xs
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 14

เผยแพร่:

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 14

ภายในห้องพักตะวัน น้ำค้างทุบหัวตัวเองเบาๆ
“เลิกคิดๆ เลิกคิดได้แล้วน้ำค้าง เธอจะไปคิดถึงเค้าทำไม”
น้ำค้างคิดถึงตอนที่เธอกับตะวันเดินเข้าไปในสวนแล้วเห็นพีระกอดโรสริน ตะวันกับน้ำค้างถึงกับอึ้งนิ่งไป
ปัจจุบัน น้ำค้างพยายามจะลืมให้ได้
“บอกให้เลิกคิด ยังจะคิดถึงอีก เลิกคิดๆ” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น “พี่ตะวันเหรอ”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีก น้ำค้างเดินไปเปิดประตูห้องแล้วก็ตกใจเพราะคนตรงหน้าคือพีระ
“นายพี”
น้ำค้างดันประตูให้พีระออกไป
“เดี๋ยวก่อน เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์กับนาย”
“แน่ใจเหรอว่าไม่มี ถ้าไม่มีแล้วเธอจะหึงฉันทำไมน้ำค้าง”
พีระใช้แรงผลักประตูเข้ามาข้างในห้องจนได้ น้ำค้างจะหนีไป พีระขวางหน้าประตูไว้แล้วมองขู่
“หึหึ เธอหนีไปไหนไม่รอดหรอกน้ำค้าง”
น้ำค้างมองหน้าพีระอย่างหวั่นใจ เพราะไม่รู้ว่าพีระจะทำอะไรกันแน่

โรสรินไปถามหาตะวันกับพนักงานของโรงแรม
“ไม่เห็นคุณตะวันเลยครับ”
โรสรินเดินไปเจอพนักงานโรงแรมอีกคนหนึ่ง
“นายเห็นตะวันรึเปล่า เค้าอยู่ที่ไหน”
“ไม่เห็นเลยครับคุณโรส”
โรสรินเห็น รปภ.ของโรงแรมเดินผ่านเข้ามาจึงเดินเข้าไปหา
“นายไปเช็กกล้องวงจรปิดด้วย ดูว่าตะวันอยู่ที่ไหน ถ้าเจอตัวรีบมาบอกฉัน”
โรสรินมีสีหน้าห่วงใยความรู้สึกตะวันขึ้นมา

ภายในห้องพักตะวัน พีระเดินเข้ามาหาน้ำค้าง น้ำค้างผงะไปติดปลายเตียง
“อย่านะ นายจะทำอะไรฉัน”
“อยู่นิ่งๆ เถอะ ฉันใช้เวลาแค่แป๊บเดียว”
น้ำค้างคว้าแจกันดอกไม้เป็นอาวุธ
“อย่าคิดลามกกับฉันเด็ดขาด”
“ฉันไม่เคยคิดลามกกับเธอ ไม่เคยคิดอยากจะล่วงเกินเธอ แต่ฉันอยาก…”
“อยาก อยากอะไร”

พีระตัดสินใจเข้าไปกอดน้ำค้างเลย น้ำค้างมือไม้อ่อน ทำแจกันที่อยู่ในมือร่วงตกพื้น พีระกอดน้ำค้างรู้สึกไม่อยากปล่อยอ้อมกอดนี้เลยตลอดชีวิต
“ฉันแค่อยากกอดเธอ เพื่อความมั่นใจ”
น้ำค้างเขิน หมดแรง
“มั่นใจว่าอะไร”
“มั่นใจว่าฉันไม่อยากกอดใครอีกเลย ฉันขอกอดโรสรินเพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอแล้ว และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ” สีหน้าพีระจริงใจมากๆ “มันไม่เหมือนกับความรู้สึกที่ฉันกอดเธอไว้แบบนี้”
น้ำค้างซบที่อกอบอุ่นของพีระ คล้ายวิญญาณจะล่องลอยหลุดจากร่าง
“แล้วตอนนี้นายรู้สึกยังไง”
“จากใจเลยนะ โคตรมีความสุขเลย ถ้าฉันมีเธอข้างกายแบบนี้ฉันคิดไม่ออกว่าชีวิตฉันยังต้องการอะไรอีก”
น้ำค้างมองตาพีระอย่างอึ้งๆ
“เว่อร์”
“จริง ถ้าตอนนี้ใครเอามีดมาแทงฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยมือจากเธอ”
น้ำค้างยิ้มเคลิ้มสุดๆ พลันโรสรินเปิดประตูผลัวะเข้ามา โรสรินอึ้งที่เห็นพีระกอดน้ำค้าง
“มีใครเห็นตะวันมั้ย”

โรสรินถามแต่ พีระไม่สนใจโรสริน ยังกอดน้ำค้างอยู่ น้ำค้างดันพีระ แต่พีระไม่ปล่อย
“ไม่ค่ะ พี ปล่อยสิ”
“ตามสบายนะ”
โรสรินปิดประตูห้อง น้ำค้างทุบพีระเบาๆ
“ปล่อยได้แล้ว”
“ขอต่อเวลาอีกห้านาที ฉันมีความสุขที่สุดเลยน้ำค้าง”
พีระกอดน้ำค้างไว้แบบนั้น น้ำค้างเอื้อมมือออกไปโอบแผ่นหลังของเขา จากเดิมที่พีระกอดน้ำค้างก็เลยกกลายเป็นพีระกับน้ำค้างกอดกันในที่สุด

บนดาดฟ้าของโรงแรม ตะวันกลิ้งแหวนในมือเล่น สายตาเหม่อมองทิวทัศน์เบื้องหน้า โรสรินเดินเข้ามาจากด้านหลัง
“ทำไมไม่ไปตามนัด หนีขึ้นมาทำไมที่นี่”
“มือคุณยังเหลือที่ว่างให้แหวนของผมรึเปล่า” ตะวันถามโดยไม่หันมา
โรสรินเดินไปขวางหน้าตะวันไว้ ชูมือให้ดู
“นายตะวันจอมเข้ม เดี๋ยวนี้รู้สึกจะหวั่นไหวง่ายจังนะ”
ตะวันมองตาโรสรินอย่างจริงใจที่สุด
“ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณไม่เคยหวั่นไหว ก็แค่ใจหายบ้างที่มีคนกอดสุดที่รักของผม”
“น่ารักจัง” ตะวันกอดโรสรินไว้จากด้านหลัง “พีระเค้าอยากพิสูจน์ว่าเค้ายังรักฉันอยู่รึเปล่า แต่คำตอบคือไม่ แต่ถึงยังไงไม่ว่าใครจะรู้สึกกับฉันยังไง มันไม่สำคัญเท่าฉันรู้สึกกับนายยังไง” โรสรินหันมาแล้วกอดตะวันไว้ ตะวันจูบหน้าผากโรสรินเบาๆ “จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ใช่มั้ยตะวัน”
“ครับ คุณมีค่ากับชีวิตผมมาก ผมจะรักษาความรักของเราให้คงอยู่ตลอดไป” ตะวันบรรจงสวมแหวนให้โรสริน แล้วจูบมือเธออย่างแผ่วเบา “คราวนี้ไม่ถอดแหวนแล้วนะ สัญญา”
โรสรินเกี่ยวก้อยสัญญากับตะวัน ตะวันกับโรสรินกอดกันอย่างรักและเข้าใจ

ตะวันกับโรสรินเดินจูงมือกันมาถึงหน้าห้อง ตะวันมองโรสรินตาไม่กระพริบ
“มองอะไร”
“มองว่าที่ภรรยา”
“บ้า” โรสรินอาย
“ใช่ รักจนจะบ้าอยู่แล้ว ขอบคุณที่มาส่งนะครับ เดี๋ยวเจอกันที่ห้องทำงาน”
ตะวันผลักประตูเข้าไปก็ต้องอึ้งที่เห็นพีระกับน้ำค้างยังกอดกันอยู่ ตะวันมองอย่างอึ้งสุดๆ
“ยังกอดกันอยู่อีกเหรอเนี่ย”
“นี่กอดกันนานแล้วเหรอ”

พีระ น้ำค้าง หันมองตะวันกับโรสรินอย่างเหวอๆ
น้ำค้างมีสีหน้าอายๆ เขินๆ ขณะที่พีระบอกกับตะวันอย่างสุภาพบุรุษ
“นายไม่ต้องถามฉันหรอกว่าเรื่องของฉันกับน้ำค้างเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าฉันจะไม่ทำให้น้ำค้างเสียใจ เหมือนที่ผ่านมา”
“ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง”
พีระมองตาตะวัน บอกความรู้สึกจากใจ อย่างจริงใจ
“แค่ให้โอกาสฉันได้ดูแลน้องสาวนาย ฉันจะทำทุกอย่างให้น้ำค้างมีความสุข”
“ผมจะให้โอกาสคุณ แต่ถ้าน้ำค้างเสียใจขึ้นมาล่ะก็ คุณกับผมเป็นเรื่องกันแน่”
“ไม่มีปัญหา แล้วถ้านายทำให้โรซี่ต้องเสียน้ำตา นายมีปัญหากับฉันแน่นอน”
ตะวันยิ้มให้คำมั่นกับพีระ
“หวังว่าคงไม่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับเราอีกแล้ว”
“พี่ตะวันคะ เดชามันจะยอมหยุดจริงๆ ใช่มั้ย” พอน้ำค้างพูดถึงเดชา ทุกคนก็เครียดขึ้นมาทันที “พี่ตะวันรู้จักเดชาดีที่สุด พี่คิดว่าเดชาจะยอมแพ้จริงๆ เหรอ”
“ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย”
ตะวันบอกแต่สีหน้ามีความหนักใจขึ้นมา

อีกด้านหนึ่งที่บ้านตะวัน ชาญเป็นลมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าโยก อาทิตย์ มยาดมยาหม่องให้ อึ่งอยู่ข้างๆ ชาญคุยโทรศัพท์กับตะวันอยู่
“ปู่คุยไม่ไหวแล้วจ๊ะพี่ตะวัน เป็นลมรอบที่สามแล้วเนี่ย โธ่เอ๊ย เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้เก็บไว้ทำม๊าย”
อึ่งต่อว่าตะวัน

ตะวันคุยโทรศัพท์หน้าเครียด
“ตอนนั้นยังบอกไม่ได้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ทุกคนต้องรู้และระวังตัวให้ดี ฉันไม่ไว้ใจมันเลย บางทีไร่ตะวันอาจจะเป็นเป้าหมายของมัน”

อาทิตย์ อึ่ง สีหน้าเครียดไปกันหมด ชาญสะลึมสะลือขึ้นมา
“เอามา ข้าคุยเอง” ชาญคว้าโทรศัพท์จากอึ่ง “นี่ปู่นะ เฮ้อ พอปู่จะมีความสุขเรื่องเอ็งกับหนูโรส ก็ดันมีไอ้เดชาเป็นมารซะได้”
ตะวันมีสีหน้าเครียด
“ผมอยากให้ปู่จัดเวรยามคอยเฝ้าระวัง ทุกประตูทางเข้าออกในไร่ของเรา ถ้าผมเดาใจมัน ไอ้เดชามันคงไม่กล้าเข้ามาที่โรงแรมอีก ผมกลัวว่าไร่ของเราตกเป็นเป้าหมายที่มันจะล้างแค้น”
ชาญครุ่นคิดอย่างมีสติ
“ปู่จะรอบคอบที่สุด เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงไปล่ะ ตอนนี้เดชามันเหมือนเสือลำบาก ไม่ได้มีอำนาจเหมือนเมื่อก่อน แถมตำรวจก็ตามตัวกันให้วุ่น คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรอก”
ตะวันยังไม่หายเครียดและกังวล
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี แต่เสือลำบากที่กำลังจนตรอก มันขย้ำไม่เลือกแน่”

คืนนั้นตะวันขับรถเข้ามาส่งโรสรินที่หน้าบ้าน เห็นตำรวจในและนอกเครื่องแบบเฝ้าอยู่ตามบริเวณบ้าน
ตะวันและโรสรินลงจากรถ
“ตำรวจจะต้องคุ้มกันฉันนานแค่ไหน ฉันอยากใช้ชีวิตแบบปกติ”
“ก็จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณจะไม่ถูกคุกคามจากนายเดชา”
“แต่ตอนนี้ฉันว่าเป้าหมายของเดชา คือนายมากกว่าฉันนะ ดูแลตัวเองนะตะวัน นายจะเป็นอะไรไม่ได้นะ”
“ผมห่วงคนที่ไร่ตะวันมากกว่า ถ้าพวกเค้าไม่ปลอดภัย ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย”
“ไม่อยากเชื่อว่าคนแค่คนเดียว จะทำเรื่องร้ายแรงได้แบบนี้”
“ถ้าผมมั่นใจว่าคุณปลอดภัยแล้ว ผมอาจจะกลับไร่ตะวัน”
โรสรินมองหน้าตะวันอย่างใจหาย
“ฉันไปกับนายด้วย”
“เชื่อผม คุณอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า”
“ทำไมรักของเราถึงมีอุปสรรคมากขนาดนี้”
ตะวันจับมือโรสรินขึ้นมาจูบแผ่วเบา
“อดทนนะครับ เรื่องร้ายๆ ทั้งหมดมันจะต้องผ่านไป แล้วจะไม่มีอะไรขัดขวางความสุขของเราได้อีก”
โรสรินโผกอดตะวันอย่างรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของตะวัน

วันต่อมาที่โรงพยาบาล กิตติทัตเซ็นใบจ่ายยาให้ผู้ป่วย
“เรียบร้อยแล้วครับ หมอจ่ายยาวิตามินแล้วก็ยาคลายเครียดให้ ทานหนึ่งเม็ดก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายสบายขึ้น” ขณะที่กิตติทัตเซ็นใบจ่ายยาอยู่ พยาบาลก็พาผู้ป่วยเข้ามา กิตติทัตยังไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร “เชิญครับ”
กิตติทัตเงยหน้าขึ้นมองผู้ป่วยที่นั่งตรงหน้าก็อึ้งไป เพราะคืออุษาวดีนั่นเอง “คุณอุษา”
อุษาวดีมีสีหน้าเศร้ามาก พลันน้ำตาก็ไหลออกมา
“หมอช่วยรักษาโรคโง่ให้ฉันได้มั้ย”
กิตติทัตถอนใจ มองห่วงๆ
“อาการเป็นยังไงครับ”
“นิสัยไม่ดี เห็นผิดเป็นชอบ หักหลังคิดเอาชนะเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน เพราะคำว่ารัก คำเดียว ฉันเกือบทำลายชีวิตคนทั้งชีวิต”

อุษาวดีค่อยๆ สะอื้นออกมาอย่างมีเรื่องทุกข์สุมอยู่ในใจ กิตติทัตมองอย่างสงสารสุดใจ
อุษาวดีอยู่ในอาการซึมเศร้า น้ำตาเอ่อ
“ชีวิตโรสจะเป็นยังไงถ้าอยู่ในเงื้อมมือของเดชา” กิตติทัตเสียงเครียด
“เป็นความผิดของฉันเอง เพราะความโง่ของฉันเอง”
กิตติทัตซับน้ำตาให้
“อย่าโทษตัวเองเลยครับ”
กิตติทัตยิ้มให้อุษาวดีอย่างเข้าใจ
“ฉันมองหน้าทุกคนไม่ติดแล้ว ฉันทำผิดจนไม่น่าให้อภัย ฉันน่าจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่ทำลายความรักของโรสกับตะวันได้ ฉันน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีทางแทรกกลางความรักของเค้าได้ ทำไมฉันถึงโง่แบบนี้” อุษาวดีร้องไห้อย่างอัดอั้น “ขอบคุณหมอนะคะ ที่ไม่รังเกียจนังหน้าโง่ที่หน้าสมเพชที่สุดคนนี้”
“อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ผมชื่นชมคุณด้วยซ้ำที่ไม่ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันถลำลึกไปมากกว่านี้ เสียใจได้แต่อย่าทุกข์ใจนานนะครับ”
“ฉันโอเค ฉันไม่เป็นไร ฉันต้องไม่เป็นอะไร”
กิตติทัตจับมือ มองตาอุษาวดีอย่างห่วงใย
“มองตาผม” อุษาวดีหันสบสายตากิตติทัต รู้สึกหวิวใจบอกไม่ถูกกับสายตาอบอุ่นอ่อนโยนของกิตติทัต “บางครั้งการบอกว่าไม่เป็นไร ก็แค่ให้ปัญหามันจบไป ทั้งๆ ที่ใจของคุณยังค้างคา ถ้าคุณทิ้งอดีตไม่ได้ ก็เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียน แล้วเดินหน้าต่อนะครับ ผมเชื่อในตัวคุณ ผมเชื่อว่าผมมองคุณไม่ผิด ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ”
กิตติทัตทิ้งสายตาให้อุษาวดีอย่างห่วงใย อุษาวดีมองตามกิตติทัต รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด

น้ำค้างยืนอยู่กับณรงค์และยุนอาที่ล็อบบี้โรงแรม กำลังคุยกับตำรวจ
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ทางเราจะดูแลความปลอดภัยให้ทุกคนอย่างเต็มที่” ตำรวจบอก
“ฝากคุณตำรวจด้วยนะครับ”
ตำรวจเดินออกไป
“อุ๊ต๊ะ มาโน่นแล้ว” ยุนอาชี้มือ ณรงค์ตกใจ
“ไหนๆ คนร้ายมาเหรอ”

ณรงค์ น้ำค้างหันขวับไปมองเห็นพีระเดินยิ้มเข้ามา
“ตกใจหมดเลย แล้วนี่จะมาชวนหนูโรสไปกินข้าวอีกล่ะสิ ขยันตื๊อจริงๆ นะนายเนี่ย”
“ทำใจเถอะค่ะคุณพีระ”
“ใครบอกว่าผมมาชวนโรสไปทานข้าว” พีระเข้าไปใกล้ๆ น้ำค้าง “ทำงานตั้งแต่เช้าข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง ไปกินข้าวกันเหอะ”
น้ำค้างมองพีระเหวอๆ
“เอ่อ แต่ฉันหาข้อมูลงานอีเว้นท์ให้พี่โรสอยู่นะ”
“เออน่า แป๊บเดียวๆ ไปๆ ขอตัวน้ำค้างก่อนนะครับท่าน” พีระหันไปบอกณรงค์
“เอ่อ เดี๋ยวพีระ นาย เดี๋ยวสิ”
พีระจูงน้ำค้างออกไปเลย ณรงค์ ยุนอา มองตามอย่างเหวอๆ
“สองคนนั่น แอบกุ๊กๆ กิ๊กๆ ครุๆ คริๆ งุ๊งๆ งิ๊งๆ กันตอนไหนคะเนี่ยท่านประธาน”

พีระจูงมือน้ำค้างมาที่รถ น้ำค้างมองอายๆ แกะมือพีระออก
“เดินได้ ไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องจูง”
“ใจร้าย เธอเชื่อมั้ย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเดินจูงมือใครเลยนะ”
“ถามจริง”
“จริง ถ้าโกหกขอให้ฟ้าผ่ายาย”
“ฟ้าผ่าตาย”
“นั่นแหล่ะ”
น้ำค้างสังเกตเห็นที่นิ้วมือพีระเต็มไปด้วยพลาสเตอร์ปิดแผล
“มือนายเป็นอะไรน่ะ”
พีระยิ้ม ไม่ตอบคำถาม

พีระเปิดประตูรถ หยิบช่อกุหลาบออกมา ช่อกุหลาบที่จัดตกแต่งไม่สวยเอาซะเลยเพราะพีระเป็นคนจัดเอง เขายืนช่อกุหลาบให้น้ำค้าง เธอถึงกับอึ้งไป
“นอกจากฉันไม่เคยจูงมือใคร ฉันยังไม่เคยห่อดอกไม้ให้ใครเลยนะ ดอกไม้อะไรไม่รู้ หนามแหลมชะมัด รับไปสิ ทำให้จากใจนะ”
น้ำค้างยอมรับดอกไม้
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”
พีระเห็นน้ำค้างยิ้มออกมา อย่างสุขใจขึ้นมา
“ฉันไม่รู้หรอกว่าขนาดนี้น่ะมันขนาดไหน ฉันรู้แค่ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง เพื่อแลกกับรอยยิ้มของเธอ ป่ะ ฉันหิวแล้ว”
น้ำค้างยิ้มเขินๆ พีระมองอย่างสุขใจสุดๆ

ที่ไร่ตะวัน ชาญคุยโทรศัพท์มือถืออยู่กับตะวัน ขณะที่อึ่ง อาทิตย์ คนงานกำลังให้ปุ๋ย รดน้ำแปลงกุหลาบอยู่
“สถานการณ์สงบ ทุกอย่างปกติดี คนงานยังอยู่ครบ ไม่มีใครมารังควาน ถ้าไม่เชื่อดูนี่” ชาญหันไปบอกทุกคน “เฮ้ย พวกเรา ร่าเริงกันหน่อย จุ๊กกรู๊”
อึ่ง อาทิตย์ คนงาน ส่งเสียงเฮ
“พวกเราสบายดีไม่ต้องห่วงนะครับ” อาทิตย์บอก
“พี่ตะวันไม่ต้องกังวลนะ รักพี่นางฟ้าให้มากๆ นะคะ” อึ่งบอก
“จัดไปหนึ่งบทเพลง”
ทุกคนเต้นเพลง”ขอใจเธอแลกเบอร์โทร”
“ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ ลงทะเบียนฝากไว้…”

ตะวันกับ โรสรินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน บนโต๊ะเห็นวางโน๊ตบุ๊คและแฟ้มงานต่างๆ ทั้งคู่อมยิ้ม กับเสียงที่ได้ยิน
“เชื่อแล้วครับปู่ ว่าสถานการณ์ปกติจริงๆ”
“คิดถึงทุกคนนะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วโรสจะกลับไปหาทุกคนนะ คิดไร่ตะวันจะแย่แล้ว”
“แล้วติดต่อกันเรื่อยๆ นะครับปู่ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล รีบบอกนะครับ ครับ สวัสดีครับ”
โรสรินโบกมือบ๊าย บาย ตะวันถอนใจ สีหน้ายังไม่หายกังวล
“เห็นพวกเค้ายังมีความสุขผมก็โล่งใจได้บ้าง”
โรสรินขยี้หว่างคิ้วตะวัน
“ถ้าโล่งใจก็อย่าทำคิ้วขมวด เรามาคิดในทางที่ดีไว้ดีกว่า” เธอจับมือตะวัน “ฉันเชื่อว่าเราจะเจอแต่เรื่องดีๆ เรื่องร้ายๆ มันกำลังจะผ่านพ่นไปแล้ว”
“ครับ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
ตะวันยิ้มให้โรสริน เธอหันไปง่วนกับโน๊ตบุ๊ค

“นายช่วยฉันดูตัวอย่างวีดีโอพรีเซนเทชั่นนี่หน่อยสิ ว่าโอเครึยัง ต้องปรับตรงไหนมั้ย”
 
อ่านต่อเวลาพรุ่งนี้ เวลา09.30น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...