xs
sm
md
lg

มาดามดัน ตอนที่ 12

เผยแพร่:

มาดามดัน ตอนที่ 12

พุชชี่พยายามมองหาเน็กซ์ ระหว่างนั้นติณณภพก็เดินเข้ามาจากในตึกตัวของสถานีรถไฟ

“เป็นไงคะพี่ติณ..เจอมั้ย”
ติณณภพพยักหน้ารับ “บังเอิญพี่เจอคนไทยที่นี่ เขาจำเน็กซ์ได้ แล้วก็เห็นเน็กซ์ขึ้นรถไฟออกจากปารีสไปได้สักพักใหญ่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหน”
พุชชี่คิดแล้วนึกได้ “เน็กซ์บอกน้องว่าเขาจะไปที่เมือง Deauville น้องปล่อยให้เขาไปคนเดียวไม่ได้นะคะพี่ติณ”
ติณณภพพยักหน้ารับ “งั้นเราจะตามเขาไป เดี๋ยวพี่จะไปจัดการเรื่องตั๋ว แล้วค่อยกลับไปเก็บเสื้อผ้าของน้องที่โรงแรม”
“ขอบคุณค่ะพี่ติณ”
ติณณภพเดินกลับเข้าไปในสถานี ระหว่างนั้นหนูดอกเข้ามาพอดีเดินเร็วๆมาจากอพาตเมนท์
“มาดาม..มาดามคะ ตกลงเน็กซ์หายไปจริงๆเหรอคะ” หนูดอกถาม พุชชี่พยักหน้า “ตอนมาดามโทรมาบอกหนูตกใจแทบแย่ ไม่นึกว่ามันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งขนาดนี้”
“ชั้นรู้ว่าเน็กซ์จะไปที่ไหน พี่ติณจะพาชั้นไปหาเขา”
“ไปกับกัปตันน่ะเหรอคะ..แค่เจอหน้ากัปตันอยู่กับมาดามเน็กซ์ยังแผลงฤทธิ์ขนาดนี้ ถ้าพากันไปด้วยกันอีก..หนูว่า….”
“เขาต้องยอมรับความจริงนะหนูดอก”
“มาดามให้เน็กซ์ยอมรับความจริงก็แสดงว่ามาดามเลือกแล้ว”
พุชชี่นิ่งไปแล้วเปลี่ยนเรื่อง “เธออยู่ที่นี่คอยจัดการกับเจ๊เมี่ยงให้ชั้นด้วยแล้วกัน”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงแล้วค่ะ..เจ๊เมี่ยงพาแพตตี้กลับเมืองไทยไปแล้ว”
พุชชี่แปลกใจ “เกิดอะไรขึ้น”
“หนูก็ไม่รู้ค่ะ..แต่เอาเป็นว่ามาดามสบายใจเรื่องเจ๊เมี่ยงไปได้แล้วหนึ่งเปลาะ ที่เหลือก็แค่เรื่องของมาดาม ส่วนหนูก็จะกลับไปดูงานที่เมืองไทยให้เอง”
พุชชี่พยักหน้ารับแล้วดึงหนูดอกมากอด “ขอบใจมากนะหนูดอก”
พุชชี่กอดหนูดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนักใจ

สวนหน้าโรงแรม Normandy Barriere มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและใหญ่โต เน็กซ์เดินมาหยุดมองที่ตัวโรงแรมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองสภาพแวดล้อมรอบๆ เมือง เน็กซ์ทำสีหน้าจริงจังก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือจะดัง เขานิ่งไปแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดูเบอร์ด้วยสีหน้านิ่งครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย
“สวัสดีครับพี่อาร์ท ..มาดามเขาใช้ให้พี่โทรหาผมใช่มั้ยครับ”

อาร์ทที่ยังเข้าเฝือกนอนอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้นคุยโทรศัพท์กับเน็กซ์
“เปล่า..พี่โทรคุยกับหนูดอกก็เลยรู้เรื่องที่เน็กซ์พูดกับพุชชี่”
“ขอโทษนะพี่ ถ้าพี่ต้องเสียค่าโทรทางไกลมาเพื่อจะเตือนสติว่าผมมันเด็กเกินไปล่ะก็ เสียดายเงินแล้วก็เสียเวลานอนพักผ่อนด้วยครับ”
“เดี๋ยวสิเน็กซ์..พี่ไม่ได้โทรมาเตือนสติอะไรแก สำหรับพี่ความรักมันไม่เกี่ยวกับอายุ พี่เลยเข้าใจแกไงไอ้น้องชาย”
เน็กซ์ชะงัก “เข้าใจผม ?”
“ใช่..พี่คิดอยู่แล้วว่าสักวันเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น เพราะพี่เองก็เคยหลงรักผู้หญิงคนนั้น คนที่ซ่อนอยู่ในตัวพุชชี่เหมือนกัน”
เน็กซ์ชะงัก “พี่อาร์ท ?”
“เราทุกคนรู้ดีว่าพุชชี่คือหน้ากากของมาดามดัน ที่คอยต่อสู้เพื่อพวกเรา ดูแลพวกเรา แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆแสนดีที่อยู่ในตัวเธอคนนั้น...กลับไม่มีใครคอยดูแล”

พุชชี่พยายามกดมือถือโทรติดต่อหาเน็กซ์แต่สายไม่ว่าง ติณณภพเดินมาหาพุชชี่ที่ยืนมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วก็เป็นห่วง พุชชี่พยายามโทรอีก
ติณณภพพูดขึ้น “พี่ว่าน้องเลิกโทรหาเน็กซ์ได้แล้วล่ะ”
“เขาดื้อมากค่ะ ไม่พอใจอะไรขึ้นมาก็ชอบพยศใส่”
พุชชี่จะกดโทรศัพท์แล้วโทรออกแต่ติณณภพยื่นมือไปจับไว้เพื่อบอกว่าไม่ต้องโทรแล้ว
“ตั้งแต่ออกมาจากปารีส น้องโทรไปไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว ไม่เห็นเขาจะรับสายเลย”
พุชชี่นิ่งมองโทรศัพท์
“เชื่อพี่เถอะ พี่เคยมา Deauville หลายครั้งแล้ว ที่นี่มีโรงแรมอยู่แค่ไม่กี่แห่ง ถ้ามีคนไทย มาเช็คอินยังไงก็ต้องได้เรื่อง”
“แล้วโรงแรมที่พี่เข้าไปดูมาเมื่อกี้นี้ล่ะคะ”
ติณณภพส่ายหน้า “ไม่มี”
“งั้นเราแยกกันหาจะได้ไม่เสียเวลา น้องจะไปดูทางนี้แล้ว อีกชั่วโมงเราค่อยกลับมาเจอกัน”

พุชชี่บอกติณณภพแล้วรีบเดินแยกออกไปคนละทางกับที่ติณณภพเดินมา ท่าทางสีหน้าและแววตาของพุชชี่แสดงออกว่าเป็นห่วงเน็กซ์มากจนทำให้ติณณภพมองตามอย่างครุ่นคิด
เน็กซ์ยังคุยโทรศัพท์กับอาร์ท
 
“ใช่ครับพี่อาร์ท ผมหลงรักเธอ อยากอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา” เน็กซ์สงสัย “แล้วทำไมพี่ถึง...”
“เลิกตามตื้อพุชชี่น่ะเหรอ.. หึๆๆ พี่เป็นฝ่ายแพ้เอง หลังจากพยายามถึงที่สุดแล้วพบว่า ยังไงพี่ก็ไม่ใช่สำหรับเธอ”
เน็กซ์ตัดพ้อ “เพราะคนที่ใช่คือกัปตันคนนั้นคนเดียว”
อาร์ทยิ้ม “ไม่ใช่หรอกไอ้น้องรัก..พี่อยู่ใกล้พุชชี่มานาน พี่รู้ว่ายังไม่มีใครที่ใช่เลยต่างหาก”
เน็กซ์แปลกใจ “แต่ตอนนี้เขาอยู่ด้วยกันที่นี่นะครับพี่”
“แล้วไงไอ้น้อง ถ้าพุชชี่จะเลือกกัปตันจริงๆ ป่านนี้คงเป็นมาดามอยู่ในชาร์โต้หรูๆไปแล้ว ไม่เห็นต้องรอจนอายุขนาดนี้เลย... จำไว้นะ ในเมื่อกรรมการยังไม่เป่าหมดเวลา มันก็ยังหาคนแพ้คนชนะไม่เจอ”
เน็กซ์นิ่งไปครู่นึงแล้วมีสีหน้าที่เริ่มมีความหวังขึ้นมา
“ขอบคุณมากครับ...ท่านเซอร์อเล็กซ์”
“ได้เลยไอ้เด็กผี..เชื่อเฟอร์กี้แล้วได้ชูถ้วยแชมป์แน่” อาร์ทกดวางสายแล้วยิ้มกับโทรศัพท์
เน็กซ์มีสีหน้ามีความหวังเพราะคิดฮึดสู้แย่งชิงพุชชี่กับติณณภพ

ติณณภพที่มารอมองเวลาตามที่นัดกับพุชชี่ไว้ ครู่หนึ่งพุชชี่ที่ถือมือถือมาด้วยก็เดินหน้าเศร้าเข้ามา
“ไม่เจอใช่มั้ยคะ”
ติณณภพพยักหน้า พุชชี่เศร้าเครียด ติณณภพปลอบ
“พี่ว่าเน็กซ์เขาโตมากพอที่จะดูแลตัวเองได้นะ”
“โตแต่ตัวน่ะสิคะ..แค่ไม่ได้อย่างใจนิดเดียว ก็ทำให้คนอื่นต้องเป็นห่วงแล้ว”
พุชชี่บ่นไปสีหน้าก็ยิ่งเพิ่มความเป็นห่วงเป็นใยจนติณณภพสังเกตเห็นชัดมากขึ้น
“เรื่องที่ทำให้เขาไม่ได้อย่างใจมันคืออะไร”
พุชชี่ชะงักไปเพราะรู้ว่าเน็กซ์โกรธเธอแต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกมา
“ในเมื่อเราก็แค่อยากช่วยเขา เขาก็ไม่น่าแสดงท่าทางว่าโกรธน้องโกรธพวกเรามาก ขนาดนี้” ติณณภพว่า
“เอ่อ…เพราะอีโก้ของเด็กไงคะ พอน้องขอให้พี่มาช่วย เขาก็เลยรู้สึกเสียหน้า”
ติณณภพฟังอย่างครุ่นคิด ระหว่างนั้นโทรศัพท์ติณณภพดังจึงหยิบมารับสายคุยเป็นภาษาฝรั่งเศส
ติณณภพพูดเป็นภาษาฝรั่งเศส “ที่ City Hall เหรอ ? ขอบใจมากนะ”
ติณณภพวางสายแล้วหันมาที่พุชชี่
“พี่ขอให้เพื่อนที่ธุรกิจส่งอาหารสดตามโรงแรมช่วยเช็คดู เลยได้เรื่องแล้วว่าเน็กซ์เช็คอินอยู่โรงแรมไหน”
“งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ”
“ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่โรงแรม พนักงานที่นั่นบอกว่าเน็กซ์จะไปที่ City Hall ของเมือง”
พุชชี่ดีใจขึ้นมาทันที

เน็กซ์เดินออกมาจากตึก City Hall ด้วยสีหน้าผิดหวังก่อนจะเดินไปนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ม้านั่งสีขาวหน้า City Hall แล้วทอดสายตามองนักท่องเที่ยวรอบๆตัว
เสียงพุชชี่ดังขึ้น “เน็กซ์ !!”
เน็กซ์ชะงักแล้วหันไปตามเสียงก็เห็นพุชชี่เดินตรงดิ่งมาหา โดยที่ติณณภพเดินตามหลัง เน็กซ์ยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์นิดๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาพุชชี่แล้วยิ้มกวน
“ป้า..นี่เก่งจัง ตามเจอผมจนได้เลย กำลังคิดถึงอยู่พอดี ขอกอดทีนะ”
เน็กซ์แสดงอาการกวนโดยการดึงพุชชี่มากอดหน้าตาเฉยแบบจงใจทำให้ติณณภพเห็นจะๆ ทำเอาติณณภพอึ้ง พุชชี่ไม่ทันตั้งตัวเลยตกใจจนเหวอขณะอยู่ในอ้อมกอดของเน็กซ์ พอตั้งสติได้เธอก็รีบผลักเน็กซ์แรงๆ
“ปล่อย ทำบ้าอะไรของเธออีกเนี่ย รู้มั้ยว่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง”
“ผมขอโทษ”
“แค่ขอโทษ..แล้วทำกับชั้นแบบเมื่อกี้นี้น่ะเหรอ เธอนี่....ไม่รู้จะหาคำไหนมาสั่งมาสอนแล้ว”
“ก็ผมดีใจที่ได้เจอป้า เมื่อกี้ผมกำลังเสียใจ หดหู่ หมดหวังอยู่พอดี อุตส่าห์ตามเบาะแสพ่อมาถึงที่นี่แล้ว แต่ก็มาแห้วอีกจนได้”
เน็กซ์ตีหน้าเศร้าเล่นละครให้ดูน่าสงสารสุดฤทธิ์จนพุชชี่หลงเชื่อ
“นี่หมายความว่าพ่อเธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วเหรอ”
“ครับ..แถมยังไม่เหลือเบาะแสอื่นให้ตามอีก งานนี้ผมจนปัญญาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
พุชชี่เห็นเน็กซ์เศร้าก็เลยสงสารจึงเข้าไปลูบแขนปลอบใจ
“เห็นมั้ย..ชั้นบอกเธอแล้วไง ว่าเธอแก้ปัญหานี้คนเดียวไม่ได้ เธอต้องให้พี่ติณช่วย”
เน็กซ์มองติณณภพอยู่ครู่นึงก่อนจะพูด “ผมแค่ไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวของผมไปทำให้คนอื่นต้องเสียเวลา ผมเกรงใจครับ”
ติณณภพยิ้มให้เน็กซ์แล้วขยับเข้าไปใกล้พุชชี่ก่อนจะใช้มือโอบไหล่แล้วดึงเธอให้เข้ามาแนบชิดแบบจงใจให้เน็กซ์เห็น
“ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก..ปัญหาของพุชชี่ก็คือปัญหาของพี่อยู่แล้ว พี่ยินดีช่วยเต็มที่ จนกว่าน้องจะได้เจอพ่อ”
ติณณภพพูดไปก็บีบไหล่โอบกอดพุชชี่แล้วหันมายิ้มกับเธอ พุชชี่ชะงักมองติณณภพก่อนจะพูด
“เอ่อ...ค่ะถ้าเป็นพี่ติณช่วย น้องก็มั่นใจว่าเน็กซ์จะต้องได้เจอพ่อแน่นอน”
เน็กซ์มองสองคนที่ยิ้มให้กันต่อหน้าแล้วก็รู้สึกขัดใจแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์
ติณณภพพูดต่อ “ไปอยู่ที่ชาร์โต้พี่ด้วยกันก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตะลอนไปทั่ว”
เน็กซ์ยิ้มรับ “ได้ครับ” เน็กซ์ยื่นมือมาให้จับ “ขอบคุณมากนะครับ ระหว่างที่ผมอยู่ชาร์โต้ ผมฝากเรื่องตามหาพ่อด้วยนะครับ”
“เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”
เน็กซ์ยื่นมือออกไปขอเชคแฮนด์ ติณณภพมองเน็กซ์แล้วยื่นมือไปเชคแฮนด์ด้วย สองหนุ่มสองวัยออกแรงบีบมือฝ่ายตรงข้ามเหมือนต้องการแสดงออกให้รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของแต่ละคนคืออะไร พุชชี่มองทั้งสองคนแบบรู้สึกได้ถึงแรงหึงที่ทั้งคู่กำลังงัดออกมาข่มกัน
 
พุชชี่เริ่มใจคอไม่ดี
ณ ไร่องุ่นและเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม
 
มีปราสาทเก่าๆตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตามยอดเขา ซึ่งเป็นบรรยากาศชนบทฝรั่งเศสที่สวยงาม ประตูเหล็กบานใหญ่ CHATEAU DE POMMERY ถูกเปิดเข้าไป
ติณณภพขับรถผ่านประตูเข้ามาจอดที่หน้าชาร์โต้ที่ใหญ่โตและสวยคลาสสิค เขาลงจากรถเปิดประตูให้พุชชี่ตามหน้าที่สุภาพบุรุษ ในขณะที่เน็กซ์เมื่อลงจากรถก็ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสภาพความใหญ่โตอลังการมาก
ติณณภพตบบ่าเน็กซ์แล้วพูดเป็นภาษาฝรั่งเศส “CHATEAU DE POMMERY ยินดีต้อนรับ”
“ที่ผมเห็นทั้งหมดที่นี่..ของพี่เหรอ” เน็กซ์ถาม
“ถ้ารวมไร่องุ่นตลอดทางที่ผ่านมาด้วยก็ใช่ แต่ก็เป็นมรดกของพ่อเลี้ยงพี่ที่ยกให้บริหาร ดูแลต่อ”
“แล้วพ่อเลี้ยงพี่ล่ะคะพี่ติณ” พุชชี่ถาม
“ช่วงนี้ท่านงอนไม่อยากเจอหน้าพี่ ก็เลยหนีไปเที่ยวแอฟริกาคนเดียว”
“อ้าว...ทำไมล่ะคะ”
“ก็เรื่องที่พี่ปฏิเสธแต่งงานกับเลดี้ที่ท่านอยากให้มาเป็นมาดามของพี่ไง”
พุชชี่ชะงัก เน็กซ์หันมาฟังอย่างสนใจ ติณณภพจับบ่าพุชชี่บีบเบาๆแล้วยิ้มให้
“แต่น้องพัฒไม่ต้องห่วง พี่อธิบายให้พ่อเลี้ยงเข้าใจแล้วว่า พี่มีผู้หญิงที่พร้อมจะมาเป็น มาดามของพี่อยู่แล้ว..ใช่มั้ยจ๊ะมาดามพุชชี่”
พุชชี่ชะงักอึ้งมองติณณภพแล้วเหลือบไปมองเน็กซ์ที่ขบกรามแสดงอาการไม่พอใจ “เอ่อ.. พี่ติณ..พูดกับท่านไปแบบนั้นท่านถึงได้โกรธพี่ไง”
“ไม่หรอก..ถ้าท่านรู้ว่าว่าที่มาดามของพี่มาอยู่ที่นี่แล้วล่ะก็ ท่านคงรีบบินกลับมาดูหน้า ทันทีเลยล่ะ”
เน็กซ์กระแอมขัดคอขึ้น “ขอโทษนะครับพี่ นั่งรถมาตั้งหลายชั่วโมง ผมอยากเข้าห้องพักแล้ว ชาร์โต้ใหญ่โตขนาดนี้.. ปล่อยให้ผมเดินหาคนเดียว คงหลงทางแน่”
“โทษทีนะน้อง เรื่องที่พักของนายพี่เตรียมไว้ให้แล้ว อยู่ทางโน้น....”
ติณณภพผายมือไปทางด้านนอกที่ไม่ใช่ตึกใหญ่ตรงหน้า
เน็กซ์แปลกใจแล้วชี้ “ไม่ใช่ตึกนี้เหรอครับ”
“ไม่ใช่....ตึกนี้พี่จะพักกับพุชชี่ ส่วนของน้อง.. เชิญทางนี้”
ติณณภพยิ้มมุมปากแล้วเดินจูงมือพุชชี่ออกไป เน็กซ์มองตามสีหน้าสงสัยและไม่สบอารมณ์เพราะหึงก่อนจะเดินตามไป

ติณณภพจูงมือพุชชี่เพื่อพาเน็กซ์เข้ามาที่หน้าตึกชาร์โตแล้วแนะนำ
“ตึกนี้แหละ”
“จะให้เน็กซ์พักที่นี่จริงๆเหรอคะพี่ติณ”
“จ้ะ..พี่เห็นว่าเน็กซ์เป็นวัยรุ่นอยู่ น่าจะชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะที่ตึกใหญ่ มีออฟฟิตของพี่ เน็กซ์อาจจะไม่ชอบวุ่นวาย”
“ชอบมั้ยเน็กซ์…ชั้นว่าที่นี่เงียบแล้วก็สงบดีนะ”
“ผมอยู่ได้ครับ ในเมื่อป้ามั่นใจว่าพี่ติณจะช่วยตามหาพ่อให้ผมได้ ผมก็คงอยู่ที่นี่” เน็กซ์พูดเน้น “แค่ไม่นาน ใช่มั้ยครับพี่ติณ”
ติณณภพพยักหน้ารับ “พี่เริ่มให้พรรคพวกที่รู้จักกันตามหาเบาะแสของพ่อนายแล้ว ได้เรื่องยังไงจะคอยบอกนายตลอด…เอาล่ะ วันนี้เหนื่อยกันมากแล้ว พักผ่อนกันเถอะ”
“เอ่อ..พี่ติณคะ..เดี๋ยวน้องตามไปที่ตึกนะคะ น้องมีเรื่องต้องกำชับกับเน็กซ์”
ติณณภพนิ่งไปครู่ก่อนจะมองเน็กซ์ “ได้สิจ๊ะ..พี่จะไปเตรียมดินเนอร์ให้พวกเราแล้วกัน”
ติณณภพยิ้มให้พุชชี่แล้วเดินออกไป พุชชี่มองส่งติณณภพอยู่ครู่ก่อนจะสะดุ้งเมื่อหันมาเจอเน็กซ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แต่แล้วพูดกวน
เน็กซ์ทำเสียงเลียนแบบติณณภพ “น้องพัฒไม่ต้องห่วง พี่มีผู้หญิงที่พร้อมจะมาเป็นมาดาม ของพี่อยู่แล้ว..ใช่มั้ยจ๊ะมาดามพุชชี่”
พุชชี่จิกหน้ามองเน็กซ์อย่างเอาเรื่อง

เน็กซ์โดนพุชชี่ดึงติ่งหูลากเข้ามาที่บริเวณสวนเขียวขจีใกล้ๆกับตึกเล็ก
“มานี่เลยไอ้เด็กบ้า..มานี่ !” พุชชี่ปล่อยมือ
“อะไรกันป้า..ยั่วแค่นี้ทำฉุน ถ้าอายที่จะต้องมาเป็นมาดามในชาร์โต้หรูๆก็บอกเขาไปสิ ว่าขอเป็นแค่มาดามดันอยู่เมืองไทยอย่างเดียว”
“ชั้นไม่ได้อายย่ะ”
“งั้นป้าก็อยากมาเป็นมาดามอยู่ที่นี่จริงๆ”
“ชั้นจะเป็นมาดามที่นี่หรือที่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่จะเตือนเธอให้รู้ว่าอยู่ที่นี่ อย่าทำตัวมีปัญหาเด็ดขาด”
“ทำไมป้าต้องคิดว่าผมจะทำตัวมีปัญหาด้วย”
“เพราะชั้นรู้จักนิสัยเธอไง ที่เธอยอมตามมาอยู่กับชั้นกับพี่ติณที่นี่ ทั้งๆที่เธอเพิ่งบอกชั้น ว่า...” พุชชี่ชะงักไม่กล้าพูดต่อ
เน็กซ์พูดเอง “ผมรักป้าน่ะเหรอ”
พุชชี่ชะงัก
“ใช่..ผมยอมเสียหน้า ยอมให้คู่แข่งของผมช่วยตามหาพ่อ ยอมมาเป็นไอ้เด็กกะโปโล กวนประสาท ให้ป้าเปรียบเทียบกับหนุ่มใหญ่ที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย ผู้หญิงทุกคนเห็นแล้ว ต้องเลือกไปเป็นแฟน” เน็กซ์เน้น “แต่ผมไม่แคร์”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ !! ตั้งแต่ผมออกจากบึงโขงหลงมา อนาคตผมก็อยู่ในมือผู้หญิงคนนี้แล้ว....เพราะ ฉะนั้นผมจะสู้ สู้เพื่อผมจะได้มีฝันร่วมกับเธอ”

เน็กซ์ตอกย้ำความตั้งใจด้วยการดึงพุชชี่เข้ามากอดแน่น
พุชชี่ชะงักอึ้งเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเน็กซ์ก่อนจะรีบผลักเขาออก
 
“เชิญฝันไปคนเดียวเถอะย่ะ...ชั้นแก่กว่าเธอ ชั้นต่างกับเธอ”
“โลกนี้ไม่ได้มีผมคนแรกสักหน่อย ที่มาทุ่มหัวใจให้ผู้หญิงที่แก่กว่า เอาเป็นว่าป้าฟังเสียงหัวใจตัวเองก่อน แล้วค่อยมาให้คำตอบผม”
เน็กซ์ยืนยันหนักแน่นให้พุชชี่เก็บไปคิดแล้วเดินกลับไปที่ตึกเล็ก พุชชี่นิ่งอึ้งไปยืนหันหลังพิงต้นไม้แล้วถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ ในขณะที่ติณณภพที่เข้ามายืนแอบฟังซึ่งเรื่องก็ไม่ผิดไปจากที่เขาสงสัยเน็กซ์มาตลอด ยิ่งเมื่อเขาเห็นพุชชี่อยู่ในอาการหนักใจเขาก็รู้ตัวแล้วว่าเขาเองก็ต้องไม่ยอมแพ้เน็กซ์เหมือนกัน

วันใหม่ ติณณภพและพุชชี่ออกมาจากในตึกชาร์โต้ ติณณภพเปิดประตูให้พุชชี่ สองคนอยู่ในชุดที่เตรียมจะออกไปดูงานที่ไร่องุ่น ติณณภพกำลังพาพุชชี่ขึ้นรถที่มาจอดรอ
“วันนี้พี่ต้องดูงานที่ไร่เกือบทั้งวัน ถ้าน้องเบื่อ พี่จะให้คนงานขับรถพาน้องเที่ยว”
“ไม่เบื่อค่ะ...ให้น้องได้ทำงานช่วยพี่บ้างนะคะ”
ติณณภพยิ้ม “จ้ะๆ”
ระหว่างนั้นเน็กซ์ก็เข้ามาขัดจังหวะ
“รอผมด้วย...ผมขอไปช่วยงานในไร่ด้วยคนสิครับ”
พุชชี่กับติณณภพชะงักหันมามองเน็กซ์ที่อยู่ๆก็โผล่มา
“ชั้นว่าเธออยู่ที่นี่ก็ดีกว่า” พุชชี่ว่า
“แต่ผมมาอาศัยเขาอยู่ ผมก็อยากทำอะไรตอบแทนเจ้าของบ้านบ้าง” เน็กซ์บอก
“แต่...”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ..อยู่ที่นี่ก็คงไม่มีอะไรทำแค่นั่งๆนอนๆ ไปเปิดหูเปิดตาในไร่ก็ดี ขึ้นรถเลยครับ เดี๋ยวจะพาไปทัวร์ไร่องุ่นของพี่”
ติณณภพยิ้มกับพุชชี่แล้วเดินไปขึ้นรถ พุชชี่หันมาจิกหน้ามองเน็กซ์อย่างจับผิด แต่เน็กซ์ทำไม่สนใจรีบเดินขึ้นรถไปหน้าตาเฉย

ติณณภพพาพุชชี่กับเน็กซ์เดินมาตามทางเดินในไร่องุ่น คนงานกำลังกระจายตัวทำงานกันอยู่
“ช่วงนี้เป็นช่วงก่อนที่องุ่นจะติดผลก็เลยยังไม่มีผลให้เก็บไปเข้ากระบวนการทำไวน์”
“น่าเสียดายจัง ครั้งที่แล้วน้องก็ไม่ได้เห็นเขาย่ำองุ่นกัน”
“น้องก็อยู่ให้ถึงเวลานั้นสิจ้ะ เวลาย่ำองุ่นในถังกับคนงาน สนุกมากเลยนะ จะว่าไปก็อีก ไม่นานเอง”
เน็กซ์ขัดขึ้น “แล้วช่วงที่รอองุ่นออกผล ต้องทำอะไรกันเหรอครับ”
ติณณภพอธิบาย “ถือว่าเป็นช่วงสำคัญเลยล่ะ เพราะองุ่นก็เหมือนกับผู้หญิงที่เรารัก ในเมื่อเราดูแลประคบ ประหงม เฝ้าทะนุถนอมมาอย่างดีตั้งแต่เริ่มปลูก ก็ต้องป้องกันไม่ให้พวกแมลงมาทำให้ ต้นองุ่นเสียหาย มาแย่งของที่เรารักไป”
ติณณภพพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับเน็กซ์จนเน็กซ์จับได้ว่าเขาสื่อถึงอะไร พุชชี่เองก็รู้สึกเหมือนกัน
“งั้นพี่ช่วยบอกผมได้มั้ย ว่าพี่มีวิธีกำจัดแมลงพวกนั้นยังไง”
“ได้สิ..จะพาไปดู”
พุชชี่พูดหลอก “เอ่อ..พี่ติณคะ..เมื่อกี้น้องเห็นคนงานโบกมือเรียกพี่อยู่แว้บๆ สงสัยเขาจะมี ปัญหา”
ติณณภพหันไปมองพวกคนงานที่กำลังทำงานอยู่
“เดี๋ยวพี่มานะ..น้องพาเน็กซ์ดูแถวๆนี้ไปก่อน”
“ค่ะพี่ติณ”
ติณณภพเดินออกไป พุชชี่หันไปมองเน็กซ์เขม็งแล้วทำสายตาประมาณว่า “มานี่เลย” ก่อนจะดึงแขนเน็กซ์พาเดินออกไป

ที่ประตูทางเข้าห้องโถงบ้านเจ๊เมี่ยง เจ๊เมี่ยงหิ้วกระเป๋าเดินทางกลับเข้ามาพร้อมกับแพตตี้ ยุวดีรีบแถใส่
“เวลคัมมายโฮม ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะเจ๊เมี่ยง คุณแพตตี้ เป็นยังไงบ้างคะงานโก อินเตอร์ ยุวดีตื่นเต้นรอฟังข่าวดีจนกินไม่ได้นอนไม่หลับรอเลยนะคะเนี่ย”
แพตตี้หันมาเหวี่ยงใส่ทันที “ข่าวดงข่าวดีอะไร..ถ้ารู้ว่าต้องไปกินแห้วไกลถึงฝรั่งเศส ชั้นอยู่ เป็นนางเอกเบอร์หนึ่งอยู่ที่นี่ไปแล้ว”
“อ้าว..ทำไมล่ะคะคุณแพตตี้” ยุวดีถาม แพตตี้ไม่อยากพูดถึง “ทำไมเหรอคะเจ๊”
“ไม่ใช่เรื่องที่หล่อนต้องมาสาระแนอยากรู้ ไปตามลอร่ามา” เจ๊เมี่ยงว่า
“คุณลอร่าไม่อยู่หรอกค่ะ ไปดูแลเด็กๆเจ๊ทำงาน”
เจ๊เมี่ยงหันมาอย่างหัวเสีย “งั้นกระเป๋าเดินทางของแพตตี้เอาไว้ตรงนี้แหละ แล้วก็ขึ้นไปเก็บข้าวของที่เหลือทั้งหมดของแพตตี้ด้วย”
แพตตี้สงสัย “เจ๊จะให้หนูไปไหนอีกคะ”
“กลับบึงโขงหลง” เจ๊เมี่ยงตอบ
แพตตี้กับยุวดีพากันอึ้งไป แพตตี้จะอ้าปากถามย้ำ แต่เจ๊เมี่ยงดักทางไว้ก่อน
“ไม่ต้องถามอะไรเจ๊..หนูมีหน้าที่ทำตามที่เจ๊สั่ง..ไปสิยุวดี !!”
ยุวดีสะดุ้งเพราะเจ๊เมี่ยงสั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินออกจากห้องไป แพตตี้ที่ยังไม่หายงุนงงรีบเดินตาม

แพตตี้รีบตามเจ๊เมี่ยงเข้ามาในบ้าน
“เจ๊ !! นี่มันอะไรกัน เจ๊โกรธอะไรหนู อยู่ๆถึงมาไล่ให้หนูกลับบ้าน”
“เจ๊บอกแล้วไง..ไม่ต้องมาถามอะไร หนูมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเจ๊อย่างเดียว”
แพตตี้สวนทันที “ไม่ !! หนูเบื่อแล้วกับไอ้คำสั่งเผด็จการไร้เหตุผลของเจ๊ ตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสแล้ว แทนที่จะให้หนูอยู่สู้ต่อ สู้เพื่ออาชีพหนู สู้เพื่อให้ได้เน็กซ์คืนมา แต่เจ๊กลับลากหนูกลับ มาให้กลายเป็นนังขี้แพ้”
“นี่ !! ไม่มีใครว่าหนูว่าเป็นนังขี้แพ้นะ”
“มีแน่ !! ถ้าตอนนี้หนูกลับไปบึงโขงตามที่เจ๊สั่ง ทุกคนจะเรียกหนูว่านังขี้แพ้”
“ไม่ใช่..หนูไม่เข้าใจ..เจ๊ให้หนูกลับไปอยู่บ้าน เพราะเจ๊...” เจ๊เมี่ยงชะงัก
“เพราะอะไรคะเจ๊”
เจ๊เมี่ยงอึดอัด “ไว้วันหนึ่งเจ๊จะบอกหนูเอง แต่ตอนนี้หนูต้องกลับไปอยู่บึงโขงหลง ไปให้พ่อหนู ดูแลก่อน”
“แล้วงานทุกอย่างของหนูล่ะ ต้องทิ้งไปหมดด้วยเหรอ”
“ไม่นานหรอกน่า..เจ๊สัญญา ขอให้เจ๊เคลียร์เรื่องของเจ๊ให้เรียบร้อยก่อน”
“เรื่องเจ๊” แพตตี้ประชด “อะไรๆก็เรื่องของเจ๊ ชีวิตหนู ความฝันหนูมันก็เรื่องของเจ๊ แล้วเมื่อไหร่ มันจะเป็นของหนูเองซะที !!”

แพตตี้น้ำตาคลอแล้วรีบเดินออกไป เจ๊เมี่ยงอยากจะตามไปอธิบายแต่ก็น้ำท่วมปากจนพูดไม่ได้
 
อ่านต่อหน้า 2
มาดามดัน ตอนที่ 12 (ต่อ)

ยุวดีหิ้วกระเป๋าเดินทางของแพตตี้หลายใบมากองที่ห้องโถง เจ๊เมี่ยงเดินออกมาเห็น

“จะเอามากองให้เกะกะตรงนี้ทำไม..เอาไปไว้ที่ท้ายรถชั้นสิ” เจ๊เมี่ยงบอก
“รถเจ๊นะเหรอคะ..ยุวดีไม่เห็นจอดอยู่ที่โรงรถ ก็เลยเอามากองตรงนี้จะถามเจ๊ว่าเจ๊จะให้ คุณแพตตี้กลับบึงโขงหลงยังไง”
เจ๊เมี่ยงแปลกใจ “นังลอร่ามันแอบเอารถชั้นไปใช้เหรอ”
“เปล่าค่ะ” ยุวดีบอก
เจ๊เมี่ยงชักสงสัย “แล้วแพตตี้ล่ะ”
“ไม่ได้อยู่กับเจ๊เหรอคะ”
“ชั้นก็นึกว่าไปเก็บข้าวของกับหล่อน”
“ไม่ค่ะ..ยุวดีเก็บทั้งหมดนี่คนเดียว ไม่เห็นคุณแพตตี้เลย”
เจ๊เมี่ยงตกใจเพราะรู้ขึ้นมาทันที “แพตตี้ !!”

อาร์ทใช้ไม้เท้าช่วยเดินมานั่งที่ม้านั่งริมน้ำใต้สะพานโดยที่ขาของเขายังเข้าเฝือกอ่อนเอาไว้ ส่วนมือก็ถือโทรศัพท์ คุยกับหนูดอกไปด้วย
“ไม่ต้องห่วงหรอกหนูดอก หมอเขาอนุญาตให้ชั้นออกจากโรงพยาบาลแล้ว อึดๆถึกๆ อย่างชั้น หมอยังตกใจเลยว่าหายเร็วปรู้ดปร๊าดกว่าคนปกติได้ไง...ว่าแต่อย่าลืมของ ฝากด้วยล่ะ”
อาร์ทกดตัดสายไปแล้วหันมาตกใจร้องเสียงหลงเพราะเจอแพตตี้โผล่มายืนข้างหลังเงียบๆ
“เย้ย !! ผีสก๊อย !!”
“ไอ้เฒ่าปากเสีย ชั้นระดับนางเอกดาวรุ่งนะ มาเรียกซะเสียสวยแบบนี้ได้ไง” แพตตี้ว่า
“โธ่เอ้ย..ก็น้องเล่นโผล่มาเงียบๆแบบนี้ จะไม่ให้พี่ตกใจได้ไง”
“ตัวโตอย่างกับตึก ถึกอย่างกับวัว อย่ามาขวัญอ่อนไปหน่อยเลย”
“หึ !! ว่าแล้วเชียว ไอ้ที่โทรตามให้ออกมาเจอกันเนี่ย ไม่ใช่เพราะน้องอยากจะขอโทษที่ทำให้พี่ต้องเป็นแบบนี้หรอก แต่มีวาระซ่อนเร้นชัวร์”
แพตตี้ชะงักแต่ยังกอดอกเชิดหน้าไม่รู้ไม่ชี้
อาร์ทพูดต่อ “เด็กสมัยนี้เอาแต่ก้มหน้าดูจอมือถือ ห่างวัดห่างวาไม่รู้จักเวรกรรม พี่ก็ไม่ได้อยากได้คำ ขอโทษจากน้องหรอก เพราะเวรกรรมที่น้องทำไว้มันส่งผลให้น้องต้องถ่อไปกินแห้วไกล ถึงฝรั่งเศส” อาร์ทเยาะเย้ย “โฮ๊ะๆๆๆ กรรมติดจรวด”
“ไอ้..ไอ้เฒ่า !! พูดอย่างนี้มันน่ากระทืบให้เป๋อีกข้าง “
“อ๊ะๆๆ..กล้าก็ลองดูสิน้อง” อาร์ทยกไม้เท้าขึ้นชี้หน้า “คราวนี้พี่สู้กลับแน่ เอาแบบทบต้นทบ ดอกให้น้องลืมไม่ลงเลย”
แพตตี้ชะงักเพราะท่าทางอาร์ทเอาจริง
“หึ..พี่ว่าน้องพูดความจริงมาดีกว่า เพิ่งกลับจากฝรั่งเศสมาแบบตดยังไม่ทันหายเหม็น แล้วมาหาพี่แบบนี้..มีธุระอะไร”

อาร์ทเดินกระเผลกใช้ไม้เท้าคำยันพร้อมกับลากมือแพตตี้พามาที่รถของเจ๊เมี่ยงที่แพตตี้ใช้ขับมา
“น้องขับมาทางไหนก็ขับกลับไปทางนั้นเลย”
แพตตี้สะบัดมือ “ชั้นไม่ได้ขอให้นายช่วยเรื่องยากเย็นอะไรเลยนะ แค่ติดต่อเน็กซ์ให้ชั้น แล้วชั้นจะคุยกับเน็กซ์เอง”
“คุยอะไร..จะสรรหาเรื่องโกหกหรือจะเล่นบทโศกเรียกร้องให้ผู้ชายเขาสงสาร”
“ชั้นจะทำอะไรก็เรื่องของชั้น..แค่ติดต่อให้ก็พอ”
อาร์ทขึ้นเสียง “น้องควรจะเลิกตามเน็กซ์ได้แล้ว !! สำหรับไอ้เน็กซ์ น้องน่ะเป็นได้แค่น้องสาว เพราะมันรักพุชชี่ ต่อให้น้ำเน่าเป็นละครขู่จะฆ่าตัวตายก็เปลี่ยนใจมันไม่ได้ เพราะพระเอกเขาไม่โง่”
แพตตี้นิ่งไปอย่างเสียใจ
“แต่ถ้าน้องยังดื้อที่จะเอาแต่ใจตัวเองอีก สุดท้ายน้องนั่นแหละที่จะไม่เหลือใคร”
แพตตี้ปากแบะน้ำตาเอ่อแล้วปล่อยโฮทันที “ฮือๆๆ..โฮๆๆ..แงๆๆ ใช่สิ..ชั้นมันกลายเป็นนังขี้ แพ้ไปแล้วนี่ ชั้นสู้ยัยป้านั่นไม่ได้ เน็กซ์ถึงไม่รักชั้น ชั้นมันไม่สวยพอ แถมฝีมือก็ยังห่วย ถึงอดได้งานโกอินเตอร์ เจ๊เมี่ยงก็เลยตัดหางปล่อยวัด ไล่ชั้นกลับบึงโขงหลง..ฮือๆๆๆ”
แพตตี้ระเบิดความเสียใจออกมาอย่างน่าสงสารจนอาร์ทชะงัก ระหว่างนั้นโทรศัพท์อาร์ทก็ดังขึ้น อาร์ทเลยหยิบมาดู
“เจ๊เมี่ยงโทรมา..สงสัยจะรู้ว่าน้องต้องมาตามเรื่องเน็กซ์ที่พี่”
“ไม่ต้องบอกนะว่าชั้นมาที่นี่ ชั้นไม่อยากกลับไปให้เจ๊เมี่ยงไล่ตะเพิดอีก”
“อ้าว..แล้วน้องจะไปไหน”
“ไปที่ชอบที่ชอบมั้ง..ฮือๆ...โฮๆๆ”
แพตตี้ร้องไห้เสียงดังแล้วรีบเข้าไปที่รถจะสตาร์ทรถขับไปที่อื่น อาร์ทมองโทรศัพท์ที่มีชื่อเจ๊เมี่ยงเป็นสายเรียกเข้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วรีบไปขวางรถแพตตี้เอาไว้
“โอเค..พี่จะไม่บอกเจ๊เมี่ยงว่าน้องอยู่กับพี่..เพราะสภาพน้องตอนนี้พี่ปล่อยให้คลาดสาย ตาพี่ไปไม่ได้เด็ดขาด”
“แต่ชั้นอยากอยู่คนเดียว..ฮือๆ…โฮๆ”
“ได้! ถ้าอยากไปน้องก็ต้องขับรถทับพี่..คราวนี้เอาให้ตายคาล้อเลยนะ เพราะถ้าพี่ไม่ตาย พี่จะไม่เลิกตามไปดูแลน้อง”

แพตตี้ที่อยู่หลังพวงมาลัยชะงักสะอื้นที่เห็นอาร์ทยืนขวางหน้ารถสีหน้าจริงจัง
พุชชี่พาเน็กซ์ออกมาคุยกันตามลำพังที่มุมหนึ่งของไร่

พุชชี่พูดเสียงเข้ม “เลิกทำแบบนี้สักทีได้มั้ยเน็กซ์ มันไม่เข้าท่าเลยนะ”
“ผมบอกแล้วไง ถ้าคำตอบของป้าผ่านแค่สมอง แต่ไม่ใช้หัวใจกลั่นกรองออกมาด้วย… ผมไม่ฟัง !!”
เน็กซ์จะเดินออกไปแต่พุชชี่ตามไปขวาง
“ก็เพราะเธอดื้อเป็นเด็กแบบนี้ไง”
“แน่ใจเหรอป้า ว่านิสัยดื้อเนี่ยเป็นกันเฉพาะเด็ก.. ผมว่ายิ่งแก่จะยิ่งดื้อกว่านะ”
พุชชี่ชะงัก “นี่เธอ”
“เลิกเอาเรื่องอายุมาเป็นข้ออ้างสักที ผมก็ไม่ได้เด็กจนป้าต้องโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ ซะหน่อย”
“แต่ชั้นเป็นผู้หญิง..รู้มั้ยว่าผู้หญิงน่ะแก่เร็วกว่าผู้ชาย วันนี้ชั้นอาจจะดูไม่ต่างกับเธอ แต่พอผมชั้นเริ่มหงอก นมเริ่มเหี่ยว แข้งขาเริ่มเดินไม่ไหว ชั้นก็จะดูเหมือนแม่เธอ ดีไม่ดียายด้วยซ้ำ”
“มันก็จริง..แต่คิดดูแล้วก็น่าอิจฉามากกว่านะป้า แก่ขนาดนั้นแต่ยังมีผู้ชายอ่อนกว่าคอยประคอง คอยดูแลแล้วบอกรักอยู่ตลอดเวลา”
พุชชี่ชะงัก
“อยู่กับเขา ดีไม่ดีป้าอาจเห็นเขาแก่ตายก่อน แล้วก็ต้องเป็นม่ายตอนแก่ แต่อยู่กับผมจะมีคนกุมมือป้าทุกคืนโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะจากไปก่อน”
เจอแบบนี้เข้าไปพุชชี่ถึงกับใจเต้นตึกตักเกือบจะใจอ่อน เธอเลยต้องพยายามยับยั้งสติ
“พอได้แล้ว..ชั้นไม่ได้มาประกวดเดอะว๊อยซ์นะ ถึงต้องชักแม่น้ำทั้งห้าอยากดึงชั้นไปอยู่ด้วยเนี่ย”
“ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่พยายามชักแม่น้ำทั้งห้าแย่งตัวป้า.. ผมว่าตอนนี้กัปตันเขารู้ แล้วล่ะว่าผมคิดยังไงกับป้า.. เขาถึงไม่ยอมแพ้ผมไง”
พุชชี่ชะงักแล้วมองตามสายตาที่เน็กซ์มองไปที่ติณณภพซึ่งกำลังขับแทรคเตอร์เข้ามา
“น้องเน็กซ์.. พี่ขอแรงไปช่วยงานพี่หน่อยสิ” ติณณภพบอก
เน็กซ์ตอบทันที “ได้ครับพี่”
เน็กซ์มองพุชชี่ด้วยหน้าย้ำว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปเป็นเรื่องจริง ติณณภพรู้ตัวแล้ว
พุชชี่เป็นห่วงทั้งคู่ “เอ่อ...พี่ติณคะ น้องขอไปด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ งานของผู้ชายเขา น้องเดินเล่นอยู่แถวนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่พาเน็กซ์กลับมา”
เน็กซ์กระโดดขึ้นไปที่รถแทรคเตอร์แล้วให้ติณณภพขับพาออกไปตามถนน พุชชี่ได้แต่ยืนมองตามอย่างเป็นกังวล

ติณณภพขับรถแทรคเตอร์มาตามทางที่สองข้างทางเป็นไร่องุ่นกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ติณณภพจอดรถแทรคเตอร์ที่กลางทางแล้วกระโดดลงจากรถด้วยท่าทีเคร่งขรึมก่อนที่เน็กซ์จะตามลงมา
“ไหนล่ะครับ..งานที่ขอแรงให้ผมช่วย”
“ไม่มีหรอก..พี่ไม่ได้ตามนายให้มาช่วยงานอะไร แค่มีเรื่องอยากคุยกันอย่างลูกผู้ชาย”
“งั้นผมก็คิดถูก”
“นายรู้ตัวแล้ว”
“ใช่...ถ้าพี่ดูผมไม่ออก ก็คงเสียชื่อผู้ชายที่ทั้งเก่งแล้วก็ฉลาดอย่างพี่แล้วล่ะครับ”
“นายก็ใช่ย่อย สมกับที่พุชชี่พูดถึงนายให้พี่ฟังบ่อยๆ”
“ไอ้เด็กยียวนกวนประสาท หัวแข็ง ปากเสียน่ะเหรอครับ มันก็แค่การแสดงออกที่ผมใช้ เรียกร้องความสนใจจากคนที่ผมรัก เพื่อทำให้เขาเห็นผมอยู่ในสายตาตลอดเวลา”
“หึๆ..นั่นไงพี่ว่าแล้ว นายมันโตเกินอายุ มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพุชชี่ด้วยซ้ำ”
“ก็ดีครับ ถ้าพี่มองผมได้ขาดขนาดนั้น เราจะได้เปิดอกกันตรงๆเลย... ผมรักเธอ และผมจะไม่ยอมแพ้ จะไม่ถอดใจจนกว่าเธอจะเลือก”
เน็กซ์กำหมัดแน่นขบกรามจนขึ้นสันด้วยสีหน้าที่จริงจังที่สุด ส่วนติณณภพนิ่งกว่าแต่แววตาที่จ้องเน็กซ์นั้นก็ดูเอาเรื่องเหมือนหมาป่าที่มากประสบการณ์

พุชชี่เดินไปเดินมาชะเง้อคอมองว่าเมื่อไหร่ติณณภพจะพาเน็กซ์กลับมา ยิ่งรอนานเธอก็ยิ่งเป็นห่วงจนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เน็กซ์กับติณณภพเดินเข้าหากันจ้องหน้าใส่กันเหมือนจะมีเรื่อง
กำลังโหลดความคิดเห็น...