ไทย ซีคอม ยกระดับความปลอดภัย เปิดตัว 2 ระบบใหม่สำหรับบ้านและธุรกิจ ส่องเหตุการณ์เรียลไทม์ผ่านแอป พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือจาก 50 ศูนย์ทั่วประเทศ มอบบริการดูแลครบวงจรภายใต้ผู้ให้บริการรายเดียว ตอบโจทย์ความปลอดภัยเชิงรุกในยุคดิจิทัล
นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด หรือ THAI SECOM กล่าวว่าโลกในปัจจุบันเผชิญความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้แนวคิดและพฤติกรรมการบริโภคด้านความปลอดภัยเปลี่ยนผ่านจากการเฝ้าระวังแบบตั้งรับ ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุกก่อนเกิดเหตุ เพื่อสร้างความมั่นคงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) ตลอดจนความคุ้มครองสูงสุดให้แก่ภาคครัวเรือน
“เราเชื่อว่าความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว แต่เริ่มต้นจากการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ ไทย ซีคอม มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคไทยสามารถดำเนินชีวิตและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมั่นใจ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน” นายเอกรัฐ กล่าว
บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด (THAI SECOM) เป็นผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งเปิดตัวระบบ "SECOM Smart Security Premium" สำหรับภาคธุรกิจ (B2B) และ "ไทย ซีคอม Smart Security Premium Home" สำหรับบ้านพักอาศัย (B2C) ซึ่งเป็นการยกระดับจากแพ็กเกจมาตรฐานเดิม
เอกรัฐ ชี้ว่าพฤติกรรมการบริโภคด้านความปลอดภัยกำลังเปลี่ยนจากการเฝ้าระวังแบบตั้งรับ ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุกก่อนเกิดเหตุ เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และให้ความคุ้มครองสูงสุดแก่ครัวเรือน เชื่อว่าความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว แต่เริ่มต้นจากการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ
ไทยซีคอมชี้ว่าแพ็คเกจนี้พร้อมให้บริการในตลาดประเทศไทย โดยมีเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และศูนย์ควบคุม SECOM Control Center ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดย 1 ใน 3 ไฮไลต์เทคโนโลยีของแพ็คเกจล่าสุด คือ Cloud-based Video Verification เชื่อมสัญญาณเตือนภัยเข้ากับระบบวิดีโอบนคลาวด์ ผู้ใช้ตรวจสอบภาพเหตุการณ์ผ่านแอปพลิเคชันได้แบบเรียลไทม์เมื่อมีสัญญาณเตือน ขณะที่ศูนย์ควบคุมซีคอมใช้ภาพดังกล่าวประกอบการประเมินสถานการณ์และประสานงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ทั้งนี้ การเข้าถึงภาพวิดีโอจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกค้า และเป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการเท่านั้น
ไฮไลท์ที่ 2 คือ Nationwide Emergency Response เมื่อศูนย์ควบคุม 24/7 ประเมินสถานการณ์แล้ว จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการทั่วประเทศเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ต่างจากระบบทั่วไปที่ผู้ใช้ต้องดูแลเอง
และไฮไลท์ที่ 3 คือ Seamless Premium Protection บริการแบบครบวงจร รวมการบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ บริการช่วยเหลือทางเทคนิค และโปรแกรมความคุ้มครอง ภายใต้ผู้ให้บริการรายเดียว
ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับ คือเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ เฝ้าระวังทั้งภัยด้านความปลอดภัยและอัคคีภัยแบบศูนย์รวมผ่านแพลตฟอร์มเดียว ช่วยบริหารจัดการพื้นที่ได้ครอบคลุม และสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินงานต่อเนื่องไม่สะดุด สำหรับบ้านพักอาศัย ด้วยความเป็นระบบไร้สาย ติดตั้งง่าย ยืดหยุ่น ไม่กระทบโครงสร้างหรือการตกแต่งภายในบ้าน แต่ยังให้การปกป้องในระดับสูง โดยออกแบบมาครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าปลีก ธุรกิจ SME อาคารสำนักงาน องค์กรหลายสาขา ไปจนถึงที่พักอาศัยยุคใหม่
การขยายบริการสู่ทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ครั้งนี้ สะท้อนเป้าหมายของไทย ซีคอม ในการยกระดับอุตสาหกรรมความปลอดภัยของไทยสู่ยุคดิจิทัล และร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ "สังคมปลอดภัยอัจฉริยะ" (Smart Safety Society) ที่ล้ำสมัย เชื่อมโยงถึงกัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน.


