xs
xsm
sm
md
lg

vivo ส่ง V80 ปรับราคาเริ่ม 21,999 บาท กล้อง ZEISS แบตใหญ่ 7200mAh

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



vivo รุกตลาดสมาร์ทโฟนต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว vivo V80 เน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสิทธิภาพการถ่ายภาพ โดยยังคงชูจุดขายการพัฒนาระบบกล้องร่วมกับ ZEISS แบรนด์เลนส์ชั้นนำ ภายใต้แนวคิดทางการตลาด ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ควบคู่ไปกับการปรับโฉมงานดีไซน์ และการนำระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง OriginOS 7 มาเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานระดับมืออาชีพ เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 21,999 บาท กำหนดวางจำหน่ายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป


ในแง่ของงานออกแบบ vivo V80 มีการปรับโครงสร้าง โดยเลือกใช้โมดูลกล้องแบบลอยตัว จัดวางในระนาบรูปตัว L มุมโค้งมน รับกับเฟรมตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่มีมุมโค้ง 12.5 มิลลิเมตร พร้อมขอบหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ที่บางเพียง 1.25 มิลลิเมตร ขณะที่ตัวฝาหลังและโมดูลกล้องผลิตขึ้นรูปด้วยกระจกชิ้นเดียวแบบ 3 มิติ ผ่านเทคนิค Cold-Carving Technique รวม 33 ขั้นตอน เพื่อสร้างความต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ ซึ่งมีผลในการช่วยลดการสะสมของฝุ่นและคราบสกปรก โดยมีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ Starwish Purple, Wander Green และ Vast Grey


สำหรับระบบถ่ายภาพอันเป็นหัวใจหลักของตระกูล V Series ในรุ่นนี้มีการติดตั้งกล้อง ZEISS Super Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ IMX882 ขนาด 1/1.95 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS ทำงานร่วมกับกล้องหลัก ZEISS ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ LYTIA 700V ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อมระบบ OIS, กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 115 องศา และกล้องหน้าเซลฟี่ 50 ล้านพิกเซล ระบบ Auto Focus

ทั้งนี้ ด้านการประมวลผลภาพ vivo ได้นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำ ผ่านฟีเจอร์อย่าง AI Facial Contouring, AI Professional Portrait และ AI Best Face ซึ่งสามารถตรวจจับสีหน้าและแก้ไขใบหน้าที่หลับตาจากภาพ Live Photo ได้ พร้อมระบบ Color Palette ปรับระดับคอนทราสต์ และความอิ่มตัวของสี รวมถึงฟังก์ชัน AI Creative ที่มีเอฟเฟกต์แสงให้เลือกมากกว่า 30 รูปแบบ


vivo V80 ทำงานบนชิป Snapdragon 7 Gen 4 พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7200mAh แต่ตัวเครื่องยังคงความบางไว้ที่ 7.79 มิลลิเมตร ด้วยการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Silicon Anode เจเนอเรชันที่ 4 เข้ามาใช้งาน ส่งผลให้มีความหนาแน่นของพลังงาน เพิ่มขึ้นรองรับระบบชาร์จเร็ว 90W และระบบจ่ายไฟตรงโดยไม่ผ่านแบตเตอรี่

ขณะที่ขุมพลังภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 รองรับการประมวลผลงานแบบหลายงานพร้อมกัน (Multitasking) และรองรับการแสดงผลอัตราเฟรมเรตสูง (High Frame Rate) สำหรับการเล่นเกมตั้งแต่ 90 FPS จนถึง 144 FPS พร้อมเสริมฮาร์ดแวร์ระดับเรือธงด้วยมอเตอร์สั่นแบบ X-Axis Linear Motor เป็นครั้งแรกในตระกูล V Series ควบคู่กับลำโพงคู่ Dual Stereo Speaker ระบบเสียง Spatial Audio แบบ 3 มิติ


สำหรับซอฟต์แวร์ vivo V80 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 (บนพื้นฐาน Android 17) ซึ่งเพิ่มความสามารถด้านการทำงานเชิงธุรกิจ เช่น ฟีเจอร์ Capture to Note ที่ใช้ AI แปลงภาพถ่ายสไลด์เป็นเอกสารที่แก้ไขได้ทันที และ AI Recorder ที่ช่วยถอดเสียงและสรุปเนื้อหาอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อข้ามระบบนิเวศ (Ecosystem) ไปยังอุปกรณ์ของ Apple ได้ ทั้ง iPad, Apple Watch และ AirPods นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นในการปรับแต่งหน้าจอล็อกสกรีน เช่น Wiggle Theme แบบ Interactive, ระบบสัมผัส Multisensory และธีม Pet Pals


vivo V80 แบ่งรุ่นและราคาจำหน่ายตามขนาดความจุดังนี้:
* รุ่น 8GB + 128GB ราคาจำหน่าย 21,999 บาท
* รุ่น 8GB + 256GB ราคาพิเศษ 23,999 บาท (จากราคาปกติ 24,999 บาท)
* รุ่น 8GB + 512GB ราคาพิเศษ 28,999 บาท (จากราคาปกติ 29,999 บาท)

พร้อมกันนี้ vivo ได้จัดโปรโมชันส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท สำหรับรุ่นความจุ 256GB และ 512GB สำหรับผู้ที่สั่งซื้อและรับเครื่องระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2569 พร้อมแพ็กเกจของสมนาคุณ เช่น เคสแม่เหล็ก V80 Magnetic Phone Case (มูลค่า 1,099 บาท), สิทธิ์การใช้งาน Google One 100GB นาน 6 เดือน (มูลค่า 420 บาท) และการรับประกัน vivo Care ครอบคลุมฝาหลัง กล้อง หน้าจอแตก 1 ปี และตัวเครื่อง 2 ปี (มูลค่า 19,999 บาท) โดยแคมเปญโปรโมชันจะมีไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569