xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัสเสียงวิจารณ์ AiPASS ปัญหาคุณภาพ เครดิต ตัวเลข และความคุ้มค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถอดรหัส 4 กลุ่มเสียงวิจารณ์ AiPASS ในช่วงแจ้งเกิดสัปดาห์แรก พบกระแสวิจารณ์ไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่คลุมทั้งเรื่องคุณภาพและฟังก์ชัน, โควตาเครดิต, ตัวเลขการใช้งาน และความคุ้มค่าของงบประมาณ

***AiPASS เหมาะกับมือใหม่ แต่ยังไม่ตอบโจทย์คนทำงาน

หนึ่งในผู้แสดงความเห็นที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและฟังก์ชันคือ รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC ที่ระบุว่าได้ทดลองใช้ AiPASS ตั้งแต่เปิดระบบ พบว่าโมเดลแชตที่ใช้งานแบบไม่จำกัดถูกระบุว่าเป็น Gemini 3.1 Flash Lite และการอัปโหลดไฟล์ยังจำกัดที่ประมาณ 30 MB โดยยังไม่มี Connector สำหรับเชื่อมต่ออีเมล ปฏิทิน หรือไฟล์จากบริการอื่น และไม่สามารถสร้างไฟล์ Excel/Sheets, Word/Docs หรือ PowerPoint/Slides ได้ในลักษณะที่ผู้ใช้ทำงานจริงคาดหวัง

รศ.ดร.ธนชาติ ยอมรับว่าจุดเด่นของ AiPASS คือมีโมเดลหลายประเภทให้ทดลอง โดยเฉพาะโมเดลสำหรับสร้างภาพและเขียนโค้ด ดังนั้น AiPASS อาจเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลอง AI หลายโมเดล หรือผู้พัฒนาที่ต้องการสำรวจโมเดลระดับสูง แต่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้มืออาชีพที่ต้องการนำ AI ไปเชื่อมกับงานเอกสารและระบบประจำวัน



รศ.ดร.ธนชาติ ยังตั้งคำถามว่า หากผู้ใช้ยังต้องสมัครบริการ AI แบบเสียเงินเพื่อทำงานจริง การใช้ AiPASS อาจไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่าที่คาดหวัง

***โควตาเครดิตอาจไม่พอใช้งานจริง

หลัง AiPASS เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ บางเสียงสะท้อนเรื่องเครดิตที่ต้องใช้กับการสร้างภาพ และการสร้างวิดีโอ ซึ่งผู้ใช้งานระดับครีเอเตอร์หรือ “ผู้สร้างสรรค์” ได้รับประมาณ 10,000 เครดิตต่อวัน ซึ่งสามารถแชต เขียนโค้ด หรือคิดวิเคราะห์ ได้ประมาณ 20–50 ครั้งต่อวัน สามารถสร้างภาพ
สูงสุด 20 ภาพต่อวัน สร้างวิดีโอ 10 คลิปต่อเดือน สร้างเพลง 10 เพลงต่อเดือน Deep Research 10 ครั้งต่อเดือน

ประเด็นที่ผู้ใช้บางรายชี้ให้เห็นคือ 10,000 เครดิตไม่ได้เท่ากับ 10,000 คำสั่ง เพราะแต่ละโมเดลและแต่ละงานใช้เครดิตไม่เท่ากัน งานที่ซับซ้อนหรือใช้โมเดลขนาดใหญ่อาจหักเครดิตเร็วกว่า



ผู้ใช้บางรายจึงกังวลว่า หากใช้ AiPASS สำหรับงานคอนเทนต์ งานวิเคราะห์ หรือการผลิตสื่ออย่างต่อเนื่อง เครดิตอาจหมดเร็วกว่าที่คาด

ในบางโพสต์ มีรายงานเสียงสะท้อนเรื่องข้อความภาษาไทยในภาพผิดเพี้ยน, สัดส่วนภาพไม่ตรงกับที่เลือก, คุณภาพภาพและความแม่นยำในการทำตาม Prompt ยังไม่สม่ำเสมอ ผู้ใช้บางรายระบุว่า “ไม่ดีอย่างที่คิด สู้ตอนใช้ฟรีไม่ได้”

ในอีกด้าน ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า AiPASS ใช้โมเดลรุ่นเก่ากว่าบริการฟรี บางรายพบข้อจำกัดการอัปโหลดไฟล์ และการไม่รองรับการสร้างเอกสารบางประเภทด้วย

***ตัวเลขโอเวอร์?

แม้ข้อมูลจากเพจ AiPassth จะระบุตัวเลขน่าตื่นเต้นว่าคนไทยใช้เวลาเรียน AI ผ่านแพลตฟอร์มรวม 39,435 ชั่วโมง ในเวลาไม่ถึง 3 วัน หรือเทียบเท่ากับการเรียนต่อเนื่องประมาณ 4 ปีครึ่ง และ AiPASS มีหลักสูตรประมาณ 96 หลักสูตรจากพันธมิตร เช่น Google for Education, Microsoft Elevate, OpenAI และ NVIDIA

แต่เสียงวิจารณ์หยิบข้อมูลที่รายงานจากกระทรวงฯ ว่าผู้ลงทะเบียน ณ วันที่ 31 สิงหาคม เวลา 19.40 น. ประมาณ 1,390,871 คน Active User ประมาณ 101,764 คน ซึ่งการนำเสนอชั่วโมงเรียนรวมนั้นเข้าใจยาก จึงโดยเสนอให้เปิดเผยตัวเลขที่เข้าใจง่ายกว่า เช่น: มีผู้ใช้งานจริงกี่คน แต่ละคนใช้เวลาเฉลี่ยเท่าไร เป็นการเรียนจริงหรือเปิดระบบค้างไว้ Active User ถูกนิยามอย่างไร มีผู้ใช้พร้อมกันสูงสุดเท่าใด



ผู้ใช้บางราย มีการคำนวณคร่าว ว่าหากนำชั่วโมงรวมไปหารจำนวนผู้ใช้ ตัวเลขเฉลี่ยอาจอยู่ที่ประมาณ 20 กว่านาทีต่อคน และมองว่าการสื่อสารด้วยยอดรวม เช่น “เกือบ 4 หมื่นชั่วโมง” อาจทำให้ตัวเลขดูใหญ่กว่าความหมายเชิงการใช้งานจริง และไม่ใช่ว่าตัวเลขถูกบิดเบือน แต่ฝ่ายที่วิจารณ์ต้องการเรียกร้องให้มีการเพิ้มความโปร่งใสของนิยามและวิธีนำเสนอข้อมูล

***AI อวยรัฐ

บางโพสต์วิจารณ์ AiPASS นั้นลงมือเปรียบเทียบคำตอบจาก Prompt เดียวกัน จนพบว่าคำตอบมีอคติหรือเข้าข้างรัฐบาล นำไปสู่การตั้งขื่อเรียกปัญหานี้ว่า “AI อวยรัฐ” แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่พบข้อมูลเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าโมเดลถูกตั้งค่าให้เซ็นเซอร์หรือสนับสนุนรัฐบาล เพราะต้องควบคุมตัวแปรอย่างน้อยเรื่องรุ่นโมเดล ระบบหลังบ้าน ประวัติการสนทนา และวิธีให้คะแนนคำตอบ



ที่สุดแล้ว กระแสวิจารณ์ AiPASS ในโลกออนไลน์ ล้วนกำลังถามว่า AI ที่รัฐบาลเปิดให้ใช้ฟรีนั้นใช้งานจริงได้มากเพียงใด และคุ้มกับต้นทุนของรัฐหรือไม่ โดยข้อกังวลที่มีน้ำหนักมากที่สุดในเวลานี้คือคุณภาพและฟังก์ชันยังไม่สม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับบริการ AI ที่คนไทยใช้เป็นประจำ

ในส่วนนี้ บางความเห็นเชื่อว่า AiPASS มีปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ใช้ยังไม่เข้าใจวิธีใช้ AI มากกว่าจะเป็นความล้มเหลวของแพลตฟอร์มโดยตรง ประเด็นสำคัญจากบางโพสต์ ชี้ว่าจะต้องเลือกโมเดลให้ตรงกับงาน เพราะการเลือกโมเดล AI ก็เหมือนการไปร้านโจ๊ก แต่สั่งข้าวหมูกรอบ แม้ร้านอาจพยายามทำให้ได้ แต่ผลลัพธ์อาจไม่ดีเท่าร้านที่เชี่ยวชาญเมนูนั้น



นอกจากนี้คือเครดิตและโควตาอาจไม่เพียงพอ สำหรับงานมืออาชีพต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ตัวเลขการใช้งานจริงในโครงการก็ควรเปิดเผยให้ละเอียดกว่าเดิม โดยแยกผู้ลงทะเบียน Active User เวลาใช้งาน และการเรียนจริงเรียกว่าการประเมินความคุ้มค่าต้องดูผลลัพธ์ ไม่ใช่ยอดสมัครเพียงอย่างเดียว

ข้อกล่าวหาเรื่อง AI มีอคติหรือ “อวยรัฐ” ถือว่ายังต้องทดสอบซ้ำอย่างเป็นระบบ ก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาจากการตั้งค่าของแพลตฟอร์มหรือไม่ ซึ่งหากทำได้ AiPASS ก็จะได้รับการยอมรับในฐานะเป็นประตูให้คนไทยเริ่มใช้ AI และ AiPASS สามารถเป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานจริงและสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจยั่งยืน.