ถึงเวลาบังคับแพลตฟอร์มรับผิดชอบมากขึ้น? 'ETDA' ปรับร่างกฎหมาย ตัดเรื่องการแข่งขัน โฟกัสจัดการเนื้อหาและความเสี่ยงที่กระทบผู้ใช้ ก่อนส่งกระทรวงดีอีกลางเดือน ก.ย.69
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กล่าวถึงความคืบหน้าการยกระดับพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่า ขณะนี้ ETDA อยู่ระหว่างทบทวนและปรับปรุงร่างกฎหมายตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยคาดว่าจะส่งร่างกลับให้กระทรวงพิจารณาได้ไม่เกินกลางเดือน ก.ย.69 นี้ ก่อนที่กระทรวงจะพิจารณาว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนต่อไป
ร่างกฎหมายดังกล่าวพัฒนาต่อจากร่างเดิมที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย จัดทำขึ้น ซึ่ง ETDA และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เคยเข้าไปให้ข้อมูลในกระบวนการยกร่าง รวมถึงผ่านการรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว ก่อนที่กระบวนการจะชะลอลงภายหลังการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกระทรวงมีนโยบายให้นำร่างเดิมกลับมาปรับปรุงเพื่อเดินหน้าต่อ
สาระสำคัญของร่างเดิมมีทั้งส่วน Content Moderation หรือการจัดการเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม ซึ่งอ้างอิงแนวทาง Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรป และส่วน Market Regulation หรือการกำกับตลาดและการแข่งขัน ซึ่งอ้างอิง Digital Markets Act (DMA) อย่างไรก็ตาม เมื่อ กขค. อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายการแข่งขันทางการค้า จึงมีแนวทางแยกส่วน Market Regulation ออกจากร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เหลือแกนหลักด้าน Content Moderation ขณะเดียวกัน ทีมรัฐมนตรีให้ ETDA พิจารณาว่ามาตรการบางส่วนในฝั่ง Market Regulation ที่ยังมีประโยชน์สามารถนำกลับมาใช้ในร่างได้หรือไม่
อีกส่วนหนึ่งคือการศึกษากฎหมายอีคอมเมิร์ซและการกำกับแพลตฟอร์มของต่างประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม หลังได้รับโจทย์ให้ทบทวนว่ารูปแบบของสหภาพยุโรปเหมาะกับไทยเพียงใด ซึ่งทำให้ร่างที่เคยจัดทำไว้ต้องกลับมารีวิวอีกครั้งก่อนส่งกระทรวง
สำหรับบทลงโทษ ร่างที่เคยรับฟังความคิดเห็นมีแนวคิดคำนวณค่าปรับเป็นสัดส่วนจากรายได้รวมทั่วโลกของแพลตฟอร์ม แต่ประเด็นนี้ได้รับการคัดค้านจากผู้ประกอบการ จึงมีแนวคิดใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างศึกษาให้พิจารณารายได้ในประเทศไทยประกอบด้วย หากแพลตฟอร์มแจ้งรายได้ในไทย ก็อาจใช้รายได้ดังกล่าวเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งอาจทำให้ค่าปรับลดลงและสร้างแรงจูงใจให้แพลตฟอร์มแจ้งรายได้ในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะถูกบรรจุในร่างกฎหมายหรือไม่
อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างพิจารณา คือ หน่วยงานที่จะใช้อำนาจกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ เนื่องจาก ETDA มีสถานะเป็นองค์การมหาชน ขณะที่แนวคิดในการออกแบบระบบราชการมองว่า อำนาจกำกับ การออกใบอนุญาต หรือการทำหน้าที่นายทะเบียนควรอยู่กับหน่วยงานราชการ
"เมื่อ ETDA ศึกษาและจัดทำร่าง พ.ร.บ.เสร็จแล้ว จะส่งต่อให้กระทรวง จากนั้นเป็นนโยบายของกระทรวงว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดดูแลต่อ จะดูเอง มอบให้ ETDA หรือแบ่งให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบตามเนื้อหาของกฎหมายก็ได้" ดร.ชัยชนะ กล่าว


