xs
xsm
sm
md
lg

'ไชยชนก' ดัน D/ID ซ่อนชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรบนพัสดุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ไชยชนก' พลิกโฉมพัสดุ เดินหน้า D/ID ปิดข้อมูลส่วนตัวบนหน้ากล่องพัสดุ ชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรเปลี่ยนเป็น QR Code หลังทดลอง 24,000 คน เปิดให้ประชาชนใช้แล้ว

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เดินหน้าพัฒนา Digital Post ID หรือ D/ID รหัสจัดส่งดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนจากการแสดงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์บนจ่าหน้าซองหรือกล่องพัสดุ มาเป็น QR Code ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น พร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง

ปัจจุบันประชาชนสามารถดาวน์โหลด D/ID และสร้างรหัสจัดส่งดิจิทัลของตนเองเพื่อใช้งานได้แล้ว หลังไปรษณีย์ไทยเริ่มทดลองระบบกับบุคลากรกว่า 24,000 คน และเตรียมขยายการรับรู้และการทดลองใช้งานไปยังประชาชน ตลอดจนต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการด้านต่างๆ

นายไชยชนก กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขคือสแกมเมอร์และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ การพัฒนา D/ID จึงนำแนวคิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้ามาใช้กับระบบขนส่งโดยตรง พร้อมวางเป้าหมายให้เทคโนโลยีดังกล่าวใช้งานได้จริงและไม่สร้างภาระแก่ประชาชน

"D/ID จะเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่เป็นการเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้บนจ่าหน้าซองหรือกล่องพัสดุ ให้กลายเป็น QR Code เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง โดยยึดความปลอดภัย ความสะดวก และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ" นายไชยชนก กล่าว


ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนา D/ID ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยเปลี่ยนจากการระบุชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อแบบเต็ม มาเป็นรหัสจัดส่งดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับจุดจัดส่ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการจัดส่ง รวมถึงเตรียมความพร้อมสู่การได้รับ Certificate Trust Mark เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการดิจิทัล

สำหรับระยะต่อไป ไปรษณีย์ไทยเตรียมขยาย D/ID ไปสู่การใช้งานในวงกว้าง รวมถึงเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลในระบบรับ-ส่งสินค้า ตลอดจนพัฒนา Address ID ให้สามารถเชื่อมโยงกับบริการด้านอื่น ไม่จำกัดเฉพาะภาคขนส่ง

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางต่อยอด D/ID ไปสู่การระบุพิกัดเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งและวางแผนช่วยเหลือได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และไม่สร้างภาระในการใช้บริการ

"ในระยะต่อไป ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนา D/ID ให้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น ทั้งการเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงการพัฒนา Address ID ให้สามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์กับบริการด้านต่างๆ ในอนาคต ไม่จำกัดเฉพาะการขนส่ง" ดร.ดนันท์ กล่าว


ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กล่าวว่า PDPC จะสนับสนุนการนำหลัก Privacy by Design และการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบและบริการ โดยเฉพาะเมื่อ D/ID ขยายการใช้งานและเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน หรือบริการอื่นในอนาคต ซึ่งต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย กำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม มีความโปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของประชาชนเป็นสำคัญ

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายวาง D/ID ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ควบคู่กับการลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกระบวนการจัดส่ง โดยประชาชนสามารถสร้างรหัสจัดส่งดิจิทัลของตนเองเพื่อเริ่มใช้งานได้แล้ว