xs
sm
md
lg

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3

เผยแพร่:

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3

ด้านเมรีกับอาโป รีบหันทิศกลับลำในทันที

“ไปทางนั้นไม่ได้นะคะ” เมขลาว่า
“ก็นี่ไง พวกเราไม่ขึ้นไปแล้ว ไม่พอใจอะไรอีก” อาโปบอก
เมรีกับอาโปเบียดไหล่เมขลาจนเซ ทั้งสองตรงดิ่งไปยังทิศทางของเสียงที่ได้ยินมาจากทางเข้าทันที เมขลาหน้าเสีย คิดว่าจะทำยังไงดี

สองคนรีบเร่งเดินเพราะทั้งคู่อยากจะเจอแสนมากๆ
“เมื่อกี๊ได้ยินเสียงมาจากทางนี้นะคะ” อาโปบอก
ปรากฎว่าทางเข้าว่างเปล่าเพราะไม่มีใครแล้ว
“อ้าวทำไมไม่มี” อาโปทำท่าจะโวยวาย
เมรีที่นิ่งกว่าจิกสายตาให้อาโปเงียบแล้วเงี่ยหูฟัง เสียงปิดประตูเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง
“ทางนั้น!”
เมรีบอกแล้วพุ่งไปทันที อาโปรีบเดินตามไป เมขลาตามมาก็เห็นทั้งสองคนกำลังวิ่งหาเป้าหมายหน้าตาตื่น


ประตูห้องเก็บของถูกงับปิดลง อันยาดันแสนเข้ามาในห้องอย่างฉุกละหุก
แสนงงมาก “นี่เราเข้ามาในนี้ทำไม ?”
อันยาหน้าตาลนลาน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินตรงมา
เสียงเมรีดังขึ้น “ฉันได้ยินเสียงมาทางนี้”
แสนยังข้องใจและรู้สึกไม่สบายใจที่มาอยู่กันสองต่อสองในห้องแคบๆกับอันยา
“อันยา นี่ตกลงคุณ…”
อันยายกมือขึ้นปิดริมฝีปากแสนไว้อย่างอัติโนมัติ
อันยายื่นหน้าไปกระซิบบอกแสน เสียงเบา “อย่าเพิ่งพูดอะไร ฉันขอร้องล่ะ”
อันยามัวแต่เกร็งและลุ้น ขณะที่แสนมองอันยาที่มาใกล้ในระยะประชิด
“ใกล้..ใกล้เนอะ”
แสนอึ้งที่อันยาเข้ามาใกล้ขนาดนี้


เมรีที่อยู่หน้าห้องเก็บของมั่นใจ
“เสียงมันมาจากตรงนี้แหละ มีคนหลบเข้าไปในนี้” เมรีทุบประตู “ด็อกเตอร์แสน คุณอยู่ข้างในนั้นใช่มั๊ย ฉันมีธุระมาขอพบคุณค่ะ”
อาโปรีบช่วย “ด็อกเตอร์ เปิดประตูหน่อยสิคะ พวกเรามีธุระกับด็อกเตอร์น่ะค่ะ”

อันยาหันไปมองหน้าประตูห้องเก็บของอย่างเคร่งเครียดว่าจะเอายังไงดี แสนค่อยๆดึงมืออันยาออกอย่างสุภาพ
“อันยา...ผมว่าแบบนี้มัน..แปลกๆนะ”
อันยาชะงักและเหวอไป เธอรีบแก้ตัว “ฉัน..ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกับคุณนะ”

เมรีกับอาโปได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา
“มีคนอยู่ในนั้นจริงๆด้วยค่ะ” อาโปบอก

อันยาที่อยู่ในห้องรีบปิดปากตัวเอง
“สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมคุณต้องหลบเค้าด้วย” แสนถาม
“คือ…” อันยาไม่กล้าพูดเพราะกลัวข้างนอกได้ยิน
“ผมว่าการหนีมันไม่ใช่วิธีที่ดี แล้วเค้าเรียกผม คงมีธุระอะไรกับผม” แสนจะออกไป
อันยาจะรั้งแสนไว้แต่ก็คว้าไม่ทัน แสนพรวดไปที่บานประตู อันยาตาค้างคิดในใจว่าตายแน่


อาโปพยายามจะงัดห้อง เมขลาโผล่พรวดมาห้าม
“ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
บานประตูเปิดออกแล้วก็มีเสียงดังโป๊กเพราะประตูโขกเข้าหัวเหม่งของอาโปเต็มๆ
อาโปร้อง “โอ๊ย”
“ขอโทษ เป็นอะไรมากมั๊ยครับ คุณ” แสนถาม
อาโปกับเมรีเห็นคนที่ออกมาชัดๆ ก็อึ้งกันไปชั่วอึดใจ
“คุณ! ด็อกเตอร์แสน”
“ครับ คุณสองคนเรียกผม มีธุระอะไรงั้นเหรอ” แสนถาม
เมรีกับอาโปดีใจจนเนื้อเต้น
“มีแน่ๆค่ะ ฉันมา” เมรีนึกได้ “เอ๊ะ แต่เมื่อกี๊นี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงใครอยู่ในห้องอีกคนนึง”
“จริงค่ะ เสียงผู้หญิง อาโปว่าเสียงคุ้นๆด้วยนะคะ”
เมรีพูดแล้วจะเปิดบานประตูกว้างออก เพื่อให้เห็นข้างในห้องมากขึ้น อันยาซึ่งหลบตัวลีบอยู่ เจียนจะขาดใจเพราะคิดว่าแย่แน่ๆ
มือของแสนดันบานประตูไว้ไม่ให้เมรีเปิดกว้างเกินไป
“มีแต่ของใช้น่ะครับ คุณคงจะหูฝาด” แสนบอก
เมรีกับอาโปชะงักแต่ยังไม่เชื่อ เมรีจะผลักประตูให้ได้ แสนมองด้วยสายตาปรามอย่างจริงจัง จนเมรีต้องยอมปล่อยมือจากบานประตูนั้น อันยาโล่งอก
แสนถามอย่างข้องใจ
“ไม่ทราบว่า พวกคุณมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ”
อันยาที่โล่งอกไปหนึ่งเปลาะหน้าเสียขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันมาตามหาคน คิดว่าด็อกเตอร์อาจจะรู้จัก เค้าชื่อ….”
อันยาจะขาดใจให้ได้
เสียงม.ร.ว.เหมือนดังขึ้น “แสนคะ”


ม.ร.ว.เหมือนเดินพริ้งมาโดยในตอนแรกยังไม่เห็นเมรีและอาโป
“ลืมนัดของเรารึยังคะ ที่ท่านอาของหญิงขอให้คุณไปบรรยายให้ที่คลาส วันนี้หญิงเอารายละเอียดหัวข้อบรรยายมาให้”
ม.ร.ว.เหมือนรู้สึกว่ามีใครยืนอยู่คุ้นๆ จึงปรายสายตาไป
“คุณหญิงเหมือน”
ม.ร.ว.เหมือนพูด “เมรี นี่เธอมาที่นี่ได้ไง รู้จักกับแสนเค้าด้วยงั้นเหรอ”
อันยาได้ยินเสียงผู้มาใหม่ก็ประหลาดใจ
“คุณหญิง?”

อันยาพยายามชะเง้อดูเหตุการณ์
ฟากแสนที่อยู่หน้าห้องเก็บของไม่อยากจะเชื่อ

“คุณหญิงรู้จักคุณผู้หญิงคนนี้?”
“ค่ะ เค้าเป็นเพื่อน” เหมือนบอก เมรียิ้มได้หน้า “ห่างๆของหญิง”เมรีหน้าเจื่อนไป “เธอมาทำอะไรที่นี่”
เมรีอึกอักแต่ยังไม่ทันนึกคำตอบ
อาโปสาระแนตอบแทน “พวกเราว่าจะมาถามอะไรด็อกเตอร์แสนหน่อยน่ะค่ะ แหม ตัวจริงล้อหล่อกว่าในทีวีนะคะ”
เมรีชะงัก ที่อาโปตอบอย่างไม่เข้าท่า
อาโปนึกว่าไม่พอ “คุณแมรีก็ชมค่ะ ว่าด็อกเตอร์ดูดีจริงๆ”
ม.ร.ว.เหมือนตาลุกใส่เมรี “เธอมีธุระอะไรกับแสนเค้ากันแน่ มาทางนี้ซิ”
หญิงเหมือนส่งซิกให้เมรีตามไปทันที เมรีมองแสนยังอยากจะถาม แต่หญิงเหมือนจิกสายตาโหดมาเลยไม่กล้าจนต้องรีบไป อาโปยังยืนเฉย เมรีส่งสายตาเตือนอาโปเลยรู้ตัวจึงรีบตามไป เมขลาโล่งอก

ในห้องเก็บของ อันยาโล่งอกมากที่สุด

เมรี กับอาโปแย่งกันอธิบาย
เมรีกับอาโปพูดพร้อมกัน “ฉันไม่ได้ตั้งใจมาหาด็อกเตอร์แสนจริงๆนะคะคุณหญิง”
ม.ร.ว.เหมือนโวย “โอ๊ย ! ฉันปวดหัว พูดทีละคนได้มั๊ย”
เมรีส่งซิกให้อาโปเงียบแล้วก็พูดเอง “เรามาถามหาคนกับด็อกเตอร์แสนน่ะค่ะ”
ม.ร.ว.เหมือนมองด้วยสายตาเหมือนไม่เชื่อ
“จริงนะคะคุณหญิงเหมือน เป็นเพื่อนร่วมงานฉันเองค่ะ ชื่อ...”
ม.ร.ว.เหมือนตัดบท “ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเป็นธุระจริงๆก็แล้วไป แต่อย่าให้ฉันเจออีกก็แล้วกัน ฉันเห็นมาเยอะ พวกที่ชอบสรรหาวิธีมาตีสนิทผู้ชายของเพื่อนเพื่อจะแย่งแฟนเพื่อนไป ชั้นหวังว่าเธอคงไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”
“ไม่มีทางเลยค่ะคุณหญิง คุณหญิงช่วยแมรีทุกอย่าง เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมรี แมรีไม่มีทางแม้แต่จะคิดแย่ๆกับคุณหญิงแม้แต่นิดเดียว”
ม.ร.ว.เหมือนพยักหน้านิดนึงเมื่อได้ฟังคำประจบ เมรีแอบโล่งอกที่รอดจากแรงหึงหวงของหญิงเหมือนได้อย่างหวุดหวิด



แสนอธิบายด้วยน้ำเสียงตักเตือน
“ที่ผมไม่ให้พวกเค้าค้นห้อง เพราะกลัวว่าคุณจะเสียหาย ถ้าใครมาเห็น” แสนพูดเสียงเบา “เราอยู่ด้วยกันในห้องแบบนั้น”
“ขอบคุณนะคะ ฉัน..ไม่ทันคิด” อันยาปั้นเรื่อง “พอดีฉันรู้มาว่าผู้หญิงพวกนั้นเป็นเพื่อนของคุณหญิง ฉันไม่อยากให้พวกเค้ามาวุ่นวายกับคุณ ก็เลย ต้องพาคุณไปแอบน่ะค่ะ”
“คงไม่ต้องถึงขนาดหลบๆซ่อนๆแบบนั้นหรอก ทีหลังผมจะปฏิเสธพวกเค้าเอง”
อันยารับคำ “ค่ะ...”
อันยาตอบรับก่อนจะเตรียมตัวออกไปจากห้อง
“เอ่อ อันยา ยังมีอีกเรื่องนึง” แสนบอก อันยาหันมา “คราวหลังคุณ..” อันยาอึกอักเล็กน้อย “ไม่ควรจะทำแบบนั้น..กับผู้ชายนะ”
“ทำแบบนั้น หมายถึง ?”
“ก็ที่..” แสนพูดลำบาก “คุณจูงมือผู้ชายเข้าไปในห้องเก็บของ แล้ว..เอามือปิดปากน่ะ ผมขอสั่งไม่ให้คุณทำแบบนั้นอีก มันไม่..เหมาะสม”
“แต่นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินนะคะ ฉันไม่มีทางเลือก” อันยาชะงักเพราะนึกได้ เธอมองหน้าแสน “หรือว่า นี่คุณคิดอะไรกับฉัน”
อันยาระแวงขึ้นมาอีกแล้ว
“บอกไว้ก่อน ! ฉัน.. ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ฉันแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณแสน ตกลงเมื่อกี๊นี้คุณ.. คุณคิดอะไรกับฉันรึเปล่า”
แสนพูดไม่ออกตอบไม่ถูก “เอาเป็นว่า...ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีก็แล้วกัน” แสนเดินออกไปทันที
“..นี่..ต้องคิดไม่ซื่อกับเราแน่ๆ ต่อไปต้องระวังตัวให้มากๆนะอันยา”
อันยาหนาวๆ ร้อนๆ เพราะระแวงเกินเหตุอีกตามเคย

อันยาขอบอกขอบใจเมขลา
“แท้งค์กิ้วมากๆเลยนะจ๊ะเม ถ้าไม่ได้เธอช่วย ป่านนี้ฉันอาจจะถูกสองคนนั่นหาเรื่องจนต้องย้ายงานอีกครั้งแล้วก็ได้”
เมขลาพยักหน้าจ๋อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ถ้าเพื่ออันโกะ..เม..ทำได้จ้ะ”
อันยาไม่ได้สังเกตอาการเมขลาจึงฟุ้งต่อไป “ฉันนะ สะใจจริงๆ ตอนที่เธอเถียงยัยพวกนั้นฉอดๆ เธอเจ๋งมากเลยนะเม”
“เอ่อ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย” เมขลาว่า
“ทำไมล่ะ น่าพราวด์ออก เห็นหงิมๆแบบนี้ เธอเล่นพวกนั้นซะหงาย”
“เอ่อ จริงๆแล้ว ฉัน..” เมขลาโพล่งออกมา “ฉันไม่ชอบโกหก !”
อันยาชะงัก
“ขอโทษนะ แต่เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลย การที่เราโกหกใครได้ มันไม่น่าภูมิใจอะไรหรอก”
อันยาสะอึกเพราะเข้าตัวเองอย่างแรง !
“ที่ฉันทำ ก็เพราะว่าพวกนั้นมาหาเรื่องอันโกะก่อน อันโกะไม่ต้องโดนพวกนั้นรังแกอีกก็ดีแล้ว”
อันยาพยักหน้า แต่สิ่งที่เมขลาพูดยังเสียดแทงอยู่ในใจ

อันยาเป่าปากถอนหายใจ
ณ บ้านพุฒ เสียงแตงกวาดังขึ้น

“โอ้โห สตรอว์เบอร์รีเต็มเลย”
มาลีกำลังคัดสตรอว์เบอร์รีออกเป็นสองกอง กองนึงอย่างสวยมาก ส่วนกองด้อยลงมาหน่อย
“มีคนเค้าหิ้วมาฝากพ่อแก” มาลีบอก
แตงกวาจะคว้ากินทันที
“ไม่ได้ๆ เรากินกองนี้ ที่ดีๆ สวยๆนี่ แม่จะเก็บไว้ให้แขก”
แตงกวาเสียดาย แต่ก็ยอมฟัง “จ้ะ แต่แขกเนี่ย ใครเหรอจ๊ะแม่”
แตงกวาสงสัย


แสนมีสีหน้านึกไม่ถึง
“ให้ผมไปถ่ายซ่อมวิดิโอบันทึกภาพโครงการพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่หายไป”
“ก็เลขาคนก่อนของนาย ก็อปไว้แค่ไฟล์เดียว พอซีดีนั้นถูกเปลี่ยนเป็นซีดีลามก ข้อมูลก็หายไปด้วยน่ะสิ ทางพีอาร์ต้องการภาพพวกนั้น ไปประชาสัมพันธ์โครงการต่อๆไปของเรา” บุรินทร์บอก
“แต่ถึงถ่ายซ่อมยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิมหรอกนะครับ”
“อย่างน้อยก็มีภาพการทำงานของหัวหน้าโครงการ ก็คือนาย แล้วก็สถานที่จัดทำโครงการ ที่นา โรงหมักปุ๋ย สหกรณ์อะไรพวกนี้ ให้ทางประชาสัมพันธ์เค้าทำงานง่ายหน่อย”
แสนฟังบุรินทร์คิด
“ก็ดีครับ ถือโอกาสไปคุยกับชาวบ้านด้วย” แสนบอก
“นายนี่ชอบคุยกับชาวบ้านจังนะ”
“ถ้าผมไม่คุยกับเค้า จะรู้เหรอครับว่าเค้าต้องการอะไร ชาวบ้านคือกุญแจสำคัญของงานนี้นะครับ”
อันยาซึ่งนั่งฟังอยู่โดยตลอดรำพึงเบาๆ
“ชาวบ้าน คือกุญแจสำคัญงั้นเหรอ ?”
สีหน้าอันยามีแผนขึ้นมาเสียแล้ว


อันยาขะมักเขม้นอยู่หน้าโน้ตบุ๊คเพื่อตั้งใจค้นหาข้อมูลเป็นการใหญ่
คิมหันต์ถาม “เจ๊ทำอะไรเนี่ย นี่มันรายละเอียดโครงการข้าวพันธุ์ใหม่ของด็อกเตอร์นี่” คิมหันต์อ่านตาม “ข้อดีของโครงการ” คิมหันต์ชะงัก “เฮ้ย ไหนบอกจะดิสเครดิต แล้วมาหาข้อดีโครงการเค้าทำไม”
“แกไม่รู้อะไร เราต้องหาข้อดีให้เจอก่อน ถึงจะหาจุดอ่อนเจอ”
“แล้วเจอมั๊ย?”
อันยาไม่ตอบออกมาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์แทนคำตอบ
คิมหันต์รู้ความหมาย “แล้วจะเอาจุดอ่อนของโครงการเนี่ย ไปทำอะไร?”
“ฉันจะช่วยให้ชาวบ้านฉลาดขึ้นไงล่ะ อีตาด็อกเตอร์ ก็คงบอกแต่ข้อดีของโครงการอย่างเดียว มันจะพออะไร ต้องรู้ข้อเสียด้วยสิ”
“ฟังดูมีเมตตาจังนะ”
อันยาพยักหน้า “แล้วพอชาวบ้านรู้ว่าอะไรๆมันไม่ได้ดีไปหมด ก็จะมีข้อดีอีกข้อนึงตามมา ผู้คนหมดศรัทธา ด็อกเตอร์จะไม่ต้องอยู่บริษัทบ้านๆอย่างเพียงพอดี แต่ไปได้ดีที่วิชชั่นออฟฟิวเจอร์ แล้วแกกับฉันก็จะได้เลื่อนขั้น ดีมั๊ยล่ะ”
อันยาวาดฝันถึงความสำเร็จแล้วหัวเราะชอบใจ


อันยาเปิดประตูเข้ามาในรถตู้ ที่มีตากล้องและแสนซึ่งนั่งรออยู่ในรถก่อนแล้ว แสนเห็นอันยาในมาดเตรียมลุยก็อมยิ้ม
“คุณยิ้มทำไม ?” อันยาถาม
“ขอบคุณนะ ที่คุณยอมแต่งตัวทะมัดทะแมงตามที่ผมขอ” แสนบอก
“ฉันเป็นเลขานี่คะ” อันยาประชด “เดี๋ยวก็ตกงานพอดี ถ้าไม่เชื่อฟังบอส”
แสนเหลือบแลไปเห็นจิมมี่ชูส์
อันยารีบบอก “ไปถึงโน่นแล้วค่อยเปลี่ยน ให้ฉันเหลือความเป็นตัวของตัวเองไว้บ้างสิคะ”
แสนพยักหน้า “ก็ยังดี..”
อันยาแอบจิกหน้าหมั่นไส้แสนที่ไม่ยอมรับจิมมี่ชูส์
“ออกรถเลยนะครับด็อกเตอร์” ชดบอก
“ครับ”
ชดออกรถไป


รถตู้จอด แสน อันยา และตากล้อง ต่างทยอยก้าวลงมาจากรถ อันยามองดูแสนที่คุยกับตากล้อง เตรียมพร้อมทำงานกันอยู่แล้วก็คิด
เวลาต่อมา เห็นป้ายโรงหมักปุ๋ยโดดเด่น แสนกวนปุ๋ยดูว่าได้ที่หรือยัง พุฒกับแตงกวาและชาวบ้านคนอื่นๆมาดูด้วย ชาวบ้านคนหนึ่งชี้ให้ดูผักสวนครัวข้างๆ โรงปุ๋ยว่างามมากเพราะปุ๋ยนี้ ชาวบ้านต่างพยักหน้าพอใจกัน อันยาเห็นแสนดูเข้ากับชาวบ้านได้ดีก็หงุดหงิด
แสนไปดูถังน้ำหมักชีวภาพซึ่งภายในเป็นขยะเปียก ขยะอินทรีย์ที่เหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ ส่งกลิ่นตลบเพราะจุลินทรีย์ยังย่อยไม่หมด ชาวบ้านบางคนหน้าแหยแต่แสนตรวจดูถังหมักอย่างไม่รังเกียจ แถมยังพูดคุยกับชาวบ้านด้วยสีหน้าปกติ ห่างออกมาอันยาเอานิ้วบีบจมูกซะจนแทบจะหายใจไม่ออก
แสนไปเยี่ยมและสัมภาษณ์ถามความพอใจของครอบครัวสมาชิกโครงการ แสนคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง พอชาวบ้านซึ่งแก่แล้วจะลุกก็ลุกไม่ไหว แสนช่วยพยุงให้ อันยาเซ็งเพราะแสนมีภาพลักษณ์คนดีอีกแล้ว
แสนไปที่สหกรณ์ของหมู่บ้านเพื่อชี้แจงแผนการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์บนกระดาน ชาวบ้านมองและพยักหน้าให้กับแผนบนกระดาน อันยามองหน้าหงิก
เวลาผ่านไป บันทึกภาพประชาสัมพันธ์โครงการเสร็จแล้ว แสนนั่งคุยกับแตงกวาแค่ 2คน
“เหนื่อยมั๊ยแตงกวา” แสนถาม
“ไม่เลยค่ะ สนุกดี มาบ่อยๆก็ได้ค่ะ หนูชอบคุยกับน้าแสน”

แตงกวาบอก
อันยานั่งเฝ้ารอปุ๊กลุ๊ก

“ทำไมไม่มานะ....มาซิ....ชั้นรู้ ถ้าด๊อกเตอร์มา เธอต้องโผล่มา”
ปุ๊กลุ๊กผลุบๆโผล่ๆ มาแอบดูว่าแสนอยู่ตรงไหน อันยาสังเกตเห็นปุ๊กลุ๊ก
“ออกมาเถอะค่ะคู๊ณ” อันยาบอก
ปุ๊กลุกตกใจ “ว๊าย !! เปล่า เปล่านะ ฉันไม่ได้มาแอบดูพี่แสนนะ ฉัน ฉันแค่ผ่านมาทางนี้เฉยๆ”
ปุ๊กลุกอับอายมากจึงจะรีบไป แต่ตาของเธอก็คอยเหลือบแลไปทางแสนอย่างเสียดาย ขาของเธอก็ไม่ยอมจะก้าวไป อันยามองปุ๊กลุกที่ละล้าละลังอย่างมากก็คิดแล้วมีแววตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
“รีบกลับแบบเนี๊ยะ ไม่คิดถึงด็อกเตอร์เลยเหรอ” อันยาถาม
ปุ๊กลุกหันขวับ “นี่ ! ไม่ต้องมาตอกย้ำกันเลยนะ ไม่มีวันไหน เวลาไหน ลมหายใจเข้าออกครั้งไหนที่ไม่คิดถึง แต่..เมื่อเราไม่มีสิทธิ์” ปุ๊กลุ๊กเศร้า “ก็ต้องบอกลา” ปุ๊กลุ๊กหันหลังหนีด้วยลีลานางเอกมากๆ
ปุ๊กลุกก้าวขาจะจรจากไปอย่างนางเอ๊ก นางเอก
“เฮ้อ..เสียที ที่พี่แสนเค้าบ่นว่าคิดถึงเธอ” อันยาเปรย
ปุ๊กลุ๊กที่ตั้งท่าจะจากไปแล้วหันขวับมาทันที
“อะ อะไรนะ !”
“ไม่ต้องมาอะไรนะหรอก ชั้นบอกว่าเค้าคิดถึงเธอไง ชั้นว่าถ้าเธอทำดีอะไรเพิ่มอีกหน่อย เค้าอาจจะเปลี่ยนจากความคิดถึงเป็นความรักก็ได้นะ”
“ชั้นไม่เชื่อ”
“อ้าว…หวังดีก็ไม่เชื่อเหรอ”
“ก็คนที่ดูเป็นคนเลว ไม่น่าจะหวังดีเป็นนี่”
“นี่” อันยากดอารมณ์ตัวเองไว้เพื่อทำตามแผน “ชั้นอุตสาห์จะมาขอให้เธอช่วยงานเค้าซักหน่อย ไม่เอาก็ตามใจ” อันยาจะเดินหนี
“เอา”
อันยาจะเดินต่อ
“อย่าเพิ่งไป”
อันยายิ้มแล้วจะเดินต่อ
ปุ๊กลุ๊กอารมณ์เปลี่ยน “ขอร้องล่ะ ชั้นอยากช่วยเค้าใจจะขาดแล้ว จะให้ทำอะไร”
อันยาหันมายิ้มให้ “ชั้นจะให้เธอชวนชาวบ้านเล่นเกมส์ตอบคำถาม ทำได้มั้ยล่ะ”
ปุ๊กลุ๊กคิดแล้วก็ส่ายหน้าเหมือนจะปฏิเสธแต่กลับตอบว่า “ไม่น่ายาก”


ปุ๊กลุ๊กนั่งล้อมวงอยู่กับชาวบ้าน
“วันนี้เราจะมาเล่นเกมส์กัน ชื่อเกมส์ว่า ข้อดีอยู่ไหนกันนะคะ เราจะให้พี่ๆน้องๆตอบคำถามกันว่า โครงการแกล้งดินของด๊อกเตอร์แสน มีข้อไหนเป็นข้อดีบ้าง”
“แล้วมีรางวัลม่ะ” ชาวบ้านถาม
ปุ๊กลุกทำเป็นเฉไฉ “คำถามข้อที่1คือ ข้อไหนคือข้อดีของโครงการในครั้งนี้ ก.ใช้เวลาทดลองไม่กี่
เดือน ข.ใช้เวลาทดลองเป็นปีๆ”
ชาวบ้านคนหนึ่งตอบ “ก.ใช้เวลาทดลองไม่กี่เดือน”
“ผิดค่ะ คำตอบคือ ข.ใช้เวลาทดลองเป็นปีๆ” ปุ๊กลุ๊กหัวเราะชอบใจที่ชาวบ้านตอบผิด
ชาวบ้านซุบซิบกัน “มันข้อดียังไงว่าเนี่ย”
อันยาแอบดูอยู่ห่างๆ ยิ้มอย่างสมใจ
ปุ๊กลุกพูดต่อ “ข้อ2 ข้อใดคือข้อดีของโครงการนี้ ก.100เปอร์เซ็นต์ที่ผลการทลลองจะสำเร็จ ข.ไม่เต็ม100เปอร์เซ็นต์ที่ผลการทดลองจะสำเร็จ”
“ก.สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์”
“ผิดค่ะ ต้องตอบ ข.ไม่เต็ม100 เปอร์เซ็นต์”
“อย่างงี้ก็ไม่น่าทำมั้ยน่”ะ
“ทดลองครั้งแรก มันจะไป100เปอร์เซ็นต์ได้ยังไง พูดเป็นนิยายไปได้” ปุ๊กลุ๊กหัวเราะ
ทุกคนต่างวิพากย์วิจารณ์หน้าเครียด อันยาแอบขำที่แผนการเป็นไปตามที่คิด
ปุ๊กลุกถามต่อ “ข้อดีข้อต่อไปนะคะ ข้อ3 ถ้าผลการทดลองครั้งนี้ผิดพลาด ใครต้องรับผิดชอบ ก.ด๊อกเตอร์แสน ข.ชาวบ้าน และค.ถูกทั้งก.และข.”
ชาวบ้านรู้ทันแบบฉุนๆ “คำตอบคือ ค.ใช่มั้ย ด๊อกเตอร์รับผิดชอบเองคนเดียวไม่ได้แน่ๆ พวกเราต้องรับผลของมันไปด้วย”
“ถูกต้องค่ะ ชาวบ้านต้องรับผิดชอบด้วย” ปุ๊กลุ๊กหัวเราะ
“แล้วมันจะดีเหรอ แบบนี้มันก็เป็นโครงการไม่ดีซิ ด๊อกเตอร์ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ”
“อ้าว...ใจเย็นๆก่อนซิ อย่ามาว่าด๊อกเตอร์ของชั้นนะ” ปุ๊กลุ๊กว่า
อันยาพอใจ “เข้าล็อค”

กลุ่มชาวบ้านไม่พอใจจึงพากันเดินมาหาแสน
“ต้องไปคุยกับด็อกเตอร์ให้รู้เรื่อง !”
ชาวบ้านกรูกันมาแล้วก็เจอแสนที่เดินมาพร้อมกับพุฒและแตงกวาพอดี
“มันหมายความว่ายังไง พวกเราอุตส่าห์เชื่อใจด็อกเตอร์”
แสนประหลาดใจ
อันยาย่องตามมาเพื่อดูเหตุการณ์ให้ถนัด
ชาวบ้านถามต่อ “จริงเหรอ ที่โครงการนี้ต้องใช้เวลาหลายปี”
แสนอึ้งไปกับคำถาม เขาเห็นสายตาชาวบ้านที่ต่างรอคอยคำตอบ แสนรู้สึกหน่วงหนักแต่ก็ตอบความจริงออกไป
“ครับ...”
ทุกคนอึ้งกัน หลายคนคอตก แต่พุฒมีสีหน้ารับความเป็นจริงที่สุด
“แล้วหมู่บ้านเราเป็นที่แรก อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จน่ะ จริงรึเปล่า” ชาวบ้านถามอีก
“ก็..มีความเป็นไปได้..ครับ” แสนบอก
ชาวบ้านหน้าเสียกันไปอีก
“แล้วถ้ามันไม่สำเร็จ คนรับกรรมก็จะเป็นเราด้วยใช่มั้ย”
แสนตอบนิ่งๆ “ครับ”
อันยาที่แอบมองแสนอยู่เห็นสีหน้าแสนจ๋อยๆ ก็หาข้ออ้างกับตัวเอง

“คุณทำตัวเองนะด็อกเตอร์”

 
อ่านต่อหน้า 2
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3 (ต่อ)

มีชาวบ้านคนหนึ่งโวยขึ้น

“ไม่ร่งไม่ร่วมมันแล้ว ไอ้โครงการนี้”
“เฮ้ย ใจเย็นๆสิวะ”
“ไม่เป็นไรครับ เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะตัดสินใจ แต่ผมขออธิบายอะไรหน่อยได้มั๊ยครับโครงการนี้ใช้เวลานาน ก็เพราะว่าเราไม่ได้ใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ซึ่งจะไปตัดตอนธรรมชาติ อาจจะมีผลเสียต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศน์ในระยะยาว แต่ผมใช้เทคโนโลยีไบโอเทค ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เลยต้องใช้เวลานานกว่า แต่พันธุ์ข้าวที่เราได้จะมีคุณภาพ และปลอดภัยกับปากท้องของคนไทยจริงๆ”
ชาวบ้านฟังแสนแล้วชะงักไป
“ส่วนเรื่องอาจจะไม่ได้รับผลสำเร็จเพราะเป็นที่แรก ผมไม่เคยคิดจริงๆว่าพี่ป้าน้าอาเป็นหนูทดลอง ผมเลือกที่นี่ก่อนเพราะเห็นว่ามีความพร้อมมากกว่าที่อื่น ผมมองว่าเรากำลังช่วยกันพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ เรากำลังช่วยกันเพื่อจะช่วยคนอื่นๆด้วย” แสนบอก
ชาวบ้านที่โวยวายเมื่อสักครู่ยิ่งอึ้งไป
แสนพูดต่อ “แต่ผมก็ผิด ที่ไม่ได้ชี้แจงจุดนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่อาจจะ
ต้องมาร่วมรับผิดชอบกับผม”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกด็อกเตอร์ จริงๆพวกเราก็ต้องรู้อยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนจะเข้าร่วมโครงการ ผมว่าคนที่จะเป็นฮีโร่ มันต้องกล้ารับผิดชอบ และต้องหัดช่วยคนอื่นบ้าง ใครยอมรับไม่ได้ก็เรื่องของเค้า แต่ผมจะทำต่อ” พุฒบอก
“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ผมสิที่ต้องขอโทษที่ใจร้อนเกินไป ที่ด็อกเตอร์พูดมามันถูกต้องทุกอย่าง ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกครับ” ชาวบ้านบอก
แสนเริ่มยิ้มออกและใจชื้นขึ้น
ชาวบ้านอีกคนพูด “ผมก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกัน”
ชาวบ้านต่างหันมายอมรับในความจริงใจของแสนเหมือนเดิม อันยาที่แอบดูอยู่เหวอมากว่าเกิดอะไรเนี่ย
“แล้วใครล่ะ ที่เป็นคนมาแจกแจงข้อเสียของโครงการ”
ทุกคนต่างหันไปที่ปุ๊กลุก
ปุ๊กลุกรีบปฏิเสธ “ไม่ ไม่ใช่นะ”
“ไม่ใช่ได้ยังไง ก็เมื่อกี้ แกนั่นแหละที่ชวนพวกข้าเล่นเกมส์ตอบคำถามอะไรนั่นน่ะ จนพวกข้าเข้าใจด๊อกเตอร์ผิดๆกันไง”
“พี่แสน ปุ๊กลุกน่ะเหรอจะทำร้ายพี่แสน นัง นังอันยา เลขาของพี่แสนต่างหาก บอกให้ปุ๊กลุกมาเล่นเกมส์ตอบคำถามหาข้อดีกับชาวบ้าน แต่มันดันเจอแต่ข้อเสียน่ะ” ปุ๊กลุ๊กบอก
อันยาที่แอบอยู่ใจตกไปที่ตาตุ่ม เธอหันรีหันขวางว่าจะทำยังไงดี
“นั่นไง ยัยตัวดี!! มารับสารภาพผิดซะดีๆ” ปุ๊กลุ๊กเข้าไปเอาตัวอันยามา “แกหาเรื่องใส่ร้ายพี่แสนทำไมห๊ะ”
อันยานึกไม่ถึงว่าจะเพลี่ยงพล้ำจึงถึงกับรับมือไม่ถูก เธอมองแสนหน้าซีด
“คุณแสน คือฉัน ฉัน...”
“หนูอัน ทำไมถึงทำแบบนี้” พุฒถาม
อันยาพูดไม่ออก สายตาของปุ๊กลุกมองเธอมาอย่างเกลียดชัง ชาวบ้านต่างก็พากันมองมาอย่างไม่เข้าใจ !!
“หรือว่าแก ต้องการจะใส่ร้ายฉันใช่รึเปล่า แกอยากให้พี่แสนเกลียดฉัน” ปุ๊กลุ๊กจะเข้าไปตบ
แสนจับข้อมือปุ๊กลุกไว้
“พอเถอะ อย่าโทษคุณอันยาเลย เค้าทำแบบนี้ก็ถูกแล้ว”
ทุกคนชะงักไป
“คุณเป็นห่วงชาวบ้านใช่มั๊ย” แสนถาม อันยางง “ไม่งั้นทำไมคุณถึงอยากจะบอกข้อเสียให้พวกเค้ารู้ล่ะ” อันยาอึ้งๆ เพราะพูดไม่ออก “อย่าโทษคุณอันยาเลยครับ เค้าพยายามเอาข้อเสียของโครงการมาบอกเรา นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าโครงการจะมีแต่ข้อดี แล้วเราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้เวลาที่มันมีปัญหา”
แสนเข้าไปจับไหล่อันยา
“ผมรู้ว่าคุณหวังดี แต่ทีหลังควรจะค่อยๆอธิบายให้พวกเค้าฟัง ทุกคนจะได้ไม่แตกตื่น เข้าใจมั๊ยครับ”
อันยายังอึ้งไม่หายเพราะไม่นึกว่าแสนจะเชื่อใจเธอได้ขนาดนี้จึงได้แต่พยักหน้า “ค่ะ”
แสนยิ้มแบบไม่ติดใจในตัวอันยาเลยจริงๆ
“ก็คิดอยู่ ว่าเรื่องยากขนาดนี้” พุฒพูดกับปุ๊กลุก “หัวสมองระดับแกไม่น่าจะคิดออก”
“ขอบใจนะคุณเลขา ที่เป็นห่วงพวกเรา” ชาวบ้านบอก
ชาวบ้านกลับพากันไปขอบใจอันยาอีก ปุ๊กลุกเหวอไปเพราะเจ็บใจ

คิมหันต์คุยโทรศัพท์กับอันยาแบบไม่อยากจะเชื่อ
“บร๊ะเจ้า !! ด็อกเตอร์เล่นของรึเปล่าเจ๊ ถึงได้แทงข้างหลัง ยังไงก็ไม่เข้า”
อันยาเพลียใจ “แกจะชื่นชมเค้า หรือว่าจะช่วยฉัน ห๊ะ ฉันไม่รู้แล้วว่าจะทำยังไงต่อ” “จะว่าไป ด็อกเตอร์เนี่ยมองเจ๊ในแง่ดีจริงๆนะ ถ้าผมเป็นเค้า ไม่มีทางที่จะเชื่อใจเจ๊ขนาดนี้หรอก”
“นี่แกด่าฉันเหรอ ฉันทำเพื่อความอยู่รอดของเราสองคนอยู่นะ ถ้าจะโทษว่าใครผิดก็ต้องโทษยัยเมรี !! คอยดูนะ ฉันยังไม่ยอมแพ้หรอก จะต้องจัดการให้ได้เลย”
อันยาทำท่าจะเม้งคิมหันต์ แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นว่าแสนกำลังเดินมา
“แค่นี้ก่อนนะ” อันยารีบเก็บมือถือ
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะคุณ มีอะไรรึเปล่า” แสนถาม
“คือฉัน...มึนๆนิดหน่อยน่ะค่ะ” อันยาทำท่ามึน
“นี่ไม่สบายเหรอ” แสนถาม
แสนเป็นจริงเป็นจังเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันที
“ก็แค่นิดหน่อยน่ะค่ะ ไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“ไม่ได้นะ อากาศแบบนี้ มีคนเป็นลมแดดมาเยอะแล้ว”
แสนว่าแล้วก็จูงอันยาไปจากที่ตรงนั้นเลย

อันยางงว่าจะไปไหน
อันยาพยายามห้ามความห่วงใยเกินเหตุของแสน

“ด็อกเตอร์ ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก มา นั่งพักตรงนี้”
อันยารู้ว่าแสนไม่ฟังคำค้านแน่ๆ เธอจึงต้องไปนั่งอย่างเสียไม่ได้ แล้วมาลีก็ถือถาดน้ำสมุนไพรเดินออกมา
“ดื่มน้ำก่อนนะคะ เพื่อลดความร้อน แล้วจะสบายเนื้อสบายตัว หายปวดหัว หายเหนื่อยเพลียเลยล่ะค่ะ” มาลีบอก
อันยารับมาดื่มโดยไม่ทันได้มอง “ขอบคุณค่ะ” พอดื่มเข้าไปหนึ่งอึก อันยาก็ร้อง “อุ๊บส์ !”

เสียงอันยาดังลั่นออกมานอกบ้าน
“ขม!!! ไม่เอาแล้วว”

อันยาจะวางแก้วลงให้ได้ แต่แสนห้ามเอาไว้
“เดี๋ยวหกคุณ ! ยาดีก็แบบนี้แหละ”
“แต่นี่ลิ้นฉัน...ไร้ความรู้สึกไปแล้ว” อันยาเบ้ปากอย่างลืมอาย “แค่กๆ โอ๊ย ขม”
“เด็กอย่างแตงกวา เค้ายังดื่มได้เลยนะ” แสนบอก
อันยามองแตงกวาแบบไม่อยากจะเชื่อ “ไม่จริง”
“จริงครับ สูตรเนี๊ยะผมทำให้เด็กกินได้ ไม่ขม” พุฒบอก อันยาจ้องหน้าว่าไม่จริง “มาก แหะๆ”
“ดื่มเถอะค่ะน้าอัน จะได้ไม่ป่วย” แตงกวาบอก
อันยามองแตงกวาที่ใช้ลูกอ้อนเข้าหาก็อยากจะปฏิเสธ แสน พุฒ และมาลีที่อยู่ ณ ที่นั่นก็ต่างยักหน้าให้อันยายอมศิโรราบ อันยาโดนกดดันอย่างหนัก
“นึกออกแล้ว แตงกวามีตัวช่วยจ้ะ” แล้วแตงกวาก็วิ่งไป
เวลาผ่านไปเล็กน้อย แตงกวากลับมาพร้อมจานใบเล็กที่มีสตรอว์เบอร์รี่ผ่าครึ่ง
“นี่สตรอว์เบอร์รีที่แม่เตรียมไว้เป็นของฝากให้น้าแสน” แตงกวายื่นให้อันยา “อ้ามค่ะ”
อันยาไม่กล้าปฏิเสธจึงยอมให้แตงกวาป้อนสตรอว์เบอร์รีเข้าปาก
“อย่าเพิ่งเคี้ยวหมดนะคะ อมไว้ก่อน ทีนี้ก็..” แตงกวาส่งยาให้แสน
อันยาเห็นยาขมจะมาอีกก็ส่ายหน้า แต่แสนเอาแก้วจ่อริมฝีปากอันยาทันที
“ดื่มนะครับ จะได้หาย”
อันยามองไปรอบๆ เห็นทั้งพุฒ มาลี และแตงกวาจ้องรอช็อทดื่มยาของเธอกันอย่างลุ้นไม่ขยับ อันยาไม่มีทางเลือกจึงต้องหลับหูหลับตากินเข้าไป ในความทรมานของอันยา แสนพยายามป้อนยาให้อย่างอ่อนโยน
แสนพูดเหมือนคุยกับเด็ก “อีกนิดนึง.. นั่นแหละ ดีมาก”
พุฒ มาลี และแตงกวามองแสนป้อนยาให้อันยาแล้วก็แอบส่งหูส่งตากันว่าหวานเนอะ แก้วว่างเปล่าวางลง อันยาดื่มยาหมดแก้วจนได้
“ขอบใจนะแตงกวา ที่ช่วยให้อันยาดื่มยาได้” แสนบอก
“ดื่มยากับสตรอว์เบอร์รีอร่อยขึ้นใช่มั๊ยคะน้าอัน” แตงกวาถาม
อันยายังพะอืดพะอมเพราะพูดไม่ออกอยู่ เธอได้แต่ฝืนยิ้มให้


ก็อกน้ำในห้องน้ำถูกเปิดเอาไว้ อันยาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากอาเจียนเอายาออกอย่างหมดสภาพ...
“หรือว่า อีตาด็อกเตอร์จะเล่นของจริงๆ” อันยาเครียด “โอ๊ย...อันยา เธอจะทำยังไงดี”
อันยาทั้งกลุ้มใจ ทั้งเหนื่อยใจ และเพลียร่างกายเต็มที

ปุ๊กลุกเจ็บใจที่แสนไม่เห็นความดี
“ปุ๊กลุกต่างหากที่ลงทุน ลงแรง ทุ่มเทเพื่อพี่แสน ทำไมเป็นยัยนั่นที่ได้หน้าไปเต็มๆ ยัยเลขา คอยดูนะ ถ้าเจอหน้าอีกล่ะก็”
ปรานี แม่ปุ๊กลุกซึ่งเป็นหญิงวัยประมาณ 50 เป็นคนธรรมะธรรมโมตกใจกับคำขู่ของลูก
“ปุ๊กลุก แม่เคยบอกแล้วไง กระทบกระทั่งกันก็ให้อภัย อย่าไปจองเวรจองกรรม”
เสียงฝีเท้าดังใกล้มา โกมล กำนันผู้มีอิทธิพลของถิ่นนี้เดินออกมาด้วยหน้าตาขึงขัง
“ใครไม่เกรงใจเรา เราก็ไม่ต้องไปเกรงใจมัน”
ปุ๊กลุกกับปราณีต่างชะงักเมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างก็เกรงกลัวโกมล
“ปุ๊กลุก ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว เป็นถึงลูกสาวกำนันอย่าลดตัวไปยอมใคร โดยเฉพาะไปยุ่งกับคนอย่างด็อกเตอร์แสน”
“พ่อก็ พี่แสนน่ะเค้าออกจะดี ก็ขนาดโดนเลขาของตัวเองหาเรื่อง ว่าโครงการมีข้อเสีย พี่แสนยังพูดซะจนชาวบ้านศรัทธา ไม่มีใครเปลี่ยนใจเลย” ปุ๊กลุ๊กเคลิ้ม
“นี่ไอ้แสน มันยังไม่เข็ดใช่มั้ย”

โกมลถาม พร้อมกับชักสีหน้า!
แจ้งเดินเข้ามาหาโกมลด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“นี่ไอ้ด็อกเตอร์มันยังไม่เข็ดอีกเหรอครับ ครั้งที่แล้วก็โดนขู่จนล้อรถตู้ระเบิดไปแล้ว”
“สงสัยจะอยากลองดี !! ลูกสาวข้าบอกว่า มันมาโน้มน้าวชาวบ้านยกใหญ่ ไม่เห็นหัวกำนันอย่างข้าเลยจริงๆ” โกมลว่า
“นาย จะเอายังไงบอกผมมาเลย” แจ้งบอก
แจ้งบอกโกมลด้วยสายตาเหี้ยม


เสียงอันยาดังขึ้น “จะกลับแล้วเหรอคะ !”
แสนบอกพลางเก็บข้าวของเตรียมกลับ
“ช่วงที่คุณพักอยู่ ผมถ่ายเก็บรายละเอียดที่ต้องใช้ประชาสัมพันธ์ได้ครบหมดแล้ว คุณเองก็จะได้กลับไปพักด้วย”
อันยาฟังแสนแล้วก็มีสีหน้าเจื่อน
“ผมไปรอหน้าบ้านนะ” แสนเดินออกไปก่อน
อันยาไหล่ตก เธอมองตามแสนที่เดินออกไปแล้วคิดว่าจะทำยังไงดี

อันยาหน้าเมื่อยในขณะที่เดินตามแสนซึ่งสะพายกล้องเลาะริมทางในหมู่บ้านไป อันยาคิดหนัก เพราะนึกถึงสิ่งที่รับปากธกฤต
“3 วันค่ะ ! ภายใน 3 วัน อันรับรองว่าจะมีความคืบหน้าให้บอส”
อันยาเครียดเพราะยังคิดอะไรไม่ออก ทันใดนั้นเธอก็ชนเข้ากับบ่าของแสน
“อุ๊ย จู่ๆหยุดทำไมคะด็อก”
แสนหันมาส่งสายตาให้อันยาเงียบ เขาเหลือบซ้าย แลขวาเพราะรู้สึกผิดปกติอะไรบางอย่าง

แจ้งและพวกอีก 1 คนสวมหมวกปิดหน้าเห็นแต่ดวงตา สะกดรอยตามแสนมาทางด้านหลัง

แสนเหลือบไปมองที่ต้นไม้ใหญ่เยื้องไปทางด้านหลังก็เห็นหัวรองเท้าโผล่ออกมา แสนจูงแขนอันยาพาเดินไปอีกทาง
“ไปทางโน้นดีกว่า”
อันยางงว่าเกิดอะไรขึ้น
“ด็อกเตอร์ ไม่ต้องจูงฉันก็ได้”


แสนนำอันยามาอีกทางซึ่งบริเวณนั้นมีแปลงปลูกผักอยู่
“ด็อกเตอร์ นี่เราจะไปไหนคะ รถตู้มันจอดอยู่ด้านโน้น”
อันยาเห็นบ้านพุฒอยู่ลิบๆ ที่หลังดงไม้
“จะกลับไปที่เก่าทำไมคะ ?
กำลังโหลดความคิดเห็น...