จากปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำเพื่อนำไปผลิตการ์ดจอ และชิปเซ็ตในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทำให้การเติบโตของบรรดาผู้ผลิตชิป และการ์ดจอ ขึ้นอยู่กับการจัดสรรซัพพลายให้แก่แบรนด์ของทาง NVIDIA จนกลายเป็นความท้าทายในการแย่งชิงสินค้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
Palit แบรนด์ผู้ผลิตการ์ดจอจากไต้หวัน มั่นใจความสัมพันธ์กับทาง NVIDIA ที่ปัจจุบันส่งให้ Palit ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของผู้ผลิตการ์ดจอในตลาดโลก และจะเริ่มหันมาโฟกัสในตลาดประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ปูทางด้วยการ์ดจอคอลเล็กชันพิเศษ คาแรกเตอร์อนิเมะญี่ปุ่นชื่อ "Ritona" เพื่อเจาะกลุ่มเฉพาะ พร้อมวางจำหน่ายการ์ดจอสายหลักอย่าง PALIT GeForce RTX 5060 Ti 8GB RITONA OC
ก่อนปูทางไปสู่การทำตลาด Mini PC ที่มากับชิป RTX Spark ซึ่งจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชิป Intel หรือ AMD เท่านั้น แต่จะรองรับชิป AI อย่าง RTX Spark ในการเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการพีซีไปรันโมเดล AI เพื่อใช้งานในองค์กร
เบอร์นิช หลิน รองประธานฝ่ายขาย บริษัท พาลิท ไมโครซิสเต็มส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีศักยภาพ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคให้การยอมรับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
“ผู้บริโภคไทยไม่ได้มองหาเพียงการ์ดจอรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นมาตรฐานทั่วไป แต่พร้อมจะขยับขึ้นไปเลือกรุ่นระดับบนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์, เกมเมอร์ตัวจริง และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ”
ณัฐวรรธน์ เปรมโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาชิวา ดิจิตอล (ประเทศไทย) จํากัด ให้ข้อมูลว่า ตลาดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปในปีหน้าจะเผชิญความท้าทายในระดับสูง โดยคาดการณ์ว่าปัญหาด้านซัพพลายอาจลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ซึ่งส่งผลให้เป้าหมายของเวนเดอร์ในตลาดผู้บริโภค (Consumer) หลายรายอาจต้องปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม การที่ Palit ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 38 ปี และมีสถานะเป็นลูกค้ารายใหญ่ระดับต้นของทาง Nvidia ทำให้ได้รับความต่อเนื่องด้านการจัดสรรซัพพลายในระดับที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดไทยได้ดีกว่าคู่แข่งในจังหวะที่ตลาดชะลอตัว
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจของ Palit ในประเทศไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ต่อเนื่องไปยังปี 2570 จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 แกนหลัก เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย
ด้วยการเปิดตัว Mini PC อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน และเริ่มวางจำหน่ายจริงในเดือนธันวาคม โดยจะครอบคลุมตั้งแต่รุ่นทั่วไปสำหรับผู้บริโภค ไปจนถึงระบบ Mini PC ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล AI เพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
ตามด้วยการเข้าไปแก้จุดอ่อนของตลาดที่ผู้ซื้อฮาร์ดแวร์ AI มักไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้จริง โดยอาศัยศักยภาพของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่เชี่ยวชาญจากไต้หวันมาพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ปรับแต่งเบื้องต้น ให้เหมาะกับกลุ่มธุรกิจทั้งการเงิน ทรัพยากรบุคคล และงานบริหารจัดการข้อมูลโรงพยาบาล เพื่อลดต้นทุนการใช้โทเคนบนคลาวด์สาธารณะ
สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศ ปัจจุบันสัดส่วนของตลาดคอมพิวเตอร์ประกอบ (DIY) ยังคงครองส่วนแบ่งรายได้ของช่องทางจัดจำหน่ายรายใหญ่สูงถึง 50% ขณะที่พฤติกรรมการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 30-40% ทว่าจากระดับราคาชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นจนทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ
ในช่วงนี้จึงได้จัดทำโปรแกรมแลกเปลี่ยนสินค้าเดิม (Trade-in) ภายในงานไทยแลนด์เกมโชว์ โดยเปิดให้นำการ์ดจอเก่ามาเป็นส่วนลด พร้อมมอบส่วนลดเพิ่มเติมตั้งแต่ 500 บาท ไปจนถึงสูงสุด 5,000 บาท ตามลำดับสเปก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่และกระตุ้นการตัดสินใจอัปเกรดเครื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


