xs
xsm
sm
md
lg

สรุปกระแส @DailyDarkWeb สะพัดข่าวข้อมูลไปรษณีย์ไทยรั่วครั้งใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Dark Web Intelligence หรือ @DailyDarkWeb เป็นบัญชี X (ทวิตเตอร์) และแพลตฟอร์มสื่ออิสระที่เชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ โดยเฉพาะการติดตามและรายงานข้อมูลพิษข้อมูลหลุด ล่าสุด @DailyDarkWeb เพิ่งโพสต์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 อ้างว่าฐานข้อมูลไปรษณีย์ไทยมีการรั่วไหลครั้งใหญ่ ทำให้ข้อมูล 2.4 ล้านรายการจัดส่งพัสดุ (shipment) และ 1.9 ล้านรายชื่อประชาชนหลุดรอดออกไป

โพสต์นี้มียอดวิวสูงมากเกือบ 3 แสนวิว มีการรีโพสต์และพูดถึงค่อนข้างกว้างในวงการไซเบอร์และโซเชียลไทย แม้ว่าจะมีการระบุชัดว่าเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ Dark Web Intelligence ที่มีเว็บไซต์ dailydarkweb.net และมีผู้ติดตามประมาณ 200,000 คน ก็ได้ชื่อว่าช่วยเผยแพร่ข่าวกรองไซเบอร์โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลรั่วไหลและการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อให้ประชาชนและองค์กรได้รู้ทันภัยคุกคาม

ด้าน ไปรษณีย์ไทยมองว่าโพสต์นี้เป็นข้อมูลที่เคยหลุดเมื่อปี 2568 และเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยข้อมูลที่หลุดไปเป็นข้อมูลที่ไม่อ่อนไหว และขณะนั้นได้แจ้งให้หน่วยงานกำกับดูแลทราบเรียบร้อย

***ไม่ยืนยัน หลุดปีไหม

โพสต์ของ @DailyDarkWeb วันที่ 31 ส.ค. 2569 รายงานการอ้างของ threat actor ว่ามีฐานข้อมูลไปรษณีย์ไทยรั่ว (2.4 ล้านรายการ shipment + 1.9 ล้านรายชื่อประชาชน) และระบุว่าการรั่วเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2569 ตัวเลขและรายละเอียดนี้ตรงกับการอ้างของกลุ่ม ransomware ชื่อ FEMBOYSec ที่โพสต์บนดาร์กเว็บช่วงต้น-กลางเดือนสิงหาคม 2569 โดยอ้างว่าเจาะระบบ backend และ tracking ของไปรษณีย์ไทย แล้วเรียกค่าไถ่ (กำหนดเส้นตายราววันที่ 15 ส.ค. 2569) หากไม่จ่ายจะปล่อยข้อมูล

@DailyDarkWeb เป็นบัญชี X (ทวิตเตอร์) และแพลตฟอร์มสื่ออิสระที่เชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์  ล่าสุดมีผู้ติดตามประมาณ 200,000 คน (มีเครื่องหมายยืนยันสีฟ้า)
บัญชี @DailyDarkWeb เองก็ระบุชัดในโพสต์ว่า ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้ และตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นข้อมูลจากเหตุการณ์เก่าหรือไม่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับข่าวเก่าปี 2568 พบว่าเหตุการณ์ช่วง เมษายน 68 นั้นเป็นเหมือนหนังคนละม้วน โดยไปรษณีย์ไทยยอมรับว่ามีข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล หลุดไปโผล่บนดาร์กเว็บ สาเหตุหลักมาจากการส่งออกข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ โดยไม่มีการยืนยันจำนวนหรือตัวเลข 2.4 ล้าน และ 1.9 ล้าน ที่โพสต์ล่าสุดพูดถึง ซึ่งทำให้ไม่มีการยืนยันว่าโพสต์นี้เป็นการรายงานการอ้างของ threat actor / ransomware group ในช่วงกลางปี 2569 หรือเป็นการเอาข่าวเก่าปี 2568 มาโพสต์ใหม่แบบหวังผลอะไร

ในขณะที่ข้อมูลยังไม่ได้รับการยืนยันจากไปรษณีย์ไทย (ปณท.) หรือหน่วยงานราชการ ว่าเป็นข้อมูลจริงและเกิดการเจาะระบบใหม่จริงหรือไม่ ดังนั้นจึงควรระวังและติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ปณท. ซึ่งล่าสุด ไปรษณีย์ไทยก็ได้ออกเตือนเรื่องอีเมลปลอมแอบอ้างเรียกเก็บ “ภาษีพัสดุ” พร้อมแนบลิงก์หลอกลวง ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักเกิดขึ้นหลังมีข่าวการรั่วไหลแบบนี้



นอกจากภัยอีเมลลวง โพสต์แฉ ปณท. เรื่องข้อมูลหลุดนี้ยังพูดถึงความเสี่ยงด้าน Social Engineering โดยหลายฝ่ายรวมถึงผู้ใช้โซเชียล เริ่มเตือนว่าข้อมูลชื่อ เมื่อรวมกับที่อยู่ เบอร์โทร และข้อมูลพัสดุ จะสามารถถูกนำไปใช้ทำ Smishing หรือข้อความหลอกลวงทาง SMS รวมถึง Phishing แบบแอบอ้างพัสดุ และการสวมรอยเป็นไปรษณีย์ไทยได้อย่างน่าเชื่อถือ

ในขณะนี้ ไปรษณีย์ไทยยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าเกิดการเจาะระบบใหม่จริงตามที่ threat actor อ้าง และหน่วยงานอย่างสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ก็ยังไม่มีแถลงการณ์เฉพาะเจาะจงต่อโพสต์นี้ในขณะนี้

***ย้อนรอยข้อมูล ปณท. รั่ว

ก่อนหน้านี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เคยออกชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ผ่าน ดร.ตฤณ ทวิธารานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล โดยยืนยันว่าตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล แต่ไม่มีข้อมูลด้านธุรกรรมการเงินหลุดออกไป

ไปรษณีย์ไทยก็ได้ออกเตือนเรื่องอีเมลปลอมแอบอ้างเรียกเก็บ “ภาษีพัสดุ” พร้อมแนบลิงก์หลอกลวง
นอกจากนี้ ข้อมูลส่วนหนึ่งยังมาจากระบบแอปพลิเคชันที่พัฒนาร่วมกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อ-นามสกุลและอีเมล ที่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลเชิงลึก

เวลานั้น ปณท. กล่าวถึงสาเหตุหลักว่าเกิดจากการที่ผู้ใช้งานรายหนึ่งขอใช้อีเมลอื่นแทนอีเมลหลัก ส่งผลให้มีการส่งออกข้อมูลบางส่วนโดยไม่ตั้งใจ ไม่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของระบบหลักหรือการเจาะระบบโดยแฮกเกอร์โดยตรง ไปรษณีย์ไทยได้ตรวจสอบที่อยู่ไอพีที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถยืนยันปริมาณข้อมูลที่แน่นอนได้ทั้งหมด และไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจมีการแอบอ้างโดยผู้ไม่หวังดี



หลังเกิดเหตุ บริษัทย้ำว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยประสานงานกับ สกมช. และ สคส. เพื่อรายงานเหตุการณ์และร่วมกำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อสารกับสาธารณชนอย่างโปร่งใส

จากผลการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบหลักฐานว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใด อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยเตรียมหารือแนวทางเยียวยาในกรณีที่อาจเกิดความเสียหายขึ้นในอนาคต

ไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นในปีใด จะปี 68 หรือ 69 ก็ล้วนสะท้อนถึงความสำคัญของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล ทั้งในแง่ของการป้องกันภายในองค์กรและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งไปรษณีย์ไทยยืนยันว่าจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้บริการไปรษณีย์และช่องทางดิจิทัลต่อไป.