Meta ทำงานร่วม ETDA - ดีอี ให้ความรู้เท่าทันโลกดิจิทัล ผ่านนิทรรศการเชิงประสบการณ์ “Digital Dialogue In Real Life (DDIRL)” ณ ศูนย์การค้าเกษร อัมรินทร์ ระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 รมช.ดีอี แนะนำดึงกลไกกระทรวงมหาดไทยกระจาย “คู่มือสำหรับผู้ปกครอง” สู่ระดับชุมชนทั่วประเทศ
แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เยาวชนคือทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ แต่ด้วยบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป เด็กและเยาวชนใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากยังขาดความเข้าใจถึงพลวัตของโซเชียลมีเดีย โครงการนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อควบคุมหรือปิดกั้น แต่เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันในครอบครัว
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือกัน ไม่ใช่การสั่งห้าม เพราะการห้ามจะก่อให้เกิดแรงต้านจากเด็กทันที กระทรวงดีอีไม่ได้มองเพียงแค่การจัดงานในกรุงเทพฯ แต่มองถึงการใช้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยในการกระจายข้อมูลและคู่มือผู้ปกครองลงไปตามลำดับชั้น ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จนถึงระดับหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ปกครองในต่างจังหวัดรับรู้ถึงวิธีดูแลบุตรหลานอย่างถูกวิธี”
รมช. ดีอี ยังเผยถึงแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลว่า แม้ผู้บริโภคชาวไทยจะใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta เป็นจำนวนมาก แต่กระทรวงฯ มีแนวคิดที่จะสอบถามไปยังทุกแพลตฟอร์มที่มีสำนักงานในประเทศไทย ถึงมาตรการและฟังก์ชันการปกป้องผู้ใช้งาน โดยทุกแนวทางต้องสอดคล้องกับกรอบกฎหมายของไทย พร้อมทั้งผลักดันให้แต่ละแพลตฟอร์มสื่อสารฟังก์ชันความปลอดภัยเหล่านี้ไปยังผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง
คลารา โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางและอาเซียน ของ Meta ให้ข้อมูลเสริมว่า วัยรุ่นไทยมีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์และเชื่อมโยงกันอย่างโดดเด่น การเปิดตัวโครงการ Digital Dialogue IRL ควบคู่ไปกับคู่มือสำหรับผู้ปกครองฉบับภาษาไทย ที่พัฒนาร่วมกับกระทรวงดีอี, ETDA, Digital Tips Academy และมูลนิธิสายเด็ก 1387 จึงเป็นส่วนสนับสนุนการทำงานของ “บัญชีสำหรับวัยรุ่น” (Teen Accounts) บน Instagram, Facebook, Messenger และ Threads
สำหรับฟีเจอร์บัญชีสำหรับวัยรุ่น (Teen Accounts) มีระบบความปลอดภัยตั้งต้นอัตโนมัติ อาทิ การปรับบัญชีเป็นส่วนตัว การจำกัดข้อความจากคนแปลกหน้า การคัดกรองเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน การแจ้งเตือนเมื่อใช้งานครบ 60 นาทีต่อวัน
รวมถึงโหมดปิดการแจ้งเตือนช่วงเวลากลางคืน (22.00–07.00 น.) ซึ่งผู้ใช้งานวัยรุ่นจะไม่สามารถปรับลดระดับความเข้มงวดของการตั้งค่าได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้ปกครอง โดยภายในงานยังมีการเปิดเผยเป้าหมายการขยายการเรียนรู้สู่พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและห้องสมุดทั่วประเทศภายในปี 2570 อีกด้วย
ทั้งนี้ นิทรรศการ Digital Dialogue In Real Life เปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 10.00–20.00 น. ณ บริเวณ The Forum ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร อัมรินทร์
ภายในนิทรรศการ Digital Dialogue IRL ถูกออกแบบขึ้นเพื่อจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการนำเสนอ 5 โซนอินเทอร์แอ็กทีฟหลัก ได้แก่ 1.โซน Social Spaces เรียนรู้การตั้งค่าประสบการณ์โซเชียลมีเดียและการจัดการการแจ้งเตือน (Manage Notifications)
2.โซน Kindness Online แนวทางการรายงานโพสต์ ความคิดเห็น หรือบัญชีที่ไม่เหมาะสมเพื่อรับมือการคุกคามทางออนไลน์อย่างปลอดภัย 3.โซน Know Your Limits การบริหารจัดการเวลาหน้าจอผ่านระบบแจ้งเตือนการใช้งานครบ 60 นาที และโหมดพักการใช้งาน (Sleep Mode)
4.โซน Feed Control กลไกการทำงานของอัลกอริทึมหน้าฟีด ผ่านตัวเลือก ‘สนใจ’ (Interested) และการซ่อนโพสต์แนะนำ และ 5.โซน Beyond Likes: ส่งเสริมการแบ่งปันคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ ลดการพึ่งพายอดการมีส่วนร่วมด้วยเครื่องมือซ่อนยอดถูกใจ (Likes)


