AIS ขยายโครงข่าย 5G-ADVANCED ด้านการส่งข้อมูล (Uplink) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครครบ 100% ปักหมุดเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวทั่วทั้งเมือง ดันความเร็วอัปโหลดสูงสุด 2 เท่า รับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และเศรษฐกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมวางรากฐานขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางการเชื่อมต่อ AI แห่งอาเซียน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการยกระดับเครือข่ายผ่านการผสานศักยภาพเทคโนโลยี Uplink 2CC บนคลื่นความถี่ 2600 MHz และ 700 MHz ภายใต้สถาปัตยกรรมโครงข่าย 5G Standalone (5G SA) เพื่อรองรับทิศทางการส่งผ่านข้อมูลของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดเพียงการรับข้อมูล อีกต่อไป แต่ก้าวสู่การเป็นผู้สร้างและประมวลผลข้อมูลขึ้นสู่คลาวด์ ทั้งการใช้งาน AI, สื่อสังคมออนไลน์, การสร้างสรรค์คอนเทนต์, การถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง Live Commerce ขณะเดียวกันยังได้ขยายขีดความสามารถนี้ไปยังพื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี AI ไม่ได้จำกัดอยู่บนหน้าจอ แต่จะผสานเข้ากับภาคอุตสาหกรรม ยานยนต์อัจฉริยะ การแพทย์ และชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเร็วสูง มีเสถียรภาพ และความหน่วงต่ำระดับส่งข้อมูลได้ทันที โครงข่ายโทรคมนาคมจึงต้องพัฒนาไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะระดับชาติ
ทั้งนี้ เอไอเอสได้ขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านกรอบการทำงาน "WISE Framework" โดยผสานคลื่นความถี่ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1.Watch Ahead การนำ AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์เพื่อบริหารจัดการเครือข่ายล่วงหน้า
2.Innovate Beyond การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการใช้งานรูปแบบใหม่ (Use Case)
3.Security & Trust การยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของโครงข่ายเพื่อรองรับการเชื่อมต่อขนานใหญ่
4.Energy Intelligence การบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นอกจากนี้ ในมิติด้านการดาวน์โหลดข้อมูล (Downlink) ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยี Downlink 3CC ด้วยการผสานคลื่นความถี่ 2600 MHz, 700 MHz และ 2100 MHz ส่งผลให้สามารถเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลได้สูงสุด 1.5 เท่า โดยครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ แล้วในปัจจุบัน พร้อมตั้งเป้าหมายขยายความครอบคลุมให้ครบ 100% ทั่วกรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี 2569
สำหรับผู้ใช้บริการ AIS ที่มีอุปกรณ์รองรับ 5G Standalone และคลื่นความถี่ดังกล่าว สามารถเข้าใช้งานระบบ 5G-ADVANCED ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือแพ็กเกจเพิ่มเติม ซึ่งเอไอเอสคาดหวังว่าการเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานให้ล้ำหน้าความต้องการใช้งาน จะเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น Agentic AI ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ AI Economy ของประเทศในระยะยาว


