xs
xsm
sm
md
lg

คู่แข่งจ่ออุทธรณ์ e-Passport เฟส 4 คาใจผลคะแนน-ราคา หลัง 'จันวาณิชย์' คว้างาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คู่แข่งประมูล e-Passport เฟส 4 กว่า 8 พันล้าน เตรียมอุทธรณ์สัปดาห์หน้า ห่วงรัฐจ่ายแพง คาใจ 'จันวาณิชย์' คะแนนอันดับ 2 แถมเสนอราคาเกือบสูงสุดใน 4 ราย แต่คว้างาน 7,289.91 ล้าน

โครงการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Passport ระยะที่ 4 ของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นการจ้างเอกชนผลิตเล่มพาสปอร์ตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางแก่ประชาชน โดยครอบคลุมการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้รับคำขอ บันทึกข้อมูลผู้ขอ เช่น ภาพถ่ายและลายนิ้วมือ ตลอดจนจัดพิมพ์ข้อมูลเฉพาะบุคคลลงในเล่มพาสปอร์ต

ทั้งนี้ แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าว วงเงินกว่า 8,000 ล้านบาท เปิดเผยว่า เตรียมยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือกภายในสัปดาห์หน้า หรือไม่เกินวันที่ 21 ต.ค.69 หลังบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะ

◉ คะแนนที่ได้รับต่างจากประกาศผล

ด้วยข้อมูลคะแนนที่ผู้เข้าประมูลได้รับพบว่า กิจการค้าร่วม FTP 159 ได้คะแนนสูงสุด 98.64 คะแนน ตามด้วยบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด 97.18 คะแนน กิจการค้าร่วม TST 95.09 คะแนน และกิจการร่วมค้า INTN 89.30 คะแนน ขณะที่ ประกาศกระทรวงการต่างประเทศลงวันที่ 9 ต.ค.69 ระบุว่า จันวาณิชย์เป็นผู้ได้รับคะแนนรวมสูงสุด

สำหรับผู้เข้าประมูลในรูปแบบกลุ่มบริษัท กิจการค้าร่วม FTP 159 ประกอบด้วย บริษัท พีที ปุระ บารูตามา จำกัด, บริษัท ฟินีม่า จำกัด และบริษัท สยามเพรส จำกัด ส่วนกิจการค้าร่วม TST ประกอบด้วย Thales DIS (Singapore) Pte. Ltd., บริษัท ทาเลส ดีไอเอส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สมาร์ทคอมเทค จำกัด

กิจการร่วมค้า INTN ประกอบด้วย บริษัท ทีแอลเอสคอนแทค เอ็นเทอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เน็ทวัน เน็ทเวิร์ค โซลูชั่น จำกัด และ IN Smart Identity France

◉ ราคาและการตัดสิทธิ์ผู้เข้าแข่งขัน

ด้านราคา จันวาณิชย์ได้รับงานในวงเงิน 7,289.91 ล้านบาท แหล่งข่าวประเมินว่า รัฐอาจต้องจ่ายสูงกว่าข้อเสนอของคู่แข่งมากกว่า 1,500 ล้านบาท โดยระบุว่า จันวาณิชย์มีผลทดสอบทางเทคนิคอยู่ในระดับดี และเสนอราคาเกือบสูงที่สุดในบรรดาผู้เข้าประมูลทั้ง 4 ราย ขณะที่ผู้เสนอราคาต่ำกว่าบางรายไม่ได้รับการคัดเลือก

สำหรับราคาต่อเล่ม จันวาณิชย์เคยได้รับงานระยะที่ 1 และ 2 ในราคาประมาณ 800-900 บาทต่อเล่ม ส่วนระยะที่ 3 เสนอราคาประมาณ 460 บาทต่อเล่ม แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ขณะที่ระยะที่ 4 เสนอราคาสูงกว่า 700 บาทต่อเล่ม

ส่วนขั้นตอนการประมูลครั้งนี้ เริ่มเมื่อเดือน ก.ค.69 และใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3 เดือน ผู้เข้าประมูลแต่ละรายต้องลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาท เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์และนำระบบต้นแบบมาทดลองใช้งาน หรือที่เรียกว่า Proof of Concept (PoC) โดยบางรายถูกตัดสิทธิ์จากข้อบกพร่องด้านเอกสาร

"การประมูลโครงการขนาดใหญ่ หากเอกสารมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ควรให้ผู้เข้าประมูลแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม แล้วนำข้อเสนอของทุกรายมาพิจารณาทั้งคุณภาพทางเทคนิคและราคา เพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เลือกผู้เสนอราคาที่แพงกว่า" แหล่งข่าวกล่าว

◉ ความเชี่ยวชาญและบทบาทผู้ประเมิน

ส่วนกระบวนการประเมิน แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการมีเพียง 5 คน และไม่มีประสบการณ์ด้านงานพิมพ์เอกสารที่ต้องรักษาความปลอดภัย (Security Printing) หรือเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่บางรายไม่มีชื่อในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการ แต่ได้รับมอบหมายให้เข้ามามีบทบาทในการพิจารณาผลการตัดสิน

◉ ขอบเขตใบรับรองมาตรฐานการผลิต

สำหรับมาตรฐานการผลิตหนังสือเดินทาง ข้อสังเกตอยู่ที่ขอบเขตการรับรอง ISO 14298:2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดการงานพิมพ์เอกสารที่ต้องรักษาความปลอดภัย โดยต้องพิจารณาว่าใบรับรองครอบคลุมการผลิตเอกสารประเภทใดบ้าง

ข้อมูลจากฐานข้อมูล Intergraf ระบุว่า บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ได้รับการรับรองระดับ Governmental ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ เช่น เช็ค แสตมป์ ใบรับรอง ใบอนุญาตขับขี่ และบัตรประจำตัวประชาชน แต่ไม่ปรากฏรายการหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ Thales DIS Schweiz AG, IN Groupe และ PT Pura Barutama มีรายการหนังสือเดินทางอยู่ในขอบเขตการรับรอง

อย่างไรก็ตาม บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ซึ่งมีชื่อในใบรับรอง เป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ผู้ได้รับงาน ประเด็นตรวจสอบจึงอยู่ที่เงื่อนไขใบรับรองในเอกสารกำหนดขอบเขตงานและเงื่อนไขการประมูล หรือ TOR รวมถึงใบรับรองที่ผู้ชนะใช้ยื่นประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ

◉ ประวัติรับงานรัฐของกลุ่มชนะประมูล

นอกจากการประมูลครั้งนี้ แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงประวัติงานภาครัฐของกลุ่มจันวาณิชย์ โดยระบุว่า จันวาณิชย์เคยเกี่ยวข้องกับโครงการ e-Visa หรือระบบขอวีซ่าออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนเกิดเหตุฐานข้อมูลหลักสูญหาย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประวัติผู้ยื่นขอวีซ่าย้อนหลังได้ตามปกติ

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ หน่วยงานเคยมีแนวคิดดำเนินคดีหรือบอกเลิกสัญญาตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) แต่เรื่องก็เงียบไปโดยไม่มีการดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน งานข้อสอบท้องถิ่นปี 68 บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เป็นผู้รับจ้างช่วงของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในการจัดสอบ รายงานตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบครั้งดังกล่าวพบว่า หน่วยงานจัดสอบไม่ได้กำกับดูแลการทำงานของผู้รับจ้างอย่างใกล้ชิด

บริษัทเดียวกันยังเป็นผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยทีมกฎหมายของพรรคประชาชนระบุเมื่อวันที่ 26 ก.พ.69 ว่าจะขอบริษัทและผู้บริหารเป็นพยานเพิ่มเติมในคดีที่ฟ้องกรรมการและเจ้าหน้าที่ กกต. 9 คน กรณีทำเครื่องหมายบนบัตรเลือกตั้ง