เรนบอมบ์ (Rain Bomb) เป็นคำเรียกปรากฏการณ์ฝนเทกระหน่ำที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเฝ้าระวังภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในช่วงวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ภาวะ Rain Bomb นี้ทำให้หลายจังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมขังตามจุดเสี่ยงเหมือนทุกปี แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ประชาชนไม่ต้องรอเห็นน้ำท่วมถนนด้วยตาตัวเองอีกต่อไป เพราะมีข้อมูลแบบเรียลไทม์จากหลายหน่วยงานให้เช็กล่วงหน้าได้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน
ข้อมูลแบบเรียลไทม์เหล่านี้สามารถตอบโจทย์เบื้องต้นได้ ที่ผ่านมา เมื่อมีฝนตกหนัก คนกรุงเทพฯ มักต้องพบเจอปัญหาเดิมซ้ำซาก คือรถติดสะสมเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าถนนสายไหนน้ำเริ่มท่วม ซึ่งหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทั้งกรุงเทพมหานคร กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ GISTDA ต่างเปิดให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเช็กสถานการณ์น้ำและฝนแบบเรียลไทม์มากขึ้น ทำให้ข้อมูลฝนและน้ำท่วมสามารถเข้าถึงได้ที่หน้าจอของทุกคน
***วัดระดับน้ำ ดูถนน อ่านความเสี่ยง
ระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนน (https://weather.bangkok.go.th/) ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จะทำงานร่วมกับเซนเซอร์ที่ กทม. ติดตั้งไว้วัดระดับน้ำท่วมผิวจราจร กระจายอยู่หลายร้อยจุดทั่วเมือง โดยเฉพาะถนนสายหลัก อุโมงค์ข้ามแยก และจุดเสี่ยงเดิม ข้อมูลจะถูกส่งเข้าศูนย์ควบคุมกลางแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ตัดสินใจสั่งเดินเครื่องสูบน้ำและจัดการจราจรในจุดวิกฤต
ประชาชนสามารถเข้าไปดูค่าระดับน้ำได้เองผ่านเว็บไซต์ weather.bangkok.go.th/Flood ซึ่งจะแสดงเป็นตารางวัน-เวลาเทียบกับระดับน้ำ ทำให้เห็นทั้งค่าปัจจุบันและแนวโน้มว่าน้ำกำลังขึ้นหรือลง
นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV เชื่อมมือถือผ่านแอปอย่าง BMA Live Traffic และ BMA Traffic จากสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ให้ผู้ใช้ดูภาพสดจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ พร้อมดัชนีรถติด ส่วนระบบ TVIS เพิ่มฟังก์ชันเรดาร์ฝนและแนะนำเส้นทางเลี่ยงเข้าไปด้วย ขณะที่แอป ITIC เปิดให้ประชาชนอัปโหลดภาพน้ำท่วมพร้อมพิกัดด้วยตัวเอง เป็นการผสมข้อมูลจากภาครัฐเข้ากับข้อมูลจากประชาชนโดยตรง
ในส่วนข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ แอป "เช็คน้ำ" ของ GISTDA นำข้อมูลดาวเทียมที่เคยใช้เฉพาะในวงงานวิชาการมาแปลงเป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เพียงปักหมุดตำแหน่งตัวเอง แอปจะบอกทันทีว่าพื้นที่นั้นปกติหรือมีความเสี่ยง พร้อมแถบสีไล่ระดับความรุนแรงตั้งแต่เขียวไปจนถึงแดง และยังคาดการณ์เปอร์เซ็นต์โอกาสฝนตกรายชั่วโมงได้ด้วย
นอกเหนือจากระดับกรุงเทพฯ ยังมีแอป "DWR4THAI" จากกรมทรัพยากรน้ำ ที่รวมการแจ้งเตือนน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากตามจังหวัด ข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญ และเรดาร์ฝนติดตามกลุ่มฝนที่กำลังเคลื่อนตัว เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือภาคธุรกิจที่ต้องวางแผนโลจิสติกส์ล่วงหน้า
ส่วน ThaiWater จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่เป็นภาพรวมใหญ่ เชื่อมข้อมูลตั้งแต่พายุ ฝน ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเทียบกับระดับวิกฤต ไปจนถึงสถานการณ์เขื่อนและคลื่นทะเล ครอบคลุมทั้งคนเมืองและชุมชนชายฝั่ง
ด้วยตัวช่วยเหล่านี้ คนไทยสามารถรับข้อมูลล่วงหน้าก่อนออกจากบ้าน โดยเปิดเว็บ weather.bangkok.go.th/Flood หรือแอป BMA Live Traffic เช็กว่าเส้นทางที่จะใช้มีจุดน้ำขังหรือไม่ และระหว่างเดินทาง สามารถใช้ TVIS หรือ ITIC ดูภาพสดจากกล้อง CCTV เพื่อแยกให้ออกว่ารถติดเพราะฝนหรือเพราะอุบัติเหตุ จะได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางได้ทัน
นอกจากนี้ยังวางแผนล่วงหน้าข้ามวัน เมื่อใช้แอปเช็คน้ำของ GISTDA ดูเปอร์เซ็นต์โอกาสฝนตกรายชั่วโมง โดยสำหรับคนอยู่ริมน้ำหรือเดินทางข้ามจังหวัด สามารถติดตาม DWR4THAI และ ThaiWater เพื่อดูสถานการณ์เขื่อนและระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก
ประโยชน์ที่ชัดเจนของการเรียกดูข้อมูลน้ำขังในประเทศ คือช่วยลดความเสี่ยงของการขับรถเข้าไปติดอยู่กลางน้ำท่วมโดยไม่รู้ตัว และช่วยให้หน่วยงานตัดสินใจบริหารจัดการน้ำและจราจรได้เร็วขึ้น แต่ข้อจำกัดสำคัญคือระบบเหล่านี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อประชาชนเปิดใช้งานจริงและเปิดการแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้า หากดาวน์โหลดแอปเก็บไว้เฉยๆ โดยไม่เคยเปิดดูในวันฝนตก ข้อมูลที่มีอยู่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้.


