วีเอสที อีซีเอส (VST ECS) เผยทิศทางการลงทุนไอทีในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง แม้เผชิญวิกฤตสินค้าฮาร์ดแวร์ราคาขึ้นสูง และไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่กลายเป็นว่าองค์กรยิ่งต้องเร่งลงทุน เพราะในอนาคตราคามีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นไปอีกจากการใช้งาน AI
นายบุญชัย อัศวชัยสุวิกรม ประธานฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพร์ซ โครงสร้างพื้นฐานไอทีและโซลูชัน บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวคิดในปีนี้ไม่ได้มองแค่การป้อนคำสั่งเพื่อสร้างผลลัพธ์บนหน้าจออีกต่อไป แต่คือการสั่งการระบบอัจฉริยะเพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับโมเดลธุรกิจ โดยเฉพาะเทรนด์ Physical AI และหุ่นยนต์ที่ก้าวข้ามจากระดับซอฟต์แวร์สู่อุปกรณ์จริง เช่น หุ่นยนต์สี่ขา (Robot Dog) และ Humanoid Robot ซึ่งกำลังเติบโตอย่างน่าจับตา
ในแง่การใช้งานจริงในประเทศไทย หุ่นยนต์ AI เช่น แบรนด์ Agibot เริ่มได้รับความสนใจในหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่นำไปวิจัยและต่อยอดโครงการ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ร่วมมือกับซิสเต็ม อินทิเกรเตอร์ (SI) นำหุ่นยนต์สี่ขามุดสำรวจอุโมงค์ร้อยสายไฟใต้ดินในจุดเสี่ยงภัย ขณะที่อุตสาหกรรมอีเวนต์และความบันเทิงก็นำไปจัดแสดงต้อนรับบุคคลสำคัญ
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายเรื่องการขาดแคลนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ในการนำฮาร์ดแวร์ไปเขียนโปรแกรมต่อยอด ซึ่งในอนาคต วีเอสที อีซีเอส มีแผนจับมือกับบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ 3–4 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ (Healthcare & Elderly Care) โดยปัจจุบันโมเดลธุรกิจการให้เช่า (Rental) กำลังได้รับความนิยมสูงควบคู่ไปกับการซื้อขาด
ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีความจำเป็นต้องนำระบบ AI เข้ามาตั้งรับเชิงรุก เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์ยุคใหม่เริ่มนำ AI มาใช้ขโมยข้อมูลและโจมตีเรียกค่าไถ่ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานและ Data Center พบว่าการลงทุนในไทยเผชิญภาวะชะลอตัวชั่วคราว จากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกังวลของชุมชน
นายบุญชัย ชี้ว่า หากภาครัฐมีความชัดเจนในข้อบังคับ ทั้งระบบสิ่งแวดล้อม การบริหารพลังงานไฟฟ้า หรือการจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์นอกเขตเมือง กลุ่มทุนระดับโลก เช่น กลุ่มทุนจากตะวันออกกลางและผู้ให้บริการระดับไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscalers) พร้อมที่จะเข้ามาลงทุนในไทยทันที เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยธรรมชาติต่ำ เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่ติดข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน เวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีพายุไต้ฝุ่น หรืออินโดนีเซียที่มีความเสี่ยงด้านแผ่นดินไหวและแนวภูเขาไฟ
สำหรับภาพรวมตลาดไอทีระดับองค์กร มูลค่าการลงทุนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นำโดยภาคเอกชนกลุ่มสถาบันการเงินและโทรคมนาคมที่จำเป็นต้องเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบ AI อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับราคาฮาร์ดแวร์ ทั้งเซิร์ฟเวอร์ ชิปหน่วยความจำ (RAM) และระบบสตอเรจ ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากปีก่อน จากปัญหาการขาดแคลนชิปประมวลผลทั่วโลก เช่น ชิปประมวลผล AI ของ Nvidia ที่ปัจจุบันมีระยะเวลารอรับสินค้า (Lead Time) ยาวนานถึง 9 เดือน รวมถึงค่าซอฟต์แวร์และไลเซนส์ต่าง ๆ ที่ขยับขึ้น 10–20%
เพื่อรับมือกับปัญหาสินค้าขาดตลาดและราคาสูงขึ้น วีเอสที อีซีเอส ได้ประสานงานกับเวนเดอร์ผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมเพิ่มการสำรองสินค้ รองรับความต้องการใช้งานของพันธมิตร SI ได้ทันท่วงที ขณะที่ฝั่งโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังคงชะลอตัว เนื่องจากกรอบราคากลางและเงื่อนไข TOR ไม่ยืดหยุ่นตามความผันผวนของราคาตลาดโลก ส่งผลให้หลายโครงการต้องล้มประมูลและเริ่มกระบวนการใหม่
นอกจากกลุ่มไอทีระดับองค์กรแล้ว ธุรกิจพลังงานสะอาดในกลุ่มโซลูชันโซลาร์เซลล์ครบวงจร ทั้งแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (ESS) ของบริษัทยังสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นเกือบ 300% จากปีก่อน ประกอบกับแรงหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐ ช่วยผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจของ วีเอสที อีซีเอส ในไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง


