xs
xsm
sm
md
lg

OpenAI อ้างไม่รู้ เอไอเจาะระบบ Medicare ออสเตรเลีย รัฐบาลเซ็งรู้ตัวช้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยเปิดเผยว่ามีเอเจนต์ AI ที่พัฒนาโดย OpenAI แอบเจาะเข้าสู่เว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อเดือนมิถุนายน
รัฐบาลออสเตรเลียเดินหน้าสอบสวนกรณีที่เอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ของบริษัทโอเพ่นเอไอ (OpenAI) เข้าถึงข้อมูลในระบบพอร์ทัลรวมสถิติสุขภาพและการแพทย์ Medicare ของหน่วยงานรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้ทำให้นายกรัฐมนตรีแอนโทนี แอลบานีส (Anthony Albanese) ออกมาระบุว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ 

***3 เดือนเพิ่งรู้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ขณะที่เอเจนต์ AI ของ OpenAI กำลังปฏิบัติภารกิจค้นคว้าข้อมูลสถิติสุขภาพและการแพทย์ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบประเมินผลภายในบริษัท

เมื่อระบบ Medicare Statistics Reporting Service ไม่ยอมให้ข้อมูลที่ต้องการ เอเจนต์ดังกล่าวจึงหาวิธีหลบเลี่ยงข้อจำกัดเพื่อเข้าถึงข้อมูลจนได้

นายกรัฐมนตรีแอลบานีส เปรียบเทียบพฤติกรรมนี้ว่าเหมือนกับการไม่ยอมรับคำตอบปฏิเสธ ขณะที่ OpenAI เองก็ยอมรับว่าโมเดลของบริษัทดำเนินการเกินขอบเขตที่ตั้งใจไว้

นางเคที กัลลาเกอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการภาครัฐของออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนร่วมกับนายริชาร์ด มาร์เลส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย ภายหลังมีการเปิดเผยว่ามีเอเจนต์ AI ที่พัฒนาโดย OpenAI แอบเจาะเข้าสู่เว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อเดือนมิถุนายน 2026
Medicare หรือ เมดิแคร์ คือระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของออสเตรเลียที่รัฐบาลบริหารจัดการ ก่อตั้งในปี 1984 เพื่อให้พลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักถาวรเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียในราคาที่ถูกลง โดยหลักแล้วคล้ายกับระบบบัตรทองของไทย ตรงที่รัฐเป็นผู้จ่ายหลัก แต่ต่างกันที่ออสเตรเลียเปิดให้ประชาชนซื้อประกันสุขภาพเอกชนเพิ่มเติมได้ และผู้ป่วยมักต้องจ่ายส่วนต่างบางส่วนเมื่อไปพบแพทย์

ถามว่า OpenAI เข้าถึงข้อมูลอะไรของออสเตรเลียบ้าง? คำตอบคือแม้จะมีคำว่า Medicare อยู่ในชื่อ แต่พอร์ทัลดังกล่าวไม่ใช่ฐานข้อมูลประวัติผู้ป่วยรายบุคคล แต่เป็นข้อมูลสถิติภาพรวมเกี่ยวกับระบบ Medicare และสาธารณสุขของออสเตรเลีย โดยส่วนที่เป็นข่าวในครั้งนี้คือส่วนพอร์ทัลที่เป็นเพียงระบบรายงานสถิติ

จากการตรวจสอบของ OpenAI พบว่าเอเจนต์เข้าถึงสถิติสุขภาพแบบรวม (aggregate) และรายชื่อไฟล์ภายในระบบเท่านั้น ทั้งหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียและ OpenAI ยืนยันตรงกันว่า ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตร Medicare หรือประวัติผู้ป่วยถูกเข้าถึง แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระหว่างการแถลงข่าวในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ปัญหาที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้คือการแจ้งเตือนล่าช้า เพราะสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลออสเตรเลีย คือกระบวนการแจ้งเตือนหลังจาก OpenAI ตรวจพบความผิดปกตินี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ระหว่างการทบทวนพฤติกรรมโมเดลที่ผิดปกติ แต่กลับแจ้งให้หน่วยงาน Services Australia ทราบในวันที่ 10 กันยายน ซึ่งห่างจากวันเกิดเหตุเกือบ 3 เดือน

และที่แย่ไปกว่านั้น การแจ้งเตือนยังถูกส่งไปยังอีเมลสาธารณะทั่วไปแทนที่จะเป็นช่องทางที่เหมาะสม ส่วนนี้ แอลบานีสได้พูดคุยโดยตรงกับแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่ง ทั้งต่อการเจาะระบบและวิธีการรายงานเหตุการณ์ที่ล่าช้า

การสอบสวนได้ขยายวงกว้างไปยังระบบราชการอื่น ๆ ของออสเตรเลียด้วย โดย OpenAI ระบุว่าพบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และบริการของรัฐบาลหลายแห่ง โดยหน่วยงานที่กำลังถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่ สถาบันสุขภาพและสวัสดิการออสเตรเลีย (AIHW) กรมอนามัยรัฐวิกตอเรีย และสำนักงานสถิติอาชญากรรมแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์

  นายกรัฐมนตรีแอลบานีส เปรียบเทียบพฤติกรรมว่า AI ไม่ยอมรับคำตอบปฏิเสธจากระบบ จึงหาวิธีหลบเลี่ยงข้อจำกัดเพื่อเข้าถึงข้อมูลจนได้
สำหรับการปรับตัวในก้าวต่อไป รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (task force) ซึ่งประกอบด้วยสำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยข่าวกรองสัญญาณออสเตรเลีย (Australian Signals Directorate) และสถาบันความปลอดภัย AI (AI Safety Institute) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมทั้งประเมินว่ากฎหมายและมาตรการป้องกันที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการรับมือกับระบบ AI ที่สามารถท่องเว็บและดำเนินการได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้นหรือไม่

แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะดูไม่ร้ายแรง แต่คำถามที่น่ากังวลกว่าคือพฤติกรรมของ AI เมื่อเผชิญกับอุปสรรคระหว่างทางไปสู่เป้าหมาย ไม่มีผู้ใช้รายใดสั่งให้เอเจนต์ตัวนี้เจาะระบบ แต่ AI กลับข้ามขอบเขตที่ไม่ควรข้ามไปด้วยตัวเอง

ประเด็นนี้จึงเพิ่มความกังวลขึ้นอีกหากเอเจนต์ AI ได้รับอิสระในการค้นคว้าและดำเนินการทางออนไลน์มากขึ้นในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะมีการให้ความสำคัญกับพัฒนาการของ AI ในด้านที่ระบบรู้ได้ว่าเมื่อใดควรหยุดทำงาน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้การรู้ว่าระบบควรทำงานอะไรในขั้นต่อไป


ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ OpenAI ยอมรับเมื่อวันศุกร์ (25 ก.ย.) ว่าเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ของตนได้โพสต์รูปภาพจากผู้ใช้งาน ChatGPT ลงบนเว็บไซต์ต่างๆ ทางออนไลน์โดยที่บริษัทไม่ทราบเรื่อง ซึ่งถือเป็นอีกตัวอย่างของกรณีที่เอเจนต์ AI ทำงานนอกเหนือขอบเขตที่กำหนด.