xs
xsm
sm
md
lg

หางเครื่อง ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หางเครื่อง ตอนที่ 8

ฟากศิริพรนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว มือข้างหนึ่งใช้หลอดเขี่ยน้ำแข็งในแก้วเล่น ส่วนอีกข้างถือโทรศัพท์เล่นอยู่ นั่งยิ้มอย่างสะใจกับเรื่องที่แกล้งเดือนสำเร็จ ชาวบ้าน 2-3 คนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ พร้อมกับเม้าท์มอยไปด้วย

“นี่พวกแก ได้ดูข่าวเมื่อเช้าหรือเปล่า เรื่องนักร้องนั่นน่ะ”
ศิริพรหันมาชำเลืองมองพร้อมกับแอบฟังไปด้วย
“นักร้องไหนอีกวะ”
“ก็อินักร้องที่มันทำคลิปหลุดผ้าหลุดอะไรนั่นน่ะ ชั้นว่านะ ตัวมันเองนั่นล่ะจงใจ หึ คงยากดังมากเลยล่ะสิ”
“จริงเหรอวะแก เฮ้อ ผู้หญิงสมัยนี้ หน้ามันหนากันจังวะ นี่ดีนะที่เค้าเซ็นเซอร์หน้าเอาไว้ นี่ถ้าพ่อแม่มันมาเห็นนะ คงอายตายเลย มีลูกสาวแบบนี้นะ อย่ามีซะยังจะดีกว่า”
ศิริพรหันกลับมา ทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก
“ถ้าพ่อแม่มาเห็นงั้นเหรอ”
ศิริพรยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนจะเก็บของวางเงินไว้แล้วลุกขึ้นเดินออกไป

ศิริพรยืนอยู่ที่หน้าบ้านของเดือน ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่ ศิริพรยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู เป็นภาพหลุดของเดือนตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ขยายใหญ่
“ชั้นรู้จ้ะว่าป้าน่ะแก่แล้ว ตาไม่ค่อยดี แบบนี้คงเห็นชัดดีนะ”
ศิริพรยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเดินเชิดเข้าไปในบ้านของเดือน

รวิ ป้อม ขำ ยืนส่งเดือนอยู่หน้าบ้าน
“แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่ง”
“จ้ะ ชั้นอยากเดินคิดอะไรไปเรื่อยๆ น่ะจ้ะ”
รวิดึงมือเดือนมากุมไว้ ก่อนจะบีบเบาๆ ให้กำลังใจ
“อย่าคิดมากนะ เรื่องมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด อีกอย่างเดือนก็ยังมีพวกพี่อยู่นะ”
เดือนยิ้มให้รวิ แต่เป็นยิ้มแบบเหนื่อยๆ
“จ้ะ ชั้นกลับก่อนนะ”
เดือนเดินกลับไป ป้อมหันบอกรวิกับขำ
“พี่ก็จะกลับเหมือนกัน ไอ้ขำเอ็งมีที่ที่ต้องไปกับข้า”
“ได้สิพี่ป้อม คิดอยู่เหมือนกัน งั้นชั้นไปก่อนนะรวิ”
ป้อมกับขำโบกมือลารวิแล้วเดินออกมา รวิถอนหายใจสีหน้าวิตกกังวลเพราะเป็นห่วงเดือน

ส่วนที่บ้านเดือน ช้อยเอ่ยปากเชื้อเชิญศิริพรเข้ามาในบ้าน
“เชิญค่ะคุณศิริพร วันนี้อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้านเลย”
“ป้าช้อยเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
“ก็เรื่อยๆ น่ะค่ะ คนแก่ก็แบบเนี้ย”
ศิริพรสอดส่ายตามองไปรอบๆ บ้าน
“เอ่อ ว่าแต่ วันนี้เดือนไม่อยู่เหรอจ๊ะ”
“เดือนมันออกไปตลาดค่ะ ยังไม่กลับมาเลย สงสัยจะแวะอยู่กับไอ้ขำกับนังป้อมน่ะค่ะ คุณศิริพรมีธุระอะไรกับมันหรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอกจ้ะ ชั้นก็แค่ถามดู ได้ข่าวว่าเดือนเค้าจะได้ไปเป็นนักร้องที่ค่ายเพลงดังเชียวเหรอจ๊ะ”
ช้อยยิ้ม สีหน้าภูมิใจ
“ค่ะ พูดก็พูดเถอะนะคะ ทีแรกชั้นก็ค้านมันสารพัดล่ะค่ะ แต่ตอนนี้พอเห็นมันตั้งใจจริงจนได้ดีก็อดภูมิใจไม่ได้”
ศิริพรแอบเบะปาก แต่ก็รีบกลับมาตีหน้าใสซื่อเหมือนเดิม
“แหม ชั้นดีใจกับป้าช้อยด้วยจริงๆ จ้ะ แต่จะว่าไปยังไงก็ช่วยเตือนๆ ให้เดือนระวังตัวด้วยนะจ๊ะ ดูอย่างข่าวนักร้องเมื่อเช้าสิ”

“ข่าวอะไรเหรอคะ ชั้นไม่ได้ดู”

ศิริพรแกล้งทำเป็นอิดออด แต่สุดท้ายก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดให้ช้อยดู แต่แกล้งเอานิ้วปิดตรงส่วนหน้าของเดือนในคลิปไว้ ช้อยหรี่ตายื่นหน้าเข้ามาดู

“จริงๆ ชั้นก็ไม่อยากให้ดูหรอกนะจ๊ะ มันไม่ค่อยดี เห็นเค้าว่านักร้องคนนี้น่ะอยากดัง เลยแกล้งทำคลิปตัวเองตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าหลุด คนจะได้เห็นแล้วก็รู้จักเยอะๆ”
“ตายจริง เดี๋ยวเค้ากล้ากันถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ”
ศิริพรแอบมองช้อยอย่างสมเพช ก่อนจะแกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อ
“เฮ้อ สมัยนี้คนเรายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความดัง สงสารก็แต่พ่อแม่ล่ะจ้ะ”
“นั่นสิคะ นี่ถ้าเป็นลูกเป็นหลาน ชั้นคงหัวใจวายตายพอดี”
“อุ๊ย ป้าช้อย พอดีชั้นนึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระด่วน เดี๋ยวยังไงชั้นขอตัวเลยนะจ๊ะ” ศิริพรแกล้งขยับรูปในซองให้โผล่ๆ ออกมาแล้วแกล้งลืมทิ้งไว้ก่อนจะรีบลุกขึ้น เอื้อมมือไปบีบมือช้อยเบาๆ “วันหลังเดี๋ยวชั้นมาเยี่ยมใหม่ ป้าช้อยดูแลตัวเองด้วยล่ะจ๊ะ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ”
ช้อยยังพูดไม่ทันจบศิริพรรีบเดินลงจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ช้อยหันกลับเข้ามา จะจัดหมอนให้เข้าที่ก็เหลือบไปเห็นซองที่ศิริพรแกล้งลืมไว้ เลยหยิบขึ้นมาดู
“อ้าว สงสัยคุณศิริพรจะลืมไว้ รูปอะไรล่ะเนี่ย”
ช้อยดึงรูปออกมาดู

เดือนเดินเหม่อลอย สีหน้าวิตกกังวลมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงบ้าน ศิริพรเดินออกมาจากทางเข้าบ้านเดือนเลี้ยวออกไปอีกทาง เดือนสังเกตเห็นทำหน้าสงสัย
“ศิริพรเหรอ มาบ้านเราทำไมกัน”
เดือนส่ายหัวพยายามไม่คิดอะไรเดินต่อจนจะถึงหน้าบ้าน

บนบ้านเดือน ช้อยหน้าซีดตาโต น้ำตาคลอเบ้าค่อยทรุดลงไปนั่ง มือยังคงถือรูปที่เอาออกมาจากซองอยู่
ช้อยไอออกมาอีกชุดใหญ่ คราวนี้มีเลือดติดมาในผ้าเช็ดหน้าด้วย ช้อยเห็นหน้าเดือนในภาพชัดเจน นึกถึงคำพูดศิริพร
“เห็นเค้าว่านักร้องคนนี้น่ะอยากดัง เลยแกล้งทำคลิปตัวเองตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าหลุด คนจะได้เห็นแล้วก็รู้จักเยอะๆ สมัยนี้คนเรายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความดัง สงสารก็แต่พ่อแม่ล่ะจ้ะ”
มือช้อยที่ถือรูปอยู่สั่นระริก ช้อยค่อยๆ หลับตาลงน้ำตาไหลอาบ เสียงเดือนเดินเข้าบ้านมา ช้อยพยายามลุกขึ้นยืนเดินโซซัดโซเซไปที่ประตู ช้อยเห็นบ้านหมุน ตาลาย ช้อยพยายามเดินไปเรื่อยจนไปเกาะอยู่ที่ขอบมองประตู พยายามมองลงมาข้างล่าง ช้อยเห็นเดือนเดินเข้ามา ก่อนทุกอย่างจะเป็นภาพเบลอและดับมืดลงในที่สุด
เดือนเดินเข้ามาเงยหน้าขึ้นเห็นช้อยเดินมาเกาะที่ขอบประตูข้างบน เดือนกำลังจะอ้าปากร้องเตือนแต่ไม่ทันเพราะช้อยวูบลงกลิ้งตกบันไดลงมานอนอยู่ด้านล่าง
เดือนตกใจสุดขีด ตะโกนร้องเสียงหลง “แม่”

รวิวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโรงพยาบาล ท่าทางตกใจเป็นกังวล จนมาถึงหน้าห้องผู้ป่วย รวิกำลังจะเปิดประตูเข้าไปแต่ขำเปิดประตูสวนออกมาก่อน
“ขำ ป้าช้อยเป็นไงมั่ง แล้วเดือนล่ะ”
ขำเงยหน้าขึ้นมองรวิ น้ำตาคลอเบ้าพูดอะไรไม่ออก รวิจ้องหน้าขำแต่พอเห็นสีหน้าแล้วก็ตัดสินใจรีบเปิดประตูเข้าไป ขำยืนพิงกำแพง เอามือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้เบาๆ
รวิเปิดประตูเดินเข้ามา ชะงักเล็กน้อยสายตามองมาที่เดือน เดือนน้ำตานองหน้า สายตาเลื่อนลอย มือข้างหนึ่งกำซองสีน้ำตาลที่ใส่รูปหลุดของตัวเอง ป้อมนั่งประคองอยู่ร้องไห้ไปด้วย รวิเดินเข้ามาหาเดือนช้าๆ หันไปมองเห็นร่างไร้วิญญาณของช้อยที่นอนอยู่บนเตียงมีผ้าคลุมปิดหมด
“เดือน”

เดือนค่อยๆ หันมามองหน้ารวิ น้ำตายังคงอาบแก้ม เริ่มสะอึกสะอื้นหนักก่อนจะโผเข้ากอดรวิแน่น ร้องไห้ไม่หยุด
“พี่รวิ” รวิพูดไม่ออก ได้แต่โอบกอดเดือนลูบหัวปลอบเดือน น้ำตาคลอสงสารเดือน “แม่ทิ้งเดือนไปแล้ว แม่ทิ้งเดือนไปแล้ว”
รวิกอดเดือนแน่นขึ้นอีก พยายามปลอบเดือน
“ไม่เป็นไรนะเดือน ไม่เป็นไร” เดือนซบหน้าสะอึกสะอื้น ป้อมที่นั่งอยู่ก็พลอยสะอื้นตามไปด้วย “มันเกิดขึ้นได้ยังไงเดือน ทำไมป้าช้อยถึง...”
เดือนค่อยถอยออกมา จ้องหน้ารวิ
“เพราะเดือนเอง พี่รวิ เพราะเดือน” เดือนหยิบซองที่ใส่รูปตัวเองไว้ขึ้นมา “เดือนทำให้แม่ต้องตาย เดือนเอง”
“อย่าโทษตัวเองสิเดือน มันไม่ใช่ความผิดของเดือนเลยนะ อินังแก้วตะหากที่มันถ่ายรูปเดือน แล้วนี่อีก ก็คงเป็นฝีมือมันที่เอามาให้ป้าช้อยดู ปล่อยมันไว้ไม่ได้แล้ว”
รวิหยิบซองขึ้นมาเปิดดู แต่เดือนรีบคว้ากลับไปก่อน
“ไม่ใช่แก้วหรอกพี่ป้อม แก้วไม่ได้เป็นคนเอามาให้แม่ดู”
รวิกับป้อมมองเดือนอย่างสงสัย
“หมายความว่าไงเดือน เดือนรู้เหรอว่าใครเป็นคนเอารูปพวกนี้มาให้ป้าช้อยดู”

เดือนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนสาย

โดยในตอนนั้นเดือนเดินเหม่อลอย สีหน้าวิตกกังวลมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงบ้าน ศิริพรเดินออกมาจากทางเข้าบ้านเดือนเลี้ยวออกไปอีกทาง เดือนสังเกตเห็นทำหน้าสงสัย

เดือนตัดสินใจไม่บอกใครเรื่องที่เห็นศิริพรที่บ้าน
“ช่างเถอะจ้ะ เดือนไม่มีหลักฐานอะไร”
เดือนเอามือปาดน้ำตาพยายามเข้มแข็ง
“งั้นเดี๋ยวเราจัดการเรื่อง เอ่อ งานของป้าช้อยก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพี่มานะเดือน พี่ป้อม อยู่เป็นเพื่อนเดือนหน่อยนะ”
“ไปเถอะรวิ พี่อยู่กับเดือนเอง ไม่ต้องห่วง”
รวิพยักหน้ารับเหลือบตามองเดือนด้วยความสงสาร ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป เดือนเขยิบตัวเข้าไปใกล้ที่เตียง ก่อนจะซบลงบนร่างของช้อย สะอึกสะอื้นพูดเบาๆ กับร่างของช้อย
“แม่จ๋า ทำไมแม่ไม่รอเดือนล่ะจ๊ะ อีกนิดเดียวเอง อีกนิดเดียวเดือนจะดัง จะมีเงินเลี้ยงแม่ ไม่ต้องให้แม่ลำบากอีก ทำไมแม่ไม่รอเดือนล่ะจ๊ะ แม่จ๋า”
ป้อมเอามือปิดปากกลั้นสะอื้น เบือนหน้าหนีเพราะทนดูไม่ไหว เดือนน้ำตาอาบแก้ม ซบหน้าลงกับร่างของช้อย

รวิเดินเข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ ศิริพรรีบเดินตามเข้ามา
“รวิ จะรีบไปไหนน่ะ”
“อ้าว มีอะไรเหรอ”
รวิหยุดชะงักหันมามอง ท่าทางเร่งรีบ
“จะรีบอะไรกันนักกันหนา ที่วงไม่หายไปไหนหรอก เนี่ย ชั้นก็ว่าจะมารอเธอไปซ้อมพร้อมกัน”
“วันนี้ลาน่ะ”
ศิริพรทำหน้าสงสัย
“อ้าว ทำไมล่ะ”
รวิถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหาศิริพร
“วันนี้ชั้นต้องไปงานศพน่ะ โทรบอกคุณเทพแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คงตามกันมาน่ะ”
“งานศพเหรอ งานศพใครกันน่ะ มีใครเป็นอะไรเหรอ”
รวิจ้องหน้าศิริพร ก่อนจะตอบ
“ป้าช้อยน่ะ แกไม่สบายอยู่ แล้วเมื่อกลางวันคงพลาดตกบันไดมาน่ะ เดี๋ยวชั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ ถ้าไงวันนี้เธอไปซ้อมก่อนละกัน หรือจะไปงานกับชั้นวันนี้”
“เอ่อ เดี๋ยวชั้นค่อยไปพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้ขอไปซ้อมก่อน”
รวิพยักหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้านไป ศิริพรหน้าซีดตกใจ เริ่มระแวงเรื่องที่ตัวเองไปทำ
“ถึงกับตายเลยเหรอ ไม่นะ ไม่เกี่ยวกับชั้น ยัยแก่นั่นมันพลาดไปเอง ไม่เกี่ยวกับชั้น”
ศิริพรเลิ่กลั่กก่อนจะเดินออกจากบ้านของรวิไป

แก้วนั่งทาเล็บอยู่ในบ้านหันขวับมาทันที
“จริงเหรอแม่”
“ก็จริงสิวะ ข้าจะโกหกเอ็งทำไม เค้ารู้กันทั่วตลาดแล้วว่า นังช้อยน่ะมันตายแล้ว”
กิมเดินถือกระจาดขายของเดินเข้ามาในบ้าน ก่อนจะนั่งลงหยิบขั้นน้ำขึ้นมากิน
“หึ นี่ล่ะน้า เวลาอยู่เห็นปากดีนัก” กิมไม่สบายใจเหมือนกัน
“แหม แม่ นินทาคนตายไม่ดีเลยนะ น่าสงสารออก”
“หนอย เอ็งอย่ามาทำดัดจริตหน่อยเลย ข้ารู้นะ ว่าเอ็งก็แอบสมน้ำหน้านังเดือนมัน ที่เหลือตัวคนเดียว”
แก้วลอยหน้าลอยตาลุกขึ้นมานั่งใกล้ๆ กิม
“แหม เห็นชั้นเป็นคนอย่างนั้นเหรอ ชั้นเป็นเพื่อนกับเดือนมันมาตั้งแต่เด็กนะ ชั้นจะรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง” แก้วบอกแล้วเริ่มหลุดหัวเราะ “ฮะๆๆๆ โอ๊ย สมน้ำหน้ามันจริงๆ ทีนี้ก็เหลือตัวคนเดียวแล้ว แถมยังมีเรื่องคลิปหลุด ภาพหลุดนั่นอีก”
“อ้าว สรุปว่าไอ้กิ๊บแก๊บ คิปแคปอะไรนั่น มันคือนังเดือนเหรอวะ เอ็งรู้ได้ยังไงวะ”
แก้วยักไหล่ลอยหน้าลอยตา สำรวจเล็บของตัวเองต่อ
“เอาเหอะน่าแม่ ว่าแต่พรุ่งนี้ชั้นคงต้องไปร่วมแสดงความเสียใจซักหน่อยละ”
“เอ็งจะไปทำไมวะ นั่งสมน้ำหน้ามันอยู่ที่บ้านก็พอแล้ว”
“แม่ก็ คนเรารู้จักมักจี่กันมาตั้งนาน แถมเค้าก็กำลังเศร้าอยู่ด้วย เราก็ต้องไปช่วยซ้ำ เอ๊ย ช่วยปลอบสิแม่”

แก้วพูดจบก็ลุกสะบัดตูดออกไป กิมมองตามส่ายหัวแต่ไม่พูดอะไร

อ่านต่อหน้า

หางเครื่อง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ช่วงสายวันรุ่งขึ้น แก้วนัดเจอกับศิริพรในตัวเมือง

“ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะพี่เกียรติ เดือนเค้าคงไม่ว่างอีกพักใหญ่” แก้วกับศิริพรนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ แก้วกรีดกรายคุยโทรศัพท์กับชูเกียรติ ศิริพรนั่งมองด้วยสายตาเหยียดๆ “เค้าคงวุ่นเรื่องงานศพแม่เค้าน่ะค่ะ ไหนจะต้องสวดต้องเผา แถมต้องเอาไปลอย อะไรอีกสารพัด เดือนเค้าคงไปออกสื่อไม่ค่อยได้หรอกค่ะ ถ้าไงให้แก้ว...”
“อยู่วัดไหน เดี๋ยวพี่จะไปร่วมงาน”
“เอ่อ แต่ว่าพี่เกียรติคะ”
“โอเค บอกเดือนด้วยนะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะไป แค่นี้นะแก้ว”
ชูเกียรติตัดสาย แก้วหน้าเสีย หันมามองเห็นศิริพรแอบยิ้มเยาะก็โมโห ทำท่ากระฟัดกระเฟียด
“ยังไงล่ะนั่น เค้าไม่ช่วยดันเธอแทนนังเดือนงั้นเหรอ หึ อย่างว่าล่ะน้า ถ้าอยากให้เค้าช่วยดัน ก็ต้องยอมให้เค้าดัน” ศิริพรเน้นเสียง
“ไม่ต้องมาสอน ชั้นรู้ว่าอะไรต้องทำยังไง”
“อ๋อ ตายจริงชั้นลืมไปว่าเธอน่ะช่ำชอง แต่เอ๊ะ นี่ขนาดยอมซะขนาดนั้นแล้วนะเนี่ย เค้ายังไม่สนใจอีกเหรอ น่าสงสารจังนะ”
แก้วมองศิริพร พร้อมกับยิ้มเยาะคืนบ้าง
“แล้วเธอล่ะ ขนาดยอมลงทุนยุบคณะงิ้วเพื่อไล่ตามผู้ชาย ก็ไม่เห็นอดีตพระเอกลิเกนั่นจะสนใจเลยซักนิด”
ศิริพรหน้าแดงด้วยความโกรธ แต่รีบทำสีหน้าให้ปกติ

“สรุปก็คือ เราต้องกัดนังเดือนมันไม่ปล่อย เอาให้มันดิ้นไม่หลุดจริงๆ”
“ก็คงงั้น”
แก้วพยักหน้ารับ ลอยหน้าลอยตา
“งั้นเราต่างคนต่างทำหน้าที่ให้เต็มที่นะ ชั้นจะคอยถือโซ่ เธอก็คอยไล่งับไป”
พูดจบศิริพรก็ลุกขึ้น ชายตามายิ้มเยาะแก้วที่ยังลอยหน้าลอยตาไม่รู้ว่าถูกหลอกด่า ก่อนจะเดินไป แก้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูด
“เธอถือโซ่ ชั้นไล่งับ อืม ดีๆ” แก้วเพิ่งนึกขึ้นได้ “ไล่งับเหรอ นี่! เธอว่าชั้นเป็นหมาเหรอ อี อีบ้า”
แก้วลุกขึ้นวิ่งตามศิริพรไป

เดือนในชุดดำเตรียมตัวจะไปวัด เดินมาหยิบของ สายตาเหลือบไปเห็นงอบและกระจาด ข้าวของของแม่วางอยู่ เดือนสีหน้าสลดลง ก่อนจะเดินไปที่ที่วางของอยู่ เดือนเอื้อมมือใช้นิ้วแตะงอบของแม่ ก่อนจะเลื่อนมือไปที่ข้าวของที่วางอยู่ เดือนมองไปที่กระจาด หมอนที่แม่เคยใช้หนุนหัว ตลอดจนข้าวของที่แม่เคยใช้ ก่อนจะเหม่อมองไปตรงที่ที่เดือนกับแม่เคยนั่งคุยนั่งเล่นกัน
ภาพในความคิดของเดือน ช้อยนั่งพับเสื้อผ้าอยู่ เดือนนั่งมองยิ้มออกมา ทันใดนั้นเดือนตอนเด็กวิ่งสวนผ่านอ้อมเข้าไปด้านหลังช้อยพร้อมกับกอดคอโยกไปโยกมา ช้อยหันมายิ้มให้และเล่นกับเดือน เดือนนั่งมองแล้วยิ้ม ก่อนจะเหลือบไปเห็นชุดที่ช้อยพับอยู่ มือของเดือนตอนเด็กเอื้อมลงมาหยิบชุดนั้นขึ้นมาทาบตัวหมุนไปหมุนมาก่อนจะเอามันสวมทับเข้าไป แล้วก็ทำท่าเป็นนักร้องเต้นโยกไปโยกมา ช้อยทำท่าจะดุแต่ก็แอบยิ้ม หันมาตบมือตามจังหวะที่เดือนตอนเด็กร้องเพลงแทน
เดือนยิ้มทั้งน้ำตา ภาพที่เห็นค่อยๆ เลือนหายไป เดือนเอามือปาดน้ำตา เดือนค่อยๆ ลุกขึ้นแต่หน้ามืดเซจนต้องหาอะไรเกาะไว้ ยืนหลับตาซักพัก
“เอ็งไม่สบายก็นอนพักสิเดือน”
เดือนลืมตาขึ้น เห็นเป็นช้อยถือขันน้ำที่มีผ้าสำหรับเช็ดตัว ช้อยเดินมาหาเดือนแต่ก็ผ่านเลยไป นั่งคุกเข่าลงตรงที่เดือนตอนเด็กๆ นอนไม่สบายอยู่ ก่อนจะเช็ดตัวให้ คอยเอามือลูบหัว เดือนน้ำตาไหลอาบ ก่อนจะตัดสนใจรีบหันหลังเดินลงจากบ้านทั้งน้ำตา ในหัวของเดือนได้ยินเสียงคำสอนของช้อยไปด้วย
“ไปเถอะเดือน ไปตามความฝันของเอ็ง แต่เอ็งจะต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้ชื่อเสียงเงินทองมานำพาเอ็งไปในทางที่ผิดนะ”

ชูเกียรตินั่งดูรูปโปรไฟล์ของเดือนที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาท่าทางร้อนรน
“พี่เกียรติๆ”
“อะไร เรียกซะตกอกตกใจหมด”
“พวกนักข่าวน่ะพี่ เค้ามากันเต็มเลย”
“แล้วมันจะแปลกตรงไหน ค่ายเราดารานักร้องออกเยอะแยะ เค้าก็มากันเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ให้ๆ เค้าสัมภาษณ์ไปแค่นั้น”
พนักงานคนนั้นยืนส่ายหน้า ท่าทางร้อนรนเหมือนเดิม
“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิพี่ เค้าไม่ได้มารอสัมภาษณ์พวกนักร้องเก่าๆ”
“เอ๊า งั้นเค้าจะมาสัมภาษณ์ใครวะ เสี่ยเหรอ ก็แกไม่เข้านี่วันนี้”
“ไม่ใช่พี่ พวกนักข่าวน่ะ เค้าจะมารอสัมภาษณ์น้องเดือนเด็กใหม่ของพี่น่ะ ไอ้เรื่องคลิปหลุดนั่นไง”
ชูเกียรติหันขวับมาทันที สีหน้าตกใจเล็กน้อย
“ไวกันจริงๆ ไอ้พวกนี้ เอางี้แกไปบอกให้เค้ารอก่อน เดี๋ยวชั้นลงไปเอง หาน้ำหาท่าให้เค้าด้วยล่ะ เดี๋ยวเอาไปเขียนอีกหาว่าค่ายเราขี้งก ไปๆ จัดการให้ที ขอเวลาซัก 10 นาที เดี๋ยวตามลงไป” พนักงานพยักหน้ารับก่อนจะรีบเดินออกไป ชูเกียรติ ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มออกมา

“เป็นอย่างที่ไอ้เสี่ยมันบอกจริงๆ คราวนี้ล่ะ ดังไม่รู้เรื่องแน่ เดือน”

ชูเกียรติเดินเข้ามาบริเวณล็อบบี้ชั้นล่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตรงมาที่นักข่าว นักข่าวหลายคนรีบลุกพรึ่บกรูเข้ามาหาชูเกียรติ แย่งกันถาม

“คุณชูเกียรติคะ ตกลงในคลิปนั่นใช่นักร้องใหม่จริงมั้ยคะ”
“แล้วที่หลุดออกไปนั่นหลุดจริงหรือจงใจ เพื่อเป็นแผนโปรโมตครับ”
ชูเกียรติยกมือบอกให้นักข่าวใจเย็นๆ
“ใจเย็นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะตอบให้ทุกคำถามเลย เอาเรื่องแรกก่อนเลยละกัน ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปเนี่ย” ชูเกียรติกวาดตามองนักข่าว นักข่าวหลายคนรอคำตอบอยู่ “ใช่ครับ เธอเป็นนักร้องใหม่ของค่ายเราเอง”
นักข่าวต่างฮือฮา ซุบซิบกัน
“อย่างนี้ก็เป็นการปล่อยเอง เพื่อโปรโมตน่ะสิคะ”
“ใจเย็นก่อนนะครับ สำหรับเรื่องปล่อยคลิปเพื่อโปรโมตเนี่ย ทางเราขอยืนยันว่าเราไม่มีนโยบายแบบนั้นน่ะครับ เราสร้างนักร้องฝีมือคุณภาพจริงๆ ถึงไม่โปรโมตก็ดังได้ครับ”
“งั้นเราขอสัมภาษณ์น้องคนนั้นหน่อยได้มั้ยคะ”
“ตอนนี้น้องเดือนไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ”
“ชื่อเดือนเหรอคะ”
ชูเกียรติยิ้มออกมา สีหน้าเหมือนมีอะไรแอบแฝง
“ครับ เธอชื่อ เดือน งามพร้อม”

ค่ำวันนั้นที่งานศพช้อย เทพถือธูปยกขึ้นไหว้ก่อนจะส่งให้เดือนรับไปปัก เดือนยืนจ้องรูปของช้อย สีหน้าเศร้าหมอง ก่อนจะหันไปบอกเทพ
“เดี๋ยวเชิญคุณเทพนั่งก่อนค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่มา”
“เสียใจด้วยนะเดือน ถ้ามีอะไรที่พอช่วยได้ก็บอกกันได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
เทพยิ้มพยักหน้ารับก่อนจะลุกไปนั่งที่ เดือนมองตาม เดือนมองไปยังแขกที่มาร่วมงานมีน้อยมากแค่ไม่กี่คน ตรงที่นั่งก็มีแค่ คนในวงของเทพ นภากาศนั่งเชิดหน้าเหมือนไม่เต็มใจมาร่วมงาน ก้องก็นั่งง่วงๆ อยู่ นอกจากที่วงของเทพแล้วก็ไม่มีใครมาเลย
“คนมันหายไปไหนหมดวะ ไม่คิดจะมาร่วมไว้อาลัยป้าช้อยแกหน่อยกันหรือไง”
ขำบ่นแล้วยืนเท้าเอวมองตามเดือน จนป้อมต้องเดินมาตีแขน
“ไว้งานเอ็งสิไอ้ขำ ข้าจะให้คนแห่มาทั้งหมู่บ้านเลยดีมั้ย”
“ดีจ้ะ แว๊ก! ไม่ใช่ละ พี่ป้อมน่ะ มาแช่งน้องแช่งนุ่ง ชั้นก็แค่สงสัยแค่นั้นเอง ว่าทำไมคนมาน้อย”

นภากาศเดินเข้ามาหาเดือน เธอส่งทิชชู่ให้เดือนซับน้ำตาแต่ยังวางท่าห่างเหิน
“ไม่ใช่แม่เธอคนเดียวนะที่ตาย แม่คนอื่นเขาก็เคยตายกันทั้งนั้น”
เดือนซับน้ำตาอยู่ เงยหน้ามอง
“อย่าเพิ่งตอนนี้ได้มั้ย”
“โกรธเหรอ ดี เปลี่ยนมันเป็นพลังงานนะ” เดือนมองนภากาศ “ชั้นไม่อยากสู้กับคนหมดแรงหรอก จะบอกให้”
นภากาศเดินจากไป จุดธูปไหว้ศพช้อย เดือนสีหน้าสลดลง รวิเห็นเข้าก็เดินเข้ามาหา
“อย่าคิดมากนะเดือน ป้าช้อยแกไปสบายแล้ว ว่าแต่เดือนตัดสินใจหรือยังว่าจะสวดกี่คืน”
“3 คืนก็พอจ้ะ ชั้นไม่มีเงินอะไรมากมาย สวดเสร็จแล้วเก็บไว้ก่อน”
“เก็บไว้? หมายความว่าไงเดือน ทำไมไม่...”
“นั่นสิเดือน ทำไมล่ะ”
เดือนถอนหายใจ ก่อนจะมองหน้าทุกๆ คนแล้วตอบ
“เดือนจะเก็บแม่ไว้ก่อน รอจนวันไหนที่เดือนโด่งดังแล้ว เดือนจะกลับมาจัดงานให้แม่ให้ยิ่งใหญ่เลย” ทุกคนหันมามองหน้ากันเองอย่างสงสัย “พี่ดูตอนนี้สิ แทบไม่มีใครมาเลย เพราะแม่เป็นแค่แม่ค้าจนๆ ไม่มีใครสนใจ ถ้าวันหนึ่งชั้นโด่งดังเมื่อไหร่ จะต้องมีคนมาร่วมงานแม่จนนับไม่ถ้วนแน่ ชั้นอยากทำให้แม่ไม่ถูกมองข้ามจากใครๆ ถึงจะเป็นอย่างสุดท้ายที่ชั้นทำได้ก็เถอะ”
“โธ่ เดือน”
ป้อมเดินเข้ามากอดเดือน รวิพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“งั้นเอาตามนั้นก็ได้”
ขำหันไปมองเห็นคนที่เดินเข้ามาร่วมงาน
“เฮ้ยๆ แขกวีไอพีมาแน่ะ”

ทุกคนหันไปมองตามเห็นพิมุกเดินเข้ามาพร้อมเตี้ยกับบ่างท่าทางยียวนเหมือนเดิม รวิทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่เดือนกันไว้ก่อน
“ไม่เป็นไร พี่รวิ เค้าคงแค่มาร่วมงานน่ะ”
พิมุกเดินเข้ามาหาเดือน แกล้งทำหน้าเศร้า
“โถ น้องเดือนของพี่ ตอนนี้ก็เหลือตัวคนเดียวแล้วสิ ถ้ายังไงมาอยู่กับพี่ดีกว่านะจ๊ะ”
เดือนพยายามไม่โกรธ แกล้งเดินเลี่ยงไปจุดธูปส่งให้พิมุก พิมุกรับมาอย่างไม่เต็มใจ ไหว้อย่างลวก แล้วจะส่งธูปให้เดือนไปปักให้ ขำรีบแทรกเข้ามารับแทนแล้วแกล้งทำธูปหล่นใส่พิมุก แล้วแอบหัวเราะ
“โอ๊ย ไอ้นี่ มึง”
“ถ้าพี่จะมามีเรื่องก็เชิญที่อื่นเถอะ นี่งานแม่เดือนนะ”
พิมุกชะงักไป แต่ก็ชี้หน้าพวกรวิเรียงตัว ก่อนจะเดินไปนั่ง แต่สงสายตาอาฆาตมาให้รวิตลอด

“เฮ้อ จะมีตัวซวยแบบนี้มาอีกมั้ยเนี่ย”

ศิริพรยืนลังเลอยู่ที่หน้าศาลาวัด ตัดสินใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ เพราะยังกังวลเรื่องที่ว่าจะมีใครรู้เรื่องที่ตัวเองเอารูปไปให้ช้อยดูก่อนตายหรือเปล่า แก้วเดินมากับชูเกียรติพยายามเกาะแขน แต่ชูเกียรติพยายามเบี่ยงออก จนมาเจอศิริพรที่ยืนลังเลอยู่

“อ้าว ทำไมไม่เข้าไปล่ะ มายืนอ่อยเหยื่ออยู่ได้”
ศิริพรหันมาเห็นแก้วกับท่าทางที่พยายามเกาะชูเกียรติก็แอบเบะปากสมเพชแก้ว ชูเกียรติยิ้มให้ ศิริพรเลยแกล้งยิ้มส่งสายตายั่วยวนตอบเพื่อจะยั่วแก้ว แก้วมองหน้าชูเกียรติสลับกับมองศิริพร เห็นท่าทางของทั้งคู่แล้วก็รีบดึงชูเกียรติเข้าไป ศิริพรมองตามอย่างสมเพช
ศิริพรทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจไม่เดินเข้าไป

ขำสะกิดให้ป้อมดูคนที่กำลังเดินเข้ามา
“เฮี้ยนจริงๆ พี่ ทักปุ๊บ มากันปั๊บเลย”
ป้อมหันไปมองตาม ก่อนจะหันกลับมาส่ายหน้า
“เออ ดี กำลังหาโอกาสเอาคืนให้เดือนอยู่ คนเลวๆ มันก็ต้องเจอกับมือแรงๆ”
แก้วเดินลอยหน้าลอยตาเข้ามากับชูเกียรติ สายตาเหลือบไปเห็นพิมุกที่นั่งอยู่ มองมาอย่างเหยียดๆ ก็รีบเขยิบออกห่างชูเกียรติทันที เดือนยกมือไหว้ชูเกียรติก่อนจะหันไปจ้องหน้าแก้ว
“เสียใจด้วยนะเดือน”
“ค่ะ พี่ชูเกียรติ”
“เอ่อ เดี๋ยวพี่มีเรื่องสำคัญขอคุยกับเดือนหน่อยนะ”
“เรื่องคลิปใช่มั้ยคะ” เดือนกระแทกเสียงหันไปจ้องหน้าแก้ว แก้วไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่เหลือบมองพิมุก
“เดือนรู้แล้วเหรอ”
“ค่ะ ก็ดังซะขนาดนั้น”
“ยังไงช่วงนี้ก็คงต้องระวังหน่อยนะ เดี๋ยวไว้เสร็จงานแม่เดือนก่อน เราคงต้องมาประชุมกันอีกที นี่สวดกี่คืนนะ”
“3 คืนค่ะ”
“มีอะไรขาดเหลือก็บอกพี่นะ”
ชูเกียรติถือโอกาสเอื้อมมือมาจับไหล่เดือน รวิที่อยู่ตรงนั้นรีบเดินปรี่เข้ามาทันที ชูเกียรติมองหน้ารวิก่อนจะปล่อยมือจากไหล่เดือนแล้วเดินไปนั่ง แต่สายตายังคงจ้องรวิอยู่

พิมุกนั่งจ้องดูชูเกียรติอยู่ พอชูเกียรติเดินมาก็เห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของพิมุกเลยนั่งลงข้างๆ แกล้งชวนคุย
“มานานแล้วเหรอ”
“ก็นานพอจะเห็นว่านายทำอะไร”
ชูเกียรติหน้าเสียยิ้มเจื่อนๆ แกล้งหันไปเรียกแก้ว ที่ยืนลังเลกระมิดกระเมี้ยนอยู่
“อ้าวแก้ว ยืนอยู่ทำไมล่ะ มานั่งสิ”
“เอ่อ เดี๋ยวแก้วขอตัวไปข้างนอกก่อนนะคะ รู้สึกเหมือนอากาศมันไม่ถ่ายเทน่ะค่ะ”
แก้วแอบชำเลืองมองเห็นพิมุกทำท่าไม่สนใจ ก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเลยตัดสินใจรีบเดินออกไป
“เดี๋ยวเราคงต้องคุยกันยาวหน่อยนะ นายกับชั้น”
“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าเป็นเรื่องชั้นกับเดือน”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น”
ชูเกียรติอึ้งไปพูดไม่ออก เห็นสีหน้าพิมุกแล้วไม่กล้าพูดอะไรได้แต่นั่งนิ่งๆ ไป
ขำสะกิดให้ป้อมดูแก้วที่เพิ่งเดินออกไป ก่อนทั้งคู่จะหันมาพยักหน้ารู้กัน ค่อยลุกตามออกไป

แก้วเดินออกมาด้านนอกหน้าตาไม่พอใจ เดินกระฟัดกระเฟียดอยู่ เห็นศิริพรพอดีเลยเดินอาดๆ เข้าไปหา
ศิริพรหันมาเห็นก็จะเดินเข้ามาหาเหมือนกัน แต่ขำเดินมาดักหน้าแก้วไว้ ศิริพรเลยชะงัก หันซ้ายหันขวาหาที่แอบดู ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แก้วเจอขำก็ชะงัก หันหลังกลับจะเดินหนี แต่หันไปก็เจอป้อมมาดักไว้พอดี
“มีอะไรเหรอพี่ป้อม”
“หึ ทำตีเนียนใสซื่อไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะแก ทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจนี่”
แก้วทำหน้าเลิ่กลั่กไม่กล้าสบสายตา แกล้งมองเฉไฉไปทางอื่น
“อะไร ชั้นไปทำอะไร อย่ามาหาเรื่องกันดีกว่า”
ขำเดินเข้ามาประชิด แก้วเหลียวหลังอย่างตกใจ
“ท่าทางความจำจะเสื่อม คงต้องมีการช่วยรื้อฟื้นกันแล้วล่ะพี่ป้อม”
“แกจะทำอะไรชั้น ถอยออกไปเลยนะ”
“ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ชอบรุนแรงกับผู้หญิง”
ขำคว้าข้อมือแก้วขึ้นมา แก้วสะบัดออก ตบหน้าขำไป 1 ที ขำทำหน้างงก่อนจะสะบัดหน้ากลับมาทำตาปริบๆ
“เป็นไงล่ะ ไอ้โฆษกน่าโง่ จะเอาอีกซักทีมั้ยล่ะ”
ขำยิ้มเหี้ยมเกรียมให้แก้วก่อนจะกระโดดล็อกคอเอามือปิดปาก ป้อมเข้ามาช่วยจับขา ยกแก้วไปทั้งแบบนั้น
แก้วพยายามส่งเสียงโวยวายแต่เพราะขำเอามือปิดปากอยู่เลยไม่มีใครได้ยิน ศิริพรค่อยๆ โผล่ออกมาจากที่ซ่อนมองตามขำกับป้อมไป

“นังหน้าโง่เอ๊ย”

อ่านต่อหน้า 3

หางเครื่อง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ขำกับป้อมแบกแก้วเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนจะโยนทิ้งลงกับพื้นเต็มแรง

“โอ๊ย! เจ็บนะ อีพวกบ้า จะทำอะไรชั้นเนี่ย หา”
“หนอย แค่นี้ทำเป็นสำออย แล้วที่แกทำกับเดือนไว้น่ะ เค้าไม่เจ็บเหรอ”
“ทำอะไร ชั้นไม่ได้ทำอะไรมันซะหน่อย”
แก้วพูดจาแก้ตัว แต่คอยหลบตาตลอดไม่กล้ามองหน้าป้อมกับขำ
“ชั้นบอกแล้วไงพี่ ต้องรื้อฟื้นความจำ ดูท่าทางจะเบลอ ถ้าได้น้ำหน่อยอาจจะดีขึ้น”
“เออ ความคิดดีโว้ย เอาเลยๆ”
ป้อมกับขำจัดแจงช่วยกันจับแก้วเข้าไปในห้องส้วม ตักน้ำล้างก้น กรอกปากแก้ว แก้วแหกปากโวยวายตลอดเวลา
“ชั้นไปทำอะไรให้พวกแก หา อีพวกบ้า แกมาทำชั้นทำไม”
“อีนี่ยังไม่สำนึก แกไม่ได้ทำอะไรงั้นเหรอ แล้วที่แกไปถ่ายคลิปของเดือนตอนเปลี่ยนเสื้อผ้านั่นล่ะ จะว่าไง หา นังแก้ว”
แก้วทำหน้าตกใจที่ป้อมรู้ แต่ก็ยังแถไปเรื่อยๆ
“คลิปเคิปอะไร ชั้นไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ”
“ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ ไอ้ขำจัดการ”

ขำจับแก้วลากมาใกล้กับส้วม ก่อนจะจับล็อกขาไว้ให้ป้อมเดินเข้ามาจับหัวแก้ว พยายามจะกดลงไป
แก้วเอามือยั้งไว้พอดี ปากก็แหกปากโวยวายตลอด
“อย่า พี่ป้อม ชั้น ชั้นไม่ได้ถ่ายจริงๆ”
“ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้ามีแกกับเดือนแค่ 2 คนในห้อง ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร”
ป้อมจับหัวแก้วกดลงไปอีก แก้วก็พยายามรั้งไว้อีก
“ก็ ก็อาจจะเป็นคนอื่นแอบตั้งกล้องไว้ก็ได้นี่ พี่จะมาโทษชั้นได้ยังไง ว๊ายปล่อยนะ”
“ถ้างั้นทำไมในคลิปถึงมีแต่เดือนล่ะ ทำไมไม่มีแก หา!” ป้อมจับหัวแก้วกดลงไปอีก คราวนี้ใกล้จะกดลงไปได้แล้ว เพราะมือที่ยันพื้นอยู่ของแก้วเริ่มอ่อนแรง “อย่างแกน่ะ เอาหัวลงไปล้างในส้วมนี่เลยดีแล้ว เผื่อจะได้คิดอะไรดีๆกับเค้าเป็นบ้าง”
ป้อมพยายามออกแรงสุดฤทธิ์ อีกนิดเดียวจะกดแก้วลงอยู่แล้ว
“อย่า พี่ป้อม”

ป้อมกับขำหันขวับกลับมาทันที เดือนตรงเข้าไปดึงป้อมกับขำออกมา แก้วเอามือจับหน้าจับตาสำรวจตัวเอง
“เดือนมาห้ามพี่ทำไมน่ะ ฮึ กำลังจะสั่งสอนมันเลย”
“ใช่ๆ น้ำในคอห่านเท่านั้นที่มันคู่ควร”
เดือนส่ายหน้า มองแก้วด้วยหางตา
“ปล่อยไปเถอะจ้ะ คนแบบนี้ วันนี้ชั้นอยากทำแต่บุญ จะได้อุทิศให้แม่ ถือซะว่าแผ่เมตตาให้สัมภเวสีก็แล้วกัน”
“อ๊ายย...นังเดือน นี่แกว่าชั้นเหรอ”
แก้วลุกพรวดขึ้นตรงดิ่งเข้าหาเดือน แต่ป้อมกับขำออกมาขวางไว้ ทำให้แก้วต้องชะงักถอยกลับไป
“จำไว้นะแก้ว สิ่งที่เธอทำไว้กับชั้นครั้งแล้วครั้งเล่ามันทำลายความรู้สึกดีๆ ของคำว่าเพื่อนไปหมดแล้ว” แก้วทำเบะปากเชิดหน้า “ต่อจากนี้มันจะเป็นการตอบโต้ ชั้นจะไม่ยอมให้เธอหรือใครมาทำร้ายชั้นอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว”
ป้อมกับขำหันมามองหน้าเดือนอย่างดีใจ ขำตบมือรัวๆ ให้ ป้อมหันไปชี้หน้าแก้ว
“วันนี้ถือว่าแกดวงดีนะ รีบๆ ย้ายหนังหน้าของแกออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ ไปสิ”
ป้อมทำท่าจะเข้าไป ทำให้แก้วต้องรีบตาลีตาเหลือกวิ่งหนีออกไป เดือนมีสีหน้าแสดงความเข้มแข็ง ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เช้าของวันต่อมาเดือนกำลังใส่บาตรอยู่และรอรับพร ก่อนจะประนมมือไหว้แล้วยกถาดข้าวของเข้าบ้าน
เดือนเดินไปหยิบแก้วน้ำมาเตรียมกรวดน้ำ รวิเดินเข้ามาที่บ้านพอดี
“พี่รวิ มาแต่เช้าเลย”
“พี่เป็นห่วงเดือนน่ะ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ”
เดือนยิ้มให้กับรวิ
“ขอบคุณพี่มากเลยนะ ตอนนี้นอกจากพี่ป้อมกับขำแล้ว ก็มีพี่รวินี่ล่ะที่จริงใจกับชั้นตลอดมา”
“เอาเหอะน่า คิดมากจัง ว่าแต่นั่นจะทำอะไรเหรอ”
“เมื่อกี๊ ใส่บาตรให้แม่แล้วก็จะกรวดน้ำนี่ล่ะจ้ะ พี่รวิมาทำร่วมกันสิ”
รวิมองเดือนอย่างรักใคร่ พยักหน้ารับ

“เอาสิ เราจะได้ทำบุญร่วมกัน”

มือของเดือนกับรวิที่กรวดน้ำร่วมกัน รวิแอบมองหน้าเดือนแล้วยิ้มเป็นระยะ แต่เดือนยังมีสีหน้าเศร้าหมองอยู่

“เหมือนที่เค้าบอกกันไว้เวลาพ่อแม่ยังอยู่ให้ดูแลหาอาหารให้ท่านเต็มที่เพราะถ้าท่านจากไปแล้ว ใส่บาตรกับข้าวดีแค่ไหนก็ไม่รู้ท่านจะได้กินหรือเปล่า” รวิมองเดือนอย่างสงสาร “เดือนเองยังไม่มีโอกาสพาแม่ไปกินอะไรดีๆ เลย ยังไม่มีโอกาสพาแม่ไปเที่ยวไหน เดือนนี่เป็นลูกที่แย่จังนะพี่รวิ”
รวิเอื้อมมือมาดึงมือเดือนไปกุมไว้
“อย่าคิดอย่างนั้นสิเดือน ตอนที่ป้าช้อยแกยังอยู่ เดือนก็ทำอย่างเต็มที่แล้วอย่าเก็บมาคิดอีกเลย ตอนนี้ถ้าอยากเป็นลูกที่ดีก็เอาคำที่ป้าช้อยเคยสอนมาใช้ก็พอ”
เดือนยิ้มเศร้าๆ มองหน้ารวิ
“พี่รวิ เดือนไม่อยากคิดเลย ถ้าตอนนี้เดือนไม่มีพี่รวิอีกคนจะเป็นยังไง”
รวิหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยี้หัวเดือน
“บ๊องเอ๊ย พี่ไม่มีวันทิ้งเดือนไปไหนหรอก ถ้าพี่จะไปจากเดือนมีอยู่ 2 สาเหตุเท่านั้นล่ะ” เดือนขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย “เดือนทิ้งพี่ กับพี่ตาย โอ๊ย เจ็บนะเดือน ตีพี่ทำไมเนี่ย”
“ก็พูดจาอะไรก็ไม่รู้ เดือนไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปอีกคนหรอก”
“ถ้าจะเป็นอะไร พี่จะขออนุญาตเดือนก่อนครับ”

ที่บ้านพิมุก ชูเกียรตินั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ พิมุกเดินมาโยนหนังสือดาราลงตรงหน้าชูเกียรติ
“ชั้นอยากจะรู้ว่าไอ้เรื่องบ้าๆ แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน”
ชูเกียรติหยิบหนังสือดาราขึ้นมาดูก่อนจะวางลงที่เดิม
“ใจเย็นๆ ก่อน ชั้นก็กำลังสืบหาที่มาที่ไปอยู่นะ”
“จะต้องสืบบ้าสืบบออะไรอีก ก็นี่มันมาจากบริษัทนายไม่ใช่เหรอ”
ชูเกียรติลุกขึ้นแกล้งเดินไปตบบ่าพิมุกเพื่อปลอบใจ
“ตอนนี้ชั้นก็กำลังหาตัวคนทำอยู่ แต่ก็นะคิดว่าเป็นคนใกล้ตัวนี่ล่ะ” พิมุกหันมาจ้องหน้าชูเกียรติ ชูเกียรติเลยแกล้งโอบไหล่พามานั่ง “ตอนนี้น่าจะห่วงเรื่องอื่นมากกว่าอีก เอ่อ ผู้ชายที่อยู่กับเดือนที่งานนั่น”
“ไอ้รวิ! นั่นล่ะไอ้รวิ”
“อ๋อ กะแล้วเชียว เฮ้อ จริงๆ ก็ไม่อยากบอกให้นายไม่สบายใจเลย”
พิมุกหันมามองอย่างสงสัย
“เรื่องอะไร”

ชูเกียรติยักไหล่ยืนขึ้น ทำท่าซีเรียส
“นายก็พอจะรู้ใช่มั้ย ว่าเดี๋ยวเดือนก็จะต้องเข้าไปอยู่ที่ค่ายเพลงแล้ว ต้องทำอะไรสารพัด ชั้นก็เลยแนะนำให้เดือนหาที่อยู่ใกล้ๆ บริษัท นายรู้มั้ยเดือนเล่าให้ชั้นฟังว่าไง”
ชูเกียรติแอบเหลือบมองดูสีหน้าพิมุก
“อะไร ก็รีบๆ พูดมาซะทีสิ”
ชูเกียรติพยักหน้ารับ แต่แอบยิ้มเยาะ
“ก็เห็นเดือนบอกว่า ไอ้รวิอะไรเนี่ย มันจะไปเช่าคอนโดอยู่ด้วยกันกับเดือนที่กรุงเทพฯ”
“อะไรนะ เดือนกับมันจะอยู่ด้วยกันงั้นเหรอ”
ชูเกียรติพยักหน้าคอยสังเกตท่าทางของพิมุก
“เฮ้อ ชั้นก็เตือนแล้วว่ามันไม่ดี อีกอย่างเห็นนายชอบพออยู่กับเดือน เลยไม่อยากให้นายถูกแย่ง เอ่อ คนรักน่ะ”
“นี่เคยทำเวรทำกรรมอะไรกับมันมาวะเนี่ย จะจัดการกับมันยังไงดี”
ชูเกียรติเดินเข้ามาหาพิมุก ทำเป็นเสนอความคิด
“จริงๆ มันก็พอมีวิธีอยู่หรอก แถม ไม่มีใครมาว่านายได้ด้วย”
พิมุกจ้องหน้าชูเกียรติอย่างสงสัย
“วิธีอะไรของนาย”
“ก็รู้มาว่านายต้องขึ้นชกกับมันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ชูเกียรติก้มลงหยิบกุญแจรถขึ้นเตรียมตัวจะออกไป เดินมาพูดเบาๆ ที่ข้างหูพิมุก “กีฬาน่ะนะ ถ้ามีการตายหรือพิการเกิดขึ้น เค้าไม่ถือว่าผิดหรอก”
ชูเกียรติตบไหล่พิมุก 2-3 ที ก่อนจะเดินออกไป

พิมุกยิ้มร้ายออกมาอย่างเยือกเย็น เข้าใจในแผนของชูเกียรติ

ชาวบ้านมุงดูทีวีซึ่งเป็นรายการข่าวบันเทิง พร้อมกับสุมหัววิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ภาพในทีวีนักข่าวกำลังพูดคุยข่าวบันเทิงถึงเรื่องคลิปของเดือน

“เป็นที่ยอมรับมาแล้วนะคะ จากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ จากกรณีที่มีผู้โพสต์คลิป ที่มีชื่อคลิปว่า หลุดสยิวฯ นั้น เป็นนักร้องสาวหน้าใหม่จากค่ายเพลงของตัวเองจริงๆ ส่วนเรื่องว่าหลุดมาได้ยังไง ใครเป็นคนโพสต์ เราลองไปฟังจากการสัมภาษณ์คุณชูเกียรติ ซึ่งเป็นทั้งโมเดลลิ่งและผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาวคนนี้กันค่ะ”
ศิริพรก็กำลังดูข่าวนี้ เห็นชูเกียรติยืนให้สัมภาษณ์อยู่
“ใช่ครับ เธอเป็นนักร้องใหม่ของค่ายเราเอง”
นักข่าวต่างฮือฮา ซุบซิบกัน
“อย่างนี้ก็เป็นการปล่อยเอง เพื่อโปรโมตน่ะสิคะ”
“ใจเย็นก่อนนะครับ สำหรับเรื่องปล่อยคลิปเพื่อโปรโมตเนี่ย ทางเราขอยืนยันว่าเราไม่มีนโยบายแบบนั้นน่ะครับ เราสร้างนักร้องฝีมือคุณภาพจริงๆ ถึงไม่โปรโมตก็ดังได้ครับ”
“งั้นเราขอสัมภาษณ์น้องคนนั้นหน่อยได้มั้ยคะ”
“ตอนนี้น้องเดือนไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ”
“ชื่อเดือนเหรอคะ”
ชูเกียรติยิ้มออกมา สีหน้าเหมือนมีอะไรแอบแฝง
“ครับ เธอชื่อ เดือน งามพร้อม”
“อย่างนี้เมื่อไหร่จะเปิดตัวนักร้องคนนี้ซะทีล่ะคะ”
“ก็คงเร็วๆ นี้แล้วล่ะครับ เพราะจากกระแสสังคมเรียกร้องกันมากเหลือเกิน เท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตไปทำงานต่อก่อน”
ศิริพรนั่งดูข่าวนี้อยู่ด้วยความไม่พอใจ
“รู้สึกจะผิดจุดประสงค์ไปหน่อยนะ เลยกลายเป็นว่าช่วยให้แกดังกว่าเดิมอีก คงต้องเอาให้หนักกว่าเดิมซะแล้วมั้งนังเดือน”

โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง กองเสื้อผ้าที่ถูกถอดกระจัดกระจายที่พื้น
“นะคะพี่เกียรติ แก้วขอร้อง” แก้วนอนซบไหล่ชูเกียรติ เปลือยท่อนบนทั้งคู่มีผ้าห่มปิดไว้ “ให้แก้วไปอยู่คอนโดพี่เกียรตินะคะ”
“ไม่ได้หรอกแก้ว เดี๋ยวใครรู้เข้ามันจะไม่ดี”
“กลัวคนอื่นรู้ หรือจะเก็บไว้ให้เดือนอยู่กันแน่คะพี่เกียรติ” ชูเกียรติอึ้งไปเถียงไม่ออก “พี่เคยสัญญาว่าจะดันให้แก้วเป็นนักร้อง ก็ยังไม่ทำซักที แล้วนี่แก้วขอไปอยู่ด้วยก็ยังไม่ได้อีก พี่เกียรติเห็นแก้วเป็นของเล่นเหรอคะ”
ชูเกียรติถอนหายใจ อย่างเหนื่อยหน่าย
“เอาอย่างนี้ละกันแก้ว เดี๋ยวพี่หาเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้ จะเอาหรือไม่เอา พี่ให้ได้แค่นี้ล่ะ”
แก้วไม่พอใจอย่างแรงแต่ก็คิดว่าดีกว่าไม่ได้
“ก็ได้ค่ะ แต่อะไรที่พี่เคยสัญญาไว้กับแก้วก็อย่าลืมเสียล่ะ”
“เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อนละ เดี๋ยวต้องไปธุระต่อ”
ชูเกียรติลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป แก้วลุกขึ้นอย่างกระฟัดกระเฟียด มองตามชูเกียรติที่เดินเข้าไปอย่างโมโห ก่อนจะสะบัดหน้ากลับมา แก้วมองไปที่โต๊ะเห็นกระเป๋าเงินชูเกียรติวางอยู่ แก้วชะเง้อมองไปทางห้องน้ำก่อนจะค่อยๆย่องลงจากเตียงเดินไปหยิบกระเป๋าของชูเกียรติมาเปิดดู ในกระเป๋าเงินชูเกียรติมีเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ และพวกบัตรและตั๋วต่างๆ
“มีแต่ตั๋วม้า กับลอตเตอรี่ อะไรกันเนี่ย”
แก้วหยิบนามบัตรออกมาใบหนึ่ง แก้วอ่านผ่านๆ แต่มาสะดุดตรงที่เขียนว่า “นักข่าว” แก้วหันไปมองทางห้องน้ำอีกทีหนึ่งก่อนจะแอบเอานามบัตรนั้นออกมา ปิดกระเป๋าแล้ววางไว้ที่เดิม ค่อยๆ ย่องกลับไปที่เตียง

ตอนเย็นที่วัด เดือน ป้อมขำ ช่วยกันจัดดอกไม้และข้าวของ
“ตกลงไม่เปลี่ยนใจนะเดือน จะเก็บป้าแกไว้ก่อนแน่นะ”
“จ้ะ พี่ป้อม”
“อืม งั้นก็คืนนี้คืนสุดท้ายแล้วนะ”
เดือนยิ้มพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองรูปแม่อีกครั้งหนึ่ง
“รวิไปไหนเนี่ย วันนี้”
“เดี๋ยวคงมาน่ะ เห็นว่าจะแวะไปที่วงแป๊บนึงน่ะ”
“นี่พูดถึงที่วงคุณเทพน่ะ นังงิ้วผีมันก็เลยได้ไปเป็นนักร้องสมใจมันเลยนะนั่น”
“โอ๊ย เค้าคงไม่อยากเป็นนักร้องเท่าไหร่หรอกพี่ป้อม เค้าอยากให้นักดนตรีช่วยทำให้ร้องมากกว่า”
ป้อมเขกกะโหลกขำไปทีนึง
“นี่แน่ะ ในวัดยังจะมาพูดจาทะลึ่งๆ อีก”
“ชั้นลืมตัวน่ะจ้ะ แหะๆ” ขำยกมือขึ้นไว้รอบๆ “ว่าแต่ไม่เห็นหน้านางเลยนะ ทีเวลานั่นทำเป็นไปเยี่ยมป้าช้อย หวังดีอย่างโน้นอย่างนี้”
เดือนวางมือจากของที่ทำอยู่ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“เค้าคงไม่กล้ามาหรอกจ้ะ”

ป้อมกับขำมองเดือนอย่างสงสัย แต่เดือนไม่พูดอะไรลงมือทำงานต่อ

อ่านต่อหน้า 4

หางเครื่อง ตอนที่ 8 (ต่อ)

เดือน ป้อม ขำ และรวินั่งพนมมือพูดคุยกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง

“โยมดำเนินการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นพร้อมเมื่อไหร่ก็มาติดต่อทำฌาปนกิจซะนะ”
ทั้ง 4 คนก้มลงกราบพระพร้อมกัน ก่อนที่พระรูปนั้นจะเดินไป
“เป็นอันว่าเรียบร้อยนะ”
เดือนพยักหน้ายิ้มรับ หันมาหาป้อมกับขำ
“ขอบคุณพี่ป้อมกับขำมากนะจ๊ะ เกรงใจจริงๆ เลย”
“จะมาเกรงใจกันทำไมล่ะเดือน ไม่ใช่คนอื่นคนไกล”
“ใช่ๆ เนี่ยนั่งติดกันซะขนาดนี้เลยเห็นมั้ย”
ป้อมยันขำหงายหลังลงไป เดือนหัวเราะกับทั้งคู่ก่อนจะหันมาหารวิ
“ขอบคุณพี่มากนะจ๊ะ”
“พี่รวิจ้ะ ไม่ใช่พี่มาก ผิดเรื่องแล้วจ้ะ” เดือนตีแขนรวิ
“พี่รวิ ติดเชื้อขำมาเหรอไง”
“ฮ่าๆๆ เห็นเดือนยิ้มได้ หัวเราะได้พี่ก็ดีใจ ป้าช้อยเองแกก็คงดีใจด้วย”
เดือนหันไปมองรูปแม่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เอามือลูบเบาๆ ที่รูปของช้อย
“แม่จ๋า สิ่งไหนที่แม่เคยสอนเดือนไว้ เดือนสัญญา เดือนจะทำตามคำสอนของแม่จ้ะ”

เช้าของวันใหม่ รวิใส่ชุดวอร์มวิ่งออกกำลังกายอยู่ รวิวิ่งไปทำท่าชกมวยไปด้วยแล้วเปลี่ยนมาเป็นวิ่งอยู่กับที่ซ้อมท่าชก ตีเข่า ตีศอก
“ไอ้พิมุก ตีเข่าๆ แยปซ้าย แยปขวา ตี ตี หมัดบัวขาวพิฆาต”
รวิทำท่าเพลินไปหน่อย ไม่ได้สังเกตว่าคนเดินผ่านไปผ่านมาเริ่มมอง เด็กๆ ชี้ชวนกันให้ดูพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
“ลุงๆ ทำไรอ่ะ” รวิสะดุ้งรู้ตัวหันมามอง ยิ้มเขินๆ “ลุงทำไรอ่ะ ตลกจัง”
“ชิชะ ไอ้หนู ซ้อมมวยน่ะซ้อมมวย เห็นป่าว แล้วใครใช้ให้เรียกลุง เรียกพี่สิ เรียกพี่ หรือจะไฟท์”
เด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหาก่อนจะยักคิ้วยียวนให้ รวิยักคิ้วตอบ เด็กเลยถือโอกาสชกเข้าที่เป้าของรวิ แล้วพากันวิ่งหนีอย่างสนุกสนาน รวิกุมเป้าลงไปนั่งหน้าเขียว
“อุ! ไอ้ ไอ้เด็กเปรต”
รวิค่อยๆ ยืนขึ้นกระโดดให้หายจุก ทำท่าจะออกวิ่งต่อ พิมุกวิ่งสวนมาพอเห็นว่าเป็นรวิเลยวิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะทำท่าเชือดคอแล้ววิ่งต่อไป รวิมองตามแล้วส่ายหน้า
“สงสัยมันจะบ้าจริง”

เดือนเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านอยู่ เสียงโทรศัพท์ดัง เดือนหยิบขึ้นมาดูก่อนจะกดรับสาย
“ค่ะพี่เกียรติ วันนี้เหรอคะ เที่ยงๆ ค่ะได้ค่ะ เดี๋ยวเจอกันค่ะ”
เดือนกดวางโทรศัพท์ จัดแจงเก็บอุปกรณ์ ข้าวของก่อนจะเดินเข้าห้องไป

เดือนนั่งทานข้าวอยู่กับชูเกียรติ เดือนเขี่ยอาหารในจานไปมา หน้าตายังคงดูเศร้าๆ
“ทำหน้าแบบนี้คิดถึงแม่ล่ะสิ เอาน่าอย่าคิดมาก ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องมาคอยนั่งห่วง” เดือนชะงักกับคำพูดนิดนึง มองหน้าชูเกียรติ ชูเกียรติเหมือนจะรู้ตัวรีบพูดกลบเกลื่อน “อ๋อ พี่หมายถึงว่า คุณแม่เค้าคงหมดห่วงเดือนแล้ว”
เดือนฝืนยิ้มออกมาหน่อย ก่อนจะรวบช้อนนั่งเฉยๆ “อาทิตย์หน้าเราจะเปิดแถลงข่าวนะเดือน”
“แถลงข่าว แถลงเรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องนั้นไง คลิป” เดือนพยักหน้าพูดไม่ออก “เออ แล้วตกลงเรื่องที่อยู่น่ะ เดือนไปอยู่คอนโดพี่เถอะนะ”
เดือนจ้องหน้าชูเกียรติ สีหน้าซีเรียส
“ขอโทษนะคะพี่เกียรติ แต่เดือนคิดว่ามันคงไม่เหมาะ”
ชูเกียรติรวบช้อน เงยหน้าจ้องเดือน ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเดือน
“เดือน พี่ว่าเดือนเองก็น่าจะรู้นะ ว่าพี่รู้สึกยังไงกับเดือน”
เดือนดึงมือกลับ ทำหน้าตาบอกไม่ถูก
“พี่เกียรติคะ เดือนไม่ได้...”
“อืม โอเค แล้วถ้าพี่จะขอให้เดือนเปิดโอกาสให้พี่ แลกกับความปลอดภัยของคนสำคัญของเดือนล่ะ”
เดือนชะงักไปครู่หนึ่งจ้องหน้าชูเกียรติ
“พี่เกียรติหมายความว่าไงคะ”
“เดือนรู้ใช่มั้ยว่าพิมุกจะจัดงานชกมวย”
“ก็พอจะรู้มาบ้าง”
“แล้วรู้มั้ยว่างานนี้ พิมุกขึ้นชกเอง” เดือนส่ายหน้า “เดือนก็น่าจะรู้นิสัยพิมุกดีนี่ ใช้ทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองชนะ พี่ว่านะ งานนี้สงสัยพิมุกคงจัดเต็ม คู่ชกไม่ตายก็คงพิการล่ะ” ชูเกียรติแอบมองดูสีหน้าเดือนที่ยังงงอยู่ “แล้วรู้มั้ย คู่ชกคราวนี้คือใคร”

ชูเกียรติยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้ามาที่เดือน “รวิ!”

เดือนนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ในมือถือใบปลิวงานแข่งชกมวยของพิมุก สีหน้าครุ่นคิดเหม่อลอย นึกถึงเหตุการณ์ตอนกลางวันที่นั่งกินข้าวกับชูเกียรติ

“พี่ก็ไม่รู้หรอกนะ พิมุกมันจะใช้วิธีไหน แต่ที่แน่ๆ มันคงจัดเต็ม ยิ่งเป็นนายรวิอะไรนั่นด้วยแล้ว หึหึ ไม่รอด”
“อะไรกัน เล่นสกปรกนี่”
“พิมุกมันสนซะที่ไหนล่ะ แล้วที่สำคัญ ถ้าเกิดนายรวิเค้าเป็นอะไรไปก็คงไม่มีใครทำอะไรได้หรอกนะ เพราะมันเป็นการชกมวยที่เค้าสมัครใจเอง”
“เดือนไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้แน่ เดือนจะไปห้ามพี่รวิเอง”
“เดือน เรื่องแบบนี้ลูกผู้ชายเค้าไม่ยอมกันหรอกนะ”
“แต่...”
“เชื่อพี่สิ ทำตามที่พี่บอกเหอะให้โอกาสพี่บ้าง” ชูเกียรติทำหน้าเจ้าเล่ห์ “แล้วพี่จะคุยกับพิมุกมันเอง”
ปัจจุบัน เดือนมีสีหน้ากังวล ฟุ้งซ่าน
“จะทำยังไงดีเนี่ย พี่รวินะ พี่รวิ ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเลย แล้วนี่ถ้าพี่เป็นอะไร...”
เดือนส่ายหน้า นึกถึงคำพูดรวิ
รวิหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยี้หัวเดือน
“พี่ไม่มีวันทิ้งเดือนไปไหนหรอก ถ้าพี่จะไปจากเดือนมีอยู่ 2 สาเหตุเท่านั้นล่ะ” เดือนขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย “เดือนทิ้งพี่ กับพี่ตาย...”
เดือนส่ายหัวไล่ความคิดออกไป แล้วยืนขึ้น
“ชั้นจะไม่มีวันยอมให้พี่เป็นอะไรอย่างเด็ดขาด”

เช้าวันใหม่ ผู้คนเดินถือตะกร้าไปจ่ายตลาด มีมอเตอร์ไซค์สวนไปมาบ้าง รวิวิ่งออกกำลังกายอยู่เหงื่อท่วมกาย เดือนขี่มอเตอร์ไซค์ของรวิตามช้าๆ
“หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง เดือนขี่นำไปเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่วิ่งตามทัน แฮ่กๆ”
“เหรอ เปลี่ยนจากขี่นำเป็นขี่ชนได้มั้ย”
“แหม จะใจร้ายทำพี่ได้ลงคอเหรอจ๊ะ” เดือนแกล้งขี่ไปชนก้นรวิเบาๆ “โอ๊ย นี่ชนพี่จริงๆ เหรอเนี่ย โหดร้ายทำกับเค้าแบบนี้ได้ไงตะเอง”
“เดี๋ยวจะชนให้กระเด็นเลยด้วย”
รวิหัวเราะเบาๆ หยุดวิ่งหันมาจับที่หน้ามอเตอร์ไซค์ จ้องหน้าเดือน
“อารมณ์เสียเรื่องอะไรหาเรา”
เดือนถอนหายใจ จ้องหน้ารวิอย่างโกรธๆ
“ก็แล้วพี่นึกยังไงล่ะ ถึงไปขึ้นชกกับเค้า เป็นนักดนตรีดีๆ ไม่ชอบหรือไง”
“โธ่เอ๊ย นึกว่าเรื่องอะไร ก็มันมาท้าพี่ก่อนนี่”
“พี่ก็ไม่ต้องไปสนใจสิ ก็รู้อยู่ว่าพี่พิมุกเป็นคนยังไง”
“ไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย”
“เป็นกะเทยซักวันคงไม่เป็นไรมั้ง” รวิหลุดหัวเราะออกมาส่ายหน้าเบาๆ “นะ พี่รวิ ยกเลิกเถอะนะ พี่พิมุกเค้าต้องเล่นตุกติกแน่เลย อย่าเสี่ยงเลยนะ”
รวิจ้องหน้าเดือน
“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ไม่แพ้แน่ๆ”
“นี่ตกลงจะไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” รวิพยักหน้าแรงๆ ชัดเจน “งั้นก็ช่วยไม่ได้”
“หมายความว่าไงเหรอเดือน อ้าว เดือน รอพี่ก่อน เดือน”
เดือนขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างเร็ว รวิวิ่งตามพยายามตะโกนเรียกเดือนไปด้วย
“จริงเหรอจ๊ะ”
ชูเกียรติลุกพรวดขึ้น มือถือโทรศัพท์ สีหน้าดีใจ พิมุกที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองอย่างสงสัย ชูเกียรติเลยรีบเดินเลี่ยงออกมาไกลๆ จากที่นั่ง เอามือป้องปากคุยโทรศัพท์ พิมุกมองตามอย่างสงสัย
“ตกลงเดือนยอมไปอยู่กับพี่จริงๆ เหรอจ๊ะ ไม่ต้องกลัวจ้ะ ที่นั่นพี่ซื้อไว้สำหรับให้เด็กในสังกัดพี่พักอยู่แล้ว แหม พี่ไม่ทำแบบนั้นหรอกจ้ะ พี่ก็อยู่อีกที่หนึ่งใกล้ๆ กันล่ะจ้ะ ไปๆ มาๆ คอยดูแลเดือนไง ไม่ๆๆ แค่เดือนยอมให้โอกาสพี่ พี่ก็ดีใจแล้ว จ้ะ แค่นี้นะจ๊ะ” ชูเกียรติกดวางสาย สีหน้าดีใจเดินกลับมา เห็นพิมุกยังคงจ้องอยู่อย่างสงสัยเลยแกล้งพูด
“พอดีที่บริษัทเค้าโทรมาน่ะ ให้ช่วยดูแลนักร้องใหม่หน่อย เพราะท่าทางจะรุ่ง”
“นักร้องคนไหน ใช่เดือนหรือเปล่า”
“ใช่ เอ๊ย ไม่ใช่ คนนี้พึ่งมาเมื่อวาน”
“หึ ก็คงเสร็จนายอีกตามเคยล่ะสิ จะกับใครยังไงก็เรื่องของนายนะ แต่อย่ามายุ่งกับ...”
“เฮ้ย คิดมากอีกแล้ว บอกแล้วไง ว่าไม่ๆ เดี๋ยวชั้นไปธุระก่อนดีกว่า”

ชูเกียรติรีบเดินเลี่ยงออกไป แอบทำหน้าทำตาไม่พอใจใส่พิมุก

แก้วเดินกรีดกรายเลือกซื้อของอยู่ในตลาด เสียงโทรศัพท์แก้วดัง

“ฮัลโหล ใครอ่ะ โทรมาแต่เช้าไม่รู้จักเกรงใจเลย อุ๊ย! พี่นักข่าวเหรอคะ อ๋อค่ะๆ ใช่ค่ะหนูเองค่ะที่โทรหาพี่”
แก้วรีบเดินไปคุยไปอย่างดีใจ จนเดินผ่านผู้หญิงคนหนึ่งที่หันหลังเลือกของอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหันมาเป็นนภากาศที่ได้ยินแก้วคุยโทรศัพท์ เลยหันมามองตาม นภากาศทำหน้าสงสัยก่อนจะตัดสินใจเดินตาม ไม่ให้แก้วรู้ตัว
“เดี๋ยวซักครู่นะคะพี่ ตรงนี้มันเสียงดังน่ะค่ะ ค่ะ มีแต่พวกแม่ค้าบ้านนอกๆ น่ะค่ะ โอเคค่ะตรงนี้ค่อยเงียบหน่อยคืออย่างนี้นะคะ” แก้วเดินมาถึงตรงหน้าร้านกับข้าวที่ไม่ค่อยมีคน นภากาศเดินตามมาแต่แกล้งหันหลังทำเป็นดูของนู่นนี่ “ใช่ค่ะ คนเดียวกับที่เป็นข่าวนั่นล่ะค่ะ ตอนนี้นะคะแม่ของนัง เอ๊ย แม่ของเดือนเค้าน่ะค่ะ ตายแล้ว เพราะว่าอะไรน่ะเหรอคะ หุหุ ไม่อยากจะพูดเลย น่าสงสาร แกตายเพราะ”
นภากาศคอยเงี่ยหูฟังตลอด พอเห็นแก้วทำท่าจะใส่ไฟ นภากาศทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตัดสินหันกลับมาแกล้งชนแก้วจนโทรศัพท์ตกลงไปในหม้อแกง
“ว๊าย โทรศัพท์ชั้น นี่มันไอโฟน 2 ซิมเชียวนะยะ แก” แก้วหันมาจะโวยวาย แต่เห็นเป็นนภากาศเลยอ้าปากค้าง
“อีพี่นภา นี่แกอีกแล้วเหรอ”
“อะไรของแก นังแก้ว ที่อื่นไม่มีเหรอไงมายืนคุยโทรศัพท์เกะกะอยู่ได้”
“นี่แกจงใจแกล้งชั้นใช่มั้ยเนี่ย หนอย”
“วันนี้ชั้นไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับแก เชิญเห่าไปตามสบาย ไปดีกว่า”
นภากาศเดินหนี แก้วทำท่าจะเดินตามแต่ถูกแม่ค้าข้าวแกงดึงเอาไว้
“เดี๋ยว จะไปไหน แกจ่ายมาก่อนเลยนะ แกงทั้งหม้อใครเค้าจะไปกินลง”
“เรื่องอะไรชั้นต้องจ่าย โทรศัพท์ชั้นก็พัง แกสิต้องจ่าย”
“หนอย คิดจะเบี้ยวใช่มั้ย ได้” แม่คว้าหันไปคว้ากระบวยตักแกงเดินออกมาหน้าร้าน ทำท่าขู่แก้ว “จะจ่ายหรือไม่จ่าย หา”
“จะ จ่าย จ้ะ จ่าย”
แก้วหันไปมองนภากาศที่เดินหนีไปอย่างเจ็บใจ ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆ กับแม่ค้า

แก้วกระแทกหมอแกงลงที่แผงของกิม
“อะไรของแกวะนังแก้ว จะเอาไปเลี้ยงใครวะแกงตั้งหม้อ”
“ใครอยากกินก็กินไปเหอะ”
แก้วเอาทัพพีคนหาโทรศัพท์ในหม้อ ก่อนจะตักขึ้นมาใช้มือหยิบออกมาดูอย่างโมโห
“เจ็บใจนัก ไอโฟน 2 ซิมของชั้น”
“เฮ้ย แกงอะไรวะนังแก้ว ใส่โทรศัพท์ด้วย สูตรใหม่เหรอวะ ฮ่าๆๆ”
แม่ค้าที่อยู่แถวนั้นต่างพากันหัวเราะ กิมกับแก้วหันไปมองค้อน
“แม่จะกินหรือจะเอาไปให้ใครก็ตามใจนะ”
“อุวะ แล้วใครมันจะไปกินลง เห็นตำตาอย่างเนี้ย”
“กินๆ ไปเหอะไม่ตายหรอก แถวนี้จะได้มี 3 G ไง ชั้นไปล่ะ”
แก้วสะบัดจะเดินไปแต่นึกอะไรขึ้นได้เลยหันกลับมาเดินไปหยิบเงินที่อยู่ในกระจาด
“เฮ้ย นั่นมันเงินข้านะนังแก้ว เอ็งจะเอาไปไหน”
“ค่าแกงไงแม่ คิดซะว่าชั้นขายต่อ”
“อ้าว อีนี่ เล่นอย่างนี้เลยเหรอ อีลูกเวร”
แก้วเดินสะบัดออกไปปล่อยให้กิมยืนเท้าสะเอวด่าตาม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของแม่ค้าแถวนั้น

ป้อมนั่งตำส้มตำอยู่ที่แคร่หน้าบ้านเดือน มือหนึ่งตำอีกมือก็จกกินไปด้วย
“อร่อยยัง พี่ป้อม”
“ไม่แน่ใจว่ะ ต้องชิมอีกหน่อย”
“เอาให้หมดครกเลยก็ได้พี่ ชั้นกับเดือนไม่ว่าอะไรหรอก แค่รอกินอยู่นานมากแล้ว”
“แหม ไอ้นี่ ประชดประชัน เออๆ อร่อยและ”
เดือนถือจานและข้าวของเดินมาให้ป้อม ขำรีบเข้าไปช่วย
“มาๆ เดือน มากินพร้อมหน้าพร้อมตากัน เดี๋ยวไปอยู่โน่นและไม่ได้เจอกันอีกตั้งนาน”
เดือนวางช้อน ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เฮ้อ แต่จะว่าไปถ้าไปจริงๆ ชั้นคงเหงาแย่เลย”
ป้อมกับขำมองหน้ากัน
“เอาน่ะๆ ว่าแต่หาที่พักได้หรือยังล่ะ ได้ข่าวว่านังแก้วมันก็จะไปด้วยนี่ เห็นคุยสามบ้านแปดบ้าน จะไปพักคอนโดหรูๆ อะไรนั่นล่ะ แล้วเดือนล่ะ”
เดือนยิ้มแหยเอาช้อนเขี่ยส้มตำในจานไปมา ก่อนจะเงยมองหน้าทุกคน
“คือว่า...”

แล้วเดือนจึงเริ่มต้นเล่าเรื่อง ทุกคนลุ้นรอฟัง

อ่านต่อตอนที่ 9
กำลังโหลดความคิดเห็น...