xs
sm
md
lg

ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 3

เผยแพร่:

ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 3

เวลากลางคืน กษิดิฐยืนด้อมๆมองๆอยู่ที่ข้างรั้ว ยศภัทรกับกมลาเดินออกมาจากบ้านแล้วมองลูกชายที่ชะเง้อมองไปทางบ้านนลิน ยศภัทรกระซิบกับกมลา

"ภาพนี้มันคุ้นๆนะแม่"
"ไม่คุ้นได้ยังไงล่ะพ่อ เวลาทำหนูบัวโกรธทีไร ก็มาดักรอเขาอย่างเนี่ย... อ่ะแฮ่ม"
กมลากระแอมให้ลูกชายได้ยิน กษิดิฐชะงักแล้วหันมายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คำถามเดิม กบมาทำอะไร"
"กบก็มา..."
ยศภัทรรีบพูดแทรก
"คำตอบเดิม ..ออกกำลังกาย"
กษิดิฐชะงักแล้วเฉไฉ
“ผมไม่ได้ออกกำลังกาย ผมมาดูพระจันทร์”
“คืนนี้เดือนมืด ไม่มีพระจันทร์” ยศภัทรบอก
ยศภัทรหันไปตบมือไฮไฟว์กับกมลา กษิดิฐเซ็ง
“ก็ได้ๆ ผมยอมรับก็ได้ว่าดักรอบัว”
กมลามองกษิดิฐอย่างรู้ทัน
“ยอมสารภาพไม่เหลือคมอย่างนี้ แปลว่าไปทำปัญหาให้หนูบัวโกรธอีกใช่ไหม”
ยศภัทรพูดล้อเลียนกษิดิฐ
“เอาน่าแม่ เดี๋ยวกบเอาของกินล่อ หนูบัวก็หายโกรธเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ... กษิดิฐ คอนเฟิร์ม”
“คราวนี้เอาของกินมาล่อเป็นถัง บัวก็ไม่สนแล้วล่ะพ่อ ไหนจะเรื่องแตงกวา ไหนจะเรื่องที่บัวต้องหาผู้ชายที่ไหนไม่รู้ไปโชว์เจ้านาย ทุกอย่างเป็นเพราะกบทั้งนั้น คราวนี้ นอกจากบัวจะไม่ยอมคุยกับกบ อาจจะเอาอีโต้มาฟันหัวกบเลยก็ได้”
นลินเดินเข้ามาหากษิดิฐด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เรียกเสียงหวาน ลากเสียงยาว อย่างผิดคาด
“กบ”
พ่อ แม่ ลูกหันไปมองนลินอย่างแปลกใจ จนยศภัทรต้องกระซิบถามลูกชาย
“เรียกเสียงหวานขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูบัวหายโกรธกบ ก็คงเพราะหนูบัวโกรธมากจนบ้า”
กมลาตีแขนยศภัทร นลินหันไปทางยศภัทร กมลา
“คุณลุง ลุงป้าขา บัวขอพากบไปออฟฟิศแป๊บนึงนะคะ ไปกันเถอะกบ เราเสียเวลามามากแล้ว”
นลินควงแขนกษิดิฐลากเขาไปที่รถของกษิดิฐ กมลาหันไปถามยศภัทร
“หนูบัวจะพาตากบไปไหนน่ะพ่อ”

กษิดิฐขับรถ นลินนั่งที่นั่งข้างคนขับ เขาขับรถไปและเหลือบมองเธอไป
“ถามจริงๆ บัวจะไปออฟฟิศกบทำไม”
“อยากรู้เหรอ”
กษิดิฐพยักหน้า
นลินยิ้มยียวน มีแต่คำสั่ง
“ไม่บอก ขับรถไป”
กษิดิฐทำหน้าเซ็งแล้วพึมพำกับตัวเอง
“ได้ที ข่มใหญ่เลยนะ ใครได้ไปเป็นเมีย...ซวยตาย”

อภิชาตินั่งรอแตงกวาอยู่ในบ้าน เธอเดินเข้าบ้านมาอย่างสบายใจ
“อ้าว คุณพ่อ ไหนว่าพรุ่งนี้มีประชุมที่สิงคโปร์ ไม่รีบเดินทางไปคืนนี้เหรอคะ”
“เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ”
แตงกวาเดินนิ่งไม่สนใจที่พ่อพูด อภิชาติดึงแขนลูกสาวไว้
“พ่อทนกับผู้ชายคนนี้มามากแล้ว พ่อเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรีนะ แต่มาโดนไอ้กระจอกที่ไหนไม่รู้ว่าตอกใส่หน้า ว่าไม่เอาลูกสาวตัวเอง เลิกกับมันซะ”
“ไม่ แตงกวาไม่มีวันเลิกกับกบ”
“ไม่เห็นเหรอว่ามันไม่ยอมแต่งกับลูก มีศักดิ์ศรีซะบ้างสิ”
“พ่อไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าแตงกวายืนยันว่างานแต่งงานของกบกับแตงกวาจะต้องเกิดขึ้น กบไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ แตงกวาจะจัดการทุกอย่างเอง ขอบคุณคุณพ่อที่อุตส่าห์เสียสละ เวลาอันมีค่ามาพูดเรื่องนี้”
แตงกวาเดินขึ้นบันไดไป อภิชาติมองตามลูกสาวแล้วคิดบางอย่าง ก่อนกดโทรศัพท์หาอณุกา
“ฮัลโหล...คุณณุกา ผมอยากจะคุยกับคุณ เรื่องแตงกวากับคุณติณณ์”

กษิดิฐเปิดประตูออฟฟิศนำนลินเข้ามา ภายในห้องมีโต๊ะและเก้าอี้ทำงานวางระเกะระกะ ยังไม่ได้จัดให้เป็นระเบียบ เขาเดินไปเปิดไฟและเปิดแอร์แล้วมองอย่างอยากรู้ว่านลินต้องการอะไร
“มาถึงออฟฟิศกบแล้ว บอกได้รึยังว่าบัวอยากมาทำไม”
นลินไม่ตอบ แต่มองรอบๆออฟฟิศของกษิดิฐ
“ออฟฟิศกบกว้างดีเนอะ แต่กบเพิ่งกลับ แล้วมาเปิดออฟฟิศอย่างนี้จะมีลูกค้าเหรอ”
“พูดอย่างนี้ ดูถูกสถาปนิกมืออาชีพมาก ตอนกบเรียนอยู่ที่โน้น กบทำงานให้รุ่นพี่ไปด้วย พอเขารู้ว่ากบกลับมา เขาเลยจะส่งงานจากบริษัทเขาให้บริษัทกบทำ ทีนี้กบก็จะได้คอนเนกชันแล้วก็หาลูกค้าเอาเอง”
“อืม ฟังดูเกือบเป็นคนมีสาระแหละ แล้วคอมพิวเตอร์กับเครื่องปริ้น ใช้ได้รึยัง”
“เครื่องข้างนอกน่ะยังใช้ไม่ได้ แต่เครื่องในห้องทำงานกบน่ะใช้ได้ ตกลงบัวต้องการมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”
กษิดิฐยิ่งสงสัย
“ทำการ์ด”
กษิดิฐชะงัก แล้วคิด
“การ์ด หมายถึงการ์ดแต่งงานที่จะเอาไปให้ เจ้านายบัวน่ะเหรอ”
นลินยิ้ม
“อือฮึ”
“นี่แปลว่าหาเจ้าบ่าวได้แล้วใช่ไหม” กษิดิฐพูดเสียงหงุดหงิด
“อือฮึ”
“ไปได้มาจากไหน”
นลินมองกษิดิฐอย่างหมั่นไส้
“ข้างถนน”
กษิดิฐประชด
“นี่จนตรอกต้องไปเอาคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเป็นแฟนเลยเหรอ”
“ ใช่ เป็นพวกหยาบคาย ปากเสีย งี่เง่า หน้าตาก็ทุเรศ หาดีไม่ได้เลย”
กษิดิฐเห็นนลินลอยหน้าลอยตาแล้วยิ่งหงุดหงิด
“มันเป็นใคร”
“ถ้าอยากรู้ก็รีบทำการ์ดสิ เดี๋ยวตอนใส่ชื่อเจ้าบ่าว บัวจะบอกว่าใคร”

กษิดิฐหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล เดินปึงปังเข้าห้องทำงานตัวเองไป นลินมองตามอย่างหมั่นไส้
กษิดิฐนั่งวาดแบบการ์ดแต่งงานในคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะทำงาน นลินยืนคุยมือถือกับนันทิดา

“ค่ะแม่ มันเป็นงานด่วนจริงๆ เจ้านายบัวจะกลับมาพรุ่งนี้แล้ว บัวต้องรีบทำให้เสร็จ บอกพ่อให้นอนเถอะค่ะ ไม่ต้องรอบัวหรอก ...ค่ะแม่”
นลินกดวางสาย กษิดิฐกับมาถาม น้ำเสียงเหวี่ยง
“ตกลงเจ้าบ่าวชื่ออะไร”
“จะรีบรู้ชื่อเจ้าบ่าวไปทำไม ลายการ์ดยังเลือกไม่ได้เลย”
กษิดิฐหงุดหงิด
“จะเอาลายไหนก็มาเลือกสิแม่คุณ นั่งเล่นเกมส์อยู่ได้”
นลินยังเล่นเกมส์ต่อ
“กบชอบลายไหน ก็เอาลายนั้นแหละ”
“กบไม่ชอบเลยสักลาย การ์ดแต่งงานมีแต่ลายไทย ลายดอกไม้ สีหวานเลี่ยน..จะอ้วก”
นลินเหลือบมองกษิดิฐ
“หงุดหงิดอะไรนักหนา แค่ขอให้ช่วยทำการ์ดเองนะ กบสร้างปัญหาให้บัวต้องมาทำอย่างนี้นะ” นลินแกล้งจิ้มไปที่หน้าผากของกษิดิฐแล้วบอก
“เจียมตัวซะบ้าง”
กษิดิฐชะงักเถียงไม่ออก
“บัวคิดว่าทำอย่างนี้ แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบเหรอ ถ้าเกิดเจ้านายบัวจะไปร่วมงานแต่งด้วย บัวไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่บัวไปคว้าจากข้างถนนจริงๆเหรอ”
“บัวก็บอกคุณอณุกาไว้ก่อนสิว่า บัวจัดงานเล็กๆ เชิญเฉพาะคนในครอบครัว คุณอณุกาไม่ไปยุ่งด้วยหรอก กบไม่ต้องถามมากหรอก รีบๆไปทำเถอะ นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วนะ”
กษิดิฐประชด
“จะรีบไปไหน ตึกนี้ปิดไฟตอนเที่ยงคืน”
“จะบ้าเหรอ นี่มันตึกใจกลางเมืองนะยะ มีไฟเปิดทั้งคืน”

เวลาเดียวกัน แตงกวานั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้านอยู่คนเดียว เธอนั่งคิดถึงกษิดิฐกับนลินที่ล้มทับกันอยู่ในระยะประชิด

แตงกวาปาหมอนอิงอย่างหงุดหงิด หันไปหยิบมือถือ
“ฮัลโหล ...สวัสดีค่ะพี่ต๋อง แตงกวาอยากปรึกษาเรื่องจัดงานแต่งค่ะ”

กษิดิฐนั่งเลือกแบบการ์ดอย่างเซ็งๆ
“กบว่าแบบนี้น่ะดีสุดแล้ว สีขาว เรียบๆ กบลืมไปว่างานแต่งในฝันของบัวต้องเป็นแบบเจ้าหญิง งั้นเอาการ์ดสีชมพู ลายฟู่ฟ่านี่ไหม”
ไม่ได้ยินเสียงตอบ เพราะนลินหลับอยู่บนโซฟาตัวเล็ก
“อ้าว ! ว่าแล้วเชียวว่าทำไมเงียบๆไป”
กษิดิฐลุกขึ้นไปยืนมองนลิน แล้วพึมพำ
“งานของตัวเองแท้ๆ แต่ดันมาหลับ”
กษิดิฐยืนเท้าเอวแล้วทำท่าชี้ที่ตัวนลินซึ่งกำลังหลับ แล้วทำท่าอาเรื่อง แต่พูดเสียงเบาเพราะ กลัวนลินตื่น
“ตกลงไอ้เจ้าบ่าวกำมะลอเป็นใคร กบอยู่ทั้งคน ทำไมไม่เอากบ แน๊ะ! ถามแล้วไม่ตอบ เดี๋ยวปั๊ดโบก” กษิดิฐพูดเสียงเบาทำมือเหมือนจะตบโบก
นลินขยับตัวเล็กน้อย กษิดิฐรีบพุ่งไปนั่งเก้าอี้ทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังคงหลับต่อ
กษิดิฐแอบมองนลินที่นอนหลับต่อ แล้วมองหาของบนโต๊ะเพื่อไปแกล้งเธอ เขาคิดบาง อย่างออก แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าของเธอมาเปิดดู แล้วหยิบถุงเครื่องสำอางค์ที่มีตลับอายแชโดว์ ออกมา เขาพยายามแปะอายแชโดว์สีเข้มๆที่ปลายนิ้วของเธอ แล้วเอาดินสอเขี่ยปลายจมูก
นลินเอามือที่เปื้อนอายแชโดว์ปัดหน้าตัวเอง ทำให้หน้าเธอเปื้อนอายแชโดว์เป็นริ้วตามรอยนิ้ว เขาปิดปากขำกองกับพื้น แล้วลุกขึ้นมาใช้ดินสอเขี่ยจมูกอีก
นลินลืมตาตื่น มองกษิดิฐที่ปิดปากขำอยู่
กษิดิฐมองเธอแล้วชะงัก แล้วแถเป็นปิดปากหาว
“กี่โมงแล้วน่ะกบ”
“จะเที่ยงคืนแล้ว”
นลินตาโต รีบลุกไปหากษิดิฐ
“เที่ยงคืน กบทำการ์ดเสร็จรึยัง”
“เกือบเสร็จ เหลือแค่ชื่อเจ้าบ่าว จะบอกได้รึยังว่าชื่ออะไร”
นลินยิ้มกรุ่มกริ่ม
“ชื่อเจ้าบ่าว นาย...”
ไฟทั้งออฟฟิศดับ พรึ่บ ! นลินคว้ามือถือมากดหน้าจอให้มีไฟขึ้นมา
“เฮ้ย ! ไฟดับได้ยังไงอ่ะกบ”
กษิดิฐยียวน
“สงสัยก็อตซิล่าบุกกรุงเทพฯมั้ง”
“นายกบ”
“กบเป็นสถาปนิกนะ ไม่ใช่การไฟฟ้า กบจะไปรู้เหรอ กบว่าเราออกไปข้างนอกดีกว่า พอไฟดับแล้วไม่มีแอร์อย่างนี้ มันจะหายใจไม่ค่อยออก”
กษิดิฐลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงาน นลินรีบเดินตามมาที่ประตูออฟฟิศ เขาเปิดประตู แต่เขาทำท่าเปิดเหมือนประตูไม่ออก นลินตกใจ
“อย่าบอกนะว่าประตูล็อก”
กษิดิฐทำหน้าเครียด แล้วค่อยๆหัวเราะ

“บัวนี่อำง่ายเหมือนเดิมเด๊ะ นี่มันชีวิตจริงนะ ไม่ใช่ละคร ไฟดับแล้วประตูล็อกให้เราอยู่ด้วยกันน่ะ”
กษิดิฐเปิดประตู แต่เปิดไม่ออก นลินมองกษิดิฐเซ็งๆ

“มุกนี้ ไม่ได้ผลแล้วล่ะกบ”
“อันนี้กบไม่ได้มุก ประตูล็อกจริงๆ”
นลินชะงัก
“จริงเหรอ”
นลินเข้าไปช่วยกษิดิฐเปิดประตู แต่เปิดไม่ออก
“ใครมาปิดประตูเนี่ย ไม่เห็นรึไงว่ามีคนอยู่”

ยามคนที่ 1 นั่งที่เคาน์เตอร์ ยามคนที่ 2 วิ่งกระหืดกระหอบมาจากในตัวตึกพลางบ่น
“ดีนะที่ฉันล็อกประตูออฟฟิศทุกบานเสร็จก่อนไฟดับ อยู่ๆจะมาปรับปรุงระบบไฟอะไรคืนวันพระก็ไม่รู้”
“แล้วก่อนล็อก แกดูรึเปล่าว่ามีคนอยู่ไหม”
ยามคนที่ 2 ชะงักบอก
“ไม่ได้ดู”
“อ้าว งั้นขึ้นไปดูเลย”
“แกไปด้วยกันสิ ฉันกลัวผี”
ยามคนที่ 1 ทำหน้าเซ็งแล้วเดินถือกระบอกไฟฉายไปกับยามคนที่ 2

ท่ามกลางความมืด ในออฟฟิศกษิดิฐ นลินหยิบมือถือมาจะกดโทร
“เดี๋ยวบัวโทรบอกยามให้มาเปิดประตู ดีนะที่มือถือไม่ได้แบตหมดเหมือนในละคร”
นลินกดมือถือ แล้วขาสะดุดกับขาเก้าอี้ จนถลาจะล้มลง กษิดิฐรั้งเอวเธอไว้ทัน แต่มือถือในมือเธอหลุดมือกระแทกพื้นจังๆ
“เฮ้ย”
นลินรีบเก็บมือถือมากดดู ไฟขึ้นที่หน้าจอปกติ เธอกดมือถือ
“นึกว่าเสียซะแล้ว ทำไมไม่มีสัญญาณล่ะ”
นลินยกมือถือหาสัญญาณ แต่ไม่มีสัญญาณ แล้วหันดูมือถือว่ามีอะไรผิดปกติ
“เฮ้ย ซิมหาย”
“ชีวิตต้องไม่ราบรื่นอย่างนี้แหละ สนุกแท้”
นลินเอามือถือส่องไฟหาซิมการ์ดมือถือ
“สงสัยตอนหล่น ซิมกระเด็นหลุดไปแน่เลย”
“ใช้มือถือกบก็ได้ ชาร์ตไว้นั่นน่ะ รับรองแบตไม่หมด ซิมไม่หาย”
กษิดิฐเดินไปหยิบมือถือที่เสียบสายชาร์ตอยู่ เขากดมือถือแต่ไม่มีแสง
“อ้าว ..ทำไมไม่มีแบตล่ะ”
นลินมองตามสายชาร์ตแล้วเห็นว่า กษิดิฐไม่ได้เสียบสายชาร์ตกับปลั๊กไฟ
“ก็กบไม่ได้เสียบปลั๊ก ! จะติดต่อใครยังไงล่ะเนี่ย”
กษิดิฐมองไอแพคของนลินแล้วคิดได้
“ไอแพดของบัวเปิดเฟสบุ๊กได้รึเปล่า”
“ได้สิ แบตยังมีอยู่”
“งั้นบัวก็แชตบอกเพื่อนที่ออนไลน์อยู่สิ ว่าให้มาช่วยเราหน่อย”
“เออ จริงด้วย ฉลาดสมไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา”
นลินเปิดไอแพคเพื่อหาว่าเพื่อนคนไหนออนไลน์ในช่องแชตอยู่บ้าง
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ทีตอนไม่มีอะไรจะคุย ก็ออนไลน์กันทั้งคืน แต่ทีอยากคุย กลับไม่มีใคร ออนไลน์เลย”
กษิดิฐชะโงกหน้าไปมองหน้าจอไอแพค
“มีออนไลน์อยู่คนนึง นี่ไง”
นลินมองหน้าจอไอแพดอย่างเซ็งๆ
“นี่มันคุณอณุกา เขาอยู่สิงคโปร์ช่วยเราไม่ได้หรอก”
“ถ้าเราส่งข้อความไปบอกว่าติดอยู่ในตึก กบเชื่อว่าเจ้าของบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ ต้องทำอะไรได้”
นลินมองหน้าจอไอแพดอย่างลังเลว่าจะรบกวนอณุกาดีไหม สุดท้ายนลินพิมพ์ข้อความจะส่งให้อณุกา

บรรยากาศสิงคโปร์ยามค่ำคืน ไอแพดของอณุกาวางอยู่บนโซฟาข้างๆกับกระเป๋า แล้วไฟหน้าจอไอแพดก็ดับ อณุกา ปราณนั่งคุยกับอภิชาติอยู่
“ความจริงท่านคุยทางโทรศัพท์ก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็นไร ผมมีประชุมที่นี่อยู่แล้ว แล้วเรื่องนี้ผมก็ไม่อยากคุยทางโทรศัพท์ ผมอยากคุยเป็นจริงเป็นจัง ตกลงคุณติณณ์จะกลับมาเมื่อไหร่”
“อีก 3 เดือนค่ะ”
อภิชาติถอนใจด้วยความหนักใจ
“นี่ถ้าแตงกวาไม่มัวตามนายกษิดิฐ ผมคงส่งแตงกวาไปเกาหลีแล้ว จะได้รู้จักกับคุณติณณ์สักที”
“ขอโทษนะครับท่าน กษิดิฐนี่ใครเหรอครับ” ปราณถาม
“อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนของน้องแตงกวา”
อภิชาติถอนใจอย่างไม่ค่อยพอใจเมื่อนึกถึงกษิดิฐ
“ผมไม่ยอมรับผู้ชายห่วยๆคนนั้นเป็นอะไรกับลูกสาวผมหรอก มันไม่มีอะไรคู่ควร ผมอยากให้มันออกไปจากชีวิตแตงกวาสักที”
“ใจเย็นๆนะคะ ถ้ามีอะไรที่ณุกาช่วยได้ ท่านก็บอกเลยค่ะ เพราะท่านก็ช่วยบริษัทของณุกาไว้มากจนณุกาไม่รู้จะตอบแทนยังไง”
“ผมอยากให้แตงกวารู้จักกับคุณติณณ์เร็วๆ”
“ท่านหมายความว่า...”

นลินกับกษิดิฐเดินสวนกันไปมาในความมืดจนเดินชนกัน ทั้งคู่ร้องขึ้นพร้อมกัน
“โอ้ย”
“เมื่อไหร่เจ้านายบัวจะตอบข้อความเนี่ย”
“เมื่อไหร่ไฟจะมาเนี่ย”
กษิดิฐกับนลินนั่งที่โซฟาอย่างเซ็งๆ แล้วดึงเสื้อขึ้นโบกลมให้ตัวเอง

“ไฟก็ดับ แอร์ก็ไม่มี ช่วงนี้ชีวิตบัวเป็นอะไรเนี่ย มีแต่เรื่องซวย รู้แล้วว่าความซวยมาจากอะไร"
กษิดิฐเซ็ง แล้วลุกขึ้นถอดเสื้อ นลินตกใจ

"กบถอดเสื้อทำไม"
กษิดิฐมองนลินด้วยสายตาหื่น
"ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในที่มืดสองคนลำพัง คิดว่ากบถอดเสื้อทำไมล่ะ"
นลินถอยกรูดไปคว้าเก้าอี้เตรียมตีกษิดิฐหากมีอะไรเกิดขึ้น
"ลองทำอะไรบ้าๆสิ บัวจะฟาดให้หัวแตกเลย"
กษิดิฐหัวเราะ
"อย่างบัว กบไม่ทำหรอก"
"ดี ที่ยังรู้จักผิดชอบชั่วดี"
"ที่ไม่ทำ เพราะเห็นแล้วไม่รู้สึกสยิว ก็อากาศมันร้อน ถ้าบัวร้อน จะถอดเสื้อบ้างก็ได้นะ"
"จะบ้าเหรอ"
"โธ่ มืดขนาดนี้ ใครจะไปมองเห็นอะไร"
"ทำไมจะไม่เห็น บัวยังเห็นของกบเลย"
นลินเหลือบมองหน้าอกเปลือยเปล่าของกษิดิฐ แล้วรู้สึกเขินจนต้องหันหน้าไปทางอื่น
"มืดๆอย่างนี้ เรามาหาอะไรทำฆ่าเวลาดีกว่า" กษิดิฐแกล้งทำเสียงคราง...ฮือ... ใส่
นลินตีกษิดิฐ
"ทะลึ่งอีกแล้วนะกบ"
"กบหมายถึงเล่าเรื่องผี บัวนี่คิดแต่เรื่องทะลึ่ง เอ๊ะ ! นี่บัวคิดจะปล้ำกบรึเปล่า"
"นายกบ"
เสียงกรุ๊งกริ๊งเหมือนเสียงกุญแจดังเข้ามาในออฟฟิศ กษิดิฐได้ยินเสียงแล้วจุ๊ปาก
"บัวได้ยินเสียงอะไรไหม"

ยาม 2 คนเดินส่องไฟฉายตรวจดูออฟฟิศในตึก ยามคนที่ 2 เดินชิดยามคนที่ 1 เพราะกลัวผี
"แกจะเดินเบียดฉันทำไมเนี่ย"
"ก็มันมืด มันเงียบ มันวังเวง"
"มันไม่มีอะไรหรอกน่า"
ยามคนที่ 2 ได้ยินเสียงเหมือนมีคนคุยกันแล้วชะงัก
"เฮ้ย ! แกได้ยินเสียงอะไรไหมวะ"

กษิดิฐกับนลินพยายามจะฟังเสียง แต่แกล้งทำท่าตกใจ
"หรือว่าเรื่องที่เจ้าของเก่าเล่าจะเป็นเรื่องจริง"
"เรื่องอะไร"
กษิดิฐทำเสียงเล่าเนือยๆช้าๆ
"เขาบอกว่าชั้นนี้มีผียาม"
"จะบ้าเหรอกบ"
"จริงๆนะ เขาบอกว่าช่วงเที่ยงคืนกว่าๆ จะได้ยินเสียงคนเดินแล้วก็จะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งๆเหมือนกุญแจ"
เสียงฝีเท้าคนเดินพร้อมเสียงกรุ๊งกิ๊งของกุญแจกระทบกันดังแว่วๆเข้ามา นลินได้ยินเสียงก็ชะงัก แล้วขยับมานั่งข้างกษิดิฐทันที
กษิดิฐแกล้งหลอกเสียงดัง
"แฮ่ !"
นลินตกใจถีบกษิดิฐกระเด็นจนหัวไปโขลกโต๊ะ
"โอ๊ย !"
"สมน้ำหน้า ดันมาแกล้งบัว"
กษิดิฐคลำหัวตัวเอง
"โดนมุมโต๊ะด้วย ไม่รู้หัวแตกรึเปล่า"
นลินจำใจเข้าไปคลำหัวของกษิดิฐ เพราะดูแผลที่หัวไม่ได้เพราะไฟดับ มองไม่เห็น
"ไหน ขอบัวจับหน่อยสิ"
นลินแกล้งคลำหัวแรงๆ กษิดิฐครวญคราง
"โอ๊ย อูย"

ยาม 2 คนพยายามฟังเสียง แล้วได้ยินเสียงครวญครางแว่วๆ
"เหมือนเสียงคนนะ หรือว่ามีคนติดอยู่ในออฟฟิศ"
ยาม 2ดึงเสื้อยาม 1 อย่างกลัวๆ
"ถ้าเสียงคน ก็น่าจะตะโกนให้รู้เรื่อง แต่นี่มาเป็นเสียงครวญคราง ฉันว่าไม่ใช่เสียงคนหรอก ไปเถอะ"
ยาม 2 ดึงยาม 1 วิ่งเข้าประตูหนีไฟไป

กษิดิฐคลำหัวปอยๆ แล้วพยายามฟัง
"คงเป็นเสียงยาม เสียงหายไปแล้ว สงสัยยามไปแล้วล่ะ"
นลินตีกษิดิฐ
"เพราะกบคนเดียว ! เล่นอยู่ได้ แทนที่จะได้ตะโกนเรียกยาม ดูสิ ! คืนนี้คงได้ติดที่นี่กันแน่ๆ การ์ดก็ยังทำไม่เสร็จ"
นลินนั่งอย่างเซ็งๆแล้วหาวอย่างเหนื่อยๆ กษิดิฐมองเห็นใจ
"เอาน่า เดี๋ยวไฟมาแล้วกบจะรีบทำการ์ดให้"
"ตกลงชื่อเจ้าบ่าวชื่ออะไร"
"เดี๋ยวไฟมาแล้วจะบอก"
"ท่าทางจะอีกนาน งั้นบัวก็นอนไปก่อนเลย เดี๋ยวไฟมาแล้วกบจะเรียก"
นลินเดินเข้าไปในห้องทำงานกษิดิฐ

นลินนอนที่โซฟาแต่อากาศร้อนจึงพลิกตัวไปมา เขาค่อยๆย่องเข้ามาแอบดูว่า เธอหลับรึยัง ก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางบนโต๊ะมาโบกลมให้นลิน
เธอลืมตามามองเขาอย่างแปลกใจ
"มองอะไร ถ้าไม่อยากให้พัดก็ถอดเสื้อสิ จะได้ไม่ร้อน"
"ตาบ้า"
นลินนอนหันหลังให้ กษิดิฐใช้หนังสือพิมพ์โบกลมให้นลิน
"บัวหลับรึยัง"
นลินไม่ตอบอะไร
"สงสัยหลับแล้ว งั้นถอดกางเกงนอนดีกว่า"
นลินรีบพูด
"ยังไม่หลับ !"

กษิดิฐมองนลินขำๆ แล้วมองยังท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านหน้าต่าง

อ่านต่อหน้า 2
ต้นรักริมรั้ว ตอนที่ 3 (ต่อ)

บรรยากาศท้องฟ้ายามเช้าสดใส ในที่พัก เมืองเกาหลี ติณณ์ถอดเสื้อเปลือยอกเห็นหน้าอกล่ำกำลังวิ่งออกกำลังกายบนเครื่องลู่วิ่ง มือถือของติณณ์ดัง เขาหยุดวิ่งแล้วเดินไปหยิบมือถือมากดรับสาย เสียงอณุกาดังทักทาย
"มอร์นิ่งจ้ะ...ติณณ์"
"สวัสดีครับพี่ณุกา ไม่ยุ่งครับ พี่ณุกามีอะไรเหรอครับ"

อณุกาเดินคุยมือถือมาที่รถแวนคันหรูที่จอดรออยู่ ปราณเดินตามอณุกา
"พี่อยากถามว่างานที่นั่นเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างโอเคไหม ถ้าไม่มีปัญหาอะไร พี่อยากจะ..."

ติณณ์หยิบขวดน้ำมาดื่มพร้อมคุยมือถือกับอณุกาไปด้วย ติณณ์ชะงัก
"อะไรครับ ...พี่ณุกาอยากให้ผมกลับก่อนกำหนดเหรอครับ"
ติณณ์นิ่ง ยังไม่ให้คำตอบ

กษิดิฐเปลือยท่อนบนนั่งทำการ์ดต่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน นลินยืนดูงานอยู่ข้างๆ แล้วเหลือบมองมัดกล้ามของเขา
"นี่กบ แอร์มันเย็นแล้วนะ ใส่เสื้อได้แล้ว"
กษิดิฐมองนลินอย่างกรุ่มกริ่ม
"หวั่นไหวกับซิกแพกของกบล่ะสิ"
"อุจาดตาต่างหาก ใส่เสื้อเร็ว เดี๋ยวใครมาเห็นจะคิดเลยเถิด ภาพมันยิ่งให้อยู่ด้วย"
กษิดิฐหัวเราะ
"สมกับเป็นครีเอทีฟจริงๆ คิดอะไรสร้างสรรค์เกินจริง เดี๋ยวค่อยใส่ เสื้อมันเหม็นเหงื่อ" กษิดิฐมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วบอก
"เอาล่ะ... เกือบเสร็จแล้ว เหลือแค่ใส่ชื่อเจ้าบ่าวข้างถนน ชื่ออะไร"
นลินยิ้ม
"พิมพ์ชื่อตามนะ เจ้าบ่าวชื่อ ...ชื่ออะไรนะ"
กษิดิฐเซ็ง แล้วลุกจะไปนอนที่โซฟา
"นึกได้แล้วบอกนะ จะนอนต่อ"
นลินดึงแขนกษิดิฐไว้
"นึกออกแล้ว"
กษิดิฐทำหน้าเซ็งถาม
"ตกลงไอ้หมอนั่นมันชื่ออะไร"
"นาย กษิดิฐ เกียรติโยธา"
กษิดิฐจะกดแป้นพิมพ์แล้วชะงัก หันไปมองหน้านลิน
"เมื่อกี้บัวพูดชื่อใครนะ"
นลินยิ้ม
"เป็นเจ้าบ่าวให้บัวนะ"

เอ็ดดี้เดินนำแม่บ้านออกมาจากลิฟท์
"ขอโทษนะป้า ที่ผมไปตามป้ามาทำความสะอาดออฟฟิศแต่เช้า แต่ผมเป็นคนรักสะอาด ทำงานที่ที่มีฝุ่นเยอะๆไม่ได้ อี๋ ..ขยะแขยง"เอ็ดดี้คุยพร้อมทำท่าขนลุก
"ให้ป้าทำความสะอาดตอนนี้ ไม่รบกวนพนักงานคนอื่นเหรอ"
"อูย เช้าอย่างนี้ เฮียยังไม่มาทำงานหรอก"

กษิดิฐมองนลินอย่างอึ้งๆ
"บัวจะให้กบเป็นเจ้าบ่าวของบัวเหรอ"
นลินยิ้มประจบ
"อือหือ"
"แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก"
"เอ้า ถ้าบอกแต่แรกก็ไม่หนุกน่ะสิ ตกลงเป็นเจ้าบ่าวให้บัวนะ"
"ไม่"
กษิดิฐลุกเดินออกจากห้องทำงานไป นลินรีบตาม

กษิดิฐแอบทำหน้ายิ้มเดินออกจากห้องทำงาน นลินรีบวิ่งมาขวางหน้า
"กบต้องเป็น ที่บัวต้องเดือดร้อนอยู่นี่ ก็เพราะกบ กบต้องรับผิดชอบ"
กษิดิฐแกล้งยียวน
"คิดดูก่อน"
"ไม่ต้องคิดแล้ว เราแค่แต่งหลอกๆเหมือนตอนแต่งครั้งแรกไง พอคุณอณุกายอมให้บัวกลับไปทำงานทุกอย่างก็จบ"
กษิดิฐแกล้งทำท่าคิด
"จะยอมเสี่ยงเสียชื่อเสียงดีไหมหนอ"
นลินเซ็ง
"มันไม่ใช่เวลามาเล่นตัวนะกบ นี่มันเจ็ดโมงกว่า คุณอณุกากำลังจะมาแล้ว"
กษิดิฐกอดอกมองนลินอย่างผู้เหนือกว่า
"คนเรา...จะขอใครแต่งงาน เขาทำกันอย่างนี้เหรอ"
"จะเล่นอะไรอีกเนี่ย"
กษิดิฐทำหน้าเพ้อฝัน
"กบจำได้นะว่าบัวฝันว่าอยากให้ผู้ชายคุกเข่า จับมือแล้วพูด แต่งงานกับผมนะครับ เก๊าอยากได้แบบนั้นบ้าง"
"ไม่มีทาง !"
กษิดิฐเดินลอยหน้าลอยตา
"กลับบ้านดีกว่า"
นลินรีบขวาง
"เดี๋ยว ! ไม่คุกเข่าได้ไหม แค่จับมือขอแต่งงานอย่างเดียวพอ"
กษิดิฐแกล้งทำท่าคิด
"ยอมก็ได้ ถือว่าเรื่องนี้กบมีความผิดกึ่งนึง"
กษิดิฐยื่นมือให้นลินจับด้วยใบหน้ายียวน นลินจับมือ มองหน้ากษิดิฐที่ทำมืออังหูรอฟัง
"เร็ว รอฟังคำขอแต่งงานอยู่"
"กบ"
นลินมองหน้ากษิดิฐจับมือมากัด
"มือขาดซะเถอะ"
"อ๊าก"
กษิดิฐรีบดึงมือออกจากปากนลินบอก
"เจ็บนะบัว"
"สมน้ำหน้า รีบไปทำการ์ดเดี๋ยวนี้เลยนะ" นลินพูดพลางชี้นิ้วสั่ง
"ก่อนจะไปทำการ์ด ขอถามอีกคำเดียว เจ้านายบัวไม่เคยรู้ว่าบัวมีแฟน แล้วอยู่ๆบัวถือการ์ดแต่งงานไปวาง บัวคิดว่าเจ้านายจะเชื่อเหรอ"


รถแวนคันหรูของอณุกามาจอดหน้าตึก ประตูรถเปิดอัตโนมัติ อณุกาเดินลงจากรถ ปราณเดินตามลงมาคุยกันเรื่องว่า ถ้านลินเอาการ์ดแต่งงานและพาเจ้าบ่าวมาหาอณุกา อณุกาจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่านลินแต่งงานจริงๆ ไม่ใช่โกหกเพื่อเอาตำแหน่งคืน
"แล้วคนอย่างฉันจะเชื่อนลินไหมล่ะ"
อณุกาพูดจบก็เดินมาดนางพญาเข้าตึกไป ปราณมองตาม คิดถึงนลินแล้วยิ้มเยาะ
"ยายบัว เอาเรื่องแต่งงานมาอ้าง ใครจะโง่เชื่อเธอ"

กษิดิฐนั่งทำการ์ดหน้าคอมพิวเตอร์ นลินชะโงกหน้าดูหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อดูรายละเอียดและความผิดพลาด เขาหันมามองหน้านลินที่มีรอยเปื้อนอาย แชโดว์ กษิดิฐขำ"ขำอะไรอีกล่ะ"
นลินหันไปมองหน้าตัวเองที่กระจกหน้าต่าง เห็นว่าหน้าตัวเองเปื้อนเป็นริ้วรอยนิ้วมือ
"เฮ้ย ! แกล้งบัวตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
นลินพยายามเอามือเช็ด แต่เช็ดไม่หมด
"กบเช็ดให้"
กษิดิฐใช้มือประคองหน้านลินให้หันมามองหน้าตัวเอง แล้วค่อยๆใช้นิ้วเช็ดอายแชโดว์ออกจากผิวแก้มอย่างแผ่วเบา
เอ็ดดี้กับแม่บ้านเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เห็นกษิดิฐที่เปลือยท่อนบน และมือที่ประคองหน้านลินเหมือนจะจูบ ทั้งคู่ก็ชะงักไป
นลินหยิบเสื้อให้กษิดิฐใส่ทันที ทำให้ภาพยิ่งเหมือน...
"อุ้ย ! เดี๋ยวผมออกไปทำงานข้างนอกแล้วกันนะเฮีย"
เอ็ดดี้ดึงแม่บ้านออกจากห้องไป

เอ็ดดี้ปิดประตูห้องทำงานของตัวเอง แล้วหันมาพูดกับแม่บ้าน
"วันนี้ไม่สะดวกแล้วล่ะป้า"
"ก็ว่าอย่างนั้นแหละ งั้นป้าไปก่อนนะ ต้องรีบไปเมาท์ เอ้ย..ไปทำงาน"
แม่บ้านรีบเดินยิ้มกรุ่มกริ่มออกไป

ภาพการ์ดแต่งงานที่ทำเสร็จสมบูรณ์ปริ้นออกมาจากเครื่องปริ้น เขาหยิบการ์ดมายื่นให้นลิน เธอก้มดูการ์ดอย่างพอใจ นลินคิดถึงแตงกวา
"ได้เวลาเซอร์ไพร์สแล้วสิ"

แตงกวาขับรถและคุยมือถือโดยใช้บลูทูธ
"พี่ต๋องวางแผนงานแต่งให้แตงกวาแล้วเหรอคะ ดีคะ เดี๋ยววันนี้ แตงกวาจะเข้าไปเลือก...ใช่ค่ะ กำหนดแต่งงานเดือนหน้าเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน"

ประตูลิฟท์เปิด นลินและกษิดิฐในชุดใหม่ กษิดิฐใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไท ดูดี
"ค่อยดูดี คู่ควรจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของบัวหน่อย ขอบคุณพี่รินทร์นะคะ ที่ช่วยเอาเสื้อผ้ามาให้บัวกับ กบเปลี่ยน"
"เรื่องเล็กน้อย ดีที่คุณกบใส่เสื้อไซส์เดียวกับพี่ภพ เลยไม่ไปต้องไปหา เอาล่ะ ! เสื้อผ้าพร้อม การ์ดพร้อม เจ้าบ่าวพร้อม เจ้าสาวล่ะ พร้อมรึยัง" ดารินทร์บอก
นลินยิ้ม
"พร้อมค่ะ"
"พี่ขออวยพรให้คุณอณุกาเชื่อว่าบัวจะแต่งงาน แล้วคืนงานให้บัวนะ"
"ขอบคุณค่ะพี่รินทร์ ... ไปกันเถอะ กบ"
กษิดิฐยื่นมือไปรอให้นลินจับ เธอมองหน้าเขา
"ไหนๆเราจะแต่งงานกันแล้ว ทำให้มันดูเป็นคู่ที่บ่มเพาะความรัก จนสุกงอมหน่อยสิ"
กษิดิฐยื่นมือรอ ดารินทร์พยักหน้าบอกนลินว่ายอมให้จูงมือเถอะ เธอวางมือบนมือของเขา เขากระชับมือของนลิน
กษิดิฐจูงมือนลินเดินไปทางห้องทำงานของอณุกา
มัญจาออกจากลิฟท์มาหาดารินทร์
"พี่รินทร์...บัวล่ะ"
"เดินไปโน้นแล้ว ก็เธออยากมาสายเอง ใครจะไปรอ"
ดารินทร์มองไปทางนลินกับกษิดิฐ
"ไม่รู้คุณอณุกาจะเชื่อว่าบัวกับคุณกบจะเป็นแฟนกันจริงๆรึเปล่า"
"ถ้าคุณอณุกาได้ยินข่าวลือนั้น ยังไงก็เชื่อ" มัญจาบอก
"ข่าวลืออะไร"

ในห้องทำงาน นลิน กษิดิฐยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานอณุกา กษิดิฐกับปราณต่างมองหน้ากันนลินผายมือไปทางอณุกา
"นี่คุณอณุกา"
แล้วนลินก็ผายมือไปทางปราณ
"แล้วนั่นก็..."
กษิดิฐรีบพูด
"คุณปราณ กบจำได้"
อณุกามองกษิดิฐกับปราณ
"เอ๊ะ เคยเจอกันเหรอคะ"
ปราณรีบชิงพูด
"ไม่หรอกครับ คุณบัวคงเล่าเรื่องผมให้ฟัง ใช่ไหมครับคุณบัว"
นลินกับกษิดิฐมองปราณแล้วยิ้มเยาะที่ปราณกลัว
"คุณอณุกาคะ"
"นี่แฟนบัวค่ะ กบ หรือ กษิดิฐ"
อณุกาชะงักกับชื่อ
"กษิดิฐ"
อณุกาหยิบการ์ดแต่งงานมาดูชื่อให้แน่ใจ แล้วมองทั้งคู่อย่างคิดๆ ขณะที่ทั้งคู่เห็นอาการแปลกๆของอณุกา ก็ลุ้นว่า เจ้านายจะเชื่อว่าเป็นความจริงหรือเปล่า
อณุกาวางการ์ดลงที่โต๊ะ
"ความจริงเธอไม่ต้องเอาการ์ดมาให้ ฉันก็เชื่ออยู่แล้วว่าเธอกับคุณกบเป็นอะไรกัน"
นลินดีใจที่อณุกาเชื่อ
"จริงเหรอคะ งั้นก็แปลว่า.."
"เธอกลับมาทำงานที่นี่ได้"
นลินดีใจแล้วหันไปจับมือกับกษิดิฐโดยไม่รู้ตัว ปราณมองทั้งคู่อย่างหมั่นไส้
"แปลกนะครับ ผมไม่เคยเห็นคุณบัวมีแฟนมาก่อน แต่อยู่ๆกลับมาแต่งงานตอนนี้ มันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอครับ"
กษิดิฐอดพูดกัดปราณตอบไม่ได้
"ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะอยู่เงียบๆนะ"
ปราณมองหน้ากษิดิฐอย่างไม่พอใจ
"นี่คุณสองคนมีอะไรกันรึเปล่า" อณุกาถาม
กษิดิฐตั้งท่าจะแฉ แต่นลินแอบบีบมือห้ามไว้ และกระซิบบอก
"ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะดี อย่าทำมันพังอีกนะกบ"
กษิดิฐจำใจต้องปิดปากเงียบแล้วมองปราณอย่างท้าทาย นลินรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
"บัวขอบคุณนะคะที่คุณอณุกาเชื่อว่าบัวกับกบ แต่งงานกันจริงๆ"
อณุกายิ้ม
"เป็นใครก็ต้องเชื่ออยู่แล้ว ถ้าได้ยินข่าวลือนั้น"
"ข่าวลืออะไรคะ"

บริเวณร้านส้มตำริมถนน เวลากลางวันต่อเนื่องมา แม่บ้านคนที่เห็นเหตุการณ์นั่งกินส้มตำและคุยกับสามีที่เป็นยามเรื่องกษิดิฐกับนลิน
"เมื่อเช้าฉันเห็นกับตาเลย ตาสถาปนิกนั่นยังไม่ได้ใส่เสื้อเลย"
ยาม 1ตบเข่าฉาด
"นั่นไงล่ะ เมื่อคืนพี่ขึ้นไปดูแถวออฟฟิศนั้น ได้ยินเสียงคนครวญครางแว่วๆ ที่แท้..."
"พี่อย่าไปบอกใครนะ"

บริเวณทางเข้า ยาม สามีแม่บ้านคุยกับเพื่อนยามเรื่องกษิดิฐกับนลิน พนักงานหญิงที่เดินผ่านเข้าประตูแล้วได้ยินที่ยามพูด
พนักงานหญิงคุยกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงเรื่องกษิดิฐกับนลิน พนักงานชายเดินผ่านโต๊ะพนักงานหญิงไปได้ยินอีก
บริเวณลานจอดรถ พนักงานชายคุยมือถือเรื่องกษิดิฐกับนลิน รถคันด้านหลังพนักงานผู้ชายคนนั้น แตงกวาโผล่ขึ้นมาด้วยใบหน้าอึ้ง เธอไม่รอช้า รีบเดินเข้าภายในตัวตึกทันที

บริเวณโต๊ะทำงานของนลิน มัญจา ดารินทร์ สารัชคุยเรื่องข่าวลือของกษิดิฐกับนลินกันอยู่สารัชร้องไห้ยอมรับไม่ได้
"วันนี้มันวันฟ้าถล่ม หัวใจสลายของผมจริงๆ ไหนคุณบัวจะเอาไอ้หมอนั่นเป็นเจ้าบ่าว ไหนจะข่าวลือบาดใจนั่นอีก ผมจะขาดใจ"
มัญจากับดารินทร์มองสารัชอย่างเซ็งๆ
"เว้ย ! ฉันบอกนายแล้วไงว่าเมื่อคืนบัวกับคุณกบแค่ทำการ์ดเฉยๆ" ดารินทร์ว่า
สารัชฟูมฟาย
"นั่นแหละครับ ทำไมผู้ชายที่อยู่กับคุณบัวทั้งคืนไม่เป็นผม"
มัญจาเซ็ง หันไปถามดารินทร์
"ขนาดนายสารัชที่รู้เรื่องกบกับบัวอยู่แล้ว ยังฟูมฟายขนาดนี้ แล้วถ้าแตงกวารู้ล่ะ"
แตงกวาพุ่งเข้ามาตบโต๊ะกลางวงเมาท์ดัง ปัง ! มัญจา ดารินทร์ตกใจ สารัชหุบปากหยุดร้องไห้ทันที
"ยายบัวอยู่ไหน"
ทั้ง 3 คนมองหน้ากันอย่างงงๆ แตงกวาพูดเสียงดังขึ้น
"ฉันถามว่ายายบัวอยู่ไหน"
ทั้ง 3 คนสมัครใจกันชี้ไปทางห้องทำงานอณุกาพร้อมกัน แตงกวาเดินไปทันที
"งานนี้ท่าจะมีแตกหัก"
มัญจาบอก
แตงกวาเปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นอณุกานั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังดูการ์ดแต่งงานของนลิน ปราณยืนอยู่ข้างๆเหลือบมองการ์ดแต่งงานแล้วแอบทำหน้าไม่พอใจ นลินยืนอยู่หน้าโต๊ะอณุกา เธอกำลังอึ้งหลังจากที่ฟังอณุกาเล่าเรื่องข่าวลือให้ฟัง แตงกวาพุ่งเข้าไปหานลิน
"หาวิธีอื่นไม่ได้แล้วใช่ไหม ถึงต้องทำอย่างนี้จับกบของฉันน่ะ"
"เดี๋ยวก่อนนะน้องแตงกวา นี่มันเรื่องอะไรกันจ
กำลังโหลดความคิดเห็น...