xs
xsm
sm
md
lg

5 ขั้นตอน กู้ชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้า หลังจมน้ำ ลดเสี่ยงพังซ้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพประกอบจาก AI
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และคอมเพรสเซอร์แอร์ (คอยล์ร้อน) ที่ไม่สามารถยกขึ้นที่สูงได้ และถูกน้ำท่วม ไม่ควรรีบเสียบปลั๊กหรือเปิดเครื่องเพื่อทดสอบทันที แม้ภายนอกจะแห้งแล้วก็ตาม

เนื่องจากน้ำ โคลน และความชื้นอาจแทรกเข้าไปถึงมอเตอร์ แผงวงจร จุดต่อสายไฟ และฉนวนภายใน ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรั่ว หรือไฟไหม้ได้

การกู้เครื่องหลังน้ำท่วมจึงควรเน้น ทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่ทำได้อย่างปลอดภัย และให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน

1. ตัดไฟ และห้ามเสียบปลั๊กเพื่อทดลอง

หากบริเวณเครื่องยังมีน้ำขัง อย่าเข้าไปถอดปลั๊กหรือสัมผัสตัวเครื่อง เพราะอาจมีไฟฟ้ารั่วอยู่แล้ว ควรตัดไฟจากเบรกเกอร์หรือระบบตัดไฟหลักจากจุดที่ปลอดภัย และหากไม่แน่ใจว่าจุดใดสามารถตัดไฟได้อย่างปลอดภัย ควรให้ช่างไฟฟ้าดำเนินการ

หลังจากตัดไฟแล้ว ห้ามยกเบรกเกอร์หรือเสียบปลั๊กเพื่อทดลองเปิดเครื่อง แม้เครื่องจะดูเหมือนแห้งสนิท เพราะความชื้นภายในอาจยังคงอยู่

2. ทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่ปลอดภัย

หลังน้ำลดและตัดไฟเรียบร้อย สามารถทำความสะอาดคราบโคลนบริเวณภายนอกและชิ้นส่วนที่ถอดออกได้ หากทำได้โดยไม่ต้องเปิดส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า

ตู้เย็น ถอดชั้นวาง ลิ้นชัก และชิ้นส่วนที่สามารถถอดล้างได้ออกมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ส่วนบริเวณด้านหลังและชุดคอมเพรสเซอร์ หากมีโคลนติดอยู่ควรให้ช่างตรวจสอบและทำความสะอาด โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับสายไฟและระบบควบคุม

เครื่องซักผ้า ทำความสะอาดโคลนบริเวณภายนอกและชิ้นส่วนที่ผู้ผลิตอนุญาตให้ถอดล้างได้ ไม่ควรแกะฝาครอบเพื่อเข้าไปล้างมอเตอร์ แผงวงจร หรือระบบไฟฟ้าด้วยตัวเอง

คอยล์ร้อนแอร์ สามารถกำจัดเศษดินและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ภายนอกได้อย่างระมัดระวัง แต่ไม่ควรเปิดกล่องไฟหรือถอดชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าเอง และไม่ควรใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจ่อคอยล์หรือกล่องควบคุม เพราะอาจทำให้ครีบระบายความร้อนเสียหายหรือทำให้น้ำเข้าไปในส่วนที่ไม่ควรเปียก

3. อย่าฉีดสเปรย์หรือสารเคมีใส่แผงวงจรโดยไม่รู้ชนิด

แผงวงจรและจุดต่อสายไฟที่ถูกน้ำหรือโคลนท่วมอาจเกิดการกัดกร่อน แม้จะทำให้แห้งแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
จึง ไม่ควรใช้สเปรย์ไล่ความชื้นหรือ Contact Cleaner ฉีดลงบนแผงวงจรโดยเพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดแตกต่างกัน

การทำความสะอาดที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหายมากขึ้น
หากแผงวงจรจมน้ำหรือมีโคลนเข้าไปภายใน ควรให้ศูนย์บริการหรือช่างที่มีความรู้ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าตรวจสอบและทำความสะอาดโดยเฉพาะ

4. ปล่อยให้แห้ง แต่ “แห้ง” ไม่ได้แปลว่า “พร้อมใช้งาน”

สามารถเปิดประตูตู้เย็นหรือฝาเครื่องซักผ้าเพื่อช่วยระบายความชื้น และใช้พัดลมเป่าลมธรรมดาช่วยได้ โดยควรทำในบริเวณที่แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่มีความเสี่ยงจากไฟฟ้า

ไม่ควรใช้ความร้อนสูง เช่น เปลวไฟ ปืนลมร้อน หรือไดร์เป่าผมที่ให้ความร้อนสูง เพราะอาจทำให้พลาสติก ฉนวน หรือชิ้นส่วนบางชนิดเสียหาย ระยะเวลาการผึ่งแห้งไม่ควรกำหนดตายตัวว่า 3–7 วันแล้วจะปลอดภัย เพราะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ท่วม ระยะเวลาที่แช่น้ำ ชนิดของเครื่อง และตำแหน่งที่น้ำเข้า

โดยเฉพาะเครื่องที่ จมน้ำถึงส่วนมอเตอร์ แผงวงจร หรือระบบไฟฟ้า ไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากการมองว่าภายนอกแห้งแล้วเท่านั้น

สำหรับตู้เย็น หากเครื่องถูกวางนอนหรือเอียงมากระหว่างเคลื่อนย้าย ควรตั้งกลับในแนวปกติตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้งาน ทั้งนี้ระยะเวลาที่ต้องรออาจแตกต่างกันตามรุ่นและวิธีการวางเครื่อง

5. ให้ช่างตรวจระบบไฟก่อนจ่ายไฟกลับเข้าเครื่อง

ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือ อย่าทดลองจ่ายไฟเองกับเครื่องที่เคยจมน้ำ โดยเฉพาะเครื่องที่น้ำท่วมถึงมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ แผงวงจร หรือจุดต่อสายไฟ
การใช้ไขควงเช็กไฟเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องปลอดภัย เพราะความเสียหายภายในและสภาพฉนวนไฟฟ้าต้องตรวจด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม

ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบอย่างน้อยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสายไฟและขั้วต่อ, ฉนวนและการรั่วลงโครงเครื่อง, มอเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า, แผงวงจรและอุปกรณ์ควบคุม, ระบบคอมเพรสเซอร์และวงจรของเครื่องปรับอากาศ รวมถึงความเสียหายหรือการกัดกร่อนจากน้ำและโคลน

อย่ารีบสรุปว่าเครื่องเสียเพียงเพราะเปิดไม่ติด และอย่าฝืนเปิดเครื่องซ้ำหลายครั้งเพื่อทดลอง การให้ช่างตรวจประเมินก่อนอาจช่วยแยกได้ว่าความเสียหายอยู่ที่ส่วนใด และสามารถซ่อมเฉพาะจุดหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือไม่

หลังจากนี้ รอดูมาตรการช่วยเหลือจากทางผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ตามปกติแล้วหลังผ่านพ้นเหตุการณ์อุทกภัยจะมีการออกมาตรการมาดูแลลูกค้าต่อเนื่องกันอยู่แล้ว