xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเพดานโอนเงินแอปธนาคารไทย ชู 4 วิธีเช็กสลิปจริงหรือปลอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังจากมีการเฉลยแล้วว่าเป็นสลิปปลอม สำหรับสลิปโอนเงินยอด 7 ล้านบาทที่เป็นกระแสบนโซเชียลพร้อมชื่อผู้รับเงินชวนสะดุ้ง คำถามคาใจหลายคนเกิดขึ้นทันทีว่าการโอนผ่านแอปธนาคารไทยมีเพดานยอดเงินกำหนดไว้อย่างไร และมีมาตรการใดบ้างในการตามให้ทัน เพื่อรับมือกับพิษสลิปปลอม

สำหรับการโอนเงินผ่านแอปธนาคารในปัจจุบันที่สะดวกและรวดเร็ว นั้นถูกออกแบบมาพร้อมเพดานเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ใช้มาตรการ Customer Profiling เพื่อกำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินผ่าน Mobile Banking ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมลูกค้า โดยแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก

ตามประกาศและ FAQ ของธปท. ระบุว่าระดับเพดานที่มูลค่าน้อยที่สุดคือไม่เกิน 50,000 บาท/วัน ระดับกลางคือไม่เกิน 200,000 บาท/วัน และระดับสูงคือมากกว่า 200,000 บาท/วัน โดยวงเงินของแต่ละราย จะขึ้นกับอายุ ประวัติการใช้งาน และข้อมูลที่ธนาคารมี ซึ่งสามารถขอปรับเพิ่มได้ผ่านแอปหรือสาขา โดยต้องส่งเอกสารในบางกรณี

***เพดานสูงต่ำไม่เท่ากัน


แม้วงเงินจริงของลูกค้าแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่ธนาคารจะมีการกำหนดเพดานตัวเลขสูงสุดที่ตั้งได้ เรียกว่าเป็นเพดานที่ระบบอนุญาตให้ปรับ จุดนี้ บางธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงเทพ ข้อมูลเพดานสูงสุดที่มีการแจ้งออกมายังขึ้นกับการพิจารณาเป็นรายบุคคลมากกว่าตัวเลขตายตัว

ภาพประกอบจาก AI จำลองสัญลักษณ์แอปพลิเคชันธนาคารไทยบนโทรศัพท์มือถือ
หากเป็น SCB EASY ข้อมูลระบุว่านอกจากการกำหนดวงเงินตามข้อมูลเฉพาะของลูกค้าหรือ Customer Profiling แล้ว ยังสามารถโอนระหว่างบัญชีตนเองที่เป็น SCB ได้สูงสุด 10 ล้านบาท แต่บุคคลอื่นใน SCB จะได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยการโอนต่างธนาคาร หรือพร้อมเพย์ นั้นกำหนดสูงสุด 2 ล้านบาท ซึ่งสามารถตรวจสอบและขอเพิ่มได้ในแอป

แต่หากเป็น K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย ยอดเริ่มต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท/วัน หรือสูงสุดตั้งเองได้ถึง 5 ล้านบาท/วัน การโอนต่างธนาคารสูงสุดครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งเด็กต่ำกว่า 15 ปี โอนได้ไม่เกิน 5,000 บาท/วัน และอายุ 15-18 ปี ไม่เกิน 10,000 บาท/วัน

ในส่วน Krungthai NEXT เพดานโอนเริ่มต้นประมาณ 100,000 บาท/วัน ปรับได้สูงสุดประมาณ 2 ล้านบาท/วัน ขึ้นกับกลุ่มลูกค้า การโอนภายในบัญชีตนเองนั้นทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ขณะที่ Krungsri เพดานโอนสูงกว่าประมาณ 500,000 บาท/วัน โดยสูงสุด 2 ล้านบาท/วัน ขณะที่ ttb touch สามารถปรับผ่านแอปได้ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน โดยการขอเพิ่มเป็น 500,001–2 ล้านบาท ต้องมีการโทรยืนยัน

ด้าน Bangkok Bank Mobile Banking มีเพดานเริ่มต้น 30,000–50,000 บาท/วัน สำหรับลูกค้าอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร สามารถตรวจสอบในเมนู “วงเงินต่อวัน” ได้


สำหรับพร้อมเพย์ ข้อมูลระบุว่าสามารถโอนฟรีได้สูงสุด 2 ล้านบาท อ้างอิงตามประกาศธปท. โดยวงเงินต่อวันมักจะรวมทั้งการโอน การจ่ายบิล และเติมเงิน ในบางธนาคาร การโอนเงินยอดสูง เช่น เกิน 50,000 บาท/ครั้ง หรือสะสมครบ 200,000 บาท/วัน มักต้องสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน ขณะที่ผู้เยาว์และกลุ่มเปราะบาง อาจถูกจำกัดวงเงินต่ำกว่าปกติ

ที่สุดแล้ว หากใครต้องการยอดสูงกว่าเพดานแอป สามารถทำผ่านสาขาหรือ ATM ได้ตามเงื่อนไขเดิม โดยผู้ใช้สามารถเปิดแอปธนาคารของตัวเอง แล้วไปที่เมนูตั้งค่า/วงเงิน จากนั้นตรวจสอบวงเงินปัจจุบันก่อนโอนทุกครั้ง เพราะตัวเลขจริงของแต่ละบัญชีอาจต่างกัน

***4 วิธีตรวจสลิปโอนเงินปลอม

สลิปปลอมในปัจจุบันทำได้แนบเนียนมาก ทั้งจากโปรแกรมและ AI ดังนั้นภาพสลิปการโอนเงินจึงต้องการตรวจสอบทั้งในแง่ว่าเงินเข้าบัญชีจริงหรือไม่ การสแกน QR Code บนสลิปเพื่อตรวจข้อมูล ร่วมกับการสังเกตรายละเอียดบนสลิปวาผิดปกติหรือไม่

ภาพประกอบจาก AI จำลองสลิปโอนเงินปลอมที่ดูผิดสังเกต
วิธีแรกที่ควรตรวจสอบ คือการเช็กยอดเงินเข้าบัญชีจริงก่อนเป็นอันดับแรก เพียงเปิดแอปธนาคารของบัญชีผู้รับเงิน ก็สามารถดูรายการเคลื่อนไหวผ่านยอดเงินว่าเข้าตรงกับสลิปหรือไม่ หากเงินไม่เข้า แสดงว่าสลิปมีปัญหาจึงไม่ควรส่งสินค้าหรือทำธุรกรรมใด ๆ

วิธีที่ 2 คือการสแกน QR Code บน e-Slip เนื่องจากสลิปของธนาคารส่วนใหญ่มี QR Code สำหรับตรวจสอบ วิธีนี้สามารถเปิดแอปธนาคาร ทั้ง SCB EASY, K PLUS, Krungthai NEXT, Bangkok Bank ฯลฯ สามารถเลือกเมนู “สแกน” หรือ “สแกนบิล / QR จากนั้นสแกน QR Code บนสลิป ซึ่งผลที่ควรได้แสดงชื่อผู้โอน – ผู้รับ, จำนวนเงิน, วันและเวลา รวมถึงเลขอ้างอิง หากเกิดเหตุสแกนไม่ได้ หรือข้อมูลไม่ตรงกับที่เห็นบนสลิป สามารถสรุปได้ว่าน่าจะเป็นสลิปปลอม

วิธีที่ 3 คือตรวจสอบรายละเอียดบนสลิปอย่างละเอียด โดยสังเกตชื่อผู้โอนและผู้รับว่าตรงกับที่แจ้งหรือไม่, จำนวนเงินและทศนิยมถูกต้องหรือไม่, วัน–เวลาสมเหตุสมผลหรือไม่, เลขอ้างอิงว่าดูปกติหรือไม่ จุดนี้ควรสังเกตฟอนต์ตัวอักษรและตัวเลขว่ามีความหนา–บางสม่ำเสมอหรือไม่ ในบางกรณีสลิปปลอมมักมีฟอนต์ไม่เท่ากันหรือดูเบลอ อาจไม่มีโลโก้ธนาคารและลายน้ำที่ชัดเจน

วิธีที่ 4 คือใช้บริการแจ้งเตือนเงินเข้าของธนาคาร สามารถเปิดการแจ้งเตือนผ่านแอปหรือ SMS เมื่อมีเงินเข้าจริง ระบบจะแจ้งทันที สามารถนำไปเทียบกับสลิปได้.