'ซิกเว่' ห่วง กสทช.เข้าเกียร์ว่าง! การตัดสินใจหลายเรื่องหยุดชะงัก กระทบ USO บางโครงการเดินหน้าไม่ได้ แม้ทรูยังไม่สะเทือนโดยตรง แต่หวั่นงานเก่าที่ยังสะสางไม่จบกลายเป็นตัวฉุดเรื่องใหม่
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างงาน CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69 โดยแสดงความกังวลต่อปัญหาการทำงานของ กสทช. ที่การตัดสินใจหลายเรื่องหยุดชะงัก ทั้งที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แม้ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของทรู แต่มีโครงการ USO บางส่วนที่ กสทช. รับผิดชอบ ซึ่งภาคธุรกิจยังไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งยังกังวลต่อปริมาณงานค้างสะสมจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้การพิจารณาเรื่องใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานขึ้น
"ผมหวังว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายโดยเร็ว เพราะภาคธุรกิจต้องการหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เพื่อให้สามารถตัดสินใจเรื่องที่จำเป็นต่อธุรกิจได้" นายซิกเว่กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 สำนักงาน กสทช. ได้ประกาศผลผู้ชนะการประมูลโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังเข้าไม่ถึงบริการอย่างทั่วถึง (USO 3) รวม 5 พื้นที่ทั่วประเทศ วงเงิน 5,423.70 ล้านบาท โดยบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในกลุ่มทรู ร่วมกับพันธมิตรชนะประมูล 2 พื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ ร่วมกับบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) วงเงิน 1,248.50 ล้านบาท และภาคกลาง ร่วมกับบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด วงเงิน 761.50 ล้านบาท รวมมูลค่างานทั้งสองพื้นที่ 2,010 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เตรียมนัดผู้ชนะประมูลลงนามสัญญาหลังครบกำหนดเปิดรับคำร้องคัดค้าน 7 วัน หากไม่มีผู้คัดค้าน ขณะที่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ได้ทำหนังสือสอบถามสำนักงานถึงความชอบด้วยกฎหมายของการประกาศผลประมูล โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างวงเงินเกิน 200 ล้านบาท รวมถึงสถานะของประธาน กสทช. ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอำนาจในการอนุมัติและลงนามสัญญา ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันสถานะการลงนามสัญญาล่าสุด
นอกจากนี้ กสทช. ยังมีโครงการภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ การจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3,684 แห่ง วงเงิน 1,227.88 ล้านบาท โครงการยกระดับการให้บริการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน 250 ล้านบาท โครงการสถานีฐานโทรคมนาคมร่วมในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 5 จังหวัด วงเงิน 882.23 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน (Traffic USO 3) วงเงิน 169.30 ล้านบาท ก่อนเห็นชอบเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 อีก 1 โครงการ คือ โครงการบริหารจัดการการใช้งานข้อมูลเพื่อป้องกันอาชญากรรมกับประชาชน วงเงิน 927.90 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน โครงการ USO รุ่นเดิมบางส่วนยังอยู่ระหว่างการให้บริการ เช่น ศูนย์ USO Net ในโรงเรียนพื้นที่ชายขอบ ซึ่งเริ่มให้บริการระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69 โดยสำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานในเดือน มิ.ย. และ ก.ค.ที่ผ่านมา


