สถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรในหลายจุด กำลังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาการแพร่กระจายของข่าวบิดเบือนบนโลกออนไลน์ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความตื่นตระหนกของประชาชน พร้อมสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาควบคุมและตรวจสอบข้อมูลเท็จอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลสภาพอากาศที่ถูกต้องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สั่งการให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดระบุว่า ในวันที่ 27 กันยายน 2569 แม้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ในภาพรวมปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีระบุว่าปัญหาสำคัญในขณะนี้คือการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดีในการสร้างและส่งต่อข้อมูลบิดเบือน (Fake News) ทั้งกรณีการเกิดพายุฝนรุนแรงเกินจริงจนสร้างความกังวลในวงกว้าง ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้ชี้แจงระบบมาตรฐานการแจ้งเตือนภัย โดยระบุว่ากรณีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ เช่น พายุโซนร้อน ระบบจะมีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ขณะที่สถานการณ์ฝนตกเฉพาะพื้นที่จะใช้แนวทางการมอนิเตอร์และปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง (Real-time Tracking) โดยมีการอัปเดตข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ภาคธุรกิจ ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีได้ประสานหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมระบบสื่อสารและมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างทันท่วงที โดยขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบและรับฟังข้อมูลจากแหล่งทางการเท่านั้น สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถประสานงานขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางสายด่วนและระบบดิจิทัล ดังนี้
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): สายด่วน 1784 หรือ Line Official @1784DDPM เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลืออพยพ
- กรุงเทพมหานคร สายด่วน 1555 หรือระบบแจ้งเหตุอัจฉริยะผ่าน Line @Traffyfondue สำหรับปัญหาน้ำท่วมขังในเขต กทม.
- จิตอาสาพระราชทาน สายด่วน 1510 สำหรับประสานทีมกู้ภัยเข้าพื้นที่น้ำท่วมขัง
- ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) สายด่วน 1111 กด 5 แจ้งเหตุและติดตามการเตือนภัย
- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สายด่วน 1669 กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินและเรียกรถพยาบาลกู้ชีพ
- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สายด่วน 1374 ประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศ


