xs
xsm
sm
md
lg

ระบำไฟ ตอนที่ 16

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ระบำไฟ ตอนที่ 16

ตรีประดับลงมาออกกำลังที่ฟิตเนสคอนโด กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งสายพาน ครุ่นคิดถึงคำพูดของเทศราชที่เตือนสติและพยายามไกล่เกลี่ยแทนพยสอย่างหวังดี

“ไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอกนะตรี จริงอยู่ความผิดของไอ้เทศมันรุนแรง แต่ฆาตกรฆ่าคนก็ใช่ว่าจะต้องถูกประหารชีวิตหมดทุกคนเมื่อไร มันอยู่ที่เจตนา บางครั้งคนเราก็ทำผิดเพราะสิ่งแวดล้อมบังคับ ทำผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ฆ่าคนคือคนชั่วคนเลว”
เทศราชยังคำอีกว่า “เราอยากให้ตรีมองหลายๆ แง่ ไม่ใช่คิดอยู่อย่างเดียวว่าไอ้เทศมันทรยศ ตรีเลยให้อภัยไม่ได้ เราเองรู้จักมันมานานพอกับตรี รู้ว่ามันไม่ใช่คนดีพร้อมทุกด้าน แต่สิ่งนึงที่เราไม่เคยสงสัยเลยคือความรักที่มันมีให้ตรี เราเชื่อว่ามันคือรักแท้”
สิงคารพักอยู่ที่คอนโดแห่งนี้เหมือนกัน เขาเดินเข้ามาหยุดข้างๆ เครื่องลู่วิ่งข้างๆ เห็นตรีประดับก็ชะงักมองอย่างสนใจ ส่วนตรีประดับไม่ได้สนใจใคร
ระหว่างนี้ ผ้าเช็ดหน้าที่พาดอยู่บนราวสายพานร่วงตกพื้น ตรีประดับเหลือบมองแล้วรีบก้าวลงจากเครื่องไปเก็บ แล้วจะกลับมาวิ่งต่อ สิงคารมองอยู่เอ่ยขึ้นว่า
“คุณไม่ควรก้าวลงไปตอนเครื่องทำงานอยู่นะครับ เดี๋ยวจะหกล้ม”
ตรีประดับหันไปชะงักนิดนึง จำสิงคารได้น่าจะเป็นดาราเก่าหรือผู้กำกับละครที่ออกโทรทัศน์บ่อยๆ
“อ๋อ ขอบคุณค่ะ”
สิงคารยิ้มให้ ตรีประดับหันกลับไปวิ่งต่อ สิงคารพยายามชวนคุย
“ที่จริงคุณไม่ต้องวิ่งเร็วมากนักก็ได้ครับ ลดความเร็วลงเป็นเดิน แต่ปรับความชันให้สูงขึ้นก็เบิร์นได้เหมือนกัน”
ตรีประดับยิ้มให้ รู้ว่าสิงคารชวนคุย
“ขอบคุณนะคะ”
ตรีประดับเดินบนลู่วิ่งต่อโดยไม่สนใจ สิงคารเหล่อมองชวนคุยต่อ พยายามทำความรู้จัก
“ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย คุณเพิ่งมาอยู่ที่นี่เหรอครับ”
“ค่ะ”
“งั้นยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ...”
ตรีประดับตอบตามมารยาท “ตรีประดับค่ะ”
สิงคารพยายามจะชวนคุยต่อ จังหวะนั้นเองโทรศัพท์มือถือตรีประดับมีสายโทร.มา ตรีประดับมองเฉยโดยไม่สนใจ สิงคารแปลกใจที่ตรีประดับไม่ได้รับสาย แต่ไม่ได้สังเกตชื่อพยส ชวนคุยอีก
“จะไม่รับสายเหรอครับ”
“เอ่อ ขอโทษนะคะที่เสียงดังรบกวน ขอตัวก่อนนะคะ”
ตรีประดับทำเป็นยิ้มให้ แต่ก็หยุดเดิน แล้วหยิบโทรศัพท์ออกไปเลย
สิงคารทวนชื่อ มองตามอย่างสนใจ
“ตรีประดับ”

ตรีประดับเข้ามาในล็อกเกอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สายจากพยสเงียบไปแล้ว แต่มีข้อความไลน์เข้ามา จึงกดอ่าน
“ตรีครับ กลับมาบ้านเราเถอะนะ ผมยังรอตรีเสมอ”
พยสส่งรูปภาพบ้านในมุมเหงาๆ ต่างๆ มาให้ตรีประดับดู ห้องรับแขกว่างๆ โต๊ะทำงาน สระว่ายน้ำ แต่ไม่ส่งรูปห้องนอน เพราะกลัวตอกย้ำความรู้สึก ตรีประดับมองดูรูป คิดถึงบ้านเหมือนกัน ความรักที่มีต่อพยสอยู่ทำให้เริ่มใจอ่อนลง

อีกฟากหนึ่ง พยางค์นั่งอยู่ในห้องทำงานบนสำนักพิมพ์ คุยกับใครคนหนึ่งอยู่ จู่ๆ เทศราชพรวดเข้ามา
“อา ผมจะมาคุยกับอาเรื่องสารคดีที่ตรีกำลังแปลอยู่ อาช่วยเลื่อนเดทไลน์หน่อยไหมครับ ตอนนี้ตรีเขากำลังวุ่นวาย”
พยางค์ทำหน้าลำบากใจ พยักพเยิดไปยังที่นั่งตรงข้ามเหมือนจะบอกว่ามีแขก แต่เทศราชไม่เอะใจ
“แสดงว่าอายอมนะ งั้นผมจะได้ไปบอกตรีนะครับ”
เทศราชจะไป แต่แล้วภิรตีลุกขึ้นหันขวับมา
“ทำไมแกจะต้องวุ่นวายจัดการนั่นนี่ให้เขาด้วย เรื่องงานทำไมไม่ให้มาคุยเอง”
“พี่ภิ”
“ดีนะที่ฉันเฉลียวใจมาสืบเรื่องแกกับผู้หญิงคนนั้นจนได้รู้ว่าเขาก็ทำงานที่นี่ มิน่าล่ะถึงได้ลากกันไปที่คอนโดได้”
เทศราชอ่อนใจ “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่”
“ไม่ต้องมาแก้ตัว อาพยางค์เล่าให้ฉันฟังหมดแล้วว่าเรื่องเป็นยังไงมายังไง”

ตรีประดับมาถึงตรงหน้าห้องทำงานพยางค์ ได้ยินเสียงภิรตีพอดี ก็หยุดไม่กล้าเข้าไป
“แกไปก้อร่อก้อติกอยู่กับเขาตั้งนาน จนเขาแต่งงานแกก็ยังไม่เลิกอีก แล้วที่เขาทะเลาะกับผัวจนบ้านแตกเนี่ย แกเป็นต้นเหตุหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ไม่เกี่ยวเลยพี่”
“แต่เวลาเขาฟ้องหย่ากัน แน่ใจเหรอว่าแกจะไม่ติดร่างแห”
“ไปกันใหญ่แล้วพี่ ตรีกับสามีเค้าไม่ได้จะเลิกกันซะหน่อย”
งั้นแกก็ยิ่งต้องเลิกยุ่งกับเมียชาวบ้านเค้าเลย ก่อนที่พวกซุบซิบจะเอาไปพูดกันว่าแกเป็นชายชู้กับคนในบริษัทตัวเอง”
เทศราชโกรธ เสียงดังใส่พี่สาว “พอได้แล้วพี่ภิ ผมจะไม่อยากฟังอะไรแบบนี้”
ตรีประดับสะอึก มองเห็นเลขาทำหน้าเจื่อนใส่ ก็ยิ่งอาย หันหลังจะออกไป เทศราชเปิดประตูออกมาพอดี
“ตรี”
ตรีประดับยิ่งไม่กล้าสู้หน้ารีบเดินหนี เทศราชวิ่งตามไปทันที
ภิรตีโกรธจนตัวสั่น “นายเทศ”

ตรีประดับเดินเกือบจะวิ่งออกมา มีเทศราชตามมาติดๆ
“เดี๋ยวก่อนตรี”
ตรีประดับเดินเร็วรี่ไม่ยอมหันหลัง เห็นพยสขับรถชะลอมาจอดเปิดกระจกพอดี
“พยส”
“ตรี”
ตรีประดับอึกอัก แต่เหลือบไปเห็นเทศราชตามมา มีภิรตีตามเทศราชมาอีกที เลยตัดสินใจขึ้นรถพยสไป พยสหน้าบานดีใจสุดๆ เทศราชตกใจกับภาพที่เห็น
“ตรี”

เทศราชคอตกเดินกลับเข้ามาในออฟฟิศ เห็นภิรตีกับพยางค์ยืนจ้องอยู่ เทศราชตำหนิพี่สาว
“ตรีคงเสียใจมากที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากพี่”
“ฉันไม่ได้ต่อว่าอะไรเขา ที่ฉันพูดก็คือด่าแกคนเดียว เพราะแกทำตัวไม่ถูกที่ไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ แล้วนั่นน่ะผัวเขาใช่ไหม เขาไปด้วยกันก็แสดงว่าเขายังดีกันอยู่ แล้วแกจะเอาตัวเข้าไปแทรกทำไม”
“ผมไม่ได้เข้าไปแทรก ผมพยายามจะช่วยให้เขาสองคนแก้ปัญหาต่างหาก”
พยางค์เข้าใจหลาน “แต่ที่เห็นเมื่อกี้ ฉันว่าแกก็คงหมดหน้าที่แล้วว่ะไอ้เทศ”
เทศราชพูดไม่ออก ได้แต่ทำฮึดฮัดที่ไม่มีใครเข้าใจ
“ฉันจำได้นะว่าแม่ตรีประดับคนนี้ ทำให้แกอกหักเสียผู้เสียคนมาตั้งแต่สมัยเรียน ผ่านมาเป็นสิบปีแกก็ยังไม่หลุดพ้น ดีล่ะ ต่อไปนี้ฉันจะหาน้องสะใภ้ให้แกเอง”
เทศราชเงียบคร้านจะทะเลาะ เอือมพี่สาวเป็นที่สุด

ตรีประดับนั่งเกร็งอยู่ตรงหน้าพยส ใจอ่อนลงแล้ว แต่ยังทำตัวไม่ถูกหลบตาวูบวาบ
“ผมเห็นจากปฏิทินบนโต๊ะทำงานตรีว่าวันนี้ต้องมาคุยงาน ก็เลยตามมาดักเจอ นึกแล้วว่าตรีต้องมาไม่ผิดนัดแน่ๆ”
“ยสมีธุระอะไรเหรอคะ”
“ผมแค่อยากเจอตรี เราไม่ได้เจอหน้ากันเป็นเดือนกว่าแล้วนะ” พยสหยุดพูด มองจ้องหน้า “ตรีไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ”
ตรีประดับไม่ตอบ ลึกๆ ก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะให้โอกาสามีดีไหม พยสยิ้มบางๆ ไม่เร่งเร้า
“ผมสั่งอาหารให้นะ ผมจำได้ว่ามาร้านนี้ตรีชอบทานอะไร”
พยสหยิบเมนูมาเปิด เรียกพนักงานมาสั่ง ตรีประดับมองท่าทีสบายๆ ของพยสแล้วรู้สึกดีขึ้น แต่ก็นึกเป็นห่วงเทศราชขึ้นมา

อีกฟาก เทศราชเดินมาที่โต๊ะทำงาน รีบโทรศัพท์หาตรีประดับ
“รับสิตรี”
เทศราชกังวลใจ เกรงว่าตรีประดับจะโกรธตน

ขณะที่ตรีประดับเดินเข้ามาในคอนโดพร้อมกับพยส มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเทศราชโทร.เข้า แต่ตรีประดับยังไม่รับ รับพยสรีบพูดทำดี
“ที่จริงผมรู้แล้วว่าตรีอยู่ที่นี่ แต่ผมตั้งใจว่าถ้าตรีไม่อนุญาต ผมก็จะไม่มา”
“เทศคงจะบอกคุณ”
พยสพยักหน้า
“มันมาหาผมที่บ้านเราก็ได้เปิดอกคุยกัน ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น” ตรีประดับนิ่งฟัง “ผมโง่เองที่คิดระแวงมันไปสารพัด ทั้งที่มันมีแต่ความหวังดีให้เราสองคน ที่ผ่านมาผมใจแคบที่คิดว่าตรีต้องเป็นของผมคนเดียว ลืมไปว่าตรีเองก็ต้องการเพื่อน โดยเฉพาะเวลาที่กำลังทุกข์ และไอ้เทศก็เป็นคนเดียวที่รู้จักเราสองคนทุกแง่มุม ถ้าจะมีใครทำให้เรากลับมาเข้าใจกันได้ ก็ต้องเป็นมัน”
ตรีประดับเริ่มเห็นพยสจะหวังมากไป รีบขัด
“ยสคะ ตรียัง...”
“ผมไม่ได้จะเร่งรัดตรีหรอก ตรีใช้เวลาให้เต็มที่เถอะ ผมจะรอ”
พยสสยิ้มอ่อนโยนให้หวังทำคะแนนเต็มที่ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไป โดยไม่ทันเห็นว่าสิงคารมองทั้งจ้องอยู่
“นั่นคุณพยสนี่ ทำไมอยู่กับคุณตรี หรือว่า...”
สิงคารเอะใจ หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาชินานาง
“ขอถามเรื่องคุณพยสหน่อยสิคุณนาง”

เด็กร้านข้าวตามสั่งขึ้นมาเก็บจานอาหาร พัดชายื่นเงินให้
“พี่ฝากไปซื้อของที่ร้านขายยาอีกทีนะ เอาแบบเมื่อวาน”
“อ้าว หนูซื้อมาผิดเหรอคะ” เด็กงง
“เปล่า แต่พี่อยากได้ยี่ห้ออื่น มีกี่ยี่ห้อเอามาให้หมดเลยนะ”
พัดชาสั่งเด็กยิ้มๆ

ฝ่ายตรีประดับนั่งเหม่อซึมอยู่กลางห้อง สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เมื่อเดินไปเปิด เห็นเป็นเทศราช
“ทำไมตรีไม่รับโทรศัพท์เราเลย”
“ตรีปิดเสียงไว้น่ะ”
ตรีประดับอึกอักเลี่ยงเดินหนีไป เทศราชมองตามอย่างหนักใจ เทศราชอยากถามเรื่องพยส แต่อยากเคลียร์เรื่องพี่สาวตัวเองก่อน
“ตรีกลับมานานรึยัง”
ตรีประดับพยักหน้า
“เรา...ขอโทษตรีเรื่องพี่ภิด้วยนะ คือ...”
ตรีประดับสวนทันควัน
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกเทศ ตรีเข้าใจทุกอย่าง พี่สาวเทศพูดถูกแล้ว เราสองคนไม่ควรจะใกล้ชิดกันมากเกินไป เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด”
“แต่เราบริสุทธิ์ใจ ทำไมต้องแคร์”
“เราไม่ได้อยู่กันตัวคนเดียวบนโลกนะเทศ เทศมีพ่อแม่พี่น้องที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของพวกเขา เราเอง...ก็มีครอบครัว มีพยส”
เทศราชแปลกใจที่ได้ยินชื่อพยส
“เราจะกลับไปอยู่กับพยสเหมือนเดิม เทศพูดถูกแล้วล่ะ เราไม่ควรเอาความผิดแค่ครั้งเดียวมาตัดสินชีวิตคู่ จริงอยู่ว่ามันทำให้เกิดรอยแผล แต่เราจะพยายามกลับไปรักษาแผลนั้นให้หาย”
เทศราชอึ้งนิ่งงันไป หน้าเศร้าลง แม้จะอยากให้ตรีประดับกลับไปหาพยส แต่ก็อดใจหายไม่ได้ พอได้สติ ฝืนยิ้มให้
“เราดีใจด้วยที่ตรียังให้โอกาสยส แล้วตรีจะไปเมื่อไรล่ะ”
“พรุ่งนี้เลย”
ตรีประดับสบสายตากับเทศราชอย่างมาดหมาย ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

พยสกำลังจัดบ้าน เปลี่ยนที่นอน หมอน ผ้าปูใหม่หมด คล้ายจะต้องการลบรอยพัดชาออกไปให้หมด เสียงข้อความดังขึ้น พยสละมือไปกดดู เห็นตรีประดับส่งไลน์มา
“พรุ่งนี้ตรีจะกลับบ้านค่ะยส”
พยสอ่านข้อความด้วยความตื่นเต้น รีบกลับมาจัดเตียงต่อด้วยความกระตือรือร้น อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงไวๆ
ขณะเดียวกัน พัดชายืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เดินไปเปิดให้ เป็นเด็กซื้อของที่สั่งมาให้ พัดชารับมา ให้ค่าจ้างเด็ก แล้วปิดประตูลง
ด้านเทศราชคอตกกลับมาถึงคอนโด ทรุดตัวลงนั่งโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง กวาดตามองไปรอบๆ ทุกที่มีร่องรอยตรีประดับอยู่เต็มไปหมด ตรีประดับเดินไปมา ทำโน่นนี่ในคอนโดวันก่อน ที่โต๊ะอาหารทั้งคู่กินอาหารญี่ปุ่นคุยกันกระหนุงกระหนิง เผลอกอดกันในห้องนอน
เทศราชหลับตาลง ลืมตาขึ้นอีกที เห็นแต่ความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงตรีประดับที่ยังพูดก้องอยู่ในหัว
“เราจะกลับไปอยู่กับพยสเหมือนเดิม เทศพูดถูกแล้วล่ะ เราไม่ควรเอาความผิดแค่ครั้งเดียวมาตัดสินชีวิตคู่ จริงอยู่ว่ามันทำให้เกิดรอยแผล แต่เราจะพยายามกลับไปรักษาแผลนั้นให้หาย”
เทศราชเศร้าใจเหลือเกิน ล้มลงนอนแผ่หลาไปบนโซฟา
“แกต้องการให้มันจบอย่างนี้ไม่ใช่เหรอวะไอ้เทศ งั้นแกก็ต้องทำใจให้ได้”

เช้าวันใหม่ พยสตื่นมาแต่เช้าสวมผ้ากันเปื้อน ลงมือทำอาหารเช้าง่ายๆ เตรียมไว้รอท่าจนมีเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น พยสชะงัก รีบจัดโต๊ะอาหารให้สวยงาม แล้ววิ่งไปเปิดประตู แต่แล้วก็ชะงักค้าง
ตรีประดับขับรถเข้ามาจอดในรั้วบ้าน ก้าวลงมา มองตัวบ้านเต็มๆ ตาเหมือนเรียกพลังให้กับตัวเอง ก่อนจะหยิบกระเป๋าลงจากรถ เดินมาเปิดประตูเข้าไปพร้อมเอ่ยทัก
“ยสคะ”
พอประตูเปิดออก ภาพที่เห็นตรงหน้าตรีประดับถึงกับช็อก เพราะเห็นพัดชานั่งอยู่กับพยส
พัดชาหันมามองตรีประดับอย่างเป็นผู้ชนะ แล้วยิ้มเย้ยหยันนิดๆ ทักทาย
“สวัสดีค่ะพี่ตรี”
ตรีประดับตัวชา ทำอะไรไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าพัดชาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เหลือบไปมองพยสก็เห็นพยสทำหน้าซีดอยู่ข้างหลังแบบทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

เทศราชขับรถเข้ามาจอดอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน มองไปที่ตัวบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์ คิดว่าทั้งสองคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว

ตรีประดับยืนอยู่กลางบ้าน มองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ พยสรีบเข้ามาหาจับมือ
“ตรี อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมไม่รู้ว่าเขาจะมา” พยสมองพัดชาอย่างไม่พอใจ
“พัดไม่ทราบว่าคุณพยสกับพี่ตรีนัดกันไว้ก่อน ไม่งั้นก็คงจะไม่มาขัดจังหวะ”
ตรีประดับถามเสียงเยือกเย็น “เธอมีธุระอะไร”
พัดชายิ้มหวานให้พยส
“พัดเอาข่าวดีมาบอกคุณพยสค่ะ”
ตรีประดับได้ยินแค่นั้นก็ขนลุกซู่ ลางสังหรณ์แล่นเข้าสู่หัวใจเป็นริ้วๆ
ที่แท้พัดชารับเครื่องตรวจครรภ์จากเด็ก นั่งตรวจและลุ้นผลอยู่ในห้องน้ำ และได้แกะลองเทสต์หลายยี่ห้อเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อรู้ว่าท้องแน่
พัดชาเปิดกระเป๋าหยิบซองกระดาษสีขาว ส่งให้
“พัดไม่ค่อยสบาย เมื่อเช้าก็เลยไปเช็คร่ายกายที่โรงพยาบาล คุณหมอยืนยันว่าพัดท้องค่ะ”
ตรีประดับอึ้งมองซองกระดาษที่พัดชายื่นมาให้ สีหน้าพัดชายังยิ้มอยู่
“ตรีไม่ต้องอ่าน” พยสกระชากไป
“ไม่อยากให้พี่ตรีดีใจกับพวกเราเหรอคะคุณพยส”
“ดีใจงั้นเหรอ ลูกฉันหรือเปล่าฉันยังไม่รู้เลย” พยสโพล่งขึ้น
“คุณพยส ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะคะ พัดไม่เคยมั่วกับใคร พัดมีแต่คุณคนเดียว”
ขณะที่พัดชากับพยสโต้เถียงกัน ตรีประดับยืนนิ่งเป็นหินไปแล้ว เหมือนถูกความจริงตบหน้าไม่หยุด น้ำตาค่อยๆ ซึมออกมาจนท่วมท้นสองตา
“คุณหมอบอกว่าพัดท้องได้เดือนกว่าๆ แล้ว ก็เท่ากับช่วงเวลาที่พัดอยู่กับคุณพอดี คุณพยสไม่ได้ยุ่งกับพัดแค่ครั้งเดียวนะคะ”
สิ้นคำพูดนั้น ตรีประดับน้ำตาร่วงพรู เหมือนรู้ความจริงเพิ่มขึ้นอีกข้อ พยสอึ้งหนัก อยากจะบีบคอพัดชาให้ตายคามือ พัดชาหันไปอ้อนตรีประดับหน้าใสซื่อ
“พี่ตรีคะ พี่ตรีจะด่าประณามพัดว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายก็ได้ แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญเท่ากับที่ลูกพัดต้องมีพ่อ พี่ตรีให้ความเป็นธรรมกับพัดด้วยนะคะ”
“อย่ายุ่งกับตรี”
พยสกระชากแขนพัดชาออกไปเต็มแรง พัดชาร้องโอดโอยเรียกร้องความสนใจ ตรีประดับรีบห้าม
“ยส”
“ผู้หญิงคนนี้พยายามทำลายครอบครัวเรา ตรีอย่าไปฟัง” พยสผลักพัดชาออกไป “เธอออกไปซะ คิดออกว่าอยากได้เงินเท่าไรก็ติดต่อมา แล้วก็จบกันแค่นี้”
“พัดไม่ได้ต้องการเงิน พัดต้องการพ่อให้ลูกของพัด”
พยสโกรธจัด “ลูกของฉันต้องเกิดจากภรรยาฉันคนเดียว ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เอาเด็กในท้องมาอ้าง”
พัดชาร้องไห้โฮ โวยวายขึ้น
“พัดด้อยกว่าพี่ตรีตรงไหน พัดก็เป็นคนเหมือนกันนะคะ คนที่คุณลากขึ้นเตียงในวันที่พี่ตรีไม่อยู่ แล้วทำไมพัดถึงไม่มีสิทธิ์”
“ก็เพราะ...”
พยสไม่ทันได้ด่าจบ ตรีประดับสวนขึ้นว่า “พัดชาพูดถูกแล้ว เขามีสิทธิ์ทุกอย่างนะคะยส”
พยสอึ้ง มองตรีประดับที่น้ำตานองหน้า
“ถ้าคุณมีอะไรกับเขาจริง คุณก็ต้องรับผิดชอบ อย่าทำให้ฉันผิดหวังในตัวคุณมากไปกว่านี้เลย”
“ตรี แต่เด็กคนนั้นอาจจะไม่ใช่ลูกของผมก็ได้”
“เขาคือลูกคุณค่ะ แล้วคุณจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้”
ตรีประดับเหลือบมองพัดชาที่ก้มหน้าร้องไห้ แล้วตัดสินใจถอดแหวนออกจากนิ้ว
“เรื่องที่เราจะกลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิม มันคงไม่เป็นไปไม่ได้อีกแล้วค่ะยส”
พยสใจหล่นวูบ “ไม่นะตรี”
“ตอนนี้คุณมีครอบครัวใหม่ที่ต้องดูแลแล้ว”
ตรีประดับยัดแหวนใส่มือพยส แต่พยสไม่ยอมรับเอามา
“ไม่ ผมไม่รับ”
ตรีประดับยัดแหวนใส่มือทั้งน้ำตา
“คุณต้องการลูกมาตลอด และตอนนี้เขาก็ให้คุณได้แล้ว คุณจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ซักที”
พยสดึงรั้งตรีประดับมากอดไว้ “แต่ผมต้องการคุณ”
ตรีประดับดิ้นผลักออก พยสกอดแน่นแรง ตรีประดับก็สะบัดแรงจนหลุด แล้วค่อยถอยออกมา
“ตรี ไม่นะ อย่าไปนะ”
ตรีประดับปาดน้ำตา คว้ากระเป๋าแล้วลากออกไป พยสรีบตามพัดชาโผเข้ากอดไว้
“คุณพยส”
“ปล่อยฉัน”
พยสสะบัดจนพัดชากระเด็นไป แล้วจะวิ่งตาม พัดชาร้องกรี๊ดออกมาแล้วเอามือกุมท้อง
“อ๊าย...”
พยสกับตรีประดับหันมามองอย่างตกใจ เห็นพัดชาตัวงอเป็นกุ้ง
พยสละล้าละลัง ทำอะไรไม่ถูก ตรีประดับฉวยโอกาสนั้นวิ่งไปขึ้นรถ

เทศราชยังเปิดหน้าต่างรอดูอยู่ในรถ ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดก็ตกใจ รีบลงรถ กำลังจะวิ่งไปกดออด ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น จังหวะนั้นเอง ประตูรั้วเลื่อนเปิดออก รถของตรีประดับพุ่งพรวดออกมา
เทศราชเห็นตรีประดับน้ำตาเต็มตา ขณะที่ขับรถออกไปเร็วปานจะบิน
“ตรี”
เทศราชตั้งหลักได้รีบวิ่งไปขึ้นรถตัวเองขับตามไป ห่วงตรีประดับจับใจ

ตรีประดับจอดรถที่ลานหญ้าแห่งนี้ ยืนเหม่อออกไปยังทุ่งหญ้ากว้าง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เทศราชขับรถตามเข้ามาแล้วค่อยชะลอจอด รีบลงมาดู
“ตรี เกิดอะไรขึ้น”
ตรีประดับสะอื้น ค่อยๆ หันกลับมามองเทศราชทั้งน้ำตา
“เทศ...พัดชาท้อง”
ตรีประดับปล่อยโฮทำนบน้ำตาพังทลาย เทศราชไม่ปลอบอะไรอีก ดึงตรีประดับเข้ามากอดไว้แน่น ปล่อยให้เธอสะอื้นไห้อย่างสาสมใจ

ฝ่ายพัดชานั่งเอามือกุมท้องอยู่ที่โซฟา พยสเดินกลับเข้ามา
“สะใจเธอแล้วใช่ไหม เธอทำลายครอบครัวฉันแล้วจริงๆ”
พัดชาตีหน้าเศร้า “พัดไม่ได้คิดจะทำร้ายใครนะคะ พัดคิดถึงแต่เรื่องลูก ถ้าพัดไม่ได้ท้อง พัดก็คงจะไปจากคุณอย่างที่เคยรับปากไว้ แต่นี่เรากำลังจะมีลูกด้วยกันนะคะ คุณพยสไม่สงสารลูกเหรอคะ”
พัดชาคว้ามือพยสมาจับท้องตัวเอง
“ถ้ามันเป็นลูกฉันพอมันคลอดออกมา ฉันก็จะให้มันอยู่ที่นี่กับฉัน แต่เธอต้องไป”
พยสดึงมือออกอย่างไม่แยแส
พัดชาชะงัก “คุณพยส”
“และฉันจะให้ตรีเป็นคนเลี้ยงเด็กคนนี้เอง”
พัดชาแทบช็อก อ้าปากค้าง พยสตอกผาโลงอีกว่า
“ฉันให้เธอได้แค่นี้พัดชา”
พยสปึงปังออกไป พัดชามองตามอย่างเจ็บใจ แต่ไม่มีวันยอมแพ้

ตรีประดับนั่งซึมอยู่ในห้องพักคอนโดใหม่ เทศราชช่วยจัดการข้าวของคืนใส่ตู้ให้แล้วเดินเข้ามาหา
“เราเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว ตรีลงไปแช่ซะหน่อยนะ จะได้ผ่อนคลาย”
ตรีประดับลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ตามแรงดึง ดูไร้ชีวิตจิตใจ เทศราชประครองตรีประดับเข้าห้องน้ำไปทั้งชุด
“ผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้ำแล้ว ตรีอยากได้อะไรอีกบอกเรานะ”
เทศราชปิดประตูรอฟัง แต่ตรีประดับเงียบไป

เทศราชจัดเตียงนอนเสร็จ เห็นตรีประดับเงียบไปก็เป็นห่วง เดินมาเคาะประตูเรียก
“ตรีเป็นยังไงบ้าง ออกมาไหวไหม”
เทศราชเงี่ยหูฟัง แต่ไม่มีเสียงตอบ กลับมีเสียงสะอื้นดังขึ้น
เทศราชเป็นห่วงมาก รีบเปิดประตูเข้าไปดู เห็นตรีประดับนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องเปิดฝักบัวรดตัวเองร้องไห้หมดสภาพ เทศราชรีบปิดน้ำแล้วเอาผ้าเช็ดตัวมาห่มให้
“ตรี...อย่าทำอย่างนี้สิ เดี๋ยวก็เป็นหวัด”
ตรีประดับร้องไห้สะอื้นออกมา เทศราชดึงให้มาซบไหล่แล้วกอดปลอบ
“ร้องออกมาให้หมดเลยตรี อย่าเก็บไว้”
ตรีประดับระเบิดน้ำตาออกมา อย่างหนักหน่วงรุนแรง
“เรากลับไปไม่ได้แล้วเทศ พยสเขากำลังจะมีครอบครัวใหม่แล้ว ตรีทำลายชีวิตเด็กคนนั้นไม่ได้”
“ไม่เป็นไรตรี ไม่เป็นไรนะ ตรีไม่ต้องกลับไปแล้ว ไม่ต้องแล้วตรี...”
เทศราชลูบหลังตรีประดับอย่างอ่อนโยน สงสารเหลือเกิน

เทศราชนั่งเฝ้าตรีประดับที่หลับอยู่บนเตียง เห็นยังมีน้ำตาซึมขอบตาอยู่ เลยช่วยเอาผ้ามาซับให้เบาๆ อย่างระวังเพราะกลัวตรีประดับตื่น แล้วนั่งเฝ้าต่อไม่ให้คลาดสายตา จนกระทั่งโทรศัพท์สั่น มีสายโทร.เข้า

เทศราชเปิดประตูระเบียงออกมารับสาย
“ฮัลโหล...”
ไม่ทันขาดคำเสียงภิรตีก็แว้ดดังลอดออกมา
“แกอยู่ที่ไหนเทศ วันนี้พี่นัดน้องสาวเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน ลืมไปแล้วหรือไง”
“ไม่ลืม แต่ผมไม่ว่าง”
“ทำอะไร อาพยางค์บอกวันนี้แกไม่ได้เข้าออฟฟิศ หรือว่าไปเฝ้าแม่ตรีประดับนั่น แกนี่ยังไงนะเทศ ทำไมถึงได้ดื้อด้าน ฉันอุตส่าห์หาคนดีๆ มาให้รู้จัก ใจคอจะไม่เปิดใจซักนิดหรือไง มัวแต่ดักดานอยู่กับ...”
ภิรติบ่นยาวเป็นชุด เทศราชขี้เกียจฟัง ปิดเครื่องไปเลย แล้วหันกลับไปดูตรีประดับต่อ

เช้าวันใหม่ ตรีประดับค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นเทศราชนอนคว่ำหน้าซบอยู่ข้างๆ เตียง
ตรีประดับมองเทศราชอย่างสงสารที่นอนไม่สบาย เลยไม่อยากกวน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียง แล้วรวบผ้าห่มจะเอาไปคลุมให้ จังหวะนั้นเองเทศราชก็เงยหน้าตื่นขึ้นพอดี ทั้งสองหน้าชิดเกือบจะชนกัน ตรีประดับรีบตัดบท
“เทศนอนต่อเถอะ”
“แล้วตรีจะไปไหน”
เทศราชมองตาม เห็นตรีประดับลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อผ้า
“อาบน้ำแต่งตัว มีธุระอะไรต้องทำเยอะแยะเลย”
เทศราชทำหน้างง ตรีประดับพยายามยิ้ม ทำตัวให้สดชื่น
“เทศไม่ต้องห่วงนะ ตรีโอเคแล้ว วันนี้ตรีจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”
เทศราชแปลกใจเมื่อเห็นตรีประดับดูกระฉับกระเฉงขึ้นผิดตา

พยสลืมตาตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดเข้ามาแยงตา พัดชาที่กำลังเปิดม่านหันมาเห็น
“ลุกเถอะค่ะคุณพยส ใกล้จะแปดโมงแล้ว”
“ฉันขึ้นมาอยู่บนห้องได้ยังไง”
พัดชายิ้มๆ ไม่ตอบ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าชุดทำงานออกมา แล้วเอาราวไทมาให้เลือก
“คุณพยสจะใส่ไทสีอะไรดีคะวันนี้”
พยสทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปกระชากมา
“ฉันจัดการเอง หน้าที้นี่เคยเป็นของตรี เธอไม่ต้องยุ่ง”
“แต่ตอนนี้ไม่มีพี่ตรีแล้ว มีแต่พัดเท่านั้นนะคะที่เป็นเมียคุณ”
“ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเมียฉันนะพัดชา”
“คุณไม่เรียกแม่ของลูกคุณว่าเมีย แล้วคุณจะเรียกว่าอะไรคะ”
พยสโกรธจัดตัวสั่นกับคำว่าแม่ของลูก พัดชาสู้ต่อ
“ยอมรับสิคะ ว่าคุณคือสามีพัด คือพ่อของลูกในท้องที่อยู่ในตัวพัดตอนนี้ เพราะฉะนั้นพัดมีสิทธิ์ในตัวคุณทุกอย่างนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป”
“พัดชา เธอมัน”
พยสคุมแค้นโกรธสุดจะประมาณ แต่ต้องควบคุมตัวเอง โยนเนคไททิ้งแล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำไป พัดชาทำเป็นยิ้มสู้ที่บีบพยสได้

พัดชารินกาแฟใส่แก้วให้พยส พร้อมกับเตรียมอาหารเช้า เห็นพยสลงมาก็ร้องทัก
“คุณพยสคะ”
พยสทำเหมือนไม่ได้ยิน เดินไปใส่รองเท้าแล้วออกจากบ้านไปเลย
“คุณพยส”
พัดชารีบวิ่งตามออกไปเรียก แต่พยสขึ้นรถ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว พัดชาเจ็บใจที่ถูกพยสเมินเหมือนของไม่มีค่า

ตรีประดับมาส่งเทศราชที่หน้าคอนโด
“เราไม่รู้ว่าตรีเข้มแข็งได้แค่ไหน แต่ถ้าเมื่อไรที่มีปัญหา อย่าลืมเรียกเรานะ”
“ขอบใจมากนะที่อยู่เคียงข้างเรา แต่อย่าให้เราต้องรบกวนเทศจนวุ่นวายเลย เดี๋ยวครอบครัวเทศจะไม่สบายใจ เอาเป็นว่าถ้ามีเรื่องให้ช่วยจริงๆ จะโทร.ไปรบกวนนะ”
เทศราชพยักหน้า แล้วขึ้นรถ ขับออกไป
ตรีประดับมองตามจนลับสายตา แล้วเดินกลับเข้ามาในล็อบบี เห็นสิงคารเดินตรงมาหาพอดี
“สวัสดีครับคุณตรีประดับ”
“อ๋อ สวัสดีค่ะ”
“นี่ผมเพิ่งทราบว่านะครับว่าคุณเป็นภรรยาคุณพยส ผมกับคุณพยสเคยรู้จักกันมาครับ”
ตรีประดับหน้าตึงไปเพื่อพูดถึงพยส แต่ก็ตอบรับตามมารยาท
“อ๋อ ค่ะ” ตรีประดับยิ้มสีหน้าเรียบๆ “แต่เรียกว่าเป็นอดีตภรรยาจะดีกว่านะคะ”
สิงคารรู้เรื่องอยู่แล้วจากชินานางเรื่องตรีประดับกับพยสมีปัญหากัน
“ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ มีธุระต้องทำค่ะ”
ตรีประดับยิ้มให้อย่างมีมารยาท แล้วเดินจากไป สิงคารอมยิ้ม
“จังหวะเหมาะเลยเรา”
สิงคารมองตามอย่างมีความหวัง

พยสมองเอกสารที่ถูกยื่นมาตรงหน้า เงยหน้ามองทนายความที่อยู่ตรงหน้า
“นี่อะไร”
“เอกสารการฟ้องหย่าจากคุณตรีประดับครับ”
พยสตกใจ ทนายความรีบบอก
“คุณตรีประดับไม่ได้มีเจตนาจะฟ้องร้องให้เป็นคดีหรอกนะครับ แต่เธอต้องการยื่นเอกสารมายังคุณพยส ให้เซ็นยินยอมเรื่องแบ่งทรัพย์สินกับนัดหมายวันจดทะเบียนให้เรียบร้อย”
พยสหยิบมาเปิดๆ อ่านดู มือสั่นเทาโกรธกรุ่นๆ ฉีกทิ้งทันที
“คุณพยส”
“ผมไม่หย่า”
ทนายความเหวอไปเลย

พัดชามองรูปคู่พยสกับตรีประดับนิ่ง แล้วพัดชาก็เอาใส่ลังหยิบของที่เป็นของตรีประดับค่อยๆใส่ลังลงทีละชิ้น
พยสกลับเข้ามาในบ้าน เห็นพัดชาจัดข้าวของใส่กล่อง พยสตกใจรีบเข้าไปดูเห็นเป็นรูปตรีประดับกับพยส และอะไรที่เป็นข้าวของตรีประดับเอาใส่กล่องหมด พยสตกใจ
“พัดชา” พยสมองเห็นกล่อง “เธอทำอะไร”
พัดชาไม่ตอบ พยสเลยกระชากกล่องมาดู
“นี่มันอะไรกัน”
“พัดจะเก็บของพวกนี้ไปคืนพี่ตรีค่ะ บ้านเราคงไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”
“มันจะมากไปแล้วนะ ใครอนุญาต”
“พัดมีสิทธิ์ที่จะทำในฐานะทีเป็นเมียของคุณไงคะ”
พยสมองหน้าพัดชาอย่างเกรี้ยวกราด ลากออกไปอย่างรุนแรง

ถัดมาพัดชามองเช็คที่พยสยื่นให้งงๆ
“อะไรคะคุณพยส”
“ฉันให้ค่าเลี้ยงดูเธอล้านนึง บวกกับบ้านหลังไหนก็ได้ในกรุงเทพฯ ที่เธออยากได้ ฉันจะซื้อให้”
พัดชาตะลึงตะไล น้ำตาเอ่อ รู้ว่าพยสจะไล่
“เธอสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นได้ตลอดชีวิต หรือจะขายต่อ หลังจากคลอดลูกแล้วก็ตามใจ ฉันจะไม่เรียกร้องคืนจากเธอ แม้ว่าเธอจะพบผู้ชายคนอื่นและเลือกจะใช้ชีวิตคู่กับเขา”
พัดชาเสียงสั่น “นี่มันอะไรกันคะคุณพยส”
“เธออยู่ที่บ้านนี้ไม่ได้ เพราะฉันจะทำทุกอย่างให้ตรีกลับมา”
“คุณพยส แต่พัด...”
“ฉันยืนยันว่าถ้าลูกเป็นของฉัน ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่เราจะข้องเกี่ยวกันในฐานะพ่อและแม่ของเด็กเท่านั้น เพราะภรรยาของฉันจะต้องเป็นตรีประดับ”
พัดชาน้ำตาไหลพราก พยสแอบสงสาร แต่ก็แข็งใจ
“ยอมรับความจริงเถอะพัดชา เรื่องระหว่างเรามันไม่ใช่ความรัก มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่าฉันรู้สึกกับเธอแค่นั้น”
พัดชาทรุดตัวลง หมดแรงยืน พยสเห็นพัดชาไม่รับเช็ค
“ฉันให้เวลาเธอหาบ้าน ถ้าได้แล้วมาฉัน ฉันจะจัดซื้อให้เธอโดยเร็วที่สุด และเธอต้องออกจากบ้านวันนั้น”
พยสพูดจบก็เดินออกไป พัดชาฟุบลงไปกับพื้น กรีดร้องเสียงดังโหยหวนเหมือนสัตว์บาดเจ็บเจียนตาย

ตรีประดับนั่งคุยกับทนายความ เอาเอกสารที่พยสฉีกทิ้งมาให้ดู
“คุณพยสไม่ยอมหย่าครับ”
ตรีประดับถอนใจ แม้จะนึกอยู่แล้ว
“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะคะ”
“ผมสามารถรวบรวมหลักฐานฟ้องหย่าได้ ถ้าคุณพยสมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นจริงอย่างที่คุณตรีประดับเล่าให้ฟัง”
ตรีประดับหนักใจ “ฉันไม่อยากให้เป็นเรื่องเอิกเกริกเลย”
“แต่ถ้าคุณตรีประดับต้องการอิสรภาพ ตอนนี้เห็นจะเป็นทางเลือกเดียว”
ตรีประดับนิ่ง เครียด ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล

เทศราชกระวนกระวายกดโทรศัพท์หาตรีประดับจนไม่เป็นอันทำงาน พยางค์ทำงานอยู่หันมาเห็น ทนไม่ไหวเลยแย่งโทรศัพท์
“นี่ถ้าพี่สาวแกมาเห็น มีหวังฉันโดนถอนหงอกอีก แกจะเป็นบ้าอะไรนักหนา ห่างกับหนูตรีเขาบ้างได้ไหม”
“ก็ผมเป็นห่วงเขา”
“หนูตรีไม่ใช่เด็กสองขวบนะโว้ย เว้นที่ให้เขาได้มีความเป็นส่วนตัวบ้าง ไม่งั้นถ้าเขารำคาญแกขึ้นมาอีกคน อย่าหาว่าไม่เตือน”
เทศราชฉุกคิดเห็นด้วยกับพยางค์ เลยไม่เซ้าซี้โทร.ต่อ
“มาดูงานแกดีกว่า วันนี้นัดกับสายข่าวไปจับไก่ไม่ใช่เหรอ ฉันจะได้ข้อมูลอะไรมั่ง ไหนเล่าให้ฟังซิ”
พยางค์นั่งลงกอดอกรอฟังบังคับกลายๆ เทศราชหันมาเปิดข้อมูลในแฟ้ม หยิบรูปมาพรีเซนต์

คืนเดียวกันนั้นพัดชานอนซมอยู่บนเตียง น้ำตาไหลเป็นทาง นึกถึงคำพูดของพยสที่ยังก้องอยู่ในหู
“เธออยู่ที่บ้านนี้ไม่ได้ เพราะฉันจะทำทุกอย่างให้ตรีกลับมา”
“ฉันยืนยันว่าถ้าลูกเป็นของฉัน ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่เราจะข้องเกี่ยวกันในฐานะพ่อและแม่ของเด็กเท่านั้น ภรรยาของฉันคือตรีประดับ”
“ยอมรับความจริงเถอะพัดชา เรื่องระหว่างเรามันไม่ใช่ความรัก มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่าฉันรู้สึกกับเธอแค่นั้น”
“ฉันให้เวลาเธอหาบ้าน ถ้าได้แล้วมาฉัน ฉันจะจัดซื้อให้เธอโดยเร็วที่สุด และเธอต้องออกจากบ้านวันนั้น”
คำพูดของพยสแต่ละประโยคเหมือนเป็นแส้ที่โบยพัดชาให้เจ็บช้ำไปเรื่อยๆ ยิ่งคิด ก็ยิ่งร้องไห้ ยิ่งเสียใจ
พัดชาปาดน้ำตา สายตาวาวโรจน์ ฮึดสู้ขึ้นมาอีก

วันหนึ่ง ตรีประดับเดินเข้ามาในร้านกาแฟ สีหน้าเคร่งเครียด มองหา
“พี่ตรีคะ”
ตรีประดับหันไปทางเสียงเห็นพัดชานั่งอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน เหมือนรออยู่แล้ว ตรีประดับอึดอัดใจ ยังทำใจให้พบหน้าไม่ได้เท่าไร แน่ก็รับนัดแล้วเลยต้องเดินเข้าไปหานั่งลงตรงหน้าพัดชา
“มีธุระอะไรเหรอพัดชา”
พัดชาทำหน้าสลดยักท่าไม่พูดไม่ชา ตรีประดับอึดอัด บอกอย่างเย็นชา
“พี่ไม่มีเวลามาก”
พัดชาค่อยๆ หยิบเช็คในกระเป๋าเสื้อ ส่งให้ตรีประดับดู
“เมื่อวาน คุณพยสให้เงินก้อนนี้กับพัดค่ะ”
ตรีประดับมองหน้าพัดชาเหมือนจะถามว่าแล้วมาบอกทำไม พัดชาบีบน้ำตาออกมาคลอๆ ก่อนจะบอกเสียงสั่นเครือ
“เป็นค่าจ้างให้พัดเอาเด็กออก”
ตรีประดับตะลึงงัน ไม่คาดคิดมาก่อนว่าพยสจะกล้าทำขนาดนี้

ตรีประดับเดินเหม่อขึ้นบันไดเลื่อนเข้ามาที่ออฟฟิศพยสเหมือนไม่รู้สึกตัว เพราะสมองกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับพัดชาก่อนหน้านี้
ตอนนั้นตรีประดับมองหน้าพัดชาอย่างช็อกๆ ไม่นึกว่าพยสจะกล้าทำขนาดนี้
“คุณพยสเชื่อว่าถ้าไม่มีลูกแล้ว พี่ตรีจะยอมกลับไปอยู่กับเขา”
พัดชาสะอึกสะอื้น เริ่มร้องไห้ พยายามจับมือตรีประดับมากุม
“พัดเริ่มเข้าใจแล้วว่าพี่ตรีเจ็บปวดยังไง ตอนนี้เราสองคนตกที่นั่งเดียวกัน คือถูกทำร้ายจากผู้ชายที่เรารัก”
พัดชาก้มหน้าบีบน้ำตา ตรีประดับดึงมือออก
“เราเหรอ เธอกล้าเปรียบตัวเองเหมือนกับฉันได้ยังไงกัน”
พัดชาชะงักค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา เห็นสายตาตรีประดับที่มองมาไม่เหลือเยื่อใยแห่งความรักความเมตตา มีแต่ความห่างเหิน สมเพช
“จริงละที่ฉันถูกพยสทำร้าย แต่เขาก็ร่วมมือกับเธอไม่ใช่เหรอ ฉันเจ็บในฐานะที่ของผู้ถูกกระทำ แต่ถ้าเธอจะเจ็บตอนนี้ก็เพราะกรรมสนองเธอต่างหาก”
พัดชาหน้าชา ตรีประดับลุกหนี ไม่อยากเสวนาด้วยอีกแล้ว กำลังจะไป พัดชาใช้ไม้ตายสุดท้าย รีบถลาตามไปก้มลงกอดขาตรีประดับอ้อนวอน
“พัดยอมให้พี่ตรีซ้ำเติมทุกอย่าง แต่เห็นแก่ลูกในท้องพัดด้วยเถอะค่ะ”
พัดชาพูดเสียงดังจนทุกคนในร้านหันมามอง
“พัดรู้ว่าพี่ตรีคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิ์ที่จะกลับไปหาคุณพยสทุกเมื่อ แต่ถ้าพี่ตรีไม่เมตตาเราสองคน พัดกับลูกก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง พัดกราบขอความเมตตานะคะพี่ตรี”
พัดชาก้มลงกราบร้องไห้โฮลั่นร้าน ตรีประดับเห็นทุกสายตาในร้านมองมาก็หน้าชา ทำอะไรไม่ถูก

ก่อนหน้าตรีประดับไม่นานนัก อรณากับบุพชาเดินเข้ามาในห้อง พยสมองทั้งสองอย่างรำคาญ
“ยังไม่ถึงสิ้นเดือนเลยนี่ เข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่าครับ”
“พวกฉันไม่ได้มาขอเงินแกนะนายยส”
“เราสองคนเป็นห่วงพี่นะ ถึงได้แวะมาดู แต่ไม่อยากไปที่บ้าน เพราะไม่รู้ว่านังพัดชามันยังอยู่หรือเปล่า”
บุพชามองพยสแล้วยิ้มเยาะ “แต่ฉันว่าคงจะยังไม่ไปไหนล่ะมั้ง สารรูปพี่ชายแกถึงได้โทรมเหมือนคนทำการบ้านคืนละสิบบท”
“พูดน่าเกลียดหน่ะพี่บุพ”
“ฮึ ตอนพูดล่ะก็น่าเกลียด แต่อีตอนทำล่ะก็...”
พยสชักรำคาญ “มันไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอก” พูดอ้อมๆ แอ้มๆ ไม่เต็มปาก “พัดชากำลังท้อง”
อรณากะบุพชาช็อก “อะไรนะ”
บุพชาโกรธ “นี่แกพลาดขนาดนี้เชียวเหรอ”
อรณาโมโห “พี่พยสทำเข้าไปได้ยังไง”
บุพชากับอรณาแว้ดๆ แข่งกันไม่หยุด
จนพยสต้องอุดหู “โว้ย ไม่อยากฟัง”
เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น พยสเอื้อมมือกดฟังเสียงเลขา
“คุณพยสคะ คุณตรีประดับมาขอพบค่ะ”
บุพชากับอรณาหยุดกึกทันที อยากรู้อยากเห็นว่ามาทำไม
พยสยิ้มร่าดีใจ “ให้เข้ามาเลย”

ทันทีตรีประดับเดินเข้ามาพยสรีบเข้าไปรับด้วยความดีใจ ตรีประดับเหลือบมองไปที่โซฟา ไหว้บุพชา ส่วน อรณายกมือไหว้หน้าเจื่อนๆ
“ตรีไม่ทราบว่าคุณมีแขก จะพูดสั้นๆ ก็แล้วกันนะคะ” ตรีประดับเหล่ไปทางสองขาเมาท์ “และจะพูดทีเดียว จะได้ไม่ฟังกันไปผิดๆ”
“มีอะไรเหรอครับ”
ตรีประดับหยิบเช็คที่พัดชาให้มาส่งคืนพยส
“หยุดความคิดที่จะทำร้ายชีวิตบริสุทธิ์ที่อาจจะเป็นลูกของคุณเองเถอะค่ะ เพราะถึงยังไงตรีก็จะไม่กลับไปหาคุณ”
“นี่มันอะไรกัน”
“อย่าบังคับให้พัดชาต้องทำแท้งอีก”
พยสตกใจ “อะไรนะ”
บุพชากับอรณาลุกพรวดไปด้วย ตกใจ
“พัดชาเล่าให้ตรีฟังว่าคุณต้องการให้เขาทำแท้ง เพื่อที่คุณกับฉันจะได้กลับเริ่มต้นใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณดูถูกจิตใจตรีมากนะถ้าคิดว่าตรีจะไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้”
“ผมไม่เคยพูด ผมแค่ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากบ้านของเรา”
“ถ้าคุณสื่อสารผิด ก็ต้องไปแก้ไขเอาเอง แต่ความจริงก็คือไม่ว่าคุณจะทำยังไง เรื่องของเรามันก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ไม่ได้อีก ตรีต้องการหย่า”
“พี่ตรี” อรณาคาดไม่ถึง
ตรีประดับพูดกับพยสต่อ “ถ้าคุณไม่ยอม ตรีก็จะฟ้องหย่า แล้วตรีก็มั่นใจว่าพัดชาพร้อมที่จะเป็นพยานยืนยันว่าคุณนอกใจตรี”
พยสตะลึง บุพชาทนไม่ไหว ปราดเข้ามาช่วย
“เธอจะโทษน้องชายฉันฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะตรีประดับ เธอเองไม่ใช่เหรอที่พาเด็กนั่นเข้ามาอยู่ในบ้าน ทั้งฉันทั้งนายยสก็เคยห้ามปรามแล้ว ตอนนี้พอมันผิดพลาดขึ้นมาจะมาโทษน้องฉันฝ่ายเดียวได้ยังไง”
“ตรีก็รับผิดชอบในส่วนของตรีอยู่แล้วนี่คะ ตรีต้องเจ็บปวดเพราะถูกคนที่ไว้ใจทำร้าย ชีวิตคู่พังพินาศ ไม่เคยพบความสุขอีกเลยซักนาทีเดียวหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น พี่คิดว่าตรียิ้มรับมันได้อย่างนั้นเหรอ”
ตรีประดับสุดทนแผดเสียงใส่ทั้งน้ำตา เล่นเอาอรณากับบุพชาอึ้งไป เถียงไม่ออก
“ตรี แต่ผมยังรักตรีอยู่นะ”
ตรีประดับมองหน้าพยสอย่างขมขื่นใจ
“งั้นก็แสดงออกด้วยการปล่อยตรีเป็นอิสระสิคะ อย่างน้อยตรีอาจจะยังเหลือความรักให้คุณอยู่บ้าง ในฐานะเพื่อนร่วมโลก”
ตรีประดับหันหลังกลับ เดินคอแข็งออกไป

ตรีประดับลงมาจากตึก เดินเร็วรี่ พยสตามลงมาร้องตะโกนลั่นเรียกไว้ ไม่สนใจใครทั้งนั้น
“ตรี รอผมก่อน ผมขอร้อง
ตรีประดับเดินลิ่วๆ ไม่สนใจ พยสวิ่งตามผลักคนนั้นคนนี้ออกให้พ้นทาง
“อย่าทิ้งผมไปอย่างนี้สิตรี ผมรักคุณนะ ผมรักคุณ”
พยสวิ่งจนสะดุดลื่นล้ม ทรุดลงกลางพื้นล็อบบี้หน้าบันไดเลื่อน ท่ามกลางสายตาคนที่มองมา
“ผมรักคุณ”
พยสตามตรีประดับไม่ทัน ได้แต่ตะโกนอย่างไร้ศักดิ์ศรีความอาย

ตรีประดับกลับเข้าห้องพัก ทรุดลงนั่งร้องไห้โฮบนเตียง ความเข้มแข็งที่กลั้นไว้ตลอดวันพังทลายลงหมดสิ้นโทรศัพท์มือถือข้างตัวดังขึ้น ตรีประดับเห็นเทศราชโทร.มาก็รีบหยุดร้องไห้ กดรับ ถามเสียงอู้อี้
“ฮัลโหล เทศ”

อีกฟากเทศราชอยู่หน้าโรงแรมชั้นสองแห่งหนึ่ง เตรียมเข้าไปทำข่าว
“ตรีเป็นยังไงบ้าง หายเงียบไปหลายวันเลย”
ตรีประดับทำน้ำเสียงสดชื่น “ตรีสบายดีจ้ะ พอดีมัวแต่ยุ่งกับงานน่ะ เทศไม่ต้องห่วงนะ”
“ทำไมเสียงอู้อี้จัง”
“เอ่อ ตรีเป็นหวัดน่ะ กำลังจะนอนพักพอดี แล้วค่อยคุยกัน”
ตรีประดับรีบวางสาย นั่งร้องไห้ต่อ เทศราชค้างคาใจเป็นห่วงตรีประดับ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเพื่อนนักข่าวเดินเข้ามาสมทบพอดี
“โรงแรมนี้แน่นอน มีทั้งเด็กชาวเขา เด็กประเทศเพื่อนบ้าน รับรองวันนี้แกได้ล้วงลึกทุกซอกทุกมุมที่อยากรู้แน่ แต่ก่อนอื่นต้องปลอมตัวก่อน งานนี้อย่าให้พลาดนะ”
เทศราชรับคำ เพื่อนนักข่าวยื่นเสื้อผ้าให้เปลี่ยน

เทศราชเปลี่ยนชุดใหม่ในคราบคนต่างชาติ สวมแว่นดำ เดินเข้ามาในโรงแรมพร้อมกับเพื่อน เห็นเจ๊ไก่แม่เล้านั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์
เจ๊ไก่มองทั้งสองอย่างสำรวจตรวจตรา เทศราชกวาดตามองไปมา แล้วทำเป็นถามเพื่อนสำเนียงไม่ชัด
“Is this the place you talked about?”
“เย่ๆ”
เพื่อนบอกแล้วเดินเข้าไปหาเจ๊ไก่ กระซิบกระซาบ เจ๊ไก่เลิกคิ้ว
“สองคนเลยเหรอ”
เจ๊ไก่ข่าวพยักหน้าให้กับเทศราชเป็นเชิงถามย้ำ เทศราชเปิดกระเป๋าโชว์เงินเป็นปึกๆ อีเจ๊ไก่ตาวาว
“อ้ะๆ เดี๋ยวหาให้”
เจ๊ไก่เดินไปเปิดม่านกั้นประตู เทศราชมองเข้าไปเห็นขาของเด็กสาวนั่งอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง เทศราชมองอย่างสนใจแล้วหันมาสบตากับเพื่อนนักข่าว

เจ๊ไก่พาทั้งสองเดินมาถึงห้องพัก เทศราชส่งเงินปึกใหญ่ให้ แล้วรีบเข้าห้องปิดประตูทันที พอเข้ามาในห้องก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่ารออยู่ตรงมุมห้องมองตอบมา แล้วลุกขึ้นเดินมาที่เตียงอย่างเฉยชา
“ใครจะเริ่มก่อน”
เด็กสาวทำท่าจะถอดเสื้อออกประกอบกามกิจ เทศราชรีบจับมือห้ามไว้
“หนู หนูมาอยู่นานเท่าไรแล้ว”
เด็กสาวชะงักมองเทศราชเป็นคำถาม เทศราชถอดแว่นออก แสดงความจริงใจ
“คุณไม่ใช่นักเที่ยวเหรอ”
“เปล่า พวกเราจะมาช่วยหนู ถ้าหนูอยากกลับบ้าน”
เด็กสาวเสียงสั่น ร้องไห้โฮ โผเข้ากอดเทศราชราวกับยึดเขาเป็นที่พึ่ง
“หนูอยากกลับ พี่ช่วยหนูด้วย หนูโดนหลอกมา”
เทศราชกับนักข่าวรีบส่งสัญญาณให้เงียบ เทศราชหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมอัดเสียง
“หนูต้องเล่ารายละเอียดมาให้หมด ว่ามาจากไหนกันบ้าง แล้วมากี่คน ใครพามา”
เด็กสาวพยักหน้า เต็มใจเล่า เทศราชกับนักข่าวตั้งใจฟัง ทั้งอัดเสียงและจดบันทึกประเด็นสำคัญเพื่อซักถาม แต่แล้วมีเสียงทุบประตูห้องเรียกปังๆๆๆ ดังมาจากหน้าห้อง

เด็กสาวนั่งนิ่ง เทศราชกับนักข่าว เหลียวไปดูด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ!

อ่านต่อตอนที่ 17
กำลังโหลดความคิดเห็น...