ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เผยทิศทางธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2027 เริ่มนำ AI และสมาร์ทดีไวซ์เข้ามาทำงานร่วมกันในอีโคซิสเตมส์ รวมถึงการขยายไปยังฐานลูกค้าในกลุ่มลูกค้าองค์กร พร้อมจัดโชว์เคสใน Samsung Business Experience Studio กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
เบอร์นาร์ด แอง หัวหน้าฝ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำภูมิภาค และรองประธานบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ให้ข้อมูลว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความคุ้นเคย และปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้สูงมาก
โดยผลสำรวจภายในของซัมซุงระบุว่า 65% ของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ให้ความสนใจระบบสมาร์ทโฮม และพุ่งสูงถึงกว่า 80% ในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ส่งผลให้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันของซัมซุงในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้นกว่า 75% และมียอดขายเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบระหว่างปี 2567 และ 2568
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ ซัมซุงได้วางกลยุทธ์หลักไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มธุรกิจ B2B และระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ การยกระดับประสบการณ์ Bespoke AI ใน 3 แกนหลัก คือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจความต้องอย่างการนำ Agentic AI มาใช้ ร่วมกับการรับรู้สภาพแวดล้อม (Perception AI) และปรับปรุงความต่อเนื่องในการใช้งาน
รวมถึงการดูแลหลังการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยาวนาน 5 ถึง 10 ปี โดยซัมซุงพร้อมสนับสนุนการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้ายาวนานสูงสุดถึง 7 ปีหลังการซื้อ รวมถึงมีระบบ Home Appliances Remote Management (HRM) ที่ใช้เซนเซอร์และ AI คอยตรวจจับความผิดปกติล่วงหน้า เช่น การแจ้งเตือนให้ทำความสะอาดแผงแลกเปลี่ยนความร้อนในเครื่องอบผ้า หรือใช้เซนเซอร์ วิเคราะห์ว่าประตูตู้เย็นปิดไม่สนิทแม้เซนเซอร์ประตูปกติจะตรวจไม่พบ
เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ใช้ AI คุยกับ Galaxy Watch ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ
หลังจากเปิดตัวเครื่องปรับอากาศแบบ WindFree สู่กลุ่มตลาดผู้บริโภค รวมถึงอัปเกรดเครื่องพร้อมบานสวิงแบบ 2 ทิศทาง มาช่วยหมุนเวียนความเย็นในพื้นที่กว้าง ทำให้สินค้าในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 40% และเติบโตในระดับเลขสองหลักในปีที่ผ่านมา
ในปีหน้า ซัมซุง จะยังคงนำเสนอเสนอเทคโนโลยี Bespoke AI WindFree Pro ที่เปลี่ยนโฉมระบบบานสวิงแบบเดิมซึ่งปล่อยลมด้วยความเร็วและปริมาณคงที่ มาเป็นระบบบานสวิงแบบ Multi-Blades ที่แยกทิศทางการทำงานและปรับความเร็วร่วมกับปริมาณลมอย่างอิสระ เมื่อบานสวิงปรับลงใกล้ตัวเครื่องจะลดปริมาณลมและเคลื่อนที่เร็วขึ้น แต่เมื่อบานสวิงยกตัวขึ้นเพื่อส่งลมระยะไกลจะเพิ่มปริมาณลมและขยับช้าลงเพื่อให้มวลอากาศเดินทางไปถึงจุดหมายได้ทั่วถึง
พร้อมกันนี้ ยังได้เผยโฉมเครื่องต้นแบบของเครื่องปรับอากาศภายในบ้านรุ่นปี 2027 มาพร้อมดีไซน์ขอบโค้งมน บานสวิงด้านล่าง พื้นผิวตัวเครื่องลวดลายคล้ายเนื้อผ้า โดยรุ่นใหม่นี้จะขยายฟีเจอร์ AI Energy Mode และโหมด Good Sleep ที่เชื่อมต่อกับ Galaxy Watch ที่มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผู้ใส่ และปรับอุณหภูมิตามระยะการนอนให้เหมาะสม
ตู้เย็น AI Vision ตรวจจับหยิบของเข้า-ออกได้กว่า 2,000 รายการ
ในส่วนของตู้เย็น Bespoke AI ที่มาพร้อมหน้าจอ Family Hub ซัมซุงได้ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง Bixby ทำให้เข้าใจประโยคสนทนาในชีวิตประจำวันและบริบทต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำสั่งตายตัว รวมถึงสามารถตอบคำถามทั่วไปนอกเหนือจากการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น การแนะนำร้านอาหารใกล้เคียงได้
ไฮไลท์สำคัญคือการอัปเกรดกล้องภายในตู้เย็น AI Vision จากเดิมที่เปิดตัวในปี 2567 ซึ่งใช้เพียงการประมวลผลในตัวเครื่อง เพื่อจดจำอาหารสดพื้นฐานที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า 40 ชนิด มาสู่การทำงานแบบไฮบริดที่ผสานระบบประมวลผลบนคลาวด์ เข้าด้วยกัน
โดยกล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของตู้เย็นจะทำงานแบบเรียลไทม์ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมอัลกอริทึมติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ และโมเดลจับคู่ลักษณะเด่น ที่ผ่านการฝึกฝนด้วยภาพถ่ายจากหลากหลายมุมมองและสภาพแสง เพื่อระบุได้อย่างแม่นยำว่าอาหารชิ้นใดถูกใส่เข้าไปหรือถูกหยิบออกจากตู้เย็น และหากกล้องตรวจพบใบหน้าของผู้ใช้งาน ระบบจะทำการเบลอภาพอัตโนมัติทันทีเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
ปัจจุบันตู้เย็นสามารถจดจำรายการอาหารได้มากกว่า 2,000 ชนิด นอกจากนี้ กล้องยังสามารถอ่านป้ายข้อความ ที่ผู้ใช้เขียนแปะไว้บนกล่องทึบแสงเพื่อบันทึกว่าเป็นอาหารเหลือหรือวัตถุดิบชนิดใดได้อีกด้วย ส่วนผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงระบุวันหมดอายุไว้ได้ด้วย
นอกจากนี้ ข้อมูลวัตถุดิบทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน SmartThings Food และฟีเจอร์ AI Food Manager ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดดูสิ่งของในตู้เย็นผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันทีขณะเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต ลดปัญหาการซื้อของซ้ำซ้อน
พร้อมฟีเจอร์ใหม่่ Food Note ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของคนในบ้านรายสัปดาห์เพื่อแจ้งเตือนให้สั่งซื้อของที่มักจะหมดเร็ว และฟีเจอร์ What's for today ที่ช่วยสุ่มแนะนำเมนูอาหารจากวัตถุดิบที่มีอยู่จริงในตู้เย็น เพื่อลดความเครียดในการคิดเมนูอาหารแต่ละวันของผู้บริโภค
เจาะตลาด B2B ด้วยเครื่องซัก-อบผ้าเชิงพาณิชย์
อีกส่วนที่ซัมซุง ให้ความสำคัญต่อเนื่อง หลังจากเริ่มทำตลาดเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ในไทยตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา คือการเปิดตัวโซลูชันเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ออกแบบให้วางซ้อนกัน ประกอบด้วยเครื่องซักผ้าด้านล่างความจุ 18 กิโลกรัม ขนาดถังซักกว้าง 30 นิ้ว ลึก 72 เซนติเมตร และเครื่องอบผ้าด้านบนความจุ 14 กิโลกรัม สามารถรองรับการซักผ้านวมขนาดคิงไซส์ หรือเสื้อผ้าทั่วไปได้ถึง 30 ชิ้นต่อครั้ง
โดยโปรแกรมซักปกติ (Normal) ใช้เวลาเพียง 36 นาที และโปรแกรมซัก Heavy Duty ใช้เวลา 50 นาที โดยยังคงประสิทธิภาพความสะอาดด้วยเทคโนโลยี BubbleWash ที่ใช้ปั๊มหมุนเวียนผสมอากาศ น้ำ และสารซักฟอกให้เป็นฟองละเอียดพุ่งเข้าแทรกซึมใยผ้า ร่วมกับหัวฉีดน้ำ Water Shot ด้านบน และมีโปรแกรม Clean Wash ที่เพิ่มการล้างน้ำอีก 4 รอบสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องอบผ้าแบบต่อท่อระบายอากาศที่ใช้เวลาอบเพียง 45 นาที ทำให้กระบวนการซักและอบผ้าเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในเวลา 95 นาที
ซัมซุงได้ออกแบบมอเตอร์และแกนหมุนให้รองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 30,000 รอบตลอดอายุการใช้งาน พร้อมนำเทคโนโลยีลดแรงสั่นสะเทือน VRT Plus มาใช้กับถังซักขนาด 30 นิ้ว โดยติดตั้งระบบโช้คอัพ 2 จังหวะแบบ 4 ทิศทาง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของถังซัก ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
สำหรับผู้ประกอบการ ตัวเครื่องมีโหมด Manager Mode ให้ปรับตั้งค่าจำนวนรอบการล้าง ระดับน้ำ ความเร็วรอบปั่นหมาด อุณหภูมิการอบ และสั่งล้างถังซักได้โดยตรง รวมถึงเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อตรวจสอบการทำงานจากระยะไกลและมีเซนเซอร์แจ้งเตือนเมื่อท่อระบายอากาศของเครื่องอบผ้าเริ่มอุดตัน
ขยายโซลูชันองค์กรธุรกิจโรงพยาบาลและการเงินธนาคาร
นอกเหนือจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ซัมซุงยังได้จัดแสดงโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มธุรกิจเฉพาะทาง โดยในส่วนของสถานพยาบาล ได้นำเสนอการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาระหว่างแท็บเล็ต Galaxy Tab เข้ากับสมาร์ทวอทช์ของผู้ป่วยเพื่อติดตามค่าความดันโลหิต ออกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนแพทย์ทันทีเมื่อพบความเสี่ยง
ส่วนภาคการเงินและธนาคาร นำเสนอแท็บเล็ตสำหรับธุรกิจการเงินที่ประมวลผลการทำงานด้านเอกสารและการแปลภาษาแบบ On-device โดยไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์เพื่อป้องกันข้อมูลลูกค้ารั่วไหล พร้อมระบบติดตามตำแหน่งอุปกรณ์เมื่อพนักงานออกปฏิบัติงานนอกสถานที่


