xs
sm
md
lg

ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนที่ 1

เผยแพร่:

“ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง” ตอนที่ 1 

รถยนต์สุดหรูแล่นเข้ามาจอดที่ด้านหน้า บริษัท เอส เค กรุ๊ป จำกัด รปภ. รีบเข้าเปิดประตูรถให้ และทำความเคารพอย่างขันแข็ง กร้าว ศุภกาญจน์ นักธุรกิจหนุ่มรูปงาม ผู้บริหารของบริษัทนี้ ก้าวลงจากรถ เดินเข้าไปในอาคาร

“สวัสดีครับท่านประธาน” พนักงานทุกคนต่างทักทายอย่างนอบน้อม
กร้าวยิ้มตอบบางๆ เลขาเข้ามาทักทาย
“สวัสดีค่ะ”
“เอกสารเรียบร้อยรึยัง”
“เรียบร้อยค่ะ”
กร้าวพยักหน้าอย่างพอใจ


กร้าวคุยงานกับลูกค้าชายชาวต่างชาติ แนะนำโครงการใหม่ของบริษัทเพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติร่วมลงทุน เลขาของกร้าวเป็นผู้ช่วยคอยจัดเตรียมสไลด์และเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้ไม่นานนัก กร้าวและลูกค้าได้เซ็นต์สัญญาร่วมกัน เพราะการเตรียมงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย
กร้าวและเลขาส่งลูกค้าชาวต่างชาติออกจากบริษัทไป ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เขาดูเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วรับสายทันที เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของนักสืบที่จ้างไว้ ได้นัดให้ไปพบที่ริมถนนแถวชานเมือง
เมื่อไปถึง นักสืบหยิบซองเอกสารส่งให้
“รูปถ่ายพร้อมข้อมูลสมาชิกครอบครัววิชเวทย์ครับ”
กร้าวเปิดซองเอกสารดู มีรูปถ่ายเดี่ยวๆของอสิต วิชเวทย์ พร้อมกับ ลลิตา ภรรยาของเขา และอรชา น้องสาวคนกลาง
“แต่ยังขาดน้องสาวคนเล็กที่ชื่ออนุช วิชเวทย์ กำลังเรียนอยู่ที่ลอนดอน” นักสืบอธิบาย
กร้าวยื่นซองใส่เงินให้ นักสืบรับเงินแล้วออกไป กร้าวดูรูปแล้วนึกเรื่องราวในอดีต ช่วงเวลานั้น เขาเห็นประสิทธิ์ พ่อของอสิต อรชา และอนุช ใช้กำลังข่มเหงแม่ของเขา กร้าวเจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีตอันโหดร้ายนั้น
“อนุช วิชเวทย์…กลับมาเมื่อไร ฉันจะลากเธอมารับกรรมที่พ่อของเธอก่อไว้ ร่วมกับพี่ๆ ของเธอ!”
กร้าวบอกอย่างมุ่งมั่น ที่จะแก้แค้นลูกๆของประสิทธิ์แทนประสิทธิ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว


วันใหม่...ในสนามบิน อนุชเข็นรถเข็นกระเป๋าออกมาจากส่วนผู้โดยสารขาเข้า เธอกลับมาเมืองไทย พร้อมกับกรวิก พัชรกุล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท
กรวิกมองไปที่กลุ่มคนที่รอรับ เห็นกาญจนา แม่ของเธอยืนรออยู่ก็ดีใจมาก รีบวิ่งไปหา ขณะที่คนร้ายซึ่งถูกใครบางคนจ้างมา ยืนมองอนุช แล้วเปรียบเทียบกับรูปถ่ายในสมาร์ทโฟน เมื่อเห็นว่าเป็นคนเดียวกัน จึงยกป้ายกระดาษเขียนชื่ออนุช วิชเวทย์ชูขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา
“คุณอนุช วิชเวทย์รึเปล่าครับ”
อนุชแปลกใจ
“ใช่ค่ะ…”
“คุณสิตกับคุณอรไม่ว่าง ให้ผมมารับคุณนุชแทนครับ”
“พี่สิตกับพี่อรไม่เห็นบอกไว้นี่คะ” อนุชแปลกใจ
“รีบไปกันเถอะครับ คุณสิตกับคุณอรรออยู่”
คนร้ายเข้าไปช่วยเข็นรถเข็นสัมภาระให้
“รอเดี๋ยวค่ะ”
อนุชขัดขึ้นแล้วเดินไปหากรวิกและกาญจนา
“แม่คะ นี่นุช เพื่อนนกไงคะ ที่เล่าให้ฟังบ่อยๆ” กรวิกแนะนำ
อนุชยกมือไหว้กาญจนาอย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะ”
กาญจนารับไหว้ กรวิกหันมาหาอนุช
“จะรีบไปไหนล่ะ รอเจออากร้าวด้วยกันก่อน อากร้าวกำลังมา”
กาญจนาปรามลูกสาว
“อย่าเอาแต่ใจสิลูก เพื่อนมาเหนื่อยๆ ให้เขากลับไปพักผ่อน ไปเจอครอบครัวเขาดีกว่า วันหลังค่อยนัดเจอกันก็ได้”
“ก็ได้ค่ะ...เสียดาย ถ้านุชเจออากร้าว นุชจะต้องตะลึงในความหล่อ”
กาญจนาล้อๆ
“แม่คนนี้หายใจเข้าออกเป็นอากร้าว”
กรวิกเขิน อนุชขำเพื่อน หันไปหากาญจนา
“นุชขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
อนุชไหว้กาญจนาและหันไปกอดกรวิก
“เอาไว้นัดกันนะ”

อนุชเดินตามคนร้ายออกไป
คนร้ายเข็นรถเดินนำไปที่ทางออก อนุชเดินตามไป ไม่ได้สงสัยอะไร แล้วเสียงข้อความจากไอโฟนดังขึ้น อนุชเปิดดูข้อความ เป็นข้อความจากอรชาส่งมาว่า....
“พี่กำลังจะไปรับ ขอโทษที่ช้า”
อนุชเห็นข้อความแล้วแปลกใจ มองคนมารับอย่างระแวง คนร้ายเดินนำมาถึงรถที่จอดรออยู่ มีชายอีกคนเป็นคนขับรถรออยู่
“ออฟฟิศใหม่เป็นไงบ้างคะ สวยมั้ย” อนุชแกล้งถาม
คนร้ายที่มารับชะงักเพราะไม่รู้เรื่อง
“เอ่อ…ก็…ก็ดีครับ”
อนุชรู้ว่าเขาโกหกเพราะไม่มีออฟฟิศใหม่
“นุชขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
อนุชหันหลัง คิดหาทางหนี คนร้ายรู้ทันจับตัวและปิดปากเธอจากด้านหลัง อนุชตกใจ ดิ้นรน แต่ร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ คนร้ายผลักอนุชขึ้นรถและตามไปนั่งประกบ คนขับรถ รีบออกรถไป เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และรวดเร็วจนไม่มีใครในบริเวณนั้นสังเกตเห็น
“พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร” อนุชตกใจมาก
คนร้ายชักปืนออกมาขู่
“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย อยากรู้อะไรไว้ถามพี่ชายแกเองละกัน”
อนุชกลัว คิดหาทางหนี ใช้สายกระเป๋าล็อกคอคนขับรถจากด้านหลัง คนขับหายใจไม่ออก รถส่ายไปมา
“เฮ้ย หยุดนะ!”
คนร้ายพยายามดึงอนุชให้ปล่อยมือจากคนขับ แต่เธอไม่ปล่อย


กร้าวขับรถพลางคุยโทรศัพท์กับกรวิก
“อาใกล้จะถึงแล้ว คิดถึงสิ คิดถึงมากเลย”
รถของคนร้ายที่ขับสวนทางมาส่ายไปมาและพุ่งข้ามเลน เกือบชนรถของเขา กร้าวตกใจ รีบหักหลบและเบรกทัน รถของคนร้ายเบรกไม่อยู่ ชนต้นไม้ข้างทาง นิ่งไป กร้าวลงจากรถ ขณะที่อนุชรีบลงจากรถ วิ่งมาหา
“นี่คุณ ขับรถยังไงเนี่ย” กร้าวโวย
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย” อนุชหน้าตาตื่นกลัว
คนร้ายลงจากรถในอาการเจ็บ
“พวกมันมาแล้ว หนีเร็ว!”
อนุชดึงกร้าววิ่งหนี กร้าวงงแต่ก็วิ่งตามเธอไป คนร้ายเห็นอนุชหนีก็เจ็บใจ แต่ต้องช่วยดึงเพื่อนออกมาจากรถก่อน


อนุชดึงกร้าววิ่งหนีมาระยะหนึ่ง
“เดี๋ยว ทำไมคุณต้องหนีผู้ชายสองคนนั้นด้วย พวกนั้นเป็นใครกันแน่” กร้าวหยุดวิ่ง
“ฉันก็ไม่รู้”
“ไม่รู้ได้ยังไง” กร้าวสงสัย “คุณมีอะไรปกปิดผมรึเปล่า หรือว่าคุณทำอะไรผิดมา”
อนุชไม่พอใจ
“นี่คุณ อย่ามาปรักปรำฉันนะ ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้อง ฉันไปเองก็ได้”
อนุชจะวิ่งหนีไป กร้าวรีบดึงไว้
“อย่าเพิ่งไป”
“เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยฉัน”
“ไม่”
กร้าวเป็นห่วง แต่อนุชเริ่มระแวงและไม่ไว้ใจเขา เธอกระทืบเท้าเขาอย่างแรงและผลักเซไป
“โอ๊ย!”
อนุชจะวิ่งหนี แต่กร้าวคว้าตัวไว้ ดึงมากอดไว้เลย
“จะไปไหน มันอันตราย”
อนุชยิ่งตกใจ คิดว่ากร้าวจะทำร้าย พยายามสะบัด
“คุณนั่นแหละตัวอันตราย ฉันไม่น่าหนีเสือปะจระเข้เลย ปล่อยฉัน!”
อนุชดิ้นรนและทุบตีไม่ยั้ง กร้าวจับมืออนุชไว้ทั้งสองข้าง แล้วดันไปติดต้นไม้ด้านหลัง ตั้งใจจะทำให้เธอหยุดจนทั้งสองจมูกชนกัน ใบหน้าอยู่ใกล้ชิดกันมาก ทั้งสองต่างตะลึง ขณะเดียวกันนั้นคนร้ายทั้งสองวิ่งตามมา
“มันอยู่นั่น”
กร้าวและอนุชหนีไม่ทัน คนร้ายชักปืนออกมาจะยิง กร้าวพุ่งเข้าไปแย่งปืน ยื้อแย่งกัน เขาถีบคนร้ายล้มลง ปืนหลุดมือ กระเด็นไป กร้าวตามไปชก คนขับรถเข้ามาช่วย กร้าวสู้ไป ร้องบอกอนุชไป
“หนีไป! เร็ว!”
อนุชวิ่งหนีไป คนร้ายหันไปคว้าปืนมาจะยิง เปรี้ยง! กร้าวถูกยิงที่แขนซ้ายทรุดลงไม่ห่างคนขับรถที่โดนชกจนน่วมฟุบอยู่กับพื้น คนร้ายถีบกร้าวหงายล้มลงและจะยิงซ้ำ กร้าวคิดว่าไม่รอดแน่ ทันใดนั้นอนุชมาด้านหลัง ใช้ไม้ฟาดคนร้ายล้มลง
“คุณเป็นไรรึเปล่า”
อนุชประคองกร้าววิ่งหนีกลับไปทางรถ แล้วรีบขึ้นรถ กร้าวขับรถหนีไปทันที คนร้ายที่วิ่งตามมาจะยิง แต่คนขับรถห้ามไว้
“ไม่ต้อง”
คนร้ายเจ็บใจที่กร้าวและอนุชหนีไปได้


กร้าวขับรถหนีมา เจ็บแผลที่แขน อนุชโล่งใจ
“พวกนั้นไม่ตามมาแล้ว”
กร้าวแปลกใจ
“ทำไมคุณถึงกลับมาช่วยผม”
“แล้วเมื่อกี้คุณช่วยฉันไว้ทำไม ทั้งๆ ที่ตอนแรกหาว่าฉันทำความผิดมา”
กร้าวเจ็บแขนซ้ายที่ถูกยิง
“โอ๊ย”
อนุชตกใจ
“เลือดออกไม่หยุดเลย คุณรีบไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ”


บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่กร้าวนอนเข้าห้องฉุกเฉินไป อนุชรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างเป็นห่วง ครู่หนึ่ง อสิตและอรชามาถึง
“นุช” อสิตเป็นห่วงน้องสาวมาก
“พี่สิต...พี่อร!”
อนุชดีใจที่เจอพี่ๆ อรชาเห็นเสื้ออนุชเปื้อนเลือดก็ตกใจมาก
“นุชเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
อรชามองสำรวจไปทั่วตัว กลัวน้องบาดเจ็บ
“นุชไม่เป็นไรค่ะ มีคนช่วยนุชไว้”
อสิตและอรชาโล่งใจที่อนุชปลอดภัย


รถอสิตมาจอดหน้าคฤหาสน์มโนรมย์ของตระกูลวิชเวทย์ ซึ่งใหญ่โตหรูหรา อนุชลงจากรถ มองบ้านด้วยความคิดถึงและผูกพัน หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวในอดีตในวัยเด็ก ตอนนั้นเธออายุ 5 ขวบเพิ่งกลับจากโรงเรียน วิ่งเข้าไปไหว้และกอดพ่อ ประสิทธิ์ลูบหัวและยิ้มให้ คนรับใช้หญิง หิ้วกระเป๋านักเรียนตามหลังอนุช คอยดูแลรับใช้ คนสวนชายคนหนึ่งกำลังทำสวน คนรับใช้หญิงอีกคนกำลังกวาดลานบ้าน
อนุชยิ้ม คิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน เสียงอสิตเรียกดังมา
“นุช”
อนุชตื่นจากภวังค์
“คะ”
อรชาเข้ามาหาน้องสาว
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะจ้ะ”
อนุชยิ้มรับ
“ค่ะพี่อร”
อสิตหน้าตาเคร่งเครียด หิ้วกระเป๋าเดินทางของอนุชเข้าบ้านเอง อรชาตามเข้าไป อนุชมองสภาพบ้าน ที่ลานหน้าบ้านมีใบไม้ร่วงเต็มไปหมด บ้านดูไม่สวยงามเหมือนเมื่อก่อน เธอเข้ามาในบ้าน หยุดมองรูปถ่ายครอบครัวที่วางตกแต่งที่มุมหนึ่งของบ้าน ขณะเดียวกันนั้นเสียงลลิตาดังมาจากมุมหนึ่ง
“ระวังหน่อยสิ”
อนุชแปลกใจ
คนงานชาย กำลังช่วยกันขนของเก่าแก่ซึ่งเป็นของสะสมออกจากบ้าน โดยมี ลลิตายืนคุมอยู่ อรชาเข้ามาเห็นก็ตกใจ
“พี่ลิต้าทำอะไรคะ ของนั่นไม่ได้นะคะ คุณพ่อท่านรักมาก”
อรชาเข้าไปขวาง
“อย่ายุ่งน่า”
ลลิตาผลักอรชาล้มลง
“โอ๊ย”
อรชาอ่อนแอ ไม่สู้คน อนุชเข้าเห็นอรชาล้มก็ตกใจ
“พี่อร”
อนุชประคองอรชาให้ลุกขึ้น อนุชเห็นคนงานขนของออกจากบ้านก็ตกใจ รีบเข้าไปแย่ง
“เอาคืนมานะ นี่ของคุณพ่อฉัน”
ลลิตาเข้าไปดึงอนุช
“เอ๊ะ นุช หยุดนะ”
อสิตเข้ามา
“เสียงดังอะไรกัน”
อนุชฟ้องทันที
“พี่สิตคะ พี่ลิต้าเอาของคุณพ่อไปขาย”
ลลิตาหันไปหาอสิต
“ถ้าไม่ขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้”
อสิตพูดไม่ออก ลลิตาบ่น
“ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว”
คุณมีปัญญาจ่ายมั้ย ถ้ามีก็เอามาสิ เอามา”
อสิตเครียดหนัก ลลิตาพูดจี้ใจดำ
“เลิกบ่นซะที คนยิ่งกลุ้มๆอยู่”
อสิตเดินหนีออกไป อนุชผิดหวัง
“พี่สิต”
อรชาเสียใจ ที่ลลิตาชนะทุกครั้ง ลลิตายิ้มเยาะ อนุชทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าฐานะทางบ้านจะลำบากถึงขนาดนี้


อสิตเข้าบ้านมา กลุ้มเรื่องเงิน ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาก็ใจคอไม่ดี
“ครับเสี่ย”
เสี่ยยศเจ้าหนี้นอกระบบ ส่งเสียงขู่มาจากปลายสาย
“ครั้งนี้ลื้อรอดตัว แต่ถ้าไม่ยอมใช้หนี้ คราวหน้าลื้อจะไม่ได้เห็นหน้าน้องสาวอีกเลย!”
อสิตตกใจรีบขอร้อง
“อย่าทำอะไรน้องสาวผมเลย น้องสาวผมไม่เกี่ยว...”
แต่เสี่ยยศตัดสายทิ้งไปแล้ว อสิตทรุดลงนั่ง กุมขมับ เครียดจัด คิดหาทางหาเงินมาใช้หนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน


กร้าวรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา พบคณิตเพื่อนสนิทของเขาซึ่งเป็นหมอ ดูแลอยู่
“ฟื้นแล้วเหรอ ไปมีเรื่องกับใครมา นี่โชคดีที่กระสุนแค่เฉียด แผลไม่ร้ายแรง” คณิตยิ้ม ดีใจ
“แล้ว…ผู้หญิง…”
กร้าวมองหาอนุช
“ฉันมาถึงก็ไม่เจอใคร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาให้แกเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกชื่อไว้ แล้วผู้หญิงที่แกว่าเป็นใครมาจากไหน”
“ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาเลย”
กร้าวนึกถึงอนุชอย่างเป็นห่วง


ค่ำนั้น อนุชกับอรชากราบอัฐิพ่อกับแม่ ทั้งสองหน้าเคร่งเครียดเพราะในบ้านมีปัญหา
“พ่อคะ แม่คะ นุชเรียนจบแล้ว เอาปริญญามาฝากพ่อกับแม่แล้วค่ะ”
“เสียดายที่คุณพ่อด่วนจากไปเสียก่อน ไม่ทันได้ยินดีที่นุชเรียนจบ”
อนุชกอดอรชา
“นุชไม่คิดเลยว่าบ้านเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”
อนุชและอรชาเศร้าหมอง


วันใหม่...อนุชตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายบอก
“พี่สิตจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนุช แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจัดงาน”
“พี่จะยืมเพื่อนก่อน”
“พี่สิตจะสร้างหนี้อีกแล้วเหรอคะ”
อสิตถอนใจ
“ตอนนี้คนเขาลือกันให้แซดเรื่องวิชเวทย์ของเรากำลังล้มละลายจนไม่มีใครกล้าจ้างบริษัทของพี่แล้ว พี่จะจัดงานให้มันหรูเลิศเพื่อกลบข่าว”
อนุชไม่สบายใจ หันไปหาอรชา
“พี่อรคะ ช่วยห้ามพี่สิตหน่อยสิคะ”
อรชาอึกอัก ไม่กล้ามีปัญหากับใคร
“พี่สิตว่าไง พี่ก็ว่างั้น”
อนุชผิดหวัง
“พี่อร”
ลลิตาไม่พอใจ หมั่นไส้ที่อสิตจะจัดงานให้อนุช
“หมดธุระแล้วใช่มั้ย ลิต้าขอตัว”
อสิตเรียกไว้
“เดี๋ยวลิต้า วันนี้มีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนบ้านเรารึเปล่า”
ลลิตาสงสัย
“ทำไมคะ”
“ผมสงสัยว่าเสี่ยยศรู้ได้ไงว่านุชจะกลับมาวันนี้”
ลลิตาหน้าเสีย กลัวความผิด แกล้งบีบน้ำตา วิ่งร้องไห้ออกไป อสิตตกใจ
“ลิต้า”
อสิตรีบตามไป อนุชกับอรชาแปลกใจ รีบตามไปด้วย


ลลิตาวิ่งร้องไห้หนีมาหยุดยืนอยู่มุมหนึ่ง อสิตตามมาอย่างห่วงๆ
“เป็นอะไร”
อรชาและอนุชตามมาทีหลัง ลลิตาบีบน้ำตา ออดอ้อนอสิต
“ลิต้าใจคอไม่ดีเลย พวกมันหูตาไวมาก ขนาดเรื่องนุชมันยังรู้แล้วเวลาสิตกับอรไปทำงาน ลิต้าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าพวกมันมาทำร้ายลิต้าจะทำยังไง ลิต้ากลัวค่ะสิต”
อสิตกอดปลอบ ลลิตาแอบยิ้มร้าย


หลายวันก่อนหน้านี้...ลูกน้องเสี่ยยศจิกผมลลิตาแล้วชักมีดออกมาขู่ ลลิตาตื่นกลัว
“อย่าทำฉันเลย ไปจับตัวน้องสาวคุณสิตสิดีกว่า คุณสิตเขารักน้องมาก เขาต้องรีบหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยแน่ๆ”
ลลิตารีบเปิดรูปอนุชในโทรศัพท์ให้ดู ลูกน้องเสี่ยยศสนใจ


อสิตสำรวจในบ้านเพื่อเตรียมจัดงานเลี้ยง พลางคำนวณค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน ลลิตาใส่ชุดนอนเซ็กซี่ เข้ามากอดจากด้านหลัง คลอเคลียเสียงหวานออดอ้อน
“สิตขา ลิต้ายังไม่มีชุดใส่งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้เลย”
“เสื้อผ้าเต็มตู้ ยังว่าไม่มีใส่อีกเหรอ...ผมว่าบ้านดูโล่งไปนะ ของที่เราขายไป ถ้าไม่หาอะไรมาวางแทน คนจะสงสัย”
อสิตมัวแต่คิดค่าใช้จ่าย ไม่สนใจภรรยา ลลิตาไม่ยอมแพ้ ผลักเขาลงไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่ง ลลิตานั่งตัก คลอเคลีย ยั่วยวน
“ไม่เอาน่าลิต้า ผมยุ่งอยู่ ไม่เห็นเหรอ”
ลลิตาตัดพ้อ
“นังพวกคุณหญิงคุณนายมันชอบจับผิดลิต้าขืนใส่แต่ชุดซ้ำๆ มันได้เม้าท์กันสนุกปากว่าลิต้าไม่มีปัญญาตัดชุดใหม่”
“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย พวกนั้นอิจฉาที่คุณสวยกว่าน่ะสิ”
อสิตผลักลลิตาออกเบาๆ แล้วลุกหนีไป ลลิตาหงุดหงิด ขว้างหมอนอิงไล่หลัง
“ถ้ารู้ว่าลำบากอย่างนี้ ฉันไม่แต่งด้วยหรอก”
ลลิตาอารมณ์เสีย


อนุชเข้ามาในห้อง แล้วมองไปเห็นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่พับวางไว้อยู่มุมหนึ่ง อนุชหยิบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดมาดู แล้วนึกถึงกร้าว
กร้าวที่ยังเจ็บแขนซ้าย วาดรูปอนุชแล้วนั่งมอง...
“เราจะได้เจอกันอีกมั้ย”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาวางดินสอแล้วกดรับสายเมื่อเห็นเบอร์กรวิก
“อากร้าวคะ พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน นกอยากให้อากร้าวไปด้วย อากร้าวว่างมั้ยคะ”
“ได้สิ บ้านเพื่อนอยู่ที่ไหนล่ะ”
“บ้านวิชเวทย์ค่ะ”
กร้าวอึ้ง หน้าเครียดขึ้นมาทันที


หลังจากวางสายจากกรวิก กร้าวรื้อค้นหาเอกสารที่ได้จากนักสืบ ก่อนจะโทรศัพท์หาเสี่ยยศ เจ้าหนี้ของอสิต
“เสี่ยไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมเป็นใคร รู้แค่ว่าลูกหนี้ของเสี่ยจะจัดงานเลี้ยงสุดหรูที่คฤหาสน์มโนรมย์คืนพรุ่งนี้ก็พอ”
กร้าววางสาย ยิ้มร้าย


เย็นวันใหม่...อนุชแต่งตัวด้วยชุดเดรสสั้น สวยสดใส อรชามองทึ่งๆ
“สวยมาก งานนี้ไม่มีใครเด่นเกินน้องพี่แน่นอน”
“พี่อรชมเกินไปแล้ว เป็นเพราะชุดพี่อรสวยค่ะ ใครใส่ก็ดูดีทั้งนั้น”
อรชาหยิบกล่องเครื่องเพชรมาให้อย่างเศร้าๆ
“เครื่องเพชรของคุณแม่เหลือแค่ชุดนี้ชุดเดียว นุชเอาไปใส่สิ”
“แล้วพี่อรล่ะคะ พี่อรใส่เถอะ”
“ไม่ได้ นุชเป็นนางเอกของงาน นุชต้องเด่นที่สุด พี่ยอมให้นุชคนเดียว”
“ขอบคุณค่ะ พี่อรดีกับนุชที่สุด ไม่มีใครรักนุชเท่าพี่อรอีกแล้ว”
อรชาและอนุชยิ้มให้กัน ลลิตาแอบแง้มประตูมองดูด้วยความอิจฉา


ลลิตาหงุดหงิด ไม่พอใจ โยนเสื้อผ้าทิ้งบนเตียงจนเต็มเตียงไปหมด เธอเลือกมาหลายชุดแล้วแต่ไม่ชอบสักชุด ลลิตาร้อนรน ไม่ชอบให้ใครเด่นกว่า เธอคิดแผนได้ยิ้มร้าย มีแผนเล่นงานอนุช
อนุชแต่งตัวเสร็จ มองดูตัวเองในกระจก เสียงเคาะประตูดังขึ้น อนุชไปเปิดประตูดู แต่ไม่มีใครเธอมองซ้ายขวาเห็นเงาคนแวบผ่านไป
“ใครน่ะ”
อนุชตามไปถึงด้านหลังบ้านที่มีห้องเก็บของมองหา ไม่เห็นใคร ก็จะกลับ ทันใดนั้นมีเสียงแก้วตกแตกในห้องเก็บของ อนุชหันขวับ คิดว่าขโมย หันรีหันขวาง คว้าไม้ท่อนหนึ่งที่หน้าห้องเก็บของ เธอเห็นประตูเปิดอยู่ จึงย่องเข้าไปด้านใน แต่ไม่มีใคร ทันใดนั้นประตูปิดดังปังและมีเสียงคล้องแม่กุญแจจากข้างนอก อนุชตกใจ รีบไปเคาะประตู พยายามเปิดประตู แต่เปิดไม่ได้
“ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูที”
ด้านนอกห้อง แหวนสาวใช้คนสนิทของลลิตาล็อกแม่กุญแจ ลลิตายิ้มสะใจส่งเงินให้แหวนเป็นรางวัล
“อยู่ในนี้ไปจนงานเลิกนั่นแหละ”
ลลิตาและแหวนออกไป


ค่ำนั้น...โถงในคฤหาสน์มโนรมย์ตกแต่งอย่างสวยงาม แขกที่มาร่วมงานแต่งตัวหรูหรา กร้าวเข้ามากับกรวิก เธอมองหาอนุช ขณะที่กร้าวมองไปที่มุมหนึ่ง แววตาแข็งกร้าวขึ้นเมื่อเห็นรูปประสิทธิ์ ดูสง่างาม น่าเกรงขาม ประดับอยู่ที่ผนังด้านหนึ่ง กร้าวมองรูปนั้นด้วยความแค้นและเจ็บปวด เขานึกถึงอดีตในวัยเด็ก ตอนนั้นเขาเข้ามาในห้อง เห็นประสิทธิ์กำลังปลุกปล้ำชื่นแม่ของเขาอยู่ กร้าวเข้าไปชกประสิทธิ์พัลวันเท่าที่เด็กชายคนหนึ่งจะมีแรง
“ปล่อยแม่ผมนะ”
ประสิทธิ์หงุดหงิด
“เฮ้ย ใครอยู่แถวนี้ มาเอาไอ้เด็กบ้านี่ไปไกลๆ”
คนรับใช้ชายรีบเข้ามาอุ้มเขาไว้ กร้าวดิ้นรนจะไปช่วยแม่
“แม่!”
“กร้าว!”
ชื่นจะไปช่วยลูก แต่ประสิทธิ์ดึงตัวไว้ ชื่นพนมมือ อ้อนวอน
“ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลย”
“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา แกเป็นลูกหนี้ฉัน ฉันเป็นเจ้าชีวิตแก ฉันจะทำอะไรกับแกก็ได้” ประสิทธ์สั่งคนรับใช้ “เอามันออกไป!”
คนรับใช้อุ้มกร้าวออกจากห้องไป กร้าวดิ้นรนจะไปช่วยแม่แต่สู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้
“แม่”
“กร้าว”
คนรับใช้อุ้มกร้าวออกจากห้องและปิดประตู กร้าวตะโกนเสียงลั่น
“แม่”
กร้าวดิ้นรน คนรับใช้จึงต้องปล่อยกร้าวทิ้งไว้หน้าห้อง
“ช่วยด้วย”
เสียงชื่นกรีดร้องดังออกมาจากในห้อง กร้าวทุบประตู พยายามจะเปิดเข้าไปช่วยแม่ แต่เปิดไม่ได้
“อย่าทำแม่นะ เปิดประตู…แม่!”

กร้าวยืนจ้องมองรูปประสิทธิ์ด้วยความแค้นและเจ็บปวด กรวิกมองอย่างแปลกใจ
“อากร้าวคะ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีด ไม่สบายรึเปล่าคะ”
“ปละ เปล่า เอ่อ...อาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านกรู้จักคนบ้านวิชเวทย์ด้วย ไม่เห็นนกเคยเล่าอาให้ฟัง”
“นกไม่ได้คบเพื่อนที่นามสกุลนี่คะ นุชไม่รับโทรศัพท์เลย นกขอตัวไปหานุชก่อนนะคะ”

กรวิกเดินแยกไปมองหาอนุช กร้าวเดินออกจากห้องโถงไป
“ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง” ตอนที่ 1 (ต่อ)

งานปาร์ตี้ถูกจัดขึ้นที่บริเวณสระว่ายน้ำ แขกมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ในงานมีดนตรีขับคลอสร้างบรรยากาศ อรชาเยื้องย่างเข้ามาในงาน สวย เด่น จนทุกคนในงานต่างหันมามองเป็นตาเดียว อรชาทักทายแขกในงาน อสิตและลลิตากำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่

“อร มาสวัสดีเพื่อนๆ พี่ก่อนสิ” อสิตหันมาเรียก
อรชาไหว้เพื่อนๆของอสิต
“แล้วนุชล่ะ” อสิตถาม
ลลิตาทำบ่นกลบเกลื่อน
“นุชนี่แย่จริง ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ ไม่มีมารยาทเลย อย่าถือสาเลยนะคะ”
อรชาไม่พอใจที่ลลิตาว่าน้องสาว
“นุชไม่ใช่คนไม่รู้มารยาทนะคะ อรว่านุชคงมีเหตุสุดวิสัยอะไรสักอย่าง อรขอตัวไปดูน้องก่อนนะคะ”
ลลิตาไม่พอใจที่อรชาขัด จึงแกล้งขัดขา อรชาไม่ทันเห็น จึงเสียหลักจะล้ม
“ว้าย!”
อรชาเซจะล้ม ปรารภซึ่งเป็นญาติของลลิตาเข้ามาประคองไว้พอดี ทั้งสองสบตากัน ปรารภตกตะลึงในความสวยหวานของอรชา
“ขอบคุณค่ะ”
ปรารภมัวแต่มองตะลึง ไม่ยอมปล่อยมือ อรชาเน้นเสียง
“ขอบคุณค่ะ”
ปรารภตื่นจากภวังค์
“หา...เอ่อ ครับ”
ปรารภรีบปล่อยมือ ลลิตาเข้ามาทัก
“อ้าวรภมาตั้งแต่เมื่อไร”
“เพิ่งมาครับ”
ลลิตาหันไปบอกอรชา
“นี่ปรารภ ญาติฉันเอง...นี่อร น้องสาวคุณสิต”
ปรารภยิ้มให้
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณอร”
อรชายิ้มบางๆ
“ยินดีค่ะ”
ลลิตาอยากจะจับคู่ให้อรชารีบบอก
“อรจ๋า ช่วยอยู่คุยเป็นเพื่อนรภหน่อยสิ เขาไม่รู้จักใครที่นี่”
“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่ลิต้า อรต้องรีบไปตามนุช...ขอตัวก่อนนะคะ”
อรชาเดินเชิดออกไป ลลิตาหมั่นไส้ หันมาทุบปรารภ
“เราก็ไม่น่าช่วยเลย”
ปรารภงง
“ทำไมล่ะครับ”
ปรารภไม่เข้าใจลลิตา


ชายธงลูกชายคนเดียวของนายแบงก์ใหญ่ พยายามโทรศัพท์หาอนุช แต่ไม่มีใครรับสาย รอจนสายตัดไป กรวิกเข้ามาหา
“ชายธง เจอยายนุชหรือยัง”
“ยังเลย โทรไปก็ไม่รับ”
“แปลกจัง ยายนุชหายไปไหน”
กรวิกและชายธงสงสัย


ในห้องเก็บของ อนุชยกกล่องมาเรียงต่อกันและปีนขึ้นไป เธอใช้ไม้ทุบกระจกหน้าต่างแล้วปีนออกมาจากห้องเก็บของอย่างทุลักทุเล กร้าวเดินเล่นมาเห็นอนุชทำลับๆ ล่อๆ ก็สงสัย เขาถามเสียงดัง
“นั่นใคร ทำอะไร”
อนุชตกใจ เสียหลักหล่นลงมาในอ้อมแขนเขาพอดี
“ว้าย ปล่อยฉันนะ”
กร้าวเจ็บแผลที่แขน จึงปล่อย
“โอ๊ย”
กร้าวและอนุชเพิ่งเห็นหน้ากัน ต่างจำได้
“คุณ! มาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่ามาขโมยของ”
“นี่คุณ เจอหน้าก็ปากเสียเลยนะ คราวก่อนก็ปรักปรำฉัน”
“ก็คุณชอบทำตัวน่าสงสัย คราวที่แล้วก็โดนมือปืนตามล่าคราวนี้ยังมาทำตัวลับๆ ล่อๆ บ้านคนอื่นเขาอีก”
“บ้านคนอื่นที่ไหนกัน ที่นี่บ้าน…”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดคำว่าฉัน กรวิกก็วิ่งมาหาเสียก่อน
“อากร้าว!”
กร้าวและอนุชหันไปมอง กรวิกแปลกใจ
“นุช! นี่รู้จักกันแล้วเหรอ...นุชจ๊ะ นี่อากร้าว...อากร้าวคะ นี่เพื่อนนก อนุช วิชเวทย์ไงคะ”
กร้าวตกใจมาก หน้าเครียดขึ้นมาทันทีไม่อยากเชื่อ
“อนุช วิชเวทย์!”
กร้าวหน้าเครียด ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นอนุช วิชเวทย์ อนุชสังเกตเห็นแววตาของเขาที่มองเธอเปลี่ยนไป รู้สึกประหลาดใจและสงสัย
ทันใดนั้นมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นหน้าบ้าน อนุชและกรวิกต่างตกใจ
“เสียงอะไรน่ะ”กรวิกหันมาถาม
อนุชรีบออกไป กรวิกแปลกใจ กร้าวยืนนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน


พวกลูกน้องของเสี่ยยศ 4-5 คนอาละวาดพังข้าวของในบ้าน อนุชเข้ามาเห็นก็ตกใจ ลูกน้องเสี่ยยศจะเข้าไปอาละวาดในงาน
“หยุดนะ”
อนุชหันไปคว้าร่มมาตั้งท่าจะสู้ ลูกน้องจะฝ่าเข้าไป อนุชเหวี่ยงร่มฟาดใส่ แต่โดนลูกน้องจับไว้ได้ แย่งมา แล้วจับตัวเธอไว้ อนุชดิ้นรน
“ปล่อยฉันนะ...ปล่อย”
อนุชกระทืบเท้ามัน ลูกน้องคนนั้นโกรธ จิกผมเธอ
“โอ๊ย”


อสิต ลลิตาและปรารภคุยกับแขกอย่างสนุกสนาน อรชาเข้ามา
“หาจนทั่วแล้วไม่เจอนุชเลยค่ะ”
แหวนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา กระซิบ ลลิตาตกใจ
“ว่าไงนะ!”

อสิตเดินนำลลิตา อรชา และปรารภตามแหวนไป ชายธงเห็นพวกอสิตก็รีบตามไปด้วย
ลูกน้องเสี่ยยศจะตบอนุช กร้าวเข้ามาฉวยมือไว้ ชกจนมันล้มลง กรวิกมาหาอนุช
“นุชเป็นไรรึเปล่า”
อนุชส่ายหน้า พวกลูกน้องมารุม กร้าวชกต่อยกับพวกลูกน้อง ลูกน้องคนหนึ่งเล่นทีเผลอ ฟาดเข้าที่แขนซ้ายข้างที่เป็นแผล กร้าวเจ็บร้องลั่น
“โอ๊ย!”
กรวิกตกใจกรี๊ดลั่น
“อากร้าว!”
อสิตและทุกคนที่เข้ามาต่างตกใจ
“นุช!”
ชายธงห่วง รีบไปหาอนุช
ลูกน้องเสี่ยยศยิ้มหยัน
“โผล่หัวมาแล้วเรอะไอ้อสิต”
พวกลูกน้องเข้าไปรุมอสิต อรชาขวาง
“พี่สิตระวัง”
ลูกน้องจะตบอรชา ปรารภช่วย ชกลูกน้องล้มไปคนหนึ่ง อีกคนเข้ามาชกปรารภเซไป ลูกน้องจับตัวอสิตได้
“ปล่อยนะ”
“เสี่ยยศมีเรื่องอยากคุยกับแก”
อสิตตกใจ


ลูกน้องที่อยู่ด้านนอก เปิดประตูรถตู้ เสี่ยยศลงจากรถ เข้ามาในบ้าน มาดนิ่ง น่ากลัว เสี่ยยศเข้ามาในโถงด้านหน้า
“สะ เสี่ย!” อสิตหน้าซีด
“ลื้อกล้ามากที่โกหกอั๊ว บอกว่าไม่มีเงิน แต่จัดงานเลี้ยงใหญ่โตเห็นอั๊วเป็นไอ้โง่เรอะไง!”
อสิตตื่นกลัว
“ยะ...อย่าทำอะไรผมเลย ผมจะรีบหาเงินคืนให้เสี่ย”
“วันนี้อั๊วไม่กลับไปมือเปล่าแน่...สั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่าล้อเล่นกับอั๊ว”
ลูกน้องจับแขนอสิตยื่นออกมา ชักมีดออกมาจะตัดมือ
“พี่สิต”
อนุชตกใจมากจะเข้าไปห้าม แต่โดนลูกน้องคนหนึ่งจับตัวไว้
“อย่าทำพี่สิต ฉันขอร้อง”
“เฮ้ย...ปล่อยนุชนะ”
ชายธงจะช่วยอนุชก็โดนลูกน้องอีกคนจับตัวไว้
“หรือเธอจะไปกับเสี่ยแทน” ลูกน้องคนหนึ่งจ้องหน้าอนุช
อสิตห่วงน้อง
“อย่ายุ่งกับน้องผม น้องผมไม่เกี่ยว อย่า!”
“งั้นแกก็ต้องรับผิดชอบ”
ลูกน้องเงื้อมีดจะตัดมืออสิต กร้าวตะโกนขึ้นเสียงเข้ม
“หยุดก่อน”
เสี่ยยศและลูกน้องชะงัก
“คุณอสิตติดเงินพวกคุณเท่าไร”
เสี่ยยศจ้องหน้า
“เฉพาะดอกเบี้ยที่มันขาดส่งอั๊วก็สิบล้านแล้ว ลื้อถามทำไม จะใช้หนี้แทนมันเรอะ”
กร้าวเซ็นเช็คให้
“สิบล้าน…หวังว่าจะพอซื้อเวลาได้บ้าง”
ลลิตาตาโต เสี่ยยศรับมา มองแล้วไม่เชื่อ
“อั๊วจะเชื่อลื้อได้ไง”
กร้าวยื่นนามบัตรให้
“ถ้ามีปัญหา คุณไปหาผมที่บริษัทตามที่อยู่นี้ได้เลย ผมไม่หนีไปไหน”
เสี่ยยศจ้องหน้า กร้าวไม่หลบตา
“ก็ได้...” เสี่ยยศหันไปหาอสิต “วันนี้ถือว่าลื้อโชคดี ดวงยังไม่ถึงฆาต!...กลับ!”
ลูกน้องปล่อยอสิต
“พี่สิตเป็นอะไรรึเปล่าคะ” อนุชรีบถาม
“พี่ไม่เป็นไร นุชเจ็บตรงไหนรึเปล่า”
อนุชส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
พวกเสี่ยยศกลับไป กรวิก ชายธงและปรารภโล่งอก


กรวิกและอนุชช่วยกันทำแผลให้กร้าว ลลิตาทำแผลให้ปรารภ แต่สายตามองแต่กร้าว ลลิตาเผลอทายาที่มุมปากแรงไปหน่อย
“โอ๊ย เบาๆ หน่อย ผมเจ็บ” ปรารภสะดุ้ง
อสิตไม่สบายใจ บอกกับกร้าวอย่างเกรงใจ
“ผมต้องขอโทษคุณกร้าวที่ทำให้เดือดร้อนเพราะผม”
“อย่าคิดมากเลยครับ สถานการณ์คับขันอย่างนั้น เป็นใครก็ต้องช่วย” กร้าวยิ้มเย็น
“ผมจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด”
“ไม่ต้องรีบหรอกครับ เราคนกันเองอยู่แล้ว”
อสิตและลลิตาต่างทึ่ง
“เสี่ยยศหูตาไวจริงๆ งานนี้ผมเชิญเฉพาะคนสนิทแท้ๆ ไม่รู้ว่ามันรู้ได้ยังไง” อสิตหน้าเครียดยังสงสัยไม่หาย
“ต่อไปนี้พวกคุณต้องระวังตัวให้มากนะครับ” กร้าวแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงห่วงๆ
อสิต ลลิตา และอรชาต่างชื่นชมกร้าว มีเพียงอนุชที่รู้สึกไม่สบายใจ
กร้าวเดินมากับกรวิก ท่าทางเขาอารมณ์ดีจนกรวิกแปลกใจ
“อากร้าวดูท่าทางอารมณ์ดีจังนะคะ”
“อาเหรอ คงเพราะได้ช่วยเหลือคนก็เลยรู้สึกสบายใจล่ะมั้ง”
“อากร้าวใจดีเสมอ”
“ว่าแต่…ผู้ชายที่ชื่อชายธงเป็นเพื่อนนกเหรอ”
“ค่ะ”
“เพื่อนคนพิเศษรึเปล่า”
“พิเศษค่ะ แต่ไม่ใช่ของนกนะคะ ของนุชเขาค่ะ”
กร้าวเปิดประตูให้กรวิกขึ้นรถ พอกรวิกขึ้นไปแล้วหน้าเขาเปลี่ยนเป็นไม่พอใจเรื่องชายธงกับอนุชขึ้นมาทันที


อนุชมาส่งชายธง หญิงสาวซึมๆ
“ผมจะขอให้พ่อช่วย”
“อย่าเลยชายธง นุชไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร”
ชายธงกุมมืออนุช
“ถึงนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม แต่ขอให้นุชรู้ไว้ว่าผมจะอยู่ข้างๆ นุชเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไร ขอให้นึกถึงผมเป็นคนแรก”
อนุชยิ้มให้ ซาบซึ้งในน้ำใจของชายธง


อสิตนอนลงบนเตียง ก่ายหน้าผากกลุ้ม คิดหาเงินมาใช้หนี้ ลลิตานอนอยู่ข้างๆ แต่นอนยิ้ม ตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงกร้าว


คณิตทำแผลให้กร้าวอยู่ในห้องรับแขกบ้านของกร้าว คณิตตกใจกับสิ่งที่กร้าวเล่าให้เขาฟัง
“สิบล้าน! แกยอมลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เงินแค่สิบล้าน แลกกับความไว้วางใจของพวกวิชเวทย์มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”
“แกคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ตอนนี้พวกวิชเวทย์เห็นเงินเหมือนเห็นขนมหวาน ฉันจะยื่นให้มันกินเรื่อยๆ ทำให้พวกมันตายใจ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือฉันแล้ว”
กร้าวยิ้มร้าย


หลังจากที่คณิตกลับไปแล้ว กร้าวนอนอยู่ในห้องนอนหยิบรูปอนุชขึ้นมามอง นึกถึงคำพูดของกรวิก
“เพื่อนนกเอง อนุช วิชเวทย์”
กร้าวเสียใจที่ผู้หญิงที่รู้สึกดีด้วยกลายเป็นลูกของศัตรู


อนุชนั่งเขียนจดหมายถึงผู้มีพระคุณที่ให้ทุนเรียนหนังสืออยู่ในห้อง
“สวัสดีค่ะป๋า ก่อนอื่นนุชต้องขอโทษที่เขียนจดหมายถึงป๋าช้าไป ตั้งแต่กลับถึงเมืองไทย มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ ตอนนี้นุชกำลังหางานทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ๆ ป๋าเป็นกำลังใจให้นุชด้วยนะคะ”


หลายวันต่อมา...ชาติ นิติชัย ลุงของกร้าว เจ้าของไร่ทานตะวัน ไร่องุ่นแถบสระบุรี ซึ่งพิการเพราะอุบัติเหตุ และต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็น นั่งอ่านจดหมายของอนุช
“นุชกราบขอบพระคุณป๋าที่กรุณาให้ทุนการศึกษาจนนุชเรียนจบ แม้ว่าป๋าจะไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน แต่ถ้ามีทางไหนที่นุชส
กำลังโหลดความคิดเห็น...