TikTok ประเทศไทยเผยลบวิดีโอที่ละเมิดมาตรฐานชุมชนไปมากกว่า 3.29 ล้านคลิป ประกาศเดินหน้าหวังยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล-ปกป้องเยาวชน-สร้างความโปร่งใสของเนื้อหา จุดพลุแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน และคู่มือครอบครัวใช้ดิจิทัลปลอดภัย ชี้บัญชีเยาวชน 13–17 ปี จะถูกตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเริ่มต้นมากกว่า 50 รายการโดยอัตโนมัติ พร้อมติดลายน้ำและป้ายกำกับบนคลิปที่สร้างด้วย AI ไปแล้วมากกว่า 3,000 ล้านคลิปทั่วโลก
นางสาวชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและความสัมพันธ์ภาครัฐประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok กล่าวถึงที่มาของแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน หรือ #TeensAware ว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากแคมเปญต่อต้านภัยไซเบอร์ระดับประเทศอย่าง #คนไทยรู้ทัน โดยในครั้งนี้เน้นเจาะกลุ่มเยาวชนและสถาบันครอบครัว เพื่อสร้างนิสัยการรู้เท่าทันสื่อ เสริมสร้างสุขภาวะดิจิทัลที่ดี และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับบุตรหลาน จึงได้เปิดตัวคู่มือภาษาไทยทั้งแบบรูปเล่มและอินเตอร์แอคทีฟ
"จากการทำงานร่วมกับ Boston Children's Hospital และมุมมองว่าความปลอดภัยที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่เกิดจากความเข้าใจกันในบ้าน จึงได้เปิดตัว Family Digital Safety Playbook ฉบับภาษาไทยทั้งรูปแบบรูปเล่มและอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อเปลี่ยนเรื่องความปลอดภัยให้สนุกและเข้าใจง่าย บนแนวคิดว่าครอบครัวดิจิทัลที่สตรองที่สุด ไม่ใช่ครอบครัวที่เข้มงวดที่สุด แต่เป็นครอบครัวที่เราเข้าใจกันมากที่สุด"
การเปิดตัวแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน และคู่มือ Family Digital Safety Playbook นั้นเป็นก้าวที่ชัดเจนของ TikTok ในการต่อยอดจากแคมเปญ #คนไทยรู้ทัน เพื่อเน้นสร้างการรับรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลสำหรับเยาวชนและสถาบันครอบครัว โดยได้พัฒนาคู่มือฉบับภาษาไทย ด้วยการร่วมมือกับภาครัฐและภาคประชาสังคม เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET), เครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย และสภาเด็กและเยาวชน
ในส่วนการสร้างเครื่องมือเรียนรู้แบบ Interactive เจ้าพ่อแพลตฟอร์มคลิปสั้นได้เปิดตัวคู่มือ Family Digital Safety Playbook ทั้งในรูปแบบเล่มและบนแอปพลิเคชัน TikTok โดยมีแบบทดสอบค้นหา "ไวบ์ดิจิทัลของครอบครัว" ที่หยิบยกกรณีศึกษาภัยออนไลน์ในไทย เช่น คอลเซ็นเตอร์วิดีโอคอลใช้ AI ปลอมหน้า ข่าวปลอม และบัญชีม้า มาเปลี่ยนเรื่องความปลอดภัยให้เข้าใจง่าย
ในอีกด้าน TikTok ยังผลักดันให้ผู้ปกครองและบุตรหลานเชื่อมต่อบัญชีเข้าด้วยกันเพื่อจัดการเวลาหน้าจอ โหมดจำกัดเนื้อหา และการส่งข้อความส่วนตัวบนพื้นฐานความยินยอมร่วมกัน
นางสาวสิริประภา วีระไชยสิงห์ หัวหน้าฝ่ายสร้างความร่วมมือและเครือข่ายสัมพันธ์ ด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย TikTok กล่าวถึงนโยบายการปกป้องเยาวชนของ TikTok ว่าบริษัทได้กำหนดอายุผู้ใช้ขั้นต่ำไว้ที่ 13 ปี โดยบัญชีของเยาวชนช่วงอายุ 13–17 ปี จะถูกตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเริ่มต้นมากกว่า 50 รายการโดยอัตโนมัติ เช่น การจำกัดเวลาหน้าจอ 60 นาที/วัน, ตั้งบัญชีเป็นส่วนตัว และจำกัดการส่งข้อความส่วนตัว (DM)
"TikTok กำหนดให้ผู้ที่จะไลฟ์สตรีม (Live) หรือรับของขวัญดิจิทัลต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีระบบ Sleep Reminder แสดงการแจ้งเตือนและนำทางฝึกการหายใจเพื่อผ่อนคลายหลังเวลา 22.00 น. ก่อนให้เยาวชนพักผ่อน"
สำหรับสถิติการคัดกรองเนื้อหาและการลบคลิปผิดกฎ TikTok ระบุในรายงานความโปร่งใส Q1/2569 ว่า TikTok ในประเทศไทยได้ลบวิดีโอที่ละเมิดมาตรฐานชุมชนไปมากกว่า 3.29 ล้านคลิป พร้อมกับที่มีอัตราการตรวจจับและลบออกเชิงรุกสูงถึง 99.2% ก่อนที่จะมีการรายงานเข้ามาหรือก่อนที่มีผู้รับชมเห็นคลิป
ที่สำคัญ TikTok ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลเนื้อหาที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ด้วยการติดลายน้ำและป้ายกำกับ จุดนี้มีการร่วมมือกับ C2PA และใช้เทคโนโลยี Invisible Watermarking ติดป้ายกำกับข้อความว่า AI generated content บนคลิปที่สร้างด้วย AI ไปแล้วมากกว่า 3,000 ล้านคลิปทั่วโลก
ทั้งหมดนี้ TikTok ย้ำว่าจะไม่มีการลดการมองเห็น โดยยืนยันว่าการติดป้ายกำกับ AI ทำไปเพื่อสร้างความโปร่งใสแก่ผู้รับชม และไม่ได้เป็นการลด ยอดวิว หรือการดันฟีดของ Creator แต่อย่างใด
การประกาศแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน หรือ #TeensAware ในไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ผลสำรวจจาก Kapwing พบว่าวิดีโอคุณภาพต่ำที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI Slop) มีสัดส่วนสูงถึง 59% ของฟีดบน TikTok สำหรับบัญชีผู้ใช้รายใหม่ และราว 57.4% สำหรับเนื้อหาที่เจาะกลุ่มเด็กเยาวชน ซึ่งสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นอย่าง YouTube ถึง 3 เท่าตัว
ผลสำรวจนี้ชี้ว่าในผู้ใช้บัญชีใหม่ กว่า 59% ของวิดีโอ 500 คลิปแรกบนหน้า "สำหรับคุณ" (For You Page) เป็นคอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำ ขณะที่กลุ่มเด็ก พบว่ากว่า 57.4% ของวิดีโอที่ปรากฏสำหรับเด็กเข้าข่ายคอนเทนต์ AI ขยะ ซึ่งหมายถึงคลิปที่มีภาพจำลองจาก AI หรือการตัดต่อเสียงพากย์และบทพูดอัตโนมัติที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ.


