xs
xsm
sm
md
lg

มาดามดัน ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มาดามดัน ตอนที่ 5

หล่อนยิ้มแย้มมีความหวังที่จะไม่หลงทางอีก
 
พอเดินมาถึงสถานีรถไฟจะเอาแผนที่เก็บใส่กระเป๋าแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ ก็ต้องตกใจเหวอ เพราะกระเป๋าที่สะพายอยู่ข้างตัวโดนมีดกรีดจนขาด กระเป๋าสตางค์ข้างในถูกฉกไปเกลี้ยง
"เฮ้ย ! ซวยแล้ว โดนกรีดกระเป๋า หมด....หมดกัน"
หล่อนเดินลากกระเป๋าหน้าเซ็งสุดฤทธิ์มาตามทาง
"บ้าเอ้ย..อย่าให้เจออีกนะ หึ"
หล่อนบ่นไปก็เดินเหนื่อยจนแทบหมดแรง หยิบเอากระเป๋าเล็กที่เก็บเศษสตางค์ขึ้นมานับเหรียญ
"จะบ้าตายชั้น เหลือแค่นี้แล้วจะไปหาพี่ติณได้ไงเนี่ย"
หล่อนมองเหรียญในมือแล้วเซ็งๆ แต่ความซวยก็ยังไม่หมดเพราะเธอโดนคนที่เดินผ่านมาชนหลังทำให้เศษสตางค์ในมือร่วงกลิ้งไปตามพื้น
"ไม่นะ ไม่ๆๆๆ"
เหรียญกลิ้งไปตามพื้นและตกลงไปในท่อระบายน้ำ เหลือแค่เหรียญเดียวที่พัฒศรีคว้าเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด หล่อนชูเหรียญสุดท้ายขึ้นมามองด้วยสายตาสุดแสนจะเซ็งก่อนจะหันไปมองที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะแล้วถอนใจ เฮือกใหญ่ เฮ้อ
จบที่พัฒศรีเดินเข้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ

ศรียืนหนาวๆอยู่ริมถนนเพราะอากาศตอนกลางคืนเริ่มเย็น แถมท้องยังร้องเพราะหิวอีก ติณณภพรีบเดินเข้ามาจากอีกฟากฝั่งถนนและมองหาพัฒศรี เขารีบข้ามถนนมาหาเธอ
"น้องพัฒ"
"พี่ติณ"
หล่อนไม่ทันพูดอะไรต่อ เขาก็ดึงเธอรวบเข้ามากอดแน่นอย่างเป็นห่วงเป็นใย ทำเอาหล่อนถึงกับชะงักอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา ท่ามกลางถนนในปารีสสวยงามโรแมนติก

วันใหม่ บรรยากาศของมหานครปารีสอันสวยงาม ผู้คนขวักไขว่เดินตามถนน บริเวณร้านอาหารริมถนน ติณณภพจิบกาแฟนั่งดูพัฒศรีกินแซนวิชเป็นมื้อเช้าด้วยรอยยิ้มจนหล่อนรู้สึกเคอะเขิน
"หน้าน้องมีอะไรติดอยู่เหรอคะ พี่ติณ"
หล่อนรีบเอามือมาเช็ดปากข้างหนึ่ง เพราะคิดว่าต้องมีอะไรติดอยู่แน่ๆ
"ไม่ใช่ข้างนั้น ข้างนี้ต่างหาก"
เขายื่นมือไปเช็ดคราบซอสมะเขือเทศที่เลอะริมฝีปากให้อย่างอ่อนโยนและแสนดีจนหล่อนหัวใจพองโต
"ขอบคุณค่ะ พี่ติณ"
"ไม่เป็นไรจ้ะ น้องพัฒทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ ผู้หญิงเดินทางคนเดียวมันอันตราย"
"ก็น้องกลัวว่าพี่กำลังยุ่งเรื่องงานศพแม่ เลยไม่อยากเป็นภาระให้พี่"
"เรื่องงานศพแม่ พี่จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว เพราะแม่พี่ไม่อยากให้จัดใหญ่โต ท่านจากไปอย่างสงบในที่ที่ท่านมีความสุขก่อนจะเสีย"
"น้องเสียใจด้วยนะคะพี่ติณ วันนั้นน้องควรจะอยู่กับพี่แต่น้องกลับ..."
หล่อนรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไร พี่เข้าใจว่าน้องต้องทำงาน แค่วันนี้น้องตั้งใจมาปลอบใจพี่ถึงที่นี่ก็ทำให้พี่ยิ้มได้แล้ว เอาล่ะ...เดี๋ยวน้องอิ่มแล้วพี่จะพาเที่ยวในปารีสก่อน แล้วค่อยไปพักที่ชาร์โต้กัน"
"ค่ะ พี่ติณ"
หล่อนยิ้มรับด้วยความโล่งอกที่ได้เห็นเขาไม่เป็นทุกข์อย่างที่เธอเป็นห่วง

เขาพาหล่อนเที่ยวเมืองปารีสตามแหล่งต่างๆ ทั้งคู่นั่งเรือล่องแม่น้ำแซน, ยืนถ่ายรูปกับหอไอเฟลโดยให้เขาเป็นคนถ่ายให้ หล่อนโพสต์ท่าเลียนแบบนางแบบเชิดหน้า เริ่ดๆหน้าหอไอเฟล เรียกรอยยิ้มจากเขาได้,
ทั้งคู่มาเที่ยวย่าน Montmartre, หน้า Moulin Ruge หล่อนออกไปเต้นเลียนแบบท่าเต้นระบำแคนแคนแล้วให้เขาถ่ายรูปให้ เขาขำเธอก่อนจะโดนหล่อนเข้าไปควงแขนแล้วลากให้มาเต้นระบำแคนแคนกับเธอด้วย, ในย่านถนนช้อปปิ้งแบรนด์เนมหรูๆ เขาพาหล่อนเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ แล้วซื้อเสื้อผ้าให้หลายถุงจนเต็มสองมือ หล่อนส่ายหน้าไม่เข้าแล้ว แต่เขาก็ลากแขนพาเข้าไปในร้านจนได้

บรรยากาศไร่องุ่น เทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม เห็นปราสาทเก่าๆตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่ตามยอดเขา ได้อารมณ์ชนบทฝรั่งเศส งามหยดสุดฤทธิ์
บริเวณหน้าชาร์โต้ เขาขับรถมินิออสตินมาจอด ทันทีที่หล่อนลงจากรถและได้เห็นบรรยากาศจากภาย นอกของชาร์โต้ เธอก็อดที่จะร้อง “โอ้โห” ไม่ได้
"สวยจังเลยค่ะพี่ติณ สวยกว่าที่เห็นจากในรูปอีก"
"พี่ดีใจนะที่น้องชอบ แต่ที่นี่เป็นชนบท มีแต่ไร่องุ่นกับโรงบ่มไวน์ แถมช่วงนี้กว่าฟ้าจะมืด ก็สามสี่ทุ่มโน่น อยู่ไปนานๆ น้องจะเบื่อก่อนน่ะสิ"
"น้องไม่เบื่อหรอกค่ะ แบบนี้แหละที่น้องชอบเลย ดีไม่ดีไล่ให้กลับก็ไม่ไปด้วย"
เขาดีใจ
"จริงเหรอน้องพัฒ ถ้าน้องอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป พี่จะดีใจมากเลยนะ"
ท่าทางเขาตื่นเต้นมากจนหล่อนชะงักและอายจนหน้าแดง
"เอ่อ...คือ พี่ติณคะ ไร่องุ่นสวยๆที่นั่งรถผ่านมาเมื่อกี้นี้ใช่ของพี่รึเปล่าคะ"
"ของพ่อเลี้ยงพี่จ้ะ"
"งั้นน้องขอไปดูได้มั้ยคะ"
"ได้สิ เดี๋ยวพี่จะพาไป"

เขายิ้มรับ

เขาขี่จักรยานเก่าๆพาหล่อนซ้อนท้ายเที่ยวดูไร่องุ่นตามมุมต่างๆ
 
เขาพาหล่อนไปดูการเก็บองุ่นของคนงานในไร่ ไปดูคนงานช่วยกันย่ำองุ่นในถังไม้สนุกสนาน ก่อนที่คนงานจะเข้ามาชวนหล่อนให้ไปช่วยกันย่ำองุ่นพร้อมเสียงดนตรีที่คนงานร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน

หล่อนกับเขาเดินเข็นจักรยานกันมาตามทางที่จะกลับสู่ชาร์โต้
"เป็นไง เหนื่อยมั้ย"
"เอาเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะพี่ติณ แต่ก็สนุกดีค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวกลับชาร์โต้แล้ว น้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะ พี่จะจัดดินเนอร์ไว้ให้"
พัฒศรีสงสัย
"แล้วตุลล่ะคะ"
"ตุลจัดการเรื่องงานศพแม่เสร็จก็ต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องเรียนต่อ"
"แล้วพ่อเลี้ยงพี่ล่ะคะ"
"เขาไปทำธุระที่โรมน่ะ"
"อ้าว...แล้วชาร์โต้ใหญ่ขนาดนี้พี่อยู่กับใครคะ"
"พี่อยู่กับผู้หญิงอีกคน แค่ตามลำพังสองต่อสอง"
หล่อนชะงัก
"ผู้หญิงอีกคน ใครเหรอคะ"
เขายิ้มให้ก่อนจะชี้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากหล่อนเบาๆ หมายถึงว่าอยู่กับพัฒศรีสองคนตามลำพัง
"ดินเนอร์ตอนทุ่มนึง แต่งตัวสวยๆนะครับ มาดาม"
เขาโค้งให้หล่อนอย่างสุภาพบุรุษก่อนจะเข็นจักรยานเดินไปตามทาง หล่อนยืนใจเต้นตึกตักหัวใจพองโตอีกครั้ง

พัฒศรีแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำโบราณที่สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้สวยงาม มือก็คุยโทรศัพท์ไร้สายกับอารียาที่เมืองไทยไปด้วย
"แก...อยู่กันสองต่อสองกับพี่ติณในชาร์โต้เนี่ยนะ บอกตรงๆนะชั้นกลัวอ่ะ"
อารียาโทร.จากในบ้านมัชฌิมา แอนแต่งตัวด้วยชุดดินเนอร์สวยๆเปิดไหล่เซ็กซี่เล็กๆ
"กลัวพี่ติณเขาปล้ำแกเหรอ"
"บ้า ! สุภาพบุรุษอย่างพี่ติณเขาไม่ทำแบบนั้นหรอก ไอ้ที่ชั้นกลัวน่ะ ชั้นหมายถึง ชั้นกลัวใจตัวเอง"
อารียาหัวเราะเสียงดัง
"กลัวทนไม่ไหวจะเป็นฝ่ายปล้ำเขาเองว่างั้นเถอะ"
"ยัยบ้า ! ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ถ้าแกได้มาอยู่ที่นี่เหมือนอย่างชั้น แกจะรู้เลยว่า มันโรแมนติกมากขนาดไหน อย่างกับในนิยายเลยนะแก"
"เออ...ชั้นก็ล้อเล่นไปงั้นแหละ ฟังนะ ถ้าเขาขอแกแต่งงานขึ้นมา แกตอบตกลงไปเลย ไปเป็นมาดามอยู่ที่โน่น ไม่ต้องห่วงทางนี้ ชั้นมีสองเจ๊คอยดูแลอยู่แล้ว"
"แต่ว่า..."
"ไม่ต้องมาโน่นนี่นั่นกับชั้นแล้ว พวกเจ๊ๆเขารอชั้นอยู่ เขาจะพาชั้นไปไหว้ผู้ใหญ่"
"ใครเหรอแก"
"เอาน่า...ไว้กลับมาค่อยคุยกัน อย่าลืมนะแก ชั้นอยากเห็นแกเป็นมาดามเริ่ดๆเชิดๆอยู่ที่โน่นมากกว่าต้องมาคอยดูแลชั้นอยู่ที่นี่ แค่นี้นะ จุ๊บๆ รักแกนะเพื่อน"
หล่อนได้ยินเสียงเพื่อนวางสายไป
"ยัยแอน ยัยแอน ยัยนี่"
หล่อนวางโทรศัพท์แล้วอมยิ้มอยู่ในอ่างอาบน้ำที่มีฟองเต็มอ่าง ยิ่งนึกถึงความโรแมนติกที่พี่ติณจัดเต็มให้ตลอดมา ยิ่งทำให้เธออมยิ้มมีความสุขจนหน้าแดงก่ำ ก่อนจะลดตัวดำลงไปในฟองสบู่ให้ตัวเองหายเขิน

ในห้องนอนพุชชี่ถือรูปถ่ายของตัวเองกับอารียามานั่งลงที่เตียงมีผ้าคลุมเตียงอยู่ หล่อนเอาแต่นั่งจ้องรูปถ่ายน้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่แม้จะดูเหมือนจบลงด้วยดี แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มของโศกนาฏกรรมในเวลาต่อมา

พัฒศรีเคาะประตูห้องพักทุบปังๆๆ
"แอน เปิดประตูให้ชั้นเดี๋ยวนี้นะ แอน"
หล่อนไม่ได้ยินเสียงตอบเลยรีบใช้กุญแจไขเข้าไปในห้อง แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นอารียากำปืนเอาไว้ในมือ นั่งร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเจ็บปวดรวดร้าว
"แอน อย่านะ ชั้นขอร้อง อย่าทำอย่างนี้เลย"
อารียาสะอื้นไห้
"พัฒ ชั้น ชั้นทนอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฮือๆๆ ชั้นขอโทษนะแก"
"ไม่นะ แกอย่าทิ้งชั้นไปสิ ลืมไปแล้วเหรอว่าเราสัญญาว่าจะดูแลกัน"
"ฮือๆๆ...ขอบใจนะแก แต่ชั้นทนอยู่กับความอับอายอีกไม่ได้แล้ว ชั้นรักแกนะเพื่อน ชั้นขอโทษ ฮือๆๆ"
อารียาน้ำตาไหลอาบแก้มแล้วยกปืนขึ้นมามองอย่างตัดสินใจ พัฒศรีร้องเสียงดังลั่น
"แอน!"
เสียงปืนดังลั่น...เปรี้ยง !!! พัฒศรีตกใจตะลึง ก่อนจะเห็นว่าเพื่อนรักได้ฟุบลงกับพื้น ตายคาที่ หล่อนระเบิดเสียงร้องไห้จนแทบหัวใจสลาย

ภายในห้องนอน หล่อนกอดรูปถ่ายเพื่อนแล้วร้องไห้กระซิกๆ น้ำตานองหน้าอย่างน่าเวทนาสงสาร
"แอน..ฮือๆๆ ชั้นขอโทษ ชั้นไม่น่าเห็นแก่ตัวเลย ถ้าชั้นไม่ทิ้งแก แกก็คง ฮือๆๆๆ เพราะชั้นคนเดียว ฮือๆๆ"

เน็กซ์เดินผ่านมาที่บริเวณหน้าห้องนอนของพุชชี่ ระหว่างกำลังจะเดินเลยไปกลับได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังออกมา
 
ด้วยความสงสัยเน็กซ์เลยย้อนกลับมาฟังใกล้ๆ ก็ยิ่งแน่ชัดว่าเป็นเสียงสะอื้นไห้ของหล่อน

เน็กซ์เคาะประตูแรงขึ้นอย่างเป็นห่วง

"ป้า ป้าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร"
เน็กซ์เคาะประตูรัวถี่จนเสียงดัง ครู่หนึ่ง หล่อนก็เดินมาเปิดประตูในสภาพตาแดงๆ และกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดฤทธิ์
"อะไรของเธอเนี่ยเด็กบ้า ดึกๆ ดื่นๆ มาเคาะประตูห้องชั้นทำไม"
"ผมได้ยินเสียงป้าร้องไห้"
"เสียงชั้นร้องไห้เนี่ยนะ ละเมอเพ้ออะไรรึเปล่า คนอย่างมาดามพุชชี่ไม่เคยมีน้ำตาหรอกย่ะ ไปๆๆ กลับไปห้องตัวเองเข้านอนได้แล้ว"
หล่อนพยายามไล่เน็กซ์ให้กลับไป แต่เน็กซ์ยังสงสัยปัดมือเธอแล้วหันมาจ้องหน้า
"ตาแดงก่ำแบบนี้เนี่ยนะ ยังบอกว่าไม่ได้ร้องไห้"
หล่อนชะงัก
"ฝุ่นมันเข้าตาชั้นย่ะ"
"มุขละครไปแล้วป้า อยู่ในบ้านแบบนี้เนี่ยนะฝุ่นเข้าตา"
เน็กซ์ยิ่งสงสัยมากขึ้นเลยปรี่เข้าไปในห้องนอนของหล่อนทันที โดยไม่ฟังเสียงห้าม
"เด็กบ้า ! เข้าไปในห้องชั้นทำไม"
หล่อนร้องโวยวายห้าม
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนอนชั้น"
เน็กซ์ไม่สนใจเปิดผ้าคลุมเตียงดู เปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงดูเหมือนจะหาอะไรสักอย่าง หล่อนปรี่เข้าไปผลักเน็กซ์จนเซ
"เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้มารื้อห้องชั้นซะกระจุยแบบนี้"
"หาต้นตอที่ทำให้ป้าร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นวรรคเป็นเวรไง"
"ต้นตอ...หมายความว่าไง"
เน็กซ์ขยับเข้าใกล้หล่อน มองหัวจรดเท้า แถมยังดมตามตัวเธออย่างกับหมาดมพิสูจน์กลิ่น
"ผมสงสัยว่าป้ากำลังเมายา"
"เมายา !"
"ใช่...ไม่งั้นอึด ถึก แร๊งส์ตัวแม่อย่างป้าจะฟูมฟายจนผิดปกติได้ไง ถ้าไม่ใช่เพราะป้ากำลังอัพยาจนเมาไม่ได้สติ"
พุชชี่หน้าเหวอก่อนจะกัดฟันกรามจนขึ้นสัน กำหมัดแน่นจ้องเน็กซ์อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
"ชั้นเนี่ยนะอัพยา แก ไอ้...ไอ้เด็กนรก"

วันใหม่ อาร์ทยกเวทออกกำลังอยู่ที่ห้องยิมแล้วขำเน็กซ์ที่ยืนเอียงคอเคล็ดๆขยับลำบากสุดฤทธิ์
"ฮ่าๆๆ เฮ้ย พี่อยู่ทางนี้ว่ะเน็กซ์ มองมาทางพี่สิวะ อย่าเอียงคอมอง มันกวนบาทาว่ะ"
เน็กซ์เซ็ง
"ไม่ตลกเลยนะพี่อาร์ท อู้ย...ทำไงถึงจะหายเคล็ดเนี่ย"
"แกก็ไปกวนประสาทให้มาดามตบแกอีกสักผั๊วะไง แต่คราวนี้ยื่นหน้าไปอีกข้างนะจะได้ หน้าหันกลับคืนมาที่เดิม..ฮ่าๆๆ"
"นั่น...ขำเข้าไปเลยพี่ ผมไม่ได้อยากหาเรื่องเลยนะ เป็นห่วงเขาด้วยซ้ำ"
"พี่เข้าใจแก...แต่คนอย่างพุชชี่ไม่เคยข้องแวะกับยาเสพติด บุหรี่มวนเดียวก็ไม่ได้ ยิ่งกับเด็กทุกคนในสังกัดยิ่งห้ามเด็ดขาด กฎเข้มสุดของบ้านนี้เลย"
"แต่ถ้าพี่ได้ยินเสียงเขาร้องห่มร้องไห้แบบที่ผมได้ยิน พี่จะต้องคิดอย่างผม ถ้าไม่เมายา ไม่มีทางร้องไห้เด็ดขาด"
"อืมม์...มันก็จริงอย่างแกว่า พุชชี่เป็นผู้หญิงที่ใจเด็ดที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอ แต่อย่าลืมนะไอ้น้อง ผู้หญิงก็คือผู้หญิง ถ้าไม่รู้จักให้ลึกซึ้ง แกจะไม่มีวันเข้าใจผู้หญิงเด็ดขาด"
"งั้นผมก็ต้องหาทางรู้จักเขาอย่างลึกซึ้งให้ได้"
"เฮ้ย...ไอ้ลึกซึ้งที่พี่บอกเนี่ย มันหมายถึงคบเป็นแฟนชวนแต่งเมียเลยนะ หรือว่าสเปกน้องชอบผู้หญิงแก่กว่า"
ฮาร์ทมองเน็กซ์อย่างสงสัย เน็กซ์ชะงักแล้วรีบปฏิเสธ
"เฮ้ย...ใช่ที่ไหนล่ะพี่ อย่างมาดามไม่ใช่สเปกผมหรอก ผู้หญิงอะไร ปากร้าย มือหนัก สมควรเก็บเอาไว้บนหิ้ง ถวายกล้วยอ้อยจุดธูปบูชาวันละสามรอบ"
"ถวายกล้วยอ้อยเลยเหรอเด็กบ้า"
เน็กซ์สะดุ้งโหยง
"พี่อาร์ท ผมหันไปไม่ได้ ช่วยบอกผมทีได้มั้ย ว่าผมหูแว่วไปเอง"
"ตัวจริงเสียงจริงเลยว่ะ ไอ้น้อง"
เน็กซ์หน้าเสียรอยยิ้มเจื่อนไปทันที

เสียงร้องของเน็กซ์...อ๊าก! ดังลั่นบ้าน ภายในห้องทำงานของพุชชี่ เน็กซ์เจ็บแทบน้ำตาเล็ดเอามือกุมคอที่เคล็ดขยับไปมา
หนูดอกถาม
"เป็นไงคะคุณน้อง ท่าทางเจ็บมากเลยนะคะ ดูสิ น้ำตาเล็ดเลย โถๆๆ"
"อย่ามาทำสำออยหน่อยเลย โดนชั้นตบอีกข้างเข้าไป ตอนนี้คอที่เคล็ดของเธอน่าจะหายแล้ว" พุชชี่บอก
เน็กซ์ลองขยับคอไปมาก็พบว่า หายเคล็ด หมุนได้เป็นปกติแล้ว
"หายจริงๆด้วยครับ พี่หนูดอก"
"แหม...ฝ่ามือของมาดามไม่มีธรรมดานะคะ เคยแนะนำให้ลองไปรับจ้างตบนมแล้ว รับรองลูกค้าตรึม ตบทีสองที บวมเป่งเป็นแตงโมเลย โฮ๊ะๆๆ"
"พอ ! หยุดไร้สาระกันซะที วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องช่วยกันให้เน็กซ์พิสูจน์ตัวเองแล้วนะ หนูดอก"
"อ๋อ...ใช่ค่ะ เยสเซอค่ะ มาดาม"
"ถึงเวลาอะไรเหรอครับ พี่หนูดอก"
"พี่ลืมบอกคุณน้องไป..เมื่อเช้านี้คุณจุ๋งผู้จัดละครชื่อดังโทร.มาหามาดามอยากให้พาคุณน้องไปทดสอบบทสำหรับละครที่กำลังถ่ายอยู่ตอนนี้ค่ะ แบบว่า ถ้าคุณน้องแสดงฝีมือได้เข้าตาพี่จุ๋งกับป้าแต๋วล่ะก็...งานนี้แจ้งเกิดแน่"
"และที่ยิ่งกว่าได้โอกาสแจ้งเกิดก็คือ บทที่จะไปทดสอบคราวนี้เป็นบทที่ต้องเล่นประกบคู่กับหมอกี้ ซุปตาร์เบอร์หนึ่งของนังเจ๊เมี่ยง" พัฒศรีบอก
"แล้วบทที่จะให้ผมไปทดสอบ เป็นบทอะไร"

เน็กซ์ถามด้วยสีหน้าอยากรู้ พุชชี่นิ่งมองเน็กซ์ด้วยสีหน้าจริงจัง

ตึกออฟฟิศบริษัท บีซี เทเลวิชั่น ของคุณจุ๋ง ภายในห้องทดสอบ เน็กซ์อึ้งถึงกับวางบทอย่างแรงลงบนโต๊ะทันที เมื่อได้อ่านบทจบ

"ให้ผมเล่นเป็นออทิสติกเนี่ยนะ นี่ป้าคิดอะไรของป้าอยู่เนี่ย"
"ก็คิดว่านี่คือโอกาสที่เราจะพลาดไม่ได้ไง"
"แต่ผมไม่เคยเป็นออทิสติก ผมจะเล่นได้ไง"
"ชั้นคุยกับครูดาวมาแล้ว เขาเชื่อเหมือนชั้นว่า ข้างในตัวเธอยังมีความสามารถที่ซุกซ่อนเอาไว้อีกเยอะ"
"หึๆๆ เหอะๆๆ ฮ่าๆๆ"
หล่อนยิ้มบอก
"เห็นมั้ย...ความเชื่อเท่านั้นที่จะทำให้เธอเป็นได้ทุกอย่าง"
"ความเชื่อบ้านป้าน่ะสิ ผมไม่ใช่ยอดมนุษย์จะได้ทำทุกอย่างได้ตามใจนึก"
เน็กซ์วางบทลงที่โต๊ะแล้วจะไม่เอาด้วย แต่ระหว่างนั้นคุณจุ๋งกับป้าแต๋วพากันเข้ามา
"เป็นไงจ๊ะพุชชี่ เด็กเธอพร้อมจะทดสอบบทแล้วรึยัง"
"เอ่อคือว่า..."
"ทำไมจ๊ะ... เธอกล้าการันตีว่า เด็กเธอจะทำให้ชั้นกับป้าแต๋วต้องอึ้ง ชั้นถึงให้โอกาสก่อนเรียกคนอื่นนะ"
"เน็กซ์เขาทำได้แน่นอนค่ะคุณจุ๋ง แต่ขอเวลาเขาทำสมาธิอีกแป๊บนึงนะคะ"
"ก็ได้ พร้อมแล้วบอกด้วยล่ะ"
"ค่ะ"
คุณจุ๋งกับป้าแต๋วพากันออกไป พุชชี่สีหน้าซีเรียสจริงจัง เอาบทยัดใส่มือเน็กซ์
"มาถึงขนาดนี้แล้ว ชั้นไม่ยอมให้เธอถอยง่ายๆ หรอกนะเน็กซ์"
"แต่บทออทิสติกเนี่ยนะป้า !"
"จะบทอะไรก็เถอะ ถ้าเป็นนักแสดงก็ต้องเล่นได้ รู้มั้ยเน็กซ์ เพราะยอดกดไลค์เธอเป็นหมื่นในอินสตาแกรมของแก้วใส มันคือใบเบิกทางที่ทำให้คุณจุ๋งกับป้าแต๋วให้โอกาสนี้"
เน็กซ์นิ่งมองบทในมือ
"อย่าทำโอกาสหลุดมือได้มั้ย ชั้นขอร้องล่ะ"
เน็กซ์คิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ก็ได้ผมจะลองดู แต่ป้าต้องบอกผมมาก่อนว่า เมื่อคืนนี้ผมไม่ได้หูฝาดที่ได้ยินป้าร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร"
หล่อนชะงักมอง เน็กซ์สีหน้าจริงจังจนเธอต้องยอมรับ
"ก็ได้...ใช่ เมื่อคืนชั้นร้องไห้จริงๆ"
เน็กซ์ถามด้วยความเป็นห่วง
"ป้าร้องทำไม ใครทำอะไรป้า บอกผมมา เดี๋ยวผมไปจัดการมันให้"
พุชชี่อึ้งกับท่าทีจริงจังของเน็กซ์ไปครู่หนึ่ง
"เธอจะไปเอาเรื่องคนที่ทำให้ชั้นเสียใจจริงๆเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ ป้า"
"เป็นนักเลงเหรอไงห๊ะเราน่ะ"
"เปล่า แต่ไม่ชอบเห็นผู้หญิงถูกรังแก"
หล่อนยิ้มชอบใจ
" หึๆๆ ขอบใจนะพ่อสุภาพบุรุษนักเลง แต่ไม่มีใครรังแกชั้นหรอก ก็แค่แผลเก่าในอดีตที่ชั้นยังลืมไม่ได้"
"เรื่องอะไรเหรอป้า"
"เรื่องของมาดามพุชชี่ที่รู้ได้เฉพาะชั้นคนเดียว เอาล่ะ ชั้นยอมให้เธอรู้ความลับว่า ชั้นก็ร้องไห้เป็นเหมือนกันแล้ว เพราะฉะนั้นเธอต้องทำตามที่ชั้นขอบ้าง"
หล่อนจิ้มนิ้วไปที่บทในมือเน็กซ์แล้วใช้สายตาย้ำว่าต้องทำให้ได้

ธีระกลับเข้ามาในโถงบ้านชั้นล่าง หลังจากที่ออกไปดูงานที่ไร่มาพร้อมกับลูกน้อง คนใช้เอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟให้
"บ้านช่องเงียบเชียบเชียว แพตตี้ยังไม่กลับจากเที่ยวภูอีกเหรอ"
"ยังเลยค่ะเสี่ย เห็นว่าจะไปเที่ยวน้ำตกต่อ"
ธีระสีหน้าเป็นห่วง
ลูกน้องถาม
"เสี่ยจะตามไปดูมั้ยครับ ผมจะได้เอารถออก"
"ไม่ต้อง...ตอนนี้ลูกสาวชั้นกำลังอยู่ในช่วงทำใจ ปล่อยให้เขาสนุกกับเพื่อนๆไปเถอะ ยังไง ก็มียุวดีตามไปดูแลอยู่แล้ว คงไม่ปล่อยให้แพตตี้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง"
ธีระพูดกับลูกน้องไปก็บิดคอบิดเอวอย่างเมื่อยแล้วสั่งลูกน้อง
"เมื่อยชะมัด..แกไปตามหมอนวดมาให้ชั้น รู้ใช่มั้ยว่านวดแบบไหน"
ลูกน้องยิ้มรับกรุ้มกริ่มแล้วเดินออกไป เสี่ยธีระหันมายิ้มกับภาพถ่ายคู่ของตัวเองกับลูกสาว

รถแท๊กซี่วิ่งมาตามถนนในกรุงเทพฯ รถติดอยู่ ภายในรถ แพตตี้นั่งอยู่เบาะหลังคู่กับยุวดี สองคนเพิ่งบินมาจากอำเภอบึงโขงหลง
"หาทางซอกแซกให้มันเร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอ เบื่อกรุงเทพฯก็ตรงนี้นี่แหละ รถติดตลอด"
แพตตี้บ่นใส่คนขับแล้วหันมากอดอกหน้าตาปั้นปึ่ง ยุวดีอดเป็นห่วงไม่ได้
"ทำแบบนี้จะดีเหรอคะคุณแพตตี้ ยังไงเสี่ยก็ต้องรู้ว่าเราหนีมา"
"รู้ก็รู้ไปสิ ถ้าชั้นไม่อยากกลับ ป๋าก็พาชั้นกลับไปไม่ได้"
"แต่ยุวดีจะซวยข้อหาสนับสนุนให้คุณแพตตี้หนีมาหาผู้ชายนะคะ"
"หยุด...ชั้นไม่ได้หนีมาหาผู้ชาย แต่ชั้นมาเพื่ออนาคตตัวเอง อนาคตว่าที่ซุปตาร์คู่กับเน็กซ์ต่างหาก"

นางบอกอกยุวดีแล้วหันมาจิกหน้าโพสต์เริ่ดๆอย่างมั่นใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

มาดามดัน ตอนที่ 5 (ต่อ)

เจ๊เมี่ยงสวมแว่นดำเดินปรี่เข้ามาในบริษัท บีซี เทเลวิชั่น มีลอร่าตามประกบ
 
คุณจุ๋งกับป้าแต๋วกำลังยืนคุยอยู่กับทีมงานที่มุมหนึ่งพอดี
"พี่จุ๋งขา"
นางเสียงหวานเรียกแต่ไกล แต่คุณจุ๋งกับป้าแต๋วรู้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไร
"แหม...ทันทีเลยนะคะน้องเมี่ยง นึกเอาไว้แล้วไม่มีผิด ถ้าแทงหวยก็คงถูกเป็นล้าน"
"พี่จุ๋งก็...เมี่ยงไม่ได้อยากมาทำให้พี่จุ๋งที่เมี่ยงรักและเคารพต้องลำบากใจนะคะ"
ป้าแต๋วบอก
"ถ้าหล่อนไม่อยากให้พี่จุ๋งลำบากใจ หล่อนก็อยู่เฉยๆ อย่ามาเกะกะพวกเราทำงานไป"
นางอ้อนประจบ
"แหมๆๆ ป้าแต๋วขา ป้าแต๋วก็รู้ว่าหนูไม่เคยวุ่นวายกับการทำงานของป้าเลย แต่คราวนี้หนูเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่าเด็กของนัง...เอ่อ...ของพุชชี่เนี่ย ต้องทำให้ป้าเสียเวลาและต้องปวดหัวแน่นอน"
"แต่เท่าที่ชั้นเห็นหน่วยก้านเขาก็ดูมีอะไรไม่ต่างจากตอนที่เธอพาหมอกี้มาหาชั้นนะ"
"โอ้ย...ไม่ๆๆๆๆเลยค่ะ ป้าแต๋วอย่าเอาเด็กนั่นมาเทียบกับหมอกี้สิคะ สินค้าคนละเกรด วางคนละเชลฟ์เลยค่ะ"
"ที่ว่าคนละเกรดน่ะ หมายถึงอะไรคะเจ๊ ความสามารถหรือว่าหน้าตา"
นางชะงักหันไปเห็นพุชชี่เดินเข้ามา ตีหน้าเอาเรื่องสุดฤทธิ์
"ชิ...นังพุชชี่ จะทางไหนเด็กหล่อนก็ไม่มีทางเทียบเด็กชั้นได้หรอกย่ะ"
"เจ๊อย่าใจแคบนักสิคะ ของอย่างนี้เอาตัวเองตัดสินไม่ได้หรอกจนกว่าเน็กซ์จะมีผลงาน ออกมาให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน ใช่มั้ยคะ พี่จุ๋ง...ป้าแต๋ว"
หล่อนวางท่านิ่งๆแต่ยืมมือให้ผู้ใหญ่อย่างคุณจุ๋งกับป้าแต๋วเป็นคนตัดสิน
คุณจุ๋งบอก
"ที่พุชชี่พูดมาก็ถูกแล้วนะเมี่ยง อาชีพเราไม่ใช่คนตัดสินอนาคตใคร แค่เป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้คนที่คิดว่า น่าจะให้เขาก็แค่นั้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง"
"แต่ว่า..."
ป้าแต๋วบอก
"พอได้แล้วเมี่ยง ปัญหาของพวกเธอ ชั้นไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยหรอกนะ แต่วงการนี้ต้องการมืออาชีพ ถ้าพวกเธอไม่เป็นมืออาชีพ ชั้นก็ไม่อยากร่วมงานด้วย เครป่ะ"
เจอไม้นี้เข้าไป เจ๊เมี่ยงเลยหน้าง้ำไม่กล้าเถียง ได้แต่ชายหางตามองพุชชี่อย่างเจ็บใจ
หล่อนได้ทีก็เบ้ปากใส่เจ๊เมี่ยงแล้วทำหน้าซื่อ
"เน็กซ์พร้อมทดสอบบทแล้วค่ะ พี่จุ๋ง"
คุณจุ๋งพยักหน้ารับแล้วพากันเดินตามออกไป ป้าแต๋วและผู้ช่วยทั้ง 2 คนตามไปด้วย มัชฌิมาได้แต่ขบกรามแน่นเจ็บใจ

เจ๊เมี่ยงเดินเลี่ยงออกมากับลอร่าที่อีกมุมหนึ่งอย่างหัวเสีย
"นังพุชชี่ นังตัวแสบ นังบ้า !! มันรู้ว่าต่อหน้าพี่จุ๋งกับป้าแต๋วชั้นแผลงฤทธิ์ใส่มันไม่ได้"
"ใจเย็นค่ะเจ๊ ถ้าเจ๊ไปหลงกลปรี๊ดแตกแหกสะบัดใส่มันล่ะก็ งานนี้เจ๊จะมีแต่เสียกับเสีย"
"แต่ชั้นปล่อยให้เด็กนังพุชชี่มาเล่นละครประกบกับหมอกี้ของชั้นไม่ได้"
"ได้ ไม่ได้ เราก็ต้องรอดูอย่างเดียวแล้วค่ะเจ๊ อย่าลืมสิคะ บทน้องชายออทิสติกเนี่ยเล่นก็ยาก ตั้งแต่เปิดกล้องมาเนี่ย พลิกหาทั้งวงการก็ยังหาคนเล่นถูกใจป้าแต๋วไม่ได้"
นางนิ่งคิด
"นั่นสิ...ถ้าเด็กใหม่ไม่มีประสบการณ์อย่างหมอนั่นทำได้ มันก็เทพเกินไปแล้ว"
"ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นหนูกล้าพนันกับเจ๊เลยว่า งานนี้มาดามพุชชี่ต้องคอตกกลับรังแน่"
นางพยักหน้าเห็นด้วย
"หึ...แกกับเด็กแกได้หน้าแตกกลับไปแน่ นังพุชชี่ !"

เน็กซ์นั่งก้มหน้า เอามือปิดหน้าอยู่ที่ห้องที่ใช้ทดสอบบท คุณจุ๋งกับป้าแต๋วและทีมงานพร้อมกล้อง วีดิโอเตรียมพร้อมรอ ทีมงานคนหนึ่งถ่ายวีดีโอ อีกคนเล่นเป็นบทผู้หญิงซ้อมคู่กับเน็กซ์
คุณจุ๋งถาม
"ว่าไงพุชชี่ ไหนว่าเด็กเธอพร้อมแล้วไง"
หล่อนท่าทางกังวล
"ขอเวลาให้น้องเขาอีกนิดนึงนะคะ พี่จุ๋ง"
คุณจุ๋งกับป้าแต๋วพยักหน้ารับแล้วรอต่อ หล่อนหันมาลุ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเข้าไปพูดกระซิบเบาๆ
"เน็กซ์ เธอต้องทำให้ได้นะ อย่าทำให้โอกาสดีๆครั้งนี้หลุดมือไปเด็ดขาด"
ลุ้นได้สักครู่ เน็กซ์ก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าท่าทางที่พร้อมเต็มที่
"ผมพร้อมแล้วครับ"
หล่อนหันมามองเน็กซ์ที่พยักหน้าเล็กๆให้ ป้าแต๋วกับคุณจุ๋งเห็นว่าเน็กซ์พร้อมแล้ว ก็หันไปพยักหน้าให้ทีมงานพร้อมบันทึกเทปการทดสอบบท
"ถ้าพร้อมแล้วก็....แอกชั่น"
เน็กซ์หันหลังให้ทุกคน แล้วสูดลมหายใจลึกๆจนทุกคนลุ้นอยากดูสุดๆ แต่เมื่อเน็กซ์หันมาอีกทีทุกคนก็ถึงกับเหวอ เพราะเน็กซ์ทำตาเหล่ๆ ดึงกางเกงขึ้นมาสูงถึงสะดือ ติดกระดุมคอเสื้อเลียนแบบเด็กเอ๋อสุดฤทธิ์
แถมพูดลิ้นรัวพันกัน พูดไม่ชัด
"สะ..สะ..สะหวัด..ดี...ดีครับพี่..พี่ชาย...แหะๆๆ"
ป้าแต๋วแป่ว !
"คัท ! ไม่เอา เล่นอะไรของเธอน่ะ"
"ก็..บทออทิสติกไงครับ"
"ไม่ใช่..ป้าไม่อยากได้บทแบบนี้ นี่ละครดราม่าเรียกน้ำตานะยะ ไม่ใช่ละครตลก"
"อ้าว...ป้าเป็นผู้กำกับ อยากให้ผมเล่นแบบไหนก็บอกมาสิครับ ไม่งั้นผมก็ไม่รู้ใจป้าหรอก"
ป้าแต๋วสะดุ้งโหยงที่เจอเน็กซ์เถียง หันขวับไปมองพุชชี่ตาเขียวปั๊ด
"ขอโทษด้วยค่ะป้าแต๋ว น้องเขายังมือใหม่ ขอพุชชี่คุยกับน้องเขาก่อนนะคะ นะคะๆ"
ป้าแต๋วกอดอกเชิดหน้ายอมให้โอกาสอีกครั้งโดยไม่พูดอะไร หล่อนรีบเข้าไปคุยกับเน็กซ์ทันที หล่อนหยิกแขนเน็กซ์แรงๆ
"เด็กบ้า...ทำอะไรของเธอ ไปเถียงป้าแต๋วแบบนั้นได้ไง"
"ผมพูดตรงๆก็หาว่าผมเถียง"
"แต่มันตรงเกินไป"
"แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะป้า"
"ทำอย่างที่ครูดาวสอนเธอ จำไว้นะ ถ้าผ่านด่านนี้ไปไม่ได้ เธออดไปตามหาพ่อที่แท้จริงของเธอแน่"
"งั้นป้าต้องช่วยผมด้วยแล้วล่ะ"

เน็กซ์มองหล่อนด้วยแววตาร้องขอ

ในบริเวณบ้าน หนูดอกยืนบิดไปบิดมาหน้าโทรศัพท์ลุ้นสุดฤทธิ์จนปวดฉี่ ระหว่างนั้นอาร์ทเข้ามา

"พุชชี่ยังไม่ส่งข่าวมาอีกเหรอ"
"ยังเลย งานแรกก็เจอหินซะแล้ว ไม่รู้ว่าเน็กซ์จะทำได้รึเปล่า"
"ถ้าพุชชี่กล้าเอาอนาคตตัวเองฝากไว้กับเน็กซ์ เราก็ต้องเชื่ออย่างที่พุชชี่เชื่อ"
"แต่มันก็ยังลุ้นนะอาร์ท ลุ้นจนฉี่จะราดอยู่แล้วเนี่ย"
"แล้วมายืนบิดอยู่นี่เนี่ยนะ รีบไปเข้าห้องน้ำเลย ชั้นจะรอรับโทรศัพท์พุชชี่เอง"
หนูดอกขอบใจอาร์ทแล้วรีบวิ่งปรู้ดออกไปเข้าห้องน้ำคนละทางกับเชอรี่ที่มาหาอาร์ท
"คุณอาร์ทคะ มีผู้หญิงมาหาคุณเน็กซ์ค่ะ"
อาร์ทสงสัย
"หาเน็กซ์เหรอ"

อาร์ทเดินเข้ามาที่ห้องโถงเจอหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันหลังให้รออยู่
"น้องเป็นเพื่อนกับเน็กซ์เหรอครับ"
แพตตี้หันหน้ามาช้าๆ อาร์ทเห็นหน้าชัดๆเข้าไปก็ถึงกับชะงัก เพราะโดนความใสของแพตตี้เข้าไปเต็มๆ
"เน็กซ์อยู่ไหน"
อาร์ทยังอึ้งจนพูดไม่ออก
"ชั้นถามว่าเน็กซ์อยู่ไหน"
"อ๋อ...เน็กซ์ไม่อยู่ออกไปทำงาน"
"แล้วมาดามล่ะ"
"ออกไปด้วยกัน ถ้าน้องมีธุระอะไรคุยกับพี่ได้"
นางหัวเสียแล้วกอดอกเข้าไปมองอาร์ทหัวจรดเท้าอย่างดูถูก
"ชั้นจะคุยกับมาดามและกับเน็กซ์เท่านั้น พวกตัวรองๆชั้นไม่อยากเสียเวลา..เชอะ !"
นางสะบัดเชอะใส่แล้วกลับไปนั่งรอที่โซฟาเล่นเอาอาร์ทเหวอไปทันที

ภาพฉากในละครอยู่ที่หน้าร้านกาแฟริมถนนแห่งหนึ่ง รถวิ่งผ่านไปมา แสงนวลๆฟุ้งๆ เน็กซ์ที่แต่งตัวคล้ายกับ Forrest Gump หิ้วกระเป๋าเดินทางมองซ้ายขวาด้วยท่าทางน่าสงสารของบุคลิกคนเป็นออทิสติก เดินเข้ามาหยุดที่ม้านั่งริมทาง พุชชี่ในชุดใหม่เดินเข้ามาจากอีกทาง มองหาเน็กซ์ด้วยความเป็นห่วง แล้วพอเจอตัวก็ดีใจ
"สายชล...สายชล"
เน็กซ์ในบท "สายชล" หันมาเห็นก็ฉีกยิ้มดีใจ ตาหลุกหลิกไม่ค่อยสบสายตาตรงๆ
"พี่...พี่คนสวย"
"พี่เป็นห่วงสายชลแทบแย่ ทำไมถึงหนีออกมา"
"ผม ผมคิดถึงพี่ชาย ผม ผมจะไปหาพี่ชาย"
สายชลล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบนกกระดาษออกมา
"นี่ นี่ไงพี่คนสวย ผม ผมหัดพับนกได้แล้วนะ ผมจะเอาไปให้พี่ชาย"
หล่อนน้ำตาคลออย่างสงสาร
"โธ่สายชล เธอยังไปหาพี่ชายตอนนี้ไม่ได้ หมอบอกว่าต้องรอให้เขารู้สึกตัวก่อน"
"แล้ว แล้วเมื่อไหร่พี่ พี่ชายถึงจะรู้สึกตัวครับ พี่ พี่คนสวย"
"เร็วๆนี้แหละจ้ะ"
"ครับพี่คนสวย งั้นผม ผมจะรอ แต่ แต่ตอนนี้ผมหิวน้ำจังเลยครับ"
"ได้สิจ๊ะ พี่จะไปซื้อน้ำมาให้ สายชลนั่งพับนกให้พี่อีกหนึ่งตัวรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนได้มั้ย"
สายชลยิ้มดีใจ
"ได้ ได้สิครับ พี่คนสวย"
สายชลถือกระเป๋าถอยไปนั่งรอที่ม้านั่งริมถนน หล่อนโล่งอก ก่อนจะเดินไปซื้อน้ำที่ร้านกาแฟใกล้ๆกัน แต่ระหว่างที่สายชลนั่ง เอากระดาษพับนกจากกระเป๋าเดินทางหลายแผ่นมากขึ้นมาวางบนม้านั่ง ลมก็พัดกระดาษปลิวว่อน ลอยไปที่กลางถนน
สายชลตกใจรีบลุกขึ้นไขว่คว้ากระดาษที่ลอยละล่องเต็มไปหมด จนไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินออกไปที่กลางถนน ทันใดนั้น รถคันหนึ่งก็วิ่งพุ่งเข้ามาแล้วชนโครมจังๆ...โครม !

ป้าแต๋วกับคุณจุ๋งผงะ ตกใจสะดุ้งโหยงหน้าซีดเผือด คุณจุ๋งถึงกับคว้ามือป้าแต๋วมาบีบแน่น ทีมงานที่กำลังบันทึกภาพการทดสอบบทของเน็กซ์เองก็ถึงกับเหวอ ที่กลางห้องเน็กซ์เล่นบทสายชลหนุ่มออทิสติกที่กำลังจะตายในอ้อมกอดของพุชชี่
"สายชล สายชล เข้มแข็งไว้นะสายชล ฮือๆๆ"
สายชลลมหายใจรวยริน
"พี่...พี่คนสวย ผม ผมเจ็บจังเลยครับ ฮือๆๆ"
"อดทนสิสายชล เธอต้องอดทน จำที่พี่ชายเธอบอกได้มั้ยว่า เธอเป็นคนเก่ง เธอพิเศษกว่าคนอื่น"
"ผม ผมเป็นคนเก่ง ชะ ใช่ ผมจำได้ ผมพิเศษกว่าคนอื่น"
"งั้นเธอต้องไม่เป็นอะไรนะ อยู่กับชั้นนะสายชล แล้วชั้นจะพาเธอไปหาพี่ชายเธอ"
"ครับ...พี่คนสวย ผมจะอดทน ผม ผม จะไปพับ พับนกให้พี่ พี่ชาย"
สายชลค่อยๆยกมือขึ้นพร้อมกับนกกระดาษในมือพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ก่อนจะร่วงลงพื้นพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย หล่อนร้องเรียกชื่อเสียงดังอย่างฟูมฟาย
"สายชล !"
หล่อนกอดเน็กซ์ร้องห่มร้องไห้อย่างเสียใจ ทำเอาป้าแต๋วกับคุณจุ๋งต่อมน้ำตาแตก กอดคอร้องไห้อินกับบทที่เน็กซ์เพิ่งเล่นให้ดูไปอย่างเป็นวรรคเป็นเวร ทีมงานในห้องก็พากันร้องไห้ปล่อยโฮออกมาเสียงดังขรมไปทั้งห้อง
เน็กซ์กับหล่อนค่อยๆลุกขึ้นมองทุกคนอย่างอึ้งๆ ป้าแต๋วกับคุณจุ๋งลุกพรวดขึ้นแล้วปรบมือ
"สุดยอดมาก ฮือๆๆๆ ตั้งแต่เป็นผู้กำกับมายังไม่มีใครเรียกน้ำตาป้าได้ขนาดนี้เลย"
คุณจุ๋งบอก
"เน็กซ์ มัวไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมเพิ่งมาโผล่เอาตอนนี้ ฮือๆๆ"
หล่อนกับเน็กซ์พากันดีใจฉีกยิ้มกว้าง หล่อนรีบถามย้ำเพื่อความชัวร์
"หมายความว่า เน็กซ์ได้เล่นละครของพี่แล้วใช่มั้ยคะ"
"ไม่ ! ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ทุกเรื่องของพี่เลย ห้ามเธอพาเน็กซ์ไปเล่นละครกับค่ายอื่นเด็ด ขาดเข้าใจมั้ยพุชชี่"

เน็กซ์กับพุชชี่ดีใจหันมากอดคอกันเย้ๆๆๆสุดฤทธิ์

หนูดอกเข้ามาประจันหน้ากับแพตตี้ที่ยังเริ่ดๆเชิดๆรอ

"คุณพี่ว่า คุณน้องอย่ามาเสียเวลารออยู่ที่นี่เลยค่ะ กลับบ้านไปดีกว่านะคะ เพราะถ้าพ่อคุณน้องรู้เรื่องเข้า พวกพี่จะลำบาก"
นางยังคงนั่งเริ่ดเชิดคอตั้ง ชายหางตามองหนูดอกแล้วไม่พูดด้วย...เมิน...ชิ
"แน๊ะ ! พูดดีๆด้วยแล้วยังทำเชิดใส่"
อาร์ทดึงหนูดอกออกมาไกลๆแพตตี้แล้วถาม
"ท่าทางเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาเลยนะหนูดอก ใครเหรอ"
"เพื่อนเน็กซ์ที่บึงโขงหลง เน็กซ์บอกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ยัยนี่โมเมว่าเป็นแฟนกับเน็กซ์"
"เหรอ แรงเอาเรื่องเลยนะเนี่ย"
"แสบแซ่บเว่อร์ด้วยย่ะ"
"งั้นเดี๋ยวชั้นช่วยคุยให้"
"อาร์ท ชั้นว่าอย่าดีกว่า ชั้นกับพุชชี่เจอฤทธิ์ยัยเด็กนี่จนปวดหัวมาแล้วนะ "
"ให้ชั้นลองดู"
อาร์ทพยักหน้ากับหนูดอกแล้วเข้าไปหาแพตตี้ดีๆ
"น้องครับ ถ้าอยากให้พี่ช่วยเหลืออะไรก็บอกมาได้เลยนะ พี่พร้อมช่วยเหลือน้องเต็มที่ แต่ถ้าน้องไม่ยอมพูดอะไรเลย พี่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยน้องยังไง"
นางยังเชิดหน้าไม่พูด ไม่ชายหางตามองอาร์ท แต่พยักหน้าให้ยุวดีเป็นคนพูดแทน
"คุณแพตตี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณค่ะ เพราะที่คุณแพตตี้มาที่นี่ เธอมาเพื่อจะเป็นซุปตาร์ในสังกัดของมาดามพุชชี่"
หนูดอกตกใจ
"มาเป็นซุปตาร์"

พุชชี่เดินจิกหน้ายิ้มเยาะออกจากบริษัท บีซี เทเลวิชั่น มาเผชิญหน้ากับเจ๊เมี่ยงที่ยืนรออยู่อย่างเข็ดเขี้ยวและเจ็บใจ หล่อนทำนิ้วเหมือนถือปืนชักขึ้นจากเอวแล้วยกเล็งหรี่ตาไปที่เจ๊เมี่ยงแล้วลั่นไก เปรี้ยงๆๆเยาะเย้ยสุดฤทธิ์
นางเจ็บใจ
"นังพุชชี่"
นางปรี่เข้าไปจะเล่นงาน แต่หล่อนเชิดหน้าอย่างท้าทาย
"เอาสิเจ๊ ถ้ามีเรื่องกันตรงนี้ล่ะก็ ทุกคนจะได้รู้กันว่าเจ๊มันพวกแพ้แล้วพาล เห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้ ชื่อเสียงที่เจ๊สั่งสมมาจะได้พังกันวันนี้แหละ"
"แกกล้าขู่ชั้นเหรอ"
"ใช่ เพราะน่าเสียดายที่เจ๊ไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ยินกับหูตอนที่ป้าแต๋วตกตะลึงตึงๆกับความสามารถของเน็กซ์ โดยเฉพาะพี่จุ๋งถึงกับบอกชั้นว่า ห้ามเธอพาเน็กซ์ไปเล่นละครกับค่ายอื่น ต้องเล่นค่ายชั้นคนเดียวเท่านั้น"
"ไม่จริง ชั้นไม่เชื่อ"
"ถ้าเจ๊ไม่เชื่อ เจ๊ก็ลองไปถามพี่จุ๋งเอาเองแล้วกัน แต่เจ๊คงต้องรอคิวนานหน่อยนะ เพราะตอนนี้พี่จุ๋งกับป้าแต๋วคงกำลังยุ่งกับการหาบทเด่นๆไว้เตรียมดันเน็กซ์ให้ขึ้นเป็นพระเอกเบียดหมอกี้ของเจ๊ให้กลายเป็นสินค้าตกเกรด เอาไปวางคนละเชลท์...ชิ้วๆๆ"
หล่อนหัวเราะเสียงดังขยี้ไล่บี้นางอย่างสะใจ เจ๊เมี่ยงเจ็บใจมากแค้นจนอยากจะปรี่เข้าไปตบให้รู้แล้วรู้รอด แต่ระหว่างนั้นลอร่าวิ่งหน้าตื่น ถือมือถือมาด้วย
"เจ๊ขาเจ๊ แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องกับน้องฝันหวานๆค่ะ"
"ตอนนี้ชั้นไม่ว่าง แกไปจัดการให้ชั้นก่อน"
"ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องใหญ่บะละฮึ่ม เกินหน้าที่หนูไปเคลียร์ ต้องเจ๊คนเดียวเท่านั้น"
"เรื่องใหญ่อะไร"
ลอร่ายื่นหน้าไปกระซิบบอกอยู่ครู่หนึ่ง พอนางรู้เรื่องเข้าก็หน้าเสียตกใจมาก รีบหยิกลอร่าทันที
"นังปากคอมฟอร์ทร้อย หล่อนอย่าเอาเรื่องอัปมงคลแบบนี้มาล้อชั้นเล่นนะ"
"ไม่ได้ล้อเล่นค่ะเจ๊...จริงๆค่ะ น้องเขาบอกหนูเองว่า..."
ลอร่าจะหลุดปากพูด แต่เนางรีบเอามืออุดปากลอร่าทันที
"หุบปากหล่อนไปเลย..เดี๋ยวนังพุชชี่ก็ได้ยินหรอก"
หล่อนกอดอกจิกหน้ามองอย่างสงสัย เจ๊เมี่ยงรีบตีหน้าเชิดทำเป็นไม่มีอะไร
"โชคดีที่วันนี้วันพระ ชั้นมีธุระด่วนต้องไปเคลียร์พอดี ไม่งั้นล่ะก็ หล่อนโดนชั้นตื้บแน่...ชิ"
นางสะบัดบ๊อบใส่แล้วพากันเดินออกไปที่จอดรถกับลอร่า หล่อนกอดอกมองตามแล้วเบ้ปากไม่ได้แคร์ไม่ได้กลัวสักนิด เสียงโทรศัพท์ดัง หล่อนเอาโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายขึ้นมาดูเบอร์เห็นเป็นเบอร์หนูดอกโทร.เข้ามา หล่อนกดรับสายพูดแบบชิลๆ
"ว่าไงหนูดอก"
ใบหน้าชิลๆ เปลี่ยนเป็นตกใจโดยพลัน

เวลาต่อมา หล่อนขับเจ้าม้าป่าจอดเอี๊ยดที่หน้าบ้านแล้วรีบลงจากรถ หนูดอกรีบปรี่เข้ามาทันที
"ยัยเด็กนั่นมาที่นี่ได้ไง"
"มายังไงตอนนี้ไม่สำคัญแล้วค่ะ มาดาม ไอ้ที่น่าตกใจกว่าก็คือ ไล่ยังไงชีก็ไม่ไปจนกว่ามาดามจะยอมรับชีเป็นเด็กในสังกัด"
"งั้นชั้นจัดการเอง"
"เดี๋ยวค่ะมาดาม..แล้วเน็กซ์ล่ะคะ"
"ชั้นให้อยู่กับป้าแต๋วคุยเรื่องบทที่จะเล่นไปก่อน ขืนให้เน็กซ์อยู่ด้วยตอนที่ชั้นต้องเคลียร์กับยัยเด็กสก๊อยต์นั่น มีวุ่นวายไม่เลิกแน่"

หล่อนรีบเดินเข้าไปในบ้าน หนูดอกรีบเดินตาม

พุชชี่เข้ามาที่ห้องโถงเจอแพตตี้ตั้งท่าเริ่ดๆเชิดๆรออยู่แล้ว สองคนจ้องหน้ากัน
 
แพตตี้ยังทำคอแข็งใส่ จนยุวดีต้องสะกิดเตือนกระซิบบอก
"คุณแพตตี้คะ เราต้องพึ่งเขาให้ช่วยดันให้เป็นซุปตาร์คู่กับเน็กซ์นะคะ"
"ชั้นรู้น่า !"
นางเริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนน้อมยกมือไหว้หล่อนงามๆ
"สวัสดีค่ะมาดาม หนูแวะมาเยี่ยมเน็กซ์ เขาอยู่ไหนคะ"
"เน็กซ์เขากำลังทำงานอยู่ ว่าธุระที่เธอตั้งใจมาที่นี่เลยดีกว่า ชั้นไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลาหรอกแพตตี้"
"ก็ดีค่ะมาดาม ชั้นตั้งใจมาเป็นซุปตาร์คู่กับเน็กซ์ เพราะชั้นมั่นใจว่า ความสวยของชั้นบวกกับความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น ไม่มีคำว่าน้อยหน้าพวกที่ดังๆในจออยู่ตอนนี้"
"แหมๆๆคุณน้องมั่นใจตัวเองเกินไปรึเปล่าคะ"
นางชายหางตามองหนูดอก
"ถ้ารางวัลจากทุกเวทีประกวดในแถบอีสานของชั้นยังทำให้มั่นใจไม่ได้ ชั้นก็จะโชว์ความสามารถแบบอินเตอร์ให้ดูกันชัดๆอีกที"
นางดีดนิ้วสั่งยุวดี
"ค่ะคุณแพตตี้"
ยุวดีเอาไอพอดขึ้นมาจากกระเป๋าถือแล้วกด PLAY เพลงเกาหลี I got a boy ของ SNSD ดังขึ้น นางเปิดฉากแดนซ์และลิปซิงค์ตามได้อย่างเริ่ดไม่แพ้ต้นฉบับ แถมช่วงท่อนฮุคยังเข้าไปเต้นยั่วยวนรอบๆตัวอาร์ทอีกต่างหาก จนอาร์ทเผลอยิ้มไม่หุบ
"หยุด หยุด หยุดๆๆ พอได้แล้ว"
เสียงดังของหล่อนทำให้ยุวดีรีบกดหยุดเพลงทันที
"ทำไมคะมาดาม ความสามารถของชั้นยังไม่พอที่จะปั้นให้เป็นซุปตาร์อีกเหรอ"
หล่อนนิ่งไป อาร์ทเข้ามากระซิบ
"น่าสนใจนะพุชชี่ ชั้นว่าน้องเขาใช้ได้เลย ทั้งความสามารถทั้งหน้าตาผ่านมาตรฐานของเธอหมดเลย"
"แต่มีอย่างเดียวที่ไม่ผ่าน"
หล่อนมองแพตตี้ด้วยสีหน้าจริงจัง

หล่อนจับแขนแพตตี้พาออกมานอกบ้านเพื่อจะไล่กลับ
"มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย เพราะอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่ชั้นจะปั้นให้เป็นซุปตาร์ได้"
"ทำไม ชั้นไม่สวยไม่เก่งตรงไหน เด็กในสังกัดของมาดามยังสู้ชั้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
"ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวย ไม่เก่งนะแพตตี้ ความสามารถของเธอทำให้ชั้นทึ่งจริงๆ เธอมีโอกาสที่จะดังในวงการได้ แต่ความตั้งใจมาเป็นซุปตาร์ของเธอไม่ใช่สิ่งที่ชั้นต้องการ"
"ชั้นต้องการมาเป็นซุปตาร์จริงๆนะ มาดาม"
"เพื่อตัวเองหรือเพราะเน็กซ์กันแน่ อย่าคิดว่าชั้นดูเธอไม่ออกนะ"
แพตตี้ชะงัก
"ใช่ ชั้นอยากมาเป็นซุปตาร์ก็เพราะเน็กซ์ เพราะชั้นกับเขาเกิดมาคู่กัน ชั้นจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งเน็กซ์ไปจากชั้นเด็ดขาด"
"งั้นชั้นก็รับเธอไว้ที่นี่ไม่ได้ กลับไปได้แล้ว"
หล่อนหันหลังให้แล้วจะเดินกลับเข้าบ้าน
"ยัยป้าปีศาจ กีดกันชั้นเพราะคิดกินตับเน็กซ์คนเดียวใช่มั้ย เลยเห็นชั้นเป็นก้างขวางคอ"
หล่อนอึ้งไปทันที หันขวับกลับมาจ้องนางเขม็ง
"ว่าไงนะนังเด็กสก๊อย"
แพตตี้เชิดใส่
"ชั้นก็รู้ทันพวกกินเด็กอย่างป้าเหมือนกัน ที่พาเด็กหนุ่มๆหล่อๆมาเลี้ยงดูถึงในบ้าน เพราะหวังจะกินเอง ยัยป้าบ้ากาม ขึ้นคาน แก่แล้วไม่เจียม"
เพี๊ยะ ! หล่อนตบหน้าแพตตี้ทันทีเสียงดังลั่น นางตกใจจะหันกลับมาตบคืนแต่เจอหล่อนจับมือไว้หมับ
"ไปให้พ้นหน้าชั้น..ไป"
หล่อนผลักนางเซไปให้ยุวดีและขู่ด้วยสีหน้าเอาจริง ยุวดีเสียววาบ
"คุณแพตตี้คะ ไปกันเถอะค่ะ เราสองคนรับมือมันไม่ได้หรอก"
นางเจ็บใจ
"คอยดูนะ ชั้นไม่เลิกราแค่นี้แน่"
แพตตี้สะบัดหน้าใส่ แล้วเดินจ้ำออกไปจากบ้านอย่างเจ็บแค้น ยุวดีรีบเดินตาม
"แรงไปรึเปล่าพุชชี่" อาร์ทถาม
"เด็กเฮี้ยวๆ พูดจาไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ต้องลงไม้เรียวบ้างแหละอาร์ท ไม่งั้นไม่รู้ตัวหรอก"
หล่อนไม่ตอบอะไร อาร์ทเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับหนูดอก อาร์ทหันไปมองตามแพตตี้อย่างเป็นห่วง

ริมถนนแถวหน้าบ้านพุชชี่ มีรถวิ่งผ่านไปมา แพตตี้เดินเร็วๆมาหยุดที่เสาไฟฟ้าแล้วร้องไห้เสียใจสะอึกสะอื้นปนเจ็บใจ
"โธ่คุณแพตตี้ ตั้งแต่ยุวดีอยู่กับคุณมา ยังไม่เคยมีใครกล้าดูถูกคุณหนูถึงขนาดนี้ มาค่ะ ยุวดีช่วยปลอบใจให้นะคะ"
ยุวดีน้ำตาคลอ สงสารและเข้าไปสวมกอดปลอบใจ แต่โดนนางผลักไส
"อย่ามากอดชั้นนะ"
"ก็ยุวดีสงสารคุณแพตตี้นี่คะ"
"ชั้นไม่ได้อยากได้ความสงสาร ตอนที่มันตบหน้าชั้น ทำไมไม่ช่วยเอาคืน"
"ไม่ไหวมั้งคะคุณแพตตี้ นั่นมาดามพุชชี่นะคะ แรงตัวแม่ขนาดนั้น" ยุวดีพูดพลางส่ายหน้ากลัว
"โธ่เอ้ย !! รู้งี้พาลูกน้องป๋ามาด้วยก็ดี"
"งั้นเรากลับบึงโขงหลงกันนะคะ ยุวดีจะรายงานเสี่ยทุกเม็ดเลยว่า นังพุชชี่มันย่ำยีดูถูกคุณแพตตี้ยังไงบ้าง รับรองว่าเสี่ยต้องพาคนมาตื้บๆๆๆมันถึงบ้านแน่"
นางนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ยุวดีจะรีบไปโบกเรียกแท๊กซี่
"ไม่ ! ชั้นจะไม่กลับไปบึงโขงหลงอีก"
"อ้าว ทำไมล่ะคะ ก็นังมาดามพุชชี่มันไม่ยอมรับคุณเป็นเด็กในสังกัดแล้วนี่คะ"
"ใช่ว่าวงการนี้จะมีแต่มาดามพุชชี่ ที่ปั้นคนธรรมดาให้เป็นซุปตาร์ได้คนเดียวซะที่ไหน"
ยุวดีตกใจ
"นี่ อย่าบอกนะคะว่า..."
"ใช่ ! ชั้นจะต้องเป็นซุปตาร์ที่ดังทะลุฟ้าให้ได้ เพราะชั้นอยากเห็นมันหน้าแตก อยากเอารองเท้าแตะตบปากตัวเองวันละสามเวลาเพราะเสียดายที่มาดูถูกชั้น"
"แล้วใครล่ะคะที่จะช่วยดันคุณแพตตี้ให้เป็นซุปตาร์ได้"
แพตตี้ยังไม่บอกยุวดี แต่ยิ้มร้ายมั่นใจมากๆก่อนจะเดินนำออกไป ยุวดีรีบเดินตาม คล้อยหลังไม่เท่าไหร่
 
อาร์ทเดินออกมามองตามเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและมั่นใจตัวเองคนนั้นไปด้วยสีหน้าเป็นห่วง
 
อ่านต่อหน้า 3

มาดามดัน ตอนที่ 5 (ต่อ)

ภายในบ้าน เจ๊เมี่ยงจับตัวฝันหวานๆเขย่าถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"ไม่จริง บอกเจ๊มาว่าคุณน้องตรวจผิด เป็นไปไม่ได้"
"จริงค่ะเจ๊ หนูใช้ที่ตรวจถึงสามอัน ผลออกมาตรงกันทุกอันเลย"
"เจ๊ไม่เชื่อ"
"งั้นเจ๊ก็ดูกับตาตัวเองแล้วกันค่ะ"
ฝันหวานๆเอาที่ตรวจครรภ์ผ่านทางปัสสาวะยื่นเข้าไปใกล้ๆหน้าเจ๊เมี่ยงให้ดูชัดๆ
"ว๊าย ! คุณน้องขา..ไม่ต้องเอามาทิ่มหน้าเจ๊ขนาดนี้ก็ได้ค่ะ เห็นแล้วค่ะ"
ลอร่าบอก
"มิน่าล่ะคะเจ๊ งานเดินแบบคราวที่แล้วถึงได้โอ้กอ้ากไม่หยุด ไอ้เราก็นึกว่าแค่อาหารเป็นพิษ เพราะไปกินตับหวาน แต่นี่กลับโดนกินตับซะเอง"
เจ๊เมี่ยงหน้าเซ็ง
"ฝีมือใครคะคุณน้อง คุณปีใหม่รึเปล่า"
"ใช่สิคะเจ๊ ก็หนูคบเขาอยู่คนเดียว"
เจ๊เมี่ยงลุกยืนจะเป็นลม
"โอ๊ย... เจ๊จะบ้าตาย บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่า เวลาจะสนุกกันช่วยคิดถึงความปลอดภัยนิดนึง ป้องกันน่ะค่ะ รู้จักมั้ย"
"หนูบอกคุณปีใหม่แล้วค่ะเจ๊ แต่เขาไม่เห็นด้วย เพราะเขาคิดจริงจังกับหนู คุณหญิงแม่เขาก็อยากให้หนูเป็นลูกสะใภ้เขาด้วย"
นางสะดุ้ง
"ว่าไงนะ ! นี่ นี่ถึงขั้นจะแต่งงานกันเลยเหรอ"
" ค่ะเจ๊ งานแต่งเตรียมไว้แล้วอีกสามวัน แต่งเสร็จหนูก็จะไปอยู่อังกฤษเลย หนูเรียนเชิญเจ๊ไปร่วมงานด้วยนะคะ"
พูดจบฝันหวานๆเดินออกจากห้องไป เจ๊เมี่ยงเหวอตาตั้ง ก่อนจะหงายหลังไปทางลอร่า
"เจ๊ ใจเย็นค่ะ อย่าเพิ่งเป็นลม"
"ชั้นอยากตาย ชั้นอยากตาย"
นางปรือหายใจฟืดฟาดก่อนจะเป็นลมหมดสติไปทันที

ลอร่าเอายาดมไปจ่อจมูกนางที่นอนหมดสภาพอยู่ที่โซฟา นางค่อยๆฟื้นลืมตา
"ไหวนะคะเจ๊ ต้องให้ลอร่าเรียกรถพยาบาลมั้ย"
"ไม่ต้องหรอกย่ะ แล้วนี่ฝันหวานๆล่ะ" มัชฌิมาถามพลางดมยาปื้ด
"คุณปีใหม่มารับกลับไปแล้วค่ะ"
"แหม...ได้ทีก็ฉกเด็กชั้นไปเลยนะ จะไม่ปรึกษาชั้นเรื่องแถลงข่าวเลยเหรอไง"
"ลอร่าถามให้แล้วค่ะสรุปว่า ก็คงต้องตามสูตรที่เขาทำๆกันนั่นแหละค่ะ แต่งฟ้าแล่บ เพราะรักกันมาก เวลาคลอดก็บอกว่าก่อนกำหนด อยู่ตู้อบเพราะตัวเล็ก"
"โอ้ย สมัยนี้ใครเขาจะเชื่อ น้องฝันหวานๆนะ ทำไม ทำไมทำกับเจ๊แบบนี้ ไอ้ที่เจ๊ทุ่มทุน ปั้นมามันยังไม่คุ้มเลย"
ลอร่ายื่นเช็คให้ทันที
"นี่ค่ะเจ๊ เช็คที่คุณปีใหม่เซ็นต์ให้เจ๊เป็นค่าเสียหายที่น้องฝันหวานๆ ทำงานให้เจ๊อีกไม่ได้แล้ว"
นางรีบคว้าเช็คมาดูแล้วตาโตอึ้ง เพราะจ่ายมาให้เยอะมาก
"เห็นตัวเลขแล้วหายง่อยเปลี้ยเปลี่ยนเป็นวิ้งๆแทนเลยใช่มั้ยคะ ลอร่าว่าน้องฝันหวานๆ น่ะฉลาดเลือก ถึงหน้าตาจะไม่ดีแต่มีเชื้อเจ้า แถมเพิ่งขายที่ดินไปได้อีกเป็นพันล้าน ไปเป็นคุณนายนั่นแหละดีแล้ว ไม่ต้องมาเป็นซุปตาร์หรอก"
"ค่าเสียหายมันก็ถูกใจชั้นอยู่หรอก แต่ชั้นก็เสียดาย ฝันหวานๆเป็นซุปตาร์คู่จิ้นอยู่กับหมอกี้ของชั้น อยู่ๆมาออกจากวงการไปแบบนี้แล้วชั้นจะหาใครมาเสียบแทนล่ะ"
เจ๊เมี่ยงถอนใจหน้าเซ็งๆ ระหว่างนั้นคนใช้เข้ามา
"เจ๊คะ มีเด็กผู้หญิงมารอพบเจ๊ค่ะ"
"สงสัยพวกอยากเป็นดาราเหมือนเคยนั่นแหละ เอาใบสมัครไปให้กรอกแล้วบอกให้กลับบ้านไปรอโทรศัพท์"
"บอกแล้วค่ะ แต่เขาไม่ยอมกรอกใบสมัคร บอกแต่ว่าต้องรอพบเจ๊ให้ได้"
"ไล่ไป หรือไม่ก็บอกว่าชั้นไม่อยู่"

แพตตี้ลุกขึ้นยืน
"ไม่ ! ชั้นไม่เชื่อ ชั้นต้องได้พบเจ๊เมี่ยงเดี๋ยวนี้ ไปบอกเขาว่าถ้าเขาไม่ยอมให้ชั้นพบ เขาจะพลาดโอกาสได้ว่าที่ซุปตาร์คนใหม่มาอยู่ในสังกัด"
"น้องคะ กลับไปเถอะค่ะ เจ๊ไม่อยู่จริงๆ"
"ชั้นเดินหน้าแล้วจะถอยหลังกลับไม่ได้ ถ้ามีใครขวางทางชั้น ชั้นก็จะไม่ไว้หน้าทั้งนั้น"
แพตตี้ดันคนใช้ให้หลบไปก่อนจะรีบเดินเร็วๆเข้าไปในบ้านทันที คนใช้จะห้ามแต่โดนยุวดีขวางอย่างเอาจริง

ภายในห้อง เจ๊เมี่ยงยังหน้าเครียดคิดอยู่กับลอร่า พลิกดูรูปเด็กสาวๆในแฟ้มที่ลอร่าเอามาให้เลือกก็ไม่ถูกใจ
"ไม่ได้ ไม่ดี ไม่เอา มีแต่สวยแบบธรรมดาๆทั้งนั้น ชั้นอยากได้แบบที่พร้อมจะเป็นซุปตาร์เข้าใจมั้ย" เจ๊เมี่ยงเสียงดังโมโห
"ค่ะๆๆเจ๊ เดี๋ยวลอร่าจะให้พวกเราพลิกแผ่นดินเมืองไทยตามล่าตามหาว่าที่ซุปตาร์สุดสวยมาให้เจ๊เอง"

ลอร่ารีบออกไปแต่ชนเข้ากับแพตตี้ที่เดินเร็วๆเข้ามาจนล้มลงไปทั้งคู่
"โอ๊ย !! นังเด็กบ้า ทะเล่อทะล่าเข้ามาได้ไง"
"ป้านั่นแหละ ทำไมไม่รู้จักหลบ"
"ว๊ายตายแล้ว แรงนะยะ ลูกเต้าเหล่าใคร ชื่ออะไรยะ"
แพตตี้ไม่สนใจเดินเชิดหน้าไม่สนใจเข้าไปในห้อง ยกมือไหว้เจ๊เมี่ยง
"สวัสดีค่ะเจ๊เมี่ยง หนูชื่อแพตตี้ หนูคือว่าที่ซุปตาร์คนใหม่ของเจ๊"

นางชะงักมอง เด็กสาวเชิดหน้าเริ่ดโชว์สวยสุดฤทธิ์แถมพกความมั่นใจมาเต็มร้อยอย่างอึ้งๆ

ตกกลางดึก ธีระนอนร้องครวญครางในขณะที่ให้หมอนวดสองสาววัยละอ่อนนวดเน้นเค้นขยำขยี้อย่างเมามันและเคลิบเคลิ้ม
 
ระหว่างนั้นก็มีเสียงเคาะประตูเรียก ธีระตกใจ
"พวกหนูๆรีบไปหลบในห้องน้ำก่อน อย่าให้ลูกสาวป๋าเห็นเด็ดขาด ป๋าขี้เกียจฟังลูกบ่น" ธีระบอก
หมอนวดสาวๆรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำตามสั่ง ส่วนธีระก็รีบเอาเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปเปิดประตู พร้อมกับทำหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสสุดฤทธิ์
"มาแล้วจ้ะแพตตี้ลูกรัก เป็นไงไปเที่ยวมาสนุกมั้ย"
ธีระพูดจ๊ะจ๋าเสียงหวานเพราะคิดว่าลูกสาวแต่พอเปิดประตูออกมากลับพบว่าเป็นลูกน้องหน้าเหี้ยมยืนยิ้มแห้งแทน เขาจึงกระชากคอเสื้อลูกน้อง
"ปั๊ดโธ่เว้ย นึกว่าลูกสาว เดี๋ยวปั๊ดเลย ! สะเออะมาขัดจังหวะทำไมวะ"
"ขอโทษครับเสี่ย คือผมมีเรื่องของคุณแพตตี้ต้องรีบมารายงานเสี่ยด่วน"
ธีระสงสัย
"เกิดอะไรขึ้นกับแพตตี้ ? หา ! หรือว่ารถที่แพตตี้นั่งไปตกเหว"
"ไม่ใช่ครับเสี่ย ผมเห็นมืดแล้วคุณแพตตี้ยังไม่กลับมาเลยไปเช็คดู ถึงได้รู้ว่าวันนี้มีคนเห็นคุณแพตตี้ขึ้นเครื่องบินที่อุดรเข้ากรุงเทพฯไปกับยุวดี"
"หา ! เข้ากรุงเทพฯ"
ธีระหน้าเสียกัดฟันกรอดๆเพราะฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่า ลูกสาวไปเพราะเรื่องอะไร
"ต้องเป็นเพราะไอ้บักหมาแน่ แพตตี้ นี่ นี่ลูกต้มพ่อซะเปื่อยเลยเหรอเนี่ย"
"ใช่แล้วครับเสี่ย"
ธีระหันมาตบกบาลลูกน้องทันที ผั๊วะ!
"ไม่ได้ถามเว้ย"
ธีระหน้าเครียดด้วยความโกรธสุดๆ

ณ บ้านเจ๊เมี่ยง แพ๊ตตี้ร้องลิปซิงค์เพลงเกาหลีชื่อ I got a boy ของ SNSD จบลงพร้อมกับโพสต์จบท่าเต้นอย่างสวยงามแล้วหอบแฮ่กๆ เจ๊เมี่ยงนั่งหาวปากกว้างหลังจากที่นั่งดูแพ๊ตตี้โชว์ความสามารถจบลง พอเจอแบบนี้เข้าไปแพ๊ตตี้ก็ถึงกับหน้าเสีย
"ท่าทางโชว์ความสามารถจะไม่จี๊ดโดนใจแล้วล่ะคุณแพตตี้ ดูสิคะเจ๊ดันตัวแม่ถึงกับหาวเซ็งเลย" ยุวดีบอก
แพ๊ตตี้เจ็บใจแต่ก็ไม่ยอมแพ้
"ความสามารถของหนูไม่ได้มีแค่นี้นะคะเจ๊ เล่นละคร ร้องเพลง หมอลำ ลูกทุ่ง หนูได้หมดหรือเจ๊จะดูรูปถ่ายสารพัดรางวัลที่หนูเคยกวาดมาหนูก็มีให้ดู"
แพ๊ตตี้จะไปหยิบกระเป๋าถือใบใหญ่
"พอ..ไม่ต้อง ชั้นไม่สนใจรางวี่รางวัลบ้านนอกพวกนั้นหรอก"
เจ๊เมี่ยงหันไปปรึกษาซุบซิบกันกับลอร่าประมาณว่าบุคลิกของแพ๊ตตี้น่าสนใจแต่ก็มีหลายอย่างไม่เข้าตา ทั้งสองเลยถกกัน แพ๊ตตี้ใจคอไม่ดีเพราะคิดว่าต้องโดนไล่แน่ๆ
"เจ๊คะ ก่อนที่เจ๊จะไล่ตะเพิดหนูไปขอให้หนูได้บอกอะไรเจ๊ก่อนได้มั้ยคะ"
"ว่ามา"
"ก่อนที่หนูจะมาหาเจ๊ หนูเพิ่งถูกมาดามพุชชี่ไล่ตะเพิดออกมา"
เจ๊เมี่ยงชักสีหน้าด้วยความสนใจ
"นี่เธอไปหานังพุชชี่มาแล้วงั้นเหรอ"
"ค่ะ...เน็กซ์เป็นแฟนหนู แต่ถูกยัยป้านั่นฉกมาอย่างหน้าด้านๆ แล้วยังพยายามกีดกันหนูกับเน็กซ์ไม่ให้พบหน้ากัน เพราะคิดจะเก็บเน็กซ์ไว้เคี้ยวเล่นคนเดียว หนูทนไม่ได้ก็เลย ตัดสินใจทิ้งบ้านมาเพื่อจะเป็นซุปตาร์คู่กับแฟนหนู" ลอร่าบอก
"หล่อนน่ะเหรอเป็นแฟนเน็กซ์ นี่ อย่ามามั่วแต่งเรื่องเพื่อหวังจะให้เจ๊สนใจหล่อนนะยะ"
"จริงสิคะคุณ คุณแพตตี้กับเน็กซ์โตมาด้วยกันที่บึงโขงหลง แก้ผ้ากระโดดน้ำเล่นบึงด้วย กันมาตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่เชื่อคุณแพตตี้มีรูปแก้ผ้าถ่ายคู่กับเน็กซ์ตอนเด็กๆด้วยนะคะ"
"ยุวดี"
"ขอโทษค่ะ คุณแพตตี้"
"ที่หนูต้องเล่าให้เจ๊ฟัง เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่หนูจะแย่งแฟนคืน มาจากนังมาดามบ้ากามจ้องกินเด็ก และถ้าเจ๊ปั้นหนูให้เป็นซุปตาร์ได้จริงๆ หนูก็ยังได้ฉีกหน้ายัยป้าปีศาจนั่นด้วย"
แพ๊ตตี้พูดด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นทำเอาเจ๊เมี่ยงชอบใจจนต้องลุกขึ้นมาเดินวนไปรอบๆตัวพร้อมทั้งมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบชัดๆ
"ที่เมื่อกี้ชั้นคุยกัน ไม่ใช่ว่าชั้นจะไล่เธอไปหรอกนะสาวน้อย แต่ความสามารถของเธอไม่ได้น่าสนใจเท่ากับความสวยใสที่ทำเอาชั้นสนใจเธอตั้งแต่เข้ามาแล้วต่างหาก"
"จริงเหรอคะเจ๊"
"คำพูดจากปากของเจ๊ดันตัวแม่ของวงการ มันเชื่อไม่ได้เชียวหรือจ๊ะ สาวน้อย"
แพ๊ตตี้เริ่มยิ้มดีใจขึ้นมาทันที เจ๊เมี่ยงหันมาบีบไหล่ของเธอทั้งสองข้างแล้วยิ้มอย่างร้ายกาจ
"ยิ่งพอเธอบอกว่าเธอถูกนังพุชชี่ไล่ตะเพิดออกมา มันก็ยิ่งทำให้ชั้นสนใจเธอมากขึ้น เพราะอะไรรู้มั้ยจ๊ะ เพราะว่าเรามีเป้าหมายไว้ให้พุ่งชนเหมือนกันไง นังพุชชี่ตัวแสบ"
เจ๊เมี่ยงยิ้มร้ายและหัวเราะลงคอด้วยความสะใจ พอๆกับสีหน้าของแพ๊ตตี้ที่ดีใจไม่น้อยไปกว่ากัน

พุชชี่่ยืนกอดอกเงียบๆ และมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่บริเวณสระว่ายน้ำ อาร์ทพยายามถามย้ำกับพุชชี่
"เธอจะปล่อยให้เด็กคนนั้นเดินเข้าไปหาเจ๊เมี่ยง โดยไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอ พุชชี่"
"แล้วจะให้ชั้นทำอะไรได้ล่ะอาร์ท เขาเลือกของเขาเอง ชั้นไม่ได้เป็นคนบอกให้เขาไปนี่"
หนูดอกบอก
"ใช่...ถ้าเด็กคนนั้นทะเยอทะยานอยากเป็นซุปตาร์ ใจแตกถึงขนาดกล้าหนีออกจากบ้าน มาหาผู้ชายได้ ต่อให้พูดจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่มีทางไล่กลับบ้านได้หรอก"
"แต่เธอก็รู้ดีว่าเจ๊เมี่ยงดูแลเด็กยังไง อนาคตของเด็กคนนั้นน่าเป็นห่วงแน่"
หล่อนนิ่งไปครู่
"ให้พูดกันตรงๆ ชั้นก็ห่วงอยู่หรอกนะ แต่ชั้นห่วงเน็กซ์มากกว่า ถ้าชั้นรับเขามาอยู่กับเน็กซ์ เขาก็จะเป็นอุปสรรคที่ทำให้เน็กซ์ไปไม่ถึงเป้าหมาย แค่แก้วใสคนเดียว ชั้นก็ปวดหัวจะแย่"
"แล้วถ้าเน็กซ์รู้เรื่องนี้เข้าล่ะ"
"ก็ต้องอย่าให้เน็กซ์รู้ไง"
พุชชี่ตอบห้วนๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้าน หนูดอกหันมาตบบ่าอาร์ทแล้วพูด
"ไปนอนพักเถอะอาร์ท พรุ่งนี้ต้องถ่ายละครแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"

หนูดอกเดินตามพุชชี่ไป อาร์ทมองตามแล้วถอนใจ ยังไม่หายเป็นห่วงเด็กสาวอย่างแพ๊ตตี้

วันต่อมา เน็กซ์กำลังนอนยกเวทออกกำลังเบาๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ
 
ระหว่างนั้นพุชชี่ก็เอาแฟ้มเรื่องย่อละครหลายเล่มมาวางลงบนหน้าอกของเน็กซ์
"เดี๋ยวเล่นเวทเสร็จแล้วก็เอาไปอ่านดูนะ"
"อะไรเหรอป้า"
"เรื่องย่อละครที่พี่จุ๋งส่งมาให้ เธอลองอ่านดูแล้วกันชอบเรื่องไหนก็บอกมา ทั้งพี่จุ๋งแล้วก็ป้าแต๋วรับปากชั้นว่า พร้อมจะช่วยดันเธอให้เป็นพระเอกสำหรับละครเรื่องหน้า"
เน็กซ์หยิบขึ้นมาแล้วยื่นส่งให้
"ผมไม่จำเป็นต้องอ่านหรอก ป้าดูแล้วก็เลือกให้ผมมาแล้วกัน ผมเชื่อใจป้า"
เน็กซ์บอกแล้วเดินไปหยิบน้ำมาดื่ม หล่อนอมยิ้มชอบใจคำพูดของเน็กซ์
"เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ ชั้นได้ยินไม่ค่อยถนัด"
"ตีนกาขึ้นแล้วยังหูหนวกอีก ว่างๆไปเช็คสุขภาพบ้างนะป้า"
พุชชี่เหวอ
"ไอ้เด็กบ้า ปากดีอีกแล้วนะ มาให้ชั้นงัดเอาหมาออกจากปากเลย"
พุชชี่จะเข้าไปตบปากสั่งสอนแต่ถูกเน็กซ์จับมือเอาไว้ พุชชี่ชะงักมองหน้าเพราะทั้งสองอยู่ใกล้กัน
"ผมรู้ว่าป้าได้ยิน ถ้าไม่ใช่เพราะป้า ผมก็คงทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะทำได้สำเร็จหรอก นอกจากพ่อแม่ผมแล้วก็มีป้านี่แหละที่รู้จักผมดี เอาเป็นว่าป้าอยากให้ผมทำอะไรก็บอกมา ผมจะตั้งใจทำงานให้ป้าอย่างเต็มที่"
น้ำเสียงของเน็กซ์จริงจังและดูเป็นผู้ใหญ่มากๆจนพุชชี่เผลอปลื้มจนยิ้มอย่างมีความสุขออกมา
"ปล่อยมือชั้นได้แล้ว ขอบใจนะเด็กบ้า รู้มั้ยว่าเวลาที่เธอพูดจาดีๆแบบนี้ เธอดูเป็นผู้ใหญ่มากนะ"
"จริงเหรอป้า ผู้ใหญ่แบบไหน เหมือนกัปตันคนนั้นรึเปล่า"
พุชชี่ชะงัก
"ทำไมเธอต้องเปรียบตัวเองกับเขาด้วยล่ะ"
"ก็เห็นป้าชอบเขา"
"เอ้า...ชั้นจะชอบเขาหรือไม่ชอบเขา แล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ"
"เกี่ยวสิ...ก็ผม"
เน็กซ์กำลังจะบอกว่าผมก็ชอบป้าเหมือนกัน แต่เขายังไม่ทันจะพูดหนูดอกก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาก่อน
"มาดาม มาดามคะ แย่แล้วค่ะ ตายแน่ ตายกันยกรังแน่ๆค่ะ"
"อะไรของเธอหนูดอก..เกิดอะไรขึ้น"

พุชชี่ถูกลูกน้องธีระจับกดไหล่ให้นั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขกอย่างแรงจนเธอร้องออกมา หนูดอกกับแอปเปิ้ล เชอรี่ตกใจ สะดุ้งโหยง ส่วนเน็กซ์ชักสีหน้าไม่พอใจ
"เฮ้ย ! หยุดได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่บึงโขงหลง อย่ามาทำนักเลงกับผู้หญิง"
พูดจบเน็กซ์ก็ขยับจะเข้าไปช่วย แต่เจอลูกน้องหน้าเหี้ยมก้าวมาขวางพร้อมเปิดเอวให้เห็นปืนที่เหน็บอยู่
"แกไม่ต้องมาทำตัวเป็นพระเอกนอกจอหน่อยเลยไอ้บักหมา นี่มันปืนของจริง ลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมา แกหมดอนาคตได้เป็นดาราแน่"
"อย่ายุ่งกับเขานะเสี่ย ถ้าเสี่ยจะตามมาเอาเรื่องชั้น ก็คุยกับชั้นสิ"
พุชชี่คิดว่า เป็นเรื่องวันกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์
"นี่คิดว่าที่ชั้นถ่อสังขารมาถึงที่นี่เพราะยังติดใจเรื่องที่เธอหักหน้าชั้นไว้น่ะเหรอ"
ธีระยิ้มร้ายแล้วเข้าไปนั่งข้างๆหล่อน ก่อนจะใช้มือโอบไหล่ดึงเข้ามาใกล้ๆจนตัวติดและแสดงท่าเจ้าชู้มือไม่สุข
"มาดามคนสวย เสี่ยธีระชอบทำบุญ เล็กๆน้อยๆอโหสิได้ก็ยอม ไม่มีเจ้าคิดเจ้าแค้น"
หล่อนพยายามปัดมือ
"ถ้าเสี่ยไม่ได้มาเรื่องนั้น แล้วยกฝูงมาทำไม"
ธีระจิกหน้าเอาเรื่องดุ ใช้มือบีบปากพุชชี่ทันที
"อย่ามาทำเป็นแบ๊วไม่รู้เรื่องหน่อยเลย ถ้าลูกสาวชั้นจะหนีออกจากบ้านมา ที่เดียวที่จะไปก็คือ มาหาไอ้บักหมา"
"ว่าไงนะครับเสี่ย แพตตี้หนีออกจากบ้านเหรอครับ"
ธีระมองเน็กซ์อย่างไม่พอใจแล้วพยักหน้าให้ลูกน้องจัดการซัดหมัดเข้าที่ท้องจนเน็กซ์จุกตัวงอ หนูดอก แอปเปิ้ลเชอรี่ตกใจร้องว๊าย หล่อนเป็นห่วงกว่า รีบผลักธีระแล้วเข้าไปประคองเน็กซ์
"เน็กซ์...เน็กซ์เป็นอะไรรึเปล่า"
"แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับแกนะเว้ย ไอ้บักหมา แพตตี้ต้องร้องไห้คร่ำครวญเสียใจเพราะแก ทั้งๆที่ชั้นเตือนแล้วว่า ให้อยู่ห่างๆแกไว้ แต่แพตตี้ก็ไม่ฟังยังหนีมาหาแกอีก"
"ไม่ใช่ครับเสี่ย แพตตี้ไม่ได้หนีมาหาผม"
ธีระคว้าปืนจากเอวลูกน้องมาถือขู่
"คิดว่าชั้นจะเชื่อแกเหรอ กล้าสาบานต่อหน้าลูกปืนชั้นมั้ย ไอ้บักหมา"
"แพตตี้ไม่ได้มาหาผมจริงๆครับเสี่ย ตั้งแต่ผมมาที่นี่ผมยังไม่ได้ติดต่อแพตตี้เลย และถ้าแพตตี้หนีมาหาผมจริงๆ ผมก็ต้องโทรหาเสี่ยให้มารับเธอกลับไปแน่"

ธีระนิ่งมองเน็กซ์ที่มีสีหน้าจริงจังและยืนยันอย่างมั่นใจแล้วก็ครุ่นคิด

หลังจากที่นอนค้างมาหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้น แพ๊ตตี้ก็ก้มกราบที่อกมชฌิมางามๆ
 
"ขอบคุณมากนะคะเจ๊ นอกจากจะให้โอกาสหนูได้เป็นเด็กปั้นในสังกัดของเจ๊แล้ว เจ๊ยังใจดีให้หนูได้พักที่นี่อีก"
"ยุวดีก็ต้องขอบคุณด้วยนะคะ เจ๊เนี่ยช่างเป็นแม่พระที่ใจกว้าง ใจดี ไม่เห็นเหมือนกับที่ยัยมาดามพุชชี่มันด่าเจ๊ออกสื่อเลย"
ลอร่าพูด "อ๋อ...ก็แน่ล่ะสิ นังพุชชี่มันเป็นศัตรูกับเจ๊เมี่ยง มันขี้อิจฉาจ้องหาโอกาสทำลายชื่อเสียง เจ๊เมี่ยงมาตลอด"
"พอได้แล้วลอร่า... จำไว้นะจ๊ะหนู วงการนี้มันแข่งกันรุนแรงมาก ถ้าเข้ามาแล้วก็ต้องเจอกับเรื่องที่คาดไม่ถึงอีกเยอะ และถ้าหนูอยู่กับเจ๊แล้วหนูก็ต้องเชื่อฟังเจ๊ ห้ามดื้อ ห้ามเถียง เพราะถ้าไม่ได้อย่างใจเจ๊ล่ะก็..."
แพ๊ตตี้ลุกขึ้นยืนพูดพร้อมทำท่าประจำตัวของเจ๊เมี่ยงประกอบ
"คนอย่างเจ๊เมี่ยง ถ้าไม่เริ่ดก็เชิดใส่"
เจ๊เมี่ยงปรี่เข้าไปกอดแพ๊ตตี้ทันที
"อ๊าย...ถูกใจเจ๊จริงๆเลยนะจ๊ะ นอกจากสวยแล้วยังฉลาดอีก แบบนี้เจ๊ปั้นหนูแบบสู้ตายเลยฮ่ะ ลอร่า !"
"ขาเจ๊" ลอร่ารับคำ
"เอาสัญญามา ชั้นจะให้หนูแพตตี้เซ็นต์สัญญากับเราเดี๋ยวนี้เลย"
ลอร่าวิ่งออกไปจากห้อง
"สักครู่ค่ะ"
"อ้อ...อีกอย่าง ก่อนที่เจ๊จะตกลงเรื่องสัญญากัน เจ๊ต้องคุยกับผู้ปกครองหนูก่อน"
แพ๊ตตี้ตกใจ "ผู้ปกครองของแพตตี้เหรอคะ"
"งั้นสิ"
"เอ่อ...คือ..." แพรรตีมีสีหน้ากังวลจนมัชฌิมาต้องมองอย่างสงสัย

ธีระมองหน้าทั้งเน็กซ์และพุชชี่อย่างครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็ไม่เชื่อจนเขาเอาปืนลูกน้องยกขึ้นมาขู่เน็กซ์
"บอกตามตรงชั้นไม่เชื่อคำพูดของพวกเต้นกินรำกินอย่างพวกแกหรอกเว้ย ! บอกมา...ไอ้บักหมา แพตตี้อยู่ไหน"
หนูดอก แอปเปิ้ล และเชอรี่ตกใจร้องกรี๊ดๆ เพราะกลัวธีระจะทำร้ายเน็กซ์ แต่พุชชี่ใจเด็ดรีบออกไปขวางหน้าเน็กซ์อย่างไม่กลัวตาย
"เอาสิ...ถ้าเสี่ยทำให้เน็กซ์มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ชั้นจะเอาเรื่องเสี่ยให้ถึงที่สุด คนอย่างมาดามพุชชี่บ้าเลือดขึ้นมากัดได้ไม่เลือกหน้าอยู่แล้ว"
"ป้า ! ถอยไป ผมไม่ได้โกหกอะไรเขา แพตตี้ไม่ได้มาหาผมจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาไม่มีสิทธิ์ทำอะไรผม"
"แต่มันจะไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิเน็กซ์"
" ป้าหมายความว่าไง"
หนูดอกเห็นสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเลยรีบโพล่งออกมา
"เลิกยุ่งกับพวกเราได้แล้วค่ะเสี่ย ลูกสาวเสี่ยหนีมาหาเน็กซ์ที่นี่จริงๆ แต่มาดามไม่ให้พวกเขาเจอกัน เลยไล่ให้กลับไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
พุชชี่หน้าเสีย
"หนูดอก พูดออกมาทำไม"
"หนูขอโทษค่ะมาดาม หนูกลัวเขาจะเปรี้ยงปร้างใส่มาดามน่ะสิคะ ถ้าไม่ไล่ให้เขาไปตามลูกสาวที่อื่น เขาไม่เลิกเอาเรื่องมาดามแน่"
พุชชี่หน้าเสีย หันไปมองเน็กซ์ที่มองเธอด้วยแววตาโกรธไม่พอใจ
"นี่แพตตี้มาที่นี่ แต่ป้าไม่บอกผมเหรอ"
"เน็กซ์ เรื่องนี้ชั้นอธิบายให้เธอฟังได้นะ"
"พอได้แล้ว ชั้นไม่ได้มาจากบึงโขงหลงเพื่อมาดูพวกแกมาดราม่าใส่กัน ตอนนี้ลูกสาวชั้น อยู่ที่ไหน"
ธีระกระชากตัวพุชชี่มาบีบแขนถามอย่างดุดัน พุชชี่หน้านิ่งแล้วมองเน็กซ์ด้วยความเสียใจ

ธีระพร้อมลูกน้องยกโขยงออกมาที่รถตู้ที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อจะไปหาแพตตี้ เน็กซ์รีบเดินตามออกมา
"เสี่ย...เสี่ยครับ"
ธีระหันมาจ้องเขม็งแล้วผลักอกให้เน็กซ์ถอยไปจนเน็กซ์เซ
"ถอยไปห่างๆชั้นเลยไอ้บักหมา อย่าให้ชั้นต้องหมั่นไส้แกมากไปกว่านี้ ไม่งั้นจะให้ลูกน้องรุมกระทืบแกให้เสียโฉม"
พุชชี่เดินตามออกมา
"ชั้นบอกแล้วไงว่า ลูกสาวเสี่ยอยู่ที่ไหน เสี่ยก็ควรจะรีบๆไป แล้วเลิกยุ่งกับเน็กซ์ซะที"
"ถ้ามันไม่มาเข้าใกล้ลูกสาวชั้น ชั้นก็ไม่อยากยุ่งกับไอ้หมาหลงอย่างมันหรอก"
"ทำไมครับเสี่ย ผมไม่เคยไปทำอะไรให้เสี่ยเลย แล้วทำไมเสี่ยต้องเกลียดขี้หน้าผมถึงขนาดไม่ให้เข้าใกล้แพตตี้ด้วย"
ธีระหงุดหงิดหัวเสียจึงกระชากคอเสื้อเน็กซ์แล้วพูด
"แกไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลที่ชั้นเกลียดขี้หน้าแก แค่จำใส่กะโหลกแกไว้ก็พอ ห้ามแกยุ่งกับแพตตี้เด็ดขาด "
ธีระสั่งอย่างเฉียบขาดก่อนจะพากันขึ้นรถตู้หรูออกไป เน็กซ์ยืนงุนงงเพราะแปลกใจไม่หาย พุชชี่อดห่วงไม่ได้จึงเข้าไปแตะไหล่เน็กซ์แล้วถาม
"เน็กซ์ เธอไม่เป็นอะไรนะ"
เน็กซ์ปัดมือพุชชี่อย่างแรง
"ป้าไม่ต้องมายุ่งกับผม ไอ้ที่ผมบอกไปว่าผมไว้ใจป้า ผมขอถอนคำพูด ! คนอย่างป้า มันคนเห็นแก่ตัว"
เน็กซ์เสียงแข็งใส่พุชชี่อย่างหัวเสียก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน หนูดอกรู้สึกผิดรีบเข้ามาขอโทษ
"มาดามคะ หนูขอโทษ"
"ช่างเถอะหนูดอก ยังไงชั้นก็ไม่เคยดูดีในสายตาเขาตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันแล้ว"

พุชชี่สลดหน้าเศร้าๆ จนดอกไม้อดสงสารไม่ได้
 
อ่านต่อหน้า 4

มาดามดัน ตอนที่ 5 (ต่อ)

เจ๊เมี่ยงถือสัญญาอยู่ในมือและพยายามถามแพ๊ตตี้

"ว่าไงล่ะจ๊ะ เจ๊จะให้หนูเข้าสังกัด เจ๊ก็ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองของหนูก่อน"
"เอ่อคือ หนูบรรลุนิติภาวะแล้ว มีสิทธิ์ตัดสินใจเองได้ทุกอย่าง ผู้ปกครองไม่ว่าหรอกค่ะ"
"ไม่ได้ค่ะ ถึงหนูจะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เจ๊ก็ต้องตกลงกับผู้ปกครองของหนู เพราะพอหนูดังแล้วเนี่ย บรรดาคุณแม่ๆเนี่ยแหละค่ะที่จะทำให้เจ๊เจ็บปวดมากที่สุด"
"แม่ของแพตตี้ตายแล้วค่ะ เจ๊สบายใจได้ว่าจะไม่มีเรื่องเงินๆทองๆมาทำให้ปวดหัวแน่"
"แล้วคุณพ่อหนูล่ะ ยังไงเจ๊ก็ต้องคุยกับเขาก่อน"
"ไว้ให้หนูคุยกับเขาเองดีกว่าค่ะ เพราะถ้าเจ๊คุยกับเขาตรงๆ หนูกลัวว่า...เอ่อ"
"ทำไมจ๊ะ พ่อดุมากเหรอ ไม่ต้องกลัวหรอก ประเภทพ่อหวงเนี่ยผ่านมือเจ๊มาเยอะแล้ว"
เจ๊เมี่ยงยิ้มกริ่มมั่นใจได้ครู่หนึ่ง เสียงร้องกรี๊ดของลอร่าก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ลอร่าวิ่งเข้ามาในสภาพตัวสั่นด้วยความกลัว
"เจ๊...เจ๊ขา ช่วย ช่วยลอร่าด้วย"
"ร้องซะตกอกตกใจ เกิดอะไรขึ้น"
ลอร่าไม่ทันตอบ ลูกน้องหน้าเหี้ยม 2 คนของเสี่ยธีระก็เดินเข้ามาจ้องเขม็งเอาเรื่องจนดูน่ากลัว แถมพอเท้าเอวพวกเขาก็เปิดชายเสื้อให้เห็นว่าพกปืนมาด้วยอีกต่างหาก
"ว๊าย...ตายแล้ว พวกแกเป็นใคร พกปืนเข้ามาในบ้านชั้นได้ไง"
แพ๊ตตี้หน้าเซ็ง
"เจ๊...หนูขอโทษด้วยนะคะ สองคนเนี่ยลูกน้องพ่อหนูเอง"
เจ๊เมี่ยงหน้าเหวอ "ลูกน้อง"

ธีระกับลูกน้องอีก 4 คนที่เหลือเดินมาที่ห้องโถง แพ๊ตตี้เดินตรงปรี่เข้าไปหาธีระที่รออยู่ พอเห็นลูกสาวเขาก็ดีใจจึงตรงเข้าไปสวมกอดทันที ส่วนเจ๊เมี่ยงกับลอร่าโดนลูกน้องหน้าเหี้ยม 2 คนคุมตัวแจออกมา
แพ๊ตตี้เรียกเสียงดัง "ป๋า"
"แพตตี้ แพตตี้ของป๋า ทำไมทำกับป๋าแบบนี้ รู้มั้ยว่าป๋าเป็นห่วง"
"ป๋านั้นแหละ ทำไมทำกับแพตตี้แบบนี้ ไล่ลูกน้องป๋าออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ไม่ ไอ้พวกนี้มันไว้ใจไม่ได้ ป๋าได้ยินมาเยอะว่ามันชอบหลอกลวงเด็กสาวๆมาให้เสียผู้เสียคน ป๋าต้องสั่งสอนมัน มันจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับลูกสาวป๋าอีก เฮ้ย! จัดการ"
ธีระสั่งเสียงเข้ม ลูกน้องเข้าไปกระชากคอเสื้อเจ๊เมี่ยงกับลอร่าเพื่อจะตบสั่งสอน ทั้งสองกรีดร้องวี้ดว๊ายด้วยความกลัว
"หยุด ชั้นสั่งให้หยุด ยุวดีช่วยชั้นเร็วเข้า"
ทั้งคู่รีบเข้าไปทั้งทุบทั้งตีทั้งผลักไม่ให้ลูกน้องของธีระทำร้ายเจ๊เมี่ยงกับลอร่าจนวุ่นวายโกลาหล
"พอได้แล้ว แพตตี้ ป๋าบอกให้หยุด หยุด"
ธีระตะโกนเสียงดัง

เจ๊เมี่ยงทั้งผลักทั้งดันไล่แพ๊ตตี้ให้ออกจากบ้านด้วยสภาพที่ดูไม่จืดพอๆ กับลอร่าที่หัวฟูตามมาหลังสุด
"เชิญเลยค่ะหนู หนูมาจากซอยไหนหนูก็กลับไปซอยนั้น พร้อมกับป๋าหนูเลยนะคะ เจ๊ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วยแล้วค่ะ"
"หนูไม่ไป หนูไม่กลับ ก็เจ๊บอกว่าจะปั้นหนูให้เป็นซุปตาร์"
"หนูขา หนูเหยียบบ้านเจ๊แค่คืนเดียว เจ๊ยังเกือบเละเป็นกล้วยปิ้งเพราะฝีมือป๋าหนูเลยนะคะ เจ๊ขอร้อง เจ๊รักสงบค่ะ อย่าลากเจ๊ให้มีเรื่องกับเจ้าพ่อเลย เจ๊ไม่ถูกโฉลกกับเจ้าพ่อ"
"แต่ว่าเรามีเป้าหมายให้พุ่งชนเหมือนกันนะคะเจ๊"
"เจ๊ขอชนคนเดียวดีกว่าโดนป๋าหนูชนค่ะ โชคดีนะคะ บ๊ายบาย"
เจ๊เมี่ยงไสแพ๊ตตี้คืนให้ธีระที่รออยู่พร้อมกับลูกน้อง 6 คนที่รถตู้ซึ่งมียุวดีอยู่ด้วย
ธีระตรงเข้าไปจับแขนลูก
"ไปได้แล้วแพตตี้ กลับบ้าน"
"ก็ได้ ถ้าป๋าใช้กำลังบังคับให้แพตตี้กลับ แพตตี้ก็จะกลับ แต่ขอบอกไว้เลย ถ้ากลับไป แล้วป๋าต้องคอยจับตาดูแพตตี้ไว้ให้ดี เพราะถ้าเผลอเมื่อไหร่ แพตตี้จะมั่วยา มั่วผู้ชาย จะทำตัวเหลวแหลกให้ป๋าต้องเครียดเข้าโรงพยาบาลเลย"
ธีระอึ้ง "แพตตี้ ! ลูกอย่ามาขู่ป๋านะ"
"แพตตี้ไม่ได้ขู่ ถ้าป๋าไม่เชื่อล่ะก็"
แพ๊ตตี้หันขวับไปที่บรรดาลูกน้องของธีระแล้วเข้าไปลูบแก้ม ลูบแขน ลูบคางแต่ละคนอย่างยั่วยวนจงใจยั่วโมโหธีระ
"เริ่มจากบรรดาลูกน้องของป๋านี่แหละ เวลาป๋าหายไปอยู่กับพวกอีหนูเมื่อไหร่ แพตตี้ก็จะหายไปกับลูกน้องป๋าด้วย อย่าคิดว่าแพตตี้ไม่กล้านะ ก็ในเมื่อหน้าตาดียังหักอกแพตตี้ได้ ลองคบพวกหน้าตาเห่ยๆบ้างอาจจะเอาใจดีกว่าก็ได้"
พวกลูกน้องที่โดนแพตตี้แกล้งยั่วยวนถึงกับยิ้มเคลิ้มฝันหวานพยักหน้าหงึกๆ ธีระเจอแบบนี้เข้าก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธจึงชักปืนจากเอวกวาดไปที่พวกลูกน้องทันที
"ถ้าพวกเอ็งเข้าใกล้ลูกสาวข้าล่ะก็...เตรียมเป็นขันทีกันได้เลย"
พวกลูกน้องตกใจกลัวจนหัวหดจึงรีบถอยไปกระจุกมือกุมเป้า แพ๊ตตี้ยิ้มชอบใจแล้วเดินเข้าไปเชิดหน้ายื่นข้อเสนอต่อ
"เห็นมั้ยคะป๋า ถ้าพาแพตตี้กลับไป ป๋าต้องเครียดจนโรคถามหา ไม่มีเวลาไปเจ๊าะแจ๊ะกับอีหนู แต่ถ้าปล่อยให้เจ๊เมี่ยงดูแลและปั้นแพตตี้อยู่ที่นี่ ป๋าก็จะได้หน้า มีแต่คนอยากเข้าหาเพราะมีลูกสาวเป็นถึงซูเปอร์ตาร์"
ธีระมองหน้าลูกสาวแล้วครุ่นคิดด้วยความหนักใจ ส่วนลอร่าก็เข้าไปกระซิบเจ๊เมี่ยง
"เจ๊ขา งานนี้ลอร่าว่ามีดราม่าหักมุมแล้วค่ะ ยัยหนูแพตตี้คนนี้นี่แร๊งส์ได้อีกจริงๆ"
"นั่นสิ ประมาทยัยหนูแพตตี้นี่ไม่ได้เลย"

เจ๊เมี่ยงมองสองพ่อลูกที่กำลังตกลงกันอย่างครุ่นคิด พอธีระหันขวับมาเจ๊เมี่ยงก็สะดุ้งโหยง

ภายในห้องทำงาน ธีระพลิกหน้ากระดาษอ่านสัญญาแล้วเงยหน้าจ้องเจ๊เมี่ยงที่ยังมีอาการกลัวอยู่

"สัญ...สัญญาเป็นยัง...ยังไงคะคุณป๋า โอ...โอมั้ยคะ"
"ไม่โอ !"
"ป๋า..แพตตี้ขอร้องล่ะ นี่เจ๊เมี่ยงนะคะ เจ๊ดันมือหนึ่งของวงการ ซุปตาร์ที่ดังๆอยู่ตอนนี้ก็มาจากฝีมือปั้นของเจ๊ทั้งนั้น"
"แต่ป๋าไม่เคยให้ลูกอยู่ห่างอก ยิ่งให้คนอื่นมาดูแลป๋ายิ่งไม่ไว้ใจ"
"แต่เจ๊เมี่ยงไว้ใจได้ค่ะป๋า เขาเป็นคนเดียวที่จะช่วยทำให้แพตตี้ไม่ถูกเพื่อนๆที่บ้านร้องเพลง “คนดังลืมหลังควาย” ล้อเลียน เพราะถูกเน็กซ์สลัดทิ้ง"
"ถ้าใครมันล้อลูกสาวป๋า ป๋าจะลากมันมากระทืบ"
"เอ่อ ขอโทษนะคะคุณป๋า การใช้กำลังอย่างเดียวมันไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้หรอกค่ะ หนูแพตตี้พูดถูกจะเอาคืนพวกที่ทำให้เราต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เราก็ต้องก็ดับฝันมัน ทำให้พวกมันมองเราอย่างตาละห้อยแล้วจึงค่อย... ถ้าไม่เริ่ดก็เชิดใส่ !" มัชฌิมาพูดพลางทำท่าประจำตัวประกอบ
ธีระนิ่งมองมัชฌิมากับลูกสาวแล้วก็ครุ่นคิดอีกครั้ง
"งั้นป๋าขอคุยกับเจ๊เมี่ยงตามลำพัง"
"หา ! เอ่อ มีอะไรก็คุยเลยได้นะคะคุณป๋า ต่อหน้าลูกสาวก็ได้"
"แพตตี้ ป๋าขอเวลาแป๊บนึง"
"ก็ได้ค่ะ แต่ป๋าต้องสัญญาว่าห้ามทำอะไรเจ๊เด็ดขาด"
"ป๋าสัญญา"
แพ๊ตตี้หันไปพยักหน้าให้เจ๊เมี่ยงเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกลัวก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ธีระจับข้อมือเจ๊เมี่ยงไว้พลางยิ้มอย่างเจ้าชู้กะลิ้มกะเหลี่ย
"ไม่ต้องกลัวเสี่ยหรอก เสี่ยไม่ใช่คนดุร้าย เสี่ยใจดีนะจะบอกให้ จุ๊กกรู้"
ธีระขยิบตาทำปากจุ๊กกรู้อย่างเจ้าชู้ให้สุดฤทธิ์ เจ๊เมี่ยงเจอแบบนี้ก็เหวอไป

ธีระจับเจ๊เมี่ยงมานั่งตักตัวเองที่นั่งอยู่บนโซฟายาว แล้วเขาก็เอามือโอบกอดเธอแน่น เจ๊เมี่ยงสยิวกิ้วจนขนลุกจึงพยายามดิ้น
"เสี่ยขา ปล่อยเมี่ยงเถอะค่ะ อย่าทำกับเมี่ยงแบบนี้เลย"
"ก็ถ้าอยู่เฉยๆไม่ดีดดิ้นไปมาล่ะก็ เสี่ยจะคุยกับหนูเมี่ยงดีๆ"
ธีระเริ่มแกะกระดุมเสื้อเจ๊เมี่ยง
"แต่ที่เสี่ยทำกับเมี่ยงแบบนี้ เมี่ยงว่าเสี่ยไม่ได้คิดอยากจะคุยแล้วนะคะ"
เจ๊เมี่ยงรีบลุกจากตักแล้วถอยไปยืนห่างๆอย่างตื่นกลัว ส่วนธีระก็กระหยิ่มยิ้ม
"หึๆๆๆ คิดว่าชั้นอยากฟีเจอริ่งกับเธอเหรอ ฮ่าๆๆ"
ธีระหัวเราะเสียงดังชอบใจก่อนจะเข้าไปจับคอเสื้อเจ๊เมี่ยงแล้วกระชากแรงๆ
"มานี่"
ธีระเหวี่ยงเจ๊เมี่ยงลงบนโซฟาแล้วลงไปนั่งข้างๆ
"อ๊าย... อย่าค่ะเสี่ย อย่าทำเมี่ยง เมี่ยงกลัวแล้ว"
"หุบปาก ! ถึงหนูเมี่ยงจะมีสเปกตรงใจเสี่ย ทั้งขาว อวบ ตัวใหญ่ ใจถึง แต่เสี่ยก็ไม่ได้ชอบไม้ป่าเดียวกัน"
เจ๊เมี่ยงชะงัก
"เสี่ยไม่ได้จะข่มขืนเมี่ยงเหรอคะ"
"เสี่ยไม่มีทางคิดแบบนั้นหรอก แต่กับพวกลูกน้องเสี่ย พวกมันน่ะไม่แน่เพราะว่าพวกมันชอบของแปลก"
เจ๊เมี่ยงสะดุ้งโหยง "หา !"
ธีระยิ้มร้าย
"เสี่ยแค่อยากให้หนูเมี่ยงรู้เอาไว้ว่า แพตตี้คือแก้วตาดวงใจของเสี่ย เสี่ยประคบประหงมอย่างดีมาทั้งชีวิต ถ้ามีใครทำให้แพตตี้เสียใจหรือเสียหายแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ หนูเมี่ยงจะไม่ใช่แค่รู้สึกกลัวจนขนลุกแบบนี้อย่างเดียวแน่ เข้าใจแล้วใช่มั้ยจ๊ะ จุ๊กกรู้"

เจ๊เมี่ยงมองธีระแล้วกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก

ธีระเดินนำออกมาจากในบ้าน ตามด้วยเจ๊เมี่ยง เจ๊เมี่ยงเดินออกมาพลางติดกระดุมเสื้อให้เข้าที่และไม่กล้าสบตา

"ตกลงกันเรียบร้อยแล้วเหรอคะ ป๋า"
"เรียบร้อยแล้ว ป๋าโอเคที่จะให้เจ๊เมี่ยงดูแลลูก"
แพ๊ตตี้ดีใจ
"จริงนะคะป๋า ป๋าใจดีที่สุด แพตตี้รักป๋า"
ลอร่าชายหางตามองเจ๊เมี่ยงที่เอาแต่ก้มหน้าโดยมีสภาพดูผิดไปจากคนเดิมจนน่าสงสัย
ลอร่ากระซิบถาม
"เจ๊ขา เจ๊ไปทำอีท่าไหนเสี่ยขาโหดนั่นถึงยอมปล่อยลูกสาวให้เจ๊ง่ายๆ แบบนี้คะ"
"เปล่า ไม่ได้ทำอะไร แค่คุยกันเฉยๆ"
ลอร่ามองด้วยหางตาอย่างไม่เชื่อเท่าไหร่
"คุยเฉยๆเหรอ แต่สภาพเจ๊ที่ออกมาเนี่ย ลอร่าว่าเหมือนเจ๊ต้องลงทุนเอาตัวเข้าแลกให้เสี่ยเขาเชยชมเลยนะคะ"
"นังบ้า เชยชมอะไรยะ ชั้นโดนข่มขู่ย่ะ"
"หา ! ข่มขืน"
เจ๊เมี่ยงเสียงผู้ชายบอก
"ข่มขู่เว้ย ! ไม่ใช่ข่มขืน"
เสียงเจ๊เมี่ยงที่คุยกับลอร่าดังจนธีระและทุกคนต้องหันมามอง เจ๊เมี่ยงสะดุ้งโหยงแล้วฉีกยิ้มแหะๆ
"หนูเมี่ยงรับปากเสี่ยแล้วนะ อย่าลืมซะล่ะ"
"ค่ะเสี่ย หนูจะดูแลแพตตี้ให้อย่างดี ให้เหมือนกับดูแลหนังหน้าตัวเองเลยค่ะ"
"ดีมากจ้ะ เสี่ยจะได้เห็นหน้าสวยๆของหนูเมี่ยงสวยอย่างนี้ไปนานๆ ยุวดี แกอยู่นี่คอยรับใช้แพตตี้กับเจ๊เมี่ยงด้วย"
"ค่ะเสี่ย"
ธีระหันไปมองลูกสาวแล้วก็น้ำตาคลอ
"แพตตี้ โทรหาป๋าทุกวันนะ แล้วสัญญากับป๋าด้วยว่า หนูห้ามใจอ่อนให้ไอ้บักหมาเด็ดขาด เพราะผู้ชายสันดานหมาๆอย่างมันไม่คู่ควรกับลูก"
"ค่ะป๋า แพตตี้สัญญา จะไม่มีวันใจอ่อนให้เขาเด็ดขาด"
ธีระดึงลูกสาวมากอดโดยหารู้ไม่ว่า แพตตี้แอบอุบอิบไขว้นิ้วเพราะโกหกพ่ออยู่

มุมหนึ่งของบ้านพุชชี่ตอนกลางคืน แก้วใสกำลังเมาท์ให้แก้วตาฟังอย่างออกอรรถรสจนแก้วตาสนใจ
"จริงเหรอยัยแก้ว"
"ก็ต้องจริงอยู่แล้วค่ะคุณแม่ นังแอปเปิ้ล เชอรี่มันอยู่ในเหตุการณ์ ตอนมันเล่าให้ฟังมันยังไม่หายตกใจกลัวเลย ทั้งปืน ทั้งเจ้าพ่อเต็มบ้านไปหมด"
แก้วตาตบเข่าฉาด
"แหม...แม่ล่ะเสียด๊ายเสียดาย นี่ถ้าแม่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนะ แม่จะเสี้ยมให้ไอ้เจ้าพ่อนั่นเล่นงานนังพุชชี่ให้หายซ่าเลย"
"อุ๊ย คุณแม่คิดเหมือนแก้วใสเป๊ะเลยค่ะ นานๆทีจะเจอคนที่ทำให้มาดามพุชชี่เข่าอ่อนได้เนี่ย หาไม่ค่อยจะมีหรอกนะคะ"
"เออ...ว่าแต่ที่นังแอปเปิ้ล เชอรี่มันเล่าให้ลูกฟังว่า นังพุชชี่มันโดนด่าซะเสียคนว่าไปฉกเน็กซ์มาจากอกคนอื่นเนี่ย แม่ว่าน่าสนใจนะคะ ลูกขา"
แก้วใสทำสีหน้าตกใจ
"อุ๊ย ! คุณแม่ก็คิดเหมือนแก้วใสเป๊ะอีกแล้วค่ะ น่าตกใจนะคะเนี่ย ทำไมเราสองคนแม่ลูกถึงคิดอะไรเหมือนกันตลอดๆ"
"อ๊ะ...ของงี้มันฝังอยู่ใน DNA ค่ะ เลือดเหมือนแม่ สวยเหมือนแม่ แซ่บเว่อร์เหมือนแม่"
สองแม่ลูกหัวเราะคิกคักแล้วชูมือตีไฮไฟว์กัน แล้วแก้วใสก็กอดอกลุกเดินไปจิกหน้าคิด
"ใช่ค่ะ... คุณแม่ เรื่องนี้บอกตรงๆนะคะ แก้วใสน่ะสงสัยมาตลอดตั้งแต่วันที่มาดามพาเน็กซ์มาที่นี่แล้ว ดูแลประคบประหงมเน็กซ์ กกซะยิ่งกว่าจงอางหวงไข่"
"งั้นเราก็ต้องหาหลักฐานมัดให้ได้คาหนังคาเขา ว่ามันคิดกินเด็กตัวเองจริงๆ หึ...งานนี้ สนุกแน่ค่ะคุณลูกขา ก็มันเองไม่ใช่เหรอที่ตั้งกฎเหล็กเอาไว้ว่าจะไม่กินเด็กตัวเอง"
แก้วใสหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับแม่ แล้วสองแม่ลูกก็ยิ้มร้ายด้วยท่าทางเอาเรื่อง

หลายวันผ่านไป กองถ่ายละคร “ตะวันลับฟ้า” ของบริษัท บีซี เทเลวิชั่น ภายในสวนสาธารณะ ทีมงานกำลังเตรียมถ่ายทำละคร ไฉไลและเฉิดโฉมสองนักข่าวบันเทิงแซ่บๆถือไมค์มีโลโก้ เข้ามายืนหน้ากล้องแล้วเริ่มรายงานข่าวตามสไตล์นุ้ย-บุ๊คโก๊ะ
"สวัสดีคร้า ท่านผู้ชมที่ร้าก หนูไฉไลมาแว้ว"
เฉิดโฉมบอก
"หนูเฉิดโฉมก็มาเฉิดฉายแว้วเช่นกันคร้า"
ทั้งคู่พูดพร้อมกัน
"เราสองคนคู่ดูโอ้แซ่บเว่อร์จะมาล้วงลึกสุดติ่งค้นหาความจริงวงการบันเทิง"
"เรื่องไหนที่ที่รักของเราอยากรู้ เราจะตามไปแซะ ไปซุย ไปคุ้ย ช่วยกันเมาท์ให้น้ำหมากกระจายคร้า" ไฉไลว่า
เฉิดโฉมป้องปากทำท่าเมาท์สุดฤทธิ์
"วันนี้เรามาบุกกองถ่ายละคร “ตะวันลับฟ้า” ละครดราม่า เคล้าน้ำตาที่เพิ่งเรียกเสียงโฮและโฮกฮือจากคนดูไปด้วยเรตติ้งถล่มทลาย"
"เพราะการแสดงขั้นเทพของหมอกี้ชิมิคะ" ไฉไลว่า
เฉิดโฉมพูด "อ๊าย...ไม่เอาไม่เมาท์ หมอกี้น่ะขึ้นหิ้งเอาไว้กราบก็พอแล้วย่ะ ที่เราจะมาเมาท์เนี่ย หน้าใหม่ใสกิ๊ก ว่าที่สามีดิชั้นฮ้า...น้องเน็กซ์ที่ร้ากของพี่เฉิดโฉม"

ไฉไลสะบัด "เชอะ ! ชู้ !"

เน็กซ์กับพุชชี่กำลังให้สองผู้สื่อข่าวแซ่บเว่อร์รุมสัมภาษณ์ ด้านหลังเป็นบรรยากาศเตรียมงานละคร
 
"คุณน้องเน็กซ์ขา คุณน้องรู้มั้ยคะว่า ตอนนี้คุณน้องกลายเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ไฟแรง เว่อร์ๆแล้ว แรงแบบว่าเกือบจะไล่ทันคุณหมอกี้เลยด้วยนะฮ้า"
"คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับพี่ ผมยังเพิ่งเข้ามาทำงานได้เรื่องแรกยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ"
ไฉไลพูด "แหม พูดจาน่ารักจัง มาดามพุชชี่สอนให้พูดแบบนี้รึเปล่าฮ้าคุณน้อง"
เน็กซ์นิ่งไปแล้วหันไปมองหน้าพุชชี่ที่ยืนฉีกยิ้มประกบคู่กับเน็กซ์ พุชชี่ตอบแทน
"เน็กซ์เป็นคนฉลาดเรียนรู้เร็วและมีความตั้งใจ มาดามแทบจะไม่ต้องสอนอะไรเขาเลย ถ้าแฟนๆชอบฝีมือการแสดงของเขาก็ช่วยกันติดตามผลงานเรื่องหน้าเขาด้วยนะคะ"
เฉิดโฉมรีบควงแขนเน็กซ์แล้วทำท่าอ้อล้อสุดฤทธิ์
"แน่นอนเลยฮ้ามาดาม... มีพี่เฉิดโฉมเป็นแฟนคลับตัวแม่ รับรองน้องเน็กซ์ดังทะลุเปรี้ยงปร้างแน่เลยฮ้า"
ไฉไลหมั่นไส้จึงกระชากเฉิดโฉมออกมา
"พอเลยย่ะหล่อน มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่านะฮ้า แฟนๆละครเขาฝากถามมาว่า..."

แพ๊ตตี้ที่ไปทำศัลยกรรมหน้ามาแล้วนั่งอยู่หน้าจอทีวีที่กำลังถ่ายทอดเทปรายการสัมภาษณ์
"มาดามพุชชี่เหาะขึ้นไปแย่งน้องเน็กซ์มาจากนางฟ้านางสวรรค์บนวิมานชั้นไหนคะ น้องเขาถึงมาแจ้งเกิดเจิดจรัสเป็นว่าที่ซุปตาร์อยู่ที่นี่" ไฉไลว่า
พุชชี่หัวเราะชอบใจ
"แหม...มาดามไม่ได้เหาะขึ้นไปบนสวรรค์ฉกเขามาจากนางฟ้าองค์ไหนหรอกค่ะ ดวงของมาดามกับเขาต่างหากที่มาป๊ะกันเหมือนพรหมลิขิต ให้ไปพบเขาที่บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬน่ะค่ะ"
เฉิดโฉมพูด "อุ๊ยต๊ายตาย คนอีสานบ้านเดียวกัน"
จอทีวีดับมืดเพราะแพ๊ตตี้ที่ตัวสั่นระริกด้วยความหงุดหงิดและหัวเสียมือจิกหมอนด้วยความเจ็บใจ เธอหยิบรีโมทขึ้นมากดปิดทีวีทิ้งแล้วล้มตัวลงไปซุกหน้ากับหมอนก่อนจะทุบๆ ด้วยความเจ็บใจ ยุวดีที่คอยดูแลอยู่มองแล้วก็สงสาร

ลอร่ากำลังทำอะไรอยู่สักอย่าง ยุวดีเดินเศร้าๆเข้ามา ลอร่าเลยหันไปถาม
"คุณหนูของหล่อนเป็นไงบ้าง"
"น่าสงสารค่ะ คงอึดอัดแย่ที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ออกไปไหนไม่ได้"
"ช่วงบ่มอยู่มันก็ต้องแบบนี้ทั้งนั้นแหละ เจ๊กำชับไว้ว่าตอนนี้ต้องให้อยู่เฉยๆนิ่งๆไปก่อน เพราะเดี๋ยวไอ้ที่ทำไว้เกิดอักเสบขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่"
"แต่คุณแพตตี้ก็สวยเริ่ดเลอเพอร์เฟคอยู่แล้ว ทำไมเจ๊ยังต้องให้ไปทำศัลยกรรมอีกคะ"
"ว๊าย ! ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะยะ นังยุวดี คำนั้นห้ามหลุดจากปากหล่อนเด็ดขาด"
ยุวดีรีบตบปากตัวเอง
"ค่ะๆ ยุวดีขอโทษ ที่ถูกต้องบอกว่าคุณแพตตี้แตกเนื้อสาวก็เลยสวยขึ้นผิดหู ผิดตา หรือไม่ก็ว่าผอมลงเลยดูเปลี่ยน"
"ถูกต้อง อย่างแพตตี้นี่ถือว่าปรับโน่นเติมนี่น้อยมากๆแล้วนะยะ เพราะหนังหน้าเดิมเนี่ย โออยู่แล้ว เจ๊เขาก็เลยให้ทำนิดๆหน่อยๆ แค่ดัดฟัน ดัดจมูก กรีดตา ร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ เสริมนม แค่นี้ออร่าก็วิ้งๆแล้ว"
"ดีจังเลยนะคะ ทำบุญน่ะกว่าจะสวยก็ต้องรอชาติหน้า แต่ทำหน้าน่ะยังไงก็สวยชาตินี้"
"อ๊ะ...ถูกต้อง"
"แล้วอย่างยุวดีล่ะคะ ต้องทำตรงไหนบ้างถึงจะสวยได้อย่างเจนนี่ คือยุวดีอยากเป็นมุนินท์อ่ะค่ะ คิกๆๆ"
ยุวดีหัวเราะคิกคักขำแล้วยื่นหน้าแป้นๆ หักๆ ของตัวเองให้ลอร่าช่วยพิจารณา ลอร่าเบ้ปากแหวะทันที
"อย่างหล่อนเป็นได้แค่มุดดินเท่านั้นแหละย่ะ ขุดหลุมเอาหน้าทิ่มลงไปทั้งหัวถึงจะเหมาะกับหล่อนที่สุด..เชอะ !"

ลอร่าสะบัดใส่แล้วเดินไป ยุวดีหันมาแล้วทำหน้าง้ำอย่างเซ็งๆ
 
อ่านต่อตอนที่ 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...