xs
xsm
sm
md
lg

หมอผี ตอนที่15 "ผีตาโบ๋"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ละครซีรีส์ "หมอผี" ตอนที่ 15 ผีตาโบ๋

บรรยากาศกลางคืนน่าขนลุก ถนนเปลี่ยว รถของอาคมแล่นไปตามทาง

อาคมขับรถ มีเศกนั่งอยู่ด้านข้าง เขานั่งจับกระเป๋าสะพายอย่างกระชับมือ
"ทำไมชั้นต้องมากับนายทุกทีเลย"
อาคมยิ้มแบบกวนๆ
ไเพราะถ้าปล่อยนายมาคนเดียวอาจจะไม่ได้เรื่องนะซิ"
"นี่นาย อย่าดูถูกกันให้มากนักนะ กะอีแค่ผี ชั้นจัดการได้น่า"
เศก หยิบปืนออกมาจากกระเป๋าสะพาย
"เฮ้ย นี่นายพกปืนมาเลยเหรอ"
"บีบีกันหน่ะ"
อาคมหัวเราะเยาะ
"นี่ แต่ไม่ไก่กานะ ลูกกระสุนทำจากปรอท ถึงจะยิงคนแค่เจ็บๆคันๆ แต่ถ้าเป็นผี รับรองได้ตายอีกรอบแน่"
"คร้าบ พ่อนักประดิษฐ์"
"เดี๋ยวไว้ชั้นอารมณ์ดีๆ แล้วชั้นจะทำให้นายสักกระบอก ชอบแบบสั้นหรือแบบยาว ล่ะ"
"ไม่เป็นไรๆ เราจัดการของเราเองดีกว่า"
เศกนั่งลูบกระบอกปืนอย่างภาคภูมิใจ

รถของอาคมแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านร้าง อาคม และเศก เดินลงจากรถ มองไปที่บ้านร้าง บรรยากาศวังเวง
"ที่นี่เหรอ ที่เขาลือกันว่า มีผี" อาคมว่า
"เขาว่ากันว่าเดิมเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นโรคจิต ฆาตกรรมแล้วเอาศพมาซ่อนในบ้าน ทุกวันนี้ยังมีคนได้กลิ่นศพลอยโชยออกมาบ่อยๆเลย" เศกบอก
อาคม หยิบเครื่องมือวัดพลังงาน EMF ออกมาจากกระเป๋า พวกเขาเดินเข้าไปในบ้าน

ทั้งคู่เดินเข้ามาสำรวจในบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
อาคมถือเครื่อง EMF หันไปรอบๆ เพื่อตรวจหาพลังงานวิญญาณ
"เจออะไรมั้ย" เศกถาม
"ไม่ สัญญาณปกติ"
ทันใดนั้น ก็มีนกบินออกไป ทำให้พวกเขาตกใจ
"เฮ้ย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า" อาคมขำ
"นายหัวเราะทำไม ไม่ตลกเลยนะ"
อาคมอมยิ้ม ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้
เศกหันมามองหน้าอาคม พวกเขารีบเดินลงไปชั้นใต้ดินบ้านเพื่อตามเสียงนั้น

บรรยากาศชั้นใต้ดินดูน่าขนลุก และวังเวง
เศกและอาคม เดินสำรวจตามหาเสียงอย่างระมัดระวัง เครื่อง EMF ส่งเสียงร้องเตือน เข็มหน้าปัดจากเครื่องตีค่าไปยังหน้าปัดสีแดง
เสียงของผู้หญิงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆ
เศกผลักประตูเข้าไปในห้องมุมสุด ร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง ... จูน... ยืนหันหลังให้พวกเขา
เศกและอาคมแปลกใจที่ได้เห็น
จูนหันมาอย่างช้าๆ เธอดูตื่นตระหนก ร่างของจูนเปรอะเปื้อนมอมแมม
เศกยกปืนเล็งไปที่จูน
"เดี๋ยว เศก เธอเป็นคน"
เศกลดปืนลง เขาสังเกตจูนอย่างละเอียด และพบว่าเธอเป็นคนไม่ใช่วิญญาณ จูนเดินมาหาพวกเขา แล้วเธอก็ฟุบลงกับพื้น
"อ้าว เฮ้ย คุณ"
"แค่คนบ้า หรือคนเร่ร่อน" อาคมบอก
"แล้วเอาไงต่อ"
"ไม่รู้ซิ"
อาคมเดินหันหลังออกจากห้อง
"โธ่ นี่นาย"
เศกลังเล เขาหันมามองจูนที่สลบอยู่

อาคมขึ้นรถ แล้วสตาร์ทเครื่อง
เศกอุ้มร่างของจูนเดินออกมาจากบ้าน แล้วพาขึ้นรถ อาคมนิ่งเฉย
"นี่นายมันใจดำจริงๆ เลย ไร้มนุษยธรรม ผู้หญิงเป็นลมล้มลงต่อหน้า นายยังไม่คิดจะช่วยอีก"
"ชั้นรู้อยู่แล้วน่า ว่านายต้องช่วยเธออยู่แล้ว นายมันใจดีกับผู้หญิงเสมอ"
พวกเขาขับรถออกมาจากตรงนั้น

ที่หน้าต่างบ้านร้าง มีเงาลึกลับปรากฏขึ้น เงาทะมึนสีดำของ ซัน ยืนมองรถของอาคมแล่นออกไป

วันใหม่ บรรยากาศโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

รัตติกาล อาคม เศก เดินมาตามทางเดิน...
"พวกนายสองคนนี่ชอบหาเรื่องให้ชั้นอยู่เรื่อยเลยนะ"
"ก็อาคมน่ะสิ เค้าชอบใจดีกับผู้หญิงเสมอเลย"
อาคมหันมองหน้าเศก เศกทำไม่รู้ไม่ชี้

ทุกคนเข้ามาในห้องของคนไข้
จูนอยู่ในชุดของคนไข้ นั่งอยู่ในห้อง
"สวัสดีคะ"
จูนหันหน้ามองรัตติกาล อาคม และเศก รัตติกาลยิ้มให้จูนอย่างเป็นมิตร
"เป็นยังไงบ้าง เจ็บปวดตรงไหนมั้ย ... หมอชื่อรัตติกาลนะ หรือจะเรียกว่าหมอซีก็ได้ แล้วคุณชื่ออะไร"
"ไม่รู้ ชั้นจำอะไรไม่ได้เลย"
อาคมและเศกมองหน้ากัน
พยาบาลคนหนึ่งเดินถือถาดใส่ยา เปิดประตูเข้ามาในห้อง
พยาบาล 1
"คุณหมอเจองานหินอีกแล้ว"
รัตติกาลยิ้ม
"ปิดม่านอีกแล้ว เปิดรับแสงซะหน่อยนะคะ"
พยาบาลเดินไปเปิดม่าน แสงแดดส่องเข้ามา จูนตกใจกับแสงที่สว่างจ้า เธอร้องโวยวายด้วยความกลัว
"คุณพยาบาล ปิดม่านก่อนค่ะ"
พยาบาลรีบปิดม่าน รัตติกาลเดินไปหาจูน
"ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว"
รัตติกาลจับไหล่จูนไว้พลางปลอบโยน จูนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
อาคม เศกมองจูนด้วยความสนใจ

มุมหนึ่งในโรงพยาบาล ทั้งสามคุยกันอยู่
"ภาวะสูญเสียความทรงจำ อาจเกิดจากสมอง หรือสภาพจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง คงต้องให้หมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตรวจอีกที ว่าเป็นเพียงบางส่วนหรือว่าทั้งหมด"
เศกพยักหน้า
"แล้วพวกนายได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเธอบ้างมั้ย"
"ยังเลย แต่ผมแจ้งไปยังศูนย์คนหายแล้ว เผื่ออาจจะมีใครตามหาเธออยู่"
"แล้วบ้านที่พวกนายไปเจอเธอล่ะ"
"บ้านนั้นเป็นบ้านร้าง ไม่มีใครอยู่"
"หมายความว่า เรื่องผีก็เป็นแค่ข่าวลือ"
"ทุกอย่างปกติ เราไม่เจออะไรนอกเหนือจากผู้หญิงคนนี้"
"แล้วทำไมเธอถึงไปอยู่บ้านนั้นได้ล่ะ"
เศกใช้ความคิด
"เอาแบบนี้ เดี๋ยวพวกเรากลับไปที่บ้านหลังนั้นกันอีกรอบนะอาคม เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม"
"พวกเรา"
"ใช่ไง นายไม่สงสารเค้ารึไง ก็นายอยากจะช่วยเค้า ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ ไปเร็ว"
รัตติกาลอมยิ้มในท่าทีของเศก เศกเดินนำไป อาคมเดินตามไปอย่างเซ็งๆ

จูน นั่งเหม่ออยู่บนเตียงคนไข้ เธอจับจี้ห้อยคอรูปตัว เจ ที่เธอสวมอยู่ที่คอ เธอจ้องมองไปที่หน้าต่างที่มีม่านปิดอยู่ เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับม่าน มือสั่นเล็กน้อย แล้วค่อยๆเปิดผ้าม่านออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ จูนมองออกไปด้านนอก เห็นภาพเบื้องหน้า ชัดบ้างๆ เบลอบ้าง
นายศิริ เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับหมอกรณ์ นายศิริดูดีใจที่ได้พบจูน
"จูน !"
จูนหันมอง นายศิริรีบเดินเข้ามาหาอย่างดีใจ
"จูน ลูกหายไปไหนมา"
จูนดูกลัวๆที่เห็นนายศิริเข้ามาใกล้ นายศิริแปลกใจกับท่าทีของลูกสาว รัตติกาลเดินเข้ามาในห้อง
"เอ่อ ... คนไข้สูญเสียความทรงจำค่ะ"
"มันเกิดอะไรขึ้นครับ"
"มีคนไปพบเธออยู่ในบ้านร้าง แล้วก็ส่งตัวมาที่นี่ค่ะ"
นายศิริหันไปคุยกับจูน
"จูน นี่พ่อเองนะ จำพ่อได้มั้ย"
จูนยังคงมองนายศิริเหมือนคนแปลกหน้า เธอจำไม่ได้
"ใจเย็นๆนะคะ ดิชั้นว่าตอนนี้คุณอย่าเพิ่งคุยอะไรกับเธอเลยนะคะ"
หมออลงกรณ์บอก
"ผม นายแพทย์อลงกรณ์ อยู่แผนกจักษุวิทยาครับ คุณจูนเคยเป็นคนไข้ของผมเอง"
"ว่าแต่ คุณ....."
"รัตติกาลค่ะ"
"อ๋อ คุณหมอรัตติกาล ผมเคยได้ยินชื่อคุณหมอมานานแล้ว จิตแพทย์ฝีมือดีอันดับต้นๆของเมืองไทย ยังไงผมก็ขอบคุณคุณหมอนะครับ ที่ช่วยดูแลลูกสาวผม"
รัตติกาลยิ้มให้สองพ่อลูก

อาคม และเศก ขับรถไปตามถนน เสียงโทรศัพท์ของเศกดังขึ้น เศกรับสาย
"ว่าไงซี … อ้าว เหรอ… อืมโอเคๆ"
เศกวางสายไป อาคมหันมามอง
"มีอะไร"
"ซีโทรมาบอกว่า มีญาติมารับตัวผู้หญิงคนนั้นแล้ว"
"อืม งั้นเราก็ไม่ต้องไปแล้ว กลับกันเลยแล้วกัน"
"อืม งั้นแวะไปส่งด้วยนะ" เศกบอก
"ได้ เดี๋ยวเราส่งตรงข้างหน้านี้แหล่ะ"
"อ้าว เห้ย เดี๋ยวสิ ไหงทำงั้นล่ะ"

อาคมยิ้มสะใจ

บรรยากาศบ้านหลังใหญ่ ริมน้ำ

รถตู้ของนายศิริ เลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้าไป จูนที่นั่งอยู่ในรถ เธอมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นต้นไม้ดูร่มรื่น รถวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน
นายศิริ พาจูนลงจากรถ หมออลงกรณ์เปิดประตูหน้ารถลงมา
"เป็นยังไงจูน คุ้นตาบ้างมั้ย"
จูนส่ายศีรษะ
ป้าแต๋ม แม่บ้านรีบเดินออกมาด้วยความดีใจ
"คุณจูนกลับมาแล้วเหรอคะ"
จูนมองป้าแต๋มอย่างไม่คุ้นเคย
"แต๋ม ช่วยพาจูนไปพักที่ห้องทีนะ"
ป้าแต๋ม แม่บ้านพาจูนเดินเข้าไปในบ้าน
นายศิริ มองตามด้วยความกังวล
"หมออลงกรณ์ มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกผมกันแน่ หรือเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด"
"ไม่ใช่แน่นอนครับ การผ่าตัดของผมสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี คุณศิริไม่ต้องห่วงนะครับ คุณจูนจะต้องกลับมาเป็นปกติอย่างแน่นอนครับ"
นายศิริ นิ่งครุ่นคิด

ป้าแต๋ม พาจูนเข้ามาในห้อง จูนมองไปรอบๆ ห้องนอนของเธอ
"นี่ห้องของหนูเหรอ"
"ใช่ค่ะ"
จูนเดินดูไปรอบๆห้อง เธอไปหยุดอยู่หน้ารูปถ่ายที่ครอบครัว เห็นกรอบรูปของครอบครัวของเธอ เป็นรูปจูนปัจจุบันถ่ายคู่กับนายศิริ แล้วก็รูปจูนตอนเด็ก มีพ่อ และแม่อยู่ในภาพ จูนหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมา
"รูปจูนตอนเด็กๆ หน่ะ กำลังซนเลย"
จูนหันไปมองนายศิริที่เดินเข้ามาในห้อง
"ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของหนูเหรอคะ"
"ใช่"
"แล้วตอนนี้แม่อยู่ไหนคะ"
"ตอนจูน 12 ขวบ แม่เค้าประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ หนูรอดมาได้ แต่ก็นอนโรงพยาบาลนานหลายอาทิตย์เลย"
จูนไม่พูดอะไรอีก เธอมองรูปอย่างเศร้าๆ
"ลูกพักผ่อนก่อนนะ นั่งรถมาคงจะเหนื่อย ไปแต๋ม ให้คุณจูนพักผ่อนก่อน"
นายศิริเดินออกไป ป้าแต๋มปิดประตู
จูนเดินไปนั่งที่เตียง แล้วล้มตัวลงนอน เธอมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะหลับตาลง

นายศิริเดินลงบันไดมายังโถงด้านล่าง ป้าแต๋มเดินตามมาไม่ห่าง
"แต๋ม คอยดูคุณจูนเอาไว้นะ ถ้ามีอะไรผิดปกติรีบบอกชั้นทันทีเลยนะ"
"ค่ะ"
นายศิริเดินออกไป

ผ่านเวลา... จูนหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอนอนกระสับกระส่าย
ภาพในฝัน ... เป็นห้องผ่าตัด ซัน กำลังดิ้นทุรนทุราย เพราะถูกพยาบาลนุชใช้เชือกรัดคออย่างเลือดเย็น
"ตายซะเถอะ จะได้หมดเวรหมดกรรม"
ซัน ในภาพสะท้อนหน้าตัวเองจากกระจก กำลังดิ้นทุรนทุราย สภาพตาโบ๋ดูน่ากลัว เอื้อมมือเข้ามาหา

จูนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อท่วมตัว เธอรู้สึกเหมือนตายแล้วฟื้น จูนรีบสูดอากาศเข้าเต็มปอด แล้วรีบเอามือจับที่รอบคอของตัวเอง สีหน้าและแววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย

ผ่านเวลา...
จูนเดินสำรวจรอบบ้าน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวของตัวเองแต่ก็นึกไม่ออก ป้าแต๋มเดินมาหาจูน
"คุณจูนคะ ไปทานของว่างก่อนเถอะค่ะ"
ป้าแต๋มพาจูนไปที่โต๊ะซึ่งมีอาหารว่างวางไว้อยู่แล้ว
จู่ๆก็มีแมลงสาบวิ่งขึ้นมาบนโต๊ะ ป้าแต๋มตกใจ
"เดี๋ยวป้าไปเปลี่ยนมาให้ใหม่นะคะคุณจูน"
แต่ยังไม่ทันที่ป้าแต๋มจะเดินออกไป จูนก็เอามือตบไปที่แมลงสาบที่วิ่งอยู่จนแหลกคามือ ป้าแต๋มอึ้งไป
"คุณจูนคะ สกปรกหมดแล้วค่ะ มาเดี๋ยวป้าพาไปล้างมือนะคะ"
ป้าแต๋มจะพาจูนไปล้างมือ แต่จูนจับมือป้าแต๋มไว้แน่น จูนมองป้าแต๋มด้วยสายตาเยือกเย็นจนป้าแต๋มรู้สึกกลัว

ต่อมา ที่ห้องรับแขก นายศิริคุยโทรศัพท์กับหมออลงกรณ์ ป้าแต๋มนั่งอยู่ข้างๆ
"จูนแปลกไปมากเลยนะครับหมอ ทั้งสายตาและพฤติกรรม ผมว่ามันไม่ปกติแล้วนะ"
"ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากอาการความจำเสื่อมของคุณจูนมากกว่านะครับ
แต่เพื่อความสบายใจ คุณศิริจำหมอรัตติกาลที่เจอที่โรงพยาบาลได้มั้ยครับ"
"นี่คุณหมอกำลังจะบอกว่าลูกผมบ้าเหรอ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คุณจูนอาจจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตจนทำให้จำอะไรไม่ได้ เคสแบบนี้จำเป็นต้องได้รับการบาบัด จากผู้เชี่ยวชาญทางจิตโดยตรงครับ"

นายศิริ นิ่งครุ่นคิด

วันใหม่ ในห้องจูนนั่งอยู่ที่เตียง และรัตติกาลนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

จูนถาม
"คุณหมอเชื่อเรื่องอดีตชาติมั้ย"
รัตติกาลฟังอย่างใช้ความคิด จูนมองหน้ารัตติกาล อย่างกังวลว่า รัตติกาลจะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด
"อะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้นคะ"
"ชั้นคิดว่าชั้นเคยอยู่บ้านหลังนั้นมาก่อน ก่อนจะ......ถูกฆ่าตาย"
"งั้นหมอจะทดสอบดูว่าคุณเคยมีอดีตยังไง"

ผ่านเวลา... จูนนอนหลับตาอยู่ที่เตียง
"ทำใจให้สบาย ให้รู้สึกสงบ และผ่อนคลาย หมอจะนับห้าถึงศูนย์ ถึงศูนย์คุณจะจมอยู่ในห้วงลึกของภวังค์ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ศูนย์"
จูนนอนหลับตาสนิท

ในห้วงจิตของจูน เป็นภาพแทนสายตาของรัตติกาล เดินเข้ามาในบ้านร้าง ซึ่งตอนนี้ บ้านยังไม่เก่าโทรมมากนัก
ซัน ชายหนุ่ม ถือถาดอาหารเข้าไปในห้อง วางถาดอาหารไว้ที่ข้างเตียง มีผ้าห่มคลุมร่างของหญิงชราอยู่
"อาม่า วันนี้มีข้าวต้มปลานะ ซันไปซื้อร้านโปรดของอาม่าไง"
ซันวางถาดอาหาร แล้วเปิดผ้าห่มออก เห็นร่างของอาม่าที่กลายเป็นศพนอนอยู่ มีคราบน้ำเหลืองไหลเต็มผ้าปูที่นอน มีแมลงสาบหลายตัววิ่งออกมาจากด้านหลังศพอาม่า ซันใช้มือตบไปที่แมลงสาบหลายตัวจนซากแมลงสาปแหลกติดมือของซัน ซันหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือ
ซันพยายามป้อนข้าวต้มให้อาม่า ทันใดนั้น มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย 4 คนบุกเข้ามาในห้อง สองคน เข้าไปจับตัวซันไว้ ซันดิ้นรน
สร้อยคอของซันหลุดกระเด็นลงไปที่ใต้ซอกโต๊ะ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่ง วอ ไปบอกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอก
"พบศพอยู่ในบ้านจริงๆ อย่างที่ชาวบ้านโทร.ไปแจ้ง"
"ปล่อยผมนะ พวกคุณเป็นใคร ปล่อย"
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบอก
"ใจเย็นๆ คุณ อาม่าคุณเสียชีวิตไปแล้วนะ"
"ไม่ อาม่ายังไม่ตาย พวกแกบ้ารึไง"
เจ้าหน้าที่กู้ภัยสองคนช่วยกันเอาผ้าขาวห่อร่างของอาม่าและแบกออกไปจากห้อง ซันร้องตะโกนห้ามปราม
"ปล่อย จะเอาอาม่าไปไหน อย่านะ ไม่!!"
ซันน้ำตานองหน้า ด้วยความเสียใจ

รัตติกาลตามห้วงจิตของจูนเดินมาหยุดยืนอยู่ในห้องรวมคนไข้ชาย ซันในชุดคนไข้นั่งเหม่ออยู่ท่ามกลางคนไข้ คนอื่นๆ เขาดูซึมเศร้า สักพัก ซันก็ลุกขึ้น ไล่จับตัวคนไข้คนอื่นๆ อย่างเพี้ยนๆ เขาไล่ถามคนนู้นคนนี้ไปเรื่อยๆ
"เห็นอาม่าผมมั้ย อาม่าผมอยู่ไหน"
ซันทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ เมื่อเขาหาอาม่าไม่เจอ
พยาบาลนุชเดินเข้ามาพร้อมกับบุรุษพยาบาลก่อนจะจับตัวซันออกไป

รัตติกาลลืมตาตื่นขึ้นมา จูนยังคงหลับตาอยู่ แต่กำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า
"อาม่า ฮือ ฮือ ฮือ"
รัตติกาลมองจูนด้วยความประหลาดใจ เมื่อภาพที่เธอเห็นตรงกับสิ่งที่จูนบอกเรื่องการระลึกชาติ

ต่อมา ในห้องรับแขก รัตติกาลคุยอยู่กับนายศิริ
"จูน เธอเชื่อว่าชาติที่แล้วเธอเป็นผู้ชายที่ชื่อซัน"
นายศิริแปลกใจกับสิ่งที่รัตติกาลบอก
"เหลวไหลน่าหมอ มันจะเป็นไปได้ยังไง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวผมกันแน่หมอ"
"ใจเย็นก่อนนะคะ ดิฉันแค่อยากรู้ว่าที่บ้านนี้เคยมีปัญหาอะไรรึเปล่า มีอะไรที่พวกคุณไม่ได้บอกหมอหรือเปล่าคะ"
"ถ้าหมอหมายถึงปัญหาครอบครัวล่ะก็ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีแน่ๆ"
"แล้วคุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เธอความจำเสื่อมคะ มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นมั้ย"
"หลังจากที่จูนหายออกไปจากบ้าน ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจูนบ้าง"
รัตติกาลครุ่นคิด

ตอนกลางวัน รถของอาคม ขับมาจอดที่หน้าบ้านร้างอีกครั้ง อาคมและเศกเดินเข้าไปสำรวจภายในบ้าน
พวกเขาพบรูปถ่ายเก่าๆ วางอยู่ในกล่อง เป็นรูปถ่ายของอาม่าและหลานชาย วัย 12 หลากหลายแบบ และที่ผนังบ้านมีรูปอาม่ากับซันตอนโตติดอยู่
"นี่ซินะ ซัน"
อาคมหยิบกล้องมาถ่ายสำเนาไว้ เขาจ้องมองรูปของเด็กผู้ชายอย่างพินิจพิเคราะห์
เศกและอาคมเดินลงไปที่ห้องของซัน เศกก้มลงดูที่ใต้โต๊ะ เขาพบสร้อยคอของซันตกอยู่
"ตรงกับที่ซีบอกเอาไว้เลย"

อาคมใช้กล้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ที่สำนักงาน รัตติกาล มหาเนิร์ด และจอห์นนี่ นั่งคุยกับอาจารย์วิเศษผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ภาพจากหน้าจอ อาจารย์วิเศษบอก
"พวกคุณลองดูข้อมูลที่ผมส่งไปนะ เป็นผลงานการวิจัยเกี่ยวกับการระลึกชาติที่เคยมีนักวิทยาศาสตร์หลายๆท่านเก็บรวบรวมเอาไว้ เด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่จาอดีตชาติได้"
มหาเนิร์ด เปิดข้อมูลที่อาจารย์วิเศษส่งมาให้ ขึ้นที่หน้าจอทีวี เห็นมีรูปเด็กหญิงและเด็กชายหลายคน วัย 2-5 ขวบ มีทั้งเด็กชาวไทย และเด็กต่างประเทศ
จอห์นนี่และรัตติกาล มหาเนิร์ด ดูอย่างสนใจ
มหาเนิร์ดบอก
"ผมก็เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาบ้างนะครับ อย่างเด็กคนหนึ่งที่พูดภาษาต่างประเทศได้ ทั้งๆที่คนในครอบครัวพูดไม่ได้เลย"
"ใช่ คนไทยโบราณก็มีความเชื่อในเรื่องนี้ พวกเขาจะทำตำหนิไว้บนศพของผู้เสียชีวิต หรือที่เรียกว่า การป้ายศพ (Experimental Marking) เนื่องจากมีความเชื่อว่า เมื่อผู้เสียชีวิตได้กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง เขาจะนำรอยตาหนินั้นติดตัวมาด้วย"
"กรณีของจูน เธอบอกว่าเธอจำอดีตของผู้ชายที่ชื่อซันได้ พวกเศกกับอาคมก็ยืนยันค่ะว่าพบหลักฐานหลายๆอย่างที่บ้านหลังนั้นซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของเธอ"
"อืมน่าสนใจนะ ผู้ที่ไม่สามารถจำอดีตชาติได้ด้วยความทรงจำปกติตั้งแต่เด็กนั้น หากได้รับการฝึกจิตในขั้นสูง ก็มีโอกาสที่จะดึงเอาความทรงจำในอดีตที่ถูกเก็บไว้ในระดับของภวังคจิตหรือจิตใต้สานึกออกมาได้ เคสนี้น่าสนใจไม่น้อย"
รัตติกาลสีหน้าครุ่นคิด
วิเศษ คุยวีดีโอคอนเฟอเร้นส์กับทีมหมอผี

ต่อมา จูนนั่งรถเข็น มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข็นพาไปตามทางเดิน รัตติกาลและนายศิริเดินตาม

รัตติกาล จอห์นนี่ มหาเนิร์ด อาคม และเศก อยู่ในห้องกับจูน เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งกลางห้อง โดยมีรัตติกาลนั่งอยู่ตรงข้ามกับจูน
อาคมและจอห์นนี่ช่วยกันติดตั้งกล้องวิดีโอไว้รอบห้อง
เศก มหาเนิร์ดช่วยกันเซตเครื่องมืออ่านคลื่นไฟฟ้าสมองออกมา เศกหยิบเครื่องมือดังกล่าว ลักษณะเป็นหมวกและมีสายไฟระโยงระยาง ครอบศีรษะของจูน และเศก
มหาเนิร์ดถาม
"นี่มันคืออะไรครับพี่เศก"
"ถ้าเปรียบสมองของคนเราเป็นเมมโมรี่การ์ด การถ่ายโอนข้อมูลเพื่อให้อีกคนรับรู้ได้โดยเร็วและเสมือนจริง วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุด เราสามารถรับรู้ได้ว่า ความทรงจำของอีกคนเป็นอย่างไง"
"โห ทำได้ด้วยเหรอเนี่ย"
"หลักการของมันก็คือ เป็นการถ่ายทอดคลื่นไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นสมอง จากนั้นเราก็ทำการส่งต่อไปยังอีกคน .... สนใจอยากจะลองมั้ย จะได้ไปเห็นด้วยกัน"
มหาเนิร์ดมองเครื่องมือที่เศกสวมอยู่ แล้วส่ายหัว
"ผมว่าผมไม่ดีกว่าครับ"
"อ้าว ไมอะ"
"มานี่ ผมลองเอง"
เศก จัดแจงเซตค่าเครื่องให้อาคม
จูนหันมองอาคม เศก และ รัตติกาล
"จูน ... ไม่ต้องกังวลนะ หมอจะนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด"
"ค่ะ"

ผ่านเวลา กล้องวิดีโอ บันทึกภาพของจูน โดยฝีมือของมหาเนิร์ด จูน อาคม เศก หลับตาลง
จอห์นนี่ทำหน้าที่บันทึกเสียง ที่หูของเขาใส่หูฟัง
เข็มของเครื่องวัดความถี่สัญญาณตีสม่ำเสมอ
"ตอนนี้เรากำลังจะเข้าไปในบ้านที่เธอคุ้นเคยนะจูน"

อาคมและเศก เดินเข้ามาในบ้าน สภาพของบ้านร้างเก่าโทรม
อาคมเห็นเงาคนวิ่งหายเข้าไปที่หลังบ้าน เขารีบเดินตามไป
ที่หลังบ้าน มีพงหญ้า ต้นไม้ขึ้นรก และมีบ่อปูนตั้งอยู่
อาคมและเศกหันไปมองรอบๆ
เศกมองเห็นกลุ่มควันสีดำ ลอยอยู่รอบๆ บ่อปูน เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วชะโงกหน้าดู
ทันใดนั้นมือซีดขาวก็ยื่นขึ้นมาจากปากบ่อ จับมือของเศกไว้แล้วพยายามฉุดดึงเศกให้ลงไปเบื้องล่าง อาคมรีบเข้ามาช่วยเศก เขาดึงยื้อแย่งจนล้มไปด้านหลัง
"เป็นไงบ้าง"
"ไม่เป็นไร เมื่อกี้มันคืออะไร"
อาคมและเศกหันไปมองที่บ่อปูน มือซีดขาวค่อยๆไต่ขึ้นมา จนเผยให้เห็นร่างของซันที่มีปานแดงที่ใบหน้า แต่ดวงตาของเขากลับลึกโบ๋ลงไป เขาไต่ขึ้นมาแล้วค่อยๆลากตัวมาหา อาคมและเศก
อาคมและเศกลุกขึ้น พวกเขาถอยหลัง แต่แล้ว จูนก็ปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของจูนเป็นสีดำสนิท
"จูน"
จูนเข้ามาบีบคอของอาคม เศกเข้ามาช่วยห้าม แต่ถูกจูนเหวี่ยงจนเขากระเด็นไปอีกทาง

อาคมดิ้นรนแต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากมือของจูนได้

ภายในห้อง รัตติกาลสังเกตเห็น อาคมและเศก มีอาการผิดปกติ พวกเขามีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก และเริ่ม มีไอความร้อนออกมาจากหมวกที่สวม
มหาเนิร์ดถาม
"แย่แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับพวกเค้าเนี่ย"
รัตติกาลสั่ง
"ปิดเครื่องเร็ว มหาเนิร์ด"
มหาเนิร์ด รีบเดินไปปิดสวิตช์ และพยายามถอดหมวกจากหัวของเศก เกิดประกายไฟสปาร์คขึ้นมา เศกล้มลงกับพื้น
"พี่เศก"
รัตติกาลเข้าไปหาอาคม พยายามถอดหมวกไฟฟ้า ออกจากหัวของอาคม
"อาคมๆ"
อาคมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา เขาหันไปมองรัตติกาล และจูน
"ไม่ใช่"
"ไม่ใช่อะไรอาคม"
"ซันไม่ใช่อดีตของจูน เพราะผมก็เห็นจูนยืนอยู่ตรงนั้นด้วย"
มหาเนิร์ดช่วยถอดหมวกของจูนออก
จอห์นนี่เข้าไปช่วยประคองเศกขึ้นมา รัตติกาลเข้าไปดูอาการของจูน ทั้งจูนและเศกต่างยังไม่ฟื้นคืนสติ
"จูน"
แต่จู่ๆ จูนก็มีอาการเกร็ง และ บีบคอตัวเองในขณะที่ตัวเองกำลังหลับตาอยู่
รัตติกาลรีบเข้าไปปลุกให้จูนตื่น
"จูน จูน"
รัตติกาลพยายามเขย่าร่างของจูนและช่วยจูนแกะมือทั้งสองข้างที่บีบกระชับคอของจูนเอง
อาคม และมหาเนิร์ด รีบเข้ามาช่วย ตรึงแขนเธอไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง
จูนลืมตาตื่น เธอตกใจ
"เกิดอะไรขึ้นคะหมอ"
"เป็นอะไรมั้ย เจ็บตรงไหนมั้ยจูน"
จูนไม่ตอบ เธอตกใจที่เห็นซันยืนอยู่ตรงปลายเตียง ดวงตาของเขามีเลือดไหลออกมาทั้งสองข้าง
จูนกรีดร้อง เธอสลบไป
เศกลืมตาขึ้นมา จอห์นนี่เข้าไปดู ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกที่เศกไม่เป็นอะไร
นายศิริรีบเข้ามาดูด้วยความตกใจ

อาคม เศก รัตติกาล มหาเนิร์ด และจอห์นนี่ นั่งคุยกับอาจารย์วิเศษผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
"เราถูกหลอกให้หลงทาง ที่จริงแล้วจูนถูกวิญญาณเข้าสิง การที่จูนได้เห็นเรื่องราวของซัน
คงเพราะวิญญาณต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ค่อนข้างน่ากังวลนะ เพราะจากที่ฟังมา มันเป็นวิญญาณพยาบาท"
รัตติกาลเริ่มวิตก
เศกบอก
"จูนเคยทำอะไรไว้กันแน่"
"คนที่รู้เรื่องดีที่สุด น่าจะเป็นนายศิริ พ่อของจูน"

ภายในห้อง จูน ตอนกลางวัน
จูนนอนพักอยู่ในห้อง เธอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนเปิดน้ำล้างมืออยู่ในห้องน้ำ
จูนขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เธอมองเข้าไปในห้องน้ำอย่างหวาดๆ แล้วประตูห้องน้ำก็ค่อยๆเปิดออก จูนลุ้น แต่แล้วก็กลายเป็นพยาบาลนุชที่เดินออกมาจากห้องน้ำ
"ตื่นแล้วเหรอคะ"
"คุณเป็นใคร"
"ดิฉันเป็นพยาบาลชื่อนุชค่ะ คุณศิริจ้างให้ฉันมาคอยดูแลคุณ ต้องการอะไรก็บอกดิฉันได้เลยนะคะ"
จูนมองพยาบาลนุชแบบคุ้นๆ แล้วเหมือนจะนึกขึ้นได้ เธอจำได้ว่า พยาบาลนุชคือคนที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช รวมทั้งเป็นคนที่ใช้เชือกรัดคอซันในภาพอดีตที่เธอเคยเห็น พยาบาลนุชเดินเข้ามาใกล้ตัวเธอ จูนผงะถอยหนี พยาบาลนุชแปลกใจในท่าทีของจูน
จูน เห็นร่างของซันค่อยๆโผล่ออกมาจากความมืดด้านหลังพยาบาลนุช ดวงตาทั้งสองข้างโบ๋วดำลึก และมีเลือดไหลออกมา ซันค่อยๆโน้มตัวเข้ามาใกล้พยาบาลนุช
ดวงตาของจูนเบิกโพลง

ต่อมา เศกกับจอห์นนี่มาที่บ้านซันเพื่อมาค้นหาศพของซัน จนเจอ เศกโทร.หาอาคม

ในห้องรับแขก นายศิรินั่งคุยอยู่กับหมออลงกรณ์
"ผมว่าหมอต้องบอกความจริงกับผมแล้วแหละ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการผ่าตัดของจูน"
"ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณศิริ ผมขอยืนยันว่าการผ่าตัดของคุณจูน เป็นไปตามขั้นตอนปกติทุกอย่าง
เป็นไปได้มั้ยครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณจูน หลังจากที่เธอหายตัวไป"
นายศิริมีสีหน้ากังวล
เสียงกดกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น นายศิริและหมออลงกรณ์หันไปทางหน้าประตูบ้าน ป้าแต๋มเดินออกไปเปิดประตู
จู่ๆเสียงกรี๊ดของพยาบาลนุชก็ดังขึ้น นายศิริกับหมออลงกรณ์ตกใจหันขึ้นไปที่ชั้นบน ก่อนจะเห็นร่างของพยาบาลนุชกลิ้งตกบันไดลงมานอนกองอยู่ที่พื้นเบื้องล่าง
หมออลงกรณ์และนายศิริเห็นจูนยืนอยู่ นายศิริตกใจ จูนเดินกลับไปที่ห้องนอน
"จูนๆ"

นายศิริกับหมออลงกรณ์รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน

นายศิริกับหมออลงกรณ์เปิดประตูเข้ามาในห้องจูน แต่ก็ไม่เจอใคร

จู่ๆจูนก็โผล่ออกมาจากหลังประตู เธอเอาแจกันฟาดลงที่หัวนายศิริจนล้มลงสลบไป หมออลงกรณ์ ตกใจเขาจะหันหลังวิ่งหนี แต่ก็โดนจูนจับตัวแล้วเอาเข็มฉีดยาปักเข้าไปที่คอ หมออลงกณ์ตาเบิกโพลง เขาค่อยๆทรุดลงไป
จูนมองด้วยสายตาเยือกเย็น
หมออลงกรณ์อยู่ในอาการสะลืมสะลือ จูนนั่งคร่อมร่างไว้ เธอใช้มีดปอกผลไม้ ไล้ไปที่ใบหน้าของหมออลงกรณ์ จูนพูดกับหมออลงกรณ์แต่เสียงกลับกลายเป็นเสียงของซัน
"หมอจำผมได้มั้ย ผมซันไง คนที่หมอเคยเอาตาของผมไป"
จูนใช้มีดปอกผลไม้จ่อที่ตาของหมอ ยกขึ้นยกลงอย่างน่าหวาดเสียว จนท้ายสุด จูนก็เอามีดปักเข้าไปที่เบ้าตาของหมออลงกรณ์ แล้วควักออกมา หมออลงกรณ์ดิ้นด้วยความทรมาน

ป้าแต๋มมาเปิดประตูให้ รัตติกาล อาคม มหาเนิร์ด ก่อนจะได้ยินเสียงกรี๊ดของพยาบาลนุช ทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน เห็นร่างของพยาบาลนุชนอนตายอยู่ ป้าแต๋มกรีดร้องตกใจ อาคม รัตติกาล มหาเนิร์ดรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสอง

อาคมเปิดประตูห้องของจูนออก รัตติกาล มหาเนิร์ด วิ่งตามเข้ามา ทุกคนตะลึงเมื่อเห็นร่างอันไร้วิญญาณของหมออลงกรณ์นอนอยู่กลางห้อง เลือดนองพื้น ลูกตาทั้งสองข้างของหมอถูกควักออกอย่างโหดเหี้ยม
จูนหันมาหาพวกอาคม แล้วเงื้อมีดพุ่งตรงเข้ามาหา
อาคมล้วงกระเป๋า หยิบปืนกระสุนปรอทออกมา
"อย่าอาคม"
แต่ไม่ทัน อาคมยิงไปที่จูน ลูกกระสุนพุ่งเข้าไปที่อกของจูน เธอล้มลง หัวกระแทกกับขอบเตียง
วิญญาณของซันที่ซ้อนทับกับร่างของจูนกระเด็นหลุดออกมาแล้วหายไป
"ลูกกระสุนปรอทน่ะ แค่เจ็บๆคันๆ ผลงานของเศก"
รัตติกาลรีบวิ่งไปประคองจูนขึ้นมา นายศิริฟื้นขึ้นมา มีเลือดไหลออกมาจากหัว เขารีบวิ่งเข้าไปหาจูน
"จูน ๆ"
จูนสลบไปแล้ว

ภายในห้องๆหนึ่งของโรงพยาบาลจิตเวช วันใหม่
รัตติกาล นั่งอยู่ตรงข้ามจูน จูนถูกใส่เสื้อที่ล็อคแขนไว้กับลำตัว
อาคมและเศกยืนอยู่หน้าห้อง
รัตติกาลมองหน้าจูนด้วยความเห็นใจ
"หมอคะ ชั้นจำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว"
จูนน้ำตาไหล

ในอดีต หมออลงกรณ์นั่งคุยอยู่กับนายศิริ โดยมีจูน ลูกสาวนั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของจูนเป็นฝ้าขาว เธอตาบอดทั้งสองข้าง
"จริงเหรอครับหมอ หมอสามารถเลื่อนคิวผ่าตัดให้กับจูนได้เหรอครับ"
"ครับคุณศิริ ไม่ต้องห่วงนะครับ การผ่าตัดจะเรียบร้อย คุณจูนจะกลับมามองเห็นเหมือนเดิมครับ"
นายศิริ โอบจูนไว้ จูนยิ้มดีใจอย่างมีความหวัง
"ขอให้ลูกสาวผมกลับมามองเห็น เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย"
หมออลงกรณ์ยิ้ม

ประตูห้องขังซันเปิดออก ซันนอนหลับอยู่บนเตียง
หมออลงกรณ์ และพยาบาลนุชเดินเข้ามาในห้อง
เข็มฉีดยาถูกปักลงไปที่คอของซัน
หมออลงกรณ์ยิ้มอย่างเยือกเย็น

บรรยากาศห้องผ่าตัด
ร่างของซันนอนอยู่บนเตียง หมออลงกรณ์ยืนมองอย่างเลือดเย็น
"คุณนุช คุณนี่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ หาคนมาให้ผมได้ตลอดเลย"
พยาบาลนุชยิ้มให้
"คนไข้คนนี้ไม่มีญาติที่ไหนคะ แล้วอีกอย่างชอบหนีออกจากโรงพยาบาล ถึงหายไปก็ไม่มีใครสนใจหรอกค่ะ"
"อืม ดี เดี๋ยวคุณช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้ผมเหมือนเดิมนะ ถ้าการผ่าตัดเรียบร้อย ผมจะแบ่งเงินให้อย่างสาสมเลย"
"คะ คุณหมอ"
หมออลงกรณ์เดินออกไปนอกห้อง
ทันใดนั้น ซันก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
พยาบาลนุชตกใจ เธอมองหาเชือกที่อยู่ใกล้ๆ แล้วรัดคอของซันอย่างแรง ซันดิ้นรนก่อนจะขาดใจ
"ตายซะเถอะ จะได้หมดเวรหมดกรรม"
หมออลงกรณ์เดินเข้ามาในชุดผ่าตัด เขายิ้มให้พยาบาลนุช
"ผมคิดไว้ไม่มีผิดเลย ที่เลือกคุณมาช่วยงานผม"

ผ่านเวลา... ผ้าสีเขียวถูกเจาะช่องเฉพาะดวงตาคลุมไปที่หน้าของซัน เข็มฉีดยาแทงเข้าไปด้านข้างของกระจกตา

ต่อมา ... จูนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เธอนั่งอ่านหนังสือ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข
นายศิริเดินเข้ามาหาลูกสาว
"จูน ทำอะไรอยู่"
"อ่านหนังสือคะ"
"อย่าหักโหมนะลูก ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ถ้ารู้สึกปวดตาก็ต้องพักนะลูก"
"คะ พ่อคะ หนูมีความสุขจังเลยค่ะ"

นายศิริลูบหัวลูกสาวอย่างรักใคร่

บรรยากาศกลางคืนในห้องของจูน เธอเริ่มฝันร้าย

หมออลงกรณ์และพยาบาลนุช ช่วยกันแบกห่อผ้าที่คลุมร่างของซันเข้ามาที่หลังบ้าน แล้วโยนลงไปในบ่อปูนหลังบ้านของซัน
หมออลงกรณ์บอก
"อย่างน้อยฉันก็พาแกมาส่งที่บ้าน"
หมออลงกรณ์มองศพของซันอย่างเยือกเย็น

จูนตื่นขึ้นกลางดึก แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเธอเห็น ซัน ยืนอยู่ข้างเตียง จูนกรีดร้องด้วยความตกใจ
นายศิริวิ่งเข้ามาในห้อง
"อะไร เกิดอะไรขึ้นจูน"
"จูนเห็นคนยืนอยู่ตรงนั้น"
นายศิริหันไปมองรอบๆห้อง เขามองไม่เห็นซัน
"ไหน ใครจูน"
"ตรงนั้นไงคะพ่อ"
"พ่อไม่เห็นเลยนะลูก"
จูนหันไปมองด้านหลังนายศิริ เธอเห็นซันโผล่ออกมาจากความมืด ดวงตาของเขาลึกโบ๋ มีเลือดไหลออกมา จูนกรีดร้อง เธอคลุ้มคลั่งวิ่งหนีออกนอกห้อง
"จูน จะไปไหน"
นายศิริวิ่งตาม

จูนวิ่งออกไปจากบ้าน โดยมีนายศิริวิ่งตาม
"จูน ลูกจะไปไหน"
จูนวิ่งเตลิดหายไป

จูนเดินเข้ามาในบ้านร้าง
จูนเดินไปที่หลังบ้านตรงบ่อปูน แล้วมองลงไป
จากนั้นดวงตาของจูนก็เป็นสีดำสนิท

ตำรวจพาตัวนายศิริขึ้นรถตำรวจแล่นออกไป

รัตติกาลเดินออกจากห้องคนไข้ ในโรงพยาบาลจิตเวช
อาคมและเศกยืนรออยู่หน้าห้อง
"เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว"
รัตติกาลมองกลับเข้าไปในห้อง เห็นจูนนั่งร้องไห้ อยู่คนเดียว

อาคม เศก รัตติกาล เดินมาตามทางเดินของโรงพยาบาลจิตเวช
เศกบอก
"น่าสงสารนะ ที่ต้องมาชดใช้กรรมที่ไม่ได้ตั้งใจก่อ"
"ทำไมซันถึงไม่ทำร้ายจูน" อาคมว่า
"ก็เพราะการต้องอยู่อย่างเดียวดาย มันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นอีกน่ะสิ"

จูนนั่งอยู่ตามลาพัง ดวงตามองเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ทว่ามีซันในสภาพปกติ ในชุดคนไข้เหมือนกับจูน นั่งอยู่ใกล้ๆกัน

อ่านต่อตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...