xs
xsm
sm
md
lg

TH-AI Passport อัปเกรดเวอร์ชัน 2.0 คาดใช้ Gemini Enterprise ให้ 5 แสนสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



TH-AI Passport 2.0 มาแล้ว! คาดใช้ Gemini Enterprise จาก Google ให้คนไทยเข้าถึง AI ระดับองค์กร 5 แสนสิทธิ หลังรุ่นแรกเจอเสียงบ่นเรื่องข้อจำกัด

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมประกาศยกระดับโครงการ TH-AI Passport สู่เวอร์ชัน 2.0 ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยคาดว่าจะร่วมมือกับ Google จัดสรรสิทธิใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับองค์กร Gemini Enterprise จำนวน 500,000 สิทธิ ภายใต้โครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาท หลังแพลตฟอร์มระยะแรกเผชิญข้อวิจารณ์เรื่องข้อจำกัดในการใช้งาน ขณะที่รายละเอียดความร่วมมือและเงื่อนไขการจัดสรรสิทธิยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เดิมที TH-AI Passport มีเป้าหมายให้ประชาชนไทย 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสในการทำงาน โดยมีข้อมูลอ้างอิงว่าคนไทยเข้าถึง AI ขั้นสูงเพียง 10.7% ต่ำกว่าสิงคโปร์ที่ 60.9% และเวียดนามที่ 23.5% โครงการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยกิจการค้าร่วมทีเอช (TH Consortium) ชนะการประมูลเมื่อเดือนเมษายน 2569 ด้วยราคาต่ำกว่าราคากลาง 1.76%

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้เริ่มให้บริการแพลตฟอร์ม AiPASS เวอร์ชัน 1.0 ซึ่งรวบรวม AI หลายโมเดลไว้ในระบบเดียวกัน แต่เกิดข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและโควตาการใช้งาน โดยเฉพาะโมเดลที่ต้นฉบับระบุชื่อ ได้แก่ Gemini 3.1 Flash, Claude Opus 4.8 และ GPT 5.5 ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ตอบโจทย์การทำงานที่ซับซ้อนเท่ากับเครื่องมือระดับสูง

ก่อนหน้านี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอีเคยอธิบายว่า โครงการใช้รูปแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) เฉลี่ยประมาณ 25 บาทต่อคนต่อเดือน หากมีผู้ใช้งานครบตามเป้าหมาย 5 ล้านคน จะคิดเป็นค่าใช้จ่าย 125 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 1,500 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณตามสมมติฐาน ไม่ใช่ยอดเบิกจ่ายจริง

ส่วนการปรับรูปแบบบริการครั้งนี้ มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความคุ้มค่าของงบประมาณจากฝ่ายนิติบัญญัติ ปัญหาจำนวนผู้ใช้งานที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย และการแข่งขันในตลาด AI ระดับองค์กร แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเหตุผลโดยตรงของการเปลี่ยนแปลง

◉ แกะโปรไฟล์มือเจรจา Google

หนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทในโครงการคือ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด (Human Intelligence Co., Ltd.) สมาชิกกิจการค้าร่วมทีเอช ซึ่งตามข้อมูลต้นฉบับระบุว่ารับหน้าที่เจรจาโครงสร้างราคาแบบเหมาจ่าย (Bulk License) กับ Google เพื่อนำบริการ AI เข้ามาให้ใช้งานในประเทศไทย

ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่อ้างถึงในต้นฉบับระบุว่า บริษัทจดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ด้วยทุนจดทะเบียน 125 ล้านบาท ประกอบธุรกิจบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ หมวด 62090 มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 51% และฮ่องกง 49% โดยผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 396.05 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 39.95 ล้านบาท

บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ที่อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยระบุบทบาททางธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาดิจิทัลและการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงทักษะกับโอกาสในการทำงาน โดยมีการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อีกทั้งยังมีการรับสมัครบุคลากรด้านวิศวกรรมข้อมูล การบริหารโครงการ และเทคโนโลยีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

◉ Gemini Enterprise มีอะไรเด็ด

สำหรับ Gemini Enterprise อาจนำมาใช้ในเวอร์ชันใหม่ มีราคาอ้างอิงตามต้นฉบับประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,000 บาทต่อผู้ใช้ต่อเดือน โดยมุ่งตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการนำ AI มาช่วยประมวลผลข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

จุดเด่นสำคัญคือการคุ้มครองข้อมูลระดับองค์กร (Enterprise-grade Data Privacy) โดยมีนโยบายไม่นำข้อมูลคำสั่งงาน (Prompt) เอกสาร และทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ใช้งานไปฝึกโมเดล AI ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับภาคธุรกิจและหน่วยงานที่ต้องจัดการข้อมูลภายใน

นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการเชื่อมต่อเครื่องมือทำงานภายในระบบนิเวศของ Google เช่น Docs, Sheets, Slides และ Gmail เพื่อช่วยจัดการเอกสาร สรุปข้อมูล และสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการวิเคราะห์เอกสารขนาดใหญ่ การเขียนโปรแกรม และการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ โปรแกรมเมอร์ และสตาร์ทอัป

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติดังกล่าวยังต้องพิจารณาควบคู่กับแพ็กเกจที่จะจัดสรรจริง เนื่องจากการใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เดียวกันไม่ได้หมายความว่าผู้ได้รับสิทธิทุกคนจะสามารถเข้าถึงฟังก์ชันทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัด

◉ AI ไทย ซื้อใช้หรือสร้างเอง

หาก TH-AI Passport 2.0 อัปเกรดมาใช้ Gemini Enterprise จะเป็นการปรับแนวทางจากการขยายโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึง AI ไปสู่การนำเทคโนโลยีระดับองค์กรมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ประกอบการและบุคลากรไทยเข้าถึงเครื่องมือระดับโลกได้โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลขนาดใหญ่หรือสร้างโมเดลภาษาขึ้นใหม่ทั้งหมด

ถึงกระนั้น ยังมีรายละเอียดที่ต้องได้รับความชัดเจน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ ระยะเวลาการใช้งาน ค่าใช้จ่ายตามสัญญา และความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายเดิม 5 ล้านคนกับแนวทางจัดสรรสิทธิระดับองค์กรจำนวน 500,000 สิทธิ

อีกประเด็นสำคัญคือทิศทางการสร้างอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (Sovereign AI) ของประเทศไทย ทั้งโอกาสพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศ การบริหารจัดการข้อมูล และการรองรับระบบเมื่อสิ้นสุดสัญญา เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้สร้างประโยชน์ระยะยาว โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการซื้อสิทธิใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

รายละเอียดที่จะประกาศในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ จึงมีความสำคัญต่อการประเมินทั้งความคุ้มค่าของโครงการและแนวทางพัฒนาศักยภาพ AI ของประเทศไทยในอนาคต