Anker Innovations ประกาศปรับโครงสร้างแบรนด์ยุบรวม 5 แบรนด์ย่อยกลับมาใช้ชื่อเดียวคือ "Anker" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและรวบรวมขีดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมเปิดตัวศูนย์กลางควบคุมบ้านอัจฉริยะ Anker MindBase และชิปประมวลผล AI THUS หวังเจาะกลุ่มตลาดเทคโนโลยีที่หลอมรวมกันมากขึ้น
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2011 Anker มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากผู้ผลิตอุปกรณ์ชาร์จ สู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ให้บริการลูกค้ากว่า 200 ล้านคนใน 180 ประเทศทั่วโลก โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้กลยุทธ์แตกแบรนด์ย่อยเพื่อเจาะลึกตลาดเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น eufy สำหรับสมาร์ทโฮม, soundcore สำหรับระบบเสียง หรือ SOLIX สำหรับพลังงาน โดยมี Anker สำหรับอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ
อย่างไรก็ตาม เมื่อ AI หุ่นยนต์ และการประมวลผลภายในอุปกรณ์ (On-device Processing) เข้ามามีบทบาทสำคัญ ส่งผลให้ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะทำลายเส้นแบ่งระหว่างหมวดหมู่สินค้า ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงตัดสินใจรวมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำและตอบโจทย์เทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป
Steven Yang ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Anker Innovations กล่าวว่า ในอดีต การมีแบรนด์แยกกันสำหรับแต่ละหมวดหมู่สินค้าถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่ในวันนี้โลกของเทคโนโลยีเปลี่ยนไป และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็เชื่อมโยงกันมากขึ้น
สำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคใหม่ Anker ได้วางโครงสร้างผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก "Anker For You" ซึ่งมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้ใช้งานตลอดวัน ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ชาร์จ ระบบเสียง ไปจนถึงเครื่องมือสร้างสรรค์ โดยมีจุดเด่นคือการนำชิป AI THUS ซึ่งเป็นชิปประมวลผลโครงข่ายประสาทเทียมภายในหน่วยความจำมาใช้ขับเคลื่อนอุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังอย่างเต็มรูปแบบ
ขณะที่กลุ่มที่สอง "Anker For Home" จะเจาะกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อบ้านที่สามารถดูแลตัวเองได้ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Anker MindBase ศูนย์กลางควบคุมที่ทำงานด้วยระบบ AI ประมวลผลภายในพื้นที่ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ และจัดเก็บข้อมูลภายในครัวเรือนอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่แบรนด์เดียวจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในส่วนของประเทศไทย Anker ได้ประเดิมตลาดด้วยการเปิดตัว Anker Smart Display Charger 45W รุ่น Over-the-Air (OTA) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์รุ่นแรก ๆ ภายใต้ชื่อแบรนด์ใหม่ โดยมาพร้อมความสามารถในการชาร์จเร็วสูงสุด 45W และเทคโนโลยี Care Mode ที่ผ่านการรับรองจากสถาบัน TÜV ซึ่งใช้รูปแบบการชาร์จอุณหภูมิต่ำเพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของแบตเตอรี่ได้ประมาณร้อยละ 20 ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน
สำหรับราคาและการวางจำหน่าย Anker Smart Display Charger 45W รุ่นมาตรฐาน วางจำหน่ายแล้วในราคา 899 บาท ขณะที่รุ่น OTA ซึ่งได้รับการอัปเกรดความสามารถในการจดจำข้อมูลบนหน้าจอและมาพร้อมสีสันใหม่ เตรียมวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ในราคา 999 บาท


