xs
xsm
sm
md
lg

แซม อัลท์แมน ยอมรับ โลกมีสิทธิ์ที่จะกลัวอำนาจกระจุกตัวของบริษัท AI

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



15 กันยายน 2026 เวทีดรีมฟอร์ซ (Dreamforce 2026) ที่เมืองซานฟรานซิสโกกลายเป็นจุดศูนย์กลางของวงการเทคโนโลยีโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะ "เซลส์ฟอร์ซ" (Salesforce) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ แต่เพราะการปรากฏตัวของ “สามยักษ์ใหญ่” แห่งวงการปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ เจนเซ่น หวง จาก Nvidia, ดาริโอ อาโมเด จาก Anthropic และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แซม อัลท์แมน แห่ง OpenAI ที่มานั่งจับเข่าคุยกับ มาร์ค เบนิออฟฟ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Salesforce

***โลกมีสิทธิ์ที่จะกลัว

อัลท์แมนกล่าวอย่างตรงไปตรงมาบนเวทีว่า ประชาชนทั่วโลกมีสิทธิ์ที่จะกลัวอำนาจที่อาจกระจุกตัวอยู่ในมือบริษัท AI ไม่กี่แห่ง

“มีบริษัทที่อาจจะได้พลังมากเกินไป สามารถมีอิทธิพลเกินควรต่อเศรษฐกิจ และผลักดันมุมมองโลกออกไปสู่ผู้คนได้” อัลท์แมนกล่าว “และผมคิดว่าโลกมีสิทธิ์ที่จะกลัวเรื่องนี้”

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวปราศรัยขณะที่ Marc Benioff ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Salesforce รับฟัง ในงานประชุม Dreamforce 2026 ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026
คำพูดนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ AI เมื่อไม่นานมานี้ โมเดลของ OpenAI ที่กำลังทดสอบได้ “หลุด” ออกจากสภาพแวดล้อมควบคุม แล้วแฮ็กเข้าไปในระบบของ Hugging Face เพื่อหาคำตอบและทำคะแนนสอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ อัลท์แมนเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “อุบัติเหตุที่แย่ที่สุดที่เราเคยเจอ” ไม่ใช่แค่ปัญหาความปลอดภัย แต่เป็นปัญหาด้านการจัดการอย่างแท้จริง

“โมเดลเหล่านี้เก่งขึ้นเร็วมาก จนเราต้องปฏิบัติต่อเรื่อง alignment การติดตาม และการรักษาความปลอดภัยด้วยมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม” อัลท์แมนย้ำ

บนเวที Dreamforce อัลท์แมนยังวิจารณ์กรอบการถกเถียงที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ในเรื่องการชะลอความเร็วในการพัฒนาโมเดลระดับสูง หลัง ดาริโอ อาโมเด เขียนบทความเรียกร้องให้บริษัทแถวหน้าชะลอการพัฒนา AI และได้รับเสียงสนับสนุนจากอัลท์แมนเอง รวมถึงอีลอน มักส์ (Elon Musk) ในเวลานั้น


แนวคิดของ CEO Anthropic นั้นใช้คำว่า Pace the Frontier เพื่อเน้นการควบคุมจังหวะการพัฒนาโมเดล AI ระดับ frontier ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก ไม่ให้เร่งพัฒนาความสามารถเร็วเกินไป จนกว่าความปลอดภัย และการกำกับดูแลจะตามทัน จุดสำคัญของแนวคิดนี้ไม่ได้เรียกร้องให้หยุดพัฒนา AI โดยสิ้นเชิง แต่ต้องการให้บริษัทผู้พัฒนาโมเดลชั้นนำได้เดินอย่างมีจังหวะ จุดนี้เองที่อัลท์แมนมองว่ามีเงื่อนไขแฝงในคำพูด

“มีบริษัทพูดว่า จะรับผิดชอบก็ต่อเมื่อบริษัทอื่นรับผิดชอบด้วย” อัลท์แมนกล่าว “ประชาชนอยากรู้ว่าบริษัทจะทำอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น’ ไม่ควรมีเงื่อนไขใด ๆ ติดอยู่กับคำพูดนั้น”

อัลท์แมนย้ำว่า OpenAI พร้อมที่จะทำให้ความปลอดภัยนำหน้าความสามารถเสมอ หรือไม่ก็ชะลอหรือหยุดลงหากจำเป็น

“ผมมั่นใจในความสามารถของบริษัทเราและของอุตสาหกรรมที่จะทำเรื่องนี้อย่างปลอดภัย” แต่ก็แสดงความผิดหวังกับวิธีที่ประเด็นนี้ถูกนำเสนอ “โลกควรเชื่อใจว่าเราจะทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมันคือสิ่งที่ถูกต้อง และเพราะเรารู้สึกถึงน้ำหนักของเรื่องนี้”

อัลท์แมนย้ำว่า OpenAI พร้อมที่จะทำให้ความปลอดภัยนำหน้าความสามารถเสมอ หรือไม่ก็ชะลอหรือหยุดลงหากจำเป็น
นอกจากประเด็นความปลอดภัย อัลท์แมนยังพูดถึงอนาคตของเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์ทำงานและใช้ชีวิต

“AI ที่สร้างอินเทอร์เฟซขึ้นมาได้ทันที เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งที่สุดที่ผมเคยเห็นในการใช้เทคโนโลยี” อัลท์แมนกล่าว

หลังจากยุคแชทบอทและเอเจนต์เขียนโค้ด ต่อไปจะเป็นยุคที่ AI ทำงานให้มนุษย์ตลอดเวลา แต่อัลท์แมนย้ำว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะเก่งแค่ไหน โลกจะยังคงเป็น “โลกที่มนุษย์เป็นศูนย์กลางอย่างเต็มที่”

“ผู้คนสนใจเรื่องของมนุษย์ด้วยกันมากที่สุด ไม่ใช่เครื่องจักร” อัลท์แมนกล่าว “เราจะอยู่ในโลกที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีแค่ไหนก็ตาม”

อัลท์แมนย้ำว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะเก่งแค่ไหน โลกจะยังคงเป็น “โลกที่มนุษย์เป็นศูนย์กลางอย่างเต็มที่”
สำหรับ ดาริโอ อาโมเด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anthropic ได้ขึ้นเวทีในช่วง keynote และยืนยันจุดยืนจากบทความ “We Must Pace the Frontier” โดยสนับสนุนการชะลอความเร็วในการพัฒนาโมเดล frontier เพื่อให้ความปลอดภัยตามทัน 

งานนี้ อาโมเดยังตัวอย่างเปรียบเทียบกับบริษัทผลิตรถยนต์ ว่าถ้าบริษัทอื่นมีอุบัติเหตุด้านความปลอดภัย ไม่ควรโจมตี แต่ควรหันกลับไปตรวจตัวเองก่อน เบื้องต้นเสนอแผน 3 ขั้นตอน ให้บริษัทตรวจสอบตัวเองและลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้น อุตสาหกรรมร่วมกันตั้งมาตรฐาน มีการประสานงานระดับนานาชาติ ก่อนจะย้ำว่า “Pace the Frontier” ไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่เป็นการทำให้ความปลอดภัยนำหน้าความสามารถ บอกว่าแม้จะหยุดพัฒนาโมเดลตอนนี้ โลกยังใช้ประโยชน์จาก AI ได้เพียง 5-10% ของศักยภาพเท่านั้น

ดาริโอ อาโมเด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anthropic ได้ขึ้นเวทีในช่วง keynote และยืนยันจุดยืนจากบทความ “We Must Pace the Frontier”

ดาริโอ อาโมเด และ มาร์ค เบนิออฟฟ์ โดยมาร์คนั้นแสดงท่าทีเป็นกลางเรื่องความเร็วของ AI ว่าบริษัทควรรับผิดชอบตัวเอง หากรู้สึกว่าควรชะลอ ก็ควรชะลอ

แม้จะหยุดพัฒนาโมเดล AI ตอนนี้ อาโมเดเชื่อว่าโลกก็ยังใช้ประโยชน์จาก AI ได้เพียง 5-10% ของศักยภาพเท่านั้น
ในขณะที่อาโมเดแสดงความประหลาดใจกับความเร็วของทั้งเทคโนโลยีและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเร็วเกินคาด ฝั่งเจนเซ่น หวง ที่ขึ้นเวทีถัดจาก Amodei ได้แสดงมุมมองที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยบอกว่าความปลอดภัยเป็นปัญหาทางวิศวกรรม ไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมาย ก่อนจะย้ำว่าโลกไม่ต้องการกฎหมายหรือกฎระเบียบใหม่ และเชื่อว่าแรงกดดันจากตลาดเพียงพอแล้ว และบริษัทที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ควรปล่อยออกไป

หวงย้ำด้วยว่าความเร็วและความปลอดภัยไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมองว่า AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก พร้อมกับปฏิเสธแนวคิดที่ว่า AI จะทำลายซอฟต์แวร์หรือทำลายงานลงไป.

เจนเซ่น หวง ขึ้นเวทีถัดจาก Amodei ได้แสดงมุมมองที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน

หวงมองว่า บริษัทที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ควรปล่อยออกไป

เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ในการประชุม Dreamforce 2026 ในซานฟรานซิสโกแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกา 15 กันยายน 2569