xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องย่อ มิติรักผ่านเลนส์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“มิติรักผ่านเลนส์”

ซีรีส์ความรัก 8 มิติ
ชื่อไทย มิติรักผ่านเลนส์
ชื่ออื่นๆ Views of Love The Series
ความรัก 8 มิติ ที่จะกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทางช่อง PPTV HD 36
ประเภท ท่องเที่ยว โรแมนติก คอมมาดี้ ดราม่า แฟนตาซี
ออกอากาศช่องPPTV HD 36
เริ่มตอนแรก9 มกราคม 2559
บทโทรทัศน์ บุญญาวัฒน์ ธงทอง, ภาณุวัฒน์ อยู่ชัง, ฐากูร เข็มปัญญา, ปรียาภรณ์ บุญภา, มานิดา นฤภัทร, นพพร นพรัตน์พัณณกร
กำกับการแสดงโดย บุญญาวัฒน์ ธงทอง, ภาณุวัฒน์ อยู่ชัง, อัศนี กิจเฮงพานิช, สาโรจน์ สุวัณณาคาร, ศศินันท์ พัฒนะ
วันเวลาออกอากาศ เสาร์ - อาทิตย์ 9 มกราคม 2559 (ตอนแรก) 13.30-15.00 น., 18.30-20.00 น.
จำนวนตอนออกอากาศ จำนวน 8 เรื่อง เรื่องละ 4 ตอน รวม 32 ตอน
ผลิตโดย บริษัท ธีมเมติก จำกัด

ชื่อตอนรักออโต้โฟกัส”
นักแสดงธนฉัตร ตุลยฉัตร, พัชชา พูนพิริยะ
Locationบึงกาฬ
เรื่องโดย บุญญาวัฒน์ ธงทอง
“ฉม” ผู้หญิงที่เป็นโรคความจำดี สามารถจำเหตุการณ์ในชีวิตได้หมด มีความจำดีเลิศ สามารถบังคับความจำให้จดจำแบบภาพถ่ายได้ ความสามารถของเธอจึงเป็นที่มาของเรื่องราวทั้งหมด
ฉมเป็นสาวอีสานที่ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ตอนเด็ก ความเป็นอีสานในตัวเธอจึงจางหายไปกับกาลเวลา จนพ่อล้มป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบครัวของเธอจึงต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่บึงกาฬ การกลับมาในครั้งนี้ ฉมถึงวัยที่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยพอดี ฉมจึงตัดสินใจเรียนต่อที่บึงกาฬ เพราะอยากอยู่ใกล้ครอบครัว ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ในการดูแลพ่อ ชีวิตในมหาวิทยาลัยดูไม่ต่างจากชีวิตของคนทั่วๆไป มีเพียงความทรงจำเก่าๆ สมัยที่คบกับ “ไปป์” ตามมารบกวนจิตใจของเธออยู่ตลอดเวลา แปลกที่ความทรงจำเรื่องแฟนเก่าของเธอไม่เคยลบเลือนไปตามกาลเวลา การมีความจำดี บางทีก็ย้อนกลับมาทำร้ายฉมได้เสมอ
“คูณ” หนุ่มหล่ออีสานสไตล์ เข้ามาในชีวิตฉมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเหยียบแผ่นดินบึงกาฬ เหตุการณ์ที่เจอกันโดยบังเอิญนำพามาสู่การเรียนในคณะเดียวกัน ชมรมเดียวกัน และเป็นคู่บัดดี้กัน จนกระทั่งการออกหาสปอนเซอร์สนับสนุนการทำค่ายอาสา ที่ฉมและคูณก็ต้องอยู่ด้วยกัน จนเกิดเป็นความสัมพันธ์บนแผ่นดินที่ราบสูง
แต่ความทรงจำของฉม ดูจะขัดแย้งกับการเริ่มต้น เมื่อเธอยังลบภาพเก่าออกจากหัวไม่ได้ ก็ไม่สามารถมีภาพใหม่เข้ามาแทนที่ ฉมอยากมีชีวิตปกติที่อยากลืมเรื่องราวในชีวิตบางเรื่องได้บ้าง

ชื่อตอน “หมอกสีจางกับน้ำค้างสีชมพู”
นักแสดงปาณิสรา ปริญญารักษ์ , จอห์นนี่ ห่าว
เรื่องโดย ภาณุวัฒน์ อยู่ชัง
Concept ภาพถ่ายแต่ละภาพ ล้วนแฝงความทรงจำไว้หลากหลายมิติรัก
Location ดอย แม่สลอง จังหวัดเชียงราย
Reason Why แม่สลอง ดินแดนที่ฝังร่องรอยประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนบนดอยสูงปกคลุมด้วยหมอก ความเศร้าและความโรแมนติคผสานเป็นหนึ่งเดียว ดอกซากุระเมืองไทยที่ผลิบานหน้าหนาว อดีตขมขื่น การจากลาและการเริ่มต้นใหม่ เรื่องราวความรักบนยอดดอยที่ผู้คนผ่านมาเก็บความทรงจำที่สวยงามแล้วก็จากไป
“น้ำค้าง” แบกอดีตเดินทางมาที่แม่สลอง เพื่อมาเป็นครูในโรงเรียนไทย- จีนบนดอยแม่ สลอง ดินแดนแห่งสายหมอกที่ผสานสองวัฒนธรรมไทยจีน น้ำค้างประหลาดใจกับบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่มาก แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมาครั้งนี้ก็คือ เธอมาค้นหาต้นนางพญาเสือโคร่งต้นหนึ่ง โดยมีเบาะแสเพียงรูปถ่ายขาวดำของต้นไม้ที่ดูไม่ชัดหนึ่งรูป
น้ำค้างได้พบกับ “ชา" ครูหนุ่ม ผู้มีปมในใจกับความหลังแห่งรักครั้งอดีต เมื่อคนรักของชา อยู่ๆก็หายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย ทำให้ชากลายเป็นคนมีแผล เขายังคงรอผู้หญิงคนนี้อยู่ที่แม่สลองมากว่า 5 ปีแล้ว
ทั้งคู่ไม่ถูกกันตั้งแต่แรกเจอ เมื่อน้ำค้างเป็นต้นเหตุให้ชาแขนหัก แต่ก็ดันบังเอิญ ทั้งคู่ต้องมาพักอยู่บ้านจีนที่ติดกัน และที่บ้านหลังนี้ น้ำค้างก็ได้ค้นพบจดหมายและบันทึกของใครซักคน ซึ่งทำให้เธอเริ่มค้นพบเบาะแสที่นำไปสู่ความลับของความรัก ที่ซุกซ่อนอยู่ในแม่สลองแห่งนี้
นอกจากนี้ผู้คนที่อยู่รายรอบน้ำค้าง ล้วนแล้วแต่มีมิติของความรักหลายแง่มุมให้น้ำค้างได้สัมผัสและเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นอาจิว เด็กน้อยที่แม่จากไปและกำลังอยู่ในห้วงของการรอคอย ,เฉิน เด็กหนุ่มม.ปลาย ขี้อายผู้มีรักครั้งแรกกับฟาง นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากจีน , ไผ่ ชายหนุ่มที่เดินทางมาแม่สลองเพื่อตามหาลูกชายของตัวเอง รวมไปถึง เรื่องราวความรักของทหารจีนในอดีต
ทุกๆมิติของเรื่องราวความรักเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สอนน้ำค้างให้ได้เรียนรู้ว่า จะจัดการกับความรักของตัวเองเช่นไร เมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับชาเริ่มพัฒนาไปสู่ความรัก และต้องเจอกับจุดเปลี่ยนที่ต้องเลือกระหว่าง อดีตกับปัจจุบัน ความรู้สึก กับเหตุผล และแน่นอน การทำตามหัวใจหรือเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรัก
ทุกเรื่องผูกพันนำพาน้ำค้างไปพบกับความลับของความรักที่อยู่เบื้องหลังรูปถ่ายต้นนางพญาเสือโคร่งต้นนี้

ชื่อตอนสองเราบนผิวโลก
นักแสดงน็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล, เบลล์-เขมิศรา พลเดช
CONCEPT :บางทีเราก็เราก็อยากให้บางเหตุการณ์ในภาพถ่าย เกิดขึ้นอีกครั้ง
LOCATION :จังหวัดนครราชสีมา
REASON WHY :เมืองย่าโม ดินแดนแห่งความสุขใกล้กรุงที่ใครๆ หลายคนต่างยกให้เป็นจุดหมายปลายทางของความฝัน

“จะเป็นไปได้มั้ย หากความรัก ไม่ใช่แค่มนุษย์ต้องการมี....”
ข่าวเช้านำเสนออุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมาคนขับรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์แต่ผู้ที่ร่วมนั่งมาด้วยเสียชีวิตทั้งหมด “สาว” ทราบข่าวนี้จากชาวบ้านวิ่งเข้าไปดูยังที่เกิดเหตุปรากฏว่าเป็นรถของ “นนท์” แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง
นนท์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลความสัมพันธ์ของสาวและนนท์สิ้นสุดลงก่อนวันที่นนท์จะประสบอุบัติเหตุด้วยนิสัยเจ้าชู้นักเลงโตของนนท์ทำให้สาวต้องเสียใจกับพฤติกรรมแบบนี้มาโดยตลอดและมันก็ถึงวันที่สิ้นสุดลงเมื่อนนท์บอกเลิกสาวอย่างไม่มีเยื่อใยหมอบอกกับสาวซึ่งคงเหลือเธอเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องชีวิตของนนท์มากที่สุดสมองของนนท์ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงร่างกายบอบช้ำจนไม่น่ารอดสาวอดนอนเฝ้าดูแลนนท์จนถึงวันที่นนท์ฟื้นขึ้นมาอาการของนนท์แปลกไปจากเดิมไม่ยอมพูดจำใครไม่ได้นนท์ต้องพักฟื้นอีกนานและจำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งนนท์ย้ายมาจากที่อื่นไม่มีญาติ
ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังภาระหน้าที่เลี้ยงดูผู้ป่วยพักฟื้นจึงตกมาอยู่ที่“สาว” อดีตแฟนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันสาวยังไม่ลืมความรู้สึกของผู้ถูกกระทำมันเจ็บปวดเกินคำบรรยายแต่จำใจต้องจัดการทุกเรื่องให้นนท์ทั้งเรื่องเรียนเรื่องบ้านเรื่องชีวิตความเป็นอยู่
นนท์อาการดีขึ้นตามลำดับแต่ก็ยังไม่ยอมพูดไม่ตอบสนองกับการกินการนอนสาวคิดว่าสมองของนนท์คงถูกกระทบกระเทือนหนักจึงเกิดอาการข้างเคียงความรู้สึกของเธอที่เกิดขึ้นตอนนี้มีทั้งความรักลักษณะอาการแปลกๆของนนท์ทำให้สาวเริ่มสงสัยและได้รู้ความจริงว่านี่ไม่ใช่นนท์ที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปเรื่องเหนือธรรมชาติมนุษย์ต่างดาวเป็นสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้และอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อของใครหลายๆคนแต่การมาของพลังงานนอกโลกวันและเวลาที่ตรงกันกับวันเวลาที่นนท์ประสบอุบัติเหตุดวงจิตของนนท์ดับลงไปแล้วการเข้าแทนที่จึงเกิดขึ้นคงสภาพของนนท์ไม่ให้เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่ไม่ใช่นนท์ที่เธอรู้จักแต่คือพลังงานนอกโลกที่อาศัยร่างนนท์อยู่จากที่เคยคิดว่านนท์สมองเสื่อมกลับไม่ใช่อย่างที่คิด
การมาของเขาในครั้งนี้เพื่อศึกษาโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ของโลกมนุษย์ชั้นบรรยากาศโอโซนสีเขียวล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขาซึ่งมนุษย์มีสิ่งเหล่านี้เหลือเฟือจนลืมคุณค่าไปในบางครั้ง
ภารกิจถูกจำกัดด้วยเวลาเมื่อต้องออกจากร่างนนท์เพื่อกลับคืนสู่ที่เดิมนนท์ก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้วสาวขอให้เขาอยู่ในร่างนนท์จนถึงวันครบรอบสามปีของการเป็นแฟนกันเขาทำตามคำขอร้องทำหน้าที่แฟนที่ดีอยู่กับสาวในคืนสุดท้ายก่อนที่นนท์จะจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนกลับมา

ชื่อตอน แผ่นดินรูปหัวใจ
นักแสดง ปาจรีย์ นันตะรัตน์ , ณัฐวุฒิ เจนมานะ
LOCATION :จังหวัดสุโขทัย
“แผ่นดินรูปหัวใจ” มิติรักที่เกิดขึ้น ณ จ.สุโขทัย ของคนที่รักผืนแผ่นดินมากพอๆ กับความซื่อสัตย์ในเสียงของหัวใจเลขาฯ สาว ปลัดป่าน (รับบทโดย ปาจรีย์ นันตะรัตน์) ที่ต้องทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ กับ ปลัดเป๊ะ (รับบทโดย ณัฐวุฒิ เจนมานะ) หนุ่มใหม่ไฟแรงที่จะมาขยี้หัวใจสาวๆในเรื่อง
“ป่าน” สาวอ้วนกลม หน้าตาจิ้มลิ้ม มีความสามารถพิเศษในการบังคับความฝันของตัวเองได้ (Lucid dream) ป่านชอบมโนในความฝันว่าตัวเองสวย มีผู้ชายในฝันมารุมล้อม มีความสุขที่ได้บังคับความฝันของตัวเองให้ทำในสิ่งที่โลกแห่งความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ หลังเธอเรียนจบไม่นานก็สอบบรรจุเข้าเป็นพนักงานราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ป่านเริ่มทำงานวันแรกก็เจอกับ “ปลัดเป๊ะ” ปลัดคนใหม่ของอบต.ที่มาจากกรุงเทพฯ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา อัธยาศัยดี ป่านหลงรักปลัดตั้งแต่แรกเจอ
ปลัดเป๊ะเป็นคนมีอุดมการณ์อยากช่วยเหลือสังคม การมาเป็นปลัดของเขาสร้างความขัดแย้งในครอบครัวนักธุรกิจของเขา แต่ปลัดเป๊ะก็เลือกที่จะเดินทางนี้ ซึ่งพรหมลิขิตนำพาให้ป่านและปลัดเป๊ะใกล้ชิดกันมากขึ้น เมื่อมีโครงการจัดสร้างแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ กลางทุ่งทะเลหลวงของจังหวัดสุโขทัย ปลัดเป๊ะและป่านได้รับหน้าที่ให้จัดการเรื่องนี้ ป่านได้เป็นเลขาฯของปลัดเป๊ะ ออกเดินทางพบปะชาวบ้านให้ความรู้เรื่องการเก็บดินมาสร้างแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ พบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ปลัดเป๊ะได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน ความเรียบง่ายของชีวิต โดยมีป่านเป็นผู้อยู่ร่วมทุกความรู้สึกของเขาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งนี้ก่อเกิดเป็นความรู้สึกที่ดีระหว่างเขาและเธอ ป่านหลงรักปลัดจนหมดหัวใจเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอ
ทุกอย่างเหมือนความฝันที่จับต้องได้ ป่านมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้กับปลัดเป๊ะ แต่โชคชะตาก็ไม่ปล่อยให้เธอมีความสุขเพียงอย่างเดียว จัดการส่งเรื่องคู่ครองปลัดเป๊ะ เรื่องความต่างของฐานะ ครอบครัว หน้าตาที่ไม่สวยของเธอ น้ำหนักที่มากเกินไป มาเป็นอุปสรรคความรักในครั้งนี้

ชื่อตอนความรักจากระดับน้ำทะเล
นักแสดงศิรพันธ์ วัฒนจินดา, เขษมพงษ์ พลเดช, กรุณพล เทียนสุวรรณ
LOCATIONทะเลฝั่งอันดามัน จังหวัดพังงา
เรื่องโดยบุญญาวัฒน์ ธงทอง
“กาหลง” สาวมอปลายวัย 16 ปี แต่มีหน้าตาเทียบเท่าคนอายุ 30 เส้นผมหงอกดูประหลาด ชะตาชีวิตของเด็กสาววัยใสคนนี้ เริ่มต้นขึ้นจากการเกิดแบบไม่ได้ตั้งใจ พ่อและแม่คิดว่าตัวเองจะไม่มีลูกแล้ว อายุล่วงเลยเข้าวัย 50 จึงตั้งท้องกาหลงเมื่อกาหลงเกิดมาได้สักระยะ ความผิดปกติในร่างกายเร่งเร้าให้สรีระของกาหลงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กาหลงมีรูปร่างหน้าตาที่แก่เกินวัย กลายเป็นปมในชีวิตของเธอ กาหลงมักถูกเพื่อนๆ ในโรงเรียนล้อเลียนอยู่เป็นประจำ เธออับอายจนกลายเป็นความชินชา จะมีก็แต่ “อาร์ม” เพื่อนร่วมชั้นมอสี่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ อาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่เคยล้อเลียนกาหลง
เพราะกาหลงเป็นลูกสาวคนเดียวและมีความผิดปกติทางหน้าตา ทำให้พ่อของกาหลงเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่ยอมให้ลูกสาวตัวเองออกไปไหนไกลตา พ่อประกอบอาชีพ ประมงเล็กๆ พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ กาหลงเป็นคนที่รักทะเลมาก เห็นทะเล อยู่กับทะเลมาตั้งแต่เกิด พ่อให้กาหลงอยู่โดยที่ไม่มีพ่อได้แค่ที่โรงเรียน ถ้าไปที่อื่น พ่อต้องไปอยู่ด้วย พ่อไม่อยากให้กาหลงออกไปเจอโลกที่โหดร้าย ถูกล้อเลียน ถูกกระทำ มันเป็นความห่วงใยของพ่อที่มีต่อลูกสาวคนหนึ่ง ที่มีสรีระไม่เหมือนคนอื่น ลึกๆ แล้ว พ่อห่วงในความสาวและสวยเกินวัยของกาหลงมากกว่า ถ้ากาหลงอายุ 30 ในสรีระแบบนี้ มีวุฒิภาวะพอที่จะดูแลตัวเอง พ่อคงไม่เป็นกังวลมากขนาดนี้
ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปหลังพ่อล้มป่วย ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ กาหลงจำเป็นต้องหาเงินช่วยเหลือพ่อ ตระเวนหางานทำเท่าที่เธอจะทำได้ โดยมี “อาร์ม” คอยเป็นกำลังใจและช่วยเหลืออยู่ห่างๆ จนได้เจอกับ“ก้อง” นายทุนเจ้าของรีสอร์ตที่กำลังจะเปิดตัว แต่ติดปัญหาที่ชาวบ้านไม่ยอมขายที่ดินให้ เพราะเข้าใจว่านายทุนจะมากอบโกยผลประโยชน์จากชาวบ้าน ก้องจึงใช้กาหลงเป็นทางผ่านสำหรับการประกอบธุรกิจในครั้งนี้ กาหลงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่พ่อตัวเองเกลียดที่สุด นั่นคือช่วยเหลือนายทุนที่จ้องหาผลประโยชน์กับชาวบ้าน ซึ่งเธอจะเลือกอะไร ระหว่างความต้องถูกหรือชีวิตของพ่อเธอ

ชื่อตอนรอยเท้าของปูลม
นักแสดงอาภาศิริ นิติพน, กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม
เรื่องโดย บุญญาวัฒน์ ธงทอง
Concept อยากให้ความทรงจำเป็นเหมือนกล้องถ่ายภาพ ที่ลบได้ เวลาเราไม่ต้องการจำ
Location เกาะหมาก จังหวัดตราด
Reason why หมู่เกาะทะเลตราด สุดเขตแดนแผ่นดิน เมืองที่ต้องตั้งใจไป ไม่ใช่แค่ทางผ่าน อีกบรรยากาศของความรู้สึกที่รอเราไปสัมผัส ไม่ว่าจะมีความรัก อกหัก หรือเดียวดาย ทะเลอ่าวไทยก็พร้อมโอบกอดคุณ

26 ธันวาคม 2547 - 26 ธันวาคม 2559
เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิผ่านมาแล้ว12 ปี เหตุการณ์ในครั้งนั้นพรากลูกชายคนเดียวของ “ญา” จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตต่อจากพ่อและสามีของเธอ วันเวลาทำให้จิตใจของเธอให้ดีขึ้น แต่ความคิดถึงยังคงมาตรฐานวันนี้เป็นวันครบการจากไปของ “เป้” ลูกชายของเธอ ญาตื่นแต่เช้า เตรียมหุงหาอาหารสำหรับถวายพระ มีอาหารทะเลของโปรดเป้ น้ำพริกปลาทู ขนม และของหวาน ญานั่งขึ้นเรือจากเกาะหมากไปทำบุญที่วัดบนเกาะช้าง
หลังเสร็จสิ้นการทำบุญ ญานั่งเรือกลับเกาะหมากตามปกติ ระหว่างที่เธอขึ้นจากเรือ ญาพลัดตกลงไปในน้ำ โชคดีที่ว่ายน้ำเป็น ญาโผล่ขึ้นมาจากน้ำแต่กลับไม่มีเรือ ไม่มีใครอยู่ที่ท่าเรือ มีเพียงเธอคนเดียว ปิ่นโต ตะกร้า รวมทั้งข้าวของจมหายไปในทะเลญาเดินกลับมาบ้าน เนื้อตัวเปียกปอน เมื่อถึงยังบ้าน ญาต้องตกใจสุดชีวิต เมื่อพบกับ “เป้” ลูกชายสุดที่รักของตัวเอง กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ เป้เห็นแม่กลับมา จึงรีบเก็บหนังสือเหล่านั้นไปซ่อน ญาร้องไห้วิ่งเข้าไปกอดเป้ และคิดว่านี่คงเป็นความฝัน เป้แปลกใจที่ไม่ถูกแม่ตัวเองต่อว่าแต่กลับมีอาการแปลกๆ เข้ามากอดเป้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ญาเริ่มไม่มั่นใจว่านี่คือความฝันหรือความจริง ความรู้สึกตอนนี้ทั้งดีใจ ตื่นเต้น และอยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ปฏิทินบอกวันที่ 1 กันยายน 2547 นั่นเท่ากับว่า เธอย้อนเวลากลับมา 12 ปี มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่เป้จะเสียชีวิต หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม นั่นเท่ากับว่าเหลือเวลาอีก 3 เดือนที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกชาย
เกิดเหตุการณ์มากมายในช่วงเวลานี้ ทั้งการเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารของเป้ เขาเป็นหนุ่มน้อยวัยรุ่นอนาคตไกล ความฝันอยากสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเรือ คุณตาของเป้เป็นทหารเรือ เสียชีวิตในประวัติศาสตร์สมรภูมิรบ “ยุทธนาวีเกาะช้าง” เหตุการณ์แห่งความทรงจำของคนไทย รวมทั้งตัวพ่อของเป้ ทหารนาวิกโยธินประจำเกาะช้าง ต่อมาได้เสียชีวิต ด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ จากการเข้าช่วยราชการยังสามจังหวัดชายแดนใต้ เป้ภูมิใจในตัวของตาและพ่อ อยากเดินตามรอยของบรรพบุรุษ ซึ่งญาไม่สนับสนุนในความฝันนี้เลยเพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย กลัวต้องสูญเสียลูกชายไปอีกคน ไหนจะเรื่องความรักของเป้ ที่ญาคอยปิดกั้น บงการ กีดกัน ด้วยความรักที่เห็นแก่ตัวของญา สร้างปมปัญหานี้มาโดยตลอด ญาไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเป้ เพียงเพราะกลัวเป้จะรักคนอื่นมากกว่าตัวเธอซึ่งในขณะเดียวกัน เธอเองกลับกำลังจะแต่งงานใหม่ กับเจ้าของรีสอร์ตเกาะช้าง เป็นช่วงที่ญาและเป้ทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นแตกหัก
ญามีอะไรที่อยากแก้ไขมากมายในชีวิต วันนี้เธอได้รับโอกาสนั้น โอกาสที่จะแก้ไขอดีตให้ดีขึ้น ญาเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง แก้ไขอดีตทุกอย่าง ทั้งเรื่องเรียนของเป้ ความรัก และการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ญาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูก ไปเที่ยวในที่ที่ยังไม่เคยไป ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ใช้ชีวิตอยู่กับลูก ซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนี้ที่เธอจำได้ คือ เป้มาขออนุญาตไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ตกับเพื่อนๆ แต่เธอไม่ให้ลูกไป เพราะรู้ว่ามีผู้หญิงคนที่เป้รักไปด้วย ญาทะเลาะกับเป้ จนเป้แอบหนีออกไปกับเพื่อนๆ และเสียชีวิตในเหตุการณ์สึนามิที่หาดป่าตองในเวลาต่อมา วันนี้ เหตุการณ์นั้นมันได้เกิดขึ้นอีกรอบ ญาต้องหาวิธีเปลี่ยนอนาคต เพื่อรักษาชีวิตของลูกไว้ให้ได้

ชื่อตอน รักเธอเสมอดาว
นักแสดงกนกฉัตร มรรยาทอ่อน, นภัสชา ไชยเลิศ
เรื่องโดยบุญญาวัฒน์ ธงทอง
Locationc น่าน
Concept :“เหตุผลของคนถ่ายภาพคู่ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายลืมเราไปตามกาลเวลา”
Reason why :เมืองที่ซ่อนตัวเองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ราวกับเก็บความรักไว้รอใครสักคน

“ปอง” หนุ่มนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ปี 2 สาขาจิตรกรรม เดินทางจากเชียงใหม่มากับเพื่อนๆเพื่อเก็บข้อมูลทำรายงานเกี่ยวกับศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของเมืองน่าน เพื่อนๆทุกคนต่างมีหัวข้อรายงานในใจ เหลือเพียงแค่ปอง ที่ยังคิดไม่ออก ปองขอเวลาเดินทางสัมผัสสิ่งสวยงามในเมืองน่านจนเขาได้เจอกับ “ภาพจิตรกรรมฝาผนังประวัติเมืองน่านแห่งวัดมิ่งเมือง” เขาอยากทำรายงานเรื่องนี้ อยากทราบที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ถ้าโชคดี เขาก็อยากสัมภาษณ์พูดคุยกับเจ้าของผลงานด้วย
ปองได้คำตอบว่า อาจารย์สุรเดช กาละเสน ศิลปินชาวน่านเป็นผู้รังสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ไว้ แต่ตอนนี้อาจารย์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงแค่ “หอศิลป์พิงพฤกษ์”สถานที่แห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่โดยมี “ป้าโสภา” เป็นผู้สานต่อความฝันของอาจารย์สุรเดช
ปองมุ่งหน้ามาหอศิลป์ฯ พร้อมกับคำถามมากมายในหัว จนได้พบกับ “ป้าโสภา” ภรรยาของอาจารย์สุรเดช ปองขอเวลานั่งคุยกับป้าโส ซึ่งปองคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ป้าโสภาคงไม่สามารถตอบคำถามถึงที่มาและแรงบันดาลใจในการทำงานของอาจารย์ได้ ผู้หญิงในชุดล้านนาที่อยู่ตรงหน้าเขา ดูนิ่งสงบ สูงค่า ไม่น่ามีความเป็นศิลปิน
แต่ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ป้าโสภาสามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับอาจารย์ได้ และทำได้ดีมากๆ ด้วย ป้าโสพาปองเดินชมในหอศิลป์ฯ ปองได้ชื่นชมงานของอาจารย์ หลักฐานยืนยันความรักในงานศิลปะ ภาพวาดต่าง จิตกรรมชั้นสูง งานทุกชิ้นถูกจัดเรียงไว้ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนสนทนากันจนมาหยุดอยู่ ณ จุดๆ หนึ่งของหอศิลป์ฯ ป้าโสน้ำตาคลอเบ้า ปองสังเกตเห็นภาพวาดสีน้ำมันรูปผู้หญิงชั้นสูงของล้านนา ป้าโสบอกว่า นี่เป็นภาพวาดชิ้นโปรดของอาจารย์ ภาพวาดลายเส้น self-portrait (ภาพวาดตัวศิลปินเอง) ซึ่งหลังจากวาดภาพนี้ได้ 3 วัน อ.สุรเดชก็เสียชีวิต
ภาพย้อนอดีตผุดขึ้นในหัวของป้าโสมากมาย ตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มรู้จักกัน พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรัก ตัวของอาจารย์เองไม่ได้เรียนทางด้านศิลปะแม้แต่น้อยเลย ป้าโสก็เช่นกัน ทั้งคู่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศิลปะเลยสักนิด แต่เพราะความชอบส่วนตัวของอาจารย์สุรเดช อาจารย์ใช้เวลาว่างจากการทำงาน เริ่มวาดภาพ เริ่มเรียนรู้งานศิลปะอย่างจริงจัง โดยมีป้าโสเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจคนสำคัญของอาจารย์ ทั้งคู่ผ่านมรสุมความลำบาก ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาบนเส้นทางสายศิลปะ สัญญาต่อกันว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต โดยมีงานศิลปะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณ จนกระทั่งอาจารย์เปิดบ้านเป็นหอศิลป์ ให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมผลงาน แต่เปิดได้ไม่นาน อาจารย์ก็ด่วนจากไป ทิ้งให้ป้าโสใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังนับตั้งแต่นั้นมา
ปองยื่นกระดาษทิชชู่ให้ป้าโส เธอเล่าต่อว่า มันเหมือนชีวิตของป้าหายไปครึ่งหนึ่ง ความกลัวเกิดขึ้นมากมาย เธอไม่ใช่ศิลปิน ไม่ใช่อาจารย์ ไม่มีความรู้ในด้านงานศิลปะมากมายเท่ากับสามีของเธอ แต่เธอก็ผ่านจุดนั้นมาได้ เพราะความรัก การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อดูแลความรักที่เราร่วมสร้างกันมา ให้เป็นประโยชน์ต่อความรู้สึกของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมหอศิลป์ฯ ป้าโสไม่เคยเก็บค่าเข้าชม ไม่เคยหากินกับงานศิลปะ เพราะงานศิลปะคือความรัก คือจิตวิญญาณของสามีคนที่เธอรักมากที่สุด

ชื่อตอน รุ้งสีเทา
นักแสดงกษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์, ณัชพล รัตนมงคล
เรื่องโดยบุญญาวัฒน์ ธงทอง
Location จังหวัดเชียงใหม่
“...กฎของโลกตกลงกันไว้ว่า ให้ผู้ชายคู่กับผู้หญิง รักกัน แต่งงานกัน ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้คงอยู่ตลอดไป แต่ถ้ามีมนุษย์คู่หนึ่ง ยกมือประกาศต่อโลกว่า เราเป็นผู้ชายที่คู่กับผู้ชาย โลกนี้จะตัดสินความรักของเขาอย่างไร...”
ความรักของ “เหนือ” และ “พอช” ก่อตัวเริ่มขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ง่ายนักที่ทั้งคู่จะตัดสินใจเปิดตัวเป็นแฟนกัน จากที่เคยแอบคบกันแบบหลบๆซ่อนๆ วันนี้เขามั่นใจในความรักของกันและกัน พร้อมรับกับสิ่งที่กำลังจะตามมา ทั้งคำนินทา คำดูถูก ทัศนคติ เพื่อน ร่วมทั้งสังคมรอบตัว ทั้งคู่ผ่านด่านแรกมาได้จนถึงวัยทำงาน
อีกด่านสำคัญนั่นก็คือ ครอบครัว พอชเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาเรียนที่เชียงใหม่ ส่วนเหนือเป็นคนเชียงใหม่ เรียนจบก็กลับมาสานต่อธุรกิจปางช้างของครอบครัว พอชเรียนเกี่ยวกับกฎหมาย ทางบ้านคาดหวังอยากเห็นพอชทำงานในสายอาชีพนี้ แต่พอชก็ยอมทิ้งความฝัน เพื่อมาอยู่กับนายที่ปางช้าง ช่วยต้องทำงานในฐานะเพื่อนสนิทของเหนือ
ครอบครัวทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าเขาทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งต้องบอกความจริงกับพ่อและแม่ของเขา ครอบครัวของต้องรับได้ แต่เพียงกังวลว่า พอชจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสังคมแบบชนบทตลอดไปได้หรือเปล่า พอชใช้เวลาพิสูจน์จนก้าวผ่านข้ามจุดนั้นมาได้ และตัดสินใจบอกความจริงกับครอบครัวของตัวเอง และแต่งงานกับเหนือ
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ก็เป็นที่กล่าวขานกันของชาวบ้านใกล้เคียง เหนือและพอชเจอบททดสอบอีกครั้ง คำครหานินทาต่างๆ ไม่เพียงแค่เขาสองคน แต่นั่นหมายถึงทั้งสองครอบครัว ที่ต้องคอยตอบคำถามแก่สังคมโดยรอบ พอชและนายได้เรียนรู้ว่า กำลังใจสำคัญที่สุด
อดีตแฟนเก่าของเหนือหอบลูกน้อยมาฝากเลี้ยง เหนือและพอชจึงกลายเป็นคุณพ่อจำเป็น ปัญหาคือ ใครจะเป็นพ่อ ใครจะเป็นแม่ และเมื่อถึงงานวันแม่ ใครจะเป็นคนไป เด็กถูกล้อเลียนจากเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเขาจะทำอะไร ก็ถูกเพ่งเล็งจากสังคมโดยรอบ สิ่งเหล่านี้บั่นทอนความรักของพอชและเหนือ จนทั้งคู่ต้องกลับถามตัวเองว่า ชีวิตแบบนี้ คือใช่สิ่งที่เขาต้องการหรือเปล่าชีวิตคู่ของเขา จะยาวไกลได้แค่ไหน หรือต้องเป็นเส้นขนานแบบนี้ตลอดไป



















กำลังโหลดความคิดเห็น...