สหรัฐฯ เดินหน้าจัดตั้งคณะทำงานพิเศษ ‘Super Intelligence Force’ หวังรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกตั้ง เจย์ เคลย์ตัน (Jay Clayton) ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ รับหน้าที่ผู้นำคณะทำงาน โดยมีภารกิจแรกคือการจัดทำรายงานประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้าน AI ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการปรับภาพของการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI ผ่านการตั้งคณะทำงานชุดนี้ โดยทรัมป์ได้ระบุข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่า Super Intelligence Force ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นผู้นำระดับโลกในด้านปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า กลุ่มทำงานที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้าไปประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มผู้บริโภค, องค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะ, องค์กรทางศาสนา, ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Critical Infrastructure) ตลอดจนบรรดา “บริษัทด้านซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์”
รายงานจาก เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ภารกิจแรกที่คณะทำงานชุดนี้ต้องเร่งดำเนินการ คือการจัดทำรายงานสรุปความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 120 วัน ทั้งนี้ นอกเหนือจาก เจย์ เคลย์ตัน แล้ว ทรัมป์ยังได้ดึงตัวผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐเข้ามาร่วมในคณะทำงาน
ประกอบด้วย แอนดรูว์ เฟอร์กูสัน (Andrew Ferguson) ประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ ((FTC), เอมิล ไมเคิล (Emil Michael) ปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของกระทรวง และสก็อตต์ คูพอร์ (Scott Kupor) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานบุคคล (OPM) โดยคณะทำงานชุดนี้จะขึ้นตรงและรายงานผลการทำงานต่อ ทรัมป์ และ ซูซี ไวลส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (Chief of Staff) ประจำทำเนียบขาว
อย่างไรก็ตาม การประกาศจัดตั้งและแต่งตั้งบุคลากรของ Super Intelligence Force เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยออกมาประกาศว่าจะจัดตั้งกองกำลัง "AI Force" ขึ้นใหม่ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้ติดตามบน Truth Social เกี่ยวกับการรีแบรนด์คำว่า "Artificial Intelligence" อีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อคณะทำงาน Super Intelligence Force มีสถานะอย่างเป็นทางการแล้ว จะทำหน้าที่ส่งมอบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทความรับผิดชอบของรัฐบาลกลางที่มีต่อ AI ต่อไป ท่ามกลางกระแสและบรรยากาศในตลาดปัจจุบันที่ซีอีโอของหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต่างออกมาเรียกร้องให้มีการชะลอการพัฒนาลง


