Apple ออก Apple HomeView หน้าจออัจฉริยะประจำบ้านรุ่นแรก พร้อมอัปเกรด Apple TV 4K (รุ่นที่ 4) ประสิทธิภาพการประมวลผลขึ้นสูงสุด 50% ด้วยชิป A19 สะท้อนความเคลื่อนไหวเชิงรุกในการเข้ายึดพื้นที่ศูนย์กลางของบ้าน (Smart Home Hub) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานยุค AI
ทั้งนี้ Apple HomeView ได้รับการวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ การจัดการบ้าน และความบันเทิง โดยมาพร้อมจอแสดงผล Liquid Retina ขนาด 7 นิ้ว ตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมเชื่อมต่อกับฐานลำโพงทรงโดมด้วยบานพับสเตนเลสสตีล หน้าจอรองรับเทคโนโลยี True Tone และมีความสว่างสูงสุด 500 nits ปรับระดับลงได้ต่ำสุด 0.3 nits เพื่อการใช้งานบนโต๊ะข้างเตียง พร้อมระบบปรับข้อมูลบนหน้าจอตามระยะห่างของผู้ใช้ โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเงิน, สีสตาร์ไลท์, สีโรสพิงค์ และสีสเปซเกรย์ รวมถึงมีรุ่นติดผนัง (Wall-Mount) ใช้งานร่วมกับชุดขายึดจาก Schneider Home ขณะที่ระบบประมวลผลขับเคลื่อนด้วยชิป A18 ทำงานร่วมกับ Siri AI เวอร์ชันใหม่ที่ยกระดับความสามารถในการสนทนาและการประมวลผลบริบทส่วนตัว
Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดทั่วโลกของ Apple กล่าวว่า Apple HomeView ออกแบบมาให้ทุกคนในบ้านใช้งานร่วมกันได้ แต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงสำหรับผู้ใช้แต่ละคน โดยระบบสามารถจดจำใบหน้าเพื่อเปลี่ยนจากหน้าจอของคนทั้งบ้านให้เป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล มอบเสียงที่เต็มอิ่มทั่วห้อง และช่วยควบคุมบ้านอัจฉริยะได้อย่างง่ายดาย พร้อมดึงบริบทส่วนตัวจาก iPhone มาช่วยจัดการงานต่าง ๆ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
สำหรับ Apple HomeView จะรองรับการจดจำผู้ใช้งานและการปรับแต่งส่วนบุคคล (Personalization) รองรับการจดจำใบหน้าของผู้ใช้งานสูงสุด 6 คน โดยแต่ละคนจะเข้าถึงหน้าจอโฮม แอป วิดเจ็ต ปฏิทิน และข้อความของตนเองได้แบบแยกส่วน ขณะที่อัลบั้มภาพและเพลงสามารถแชร์ร่วมกันในครัวเรือนได้
ระบบเสียงเชิงคำนวณขั้นสูง (Computational Audio) ติดตั้งไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ 2 ตัวในหน้าจอ มอบมิติเสียงเชิงพื้นที่ (Spatial Audio) เสริมด้วยวูฟเฟอร์ยิงเสียงลงด้านล่าง 1 ตัว และแพสซีฟเรดิเอเตอร์ลดแรงสั่นสะเทือน 2 ตัวในฐานลำโพง ปรับสมดุลเสียงเบสและความดังแบบเรียลไทม์
ศูนย์กลางสั่งการบ้านอัจฉริยะ (Smart Home Dashboard) รองรับการควบคุมไฟ อุณหภูมิ และการสตรีมภาพสดจากกล้องรักษาความปลอดภัยพร้อมกันสูงสุด 9 จอ รวมถึงทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Matter, Works with Apple Home และไลน์อัพ Apple Home Collection ที่พัฒนาร่วมกับ LG Electronics และ Schneider Electric
ในฝั่งของกลุ่มความบันเทิง Apple ได้เปิดตัว Apple TV 4K ใหม่ ควบคู่กัน โดยใช้ชิปประมวลผล A19 ให้ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 50% และประสิทธิภาพ GPU เพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมตัวถอดรหัส AV1 แบบเฉพาะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสตรีมมิ่งคุณภาพสูงโดยใช้แบนด์วิดท์ (Bandwidth) ลดลง ด้านรีโมท Siri Remote ได้รับการอัปเกรดให้รองรับเครือข่ายค้นหาของฉัน (Find My) พร้อมคุณสมบัติค้นหาตำแหน่งจริง (Precision Finding) และมีลำโพงส่งเสียงระบุตำแหน่งในตัว
พร้อมกันนี้ Apple TV 4K ยังปลดล็อกขีดความสามารถด้านโฮมเธียเตอร์เป็นครั้งแรก ด้วยการรองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 4 ลำโพง เมื่อเชื่อมต่อร่วมกับ HomePod mini 2 หรือ HomePod (รุ่นที่ 2) โดยระบบจะปรับเทียบตำแหน่งและมิติเสียงให้เข้ากับสภาพห้องโดยอัตโนมัติ
Bob Borchers รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของ Apple กล่าวว่า Apple TV 4K ใหม่มอบประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ที่สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเมื่อทำงานร่วมกับ HomePod จะกลายเป็นระบบเสียงรอบทิศทางที่ทรงพลัง รวมถึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอุปกรณ์บ้านที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างสมบูรณ์แบบร่วมกับ HomeView
ในส่วนของความพร้อมด้านการจัดจำหน่าย Apple HomeView จะเริ่มวางจำหน่ายใน 8 ประเทศกลุ่มแรก (ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์ และแอฟริกาใต้) ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ขณะที่ตลาดสหภาพยุโรปยังไม่มีการวางจำหน่ายเนื่องจากข้อจำกัดในการเปิดใช้งาน Siri AI สำหรับราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยของ HomeView ยังไม่มีข้อมูลในต้นฉบับ ขณะที่ Apple TV 4K (รุ่นที่ 4) ประกาศราคาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วที่ 10,900 บาท โดยระบุว่าจะพร้อมให้สั่งซื้อในไทยเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ HomePod mini 2 ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Apple S10 พร้อมระบบเสียงเชิงคำนวณขั้นสูง วิเคราะห์และปรับจูนเสียงแบบเรียลไทม์ ชูจุดเด่นฟีเจอร์ใหม่ Sound Glow ด้านบนตัวเครื่องที่สามารถเปล่งแสงและเต้นตามจังหวะเพลงหรือเสียงบรรยากาศได้อย่างลงตัว
ด้านการใช้งาน รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 4 ลำโพงเมื่อเชื่อมต่อร่วมกับ Apple TV 4K รุ่นใหม่ รวมถึงตั้งเป็นลำโพงเริ่มต้นสำหรับ Mac ได้ พร้อมทำหน้าที่เป็นฮับควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮมและมีระบบตรวจจับเสียงเตือนควันไฟเพื่อความปลอดภัย ตัวเครื่องมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ ชมพู, เขียว, ฟ้า, ขาว และมิดไนท์ เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ในราคา 5,200บาท


