xs
xsm
sm
md
lg

รู้ทันสมาร์ททีวีแอบสอดแนมเก็บข้อมูลผู้ใช้ เช็ก 5 วิธีตั้งค่าปิดด่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจากช่องยูทูบสายรีวิวฮาร์ดแวร์ Gamers Nexus ปล่อยคลิปยาวกว่า 2 ชั่วโมงกล่าวหาว่าทีวี LG แอบบันทึกเสียงแม้ในตอนที่ดูเหมือนปิดเครื่องอยู่
วงการทีวีทั่วโลกกำลังปั่นป่วน หลังช่องยูทูบสายรีวิวฮาร์ดแวร์ Gamers Nexus ปล่อยคลิปยาวกว่า 2 ชั่วโมงกล่าวหาว่าทีวี LG แอบบันทึกเสียงแม้ในตอนที่ดูเหมือนปิดเครื่องอยู่ พร้อมติดตามพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และยังมีช่องโหว่ที่อาจถูกแฮ็กจากระยะไกลจนกลายเป็นอุปกรณ์สอดแนมในบ้านได้

สื่อต่างประเทศมองเรื่องนี้ว่าแม้บางข้อกล่าวหาในคลิปจะยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนและมีการคาดเดาปนอยู่มาก แต่ประเด็นที่เป็นความจริงคือ ไม่ใช่แค่ LG เท่านั้น เพราะทีวีแทบทุกยี่ห้อในตลาดต่างก็เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้และแบ่งปันให้พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพียงแต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ "ยินยอม" โดยไม่รู้ตัว

เหตุผลว่าทำไมทีวีถึงต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้ นั้นเกี่ยวกับราคาสมาร์ททีวีที่ถูกลงเรื่อย ๆ จนบางแบรนด์ขายแบบขาดทุน เนื่องจากผู้ผลิตบางรายสามารถทำกำไรคืนจากการขายข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ที่เก็บผ่านระบบปฏิบัติการของทีวีแทน และอาจเป็นเหตุผลที่ Walmart เข้าซื้อกิจการ Vizio ในปี 2024

หัวใจของการสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้ คือระบบที่เรียกว่า Automatic Content Recognition (ACR) หรือระบบจดจำเนื้อหาอัตโนมัติซึ่งฝังอยู่ในทีวีอัจฉริยะแทบทุกรุ่นในปัจจุบัน


ACR จะทำงานคล้ายลายนิ้วมือดิจิทัล เริ่มจากระบบจะดักจับเสียงหรือภาพสั้น ๆ จากสิ่งที่กำลังฉายอยู่บนจอ ไม่ว่าจะมาจากแอปสตรีมมิงในตัวเครื่องหรือสัญญาณที่เสียบเข้าพอร์ตต่าง ๆ แล้วแปลงเป็นรหัสดิจิทัลเพื่อส่งไปเทียบกับฐานข้อมูลกลางว่ากำลังดูอะไรอยู่ ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้แนะนำคอนเทนต์ ยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และยังใช้วัดเรตติ้งข้ามแพลตฟอร์มให้บริษัทอย่าง Nielsen ด้วย

ปัญหาคือการขอความยินยอมมักถูกซ่อนอยู่ในข้อตกลงยืดยาวที่อ่านยาก และบางแบรนด์ยังใช้การออกแบบหน้าจอที่หลอกล่อให้ผู้ใช้กดยอมรับโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องกดก็ได้ ตัวอย่างจากคลิปของ Gamers Nexus พบว่าทีวี LG แสดงข้อตกลงถึง 6 หน้าจอ รวมถึงข้อตกลงเปิดใช้งาน ACR โดยเคอร์เซอร์ถูกตั้งค่าให้ชี้ไปที่ "เลือกทั้งหมด" ไว้ล่วงหน้า ทั้งที่จริง ๆ จำเป็นต้องยอมรับแค่ 2 ข้อตกลงเท่านั้นเพื่อใช้งานทีวีต่อ

นอกเหนือจากการติดตามพฤติกรรมการดูแล้ว คลิปของ Gamers Nexus ยังพบประเด็นด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงกว่า เช่น การบันทึกภาพและเสียงจากในห้องแม้ทีวีจะดูเหมือนปิดอยู่ การส่งข้อมูลเครือข่ายภายในบ้านกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ LG และการบันทึกเสียงพื้นหลังขณะใช้ฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียง โดยทีม Gamers Nexus และ Level1Techs สามารถเจาะช่องโหว่ เพื่อควบคุมทีวีและเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่น่ากลัวที่สุด คือการแอบบันทึกวิดีโอผ่านกล้องเว็บแคมที่ทีมทดสอบต่อพ่วงเข้าไปเอง ซึ่งเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการรูตเครื่องผ่านช่องโหว่ที่ต้องอาศัยการเข้าถึงเครือข่ายก่อน หมายความว่าผู้ไม่หวังดีต้องเจาะเข้าเครือข่ายในบ้านให้ได้ก่อนถึงจะใช้ช่องโหว่นี้ ซึ่งก็ยังถือเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่จริงจัง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติกับผู้ใช้ทั่วไป

ทีมทดสอบยังพบว่าเมื่อเปิดไมค์เพื่อค้นหาด้วยเสียง ทีวีจะบันทึกเสียงต่อไปอีก 10-15 วินาทีหลังจากตรวจจับคำพูดครั้งสุดท้าย และสามารถตรวจจับคำปลุกเรียกเครื่อง "hi LG" จากระยะไกลกว่าที่คาดไว้ แต่ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ทีมทดสอบเปิดฟีเจอร์ไมค์ระยะไกลและปรับความไวของไมค์ขึ้นสูงสุดเองด้วย



แม้รีวิวเหล่านี้จะพูดถึงตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก แต่สมาร์ททีวีหลายแบรนด์ก็วางขายและใช้งานทั่วไปในไทยเช่นกัน จึงมีโอกาสที่ข้อมูลพฤติกรรมการรับชม รวมถึงเสียงพูดคุยในบ้าน อาจถูกเก็บและส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศโดยที่คนไทยไม่รู้ตัว

***5 วิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้น

1. สื่อต่างประเทศอย่าง The Verge แนะนำว่าแทนที่จะใช้อีเมลหลัก ผู้ใช้สามารถปกป้องตัวเองขั้นต้นได้โดยเลือกใช้อีเมลสำรองสำหรับล็อกอินเข้าระบบปฏิบัติการทีวีและแอปสตรีมมิงต่าง ๆ

2. เมื่อตอนตั้งค่าเครื่องครั้งแรก ควรเลือกยอมรับเฉพาะข้อตกลงที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้ทีวีใช้งานได้เท่านั้น และปฏิเสธ ACR ซึ่งบางแบรนด์ตั้งชื่อแตกต่างกันไป เช่น Enhanced Viewing, Smart TV Experience หรือ Samba Interactive TV

3. ควรติดตามเข้าไปไล่เช็กเมนูตั้งค่าทั้งหมดหลังติดตั้งเครื่อง เพื่อปิดสวิตช์การติดตามโฆษณาและการเก็บข้อมูลที่อาจแอบเปิดอยู่

4. หากไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียง ให้หลีกเลี่ยงการเปิดใช้งานไปเลย ส่วนนี้อาจต้องหมั่นตรวจซ้ำเป็นระยะ เพราะผู้ผลิตสมาร์ททีวีอาจอัปเดตซอฟต์แวร์และรีเซ็ตค่าบางอย่างกลับไปเป็นค่าเริ่มต้น จึงควรเข้าไปตรวจสอบเมนูความเป็นส่วนตัวซ้ำหลังการอัปเดตระบบทุกครั้ง

5. ปิด Wi-Fi และถอดสาย Ethernet ออกจากตัวทีวี แล้วใช้กล่องสตรีมมิงจากยี่ห้อที่ไว้ใจได้ต่อพ่วงแทน เพื่อลดการเก็บข้อมูลผ่าน ACR ของตัวทีวีเอง

ทั้งนี้ The Verge ชี้ว่าไม่มีวิธีใดที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวได้ 100% ตราบใดที่ยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ และมองว่าทางออกระยะยาวต้องมาจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับประเทศที่บังคับให้ต้องขอความยินยอมแบบเลือกเข้าร่วม หรือ opt-in อย่างโปร่งใส ไม่ใช้ลูกเล่นหลอกล่อ จนผู้บริโภคหลงกลอย่างที่เคยเป็นมา.