รมช.ดีอี ร่วม MOU 4 หน่วยงาน สร้าง 'One Map' ปิดจุดอ่อนข้อมูลภัยพิบัติกระจัดกระจาย รวม 118 ชุดจาก 52 หน่วยงาน สู่ระบบเดียว แจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งข้อมูลถึงคนหน้างานแบบเรียลไทม์
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "One Map บูรณาการสารสนเทศการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อทุกคน" ระหว่าง กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สสน. ว่า ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมข้อมูลด้านภัยพิบัติจากหลายหน่วยงานให้เป็นข้อมูลชุดเดียว เพื่อให้การแจ้งเตือนและการรับมือสถานการณ์ในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
One Map จะนำข้อมูลพยากรณ์อากาศ รวมถึงข้อมูลภาคพื้นดิน ในอากาศ และใต้ดินของกรมอุตุนิยมวิทยา มาเชื่อมกับแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจุดความร้อนของ GISTDA ก่อนบูรณาการเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติของ สสน. โดย BDI รับหน้าที่จัดทำแพลตฟอร์มกลางและ Dashboard แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้บริหารจัดการภัยพิบัติได้จากฐานข้อมูลเดียวกัน
ขณะเดียวกัน BDI เตรียมชุดข้อมูลภัยพิบัติแล้ว 118 ชุดจาก 52 หน่วยงาน ครอบคลุมข้อมูลเฝ้าระวัง ข้อมูลระหว่างเกิดเหตุสำหรับดูแลประชาชนและข้อมูลด้านสุขภาพ ตลอดจนข้อมูลเยียวยาหลังเกิดสถานการณ์ พร้อมบุคลากรวิเคราะห์ข้อมูลมากกว่า 50 คน เพื่อจัดระบบข้อมูลแต่ละระดับชั้น หรือ Data Layer ก่อนส่งให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และแปลงเป็นข้อมูลที่ฝ่ายปฏิบัติงานเข้าใจและนำไปใช้ได้ง่าย
น.ส.แนนกล่าวว่า การรวมข้อมูลของทั้ง 4 หน่วยงานเป็นจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลภัยพิบัติและสภาพอากาศให้เป็นระบบเดียวกัน โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้ข้อมูลจากหน่วยงานรับผิดชอบส่งต่อไปถึงประชาชนในพื้นที่เกิดภัยพิบัติด้วยทิศทางและชุดข้อมูลที่สอดคล้องกัน
"หลังจากที่มีการจัดทำ One Map แล้ว หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนหน้าจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ในการรับมือ แจ้งเตือน เฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานนี้ จะบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การรวบรวมข้อมูลพัฒนาวิเคราะห์ข้อมูล และแปลงผลข้อมูลในรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และประชาชนเข้าใจง่าย" น.ส.แนนกล่าว
สำหรับตัวอย่างการนำข้อมูลไปใช้ น.ส.แนนกล่าวถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติในจังหวัดน่าน ซึ่งหน่วยงานรับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าประมาณ 7 วัน ทำให้สามารถเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือรับมือสถานการณ์ ขณะที่ระหว่างและหลังเกิดเหตุ หน่วยงานในพื้นที่ใช้ข้อมูลที่ผ่านการบูรณาการแล้วเพื่อเตรียมกำลังคนเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
อีกเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลด้านภัยพิบัติอยู่ในรูปแบบเดียวกันและส่งต่อไปถึงกำลังคนส่วนหน้า โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ระดับชุมชน เช่น กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมรับมือเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ทั้ง 4 หน่วยงานนี้ จะบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การรวบรวมข้อมูล พัฒนาวิเคราะห์ข้อมูล และแปลงผลข้อมูลในรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และประชาชนเข้าใจง่าย ทำให้เราสามารถป้องกันการสูญเสียจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มอบไว้ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน" น.ส.แนนกล่าว


