิมาทำไม!"
ฉัตรชบางงว่าอัคคีรู้จักจิดาภาได้ยังไง
พัฒนะกระชากตัวจิดาภาขึ้นมา แล้วเอาปืนจ่อไว้ที่จิดาภา
พัฒนะสั่งอัคคี
"วางปืนลง"
อัคคีไม่ยอมวาง
พัฒนะกระแทกปืนเข้าที่เอวจิดาภา
"วางปืน!"
อัคคียอมวางปืนลงช้าๆ
"ปล่อยคุณจิกับฉัตรชบาไปซะ แล้วแกอยากทำอะไรฉันก็เชิญ"
"ไม่ต้องห่วง ฉันจัดหนักให้แกแน่"
พัฒนะหันไปพยักหน้าสั่งลูกน้อง ลูกน้องรู้งาน ตรงเข้ารุมซ้อมอัคคีทันที
อัคคีไม่กล้าสู้เพราะพัฒนะมีตัวประกัน

ฉัตรชบากับจิดาภาเห็นอัคคีถูกซ้อมจนน่วมก็สงสาร
ระหว่างนี้ฉัตรชบาพยายามหาทางแก้มัดตัวเองไปด้วย
อัคคีถูกเตะกระเด็นมานอนกองอยู่ข้างๆ ฉัตรชบา ฉัตรชบาส่งสายตาบอกให้อัคคีแก้มัดให้ อัคคีแอบช่วยแก้มัดให้ฉัตรชบาจนได้ ฉัตรชบาดึงผ้าปิดปากออก แล้วประคองอัคคีขึ้นมา
ฉัตรชบาถามเป็นห่วง
"เป็นไงบ้าง ไหวมั้ย"
"ไหว คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย"
"ฉันไม่เป็นไร เมื่อกี๊นายยังจะฆ่าฉันอยู่เลย แล้วตามมาช่วยฉันทำไม"
อัคคีไม่ตอบ ได้แต่มองหน้าฉัตรชบาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยแบบเปิดเผยจนฉัตรชบาสัมผัสได้
จิดาภาเห็นสายตาที่อัคคีมองฉัตรชบาก็แอบเจ็บอยู่ลึกๆ
"เอ๊า! มัวแต่ห่วงฉัตรชบา แล้วไม่ห่วงจิดาภาแฟนแกมั่งเลยเหรออัคคี" พัฒนะว่า
ฉัตรชบาอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง
ฉัตรชบามองหน้าอัคคี
"คุณจิเป็นแฟนนายจริงๆ เหรอ"
อัคคีนิ่งเงียบไม่ตอบ ฉัตรชบารู้โดยอัตโนมัติว่าใช่
จิดาภาอาศัยจังหวะที่พัฒนะเผลอ เอาตัวกระแทกพัฒนะจนเซไปแล้วจะวิ่งหนีมาหาอัคคี พัฒนะโกรธ เล็งปืนมาจะยิงจิดาภา อัคคีม้วนตัวไปหยิบปืนของตนที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมายิงใส่พัฒนะ แต่พัฒนะหลบทัน ลูกน้องของพัฒนะกระโดดหลบกันไปคนละทิศละทาง

ฉัตรชนกกับตำรวจกำลังลงจากรถที่เพิ่งขับเข้ามาจอด ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นพอดี ทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปข้างในตึก

อัคคีเข้าไปแก้มัดให้จิดาภา
ฉัตรชบาเห็นพัฒนะเล็งปืนมาทางอัคคีก็รีบตะโกนบอก
"อัคคี ระวังข้างหลัง"
อัคคีหันไปมองข้างหลัง พร้อมกับยกปืนขึ้นยิงใส่ พัฒนะหลบทัน
"แส่นักนะนังตัวดี"
พัฒนะยิงใส่ฉัตรชบา อัคคีพุ่งเข้ามาดึงตัวฉัตรชบาให้หลบ พัฒนะยิงซ้ำมาอีก อัคคีเอาตัวบังฉัตรชบาไว้จนได้รับกระสุนแทนฉัตรชบา
ฉัตรชบาเห็นแผลเลือดไหลก็ตกใจ "อัคคี!"
ตำรวจวิ่งนำฉัตรชนกเข้ามาพอดี
พัฒนะกับลูกน้องเห็นตำรวจมาก็รีบวิ่งหนีออกไป
ตำรวจหันไปเห็นพัฒนะกับลูกน้องกำลังหนีออกไปก็รีบตามไป
จิดาภารีบเข้าไปดูอัคคี
"อัคคีเป็นยังไงบ้าง"
ฉัตรชบาร้องไห้ประคองร่างอัคคีที่ถูกยิงไว้ในอ้อมกอด
อัคคีถามฉัตรชบา
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
"ฉันไม่เป็นไร"
อัคคีมีสีหน้าโล่งใจแล้วสลบไป
"อัคคี!"
"เรียกรถพยาบาลให้หน่อยครับ"
ฉัตรชนกหันไปบอกตำรวจ

ในโรงพยาบาล วันใหม่
บริเวณหน้าห้องพักฟื้นของอัคคี ฉัตรชบาเดินมาที่หน้าห้อง จะเปิดประตูเข้าไป แต่ก็ชะงักลังเลใจ
ฉัตรชบาคิดอยู่นิดหนึ่ง แล้วตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้อง เห็นจิดาภานั่งฝ้าอัคคีที่นอนหลับอยู่บนเตียง จิดาภาจับมืออัคคีไว้ สีหน้าเศร้าๆ ท่าทางเป็นห่วงอัคคีมาก
ฉัตรชบาตัดสินใจถอยหลังกลับ ปิดประตูเบาๆ แล้วเดินออกไปเงียบๆ
อัคคีที่หลับอยู่ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ถามหาฉัตรชบาทันที
"ฉัตรชบา" อัคคีบีบมือจิดาภาที่จับมืออยู่เพราะคิดว่าเป็นมือฉัตรชบา
จิดาภาเห็นอัคคีเป็นห่วงฉัตรชบามากก็ซึมไปนิดหนึ่ง แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"ฉันเองค่ะอัคคี ไม่ใช่คุณฉัตรชบา"
อัคคีมองหน้าจิดาภาแล้วมีสีหน้าผิดหวังที่ไม่ใช่ฉัตรชบา
อัคคีรีบปล่อยมือจากจิดาภา จิดาภารับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ไม่เหมือนเดิมของอัคคี
" ฉัตรชบาเป็นยังไงบ้าง"
"คุณฉัตรชบาปลอดภัยดีค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
อัคคีมีสีหน้ารับทราบ และหายห่วง

ฉัตรชบากำลังเดินกลับออกไป อดุลย์เดินสวนเข้ามาพอดี
"คุณฉัตรชบา มาเยี่ยมอัคคีเหรอครับ"
ฉัตรชบาตอบรับสีหน้านิ่งๆ "ค่ะ"
"อัคคีมันคงดีใจที่คุณมาเยี่ยมมันแต่เช้าขนาดนี้"
ฉัตรชบาไม่พูดอะไร เดินกลับออกไปเลย
อดุลย์มองตามงงๆ ว่าฉัตรชบาเป็นอะไร ทำไมทำท่าทางแปลกๆ

อดุลย์เข้ามาในห้อง จิดาภานั่งเฝ้าอัคคีอยู่ข้างเตียง ก็พอจะเดาออกว่าฉัตรชบาเป็นอะไร
"ฟื้นแล้วเหรอ"
"คนอย่างฉันมันดวงแข็ง ไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่เจ็บใจที่ไอ้พัฒนะมันหนีไปได้"
"แกนี่มันซวยจริงๆ คดีเก่ายังไม่ทันจะเคลียร์เลย ก็มีคดีใหม่อีกแล้ว"
อัคคีนอนฟังไปเงียบๆ ไม่มีแรงเถียง
"เมื่อกี๊ฉันสวนกับคุณฉัตรชบาที่หน้าห้อง เห็นเดินหน้าซึมๆ ออกไป แกไปหาเรื่องทะเลาะอะไรกับเค้าอีกหรือเปล่า"
"ฉัตรชบามาเหรอ" อัคคีทำท่าจะลุกแล้วเจ็บแผล
จิดาภารีบเข้าประคองอัคคี "ค่อยๆ ค่ะ"
"ตกลงแกไม่เจอคุณฉัตรชบาหรอกเหรอ"
อัคคีเสียดายที่ไม่ได้เจอ
"เค้ามาตอนไหนฉันยังไม่รู้เลย"
"คุณจิก็ไม่เจอคุณฉัตรชบาเหรอครับ"
"ไม่เจอค่ะ"
"แปลก มาถึงแล้วทำไมไม่เข้ามา"
จิดาภาพอจะเดาได้ว่าทำไมฉัตรชบาไม่เข้ามาเยี่ยมอัคคี

ต่อมา ฉัตรชนกเดินผ่านโต๊ะทำงานจิดาภา เห็นว่าจิดาภายังไม่มาทำงานก็คิดว่าคงไม่มาแล้ว
ฉัตรชนกหยิบแฟ้มประวัติผู้สมัครเลขาคนใหม่ขึ้นมาเปิดดู แล้วจะถือเดินเข้าห้อง จิดาภาเดินเข้ามาพอดี
"คุณจิ ผมคิดว่าคุณจะไม่มาทำงานแล้วซะอีก"
"ฉันมาเก็บของค่ะ คุณคงรู้เรื่องของฉันกับอัคคีจากคุณฉัตรชบาแล้วใช่มั้ยคะ"
ฉัตรชนกหน้าซึมลงเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำให้เป็นปกติ "ครับ"
"ฉันขอโทษนะคะที่เข้ามาทำงานกับคุณเพราะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง"
"ถ้าคุณไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับผม ไม่ได้อยากทำงานกับผมตั้งแต่แรก ถ้างั้นคุณมาทำงานที่นี่ทำไม"
"ฉันสงสัยว่าคุณเกษณีย์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของวรรณิศา ฉันก็เลยจะเข้ามาสืบเรื่องนี้"
ฉัตรชนกสนใจเรื่องของวรรณิศา
"แล้วคุณสืบได้ความอะไรบ้างหรือเปล่า"
"ฉันรู้แค่ว่าคุณพัฒนะรู้ความลับอะไรบางอย่างของคุณเกษณีย์ที่เกี่ยวข้องกับการตายของวรรณิศา คุณพัฒนะเคยจะเอาความลับนี้มาขายให้คุณหรือไม่ก็อัคคี แต่คุณเกษณีย์เธอห้ามไว้"
"ความลับอะไร?"

ฉัตรชนกอยากรู้

ฉัตรชบานั่งทำงานอยู่ในห้อง จิดาภาเดินเข้ามาหา

"ต่อไปฉันจะไม่มาทำงานที่นี่แล้วนะคะ"
ฉัตรชบาใจหายเหมือนกัน แต่ไม่ว่าอะไร เพราะเคารพการตัดสินใจของจิดาภา
"แต่ก่อนที่จะไป ฉันมีเรื่องนึงอยากบอกคุณค่ะ"
"เรื่องอะไรเหรอคะ"
"เรื่องของฉันกับอัคคีค่ะ"
ฉัตรชบาชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ
"ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณกับเค้าเป็นแฟนกัน"
"เคยเป็นค่ะ"
ฉัตรชบาอึ้งไปนิดหนึ่ง
"เรื่องระหว่างฉันกับอัคคีมันจบไปนานแล้ว"
"แล้วคุณมาบอกฉันทำไมคะ"
"ฉันคิดว่าคุณควรจะรู้นะคะ และควรจะรู้ไว้ด้วยว่า ตอนนี้อัคคีไม่ได้รักฉันแล้ว เค้ารักใคร คุณเองก็น่าจะรู้ดีนะคะ"
"เค้าจะรักใครฉันก็ไม่สนใจหรอกค่ะ"
ฉัตรชบาทำเป็นไม่สนใจ แต่ลึกๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าอัคคีมีใจให้ตน

ต่อมา จิดาภายกกล่องของเดินออกมาจากบริษัทของฉัตรชนก สีหน้าซึมๆ เล็กน้อย ประมาณว่าไม่อยากออก
ฉัตรชนกแอบมองส่งอยู่มุมหนึ่ง สีหน้าเหมือนไม่อยากให้จิดาภาไปเช่นกัน

ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล อัคคีนอนฟังคลิปเสียงของเกษณีย์ที่แอบอัดไว้วนไปวนมาอยู่หลายรอบ

อัคคีอึ้งไป
"ฉัตรชบาเป็นคนบอกให้คุณใส่ร้ายผมเหรอ"
"ใช่ ฉัตรชบาเกลียดคุณมาก เค้าอยากให้คุณติดคุก จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเค้าอีก แล้วอีกอย่าง ฉัตรชบาก็กำลังจะแต่งงานกับศรุต เค้าก็คงไม่อยากให้คุณไปรื้อฟื้นเรื่องบนเกาะให้ว่าที่สามีเค้าไม่สบายใจ"

อัคคีมีสีหน้าเสียใจอยู่ลึกๆ ที่ฉัตรชบาคิดจะใส่ร้ายตน และก็กำลังจะแต่งงานกับศรุตด้วย
อดุลย์บอก
"เดี๋ยวฉันเอาคลิปเสียงนี่ไปให้ตำรวจเอง แกจะได้พ้นข้อกล่าวหาว่าทำร้ายคุณฉกาจซะที"
"อย่าเพิ่งเลย"
"แกจะรออะไร อยากติดคุกหัวโตหรือไง"
"ใครจะอยากติดคุกวะ"
"ถ้างั้นทำไมแกไม่ยอมส่งหลักฐานให้ตำรวจ หรือว่าแกเป็นห่วงคุณฉัตรชบา เพราะถ้าเรื่องที่คุณเกษณีย์พูดเป็นความจริง คุณฉัตรชบาก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ"
อัคคีได้แต่นิ่งเงียบสีหน้าครุ่นคิด ยังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี

ต่อมา ตอนเย็น ฉัตรชบาโวยใส่เกษณีย์ที่โถงบ้าน
"ทำไมพี่เกษถึงได้บอกนายอัคคีว่าชบาเป็นคนสั่งให้พี่เกษใส่ร้ายเค้า ทั้งที่ความจริง พี่เกษเป็นคนบอกชบาเองว่า พี่เกษเห็นเค้าผลักคุณพ่อตกบันได"
เกษณีย์ตกใจ
"น้องชบารู้ได้ยังไง"
"อัคคีอัดคลิปเสียงที่เค้าคุยกับพี่เกษเอาไว้ แล้วก็เอามาเปิดให้ชบาฟัง"
เกษณีย์หน้าเสีย ไม่คิดว่าอัคคีจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้
"พี่เกษรู้มั้ยว่าเค้าโกรธชบามาก เค้าเกือบจะฆ่าชบาแล้ว"
"อัคคีเป็นห่วงน้องชบาจะตาย เค้าไม่ทำร้ายน้องชบาหรอก ดูอย่างเมื่อคืนนี้สิ เค้ายังปกป้องน้องชบาจนตัวเองเกือบตายไม่ใช่เหรอ พี่ว่าแทนที่น้องชบาจะมาโวยวายใส่พี่ น่าจะเอาเวลาไปดูแลอัคคีดีกว่านะ"
"เรื่องอะไรชบาจะต้องไปดูแลเค้า แฟนเค้าก็มีก็ให้ดูแลกันเองสิ"
ฉัตรชบาตอบเสียงสะบัด ปั้นหน้าทำเป็นไม่สนใจอัคคี แต่ลึกๆ ในใจก็เป็นห่วง อยากไปดูอาการอยู่เหมือนกัน

ในห้องพักฟื้น จิดาภาเลื่อนถาดอาหารเย็นมาให้อัคคี แล้วประคองอัคคีให้ลุกขึ้นนั่งกินข้าว
"คุณฉัตรชบาไม่มาเยี่ยมคุณเลยเหรอคะ"
"เค้าเกลียดผมจะตาย จะมาเยี่ยมผมทำไม"
จิดาภาแกล้งถามลองใจ
"แล้วคุณล่ะคะ เกลียดคุณฉัตรชบาจริงหรือเปล่า"
อัคคีชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบเสียงแข็ง ซึ่งเป็นคำตอบที่ตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง
"เกลียดสิ เกลียดมากด้วย"
จิดาภาถอนใจเบาๆ
"ฉันว่าคุณเลิกอาฆาตแค้นคุณฉัตรชบากับคุณฉัตรชนกซะทีเถอะ มาถึงตอนนี้แล้ว ฉันคิดว่าคุณอาจจะกำลังแก้แค้นผิดคนอยู่ก็ได้นะคะ"
"ไม่ว่าจะยังไง ไอ้ฉัตรชนกมันก็มีส่วนที่ทำให้ศาตายเหมือนกัน ถ้ามันไม่ทิ้งศาไปแต่งงานกับคนอื่น"
"ฉันว่าคุณน่าจะตามหาคุณพัฒนะให้เจอนะ แล้วถามเค้าว่าเรื่องการตายของวรรณิศาตกลงมันเป็นฝีมือใครกันแน่"
"ทำไมคุณถึงคิดว่าพัฒนะจะรู้"
จิดาภาย้อนคิด

พัฒนะกับเกษณีย์คุยกันสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ในห้อง
"ถ้าจะมาพูดเรื่องเงิน ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่มีให้"
"ถ้าอย่างนั้นความลับที่ผมมีอยู่ ก็น่าจะแลกกับเงินก้อนโตจากคุณฉัตรชนก หรือไม่ก็คุณอัคคีได้แน่ๆ"
จิดาภามีสีหน้าสงสัย พูดเบาๆ
"คุณเกษณีย์มีความลับอะไร? แล้วเกี่ยวอะไรกับอัคคีด้วย"
พัฒนะจะเดินออกจากห้อง จิดาภาที่หลบอยู่หน้าประตูตกใจ เตรียมจะหาที่หลบ แต่เกษณีย์เข้ามาขวางพัฒนะไว้ก่อน จิดาภาแอบฟังต่อไป
"คุณจะทำอะไร"
"ก็จะเอาความลับของคุณไปขายให้คนที่ต้องการน่ะสิ"
"คุณคิดจะแบล็คเมล์ฉันเหรอ"
"ช่วยไม่ได้ คุณอยากพลาด พูดความลับของคุณให้ผมรู้เอง"
"แต่เรื่องนั้นคุณก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน"
"คุณก็รู้ว่าความผิดของผมมันเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความผิดของคุณ"
เกษณีย์เถียงไม่ออก เพราะจริงอย่างที่พัฒนะพูด

"ฉันคิดว่าความลับของคุณเกษณีย์จะต้องเกี่ยวกับการตายของศาแน่ๆ" จิดาภาบอก
"แล้วทำไมคุณเพิ่งมาบอกผมตอนนี้"
"ที่ผ่านมาคุณเคยยอมฟังฉันที่ไหนล่ะคะ แล้วอีกอย่าง ฉันก็กลัวคุณจะใจร้อน บุกไปอาละวาดกับคุณเกษณีย์จนทำให้เสียเรื่อง ฉันก็เลยคิดว่าจะสืบเอง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย"
"ที่ผ่านมาผมไม่เคยสงสัยเกษณีย์เลย"
"ก็เพราะคุณเอาแต่อาฆาตแค้นจนขาดสติ ไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย ฉันพูดอะไรคุณก็ไม่เคยฟัง"
อัคคีชะงักไป เพิ่งรู้สึกตัวว่าที่ผ่านมาตนเป็นแบบที่จิดาภาว่าจริงๆ
"ต่อไปผมจะใจเย็นลง แล้วก็มีเหตุผลให้มากขึ้นก็แล้วกัน"
"พูดแล้วก็ต้องทำให้ได้ด้วยนะคะ"

อัคคียิ้มรับ ตั้งใจจะทำให้ได้อย่างที่พูดจริงๆ

อ่านต่อตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...