xs
xsm
sm
md
lg

'ไชยชนก' สั่งดีป้าขยายขอบเขตกฎหมายเกม คุมบอร์ดเกม-การ์ดโปเกมอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กฎหมายเกมไทยจ่อกำกับครอบคลุมบอร์ดเกม-เกมการ์ด! ‘ไชยชนก’ สั่งดีป้าศึกษาเพิ่ม หนุนปั้นเกมจากเว็บตูน-แอนิเมชัน เปิดทางเพิ่มรายได้คนทำเกม หลังดันร่าง พ.ร.บ.กว่า 2 ปียังไม่คลอด

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. .... โดยเน้นสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการกำกับดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เล่น รวมถึงศึกษาการขยายขอบเขตกฎหมายให้ครอบคลุมเกมกายภาพและเกมการ์ด
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมคณะทำงานจัดทำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม ซึ่งมี น.ส.กษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อพิจารณาความคืบหน้าและแนวทางปรับปรุงร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจเกมในปัจจุบัน

นายไชยชนกกล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การส่งเสริมการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ โดยเห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนผู้เผยแพร่เกม (Publisher) และเสนอให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้พัฒนาเกม (Developer) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลอุตสาหกรรมที่สามารถนำไปใช้วางแผนนโยบาย ประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ และจับคู่ความร่วมมือทางธุรกิจ (Matching) ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้มากกว่าการให้สิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว

ส่วนการกำกับดูแล เห็นว่าร่างกฎหมายควรมีกลไกที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจเกม ไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอัตราโทษปรับที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการเข้าถึงหรือดึงข้อมูลผู้เล่นอย่างไม่เหมาะสม

ด้านมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ นายไชยชนกเสนอให้ศึกษาเครื่องมือส่งเสริมที่หลากหลายกว่าการใช้เงินจากกองทุน พร้อมสนับสนุนการนำเนื้อหาและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จากอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น แอนิเมชัน เว็บตูน และคาแรกเตอร์ มาต่อยอดพัฒนาเป็นเกม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลงานสร้างสรรค์ของไทย และขยายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ดีป้าเร่งศึกษาธุรกิจเกมกายภาพ (Physical Games) และเกมการ์ด (Card Games) ซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกส่งเสริมและแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาขอบเขตของร่างกฎหมาย ก่อนหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมเริ่มผลักดันอย่างชัดเจนในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 67 โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีในขณะนั้น ประกาศนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต พร้อมเตรียมจัดทำกฎหมายเฉพาะเพื่อสนับสนุนธุรกิจเกมไทย โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 68 ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กระทรวงวัฒนธรรมเคยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และเกม เมื่อปี 66 แต่เป็นกฎหมายคนละฉบับกัน

สำหรับเหตุผลที่ต้องจัดทำกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมโดยเฉพาะ เนื่องจากการกำกับดูแลเกมของไทยยังอาศัย พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งเน้นการควบคุมเนื้อหาและการให้บริการ ขณะที่ธุรกิจเกมเปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และอีสปอร์ตมากขึ้น อีกทั้งไทยยังพึ่งพาเกมจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยข้อมูลดีป้าระบุว่า ปี 68 อุตสาหกรรมเกมไทยมีมูลค่า 37,014 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าการนำเข้า 36,180 ล้านบาท หรือ 97.75% ส่วนการผลิตและส่งออกเกมมีมูลค่าเพียง 834 ล้านบาท หรือ 2.25% ของอุตสาหกรรมทั้งหมด

ส่วนความคืบหน้าของร่างกฎหมาย กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 ก่อนที่คณะกรรมการเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามนโยบายรัฐบาล จะผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่บัญชีกฎหมายเร่งด่วนในเดือน มี.ค.69 โดยดีป้าตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน เม.ย.69 และคาดว่าจะประกาศใช้ได้ช่วงปลายปีเดียวกัน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน

ระหว่างการจัดทำร่างกฎหมายยังมีประเด็นเรื่องแหล่งเงินสำหรับจัดตั้งกองทุนส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม โดยเมื่อเดือน มิ.ย.68 ดีป้าเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร และ กสทช. เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับแหล่งรายได้ของกองทุน หลังกรมบัญชีกลางเสนอให้ทบทวนการนำรายได้จากภาษีดิจิทัลมาใช้ และต้องมีความชัดเจนเรื่องการสนับสนุนเงินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอร่างกฎหมายเข้า ครม.

ถัดมาในเดือน ส.ค.69 นายไชยชนกเปิดเผยว่า ได้ตั้งทีมทบทวนร่างกฎหมายอีกครั้ง หลังเห็นว่าเนื้อหาเดิมให้น้ำหนักกับการควบคุมมากกว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรม และยังไม่ครอบคลุมธุรกิจเกมบางประเภท ส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้เวลาผลักดันมาแล้วกว่า 2 ปี นับจากการประกาศนโยบายเมื่อเดือน ต.ค.67 โดยจนถึงวันที่ 6 พ.ย.69 ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเนื้อหา และไม่มีการประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด