xs
xsm
sm
md
lg

Kintone ขยายทีมงานไทยเท่าตัว ปีนี้ส่ง AI Agent รุกตลาด SME ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คินโทน (Kintone) ลุยขยายทีมงานในไทยเพิ่มขึ้นเท่าตัวเพื่อรองรับการดูแลลูกค้าใกล้ชิด เดินหน้าร่วมมือพาร์ทเนอร์สร้างระบบนิเวศและขยายโซลูชันสู่กลุ่มลูกค้า B2B รุกหนักปมต้นทุนด้วยการทำราคาพิเศษสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมดันตลาดอาเซียนให้ SME เริ่มต้น Digital Transformation ได้ฉลุยด้วยฟีเจอร์ใหม่ AI Agent ภูมิใจสัดส่วนลูกค้าเปลี่ยนจากบริษัทญี่ปุ่นในช่วงแรก มาเป็นบริษัทไทย 50% และบริษัทญี่ปุ่น 50% ในปัจจุบัน

นายน้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการบริษัท Kintone Thailand กล่าวในงาน Kintone Days Global 2026 ถึงทิศทางบริษัทในปีนี้ ว่าได้ตั้งเป้าขยายการใช้งานในประเทศไทยให้ครบ 1,000 บริษัทภายในช่วงปี 2028 โดยมีแรงส่งเร่งการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีนี้และปีหน้า

"ปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ใหญ่และมีฐานลูกค้ามากของ Kintone ในภูมิภาค โครงสร้างธุรกิจในประเทศไทยกว่า 90% เป็นกลุ่ม SME ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่กลับขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรไอทีมากที่สุด Kintone จึงมุ่งเน้นการเจาะตลาด SME เพื่อช่วยให้พนักงานทุกฝ่ายสร้างเครื่องมือทำงานได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาทีมไอที"

Kintone นั้นเปิดตัวให้บริการในปี 2011–2012 และได้เข้ามาเปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2020 ในช่วงแรก Kintone เน้นให้บริการกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทไทยจนมีสัดส่วนลูกค้าไทยและญี่ปุ่นเท่ากันที่ 50% ในปัจจุบัน

น้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการบริษัท Kintone Thailand บนเวที Kintone Days Global 2026
Kintone เชื่อว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีที่มีความเชี่ยวชาญอย่างหนักในทุกๆ ปี บริษัทจึงมุ่งเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการเป็นโซลูชันที่ออกแบบให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้เอง โดยมีสัดส่วนผู้ใช้กว่า 80% ที่ไม่ใช่ฝ่ายไอที แต่เป็นผู้จัดการฝ่ายขายหรือฝ่ายบุคคลที่เข้าใจกระบวนการทำงานของตัวเองดีอยู่แล้ว

Kintone วางจุดขายในการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือพื้นฐานแบบ No-code ที่ช่วยให้ทุกองค์กรสามารถเปลี่ยนข้อมูลกระดาษหรือระบบเดิมให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลได้ง่าย ขณะเดียวกันก็ก้าวข้ามความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย ควบคุมให้ข้อมูลลับคงอยู่ในแผนกที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

โยชิฮิสะ อาโอโนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไซโบสุ อิงค์ (Cybozu, Inc) บริษัทแม่ของ Kintone กล่าวย้ำถึงหลักฐานที่ยืนยันว่า Kintone ใช้งานง่ายจนใครๆ ก็สร้างระบบได้ คือกรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีวัดมีรูปแบบการดำเนินงานคล้ายธุรกิจในการจัดเก็บฐานข้อมูลผู้มาติดต่อและงานพิธีกรรมต่าง ๆ

"พระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งซึ่งไม่มีพื้นฐานหรือประสบการณ์ด้านไอทีเลย สามารถเรียนรู้และสร้างระบบฐานข้อมูลจัดการงานภายในวัดบน Kintone ได้ด้วยตนเองทั้งหมด และสามารถนำระบบดังกล่าวไปนำเสนอจนคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันของ Kintone ที่ประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จ"

  โยชิฮิสะ อาโอโนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไซโบสุ อิงค์ (Cybozu, Inc) บริษัทแม่ของ Kintone
ในช่วงปีนี้ บริษัทเผยว่าได้เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ AI Agent บน Kintone เพื่อให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนทำงานแทนมนุษย์ในการสื่อสารระดับนานาชาติ โดยพนักงานคนไทยเพียงแค่ส่งรายงานเป็นภาษาไทยและกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ระบบจะส่งต่อรายงานที่แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนไปยังผู้จัดการในแต่ละประเทศได้ทันที

"การใช้งาน Kintone มีความยืดหยุ่นสูงครอบคลุมทั้งงาน Back Office ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ไปจนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ สามารถเปลี่ยนงานเอกสารกระดาษ หรือไฟล์ Excel ที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นระบบดิจิทัลที่ทำงานได้อย่างเป็นระบบ"

ทั้งหมดนี้ Kintone ยังคงนิยามตัวเองเป็นแพลตฟอร์มเลเยอร์กลางให้ผู้ใช้เข้ามาสร้างและรันแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร ช่วยให้องค์กรไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์แยกชิ้นสำหรับแต่ละแผนก แต่สามารถรวมทุกระบบไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์เดียว โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึง Kintone ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันมือถือเพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่แชร์ข้อมูลร่วมกันได้ ทำให้ทุกแผนกในบริษัททำงานบนฐานข้อมูลเดียวกันโดยไม่ต้องสลับใช้ซอฟต์แวร์หลายตัว

ปัจจุบัน Kintone กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 16 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อเดือน โดยมีขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 5 ผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นราคาระดับพิเศษที่เปิดให้เฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อให้องค์กรเริ่มต้นใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนสูง ในภาพรวม Kintone ได้ขยายบริการไปแล้วกว่า 32 ประเทศทั่วโลก รองรับภาษาบนหน้าจอ UI รวม 7 ภาษาได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน ภาษามาเลเซีย และภาษาจีนทั้งตัวย่อและตัวเต็ม.