xs
xsm
sm
md
lg

แม่นาก ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่นาก ตอนที่ 18 อวสาน

พิมตะลึง

"พี่มาก"
ชมนาดสะดุ้ง ลุกขึ้นหันไปมองที่ประตู
"พี่มาก พี่มาหาฉันหรือ"
มากเดินเข้ามาในห้อง ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆชมนาด ชมนาดเอื้อมมือไปจับมากเบาๆ
"พี่มาจริงๆ นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม"
"ใช่ กระผมมาเยี่ยมคุณชมนาดขอรับ"
ชมนาดโผเข้ากอดมากทันที สะอึกสะอื้นโล่งใจ และดีใจ
"พี่มากจริงๆ เป็นพี่มากจริงๆ"
พิมมองมากแปลกใจ มากเฉยเมย

มั่น ทุ้ย เค้ง โพล้ง นั่งคุกเข่าเรียงกันอยู่ พ่อใหญ่ถึกยืนก้มหน้าอึดอัดใจ หลวงณรงค์ ยืนกอดอกสีหน้าเครียดอยู่ทางหนึ่ง
"ถ้าลูกสาวกูเป็นอะไรไป พวกเอ็งต้องรับผิดชอบ"
หลวงณรงค์เดินมามองหน้าพ่อใหญ่ถึก พ่อใหญ่ถึกหัวหด
"อย่าให้แม่ชมนาดรู้เด็ดขาดว่าข้ามาพระโขนง เข้าใจไหม พ่อใหญ่ถึก"
พ่อใหญ่ถึกปาดเหงื่อ
"เข้าใจขอรับ"
"ข้ามีงานที่ต้องสะสางอีกมาก ทางนี้คงต้องฝากพ่อใหญ่ถึกดูแล หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีกนะ"
"ไม่เกิดแน่นอนขอรับ"
หลวงณรงค์ถอนหายใจหนัก หันขึ้นไปมองบนเรือน แล้วไปทันที ฃ
พ่อใหญ่ถึกถอนหายใจโล่งอก
มั่นถาม
"แน่ใจหรือ ว่าวิธีนี้จะใช้ได้ผล อำนาจจะบังคับความรักได้หรือ"
"กูไม่รู้หรอก แต่ถ้าคุณหลวงสั่ง ข้าก็ต้องทำตาม ขืนขัดคำสั่งคงตายวันนี้เลย ไม่ต้องรอวันหน้าหรอก หรือว่าเอ็งอยากตายทั้งหมู่ล่ะไอ้มั่น"
สามเกลอบอก"ไม่อยากตาย"
สามคนโพล่งออกมาพร้อมกัน มั่นมองแล้วส่ายหน้า
"ข้ารู้ว่าไม่อยากตาย แล้วเอ็งคิดบ้างหรือเปล่าว่า ไอ้มากมันจะลำบากใจแค่ไหน"
"ไอ้มั่น เอ็งเลิกพูดเรื่องลำบากใจได้แล้ว ยังไงไอ้มากมันก็ต้องทำเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ รักษาลมหายใจของพวกเอ็งไว้ก่อน"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นมั่น

บนเรือนรับรอง พิมกับปุกนั่งอยู่ พิมทำหน้าครุ่นคิด
"ไม่อยากเชื่อเลย ทำไมพี่มากถึงได้เปลี่ยนใจมาหาคุณชมนาดเร็วอย่างนี้"
"โอ๊ย จะไปแปลกอะไรกัน ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย รักง่ายหน่ายเร็ว คุณชมนาดทั้งสวยทั้งร่ำรวยพร้อมสรรพ ถ้าพ่อมากปลงใจด้วย คงเหมือนหนูตกถังข้าวสาร สบายไปตลอดชาติ" ปุกว่า
"ไม่จริง พี่มากไม่ใช่คนแบบนั้น เขารักแม่นากจริงๆ ฉันรู้"
"คุณหนูเจ้าขา น้ำใจคนเราน่ะ ยากแท้หยั่งถึง คุณหนูไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมหรอกเจ้าค่ะ"
"อ๋อ แสดงว่าปุกรู้ลึกรู้ดีน่ะสิใช่มั๊ย"
ปุกค้อนพิมขวับ พิมยิ้มขำ
อีกทางหนึ่ง มากเดินออกมาจากห้องพร้อมกับบ่าวของชมนาด พิมรีบเดินไปทัก
"คุณชมนาดเป็นอย่างไรบ้าง"
"คุณชมนาดรับข้าวแล้วเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวอิฉันจะเข้าไปเช็ดตัวให้"
บ่าวชมนาดเลี่ยงไป พิมทำหน้าประหลาดใจมองหน้ามากอย่างสังเกต มากเฉย
"แสดงว่าได้ยาถูกกับโรค ไม่กินไม่นอน หมดอาลัยตายอยาก พอพี่มากมาชั่วแว๊บเดียว ก็หาย"
"ข้าฝากแม่พิมดูแลคุณชมนาดด้วยก็แล้วกัน ข้าขอตัวก่อน พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่"
มากเลี่ยงไปทันที พิมมองตาม หมั่นเขี้ยว
"จริงด้วย ผู้ชายรักง่ายหน่ายเร็ว ไม่อยากจะเชื่อเลย"
"เห็นไหมเจ้าคะ ปุกพูดแล้วไม่ผิดปากหรอก ระวังพ่อมั่นไว้ให้ดีเถิด คงไม่แคล้วตะเภาเดียวกัน"
พิมมองหน้า ปุกระแวงแล้วยิ้ม

บนเรือน ขุนเพชรเดินหงุดหงิดงุ่นง่าน พวงจันทร์นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เพลิงเดินเข้ามา พวงจันทร์รีบวิ่งไปหาทันที
"หายหัวไปไหนมาพ่อเพลิง รู้มั๊ยเกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
"ฉันก็มีธุระปะปังบ้างสิแม่"
ขุนเพชรบอก "เอ็งจะมัวทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ไม่ได้นะ ไอ้เพลิง"
เพลิงงง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพ่อกับแม่ ทำท่าเหมือนฟ้าจะถล่มยังนั้นหล่ะจ๊ะ"
"นี่พ่อเพลิง ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ เรื่องแม่ชมนาดจัดการไปถึงไหนแล้ว"
เพลิงชะงัก เมินหน้า
"จะไปถึงไหนได้เล่า ก็นังพิมน่ะสิ ฉันบอกให้มันนัดคุณชมนาดออกมา ฉันจะได้พาไปคุยกันสองต่อสอง มันก็ไม่ยอม อ้างท่าโน้นท่านี้ เกิดจะมีศีลธรรมจรรยาบ้าบออะไรก็ไม่รู้"
"แล้วไม่มีวิธีอื่นบ้างหรือ จะมัวแต่เงื้อง่าราคาแพงอยู่ทำไม ฉุดเสียก็สิ้นเรื่อง"
ขุนเพชร กับ เพลิงชะงัก พวงจันทร์ยิ้มเฉย
"ทำไม ไม่เห็นจะใช่เรื่องใหญ่ ลองข้าวสารเป็นข้าวสุกซะแล้ว ไม่กิน มันก็ต้องบูดต้องเสีย จะเล่นตัวอยู่ได้ยังไง"
"ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ อย่างน้อย ต้องเห็นแก่หน้าหลวงณรงค์ด้วย ถ้าทำแบบนั้น เกิดพลาดขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติดน่ะสิ"
"คุณพี่ก็ห่วงแต่หน้าตา ไหนพ่อเพลิงลองเสนอมาสิ ว่าจะจัดการยังไง"
"ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกันน่า ขอเวลาอีกหน่อย"
"จะต้องรอนานแค่ไหน แม่ลงทุนลงแรงไปมากโขนะ งานนี้ถ้าไม่สำเร็จ แม่ขาดทุนย่อยยับ"
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่าแม่ ไม่ขาดทุนแน่นอน ฉันเอาหัวเป็นประกัน งานนี้ แม่จะมีแต่กำไรท่วมท้น คอยดูสิ"
"เอ็งแน่ใจนะไอ้เพลิง ข้าชักไม่เชื่อน้ำหน้า"
พวงจันทร์ขึ้นเสียง
"คุณพี่ อย่าว่าลูกแบบนั้นสิ ปากพ่อแม่น่ะศักดิ์สิทธิ์นะ ว่าลูกก็เหมือนกับแช่ง"
"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรมันสักหน่อย แค่ถาม แหม แค่นี้ก็ตีปีกปกป้องกันยกใหญ่"
"พ่อกับแม่ไม่ต้องเถียงกันให้มากความ รับรองฉันทำสำเร็จแน่นอน คอยดูก็แล้วกัน"
เพลิงหน้าร้าย พวงจันทร์มองอย่างชื่นชม
ขุนเพชรมองเพลิงอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

มั่น ทุ้ย เค้ง โพล้งอยู่บนเรือน นั่งกอดเข่าเจ่าจุก ถอนหายใจเฮือก
มากเดินเข้ามา พอถึงเรือนมากทรุดตัวลงนั่ง ทุ้ยรีบยกขันน้ำมาส่งให้ เค้งรีบหาพัดมาโบกไล่ลม
"เดินมาร้อนๆกินน้ำก่อนนะ ไอ้มาก"
"นั่นสิ ร้อนขนาดนี้ เขาน่าจะให้ใครกางร่มมาส่ง"
โพล้งยืนมองหมั่นไส้
"เอ็งสองตัวมันประจบไอ้มากจนน่าเกลียด มียางอายซะบ้างสิวะ" โพล้งส่งผ้าชาวม้าให้ " เอานี่เช็ดหน้าเช็ดตาซะก่อนสิไอ้มาก เหงื่อไหลไคลย้อยขนาดนี้ เดี๋ยวจะป่วยจะไข้ไปซะก่อน"
โพล้งทำท่าประจบ เค้งกับทุ้ย ทำท่าคลื่นไส้
"พี่โพล้งนี่ดูไม่รู้เลยนะว่าประจบ" เค้งว่า
ทุ้ยบอก
"นั่นสิ ดูเป็นธรรมชาติมาก"
"พอเลยทุกคน ข้าคลื่นไส้ว่ะ .
"พอเลยทุกคน ข้าหมั่นไส้ว่ะ ... เป็นยังไงบ้างไอ้มาก"
"ก็ไม่มีอะไร คุณชมนาดยอมกินยาแล้วก็พัก ฉันสัญญาว่า พรุ่งนี้จะพาไปทำบุญ"
โพล้งตบเข้าฉาด
"นั่นไง ไข้ตัวสมุนไพรรักษาได้ แต่ไข้ใจมันต้องรักษาด้วยใจถึงจะหาย"
"พวกข้าทำให้เอ็งต้องเดือดร้อน"
"ไม่หรอก ข้าต่างหากที่ทำให้พวกพี่เดือดร้อน ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะข้ากับนากแท้ๆ"
"อย่าคิดแบบนั้น ทุกวันนี้ ที่นากต้องเดือดร้อน ก็สาเหตุมาจากคนนี่แหละ"
มากมองหน้ามั่นแล้วยิ้ม
"ข้ามันไม่เอาไหน ตอนที่นากยังเป็นคน ข้าไม่มีโอกาสได้อยู่ดูแล ตอนนี้ นากก็ตายไปแล้ว ข้าก็ยังทำอะไรเพื่อนากไม่ได้ แม้แต่น้อย"
"อย่าโทษตัวเอง ถ้าจะโทษก็ต้องโทษความวุ่นวายของคนนี่แหละ"
มั่นตบบ่ามากอย่างเห็นใจ มากนิ่งถอนหายใจหนักอก

ในห้องนอน ตอนกลางคืน ขุนเพชรนั่งใช้ความคิด สีหน้าไม่สบายใจ พวงจันทร์เดินเข้ามามอง แล้วยิ้ม
"คุณพี่ ยังหนักใจเรื่องพ่อเพลิงอยู่อีกหรือ"
"จะให้วางใจอย่างไรได้ ไอ้เพลิงมันไม่เคยเป็นโล้เป็นพาย ทำอะไรเคยสำเร็จที่ไหนเล่า คราวนี้จะปล่อยให้ทำงานใหญ่ ถ้าพลาดมา ยศตำแหน่งข้าทั้งชีวิต คงหมดสิ้น"
พวงจันทร์นิ่งคิด ขุนเพชรหน้าเครียด
"เอาอย่างนี้สิคุณพี่ เพื่อความสบายใจของคุณพี่ เราไปหาหลวงณรงค์ด้วยกัน"
"ไปทำไมอีก ในเมื่อหลวงณรงค์ไปพระโขนงเงียบๆ คงรู้เรื่องแม่ชมนาดกับไอ้มากแล้ว แต่ยังเงียบอยู่ แสดงว่า คงต้องคิดการใดอยู่แน่เทียว"
"ก็เพราะเงียบน่ะสิ แสดงว่าคิด คงยังลังเล หากจะทิ้งเนื้อชิ้นโต ไปคว้าเศษเนื้อข้างเขียง พี่คิดหรือว่าหลวงณรงค์จะเข้าข้างความรัก เชอะ มันกินเข้าไปได้หรือ"
ขุนเพชรชะงัก
"นี่แม่พวงหมายความว่ากระไร"
พวงจันทร์ยิ้มร้าย
"ฉันเชื่อ คนเราทุกคนน่ะ มีค่าตัว ให้ 10 ชั่ง ไม่พอ 100 ชั่งเอาไหม ถ้าไม่พอ งั้น 1000นึง มันต้องมีหวั่นไหวกันบ้างแหละ"
ขุนเพชรตะลึง
"นี่แม่พวงจะให้ฉันซื้อแม่ชมนาดหรือ"
"จะพูดว่าซื้อ หรือสินสอด มันก็คือกันนั่นแหละ เราเดินมาไกลมากแล้วนะคุณพี่ ทางนึง เราก็รุกคืบ แสดงความจริงใจ อีกทางนึง เราก็ให้พ่อเพลิงรวบหัวรวบหาง สำเร็จทางไหนเราก็ได้ประโยชน์"
"แต่ว่า...."
"จะลังเลทำไม ถ้าเราได้อำนาจหลวงณรงค์มาเสริมทัพ เบื้องต้น เราจะมีอำนาจสั่งการคนบางพระโขนง อยากได้ที่ตรงไหน เราก็ได้ แถมยังได้แม่ชมนาดมาเป็นสะใภ้ วันข้างหน้าสิ้นหลวงณรงค์ ทรัพย์สินทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของแม่ชมนาด เดาสิจ๊ะว่าใครจะรวย"
พวงจันทร์พยักหน้าให้ขุนเพชรอย่างมั่นใจมาก แต่ขุนเพชรสีหน้าลังเล

คืนเดียวกัน ที่หน้าเรือนหมอผี
หมอผีกำลังนั่งทำพิธีอยู่หน้าแท่นบูชา เพลิง หมึก เก่ง นั่งรวมตัวกันอยู่
หมอผีบริกรรมคาถา ที่ขันน้ำมนต์ วิญญาณของผีทั้งหลายวนเวียนเป็นเงาดำอยู่ น้ำเริ่มวนสุดท้ายก็ดูดเงาดำรอบๆ ลงไปในขวดหม้อที่วางในพาน ด้านข้างมีขวดน้ำมันใส่ว่านสลักรูปหญิงชายกอดกันอยู่ในขวด
หมอผีปาดเหงื่อ หยิบขวดขึ้นมามอง
หมอผีถอนหายใจ
"เสร็จแล้ว ข้าใส่รากราคะ พร้อมกับเสน่ห์จันทร์ลงไปด้วย สองอย่างนี้ จะทำให้ผู้หญิงที่เอ็งหมายปอง หลงเอ็งอย่างหัวปักหัวปำ แค่ดีดโดนตัว มันก็จะมานอนรอเอ็งถึงบ้านเลย"
"จริงนะ"
"แน่นอน หรือเอ็งไม่อยากได้ ก็ตามใจ"
เพลิงคว้าขวด หมอผีหลบวูบ
"แล้วที่เอ็งสัญญากับข้าล่ะ เตรียมมาหรือยัง"
เพลิงพยักหน้า แล้วหยิบถุงเงินที่คล้องเอวไว้ส่งให้ หมอผียิ้มแล้วส่งขวดน้ำมันให้แลกกับถุงเงิน
ทันใดนั้น หม้ออาคมที่วางอยู่ก็เต้นตุบๆๆๆ ทุกคนตกตะลึง หมอผีหันไปคว้ามีดอาคมหยิบขึ้นมา บริกรรมคาถาแล้วเคาะไปเบาะๆบนหม้อ หม้อหยุดนิ่ง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือพ่อหมอ"
"วิญญาณมันเฮี้ยน มันอยากจะลองดี ข้าต้องกำหราบมันบ้างก็เท่านั้น"
"มันเคยหลุดออกมาบ้างมั๊ยพ่อหมอ" หมึกถาม
"ไม่เคย แต่ถ้าหลุดออกมาได้ คงเรื่องใหญ่น่าดู"
หมอผีหัวเราะขำ ทุกคนหัวเราะตามแหะๆ
"งั้นฉันลาละจ๊ะ"
หมอผีพยักหน้า เพลิง หมึกเก่งลุกขึ้นจะลาไป แล้วชะงัก เพลิงหันกลับไปมองหมอผีอีกครั้ง
เห็นหมอผีไม่มีเงาหัว เพลิงตกใจ สะบัดหน้าไม่เชื่อสายตา
หมอผีกลับมามีเงาหัวอีกครั้ง
หมึกถาม "อะไรหรือพี่"
"ไม่มีอะไร สงสัยข้าจะตาฝาด"
"รีบไปเหอะ พี่จะได้ขึ้นสวรรค์กับแม่ชมนาดเสียที"
หมึกกับเก่งช่วยกันลากเพลิงไป เพลิงสีหน้างุนงง

คืนต่อเนื่อง ป้าเงิน จำปี ลำจวน กำลังนั่งทำสมาธิ สวดมนต์ไหว้พระอยู่บนเรือน
ลำจวนหลับสัปหงก โงกเงก คว่ำลง ทุกคนตกใจ
"นังลำจวน ตั้งใจหน่อยสิวะ ไหว้พระทีไรเอ็งหลับทุกที"
ลำจวนบอก
"ก็มันง่วงนี่นา จะให้นั่งตัวตรงเป๋งเป็นไก่เสียบไม้มันไม่ได้หรอก"
"ป้าแน่ใจนะ ว่าทำแบบนี้แล้ว นากมันจะได้รับผลบุญ" จำปีถาม
"ข้าแน่ใจ ถ้าใจเราสงบนิ่ง ผลบุญกุศลที่เราส่งไปให้นาก มันจะแผ่ไปถึงผู้รับได้ ข้าหวังเหลือเกิน ว่านากมันจะไม่ทุกข์ทรมาน"
"สาธุ ขอให้กุศลผลบุญที่ลูกทำ ดลบันดาลให้นากหลุดพ้นจากหม้อมาหักคอไอ้คนชั่วด้วยเถอะ สาธุ" จำปีว่า
"นังจำปี ไปล้างปากเดี๋ยวนี้เลย คิดไม่ดี บุญของเอ็งก็ไม่บริสุทธิ์ ไม่ต้องไปบอกให้มันทำร้ายใคร เอ็งควรจะบอกให้มันคิดในสิ่งที่ดี เพื่อตัวมันเอง เข้าใจมั๊ยตั้งใจสวดมนต์ตามข้า"
จำปีลำจวนทำหน้าม่อย ป้าเงินถอนหายใจ แล้วหันหลังกลับไปสวดมนต์ต่อ
ป้าเงิน จำปี ลำจวน สวดมนต์
เสียงสวดมนต์สม่ำเสมอ เหมือนมีเงาสีเงินมาครอบคลุม แล้วค่อยๆส่องสว่างพุ่งขึ้นไป เป็นแสงนวลตา

หม้อดินที่กลิ้งอยู่ใต้น้ำ ถูกกระแสน้ำพัดไป ซ้ายทีขวาที อย่างไร้ทิศทาง
ในหม้อ นากนั่งกอดเข่าอยู่ในหม้ออย่างสิ้นหวัง จู่ๆนากก็เงยหน้าขึ้น มีแสงสีนวลค่อยๆมาล้อมรอบตัวนาก ทำให้นากเปลี่ยนจากผีซีดเซียวดูเป็นผี มีน้ำมีนวลมากขึ้น
นากยกมือไหว้
"ป้าเงินจ๋า จำปี ลำจวน ขอบใจที่มีแก่ใจอุทิศส่วนกุศลมาให้ฉัน สาธุ"
นากยกมือไหว้ ท่วมหัว แล้วสีหน้าดีขึ้น นากยิ้มแล้วมองรอบๆตัวอย่างสิ้นหวัง

ไฟวอบแวมจากตะเกียงที่หัวเรือ
คนเรือกำลังตกปลาอยู่ที่หัวเรือ
อีกคนหนึ่ง กำลังจ้องจะหว่านแหลงไปที่ท้องน้ำแต่ไม่ทันระวัง ขาไปเตะโดน ขวานเล็กๆ ที่วางอยู่ด้านข้างตกน้ำลงไป
"เฮ้ย ขวานกู"
ขวานหล่นลงไปในน้ำ ค่อยๆตกลงไป อยู่ข้างหม้อดินของแม่นาก เฉียดหม้อไปนิดเดียว
บนเรือ คนหาปลา 2 คนคุยกัน
"ไว้พรุ่งนี้ค่อยงมแล้วกัน น้ำนิ่ง มันคงไม่ไปไหนหรอก"
"งมคืนนี้ไม่ได้หรือ"
"จะรีบไปไหน ขวานนะโว๊ย ไม่ใช่คน มันไม่วิ่งหนีหรอกน่า"
ที่ใต้น้ำ หม้อดินของนาก กลิ้งมาทับขวานพอดี

เช้าวันใหม่ ในห้องนอน ชมนาดลุกขึ้นนั่ง ให้บ่าวเช็ดเนื้อเช็ดตัวสางผมอยู่
ชมนาดแต่งตัวสวย กำลังสับหวีเพื่อประดับผม
"คุณชมนาดของบ่าวงามจริงๆ นี่ขนาดเพิ่งหายป่วยนะเจ้าคะ"
"จริงหรือ ตอนข้าป่วย ดูแย่มากเลยหรือ"
"ก็ดูซูบซีดน่ะเจ้าค่ะ แต่ยังไงก็ดูสวย"
"จริงสิ มีใครส่งข่าวไปให้คุณพ่อรู้หรือเปล่า"
บ่าวนิ่งไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้า ชมนาดทำท่าโล่งใจ
"ดีแล้ว อย่าให้คุณพ่อรู้เด็ดขาด ไว้ข้าจะบอกพ่อด้วยตัวเอง"
บ่าวก้มหน้า
"เจ้าค่ะ"
ชมนาดสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนลุกขึ้น เดินออกจากห้องไป

บ่าว ถอนหายใจเฮือก

ทางเดินในวัดมหาบุศย์ เวลาต่อมา ชมนาดเดินนำหน้ามากไป สีหน้าร่าเริง

"ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้มาพระโขนงครั้งนี้ พี่มากพี่ดีใจหรือไม่"
ชมนาดหันไปมอง เห็นมากยืนนิ่งเหม่อ
"พี่มาก พี่คิดอะไรอยู่"
มากหันมาทางชมนาดแล้วยิ้ม
มากเห็นนากยืนอยู่ มากยิ้ม เดินตรงมาจับมือนากไว้
"แม่นาก"
ชมนาดกระตุกหน้าทันที
"พี่เรียกฉันว่าอะไรนะ"
มากสะดุ้ง เพ่งมองอีกครั้ง เห็นชมนาดยืนจ้องอยู่ มากมองมือที่จับมือชมนาดไว้แล้วปล่อยทันที ชมนาดเสียความรู้สึก
"กระผมขอโทษขอรับ"
ชมนาดมองหน้ามาก ค้นหา มากเมินไม่สบตา
"รีบขึ้นไปบนศาลาเถิดขอรับ ประเดี๋ยวจะไม่ทันถวายเพล"
มากบอกแล้วเดินนำหน้าชมนาดไปทันที ชมนาดมองแปลกใจ แล้วตามไป
บ่าวชมนาดมองอย่างอึดอัด แล้วรีบตามไป

อีกมุมหนึ่ง มั่น พิม ยืนมองมากกับชมนาด พิมหงุดหงิด
"ฉันไม่เข้าใจเลย วันก่อนจะเป็นจะตาย เพราะรักเมีย วันนี้กลับมาเดินตามหญิงอื่น พี่เป็นเหมือนพี่มากหรือไม่"
"อ้าว จะเหมารวมกันได้อย่างไร ข้าก็ข้า ไอ้มากก็ไอ้มากสิ"
"ไม่รู้ล่ะ เห็นเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มันคงต้องติดกันบ้างสิ"
มั่นอึดอัด
"อย่าตำหนิไอ้มากเลย มันจำเป็นต้องทำ"
พิมจ้องหน้ามั่น
"จำเป็นหรือ พี่มีอะไรปิดบังฉันหรือเปล่า"
มั่นเสียงสูง
"เปล๊า"
"เสียงสูงเยี่ยงนี้แสดงว่ามีพิรุธ เฮอะ ผู้ชายพายเรือเขาว่าเชื่อไม่ได้จริงๆ"
พิมมองหน้ามั่นจับผิด มั่นส่ายหน้าพิมงอนไป
"โอ๊ย จะปิดได้อีกนานเท่าไหร่เนี่ย"
มั่นรีบตามไป

บนศาลา หลวงตากำลังรับของถวายจากป้าเงิน จำปีสะกิดลำจวนยิกๆ
"ข้าไม่ถาม ถ้าเอ็งอยากรู้ก็ถามเองสิ นังจำปี"
หลวงตาหันไปมองจำปีแล้วยิ้ม เมตตา
"อยากถามอะไรหรือ ถามมาสิ ถ้าตอบได้ข้าจะตอบ"
จำปีอ้ำอึ้งไม่กล้าถาม ป้าเงินยิ้ม
"นังจำปีมันสงสัย ว่า ถ้าเราสวดมนต์ไหว้พระ หรือว่านั่งสมาธิ จะส่งผลบุญถึงคนตายได้หรือไม่"
"พลังบุญ น่ะเป็นพลังวิเศษ น้อมนำให้ทุกสรรพสิ่ง ดำเนินไปในทางที่ดี ผ่อนทุกข์คลายร้อน ได้ ขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ให้และผู้รับ ถ้าตั้งใจจริง ทำจริง บุญเหล่านั้นก็ส่งไปถึงผู้รับได้ ไม่ว่าจะอยู่โลกไหนหนใดก็ตาม"
"แล้วมันจะไม่หมดหรือเจ้าคะ แบ่งบุญให้คนโน้นคนนี้"
"เอ็งลองดูสิว่า เวลาคนมาขอต่อคบไฟของเอ็ง ไฟของเอ็งน้อยลงหรือไม่ ตรงกันข้าม มันกลับเพิ่มความสว่างให้คบของคนอื่น"
"งั้นแสดงว่า นากก็ต้องได้รับบุญกุศลที่เราส่งไปใช่ไหมเจ้าคะ"
หลวงตายิ้มเมตตา จำปีหน้าตาสบายใจขึ้นแล้วชะงัก ลำจวนสังเกตเห็นจำปีชะงักเช่นกัน
"สงสัยอะไรอีกล่ะ สงสัยก็ถามไปสิ"
จำปียังตะลึง ลำจวนหันไปมองเห็น มากยืนอยู่ที่บันได จับมือชมนาดดึงขึ้นบันไดมา
"พี่มาก"
มากหันมาเห็นจำปี ลำจวน ป้าเงินก็ชะงัก
ป้าเงินเมินหน้า
มากอึดอัดใจ ชมนาดมองมากอย่างสังเกต

ณ เรือนหลวงณรงค์
หลวงณรงค์กำลังถือแก้วน้ำชาควันร้อนกรุ่น หลวงณรงค์เป่าแก้วให้ชาเย็น
พวงจันทร์กับขุนเพชรมองหน้ากันอย่างร้อนใจ
"คุณหลวงณรงค์มีความเห็นเป็นประการใดขอรับ"
"ฉันไม่อยากให้ทางท่านขุนคิดว่าฉันจะเรียกร้องสินสอดเพิ่ม ถ้าเช่นนั้นก็กลับไปเสียเถอะ"
ทั้งสองมองหน้ากัน ตื่นตะลึง
"เปล่านะขอรับ กระผมไม่ได้คิดแบบนั้น"
"อิฉันไม่ได้ตั้งใจจะหมิ่นเกียรติคุณชมนาดนะเจ้าคะ ตรงกันข้าม อิฉันจริงใจที่จะต้อนรับคุณชมนาดมาเป็นสะใภ้ เพียงแต่อยากให้ดำเนินการให้มันเร็ว ไม่อยากให้มีข่าวลือให้หนาหูไปกว่านี้"
"ข่าวลือหรือ ข่าวลือเรื่องอะไร"
หลวงณรงค์มองหน้าทั้งสองคน พวงจันทร์กับขุนเพชรนิ่ง ไม่กล้าตอบ
"เปิดอกพูดกันเลยนะ ฉันเองไม่ได้รังเกียจทางท่านขุนเลย แต่ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ฉันมีลูกสาวคนเดียว ถ้าเขาทุกข์ฉันจะสุขได้อย่างไร"
"หมายความว่า ท่านหลวงจะกลับคำกระนั้นหรือ"
"เปล่า ฉันเห็นว่า ถ้าพ่อเพลิงสามารถเอาชนะใจลูกสาวฉันได้ ฉันจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทางฉันไม่ขัดข้องอะไรเลย เพียงแต่รอให้หนุ่มสาวเขาตกลงกันได้ก่อนจะดีกว่า"
ขุนเพชร กับพวงจันทร์มองหน้ากัน
"ถ้าเช่นนั้น กระผมจะเร่งรัดทางพ่อเพลิงก็แล้วกัน"
"งั้นอิฉันก็ขอลานะเจ้าคะ"
พวงจันทร์ปิดหีบ ทำท่าจะเอาผ้าห่อกลับ
"แล้วจะเอากลับไปทำไมเล่า ทิ้งไว้ที่นี่แหละ ตั้งใจเอามาให้แล้ว ข้าไม่อยากให้เสียน้ำใจ"
ขุนเพชรอึ้ง พวงจันทร์แอบมองแค้นใจ
"นั่นน่ะสิ ยังไงก็ตั้งใจเอามาให้แล้ว ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"
ทั้งคู่เดินไป หลวงณรงค์มองทรัพย์สินตรงหน้าแล้วยิ้มโลภ
"คิดว่าข้ารู้ไม่ทันเล่ห์ของพวกเจ้าหรือ"

ที่หน้าเรือน จำปี เดินจ้ำพรวดๆๆๆ วิ่งขึ้นเรือนไปไม่ฟังเสียงใคร ด้านหลัง ป้าเงิน กับลำจวนยืนมองหน้ากัน
"นังจำปีนี่ มันเป็นเอามากจริงๆ"
"นี่ถ้าป้าไม่อยู่ด้วย นังจำปีมันคงโดดไปตบคุณชมนาดเข้าให้แล้วกระมัง เฮ้อ"
ป้าเงินนิ่งคิด
"ข้าไม่คิดว่าไอ้มากมันจะเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้ ไม่คิดเลย"

เหตุการณ์บนศาลาที่ผ่านมา มากปล่อยมือจากชมนาดทันที แล้วยกมือไหว้ป้าเงิน
"ป้าเงิน จำปี ลำจวน ไม่ได้เจอกันนานเลย ป้าสบายดีใช่ไหม"
"ก็ตามสภาพนั่นแหละ เอ็งล่ะ ดูหน้าตาสดใสขึ้นนะ"
มากยิ้มรับ ชมนาดยกมือไหว้ป้าเงิน
"ดีจริงที่ได้เจอป้าเงินที่วัด ดีใจที่ได้ทำบุญร่วมกันนะจ๊ะป้าเงิน อ้อ จำปี ลำจวนด้วย"
ลำจวนยิ้ม จำปีกระตุกมือลำจวน พูดลอยๆ เชิดหน้า
"ใครอยากจะทำก็ทำไป"
ป้าเงินกระซิบดุ
"นังจำปี เอ็งไปเตรียมน้ำมาไป" แล้วหันไปคุยกับชมนาด " เชิญขึ้นมาสิเจ้าคะ จะได้ฟังพระด้วยกัน"
ชมนาดยิ้มรับ แล้วเดินขึ้นไปบนศาลา
จำปี กระฟัดกระเฟียดเดินไป
ชมนาดยิ้มอ่อนหวานให้ป้าเงิน และทุกคน
"ถ้าพร้อมแล้วก็รับศีลกันนะ"
ทุกคนยกมือไหว้พระ
ทุกคน ยกมือไหว้พระ มากยกของไปประเคน ชมนาด จับถาดประเคนร่วมกับมากอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
จำปีมองมากกับ ชมนาด นั่งไหว้พระคู่กัน
ชมนาดกรวดน้ำพร้อมกับมาก
ป้าเงินมองมากกับชมนาดแล้วแอบถอนหายใจ

ป้าเงินถอนหายใจ
"คนอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตไป คนตายก็อยู่ส่วนคนตาย ทางใครก็ทางใคร"
"ฉันว่า จำปีมันคงทำใจไม่ได้ โกรธพี่มากแทนนากมันล่ะสิ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นอย่างนี้หรือ"
"จะไปโทษมันก็ไม่ได้ จำปีกับนากน่ะมันโตขึ้นมาพร้อมๆกัน เหมือนพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ย่อมเดือดร้อนแทนกันเป็นธรรมดา"
จำปี วิ่งลงจากเรือนมาพร้อมกับธูปในมือ
"นังจำปี เอ็งจะเอาธูปไปไหน"
จำปีชะงักไม่ตอบ ลำจวนกับป้าเงินมอง
ลำจวนบอก
"มันจะทำอะไรนอกจากจุดธูปฟ้องนากมันน่ะสิ"
"นากมันสมควรจะได้รู้ ว่าคนที่มันรักหนักหนา กำลังทรยศมันอยู่...จำปีจะไป"
"หยุดเดี๋ยวนี้ นังจำปี อย่าทำแบบนี้"
"ป้า จะปล่อยไว้ได้อย่างไร"
"แล้วเอ็งคิดว่า ถ้านากมันรู้มันจะทำอย่างไรได้ พอดีพอร้าย มันยิ่งทุรนทุรายมากขึ้น ปล่อยมันไปเถิด เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว"
"ไม่ นากมันต้องได้รับรู้ ว่าพี่มากกำลังทรยศ"
จำปีฮึดฮัด ป้าเงินคว้าธูปในมือของจำปีมาหัก แล้วขว้างทิ้งไป ทุกคนตะลึง
"ข้าเสียใจที่สุด ที่นังนากมันจากไป เสียใจที่ไอ้มากมันเป็นแบบนี้ แล้วพวกเอ็งจะทำอะไร ยิ่งทำแบบนี้ นากมันยิ่งไปไม่สงบ หยุดได้แล้ว พอเสียทีเถิด จำปีเอ๊ย ข้าขอร้อง"
ป้าเงินหอบ เหมือนจะเป็นลม ลำจวนเข้าไปประคอง จำปีละล้าละลัง
"ปล่อยให้ทุกอย่างไปตามเวรตามกรรมเถิด อย่าไปเพิ่มเติมอะไรอีกเลย"
ป้าเงินหอบ จำปีนิ่งคิด ฮึดฮัด

ริมน้ำสวยๆ มากยืนเหม่อมองไป ชมนาดยืนมองมาก
"พี่มีเรื่องอะไรคับใจบอกฉันมาเถิด อย่าทำแบบนี้เลย"
"เรื่องอะไร"
"ฉันไม่ใช่คนโง่ การที่พี่มาหาฉันเช่นนี้ ฉันรู้สึกว่ามันต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง"
"คุณชมนาดคิดมากเกินไป"
"หรือว่า มีใครบังคับพี่ให้ทำเรื่องแบบนี้ บังคับพี่ให้ดีกับฉัน"
"ทำไมต้องถาม ในเมื่อ คุณชมนาดหายป่วยหายไข้ ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วไม่ใช่หรือขอรับ"
"พี่มาก พี่ปิดบังอะไรอยู่"
"แดดแรงเหลือเกิน กลับเรือนดีกว่าขอรับ"
มากกางร่มให้ ชมนาดมองอย่างสงสัย

มั่นนั่งรออยู่ พิมเดินถือผลไม้เข้ามา
"พี่มั่น กินมั๊ย"
มั่นหันมายิ้มให้ยื่นมือไปรับ พิมดึงมือหลบ
"อ้าว ทำไมเปลี่ยนใจง่ายอย่างนี้ เนี่ยนะผู้หญิง"
"อย่ามาว่าผู้หญิง ผู้ชายก็เปลี่ยนใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ"
"เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ ข้าไม่อยากพูดถึงคนอื่น
"ฉันมีเรื่องจะเล่าให้พี่ฟัง เรื่องคุณชมนาด"
มั่นมองหน้าพิม พิมยิ้ม
"จริงๆ ฉันเห็นใจคุณชมนาดนะ รู้มั๊ยทำไมคุณชมนาดถึงโดดน้ำตาย"
มั่นส่ายหน้า พิมหยิบจดหมายส่งให้ มั่นรับมาอ่าน ตกใจ
"นี่มันเรื่องจริงหรือ"
"จริงน่ะสิ แสดงว่า คุณชมนาดน่ะ รักพี่มากอย่างจริงใจ"
"ข้าเคยเห็นเรื่องแบบนี้มาแล้ว"
"ฉันเล่าความลับที่รู้ให้พี่ฟังแล้ว ทีนี้ตาพี่เล่าบ้าง"
มั่นทำมึน
"เล่าอะไร ข้าไม่มีความลับ"
พิมจ้องหน้าเอาเรื่อง มั่นหลบตา
"เล่ามา อย่าให้ฉันรู้สึกว่าพี่ไม่จริงใจกับฉัน"
"แต่ว่า"
พิมขึ้นเสียง
"เล่ามาเดี๋ยวนี้"
มั่นถอนหายใจหนัก
"เฮ้อ ... วันนั้น หลวงณรงค์มาพระโขนง"
"จริงหรือ ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย"
"หลวงณรงค์สั่งให้ทุกคนปิดเป็นความลับ"

วันนั้น หลวงณรงค์ ยืนจ้องหน้ามากนิ่ง
"ไอ้มาก เอ็งรู้ไหมเรื่องที่เกิดขึ้นนี่เพราะเอ็งเป็นต้นเหตุทั้งสิ้น"
มากก้มหน้า
"กระผมไม่เคยคิดเกินเลยกับคุณชมนาดแม้แต่น้อยขอรับ"
"เอ็งรู้หรือไม่ ลูกข้ามีคู่หมายเป็นลูกชายของขุนเพชร"
"กระผมพอทราบขอรับ"
"แล้วเอ็งยังกล้ามาวุ่นวายกับลูกข้าอีกหรือ เกิดเรื่องราวใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลูกข้าไม่กินไม่นอน ทุกข์ใจก็เพราะเอ็ง เอ็งต้องรับผิดชอบ"
มากหันไปมองหน้ามั่นสีหน้าหนักใจ
"กระผมยินดีรับโทษทัณฑ์ทุกอย่าง แต่ก็ยังยืนยันว่า ไม่เคยคิดอาจเอื้อมบังอาจ เกินเลยกับคุณชมนาดแม้แต่น้อย"
"เรื่องนั้นข้ารู้ เอาเป็นว่า เอ็งต้องดูแลลูกข้าจนกว่าจะหายดี จนกว่าเรือนของข้าจะปรุงเรียบร้อย ไม่อย่างนั้น ข้าจะไม่ละเว้นพวกเอ็งกับเพื่อนเอ็งทุกคน"
มากกดดัน
"ขอรับ คุณหลวง"
"อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นเด็ดขาด โดยเฉพาะแม่ชมนาด"
มากก้มหน้าเครียดพยักหน้ารับ

มั่นเหนื่อยใจ
"เรื่องมันเป็นแบบนี้ ข้าสงสารไอ้มาก โดนเข้าใจผิด ก็ต้องเงียบ เฮ้อ"
"ตายจริง นี่แสดงว่า พ่อกับแม่ต้องผิดพลาดใหญ่หลวงแน่"
"อะไรของแม่หรือ"
"พ่อกับแม่ฉัน หมายมั่นปั้นมือว่า ต้องได้ดองกับหลวงณรงค์" นี่ก็ลงทุนไปมากโข ไอ้เรือนนั่นก็ปลูกให้เป็นของขวัญหลวงณรงค์ นั่นไง เจอเข้าแล้วไหมล่ะ"
"แล้วจะทำอย่างไรล่ะ"
"จะไปทำอย่างไรได้ ต้องปล่อยไปน่ะสิ กรรมใครกรรมมัน แต่น่าสงสารคุณชมนาด โดนหลอก"
"หลอกยังไง ข้าไม่เข้าใจ"
"พี่ไม่เข้าใจผู้หญิงหรอก ถูกบังคับให้แต่งกับคนที่ไม่รัก แม่ชมนาดก็เหมือนตาย แต่กลับไม่ตาย ต้องมาเจอพี่มากหลอกว่ารักไงเล่า"
มั่นคราง
"มันเจ็บเสียยิ่งกว่าตาย โธ่เอ๊ย คราวนี้จะทำอย่างไรเล่า"
มั่นกับพิมมองหน้ากันแล้วเครียด

ชมนาดกับมากเดินมาที่เรือนรับรอง ชมนาดเครียด คิดหนัก
"อย่าคิดมากเลยขอรับ รักษากายให้แข็งแรง แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี"
ชมนาดเงยหน้า มากหลบตา ชมนาดคว้ามือมากไว้
"พี่ปิดบังอะไรฉัน"
มากนิ่งไม่ตอบ ชมนาดสะอื้น โผเข้ากอดมาก
"พี่มาก อย่าโกหกฉันเลย พี่รู้ไหมฉันคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้หากขาดความรักจากพี่"
ชมนาดกอดมากไว้แน่น มากสงสารชมนาด
มากยกขึ้นจะกอดชมนาดตอบ ลังเล มากลดมือตกลงตามเดิม
"ไอ้มาก มึงทำแบบนี้กับคู่หมั้นของกูหรือ"
ทุกคนตะลึงหันไปมอง เพลิงยืนมอง หน้าแค้น
"ไอ้มาก มึงหยามกูเกินไปแล้ว"
เพลิงกระโดดเข้าต่อยมากทันที หมึกกับเก่ง ช่วยเพลิงรุมมาก เกิดความชุลมุนขึ้นทันที

ชมนาดยืนมองตะลึง
 
อ่านต่อหน้า 2

แม่นาก ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

มั่นกับพิมเดินคุยกันมุ้งมิ้ง

"ไม่ต้องกลัวจะมีปัญหาหรอก แม่ไม่พูด ข้าไม่พูด ใครจะรู้"
พิมชะงักหยุดยืนมอง
"มีอะไร"
"นั่นไงปัญหา"
มั่นหันไปมอง เห็นความชุลมุนที่หน้าเรือน
"นั่นมัน"
"พี่เพลิง!"
มั่นกับพิมมองหน้ากัน แล้วรีบวิ่งไปทันที

ความชุลมุนที่เกิดขึ้น มั่นโดดเข้าไปผสมโรง
พิมมองซ้ายมองขวา หันไปเห็นตุ่มน้ำหน้าเรือน พิมวิ่งไปคว้าขันน้ำจ้วงมาสาดโครมไปที่เพลิง เพลิงชะงัก หันมา
"นังพิม เอ็งทำอะไรของเอ็ง"
พิมถอยกรูดไปตั้งหลัก เพลิงพาล เดินเข้าหา จะตบ ชมนาดเดินมาขวางไว้ เพลิงชะงัก
"จะทำอะไร ถอยออกไป"
เพลิงกัดฟัน
"แล้วแม่ล่ะจะทำอะไร ไม่อายบ้างหรือ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้ชาย กลางวันแสกๆ นี่หรือ ที่หญิงสูงศักดิ์เขาทำกัน"
"ข้าจะทำอะไรมันไม่เกี่ยวอะไรกับพ่อเพลิงหรือ ก็เปล่านี่นา"
"แต่แม่เป็นคู่หมายของกระผม ทำแบบนี้เท่ากับไม่รักษาเกียรติของกระผม"
"อ๋อ เรื่องนั้น ไม่ยากไม่เย็น ฉันจะกลับพระนครไปจัดการคืนของหมั้นให้พ่อเพลิงซะ เรื่องนี้ถือเป็นอันยุติ"
"เฮ้ย ทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน มันไม่ใช่เล่นขายของนะ"
"กลับไปซะก่อนเถอะพ่อเพลิง ถ้ากลับไปตอนนี้ฉันจะไม่เอาความ"
"หมายความว่าอย่างไร"
"ฉันพูดแค่ครั้งเดียว หากพ่อยังไม่ไป ใครก็ได้ ช่วยตามพ่อใหญ่ถึกมาตัดสินที ดูซิ ว่า ระหว่างพ่อเพลิงลูกขุนเพชร กับฉัน ลูกหลวงณรงค์ พ่อใหญ่ถึกจะฟังใคร"
เพลิงฮึดฮัด หมึกกับเก่งสะกิด
"ถอยก่อนดีกว่าพี่ วันนี้ฤกษ์ไม่สะดวก" หมึกบอก
"นั่นสิ ไปเถอะ"
เพลิงฝืนยิ้ม
"ก็ได้ ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แต่เรื่องหมั้นหมายน่ะ กระผมถือว่ายังคงไว้ เช่นเดิม อย่างน้อยก็เป็นการรักษาเกียรติของแม่ชมนาดไว้ก่อน พวกเรากลับ"
เพลิงหันไปมองหน้ามาก แบบฝากไว้ก่อน แล้วไป
พิมถอนหายใจโล่งอก
ชมนาดมือสั่น เหมือนจะเป็นลม เซ มากรับไว้
"ฉันใจสั่นเหมือนจะเป็นลม"
"ฉันจะพาแม่ขึ้นเรือน"
มากประคองชมนาดขึ้นเรือนไป
พิมกับมั่นมองตามแล้วถอนหายใจเฮือก
"ว่าแล้วต้องเกิดเรื่อง"
"ข้าไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดขนาดนี้"
"เรื่องใหญ่แน่นอน เตรียมตัวให้ดีเถิด"
พิมกับมั่นหนักใจ

มากประคองชมนาดขึ้นมาบนเรือน
ปุกกับบ่าวชมนาดออกมาเห็นเข้า ตกใจ รีบเข้ามารับชมนาดจากมือมาก
"ตายจริง เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ" ปุกว่า
"คุณชมนาด คงตกใจเกินไป หายาหอมชงให้กินหน่อยคงจะดีขึ้น"
บ่าวรีบไปทันที ปุกประคองชมนาดไว้ มากลุกขึ้นทันที ชมนาดมองมากประท้วง
"พี่จะไปเลยหรือ"
"ที่นี่หมดธุระของกระผมแล้ว กระผมต้องขอตัวก่อน"
มากไปแบบไม่มีเยื่อใย ชมนาดมองตามเศร้า
ปุกมองอย่างสงสาร

เวลากลางคืน ขุนเพชรกับแม่พวงนั่งเครียด มองหน้ากัน
"ทีนี้จะทำยังไงล่ะ ไหนบอกว่า คนมีค่าตัว เสียเงินไปมากโข ตัวก็ไม่ได้" ขุนเพชรบอก
"ใครจะไปรู้ล่ะ คนใหญ่คนโตนี่หน้าด้านหน้าทน กล้าฉกกล้าฉวย ลูกสาวตัวเองทำงามหน้ายังกล้ายึดของไว้ ให้เราแก้ปัญหาเอง ร้ายนัก" พวงจันทร์ว่า
"จะอะไรก็ช่างเถอะ เราต้องแก้ปัญหา ยังไงก็ต้องได้ตัวแม่ชมนาด ไม่อยากงั้นทุนหายกำไรหด เรือนนั้น เราก็สร้างให้เป็นกำนัล โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว"
เพลิงหมึกเก่งเดินขึ้นเรือนมา เพลิงหน้าตาปูดบวม พวงจันทร์มองเห็นตกใจ
"พ่อเพลิง ไปทำอะไรมา"
"ก็แม่ลูกสะใภ้ในดวงใจของแม่น่ะสิ งามหน้าที่สุด"
พวงจันทร์กับขุนเพชรมองหน้ากัน เพลิงผิดสังเกต
"ทำไมแม่ถึงทำหน้าแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น"
ขุนเพชรเมิน สะกิดให้ พวงจันทร์พูด
"คือว่า ... หลวงณรงค์เขาบอกว่า เรื่องของลูกกับแม่ชมนาด น่ะ เขาไม่บังคับใจลูกสาว ถ้าลูกสาวเขายอมปลงใจกับพ่อเพลิงก็ถือว่า ตกลง"
"อ้าว ไหงพูดหมาๆแบบนั้นเล่า อย่างนี้มันต้องเตะปากกันแล้ว"
"เอ็งจะเอาอะไรไปสู้ เขาไม่ได้ปฏิเสธ เขาให้เอ็งสองคนตกลงกันเอง เขาไม่ได้ผิดสัญญา"
หมึกกับเก่งมองหน้ากัน
"งั้นกูก็อดกินเหล้าเจ้าบ่าวแน่งานนี้" หมึกบอก
"ไอ้หมึก เอ็งพูดอะไร ปากเสีย" พวงจันทร์ว่า
หมึกกับเก่งทำท่าจะอ้าปากพูด เพลิงชี้หน้า
"พวกมึงไม่ต้องเสือก กูพูดเอง"
หมึกกับเก่งหน้าจ๋อย
เพลิงเครียด
"หมายความว่า ฉันต้องจัดการเรื่องต่อจากนี้เองใช่ไหม"
พวงจันทร์กับขุนเพชรมองหน้ากันแล้วพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
"แม่กับพ่อทำเต็มที่แล้วนะ แต่ว่า..."
"ช่างเหอะ ที่เหลือข้าจัดการเองก็ได้ แม่ชมนาด จะต้องให้บังคับกันแบบนี้ใช้มั๊ย ได้สิ เรื่องแบบนี้ไอ้เพลิงไม่ถอยอยู่แล้ว"
เพลิงหน้าแค้น

ที่เรือนของมั่น มากกำลังผ่าฟืนด้วยขวานอย่างตั้งใจ มั่นยืนมองนิ่ง ทุ้ย เค้ง โพล้ง กำลังตั้งวงพนัน
โพล้งถาม "มึงว่า ใครจะชนะ"
เค้งบอก "พี่มาก"
"ไอ้มั่น" ทุ้ยว่า
โพล้งแบมือ เค้ง กับทุ้ย หยิบเบี้ยใส่มือโพล้ง
โพล้งบอก "มากูรับแทง"

มากกับมั่นคุยกัน
"ไอ้มาก ทำไมเอ็งไม่พูดความจริง"
"เราคุยเรื่องนี้กันอีกทำไม มันจบไปแล้วไม่ใช่หรือ"
มากเงื้อขวานจะฟันฟืน มั่นคว้าไว้
"ปล่อยไว้แบบนี้ อาจทำร้ายจิตใจคุณชมนาด"
"ทุกคนจะได้ในสิ่งที่ต้องการ มีคนเดียวเท่านั้นที่ต้องสูญเสีย"
"ไอ้มาก เอ็งพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร"
"นากไง นากตายโดยที่ไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมให้แม้แต่น้อย แม้แต่ข้าเอง ที่เป็นผัว ก็ช่วยอะไรนากไม่ได้ ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย"
มากทรุดตัวลงนั่ง เศร้า
"ข้าเสียใจเหลือเกิน ที่ทำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งวันนี้ ข้ามีโอกาสจะแก้แค้นให้นาก แต่ข้าก็ทำไม่ได้ ต้องเห็นเมียถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา แต่ก็ไม่มีปัญญาจะช่วย ข้ายังควรเป็นคนอยู่อีกหรือ"
มั่นมองมากอย่างเห็นใจ
มากน้ำตาคลอ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
"ข้าขอโทษ นาก ข้าขอโทษ"
มากเศร้า มั่นตบไหล่ให้กำลังใจ

คืนนั้น ป้าเงินนั่งเรียงผลไม้ในกระจาด จำปีนั่งหลบมุมทำงานไป ปาดน้ำตาไป
"นี่เอ็งจะรำพันอีกนานมั๊ยนังจำปี"
"ฉันสงสารนาก"
"จำปีเอ๊ย เวรกรรมมันเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง เอ็งจะสงสาร หรือรักใคร่นากมันแค่ไหน เอ็งก็ช่วยอะไรมันไม่ได้"
"หรือว่า เอ็งจะโดดน้ำลงไปงมนากขึ้นมา เออ แล้วรู้มั๊ยว่า นากมันอยู่ที่ไหน" ลำจวนถาม
จำปีสะอื้นโฮ ป้าเงินส่ายหน้า ยกมีดชี้หน้าลำจวน
"นังลำจวน หาเรื่องอีกแล้วนะ มึงจะแหย่มันไปถึงไหนเนี่ย"
ลำจวนทำหน้าจ๋อย ป้าเงินหันไปมองจำปีสงสาร
"จำปีเอ๊ย บางครั้ง การไม่รู้อะไรเลย มันก็เป็นความสุขนะ ถ้านากมันไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคน บางทีมันอาจจะไม่ต้องทุกข์อย่างที่เป็นอยู่ก็ได้"
จำปี ปาดน้ำตาสะอึกสะอื้น

ชมนาด รับยาจากพิมมาดื่ม
"สีหน้าคุณชมนาดดีขึ้นมากแล้ว"
"จริงสิ พ่อใหญ่ถึกมาบ้างหรือเปล่า"
พิมส่ายหน้า
"ไม่เห็นมาหลายวันแล้ว"
ชมนาดบอกกับบ่าว
"เอ็งไปตามพ่อใหญ่ถึกมาพบข้าที"
พิมตกใจ
"ตอนนี้เลยหรือ"
ชมนาดแปลกใจ หันไปมองพิม พิมรู้ตัวรีบกลบเกลื่อน
"ฉันหมายถึงว่ามันดึกแล้วนะ"
"ฉันหมายถึงพรุ่งนี้"
"งั้นหรือ ก็ดี จริงสิ คุณชมนาดพักผ่อนเถอะนะ ฉันก็จะไปพักเหมือนกัน"
พิมลุกขึ้นพยักหน้าให้ปุกลุกตามไป ชมนาดมองอย่างสงสัย
"ไปตามพ่อใหญ่ถึกมาพบข้าพรุ่งนี้เช้าเข้าใจมั๊ย"
"เจ้าค่ะ แต่จะเรียกพ่อใหญ่ถึกมาทำไมหรือเจ้าคะ"
ชมนาดชะงัก หันไปมองบ่าว บ่าวก้มหน้าหลบตา
"เอ็งมีอะไรปิดบังข้าอยู่ใช่ไหม"
ชมนาดจ้องหน้าบ่าวนิ่ง คาดคั้น บ่าวชมนาดอึดอัดมีพิรุธ

ใต้น้ำ
ภายในหม้อ นากนั่งคุกเข่าพนมมือ
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอโอกาสให้ข้าได้พบกับพี่มากอีกสักครั้ง หากผู้ใดที่ปลดปล่อยข้าออกไปได้ ข้าจะตอบแทนบุญคุณแก่ท่าน"
จู่ๆนากก็เซเหมือนถูกแรงเหวี่ยงอย่างแรง

พระอาทิตย์กำลังจะตกที่ขอบฟ้า
คนหาปลา1 ยืนคอยอยู่บนเรือ อีกคนยืนขึ้นมาพร้อมกับขวาน คนหาปลา 2 ปีขึ้นมาบนเรือพร้อมกับข้าวของบางอย่าง
คนหาปลา 1 เห็น หม้อดินที่ขังนากไว้
"นี่มันหม้ออะไรวะ"
"ไม่รู้ ขายได้หรือเปล่าวะ"
คนหาปลา 1 หยิบหม้อขึ้นมา พลิกซ้ายพลิกขวามองดู
"ไม่น่าจะมีราคา"
"ไปดีกว่า น้ำแรงชะมัดเลย ไม่รู้จะมีพายุหรือเปล่า"
"ไม่ลองเปิดดูหน่อยหรือ"
"ไม่เห็นหรือว่าเขาปิดผ้ายันต์ไว้ ขังผีหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่าหาเรื่องเลย"
คนหาปลา 1 หยิบหม้อนากขึ้นมามอง ลังเล แล้วตัดสินใจขว้างออกไปกลางแม่น้ำสุดแรง

หม้อของนากตกลงไปใต้น้ำอีกครั้ง ดำดิ่งลงไป กระแทกโดนกิ่งไม้ใต้น้ำ อย่างแรง แล้วกระเด็นไปตกที่พื้น
นากถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนโดนแรงกระแทก จนกระทั่งมาฟุบตัวอยู่ที่พื้น
นากหันไปมอง เห็นแสงสว่างลอดเข้ามา นากเอามือบังแสงสว่างๆไว้

คืนนั้น มากนอนหลับ ที่เรือนมั่น เสียงเรียกแม่นากดังขึ้น
"พี่มาก!"
มากสะดุ้งตื่นขึ้นทันที ผุดลุกขึ้นจากที่นอน มองซ้ายมองขวา
"นี่ข้าฝันไปอีกแล้วหรือนี่"
มากสีหน้าเศร้า ล้มตัวลงนอน ก่ายหน้าผาก
"พี่คิดถึงเอ็งเหลือเกิน นากเอ๊ย"

หมอผีกำลังนั่งสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น มีเงาดำวูบวาบ เหมือนมากระซิบข้างหู
หมอผีเครียด
"มันเป็นไปได้อย่างไรวะ"
หมอผีหันไปหยิบหม้อรวมวิญญาณขึ้นมา บริกรรมคาถาแล้วเปิดหม้อออก เห็นเงาดำเข้ม
"เอ็งไปจัดการวิญญาณอีนาก ทำลายเสียให้สิ้นซาก เข้าใจมั๊ย"
วิญญาณทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าหา หมอผียกมีดหมอขึ้น ฟันซ้ายขวา วิญญาณถอยห่างอย่างเกรงกลัว
"มึงคิดจะลองดีกับกูหรือ"
หมอผีเงื้อมีดขึ้น วิญญาณแสดงร่าง ก้มลงหมอบราบแบบยอมแพ้
หมอผีหัวเราะ
"อย่ามาทำกำแหงกับกู ไปจัดการอีนากซะ"
วิญญาณเงยหน้าขึ้นมองหมอผี แววตาโกรธแค้น แล้วสะบัดร่างหายตัวไปทันที
หมอผีมองตามยิ้มเหยียด
"คนอย่างกู ต้องเหนือกว่าผีอย่างพวกมึง"
หมอผียิ้มสะใจ เสียงอึกทึกดังขึ้นหน้าเรือน หมอผีหันไปมอง ทำหน้าเบื่อหน่าย

ใบไม้ปลิวมาแล้ววนเป็นลมหมุนที่หน้าบ้านมั่น นากปรากฏตัวขึ้น นากยิ้มอย่างมีความหวัง
"พี่มากจ๋า ฉันมาหาพี่แล้ว"
นากเลื่อนตัวไปจะขึ้นบนเรือนแล้วชะงัก
อีกทาง โหงพรายปรากฏร่างขึ้น
"เอ็งเป็นใคร"
โหงพรายมองนากแล้วเดินทื่อเข้าใส่ นากตะลึง โหงพรายยื่นมือไปบีบคอนาก นากถอยกรูด
"เอ็งมาทำร้ายข้าทำไม"
โหงพรายที่ปากมีรอยเย็บ ที่คอมีรอยรัดไว้ด้วยบ่วง
"นี่เอ็งถูกนายใช้มาหรือ ไอ้หมอผีใช่มั๊ย"
โหงพรายพยักหน้าแล้วสลายร่างเป็นเงาดำล้อมตัวนากไว้ นากถูกบีบสีหน้าเจ็บปวด
"พี่มาก ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย"

มากหลับกระสับกระส่าย
"แม่นาก แม่นาก"

หมอผีเปิดประตูเรือนออกมา สายยืนอยู่หน้าเรือนมีผ้าคลุมหน้าไว้ด้วย
"อ้าว อีสาย เอ็งมาทำไม"
สายปลดผ้าคลุมหน้าลง หน้าสายเป็นแผล มีรอยสักคำว่า “ชู้”เขียนไว้ที่หน้าผาก
"อ้าว เอ็งไปโง่ท่าไหนให้เขาจับได้ล่ะเนี่ย"
"ฉันท้อง"
"อ้าว ก็ดีน่ะสิ ท้องกับไอ้ผัวแก่ มันมิดีใจตายหรือ"
"มันเป็นหมัน"
"งั้นเอ็งไปท้องกับใครล่ะ"
"ฉันก็ท้องกับพ่อหมอนั่นแหละ"
หมอผียักไหล่
"เฮ้ย แน่ใจหรือว่าเอ็งมีข้าคนเดียว อย่ามาพูดแบบนี้ เอ็งไปสำส่อนที่ไหน
กับใครบ้างก็ไม่รู้"
สายเจ็บช้ำ
"ก็เอ็งนั่นแหละ ลงของให้ข้า มีเอ็งคนเดียวเท่านั้นแหละ"
"นังผู้หญิงหนังหนา หน้าด้าน ทีทับเอ็งไม่ร้อง ทีตอนนี้ท้องเอ็งจะให้ข้ารับ
ได้ยังไง ไสหัวไปให้พ้น"
สายวิ่งเข้าไปกอดขา คร่ำครวญ
"พี่ต้องช่วยฉันนะ อย่าทิ้งฉัน ฉันไม่รู้จะไปที่ไหนแล้ว"
หมอผีชักขาหนี สายล้มลง มองด้วยแววตาอ้อนวอน
"กูไม่รู้ ไสหัวไปให้พ้น อย่ามาเกะกะหน้าบ้านกู ไป๊"

หมอผี เดินเข้าเรือนไป สายน้ำตานองหน้ามองด้วยแววตาแค้น

นากกำลังทุนรนทุราย เพราะโหงพรายบีบตัวแน่นขึ้น ล้อมจนเกือบมองไม่เห็นนาก

"เอ็งทำเพื่อมันทำไม ทำร้ายข้าที่ไม่เคยมีความแค้นเคืองกับเอ็งเลย รู้ไหมมันบาปนัก"
เงาดำสลายตัวรวมเป็นร่างโหงพรายอีกครั้ง
"เอ็งถูกมันบังคับกระนั้นหรือ"
โหงพรายพยักหน้า
"อย่าทำข้าเลย เห็นใจข้าเถิด ข้าเป็นเพียง ผู้หญิงที่ไร้หนทางจะสู้ ข้าต้องการเพียงได้อยู่กับคนที่ข้ารักเท่านั้น"
โหงพรายแววตาสับสน แต่สุดท้าย ก็กลายร่างเป็นเงาดำล้อมรอบคอนาก
นากหลับตา
"ข้าคงสู้เอ็งไม่ได้ ข้าขอตายอยู่ใกล้ๆคนที่ข้ารักก็เพียงพอ"
เงาดำล้อมคอนากจนกลายเป็นห่วง กำลังจะบีบคอนาก รัดแรงขึ้น แรงขึ้น

หมอผีเดินเปิดประตูออกมาอีกครั้ง มองซ้ายมองขวา
"เสียงอะไรวะ ยังไม่ไปอีกหรือ อีสาย ประเดี๋ยวกูเตะคอหักเลย"
หมอผีมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ทำท่าจะเดินกลับเข้าเรือน
สายวิ่งมาทางที่ซ่อนทางด้านหลัง เอาผ้าถุงคลุมหัวหมอผี หมอผีดิ้น สะบัดผ้าหลุดได้
"อีนี่มึงวอนซะแล้ว"
หมอผีตบสายกระเด็นไปกองที่พื้น สายเงยหน้าขึ้นมา เลือดกบปาก
"กูจะเห็นแก่ว่ามึงเป็นผู้หญิง ให้โอกาสมึงอีกครั้ง ไสหัวไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้ ไปสิ"
หมอผีชี้หน้าสายอาฆาตแล้วเดินกลับเข้าเรือนไป
สายยิ้มร้าย ลุกขึ้นเดิน
ที่ขาสาย มีเลือดไหลออกมา
สายก้มลงมองสีหน้าเจ็บปวด สายหยิบผ้าซิ่นที่ตกอยู่ที่พื้น ฉีกออกเป็นชิ้น เช็ดเลือดที่หว่างขาตัวเอง แล้วจับผ้ามัดเป็นก้อน สายมองด้วยสีหน้าแค้น แล้วแข็งใจขว้างขึ้นไปบนหลังคาเรือน
ผ้ากระเด็นขึ้นไปค้างอยู่
ฟ้าแลบ สว่างแว๊บ มีฝนตกลงมาประปราย
สายยิ้มสะใจ

ขณะที่นากหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง จู่ๆ บ่วงที่คอนากก็คลายลง นากลืมตาขึ้น หันไปมอง
เห็นโหงพรายกลายร่างเป็นคน รอยเย็บที่ปากก็หายไป โหงพรายยิ้มให้นากแล้วเลือนร่างหายไป

พระอาทิตย์โผล่ขึ้นที่ขอบฟ้า
นากเอามือป้องตา แสงแดดมาตกกระทบ ร่างนากโปร่งแสง นากสีหน้าวิตกมองไปที่เรือนของมั่น
"ข้าจะกลับมาหาพี่นะ พี่มาก"
นากเลือนร่างหายไปทันที

มากลุกพรวด ตื่นขึ้นทันที มองรอบๆตัว เห็นมั่น ทุ้ย เค้ง โพล้งนอนเรียงรายกันเกะกะ แล้วถอนหายใจ
"นี่ข้าฝันไปหรือนี่"
เสียงไก่ขัน ดังขึ้นมา
เสียงพิมตะโกนดังขึ้นแต่เช้า
"พี่มั่น"
มั่นพลิกตัวตื่นขึ้น มากกับมั่นมองหน้ากัน มั่นรีบลุกขึ้นไปทันที มากมองตามแล้วส่ายหน้ายิ้ม

พิมยืนกระวนกระวายอยู่ที่หน้าเรือน มั่นรีบวิ่งลงมา
"แม่พิม มีธุระร้อนอะไรหรือ มาแต่ไก่โห่เลย"
"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณชมนาดน่ะสิ"
"คุณชมนาดมีอะไร"
"คุณชมนาดรู้เรื่องพี่มากแล้วน่ะสิ"
มั่นนิ่งคิดแล้วสะดุ้ง
"เฮ้ย รู้ได้อย่างไร ข้าไม่ได้พูดนะ"
"คุณชมนาดฉลาดยังกะอะไรดี แม่คงจับพิรุธได้น่ะสิ ตอนนี้ ขังตัวเองอยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อคืน บ่าวไพร่ก็เข้าหน้าไม่ติด"
มากเดินลงจากเรือนมา
"คุณชมนาดเป็นอะไรหรือ"
"เมื่อคืนบ่าวของคุณชมนาดน่ะสิ"

คืนที่ผ่านมา พิมเดินเข้ามาในห้องพร้อมปุก เห็นบ่าวชมนาดนั่งก้มหน้าอยู่ ชมนาดนั่งหน้าเครียด
"คุณชมนาดมีธุระอะไรหรือเจ้าคะ ถึงได้ตามตัวฉันกลางดึกแบบนี้"
"ฉันไว้ใจแม่พิมที่สุด โปรดบอกมาตามตรง อย่าปิดบังฉันเลย"
พิมงง
"เรื่องอะไรหรือ ฉันปิดบังแม่เรื่องอะไร"
"ถึงขนาดนี้แล้วยังจะบ่ายเบี่ยงอีก แม่ต้องรู้สิ พ่อของฉันบังคับให้พี่มากมาทำดีกับฉันใช่มั๊ย"
พิมอึ้งพูดไม่ออก หันไปมองบ่าวชมนาดที่ก้มหน้างุด
"คือว่า ...ฉัน"
"ไม่ต้องมาโกหก มีอย่างหรือ คนรักกันจะปิดบังกันได้ ฉันเชื่อว่าพ่อมั่นคงไม่กล้าปิดบังแม่พิมเป็นแน่"
"ก็ได้ มันเป็นความจริง ที่หลวงณรงค์มาที่พระโขนง คงเพราะรู้เรื่องแม่ชมนาดตกน้ำ แต่จากนั้นก็ ..เป็นตามที่แม่ชมนาดรู้นั่นแหละ"
ชมนาดนิ่งอึ้ง อับอาย
"มิน่าเล่า พี่มากถึงได้ทำท่าเย็นชากับฉันเหลือเกิน น่าอายจริงๆ"
พิมปลอบ
"พี่มากไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณชมนาดแน่นอน คงเป็นเพราะ เรื่องราวมันบีบคั้น"
"แล้วฉันจะมีหน้าไปเจอพี่มากได้อย่างไร เป็นผู้หญิง ต้องอ้อนวอนขอความรักจากผู้ชาย เมื่อเขาไม่สนใจใยดี ยังมีหน้าไปใช้อำนาจพ่อมาบังคับขู่เข็ญ ฉันเป็นหญิงไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"
พิมสะดุ้ง ปุกทำมือให้พิมใจเย็น ชมนาดนิ่งเงียบ
ชมนาดลุกขึ้น
"ฉันขอตัวไปพักก่อน"
ชมนาดลุกขึ้น บ่าวขยับตัวจะลุกตาม
"ไม่ต้อง ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ"
ชมนาดไป ทุกคนมองตามอ้าปากค้าง
"นั่นไง ว่าแล้ว ถ้าคุณชมนาดรู้ความจริงเข้า ต้องเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ใหญ่จริงๆด้วย"
ทุกคนหน้าวิตก

"ตั้งแต่นั้น คุณชมนาดก็เข้าห้องปิดเงียบ เคาะเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ ฉันร้อนใจจริงๆเลยกลัวว่า" พิมว่า
"กลัวอะไร"
พิมอึกอัก
"กลัวคุณชมนาดจะทำร้ายตัวเอง"
มากเครียดขึ้นทันที
"นี่ฉันให้บ่าวไปเคาะเรียกตั้งแต่เช้า แม่ชมนาดก็ไม่ตอบ ฉันร้อนใจจะแย่แล้ว"
มั่นบอก
"ไอ้มาก เราต้องทำอะไรซักอยากแล้วนะ"
"จะทำอะไรได้ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะโกหกคุณชมนาดแม้แต่น้อย ข้าไม่เคยโกหก ไม่เคยพูดให้ความหวัง เพียงแต่ทำตามคำที่รับปากกับหลวงณรงค์ท่านไว้ ก็เท่านั้น"
"เฮ้อ รีบไปดูคุณชมนาดก่อนเถอะ"
มั่นลากแขนมากไปทันที ทุกคนรีบวิ่งไป

ชมนาดนั่งอยู่ในห้อง สีหน้าเศร้าสร้อย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"ไปให้พ้น ข้าไม่อยากเจอใคร"
เสียงเงียบไป ชมนาดถอนหายใจ หันไปมองกระจก
"ข้าอายเหลือเกิน กลายเป็นผู้หญิงไร้ยางอายได้อย่างไรนะ"
ชมนาดหลับตา เสียงเคาะประตูดังขึ้นหนักๆ
"ไปให้พ้น"
เสียงเคาะประตูยังดังขึ้น ชมนาดทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปเปิดประตู แล้วชะงัก ชมนาดถอยกรูด
"พ่อเพลิง !"
เพลิงยิ้มร้าย

ในเรือนหมอผี
หมอผีลืมตาขึ้น โหงพรายเป็นกลุ่มเงาสีดำม้วนตัวลงมาย่อกายตรงหน้า
"ไหนล่ะ วิญญาณอีนาก"
โหงพรายเงยหน้าขึ้นมอง แล้วส่ายหน้า
"พลาดหรือ ไอ้ผีไม่มีประโยชน์"
หมอผีหยิบมีดอาคมฟาดไปที่โหงพราย โหงพรายเซไป แล้วหันมายิ้มร้าย ยื่นมือมาบีบคอหมอผีไว้ หมอผีชะงัก
"มันเป็นไปได้ยังไง"
หมอผีสะบัดมีดอีกครั้ง โหงพรายยังไม่สะทกสะท้าน
"เป็นไปไม่ได้"
หมอผีหันออกไปมองที่นอกหน้าต่าง
หยดน้ำหยดมาที่หน้าต่าง เป็นหยดสีเลือด บนหลังคา หยดน้ำจากผ้าซิ่นที่สายโยนไปบนหลังคา
หมอผี ตกใจสุดขีด
"ไม่จริง"
โหงพรายแสยะยิ้ม บีบคอหมอผีหนักขึ้น จนหมอผีตาเหลือก

เพลิงเดินเข้ามาในห้องชมนาด ยิ้มแย้ม
ด้านหลังเพลิง มือถือขวดน้ำมันซ่อนไว้
"พ่อเพลิงมาทำไม"
"กระผมจะมาเยี่ยมคู่หมั้นมันผิดมากหรือ"
ชมนาดตั้งสติ
"ถ้าจะมาเยี่ยมกัน เชิญไปนั่งรอข้างนอกก่อนเถอะ ข้าขอแต่งตัวก่อน"
"นี่ก็งามพร้อมแล้ว ไม่ต้องแต่งเพิ่มหรอก"
เพลิงเดินมานั่งที่ตั่ง เอาขวดน้ำมันขึ้นมาแตะ ทำทีเหมือนดมยาดม ชมนาดมองแปลกใจ
"มันคืออะไรกัน ในมือของพ่อเพลิงน่ะ"
เพลิงยกขวดขึ้น
"มันคือ น้ำมันหอม ลองดมดูมั๊ย"
เพลิงยื่นเข้าไปให้ ชมนาดถอยกรูด
"ไม่ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้"
"กระผมไม่ไป คุณชมนาดจะทำไมกระผม"
ชมนาดมองซ้ายมองขวา วิ่งไปที่ประตู เพลิงวิ่งไปกันไว้
"คุยกันก่อนสิ"
ชมนาดตกใจ พยายามตั้งสติ

ฝ่ายหมอผีถูกผีที่เลี้ยงไว้รุมทำร้ายจนล้มลงตายที่พื้น ตายังไม่หลับ
สายยืนแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มสะใจ เอาผ้าคลุมหน้าแล้วเดินเลี่ยงไป
หมอผีนอนตายตาค้างอยู่ที่พื้นบ้าน

เพลิงจับตัวชมนาดพิงเข้ากับกำแพงห้อง
"พ่อจะทำอะไรฉัน"
เพลิงหัวเราะร้าย กดตัวชมนาดไว้ ค่อยๆเอามือไล้ไปตามหน้าชมนาด ชมนาดหลับตาด้วยความขยะแขยง
"คอยดูเถอะ แม่จะต้องขอร้องให้กระผมรักแม่ให้มาก มากที่สุด"
ชมนาดหลับตานิ่ง เพลิงยิ้มมองอย่างมีความหวัง
จู่ๆ ชมนาดลืมตาขึ้นมองเพลิง แล้วผลักเพลิงอย่างแรง
"นี่มันอะไรกัน เจ้าบังอาจเกินไปแล้วนะ ออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้"
เพลิงงง หยิบขวดน้ำมันขึ้นมาดู
"อะไรวะ ไม่ได้ผลหรือ ไหนว่าแน่นอน"
พิมวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับมาก และมั่น พิมชะงัก
"พี่เพลิง!"
ชมนาดรีบวิ่งไปหลบหลังมาก
"พี่มาก ช่วยข้าด้วย"
เพลิงแค้นโผเข้าหามากทันที มากหลบ เพลิงทะลุประตูห้องออกไป

เพลิงเสียหลักเซมาอยู่นอกห้อง มากเดินตามออกมา
"นี่เอ็งคิดจะทำอะไรกันแน่ไอ้เพลิง"
"เอ็งไม่ต้องมาเสือก เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน"
"ใครเป็นเป็นผัวเป็นเมียกับพ่อ ระวังคำพูดด้วย"
"เป็นคู่หมั้นอีกหน่อยก็เป็นเมีย ไม่เห็นต้องกลัวเลย เงินทองก็รับไปตั้งมากมาย ยังจะมาทำสะดีดสะดิ้ง มันก็หน้าเงินเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ"
ชมนาดหน้าซีด มากมองอย่างเห็นใจ
"เอ็งหุบปากของเอ็งเดี๋ยวนี้ไอ้เพลิง"
เพลิงบ้าเลือด
"เอ็งไม่ต้องมาสั่ง ไอ้มาก ไอ้ขอทาน ไอ้ขี้ข้า อีนากเมียมึงก็เกือบจะเป็นเมียกูแล้ว มันดันดีดดิ้นเล่นตัว เลยตายห่าซะสมน้ำหน้า"
มากจ้องหน้าเพลิง
"กูอดกลั้นมานาน แต่วันนี้ กูขอทำตามใจกูบ้างก็แล้วกัน"
มากโผเข้าไปต่อยเพลิงทันที พิมผวาเข้าไปจะห้าม มั่นดึงมือไว้
"ปล่อยให้เป็นเรื่องของลูกผู้ชายเถิดแม่พิม"
พิมชะงักมองหน้ามั่น มั่นพยักหน้าให้ พร้อมแบมือให้พิมดู พิมชะงัก เห็นขวดน้ำมันพรายในมือมั่น
"นี่มันอะไรหรือ ข้าไม่เข้าใจ"
"พี่ของแม่เล่นคุณไสย เอาน้ำมันพรายมาใช้กับคุณชมนาด"
พิมตะลึง หันไปมอง เห็นมากกับเพลิงต่อยกันดุเดือด

"งั้นก็สมควรแล้วละ"
 
อ่านต่อหน้า 3

แม่นาก ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

เวลาต่อมา ขุนเพชรกับพวงจันทร์ นั่งเครียด ต่างคนต่างคิดกันไปคนละทาง เก่ง กับหมึก พรวดพราดขึ้นมาบนเรือน

เก่งบอก "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
"พ่อเพลิงเกิดเรื่องหรือ ตายจริง ทำไมพวกเอ็งถึงไม่ไปช่วย"
หมึกบอก "มิได้ขอรับ พี่เพลิงไม่ได้เกิดเรื่อง"
"แล้วมันอะไร บอกมาสิ"
"หมอผีที่พี่เพลิงไปขอของดีไปจัดการคุณชมนาดน่ะสิขอรับ มันตายแล้ว"
ขุนเพชรกับพวงจันทร์ตกใจ
"อะไรนะ มันตายได้อย่างไร"
"ไอ้เพลิงมันไปขอของดีอะไร ข้างงไปหมดแล้ว" ขุนเพชรบอก
"พี่เพลิงไปขอน้ำมันพรายไปดีดใส่คุณชมนาดขอรับ" หมึกบอก
เก่งบอก
"ชาวบ้านเล่าว่าไอ้หมอผี มันคงโดนผีที่มันเลี้ยงไว้หักคอเอานะจ๊ะ"
พวงจันทร์ทรุดตัวลงนั่งหมดแรง ขุนเพชรจ้องหน้าเอาเรื่อง
"งามหน้าละทีนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ลูกขุนเพชร เป็นพวกเล่นของ มนตร์ดำ"
พวงจันทร์เศร้า
"แล้วนี่ พ่อเพลิงไปไหนซะแล้ว"
"พี่เพลิงไปจัดการคุณชมนาด" หมึกบอก
"อ้าว แล้วทำไมพวกเอ็งไม่ตามไป"
เก่งบอก "พี่เพลิงสั่งห้าม บอกจะไปขึ้นสวรรค์ ไม่ให้ฉันไปยุ่งเด็ดขาด"
"พวกเอ็งไปตามตัวไอ้เพลิงกลับมาเดี๋ยวนี้ ไปสิ"
หมึกกับเก่งรีบไปทันที พวงจันทร์จะอ้าปากพูด ขุนเพชรหันมาชี้หน้า ตวาด
"หุบปาก ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น"
พวงจันทร์หุบปากสีหน้าคับข้องใจ
"หมดกัน ชื่อเสียงเกียรติยศของข้า หมดสิ้นกันคราวนี้"
ขุนเพชรหน้าเครียด พวงจันทร์หลบตาสีหน้าวิตก

เพลิงต่อสู้กับมาก เพลิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มาจนมุม มากเงื้อจะต่อยเพลิง แล้วชะงักค้าง เพลิงหลับตาปี๋
พิมตะโกน
"พี่มาก อย่า ข้าขอร้อง"
มากชะงัก เสียสมาธิ
เพลิงค่อยๆ หยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้จากด้านหลังออกมา ยกเท้าถีบมากกระเด็นไปกองที่พื้น แล้วปรี่เข้าไปเงื้อมีดจะแทง
ชมนาดกรี๊ด ทุกคนตะลึง
ชมนาดวิ่งมากอดมากไว้ จังหวะเดียวกัน เพลิงจ้วงแทงชมนาดอย่างแรง
ทุกคนตะลึง
"คุณชมนาด"
มากประคองชมนาดนอนลง ชมนาดมองหน้ามากนิ่ง
เพลิงรีบกระโดดออกจากเรือนหนีไปทันที มั่นรีบโดดตามไป พิมรีบวิ่งตามมั่นไป
ชมนาดนอนจมกองเลือดอยู่

ระหว่างทางเดิน เพลิงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาตามทาง มั่นวิ่งตามมา มองซ้ายมองขวาไปไม่เห็นเพลิง
พิมตะโกน
"พี่มั่น รอด้วยสิ"
มั่นชะงัก หันไปมองพิม พิมวิ่งหอบเข้ามา
"จะตามมาทำไมก็ไม่รู้ นี่มันหายไปไหนแล้ว"
พิมหอบ เห็นเพลิงหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง พิมชะงัก
"พี่มั่น ฉันเห็นพี่เพลิงไปทางโน้น"
"ทางไหนนะ"
พิมชี้มือไปอีกทาง มั่นรีบวิ่งไปทันที พอลับตัวมั่นไป
พิมพูดดังๆให้เพลิงได้ยิน
"ใครทำอะไรไว้ คนนั้นก็ต้องรับผลกรรม ใครก็ช่วยไม่ได้ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน"
พิมเดินตามมั่นไป
เพลิง หอบ ถอนหายใจ ทิ้งตัวลงนั่งสีหน้าเครียดร่างกายบอบช้ำ
"เพราะมึงแท้ๆไอ้มาก"

หมึกกับเก่งเร่งเดินทางมา จู่ๆ หมึกดึงเก่งเข้าแอบข้างทาง เพราะว่าพิมกับมั่นวิ่งมา
"ไหนเอ็งว่าไอ้เพลิงมันวิ่งมาทางนี้"
"ก็ฉันเห็นจริงๆนี่นา พี่ว่าฉันโกหกหรือ"
"เปล่า ไม่ได้ว่าซักหน่อย แต่แน่ใจนะว่ามาทางนี้"
" ไม่เชื่อก็ตามใจ"
"งั้นเราไปดูทางโน้นก็แล้วกัน"
มั่นดึงมือพิมไปอีกทาง
หมึกกับเก่งมองหน้ากัน
หมึกถาม
"มึงได้ยินใช่ไหม"
"ได้ยิน พวกนั้นตามหาพี่เพลิง"
"งั้นพี่เพลิงต้องอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอก"
เก่งเหลือบไปเห็นที่มุมหนึ่ง ทั้งคู่รีบวิ่งไปทันที หมึกกับเก่งชะงัก
"พี่เพลิง!"
เพลิงนั่งบอบช้ำ หน้าตาปูดบวม

บนเรือนชมนาด หลวงณรงค์ ยืนสีหน้าเครียดอยู่กลางเรือน มาก มั่น พิม นั่งก้มหน้า
ปุกเดินนำมิชชันนารีเดินออกมา หลวงณรงค์รีบไปรับ
"เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณชมนาดหลับไปแล้ว"
"ขอบคุณ หมอที่ช่วยเหลือ" หลวงณรงค์พยักหน้ากับบ่าวชาย "เอ็งไปส่งหมอด้วย"
หมอฝรั่ง ก้มหน้ารับแล้วเดินลงจากเรือนไป มีบ่าวชายตามไปส่ง
มากถอนหายใจโล่งอก
"พ่อใหญ่ถึก ไม่ว่ายังก็ต้องจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้เข้าใจมั๊ย"
"ขอรับคุณหลวง"
หลวงณรงค์หันไปมองหน้าพิม พิมก้มหน้า
"หวังว่า ข้าออกมาคงไม่ต้องเห็นหน้าเอ็งอีกนะ"
หลวงณรงค์พูดจบก็เดินเข้าห้องไป พิมถอนหายใจเฮือก
"คราวนี้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า เฮ้อ เพราะพี่เพลิงแท้ๆเชียว"
ปุกสะกิดพิมหมับ พิมทำท่าหงุดหงิด
มากหนักใจ

ชมนาดนอนนิ่งสีหน้าเจ็บปวด หลวงณรงค์นั่งมองลูกสาวอย่างเป็นห่วง
"ชมนาดเอ๊ย พ่อขอโทษ พ่อไม่น่าเลย"
"คุณพ่อไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ ลูกต่างหากที่ผิด ไม่ทันระวังตัว"
"พ่อไม่น่าเปิดโอกาสให้คนชั่วพวกนั้นมาคลุกคลีกับลูก คิดว่ามันเป็นลูกขุนน้ำขุนนาง ที่แท้ก็ไอ้พวกหลอกลวง"
"ลูกขอร้องให้พ่อยกเลิกการหมั้นเสียนะเจ้าคะ"
"แน่นอนที่สุด พ่อยกเลิกแน่ เท่านั้นยังไม่พอ พ่อจะลากตัวมันมาลงโทษให้ได้"
ชมนาดนิ่วหน้าเจ็บปวด หลวงณรงค์มองอย่างเป็นห่วง
"ลูกยังมีเรื่องจะขอร้องอีกอย่าง"
"ว่ามาเลย พ่อให้ได้ทุกอย่าง"
"เรื่องพี่มาก"
หลวงณรงค์ชะงัก หันไปมองที่ประตู มากเดินเข้ามา หลวงณรงค์ลุกขึ้นทันที
"ข้าอนุญาตให้เจ้าเยี่ยมลูกข้าได้ เสร็จแล้ว ข้ามีธุระจะคุยกับเอ็ง ไอ้มาก"
หลวงณรงค์ลุกขึ้นเดินออกไปทันที
มากเดินมาหยุดยืนมองชมนาด
"กระผมขอโทษ ที่ทำให้คุณชมนาดต้องเดือดร้อน"
"พี่ไม่ผิด ไม่ผิดแม้แต่น้อย ข้าต่างหากที่ผิด"
มากมองชมนาดแล้วถอนหายใจ

ปุกกับพิมกำลังเก็บข้าวของ พิมเก็บช้ามาก ปุกหันมามอง แปลกใจ
"เป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำท่าเหมือนอาลัยตายอยากแบบนั้น ไม่อยากกลับบ้านหรอกหรือ"
"ไม่อยาก"
"ตายจริง ทำไมพูดแบบนั้น"
"อ้าวก็ปุกถามฉันก็ตอบน่ะสิ ปุกไม่รู้สึกหรอกหรือ ถ้ากลับไปตอนนี้ก็มีแต่เรื่องร้อนใจ"
ปุกชะงัก
"ก็จริง ป่านนี้ท่านขุนกับแม่นายจะรู้เรื่องหรือยัง"
"มีหรือจะไม่รู้ เส้นสายพ่อกับแม่น่ะโยงใยเหมือนตาข่าย ป่านนี้คงควานหาตัวพี่เพลิงให้วุ่นไปหมดแล้ว"
นี่แหละน๊า เขาว่าเลี้ยงลูกตามใจ สุดท้ายก็เหมือนพ่อแม่รังแกลูก ป่านนี้ไม่รู้พ่อเพลิงจะเป็นอย่างไร รีบเก็บของเข้าเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำ เดินทางลำบาก"
พิมนิ่งคิดหน้าเศร้าถอนหายใจหนัก

หมึกกับเก่ง เดินมาที่หน้ากระท่อม มองซ้ายมองขวา ไม่มีใคร แล้วเปิดกระท่อมเข้าไป
ในกระท่อม เพลิงนั่งอยู่ พอหมึกกับเก่งโผล่เข้ามา เพลิงตื่นกลัว
"มีใครตามมาหรือเปล่า"
"ไม่มีหรอกพี่ แต่ว่า" หมึกว่า
"แต่อะไร พูดมาอย่าร่ำไร"
"เขาส่งคนออกตามหาตัวพี่ให้จ้าละหวั่น พี่จะกลับหัวตะเข้คงยาก"
เพลิงหน้าเครียด
"ใครว่าข้าจะกลับ"
หมึกกับเก่งมองหน้ากัน
"แล้วพี่จะไปไหน"
"ข้ายังมีธุระต้องสะสางให้เรียบร้อยก่อน เอ็งไปบอกพ่อกับแม่ด้วย เสร็จธุระแล้วข้าจะกลับไปหัวตะเข้เอง"
เพลิงหน้าร้าย

มั่น กับพิม ยืนรออยู่ที่หัวสะพาน
"พี่ไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้ ฉันไม่อยากให้มีเรื่อง"
"ข้าอยากไปส่งแม่ให้ถึงเรือน เรื่องอื่นไม่ใช่ปัญหา"
พิมมองหน้ามั่นแล้วยิ้มเขิน
"คิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ"
"ใช่ จากกันครั้งนี้ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้พบหน้า"
"ฉันสังหรณ์ใจว่า อีกไม่นานหรอก"
มั่นกับพิมมองหน้ากัน แล้วยิ้ม
ปุกขนของมา หยุดพัก มั่นหันไปมองแล้วรีบวิ่งไปรับของจากมือปุก ปุกมองมั่นไม่ไว้ใจ
"ให้ฉันช่วยเถอะนะ หมดหรือยังนี่"
"ยังมีอีก ทางโน้น แต่แบกไม่ไหว"
มั่นขนของไปวางที่หัวสะพาน แล้วหันมายิ้มให้ปุก
"ฉันไปช่วยยก"
ปุกทำเมิน พิมหัวเราะ
"ไม่ต้องหรอก ปุกแข็งแรง ยกคนเดียวได้"
"คุณหนูพิมก็ ... งั้นก็ตามมา แต่ยกดีๆล่ะ ข้าวของแตกเสียหายพ่อต้องรับผิดชอบด้วยนะ"
มั่นยิ้มกว้าง
"รับรองเลย ฉันจะตั้งใจยกอย่างดีที่สุด"
ปุกมองค้อนๆ แล้วเดินไป มั่นหันมายิ้มให้พิม พิมยกนิ้วโป้งให้
พิมยิ้มโล่งใจ หันไปมองอีกทางแล้วชะงัก
"พี่เพลิง!"
เพลิงมายืนตรงหน้าพิม

บนเรือน ขุนเพชร พวงจันทร์จ้องหน้าพ่อใหญ่ถึกด้วยความเครียด
"กระผมจนใจจริงๆ เป็นคำสั่งของหลวงณรงค์ท่านให้ตามจับตัวพ่อเพลิงให้ได้"
"ไม่จริง พ่อเพลิงของแม่ พ่อเพลิงต้องถูกใส่ร้ายแน่ เป็นไปได้ยังไง พ่อเพลิงจะทำร้ายแม่ชมนาด เขาเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันจะแต่งงานกันอีกไม่ช้านาน คุณพี่ต้องช่วยลูกนะ"
"หลวงณรงค์สั่งการมาด้วยตัวเองเชียวหรือ"
"ใช่ขอรับ หลวงณรงค์ตอนนี้อยู่ที่พระโขนง ไปดูแลคุณชมนาด"
ขุนเพชรกับพวงจันทร์มองหน้ากันร้อนใจ
"งั้นก็ขอบใจพ่อใหญ่ถึกที่มาส่งข่าว ถ้าข้าเจอไอ้เพลิง ข้าจะส่งข่าวทันที"
"งั้นกระผมขอลากลับก่อนนะขอรับ"
พ่อใหญ่ถึกไป พวงจันทร์มองหน้าขุนเพชรอย่างผิดหวังมาก
"นี่ใจคอคุณพี่จะส่งพ่อเพลิงไปให้เขาฆ่าเขาแกงจริงๆหรือ"
"จะให้ทำอย่างไร ก็ต้องบอกไปตามนั้นนั่นแหละ"
"คุณพี่มัวแต่ห่วงหน้าห่วงตา ไม่ห่วงลูกบ้างหรือว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร โธ่พ่อเพลิงของแม่ ป่านนี้จะไปตกระกำลำบากแค่ไหนก็ไม่รู้"
"หยุดพร่ำเสียที ข้าอยากรู้จริงๆ ตอนนี้ไอ้เพลิงมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไอ้ลูกสารเลวหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ทุกวัน"
"คุณพี่ อย่าว่าลูกนะ ที่ลูกมันเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เพราะคุณพี่ดอกหรือ ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน"
ขุนเพชรชะงัก
"อะไรได้ หล่อนนั่นแหละ ทูนหัวทูลเกล้ากันเข้าไป ตามใจไม่มีที่สิ้นสุด เห็นหรือยังตอนนี้ลูกเป็นอันธพาล โดนหลวงตามล่า"
"คุณพี่ใจร้าย ไม่รักลูกหรือยังไง"
พวงจันทร์สติแตก เข้าไปทุบตีขุนเพชร ขุนเพชรจับมือแล้วจ้องหน้า
"พอซะที อายบ่าวไพร่มันบ้าง ไม่กลัวมันเอาไปซุบซิบนินทาหรือ"
พวงจันทร์ชะงัก มองซ้ายมองขวาแล้วสงบลง ขุนเพชรหน้าเครียด
"ไม่รู้ละ คุณพี่ต้องช่วยลูก"
"หาตัวมันให้เจอก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อไป"
ทั้งคู่หน้าเครียด

ปุกเดินนำหน้ามั่นแบกข้าวของมาก
"ระวังๆ มีแต่ข้าวของแตกหักเสียหายทั้งนั้น...อ้าว คุณหนูพิมไปไหนเสียล่ะ"
มั่นเดินมาวางของลง มองหาพิม
"ขึ้นไปหยิบข้าวของหรือเปล่า"
"จะไปได้อย่างไร ก็เก็บมาหมดแล้วนี่นา เอ๊ะ มันยังไงกันนี่"
ปุกสีหน้าวิตก หันไปมองมั่นเป็นเชิงปรึกษา มั่นหน้าเครียด

ยามค่ำ เมฆบนท้องฟ้าครึ้ม ลมพายุพัด เหมือนจะมีฝนตก
มุมหนึ่งหน้าเรือนของมั่น พายุพัดลมหมุน มาร่างนากปรากฏขึ้น
"พี่มากจ๋า ข้ามาหาพี่แล้ว"

มากนอนก่ายหน้าผาก พยายามข่มตาให้หลับ
"พี่มากจ๋า พี่มาก"
มากลืมตา ลุกขึ้น มองซ้ายมองขวาเห็นทุ้ย เค้ง โพล้งนอนหลับอยู่ในมุมของตัวเอง ไม่รู้เรื่องไม่ได้ยินอะไร
"เสียงนากนี่นา นาก"
มากลุกขึ้นเดินออกไปที่ประตู
โพล้ง พลิกตัวก่ายทุ้ย กอดกัน จุ๊บจั๊บกัน เหมือนกำลังฝันหวาน โพล้งลืมตาตื่นขึ้น ผลักทุ้ยกระเด็นไป ทุ้ยกลิ้งไปกอดโพล้งต่อ
"ไอ้บ้า กูหยะแหยง"
โพล้งหันไปมอง ตรงที่มากเคยนอน ว่างเปล่า
โพล้งแปลกใจ

มากเปิดประตูเรือนออกมา เห็นนากยืนอยู่
"นาก"
มากชะงักยืนมองนาก นากยิ้มดีใจ
"พี่มากจ๋า"
มากวิ่งลงจากเรือนมากอดนากไว้ทันที
"นาก ข้าคิดถึงเอ็งเหลือเกิน"
ทั้งสองคนกอดกัน
ที่ประตู โพล้ง ลากทุ้ย เค้งมาถึงประตู ทุ้ยกับ เค้งทำท่างัวเงีย

โพล้งเห็นมากยืนอยู่คนเดียว

เพลิงฉุดกระชากลากถูพิมมาตามทาง

"มึงต้องไปกับกู"
"พี่จะทำอะไรฉัน จะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไป"
เพลิงตบหน้าพิมอย่างแรง
"จนป่านนี้มึงยังจะขัดขืน ไม่เชื่อฟังกูอีกหรือ อีน้องชั่ว"
"พี่เพลิง พี่มอบตัวเถอะ ตอนนี้เขาส่งคนตามล่าพี่ไปทั่วแล้ว ฉันเชื่อว่า ถ้าเราอ่อนน้อมกับคุณชมนาด เขาต้องเข้าใจและไม่เอาผิดพี่"
"กูไม่เชื่อไอ้อีหน้าไหนทั้งนั้น กูต้องล้างแค้นต้นเหตุที่ทำให้กูต้องเป็นแบบนี้"
เพลิงลากพิมไป
"พี่อย่าทำแบบนี้เลยนะ ปล่อยฉันไปเถิด"
เพลิงไม่ฟัง ลากพิมไปจนถึงหน้าหลุมศพนาก เพลิงผลักพิมลงไปกองที่พื้น
"นี่มันที่ไหน"
"นี่ก็หลุมศพอีนากมันยังไงล่ะ"
พิมตกใจ
"พี่จะทำอะไร พี่เพลิง อย่าทำนะ มันเป็นบาปเป็นกรรม"
เพลิงหัวเราะคลั่ง
"กูจะขุดกระดูกอีนากมันขึ้นมาสับ ทิ้งให้แร้ง กา หมาวัดมันเอาไปแทะเล่น"
"พี่เพลิง พี่เป็นบ้าไปแล้ว"
"ใช่กูเป็นบ้า ก็เพราะอีนากกับผัวมัน ทำให้กูต้องเป็นแบบนี้ มึงนั่นแหละขุดหลุมอีนากขึ้นมา"
"ฉันไม่ทำ"
เพลิงตบพิมกระเด็นไป เพลิงตามไปจิกผมพิมขึ้นมา เอามีดสั้นจ่อที่คอ
"มึงต้องทำ ไม่อย่างนั้นมึงตาย อีพิม"
พิมตาเหลือก ด้วยความกลัว
เพลิง เหมือนคนบ้า

มากกับนากกอดกัน จ้องมองตา นากเป่ามนต์ใส่มาก มากชะงักเคลิ้ม
"ไม่คิดเลย ว่าพี่จะได้เจอนากอีก"
"เรากลับไปอยู่ด้วยกันนะจ๊ะพี่"
"ไปสิ ไปกันเลย"
มากยิ้มให้นาก เดินหันหลังจูงมือนากไป
โพล้ง เค้ง ทุ้ย ทำหน้าตกใจ อีกทาง มั่นวิ่งเข้ามาเห็น มากเดินเหมือนจูงมือใครบางคน"ไอ้มาก เอ็งจะไปไหน"
มาก กับนากชะงัก นากหน้าเครียด มากยังยิ้มเหมือนไม่รู้สึกไม่ได้ยินอะไร
ทุ้ย ค้ง โพล้งทำหน้าตาตกใจ
" ไอ้มั่น อย่านะ"
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง กลบเสียงของโพล้ง
มั่นเดินเข้ามาหามากเอื้อมมือไปจะจับไหล่มาก
"ไอ้มาก เอ็งไม่ได้ยินที่ข้าเรียกหรือ"
นากค่อยๆหันไปช้าๆ แล้วชะงัก เหมือนจะหันกลับไปทำร้ายมั่น
นากชะงักเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่าง นากตาแดงวาบ
"ไอ้เพลิง"
นากหายร่างไปทันที
มือของมั่นแตะโดนไหล่มาก มากชะงัก หันกลับมามองงงๆ
"ไอ้มากเอ็งเป็นอะไรไป เรียกก็ไม่หัน"
"ข้าเห็นนาก"
มั่นชะงักมองหน้ามาก
"จริงๆ ข้าเจอนาก"

พิมกำลัง เอามือตะกุยดินที่หลุมศพนาก มีเพลิงยืนถือมีดจ่อไว้ทางด้านหลัง
"พี่เพลิง พี่อย่าทำแบบนี้เลยนะฉันขอร้อง"
"มึงไม่ต้องพูดอีพิม ขุดไป"
พิมปาดน้ำตา กลัวผีก็กลัว กลัวเพลิงก็กลัว แต่ก็ขุดไปช้าๆ
"มึงมันเก่งไม่ใช่หรือ ไม่เคยกลัวอะไรไม่ใช่หรือ แล้วแค่นี้จะร้องไห้หาอะไร"
พี่เพลิง ฉันรักพี่นะ ฉันไม่อยากให้พี่ต้องทำบาปทำกรรมเพิ่มขึ้นอีก ปล่อยแม่นากเขาไปตามทางเถิด พี่ทำร้ายเขามามากแล้ว"
อีกทาง นากหน้าตาน่ากลัวปรากฏตัวขึ้น
"ไอ้เพลิง อีพิม มึงทำอะไร"
พิมชะงัก เงยหน้าขึ้น เห็นนากยืนอยู่ พิมผงะ ถอยหลังกรูด นากชี้หน้า
"ไอ้เพลิง มึงทำร้ายกูไม่รู้จักจบจักสิ้น"
นากชี้หน้าเพลิง แล้วเลื่อนตัวเข้าหาเพลิงทันที ทุกคนตกตะลึง

มากวิ่งฝ่าสายฝนไป มั่นวิ่งตามมาติดๆ
"เอ็งรู้หรือ ว่าแม่นากอยู่ที่ไหน"
มากไม่ตอบวิ่งดิ่งไป มั่นกัดฟันวิ่งตามไปในสายฝน

นากเลื่อนตัวเข้าหาเพลิงสีหน้าดุร้าย เพลิงตกใจคว้าพิมขึ้นมาบัง
ที่คอของพิม ห้อยเชือกคล้องพระที่แม่พวงให้ไว้ แม่นากชะงัก อยู่ห่างพิม
"มึงจะฆ่ากูหรือ งั้นฆ่าอีนี่ก่อนดีมั๊ย"
"พี่เพลิง ฉันเป็นน้องของพี่นะ"
"กูไม่นับ ถ้าอีนากมันจะฆ่ากู ฆ่ามึงก่อนก็แล้วกัน"
นากมองหน้าเพลิง
"กูคิดว่ามึงเลว แต่กับคนอื่น ไม่เคยคิดว่าแม้แต่พี่น้องมึงก็ยังเลวได้ น่าสงสารนัก"
เพลิงผลักพิมเข้าหานาก นากเลือนร่างหายไปทันที
เพลิงมองซ้ายมองขวา เริ่มคลั่ง
"มึงหนีไปน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเห็นภาพบาดตา เวลาร่างเอ็งกลายเป็นกระดูกให้หมาแทะ"
เพลิงเดินไปที่หลุมศพแล้วเงื้อมีดขึ้น จะฟันลงไปที่ซากร่างของนาก นากปรากฏตัวขึ้นที่หน้าเพลิง แล้วเอื้อมมือมาจะบีบคอเพลิง เพลิงล้วงไปในคอเสื้อดึงสร้อยพระเส้นโตออกมา
"กูไม่กลัวมึงหรอกอีนาก กูมีพระ"
นากเฉยเมย เลื่อนตัวเข้าหาเพลิง เพลิงเริ่มวิตก แต่นากจ่อมือเข้ากับคอเพลิง แล้วบีบ ยกตัวเพลิงขึ้นสูง
"กูไม่กลัวมึง พระไม่คุ้มครองคนชั่ว พระของมึงมันพระปลอม คิดหรือ ว่าคนเขาจะให้ของดีๆกับพวกมึงมา"

พระองค์นี้ มาพร้อมกับสร้อยเส้นโต กับสร้อยเชือก ห้อยพระองค์เล็ก
พวงจันทร์หยิบสร้อยองค์ใหญ่ สวมให้เพลิง
"อันนี้ของพ่อเพลิง พระองค์นี้พ่อเอ็งได้ประทานมาจากขุนน้ำขุนนางใหญ่ ใส่ไว้นะ ไปพระโขนงอย่าถอดออกจากคอเด็ดขาด "
"รักแม่จังเลย"
พวงจันทร์ยิ้มปลื้มใจ มองพิมหน้าเฉยเมย
"อันนี้ของเอ็งนังพิม นี่เป็นพระที่ข้าได้ติดตัว ตอนแต่งงานออกเรือนมาอยู่กับพ่อเอ็ง พระอะไรก็ไม่รู้ ยายเอ็งเขาให้มา สร้อยก็ไม่มี เขายกให้ลุงใหญ่ของเอ็งไปหมด ข้าได้มาแค่นี้แหละ"
พวงจันทร์หยิบพระส่งให้พิม พิมรับมา แล้วยกมือไหว้ ก่อนจะคล้องคอ
"ไม่ว่าพระอะไร แม่ให้ฉันก็พอใจทั้งนั้นแหละจ๊ะ"

"ไม่จริง แม่กูต้องให้ของที่ดีที่สุดกับกู ไม่มีทางให้คนอื่น"
"เพราะแม่มึง คิดไม่ดีกับพ่อแม่น่ะสิ ผลกรรมถึงได้มาตกที่เอ็งแบบนี้ไอ้เพลิง"
พิมเอื้อมมือจับพระในคอไว้แน่น
"แม่นาก ฉันขอโทษแม่แทนพี่เพลิง อย่าทำร้ายพี่เพลิงเลยนะ"
"มันทำร้ายเอ็งแสนสาหัส ยังจะขอชีวิตให้มันทำไม"
"พี่เพลิงเป็นพี่ของฉัน เขาผิดพลาดเพราะความไม่รู้ ฉันสัญญาจะคอยเตือนไม่ให้พี่เพลิงทำเรื่องชั่วร้ายอีก ได้โปรดเถิดนะจ๊ะแม่นาก"
นากลังเล
"อีพิม มึงไม่ต้องมาช่วยกู กูไม่เชื่อว่า ผีจะไม่กลัวพระ"
นากหันมามองเพลิง จ้องหน้า ตาแดง แล้วบีบมือหนักขึ้น เพลิงตาเหลือก เหายใจไม่ออก แต่ยังไม่ยอมแพ้
"มึงฆ่ากูได้ก็เอาเลย อีนาก เอาเลย"
นากบีบคอเพลิงหนักขึ้นอีก
"แม่นาก อย่าทำบาปทำกรรมอีกเลย พี่ขอร้อง"
นากชะงัก หันไปมอง เห็นมากยืนอยู่

บนท้องฟ้า ฟ้าแล่บแปล๊บ ตามด้วยเสียงฟ้าผ่า ทุกคนยืนตะลึงงัน พิมได้สติรีบวิ่งไปหามั่น
"พี่มาก"
"ปล่อยมันไปเถอะนะนาก พี่ขอร้อง อย่าจองเวร จองกรรมต่อกันอีกเลย"
"พวกมันทำร้ายพี่ ทำร้ายฉันมากมาย มันสมควรตาย"
"จะเป็นหรือตาย ปล่อยให้กรรมเป็นเครื่องกำหนดเถอะนาก ไม่ใช่หน้าที่ของเรา"
นากนิ่งคิดแล้วปล่อยมือ เพลิงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง
นากมองมากอ้อนวอน
"พี่มากจ๋า เรากลับไปอยู่บ้านของเราเถอะนะจ๊ะพี่ นะจ๊ะพี่มากจ๋า"
มากนิ่งคิดลังเล
เพลิงค่อยๆหยิบมีดขึ้นมาช้าๆ
"รักกันนักใช่ไหม งั้นก็ไปอยู่ด้วยกันซะเถอะ"
เพลิงยกมีดขึ้นชูแล้ววิ่งเข้าหามาก
"พี่เพลิง อย่า!"
ทุกคนหันขวับไปมอง
ทุกคนตื่นตะลึง ฟ้าแล่บแปล๊บ นากหายตัวแว๊บ ไปปรากฏตัวกั้นระหว่างมากกับเพลิง เพลิงจ้วงมีแทง ผ่านร่างโปร่งเบาของนาก นากตกใจสุดขีด มีดยังไม่ถึงตัวมาก ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่เหนือหัวเพลิง กระแสไฟวิ่งเข้าที่สร้อยคอเส้นโต เพลิงกระตุก ตาเหลือกถลน ล้มลงนอนแน่นิ่งควันขึ้น
"แอร๊ย... พี่เพลิง"
เพลิงนอนแน่นิ่งตาเหลือกค้าง ฟ้าแล่บแปล๊บ
นากตกใจ รู้สึกวิตกที่ร่างกายผิดปกติ และไม่สามารถป้องกันมากได้
ทุกคน ตกตะลึง

พวงจันทร์กับขุนเพชร นอนหันหลังให้กัน เพลิงยืนมองอยู่ที่ปลายเตียง
พวงจันทร์ลุกขึ้นหันมามอง
"พ่อเพลิงลูกแม่"
พวงจันทร์ลุกขึ้นจากเตียงตรงไปจับไม้จับมือเพลิง เพลิงนิ่งไม่ตอบมองเฉย
"ทำไมไม่พูดกับแม่รู้มั๊ยแม่เป็นห่วงแทบแย่"
เพลิงมองแม่แล้วหันหลังเดินทะลุประตูออกไป
พวงจันทร์ตะลึงกรี๊ด

พวงจันททร์ลุกขึ้นจากเตียงสีหน้าตกใจ มองไม่เห็นเพลิงในห้อง จึงหันไปเขย่าขุนเพชรอย่างแรง
ขุนเพชรงัวเงียลุกขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น เป็นบ้าหรือไง"
"คุณพี่ ฉันฝันถึงพ่อเพลิง"
ขุนเพชรชะงัก
"อย่าไปวิตกเลย ไอ้เพลิงมันเอาตัวรอดได้ พอมันหมดฤทธิ์ ก็ซมซานกลับบ้านเองนั่นแหละ"
"คุณพี่ไม่เคยห่วงพ่อเพลิงนี่นา"
"อ้าว ไอ้เพลิงมันก็เป็นแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ แล้วเรื่องใหญ่แบบนี้ ฉันจะไปออกหน้าทำอะไรได้
พอดีพอร้ายจะเสียหายมาถึงฉัน"
"แล้วคุณพี่จะปล่อยลูกให้มันต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้หรือ"
"เฮ้ย ใครจะทำอย่างนั้นได้ ข้าส่งไอ้หมึกไอ้เก่งไปตามหามันแล้ว จะประเจิด ประเจ้อไม่ได้หรอก"
"มัวแต่ทำใจเย็น เป็นพ่อประสาอะไร ใช่สิ พี่มันหน้าใหญ่หน้าโต เรื่องสกปรกเสื่อมเกียรติพี่ทำไม่ได้หรอก ต้องฉัน ฉันรู้หน้าที่อยู่หรอก"
"เฮ้ย ถ้าจะหาเรื่องกันแบบนั้น ก็เลิกคุยกัน รำคาญ"
ขุนเพชรล้มตัวลงนอนหันหลังให้ พวงจันทร์ค้อน หงุดหงิด วิตกสารพัด
"พ่อเพลิงของแม่ เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"
พวงจันทร์เครียด

เช้าวันใหม่ ไก่ขึ้นคอนขัน ที่หน้ากุฏิหลวงตา
ทุ้ย เค้ง โพล้งวิ่งหน้าตั้งมา
โพล้งบอก "หลวงตา"
บนกุฏิหลวงตา เดินห่มจีวรเรียบร้อยออกมา
"เร็วเข้าเลยหลวงตา เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
"อะไรของเอ็ง"
ทุ้ยบอก "อีนากฆ่าคนตาย"
หลวงตาชะงัก
"อะไรนะ นังนากหรือ"
"คราวนี้ เรื่องใหญ่แน่" เค้งว่า
หลวงตาสีหน้าวิตก

คนมุงดูอยู่ที่ศาลา มากยืนนิ่งหน้าเครียด
ใกล้ศพเพลิง ลุงปลอด เพ่งมองร่างเพลิงอย่างสังเกต แล้วดึงผ้าขาวขึ้นคลุมหน้าศพ
หลวงตา ทุ้ย เค้ง โพล้งเดินเข้ามา
"มันเกิดเรื่องได้ยังไง"
"ดูจากสภาพแล้ว คงตายเพราะโดนฟ้าลงน่ะขอรับหลวงตา นึกยังไง ใส่ทองเส้นเท่าโซ่ ล่อฟ้าให้ลงหัวชัดๆ" ลุงปลอดว่า
หลวงตาแปลกใจ หันมองสามเกลอ
"แล้วทำไมถึงบอกว่า นากมันทำ พวกเอ็งนี่ปากเปราะจริงๆ พูดไปโดยไม่มีความจริง"
ทั้งสามหน้าเสีย
อีกทาง ป้าเงิน จำปี ลำจวน เดินแหวกผู้คนเข้ามา พอเห็นศพ จำปีกับลำจวน โดดไปเกาะหลังป้าเงินทันที
ป้าเงินยกมือไหว้หลวงตา
"นี่มันเรื่องจริงหรือเจ้าคะ เขาว่านากมันฆ่าพ่อเพลิงตาย เป็นจริงหรือ"
หลวงตานิ่งไม่ตอบ
ลุงปลอดบอก "ตามสภาพที่เห็น ฉันคิดว่าพ่อเพลิงโดนฟ้าผ่านะ ไอ้มาก เอ็งว่ายังไง เอ็ง
อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใช่หรือ"
มากมองหน้าป้าเงิน แล้วพยักหน้า
"ฉันเห็นฟ้าลงที่ไอ้เพลิงจริงๆ นะป้า" มากบอก
ชาวบ้าน1 บอก"ไม่จริงหรอก เอ็งเป็นผัวอีนาก เอ็งก็ต้องเข้าข้างกันวันยันค่ำนั่นแหละ"
ชาวบ้าน2 บอก"ไหนว่ามันถูกจับถ่วงน้ำไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วคราวนี้ออกมาได้ยังไง"
"นั่นสิ คราวนี้เราไม่เดือดร้อนเพราะนังนากกันอีกหรือ"
ชาวบ้านสีหน้าไม่พอใจ หลวงตายกมือห้าม
"อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย แล้วมีใครไปส่งข่าวให้พ่อแม่เขารู้หรือยัง"
ทุกคนนิ่งไม่ตอบ
มุมหนึ่งห่างออกมา หมึก เก่งซุ่มดูอยู่

บนเรือนขุนเพชร พวงจันทร์นั่งหน้าเครียด ลุกขึ้นชะโงกดูที่ท่าน้ำ แล้วนั่ง กระวนกระวายใจ
"ไอ้สองตัวนั่นมันหายหัวไปไหน ทำไมยังไม่มา"
"ใจเย็นๆหน่อยสิ ประเดี๋ยวมันก็กลับมาเองนั่นแหละ"
" ใครจะไปใจเย็นเหมือนพี่ขุนได้เล่า ลูกฉันทั้งคนนะ"
"มันก็ลูกฉันเหมือนกันนั่นแหละ"
พวงจันทร์ค้อน แล้วผุดลุกขึ้นสีหน้าตื่นเต้น
พ่อใหญ่ถึก พิม ปุก เดินขึ้นเรือนมา
"นังพิม อีปุก พวกเอ็งมาทำไมกัน พ่อใหญ่ถึก นังพิมมันก่อเรื่องอะไรอีกหรือ"
พิมเดินเข้าไปจับมือแม่
"ใจเย็นๆก่อนนะจ๊ะแม่ ฉันมีเรื่องจะบอก"
พวงจันทร์มองหน้าพิม เครียด
"อะไรของเอ็งนังพิม อย่ามาทำลับลมคมนัยกับข้านะ"
ขุนเพชรมองหน้าพ่อใหญ่ถึก พ่อใหญ่ถึกปาดเหงื่อ
"มีเรื่องอะไรกัน พ่อใหญ่ถึก"
"พ่อเพลิงตายแล้ว เมื่อคืนนี้"
พวงจันทร์ลุกพรวดขึ้น
"อะไรนะ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้"
ขุนเพชรตวาด
"ไม่ใช่เรื่องมาล้อเล่นกันนะ"
ขุนเพชรหันไปทางพิมกับปุก พิมหยิบห่อผ้าเล็กๆขึ้นมาส่งให้แม่ พวงจันทร์รับมามือสั่นระริก ค่อยๆเปิดออก
ในห่อผ้า เป็น สร้อยทองที่พวงจันทร์ให้กับเพลิง

พวงจันทร์ล้มลง เป็นลมทันที
 
อ่านต่อหน้า 4

แม่นาก ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

เวลาเดียวกัน ชมนาดรับรายงานจากบ่าว

"เป็นเรื่องจริงหรือ"
"จริงเจ้าค่ะ ตอนนี้พ่อใหญ่ถึกกำลังไปแจ้งข่าวให้ขุนเพชรรู้"
"แล้วนี่คุณพ่อรู้เรื่องหรือยัง"
"พ่อรู้แล้ว"
หลวงณรงค์เดินขึ้นเรือนมา
"คุณพ่อ"
หลวงณรงค์บอกกับบ่าว
"เอ็งออกไปก่อน"
บ่าวลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
"คราวนี้ ลูกก็ไม่ต้องแต่งงานกับไอ้เพลิงแล้ว สมน้ำหน้ามัน"
ชมนาดแปลกใจ
"ทำไมคุณพ่อพูดอย่างนี้ล่ะเจ้าคะ จริงๆคุณพ่อกับขุนเพชรก็สนิทสนมกันไม่ใช่หรือ"
"จะไปสนิทสนมกันทำไม มันก็แค่เบี้ยในกระดาน ตอนนี้เราคุมหมากได้ทุกอย่างแล้ว ไอ้ขุนเพชรก็ไม่จำเป็น ดีซะอีก ที่ไม่ต้องร่วมวงญาติกับพวกมัน"
"อะไรกันเจ้าคะ นี่ลูกงงไปหมดแล้ว"
"ตอนนี้ไอ้เพลิงมันตายไปแล้ว ลูกก็ไม่ต้องแต่งงานกับมัน แถมของหมั้นเพชรทองตั้งมากมาย เราก็ไม่ต้องคืน แล้วยังจะเรือนหลังใหม่นั่นอีก เห็นมั๊ยว่าเรากำไรเห็นๆ"
"คุณพ่อ ทำไมคุณพ่อถึงได้คิดอะไรแบบนี้"
"ลูกไม่ได้อยากแต่งงานกับ ไอ้เพลิงไม่ใช่หรือ ตอนนี้ก็ไม่ต้องแต่งแล้ว แต่ว่า ถ้าลูกจะเลือกไอ้มาก พ่อไม่เห็นด้วย เอาอย่างนี้มั๊ยลูกชายของหลวงวิเศษ เขาก็สนใจลูกอยู่"
"คุณพ่อ"
"อย่าอายไปเลยลูกพ่อ เจ้าอายุอานามก็พอสมควร ออกเรือนไปตอนนี้ก็เหมาะสมแล้ว"
หลวงณรงค์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มใจความคิดของตัวเอง ชมนาดนิ่งเครียด

ต่อมาที่ศาลาวัด พวงจันทร์เกลือกหน้ากับศพเพลิง ร้องไห้คร่ำครวญ ขุนเพชรยืนกัดฟันกรอดแค้น
"โธ่พ่อเพลิงลูกแม่ ไม่น่าเลย ลูกต้องมาตายเพราะ...."
"เพราะใคร พูดให้ดีๆนะ"
ทุกคนชะงัก หันไปมอง เห็นหลวงณรงค์กับบ่าวเดินเข้ามา
"จะใครเสียอีกเล่า ก็เพราะไอ้พวกคนโลภใจชั่ว คิดอยากได้ของคนอื่นจนตัวสั่น"
ขุนเพชรสะกิดเมีย พวงจันทร์ไม่สนใจ
"ไม่ต้องมาสะกิด ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว ทรัพย์สินเงินทองของพวกเรา ในเมื่อ แม่ชมนาดไม่ได้ทำตามสัญญามาเป็นสะใภ้ของข้า ก็สมควรคืนให้กับเจ้าของ"
"อ้าว ก็เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าตั้งใจจะให้แม่ชมนาด ด้วยรักเอ็นดูหนักหนา ไหนจะเรือนหลังใหม่อีก อย่าลืมนะ ว่าไอ้เพลิงลูกของพวกเจ้า ทำร้ายลูกสาวข้า บาดเจ็บเจียนตาย"
"ก็แม่ชมนาดทำงามหน้า แอบมีผู้ชายอื่น ใครจะไปทนได้ โธ่พ่อเพลิงของแม่ ต้องมาตายเพราะผู้หญิงไร้ค่า"
"ข้ารู้มาว่า พ่อเพลิงตายเพราะนังนากมันฆ่าเอาไม่ใช่หรือ อย่าพาลดีกว่า กำลังเสียใจไร้สติ อย่าพูดอะไรเลอะเทอะ ถ้าข้าเอาเรื่องขึ้นมา จะลำบากถึงผัวนะแม่พวง"
หลวงณรงค์หันไปมองขุนเพชร ขุนเพชรหลบตา
"ข้าจะถือซะว่า ที่ผ่านมา ถือเป็นค่าเสียหายที่พ่อเพลิงทำร้ายแม่ชมนาด เห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งก่อน ข้าจะไม่เอาความ ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน ก็แล้วกัน"
หลวงณรงค์ หันไปพยักหน้าให้ขุนเพชร
ขุนเพชรแค้น "ขอรับคุณหลวง ขอบพระคุณในความกรุณาของท่าน"
"ดี ข้าไปละ"
หลวงณรงค์ไป ขุนเพชรมองตามแค้น พวงจันทร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเป็นลม
พิมรีบวิ่งเข้าไปประคอง
"แม่!"
พวงจันทร์เป็นลมในอ้อมแขนพิม ขุนเพชรมองนิ่ง หน้าแค้น

ป้าเงินนั่งเคี้ยวหมากสีหน้าเครียด จำปีกับลำจวนนั่งร้องไห้อยู่ด้านข้าง
"ใครต่อใครบอกข้าว่า นากมันฆ่าได้เพลิง เรื่องมันเป็นไงมาไงกันแน่ ไอ้ทิดมากเอ๊ย"
"ฉันเห็นนากบีบคอไอ้เพลิงจริง แต่ว่า..." มากบอก
จำปีบอก "ไม่จริงหรอก นากไม่ทำแบบนั้นแน่นอน"
"จำปี เอ็งหยุดพูดก่อน ข้าอยากฟังจากปากไอ้มาก"
จำปีเมินหน้า

เมื่อเพลิงถูกฟ้าผ่าล้มลงนอนที่พื้น ทุกคนตะลึง
"เอ็งรับผลกรรมของเอ็งแล้วไอ้เพลิง"
พิมเรียก "พี่เพลิง !"
พิมจะเข้าไปหาร่างเพลิง แต่มั่นดึงไว้
"สาสมแล้วกับสิ่งที่เอ็งทำไว้กับข้า"
"อโหสิกรรมให้มันไปเถอะนาก"
"ได้ ฉันจะทำตามที่พี่มากขอ พี่มาก เรากลับไปอยู่ที่เรือนด้วยกันนะจ๊ะ ไปอยู่ด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก กลับไปเป็นครอบครัวของเราอีกครั้งหนึ่งเถอะนะ"
มากสีหน้าลังเล นากจ้องหน้ามาก
"พี่มากจ๋า พี่ไม่รักฉันแล้วหรือไร"
"นากเอ๊ย เราอยู่กันคนละภพ คนละภูมิแล้ว พี่เสียใจเหลือเกิน"
"หมายความว่าพี่จะไม่รักษาสัญญากระนั้นหรือ"
นากโกรธมีลมพายุเล็กๆพัดรอบๆตัว
ทันใดนั้น เสียงไก่ขันดังขึ้น นากสะดุ้ง หันไปมองที่ริมขอบฟ้า เห็นแสงเรื่อจับที่ขอบฟ้า
" ได้ พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาหาพี่อีก ข้าจะรอสัญญาจากพี่นะ พี่มาก"
นากมองมากด้วยสายตาวิงวอนแล้วค่อยสลายร่างหายตัวไป

มากเครียด
"ฉันเองก็ยังคิดไม่ตก ว่าควรทำอย่างไรดี"
"โธ่นากเอ๊ย เอ็งยังละวางไม่ได้จริงๆ"
"ฉันคิดว่า หากฉันไม่ไป นากก็คงไม่ยอมสงบ ชาวบ้านจะเดือดร้อนไปทั่ว ป้าเห็นว่าฉันควรทำอย่างไร"
ป้าเงินนิ่งคิด
"เป็นเพราะนากมันรักเอ็งเหลือเกิน มันโตขึ้นมาอย่างขาดแคลนความรัก มันถึงได้โหยหาความรักเช่นนี้ มันน่าสงสารจริงจริง นากเอ๊ย"
จำปีกับลำจวนร้องไห้กระซิกๆ
จำปีบอก "ถ้าพี่ทำตามสัญญากับนากไม่ได้ พี่ก็ไม่ควรไปสัญญานี่นา"
"นังจำปี เอ็งพูดอะไรไม่คิด นากมันตาย ก็คือมันตาย ไอ้มากมันไปฆ่าอีนากที่ไหน"
"ไม่รู้ล่ะ คำสัญญาหากทำไม่ได้มันก็แค่ลมปาก ฉันสงสารนาก ถ้ารู้ว่าพี่เป็นแบบนี้ ฉันจะไม่สนับสนุนให้นากมันรักกับพี่ ไม่ให้มันแต่งงานกับพี่หรอก"
จำปีลุกขึ้นวิ่งออกไป ลำจวนวิ่งตามไป
ป้าเงินมองหน้ามาก มากเครียด
"มากเอ๊ย เอ็งอย่าไปใส่ใจคำพูดนังจำปีมันเลย มันพูดไปเพราะไม่รู้คิด คนกับผียังไงก็อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก"
มากหนักใจ

บนเรือนชมนาด ชมนาดส่งจดหมายให้บ่าว
"เอ็งเอาจดหมายไปส่งให้ถึงมือพี่มากให้ได้ เข้าใจมั๊ย"
"เข้าใจเจ้าค่ะ แต่ว่า คุณหนูจะอยู่เรือนคนเดียวได้หรือ"
"ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าอยู่ได้เอ็งรีบไปรีบมาก็แล้วกัน"
"เจ้าค่ะ"
บ่าวลุกขึ้นไป ชมนาดมองตามถอนหายใจ แล้วเดินหันหลังจะกลับเข้าห้อง ชะงัก
"ลืมอะไรอีกเล่า"
ชมนาดหันไปมองตามเสียง แล้วตะลึง

บนเรือนพ่อใหญ่ถึก ปุกกับพิมกำลังต้มยา
"น่าสงสารแม่นาย ก็ไม่น่าเล๊ย เลี้ยงพ่อเพลิงตามใจขนาดนั้น เฮ้อ"
"ตอนนี้ แม่คงสำนึกได้แล้วล่ะ แต่ก็สายไปแล้ว"
พิมถอนหายใจยกหม้อยาขึ้นเทใส่ชาม
"ไม่เป็นไร ฉันจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด ยังไงฉันก็เป็นลูกแม่เหมือนกัน"
"ดีแล้วเจ้าค่ะ คนกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้"
พิมยิ้มให้ปุก แล้วยกถ้วยยาขึ้นมองแล้วยิ้ม

พิมกับปุก เปิดประตูเข้ามา พิมชะงัก
"แม่จ๋า"
ที่เตียงของแม่พวง ว่างเปล่า
พิมกับปุกมองหน้ากัน

พวงจันทร์จ้องหน้าชมนาดเอาเรื่อง
"สะใจแล้วใช่ไหม อีหญิงสองใจ"
"แม่พวง ฉันรู้ว่าแม่กำลังโกรธ แต่อย่าทำแบบนี้เลย มันไม่ถูก"
แม่พวงแค้น กระชากผมชมนาดตบ ชมนาดกลิ้งไป
"ไอ้หมึก ไอ้เก่ง มึงเอาตัวอีนี่มัดปากอย่าให้มันร้องได้ เร็วเข้า"
"จะทำอะไรฉัน พ่อฉันคงไม่ปล่อยแม่พวงไว้แน่"
"ต่อให้ปู่ของมึงกูก็ไม่กลัว มึงกับไอ้มากทำให้ลูกกูตาย กูกำลังจะทำบุญให้มึงสองคนไปอยู่ร่วมกันในนรกไงล่ะ อีชมนาด"
พวงจันทร์หัวเราะคลั่ง ชมนาดกลัว

บนเรือน พิมวิ่งไปเปิดประตูห้องทุกห้อง ว่างเปล่า ไม่มีเงาของแม่พวงกับขุนเพชร
ปุกวิ่งสวนขึ้นมา
"คุณหนูพิม ไอ้หมึกกับไอ้เก่งก็ไม่อยู่เจ้าค่ะ"
พิมชะงักนิ่งคิด
"แปลกจัง ทำไมหายตัวไปพร้อมกันหมด หรือว่า..."
พิมวิ่งพรวดลงจากเรือนไปทันที
"คุณหนูเจ้าขารอปุกด้วยสิเจ้าคะ"
ปุกรีบวิ่งตามไป

พ่อใหญ่ถึกเดินปาดเหงื่อมาถึงหน้าเรือน พิมกับปุกวิ่งลงมา
"พ่อใหญ่ถึก เห็นแม่กับพ่อฉันหรืเปล่า"
"ไม่เห็นมีใครนี่ขอรับ กระผมไปส่งหลวงณรงค์ท่านขึ้นเรือไปพระนคร เอ๊ะ แม่พวงกับท่านขุนหายดีแล้วหรือขอรับ"
"ฉันไปต้มยา พอยกเข้าไปให้ก็ไม่เห็นแล้ว"
"แล้วแม่ชมนาดกลับไปพระนครด้วยหรือเปล่า"
"ไม่นะ คุณชมนาดยังไม่หายดีนี่นา ท่านหลวงบอกว่าให้พักจนกว่าจะหายดีก่อน ก็คงอยู่ที่เรือนนั่นแหละ"
พิมวิ่งไปที่เรือนชมนาดทันที ปุกกับ พ่อใหญ่ถึกวิ่งตามไป

พิมกับปุก เปิดประตูห้องชมนาดแล้วพรวดพราดเข้าไป ห้องว่างเปล่า เรียบร้อยดี
"ไปไหนกันหมดนะ"
พิมเดินออกมาจากห้องสีหน้าครุ่นคิดแล้วชะงัก พิมก้มลงเก็บพัดขึ้นมามอง
"นี่มันของแม่นายนี่เจ้าคะ"
"ของแม่จริงๆด้วย"
พิมหลับตาเครียด
"ขอให้ฉันคิดผิดด้วยเถอะนะ ได้โปรด"
พิมสีหน้าเครียด

มั่นกำลังซ่อมฝาเรือน ทุ้ย เค้ง โพล้ง ช่วยกัน
โพล้งบอก "นี่เอ็งเตรียมซ่อมเรือนวุ่นวายขนาดนี้ เอ็งจะมีเมียใช่มั๊ย"
ทุ้ยบอก "คิดดีแล้วหรือ ถ้าเอ็งมีเมีย เอ็งไม่ห่วงพวกข้าบ้างหรือ"
"นั่นสิ พี่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ทิ้งพวกฉันไปหรือ" เค้งว่า
มั่น กระโดดลงมาจากหลังคา
"เพราะคิดถึงพวกเอ็งนี่แหละ ถึงได้ซ่อม ไม่เห็นหรือว่า ฝนมันตก รั่วลงไปจนน้ำเกือบท่วมเรือนแล้ว"
โพล้งบอก "แล้วนึกยังไงต้องมาซ่อมวันนี้ ข้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อเอ็งหรอกไอ้มั่น"
"เฮ้อ ฉันก็ต้องหาอะไรทำสิ ไม่อย่างนั้นมันว้าวุ่นใจไปหมด"
ทุ้ยบอก "คิดถึงแม่พิมล่ะสิ"
"คิดถึงแล้วยังไง คงไม่ได้เจอกันง่ายๆหรอก"
มั่นเงื้อมือจะตอกตะปู เสียงพิมดังขึ้น
"พี่มั่น!"
มั่นชะงัก
"นี่ข้าคิดถึงแม่พิมถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
มั่นหันไป พิมวิ่งเข้ามาหอบ
"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว แม่ฉัน จับตัวคุณชมนาดไป"
ทุกคนหน้าเครียด

หมึกกับเพลิง ช่วยกันแบกหีบขึ้นมาที่เรือนของนาก
ทางด้านหลัง ขุนเพชรหันมามองยิ้มโหด
"ได้ตัวมาแล้วหรือ"
"ได้มาแล้ว"
หมึกกับเก่งเปิดหีบออกมา ชมนาดโผล่ออกมาจากหีบ ถูกมัดมือมัดเท้ามัดปาก เก่งเปิดปากให้ชมนาด
"ทำแบบนี้ทำไม ไม่กลัวอาญาบ้านเมืองหรอกหรือ"
"ไม่กลัว ถึงตอนนี้ กูไม่กลัวอะไรทั้งนั้น กูนึกอยากจะแก้แค้นเพียงอย่างเดียว"
สองผัวเมียมองหน้ากันแล้วหัวเราะ
"ประเดี๋ยว เอ็งกับไอ้มาก ก็จะได้ไปอยู่นรกด้วยกันอย่างที่ต้องการแล้ว"
สองคนมองหน้ากันหัวเราะร้าย

มากเดินมากตามทาง
บ่าวขุนเพชร เดินมาขวางไว้
"ไอ้มาก ใช่มั๊ย"
"ใช่แล้ว พวกเอ็งเป็นใคร"
บ่าวขุนเพชร ส่งจดหมายให้ มากมองอย่างระแวงแล้วเปิดอ่าน
"คุณชมนาด!"
มากเงยหน้าขึ้น บ่าวขุนเพชร ไม่ฟังเสียงฟาดเปรี้ยงเข้าทีท้ายทอยมาก มากล้มลงสลบทันที

บนเรือน ชมนาดโดนมัดมือนั่งซุกอยู่ที่มุมห้อง พวงจันทร์เดินมามองยิ้มโรคจิต
"แม่พวงควรปล่อยฉันไป ทำแบบนี้ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ยังไง พ่อฉันก็ไม่ปล่อยไว้แน่"
"อยากทำอะไรก็ทำไป กูไม่กลัวพ่อมึงหรอก พ่อเพลิงของแม่ แม่จะส่งชมนาดไปอยู่กับพ่อเพลิงนะจ๊ะ"
เสียงประตูเปิดออก ชมนาดกับแม่พวงหันไปมอง
มากถูกผลัก เซเข้ามาในห้อง ขุนเพชรเดินตามเข้ามา พวงจันทร์ตบมือดีใจ
"ยังมี ไอ้มากอีตัว พ่อเพลิงเอามันไว้รับใช้ก็แล้วกันนะลูกนะ"
"จะเอายังไงต่อล่ะ แม่พวง"
"เผามัน!"
มากกับ ชมนาดมองหน้ากันตะลึง
ขุนเพชรกับพวงจันทร์หัวเราะให้กันเหมือนคนบ้า

ป้าเงิน มั่น พิม จำปี ลำจวนยืนอยู่ที่หน้าบ้าน
"ไอ้มากมันกลับไปตั้งแต่เพลแล้ว ป่านนี้ยังไม่ถึงเรือนอีกหรือ"
"ยังไม่เจอเลยป้า เดินมาตามทางก็ไม่เห็น" มั่นบอก
"อะไรกัน"
"แม่ชมนาดก็หายไปด้วย"
จำปีบอก
"คงนัดกันไปพลอดรักที่ไหนกระมัง ถึงได้หายกันไปพร้อมกันแบบนี้"
"นังจำปี หุบปากเดี๋ยวนี้"
จำปีกระเง้ากระงอด
ลำจวนบอก "มันก็น่าสงสัยจริงๆนี่นา"
"เลิกสงสัยเถอะ ไอ้มากน่ะ ไม่มีวันรักใครได้อีก ชีวิตจิตใจของมันมอบให้แม่นากหมดแล้ว"
จำปีชะงัก ไม่ตอบ
"ฉันเกรงว่า สองคนนั่นจะหายไปเพราะพ่อกับแม่ฉันน่ะสิ"
ป้าเงินชะงัก "เวรกรรม เวรกรรม"
ทุกคนมองหน้ากันร้อนใจ
พระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงที่ยอดไม้

บนเรือนนาก มากกับชมนาดพิงกัน ชมนาดอ่อนแรง
อกเสื้อของชมนาด มีเลือดซึมออกมาจากรอยแผลเก่าที่ถูกเพลิงแทง มากครุ่นคิดหาทางหนี แต่เชือกมัดมือมัดเท้าแน่น
มุมหนึ่ง นากปรากฏร่างขึ้นยืนมองสีหน้าเจ็บช้ำ แต่ชมนาดกับมากไม่เห็นนาก
"ไม่อยากเชื่อเลย วาระสุดท้าย ฉันจะได้อยู่ใกล้กับพี่" ชมนาดบอก
"เราต้องหนีไปได้ แม่อย่าเพิ่งหมดแรงใจ"
มากพยายาม เอาเชือกเกี่ยวกับฝาบ้าน แล้วถู ให้เชือกสีกับไม้ไผ่
ชมนาดยิ้มอ่อนแรง
"ฉันคิดว่า คงไม่ได้พบพี่อีกแล้ว"
มากปลอบใจ
"ทำไมจะไม่ได้"

ก่อนหน้านี้ ชมนาดเขียนจดหมายถึงมาก
"พี่มาก ฉันขอโทษ ฉันอับอายเกินกว่าจะพบหน้าพี่ได้อีก ฉันปรารถนาความรักจากพี่ แต่ฉันเอง ก็มีศักดิ์ศรีในตัว ฉันไม่อาจรับรักที่เกิดจากความไม่เต็มใจของพี่ได้ ที่สำคัญที่สุด ฉันไม่อาจทนเห็นแววตาว่างเปล่าของพี่ที่มองฉัน แต่จิตใจที่เปี่ยมรักของพี่นั้น ไม่มีข้าแม้แต่น้อย ข้าซาบซึ้งแล้วว่า ความรัก นั้นเหมาะสมกับคนเพียงแค่ 2 คน หากมากกว่านั้น ต้องมีใครคนหนึ่งเจ็บ และวันนี้ คนนั้นก็คือข้าเอง ..... ลาก่อน พี่มาก"

ชมนาดหยุดวางปากกา แล้วตัดสินใจพับจดหมาย

ชมนาดยิ้มอ่อนแรง

"ข้าดีใจจริงๆ แม้ตายข้าก็ไม่เสียดาย"
ชมนาดค่อยๆหลับตาลง
นากสีหน้าโกรธแค้น เลื่อนตัวเข้าหาชมนาดอย่างเร็ว ใกล้หน้าชมนาด พอชมนาดลืมตาขึ้นมา เห็นนาก ก็อ้าปากค้าง จะกรี๊ด แต่นากสิงชมนาดทันที
มากที่กำลังพุ่งความสนใจไปที่การเอาตัวรอด สะดุ้งตื่นขึ้น สีหน้าวิตก
"คุณชมนาด เป็นอย่างไรบ้าง"
"แมงมุมมันตกใส่น่ะ พี่มากจ๋า ฉันอยากรู้เรื่องหนึ่ง พี่ต้องบอกความจริงกับฉันนะ"
"คุณชมนาดอยากรู้เรื่องอะไร"
"พี่รักฉันบ้างมั๊ย"
มากชะงัก
"ทำไมคุณชมนาดถึงพูดจาแบบนี้"
"พี่แค่ตอบมา ว่ารักหรือไม่รัก"
มากน้ำเสียงแววตาอ่อนโยน
"คุณชมนาดเป็นผู้หญิงที่สวยเพียบพร้อม สูงส่ง สมบูรณ์ทุกสิ่ง ใครได้ครอบครองแม่ คงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด"
นากที่ซ้อนอยู่กับร่างชมนาด เศร้า เจ็บช้ำ
"ทว่า กระผมไม่เคยมีความรักให้คุณชมนาดแบบนั้นเลย ทุกลมหายใจของกระผม มีแต่แม่นากคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครมาแทนที่นากในใจกระผมได้"
นากยิ้มซึ้งใจโผเข้ากอดมากไว้ พอถึงตัวมาก นากถอยออกจากร่างของชมนาด ชมนาดหลับคาอกของมาก มากมองแปลกใจ
"คุณชมนาด"
ควันลอยเข้ามา นากหันขวับไปมองนอกบ้าน
เปลวไฟลุกขึ้น
"ตื่นเร็วเข้า คุณชมนาด ตื่นสิ"
ชมนาดไม่ได้สติ มากร้อนรน

พวงจันทร์กับขุนเพชรยืนหัวเราะ มองดูไฟลุกลามบ้านนาก
"พ่อเพลิง แม่แก้แค้นให้ลูกแล้ว"
"สะใจนัก กูอยากจะรู้ว่า ไอ้หลวงณรงค์มันจะทำหน้ายังไง ถ้ารู้ว่าลูกสาวมันหนีมากับผู้ชาย แล้วมาตายในเรือนนี้"
สองคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะขำ
หมึกกับเก่งยืนมองไฟลุกตรงหน้า มีลมพัดหวิว หมึกกับเก่งทำขนลุก
"เอ็งรู้สึกแปลกๆมั๊ย"
"นั่นสิ หนาวเยือกๆยังไงไม่รู้ทั้งๆที่ กองไฟอยู่ตรงหน้า"
สองคนมองหน้ากัน แล้วหันมองซ้ายมองขวา
ทั้งสองคนเห็นนากยืนจ้องตาแดงอยู่ จึงวิ่งหนีกันกระเจิง
ขุนเพชรกับพวงจันทร์เห็นหมึกกับเก่งวิ่งหนีไป สองคนมองหน้ากัน
"มันเป็นบ้าอะไรของมัน เราไปกันเถอะ เดี๋ยวชาวบ้านคงแห่กันมา"
"ขอฉันมองให้สะใจหน่อยเถอะพี่ขุน"
พวงจันทร์ยืนมองยิ้มพอใจ ขุนเพชรเริ่มวิตก
นากยืนมองเปลวไฟครุ่นคิดหาทางช่วยมาก

มาก พยายามจะปลุกชมนาดให้ตื่น ชมนาดค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ
"ช่วยกันแกะเชือกก่อนเร็วเข้า"
ชมนาดตกใจพอตั้งสติได้ มากหันหลังให้ชมนาด
ทั้งสองคนช่วยกันแกะเชือกที่มัดไว้

เปลวไฟลุกโชติช่วง พวงจันทร์ปรบมือสะใจ จู่ๆ พวงจันทร์ก็ชะงัก เห็นเพลิงยืนอยู่ในกองเพลิง
"พ่อเพลิง พ่อเพลิงลูกแม่"
เพลิงโบกมือให้พวงจันทร์
"แม่จ๋า ช่วยฉันด้วย ฉันร้อนเหลือเกิน ช่วยฉันด้วย"
พวงจันทร์กรี๊ด วิ่งจะฝ่าเปลวไฟเข้าไปทันที
"แม่พวง !! อย่านะ"
ขุนเพชรกระโดดดึงตัวเมียไว้ ล้มกลิ้งไป พวงจันทร์ลุกขึ้นไม่ยอมฟังเสียงวิ่งฝ่าเปลวไฟขึ้นไปบนเรือน
" แม่พวง ใครก็ได้ดับไฟด้วย"
ขุนเพชรตัดสินใจวิ่งตามไป
ด้านหนึ่ง ทุ้ย เค้ง โพล้ง พิม มั่นวิ่ง มา พิมทันเห็น พ่อกับแม่วิ่งเข้าไปในเปลวไฟ พิมตะลึง
"พ่อจ๋า แม่จ๋า"
พิมจะวิ่งตามเข้าไป มั่นดึงตัวพิมกอดไว้แน่น พิมดิ้นรน มั่นกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

มากกับชมนาด ช่วยกันแก้เชือกที่มัดมือจนหลุด มากลุกขึ้นฉุดชมนาดลุกขึ้น ชมนาดล้มลงแปะพื้น
"ฉันไปไม่ไหวหรอกพี่"
"ไม่ได้ ต้องไปด้วยกัน กระผมจะไม่ยอมให้ใครต้องตายบนเรือนนากเด็ดขาด ลุกขึ้น"
มากลากชมนาดลุกขึ้น ชมนาดสำลักควันกระอักกระไอ
มากหันไปมองที่หน้าต่าง วิ่งไปมอง
เห็นระยะ ห่างจากพื้นสูง มากหันไปมองชมนาดสีหน้าวิตก
"ต้องโดดแล้ว"
ชมนาดมองแล้วสั่นหน้า
"โดดเลย"
มากไม่ฟังเสียงคว้ามือชมนาด กระโดดหน้าต่างออกมา ชมนาดกรี๊ด

มากกับชมนาดตกลงมาจากบนบ้านกลิ้งไปที่พื้น ทุกคนรีบวิ่งไปประคอง พิมมองตกใจพอได้สติ
"พี่มาก ช่วยพ่อกับแม่ฉันด้วย ได้โปรดเถอะ ได้โปรด"
มากตกใจหันไปมองไฟที่กำลังลุกท่วมบ้าน
"อะไรนะ พ่อกับแม่ของเอ็งเข้าไปทำไม"
"ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้"
มากลุกขึ้น ชะงัก ขาเจ็บ แต่ยังฝืนจะขึ้นไป
"ไม่ทันการแล้ว ไฟลุกโหมแบบนั้น"
"ต้องไม่มีใครตายเพราะนาก ต้องไม่มี"
เปลวไฟลุกโพลง

พวงจันทร์วิ่งถลันเข้าไปในกองไฟ พร้อมๆกับ ขุนเพชร
เพลิงหันหลังกลับมากลายเป็นนาก พวงจันทร์ชะงัก
"อีนาก มึงหลอกกูหรือ"
ขุนเพชรมองไม่เห็นนากฃ
"แม่พวง ออกไปกันเถอะ เร็วเข้า"
"ไม่ไป กูจะแก้แค้นแทนเพลิงลูกแม่"
พวงจันทร์หันไปคว้าไม้ ไล่ตีนาก ขุนเพชร เห็นพวงจันทร์เอาไม้ไล่ฟาดลม
ขุนเพชร พยายามจะลากพวงจันทร์ แต่โดนไม้ฟาดเข้าที่ขมับ ขุนเพชรล้มลงนอนสิ้นสติ
" อีนาก มึงกับกูมาตายไปพร้อมๆกัน มึงพรากดวงใจของกู ฆ่ากูดีกว่า"
"แม่พวงรักลูกของแม่ ฉันก็รักลูกผัวของฉันเช่นกัน ลูกของแม่ทำร้ายฉัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ลูกกูไม่ผิด พ่อเพลิงไม่เคยผิด กูเลี้ยงถนอมกล่อมเกลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก มึงนั่นแหละที่ผิด พวกมึงนั่นแหละผิด"
"ฉันอโหสิกรรมให้แม่พวง ตอนนี้พี่มากหนีออกไปได้แล้ว แม่ไปเสียเถิด ต่อจากนี้เราเลิกแล้วต่อกัน"
"กูไม่ไป กูจะตายไปพร้อมกับมึง"
พวงจันทร์วิ่งไป หมายจะกอดนากไว้ ให้ตายในเปลวไฟพร้อมกัน แต่กลายเป็นวิ่งไปกอดต้นเสาที่กำลังลุกไหม้ไฟอยู่ พวงจันทร์กรี๊ด
บนหลังคาถูกไฟไหม้หล่นลงมาทับ พวงจันทร์ล้มลงทันที
เปลวไฟที่ลุกโหมขึ้น พวยพุ่งขึ้นฟ้า

เปลวไฟพวยพุ่งอยู่บนฟ้า
หลวงพ่อโตกำลังนั่งสมาธิอยู่ในกลดกลางป่า ลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองที่เณร กำลังยืนรอรับคำสั่ง หลวงพ่อโตลุกขึ้นยืนมองไปที่เปลวไฟ
"เราไปกันเถอะ"
เณรพนมมือรับคำ

พิมยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมกอดของมั่น
"แม่จ๋า พ่อจ๋า"
ป้าเงินสงสาร หันไปมองพิม จำปี ลำจวน ร้องไห้กระซิก
"โธ่เอ๊ย ขอให้จบเวรสิ้นกรรมกันในชาตินี้เถิด เจ้าประคุณเอ๊ย"
นากปรากฏร่างขึ้น ยืนมองมาก มากหันมาเห็น ทั้งคู่สบตากัน
มากเหมือนต้องมนต์สะกด ลุกขึ้นเดินดิ่งไปทันที
ทุกคนหันไปมองมากอย่างแปลกใจ
"ไอ้มาก เอ็งจะไปไหน" มั่นถาม
"นาก นากเรียกข้า"
มากเดินไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนตกตะลึง

นากปรากฏร่างที่หลุมศพของตัวเอง
มากเดินตรงเข้ามา วิ่งเข้าไปกอดนาก
"พี่มากจ๋า พี่จะมาอยู่กับฉันใช่มั๊ย"
"ใช่ พี่จะไม่จากเอ็งไปไหนอีกแล้ว นากเอ๋ย"
มากกอดนากอีกครั้ง มากหลับตานิ่ง ซึมซับความรู้สึกของอดีต

มากกับนาก ขี่ควายอ้อล้อกัน

มากกับนาก สาบานรักด้วยกันในโบสถ์ตอนงานวัดมหาบุศย์
มากกับนากกราบพระขอพร
" แล้วก็ขอให้พี่มากมีความสุข ขอให้คุณพระคุ้มครองพี่มากจ๊ะ"
"แค่นั้นจริงน่ะหรือ"
"แล้วก็ ... ข้าขอให้ได้อยู่เคียงข้างกับคนที่ข้ารักตลอดไป แม้ความตายก็ไม่อาจมาพรากได้"

นากกับมาก นอนมองหน้ากัน ในเรือน ตอนแต่งงานกันแล้ว ที่นอกชานเรือนของนาก มากนอนหนุนตักนากอยู่ที่ชานเรือน
"คืนนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะพี่มาก"
"ถ้าพี่ได้ชมจันทร์กับนากไม่ว่าคืนไหนๆพระจันทร์ก็สวยสำหรับพี่เสมอ"
"ฉันเป็นเมียพี่แล้วพี่ไม่ต้องมาปากหวานใส่ฉันหรอกจ๊ะพี่มาก"
"พี่ไม่ได้ปากหวาน แต่พี่พูดตามที่รู้สึก เวลาที่พี่อยู่กับนากเป็นเวลาที่พี่มีความสุขที่สุด"
มากเอามือนากมาหอม นากเขิน

มากดีใจตอนที่ รู้ว่าแม่นากท้อง
มากพยุงนากมานั่ง มากเอาน้ำให้นากดื่ม
"แพ้ปลารึนาค"
"ไม่ใช่หรอกจ๊ะพี่มาก"
"แล้วเป็นอะไรกันแน่"
"ฉันแพ้ท้องจ๊ะ"
"แพ้ท้อง ... อะไรนะ!! นาคแพ้ท้องเหรอจ๊ะ"
"จ๊ะพี่มากฉันท้อง พี่มากจะได้เป็นพ่อคนแล้วจ๊ะ"
"จริงเหรอนาค พี่จะได้เป็นพ่อคน"
นาคยิ้มพยักหน้ามากร้องชัยโย

ตรงระเบียงหน้าเรือน มากโอบกอดนากจากด้านหลังแหงนมองดูจันทร์ มากหอมที่ผมของนาก นากหันกลับมามองหน้ามาก
"ชีวิตฉันฝากไว้กับพี่มากคนเดียว"
"หากยังมีลมหายใจอยู่ พี่จะรักนากไม่มีเสื่อมคลาย"
" ถึงแม้ฉันจะสิ้นลมหายใจ ฉันก็จะรักพี่มากไม่เสื่อมคลายเช่นกันจ๊ะ"
มากบรรจงจูบที่หน้าผากของนาก

มากตัดสินใจ ... ค่อยๆผละออกจากนาก หยิบไม้แหลมที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมา เงื้อมือจะแทงคอตัวเอง
"เดี๋ยวก่อน พี่แน่ใจแล้วหรือ ว่าจะยอมตายเพื่อฉันจริงๆ"
"พี่แน่ใจ"
นากมองมากสีหน้าสับสน
มากยิ้มแล้วเงื้อมือสูงขึ้นจะแทงที่คอตัวเอง
เสียงหลวงพ่อโต "หยุดก่อน"
มากค้างไว้ ใบไม้ที่กำลังไหวหยุด ทุกสิ่งทุกอย่าง นิ่งสนิท ยกเว้นนากที่มองอย่างแปลกใจ
หลวงพ่อโตเดินเข้ามา พร้อมกับเณร
"สีกาเอ๊ย เจ้าควรหยุดได้แล้ว"
นากหันไปมองแล้วนิ่ง
"อย่ามายุ่งกับเรื่องของข้า"
นากเลื่อนตัวเข้าหาหลวงพ่อโตอย่างรวดเร็ว แววตาดุร้าย
หลวงพ่อโต บริกรรม แผ่เมตตา

ป้าเงินวิ่งพลางหยุดพลางเหนื่อยหอบ
จำปีบอก
"แข็งใจนิดนะป้า จะถึงแล้ว ฉันกลัวนากจะเป็นอะไรไปจริงๆ"
โพล้งบอก
"จำปีเอ๊ย นากคงไม่ตายซ้ำหรอก แต่ป้าเงินนี่แหละ คงต้องตายแน่นอน"
ป้าเงินทุบโพล้งดังพลั่ก
"ไอ้ปากเสีย ไปต่อกูยังไหว"
ชมนาด หอบหายใจหนัก ทุ้ย เค้ง ประคองชมนาดอยู่
"รีบไปกันเถอะ"
ทุกคนรีบวิ่งไป

นากเลื่อนตัวมาเกือบถึงหลวงพ่อโตแล้วจู่ๆก็หยุดชะงัก พลังสีเงินแผ่ออกจากหลวงพ่อโตล้อมนากไว้
นากจากผีน่ากลัว กลายเป็นหน้าตาปกติ นากทรุดตัวลงนั่งน้ำตาไหล
"หลวงพ่อเจ้าขา ฉันทุกข์เหลือเกิน เจ็บปวดเหลือเกิน ทำไมฉันถึงได้โชคร้ายเช่นนี้"
"ทุกข์เพราะยึดมั่น ทำให้เจ้าทุรนทุราย หากปล่อยวางได้ เจ้าจะพบความสงบ"
"แต่ฉัน...ถูกทำร้าย"
"กรรมเก่า ต้องชดใช้ กรรมใหม่จงอย่าสร้าง ปล่อยวางซะ ถึงเวลาที่สีกาต้องไปแล้ว"
"ฉันขอลาพี่มากเป็นครั้งสุดท้าย ได้ไหมเจ้าค่ะ"
หลวงพ่อพยักหน้า
นากก้มลงกราบหลวงพ่อโต หลวงพ่อโตหลับตาลง
มากขยับตัว กิ่งไม้ไหวโอน ใบไม้ปลิวหล่นลงพื้น
นากเดินเข้ามาหามาก ร้องไห้
"พี่มากจ๋า ชาตินี้เราคงทำบุญร่วมกันมาเท่านี้ ฉันคงอยู่ดูแลพี่ไม่ได้แล้ว"
มากน้ำตาไหลนองหน้า จับมือนาก
"พี่คงทำบุญมาน้อย ถึงได้อยู่กับนากสั้นนัก"
"ถึงจะสั้น แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้เป็นเมียพี่ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตฉัน"
"นากเอ๋ย ชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เกิดมาเป็นผัวเมียกันอีกนะนาก"
"จะชาตินี้หรือชาติไหน ๆ ฉันก็จะรักพี่"
"พี่ก็รักนาก"
ทั้งคู่กอดกัน นากดึงตัวออกมาจากมาก
"ฉันต้องไปแล้วพี่มาก พี่จ๋า ฉันลาก่อน"
นาก ลูบแก้มมาก มองด้วยความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แล้วค่อยๆสลายร่างกลายเป็นประกายสีเงินลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
มากรู้สติเต็มที่ หันไปเห็นหลวงพ่อโต มากก้มลงกราบ
หลวงพ่อโตหันไปพยักหน้ากับเณรน้อย
เณรน้อยเดินไปที่หลุมศพก้มลงขุดดินตอกกะโหลก สักพักเณรกลบหลุม ถือห่อผ้าเล็กๆมาส่งให้หลวงพ่อ
หลวงพ่อโตรับห่อผ้ามาเก็บใส่ย่ามไว้
มากน้ำตาไหล
"ไปดีเถอะนะนาก พี่จะไม่มีวันลืมเอ็งเลย"
ป้าเงิน ทุกคนย่อตัวลงไหว้หลวงพ่อโต ที่กำลังเดินผ่านไป ทุกคนเศร้าน้ำตาไหล จำปีร้องไห้กระซิกๆ
บนท้องฟ้า ดวงดาวระยิบระยับ

ผ่านเวลา ... พิมกำลังโปรยอาหารให้ไก่ เสร็จแล้ว เดินกลับมานั่งที่แคร่
พ่อใหญ่ถึกกับปุกนั่งอยู่ที่แคร่ พ่อใหญ่ถึก กระลิ้มกระเหลี่ยปุก
"คราวนี้มีคนสั่งผลไม้มากน้อยแค่ไหนล่ะพ่อใหญ่" พิมถาม
"มากโข เขาขอที่ห่ามๆหน่อย จะขึ้นเรือกลไฟส่งไปขายปีนังโน่นแน่ะ"
พิมยิ้มดีใจ หันไปมองอีกทาง เห็น มั่นยกเข่งใส่มะพร้าว และผลไม้ในสวนมาวาง ทุ้ย เค้ง โพล้ง ยกตามมาแบบขี้เกียจ
"โอ๊ยหลังจะหักแล้ว ต้องยกอีกกี่เที่ยวนี่"
พิมบอก "กี่เที่ยวก็ต้องยก คนรอซื้ออยู่ เวลาเป็นเงินเป็นทอง"
"จริงจ๊ะแม่พิม"
มั่นยิ้มให้พิม
ทุ้ย เค้ง โพล้ง จับกลุ่มกันนินทา มั่นไม่สนใจ รับน้ำจากขันของพิมมาดื่มแล้วมองหน้ากันยิ้ม

ส่วนลุงปลอด หิ้วถังน้ำไปรดต้นไม้ เป็นต้นกล้วย กอใหญ่ใบสวย
ลุงปลอด รดน้ำไปยิ้มไป หัวปลีที่ออกมาอวบสวย เริ่มจะติดลูกอ่อน
"กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ แหมกำลังท้องกำลังไส้ต้องบำรุงนิดนึง"
ลุงปลอดเดินไป ที่โคนต้นกล้วย นางตานีปรากฏร่างขึ้น ยิ้มละไม

ชมนาดนุ่งขาวห่มขาว นั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่บนศาลาวัด
ชมนาดลืมตาขึ้นมองพระประธานตรงหน้า แล้วยิ้ม ชมนาดสีหน้าสงบสุข อิ่มเอิบ

เช้าวันใหม่ ที่ท่าน้ำ ป้าเงิน กำลัง ใส่บาตรให้ หลวงตา กับ พระมาก ที่ถือบาตรมายืนรอรับ สีหน้าอิ่มเอิบ
ป้าเงิน จำปี ลำจวน ใส่บาตรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลวงตากับพระมากพายเรือออกไป

พระมาก สีหน้าอิ่มเอิบยิ้มแย้ม
 
จบบริบูรณ์...
กำลังโหลดความคิดเห็น...