xs
xsm
sm
md
lg

Cybersense ปักธงไทย เชื่อมข้อมูลภัยไซเบอร์ 5 ประเทศอาเซียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Cybersense Solutions เปิดสำนักงานประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ชูแนวคิด Built in ASEAN, for ASEAN เชื่อมเครือข่ายข่าวกรองภัยคุกคาม 5 ประเทศ เจาะกลุ่มการเงิน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ยืนยันข้อมูลลูกค้าไทยจัดเก็บและประมวลผลในประเทศ 100% พร้อมให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจร เน้นความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากภัยคุกคาม

นายเอเดรียน แฮร์ริส กรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาค Cybersense Solutions กล่าวว่า การเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งซัพพลายเชน แพลตฟอร์มการทำงาน และระบบของซัพพลายเออร์ที่ใช้ร่วมกัน ทำให้ภัยคุกคามไซเบอร์สามารถส่งผลกระทบต่อหลายองค์กรและหลายประเทศได้อย่างรวดเร็ว ความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไซเบอร์ (Cyber Resilience) จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ

"ความพร้อมรับมือและฟื้นตัวที่มีประสิทธิภาพ ต้องสร้างขึ้นโดยทีมงานในพื้นที่และสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะผู้ที่สามารถปกป้ององค์กรได้ดีที่สุด คือคนที่เข้าใจระบบ บุคลากร และบริบทของภัยคุกคามในภูมิภาคอย่างแท้จริง"

ชู Data Sovereignty ข้อมูลลูกค้าไทยไม่ออกนอกประเทศ

สำหรับกลยุทธ์ในประเทศไทย Cybersense ให้ความสำคัญกับหลักอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) โดยยืนยันว่าข้อมูลลูกค้าไทยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศ 100% ขณะที่การเชื่อมโยงกับเครือข่ายภูมิภาคจะแลกเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามเท่านั้น


นายณัฐพล อาภาแสงเพชร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไซเบอร์เซนส์ โซลูชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โจทย์สำคัญของผู้บริหารองค์กรในปัจจุบันนอกจากการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ยังต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ระบบหรือบริการใดจำเป็นต้องดำเนินงานต่อไปได้ ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ มากกว่าเรื่องเทคนิคไอทีเพียงอย่างเดียว

"ผมเชื่อในแนวทางที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ คือ 'แบ่งปันข่าวกรอง แต่ข้อมูลอยู่กับที่' เพราะภัยคุกคามไร้พรมแดน รูปแบบการโจมตีสถาบันการเงินในสิงคโปร์วันนี้ อาจแพร่กระจายมาถึงกรุงเทพฯ ในสัปดาห์หน้า"

พร้อมเสนอ 5 การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ผู้บริหารต้องเตรียมพร้อมสำหรับอีก 5 ปีข้างหน้า ได้แก่ การกำกับดูแล AI (AI Governance) การจัดลำดับความสำคัญของระบบธุรกิจ (Prioritization) การควบคุมและจัดเก็บข้อมูล (Data Control & Sovereignty) การพัฒนาบุคลากร (Talent Strategy) และการเลือกพันธมิตรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Strategic Partnership)

เปิด 4 บริการหลัก ชูผลลัพธ์ลดระบบหยุดชะงักกว่า 90%

ในประเทศไทย Cybersense เตรียมให้บริการครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย บริการที่ปรึกษาและประเมินความเสี่ยง (Consultancy & Advisory) บริการบริหารจัดการความปลอดภัยไซเบอร์ผ่านศูนย์ SOC ตลอด 24 ชั่วโมง (Managed Security Services) บริการออกแบบและติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้ง IT และ OT (Solutions Architecture) และบริการฝึกอบรมบุคลากร (Awareness & Training)

บริษัทระบุว่า จากกรณีศึกษาการให้บริการในหลายอุตสาหกรรม การนำ AI มาช่วยสนับสนุนศูนย์ SOC สามารถลดภาระจากสัญญาณแจ้งเตือนลงได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคาม 30% ขณะที่การปรับโครงสร้างเครื่องมือรักษาความปลอดภัยช่วยลดระยะเวลาระบบหยุดชะงัก (System Downtime) ได้มากกว่า 90%

นอกจากนี้ การให้บริการ SOC ยังสามารถลดเวลาในการยกระดับเหตุการณ์จาก 8 ชั่วโมง เหลือ 4 ชั่วโมง และเพิ่มความเร็วในการควบคุมภัยคุกคาม 60% ส่วนการฝึกอบรมพนักงานของสถาบันการเงินระดับภูมิภาคสามารถลดอัตราการหลงกลอีเมลฟิชชิงได้ 60%

นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้ายว่า องค์กรไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามกลยุทธ์ทั้ง 5 ด้านพร้อมกัน แต่ควรเริ่มจากการเลือกประเด็นสำคัญและกำหนดทิศทางให้ชัดเจนภายใน 90 วัน เพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือและฟื้นตัวจากภัยไซเบอร์ในระยะยาว โดยมองว่า Cyber Resilience ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจ