xs
xsm
sm
md
lg

กูเกิล ออก Gemini 4 Argon เน้นแก้ปัญหาซับซ้อน-วิเคราะห์เชิงลึก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กูเกิล ดีพมายด์ (Google DeepMind)เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ Gemini 4 Argon ชูขีดความสามารถในการประมวลผลเอาท์พุตสูงสุดถึง 1 ล้านโทเคน เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึงกว่า 15 เท่า โดยมุ่งเจาะกลุ่มการทำงานที่ซับซ้อนและต้องใช้การวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งในด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ การทำงานด้านข้อมูลขององค์กร เช่น กฎหมายและการเงิน ตลอดจนระบบป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์

โดย กูเกิลเลือกใช้แนวทางเปิดตัวแบบเป็นระยะ (Phased Approach) โดยเริ่มจากการให้สิทธิ์การใช้งานแก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เชื่อถือได้ผ่านโครงการ Fairwind Program ก่อน พร้อมกันนี้ยังทำงานร่วมกับกระบวนการทดสอบความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อความรัดกุมก่อนขยายสู่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป

Koray Kavukcuoglu รองประธานอาวุโส Google DeepMind และหัวหน้าสถาปนิกด้าน AI กูเกิล ระบุว่า Gemini 4 Argon ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการให้เหตุผลเชิงลึก (Deep Reasoning) ผ่านกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนและยาวนาน ซึ่งโมเดลดังกล่าวได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ภายในกูเกิลอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในระดับแนวหน้า สำหรับการทำงานจริงทั้งด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ องค์ความรู้ระดับองค์กร และการป้องกันทางไซเบอร์

ทั้งนี้ Gemini 4 Argon ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและตอบโจทย์ธุรกิจใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

1.การยกระดับวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระดับสเกลใหญ่ AI Agents สามารถช่วยย้ายฐานโค้ด (Migrate codebase) ภาษา C/C++ ไปเป็นภาษา Rust ได้สูงสุดกว่า 8 แสนบรรทัด พร้อมทั้งช่วยปรับแต่งให้การเข้ารหัสวิดีโอทำงานได้เร็วขึ้นถึง 2.7 เท่าตัว

2.การปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ทรัพยากรและปรับแต่งหน่วยความจำภายในดาต้าเซ็นเตอร์ของกูเกิลโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดพื้นที่หน่วยความจำรวมได้สูงสุดระดับ 500 TiB ถึง 1 เพตะไบต์ (PiB)

3.การเติบโตในสายงานวิเคราะห์องค์กร โมเดลทำคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 (51.3%) บนมาตรฐาน AutomationBench ซึ่งวัดความสามารถในการทำงานของระบบธุรกิจแบบต้นน้ำจรดปลายน้ำ (End-to-End) รวมทั้งทำคะแนนสูงสุดในมาตรฐานการวิเคราะห์วิดีโอขนาดยาว (LVBench)

4.การเสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์ AI สามารถตรวจหาและแก้ไขช่องโหว่ทางซอฟต์แวร์ที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างอัตโนมัติ โดยก่อนหน้านี้ได้ช่วยตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ด้านการดูแลสุขภาพของโรงพยาบาลทั่วโลกมาแล้ว

สำหรับโครงสร้างราคาเบื้องต้น กูเกิลกำหนดค่าบริการไว้ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ออินพุต 1 ล้านโทเคน และ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเอาท์พุต 1 ล้านโทเคน โดยหากเป็นการประมวลผลข้อมูลที่มีการพักไว้ในระบบ (Cached input tokens) จะได้รับส่วนลดถึง 95% ของราคาอินพุตปกติ ขณะที่แผนการเปิดให้บริการในวงกว้างแก่กลุ่มนักพัฒนา องค์กร และผู้บริโภคทั่วไป จะเริ่มต้นจากกลุ่มลูกค้า API แบบเสียเงินและสมาชิก Google AI Ultra ต่อไป