xs
xsm
sm
md
lg

SKY กางโรดแมป 3 ระยะ หนุนโครงสร้างพื้นฐานดันไทยสู่ฮับภูมิภาค รองรับ 200 ล้านคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การยกระดับอุตสาหกรรมการบินและระบบขนส่งทางอากาศระดับโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นเพียงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะแบบครบวงจร เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในระดับ 150 ถึง 200 ล้านคนต่อปีในไทย พร้อมผลักดันขีดความสามารถการแข่งขันสู่ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY กล่าวว่า อุตสาหกรรมการบินกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการบินอัจฉริยะ (Intelligent Aviation) อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างข้อมูล, Agentic AI, ระบบอัตโนมัติ (Automation), Robotics ตลอดจนเทคโนโลยีการระบุตัวตนทางชีวภาพ (Biometrics) เพื่อให้การบริหารจัดการและการเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการเกิดขึ้นอย่างไร้รอยต่อ


ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของสนามบินสู่ Intelligent Aviation แบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ระยะแรก การวิเคราะห์และการคาดการณ์ (Analyze & Predict) การสร้างศูนย์รวมข้อมูลการบิน (Aviation Data Hub) ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Integrated Data Platform) เพื่อรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากทุกภาคส่วนภายในสนามบิน นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจของฝ่ายปฏิบัติการได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น


ระยะที่สอง การบริการเฉพาะบุคคลและการคาดการณ์อัจฉริยะ (Personalized Services & Predictive Intelligence) การนำ Agentic AI เข้ามาประมวลผลข้อมูล Big Data เชื่อมโยงพฤติกรรมเพื่อเสนอคำแนะนำ โปรโมชัน และบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้โดยสาร ควบคู่กับการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคของอากาศยานเพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ช่วยสนับสนุนการวางแผนงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ลดปัญหาขัดข้องและเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย


ระยะที่สาม สนามบินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Empowered – Autonomous Airport) การผสานเทคโนโลยี Automation เข้ากับ Big Data และ AI นำเทคโนโลยี Biometrics, หุ่นยนต์บริการเสมือนมนุษย์ (Humanoid) และระบบหุ่นยนต์เข้ามาบริหารจัดการการเดินทางและขั้นตอนต่างๆ ของผู้โดยสารอย่างสมบูรณ์

นายสิทธิเดช ระบุว่า หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมในขณะนี้ คือการซิงโครไนซ์ ข้อมูลข้ามหน่วยงานเพื่อให้เห็นภาพรวมร่วมกัน พร้อมนำระบบอัตโนมัติมาแก้ปัญหาคอขวดด้านขีดความสามารถในการรองรับ เช่น การใช้ Humanoid แนะนำข้อมูล และการใช้หุ่นยนต์แบบดั้งเดิม ขนย้ายสัมภาระและพัสดุบนสายพาน

ขณะเดียวกัน ยังมีโมเดลธุรกิจใหม่อย่างอากาศยานไฟฟ้าไร้คนขับ (eVTOL) ที่เริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ทั้งรูปแบบรับส่งผู้โดยสาร 1 ถึง 6 คนต่อเที่ยว ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในการขนส่งสินค้าข้ามพื้นที่เข้าถึงยาก และภารกิจกู้ภัยฉุกเฉินบนอาคารสูง


อย่างไรก็ตาม ทิศทางการทรานส์ฟอร์มดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อความพร้อมของสนามบินไทย ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและมาตรฐานการกำกับดูแล เช่น การจัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ภายใต้ Skywise ซึ่งเป็นศูนย์สนับสนุนธุรกิจการบินดิจิทัลระดับภูมิภาคโดย Airbus และ ICAO

สอดรับกับความคืบหน้าของการขยายขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิผ่านอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และรันเวย์ทางวิ่งเส้นที่ 3 แผนพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองเฟสใหม่ รวมถึงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อชิงตำแหน่งจุดเปลี่ยนผ่านการเดินทาง (Transit Hub) และศูนย์กลางคลังสินค้าทางอากาศระดับโลก (Air Cargo Hub)

สำหรับแผนการดำเนินงานของ SKY ในฐานะผู้ให้บริการด้าน Aviation Tech as a Service ซึ่งบริหารระบบเช็คอินและออกตั๋วผู้โดยสาร (CUPPS) ครอบคลุม 13 สนามบินทั่วประเทศ ควบคู่กับระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) และ Biometrics มากว่า 10 ปี บริษัทเตรียมนำร่องทดสอบระบบหุ่นยนต์ Humanoid ให้บริการผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อยกระดับงานบริการภาคพื้นดินในช่วงปลายปีนี้