อาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) มองสถานการณ์สงคราม ความขัดแย้ง และนโยบายการค้าส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก แต่ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น พบสัญญาณย้ายฐานการสั่งซื้อจากจีนและคู่ค้าเดิมมาไทยหลังพิษภาษี เผยพลังค้นหาสินค้าไทยเพิ่มกว่า 90% ล่าสุดประเดิมจุดพลุ AI Accio Work ช่วย SME ไทยตอบลูกค้า-ทำใบเสนอราคาต่างชาติ โชว์พลังลดต้นทุนงานอีคอมเมิร์ซ 50%
โรเจอร์ ลัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Alibaba.com กล่าวภายในงาน Thailand B2B AI Seller Summit 2026 ว่าสงคราม นโยบายทางการเมืองระหว่างประเทศ และต้นทุนการขนส่ง/โลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคอื่น โดยท่ามกลางความต้องการซื้อที่ไม่ได้หายไป ผู้ซื้อต่างชาติจะชะลอการสั่งซื้อจากประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรง แล้วย้ายคำสั่งซื้อไปยังประเทศอื่นแทน กลายเป็นโอกาสให้สินค้าไทย บนจุดเด่นว่าไทยเป็นคู่ค้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตร
"ประเทศไทยมีจุดเด่นเรื่องความเสถียร นโยบายที่เป็นมิตร มีศักยภาพการผลิตสินค้าที่แข็งแกร่ง และมีบรรยากาศทางการค้าที่ดี ทำให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศหันมาเลือกสั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น จากสถิติบนแพลตฟอร์ม Alibaba.com แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความขัดแย้งไม่ได้ทำให้การค้าของไทยซบเซา แต่กลับเปิดโอกาสใหม่ โดยปริมาณสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มพุ่งขึ้น 150% แสดงถึงการปรับตัวและความกระตือรือร้นของผู้ขายไทย และยอดการสอบถามเพื่อซื้อสินค้าไทย (Buyer Inquiries) เพิ่มขึ้นถึง 90% โดยเฉพาะจากตลาดหลักอย่างอเมริกา ยุโรป และกลุ่มประเทศอาเซียน"
Alibaba.com นั้นเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระหว่างธุรกิจหรือ B2B ระดับโลก สถิติชี้ว่าผู้ซื้อต่างชาติเข้ามาค้นหาและส่งคำขอเสนอราคาเกี่ยวกับสินค้าไทยบน Alibaba.com เพิ่มขึ้นถึง 90% โดยกลุ่มผู้ซื้อหลักที่เข้ามาค้นหาและสั่งซื้อสินค้าจากไทยอย่างชัดเจนคือกลุ่มประเทศในยุโรป/อเมริกา และกลุ่มประเทศในอาเซียน กลุ่มสินค้าศักยภาพสูงของไทยที่มีความต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องคือชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ที่ได้อานิสงส์เต็มที่จากการที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและประกอบยานยนต์ชั้นนำในภูมิภาค
ความต้องการของผู้ซื้อต่างชาติยังสอดคล้องกับจุดแข็งด้านฐานการผลิตและความเชี่ยวชาญของไทย ทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ความงาม และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลาดผู้ส่งออกสินค้ารักษ์โลกของไทยเติบโตสูงถึง 70.4% ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานใหม่ของตลาดยุโรปและผู้ซื้อยุคใหม่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้ซื้อต่างชาติกำลังหลั่งไหลเข้ามาหาสินค้าไทย แต่ Alibaba.com พบว่า SME ไทยส่วนใหญ่ยังมีอุปสรรคเรื่องบุคลากรจำกัด การตอบสนองช้า และขาดประสบการณ์ส่งออก จึงต้องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้ง Accio Work และ Smart Assistant Agent เข้ามาช่วยคัดกรองคำสั่งซื้อ จัดทำใบเสนอราคา และตอบข้อซักถามแบบ 24/7 เชื่อว่าจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยดึงดูดและปิดการขายกับลูกค้ายุโรปและอาเซียนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
***เปิดตัว AI Accio ช่วย SME ไทยส่งออก
Alibaba.com ใช้เวทีงาน Thailand B2B AI Seller Summit 2026 เปิดตัว “แอคซีโอ" (Accio) ระบบผู้ช่วยธุรกิจพลังปัญญาประดิษฐ์ Agentic AI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป้าหมายคือมุ่งช่วยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME ไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้างด้านการส่งออก ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญเมื่อเทียบกับศักยภาพการส่งออกของประเทศไทยที่สูงมาก
"มูลค่าการส่งออกไทยแตะระดับเกือบ 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 12.9% โดยกลุ่มสินค้าส่งออกรักษ์โลกเติบโตสูงถึง 70.4% หมวดสินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ อาหารและเกษตรกรรม, ชิ้นส่วนยานยนต์, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์ความงาม และสินค้าบ้านและไลฟ์สไตล์ การเปิดตัวนวัตกรรม AI สำหรับผู้ส่งออก Accio Work ถือเป็นพื้นที่ทำงาน AI ที่เปรียบเสมือนทีมงานทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ในการค้นหาโอกาส ตรวจจับความต้องการของผู้ซื้อ จัดการคำสั่งซื้อ และจัดทำใบเสนอราคา"
อีธาน หวัง หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ขายระดับโลกของ Alibaba.com กล่าวว่า Accio Work จะทำงานร่วมกับ Smart Assistant Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะช่วยจัดการข้อซักถามของผู้ซื้อ ปรับปรุงข้อมูลสินค้า สนับสนุนการทำการตลาด และช่วยงานปฏิบัติการรายวัน โดยผู้ใช้จะได้รับสิทธิ์การันตีผู้ซื้อคุณภาพ ซึ่งเป็นการการันตีการจับคู่กับผู้ซื้อที่มีคุณภาพ ทั้งความตั้งใจซื้อและมีมูลค่าการสั่งซื้อสูง บนประวัติการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงบน Alibaba.com
ในส่วน Accio Work ระบบจะทำหน้าที่เสมือนทีมผู้เชี่ยวชาญ AI ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที ประกอบด้วย AI Agent หลายตัวที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสามารถประสานงานกันเองได้โดยอัตโนมัติ ครอบคลุมกระบวนการส่งออกครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยตลาด วางแผนสินค้า จัดหาซัพพลายเออร์ เจรจาต่อรองราคา จัดทำรายการสินค้าหลายภาษา การตลาดทั่วโลก ไปจนถึงการบริหารหน้าร้านออนไลน์
"ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องตั้งค่าระบบซับซ้อนหรือมีทักษะเขียนโค้ด เพียงระบุแนวทางและเป้าหมายทางธุรกิจ Accio ก็สามารถดำเนินการต่อได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ ก้าวข้ามขีดความสามารถของ AI สนทนาทั่วไปไปสู่การลงมือทำงานจริงตลอดกระบวนการ"
Accio ยังพัฒนาเป็นพื้นที่ทำงานเดียว ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Amazon, Shopify, eBay, TikTok Shop และ Walmart โดย Alibaba.com ได้เปิดซอร์ส Commerce Agent Bench บน GitHub เพื่อเป็นมาตรฐานการประเมิน AI สำหรับงานพาณิชย์ด้วย นอกจากนี้ Alibaba.com ยังเปิดตัว Smart Assistant Agent ที่ผสานการทำงานของ Accio ไว้ในระบบจัดการร้านค้า Alibaba.com Seller Workbench โดยตรง ช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงขีดความสามารถ AI ได้ในทุกมิติโดยไม่ต้องสลับไปใช้แพลตฟอร์มอื่น
"ระบบ AI ของ Alibaba.com ประมวลผลและให้คำแนะนำโดยดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูลการค้า B2B ย้อนหลังกว่า 26 ปีของ Alibaba รวบรวมข้อมูลพฤติกรรม ข้อซักถาม และแนวโน้มจากผู้ซื้อและผู้ขายมากกว่า 1 ล้านรายทั่วโลก ครอบคลุมประวัติการทำธุรกรรมจริง โครงสร้างราคา รวมถึงบทเรียนว่ากลยุทธ์แบบใดประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการค้าสากล ร่วมกับข้อมูลเทรนด์และคำค้นหาจากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook และ Instagram เพื่อดูว่าสินค้าใดกำลังเป็นไวรัล และข้อมูลเฉพาะของร้านค้าและสินค้าของผู้ขายเอง ทั้งหมดประมวลผลร่วมกับโมเดล AI ระดับโลก เช่น Claude หรือ ChatGPT"
Accio Work ของ Alibaba.com จะให้บริการในรูปแบบสมาชิกแบบรายเดือน โดยราคาเริ่มตั้งแต่ทดลองใช้งานได้ฟรีในจำนวนเครดิตที่จำกัด ไปจนถึง Pro Plan ที่คิดค่าบริการราว 660 บาท/เดือน หรือ 19.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 4,000 เครดิต และแพคเกจสูงสุด Ultra Plan ราคาประมาณ 6,600 บาท/เดือน หรือ 199 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 40,000 เครดิต ซึ่งในบางบัญชีผู้ขายของ Alibaba.com อาจมีแพ็กเกจพ่วงหรือส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม
ในภาพรวม Alibaba.com เชื่อว่า SME ไทยมีความต้องการเครื่องมือ AI สูง เนื่องจากประเทศไทยมี SME กว่า 3.1 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานมากกว่า 70% และมีส่วนขับเคลื่อน GDP ประมาณ 35% แต่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกของกลุ่มนี้ยังต่ำกว่า 15% ของมูลค่าการส่งออกรวม ช่องว่างนี้สะท้อนถึงศักยภาพที่ยังไม่ได้รับการต่อยอดเต็มที่
นายวุฒิศักดิ์ กาญจนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวเสริมว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องปรับตัวและนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
"พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้กลายมาเป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอสินค้า เชื่อมโยงกับคู่ค้า และเข้าถึงตลาดต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการยุคปัจจุบัน และ AI ถูกนำมาใช้ในการทำความเข้าใจตลาด วิเคราะห์แนวโน้มการค้า และเปิดมุมมองให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ชัดเจนและตรงจุดมากขึ้น".


